Partager

บทที่ 3

last update Date de publication: 2026-02-01 08:34:42

“ลงโทษแล้วอย่างไร ผู้ใดกลัวกัน!” เพ่ยจูยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ หากแต่สองเท้าก็รีบก้าวออกจากห้อง ด้วยกลัวว่าคุณหนูรองจะตื่นขึ้นมาแล้วลงโทษนางจริง ๆ

เสี่ยวม่านเห็นอย่างนั้นก็ได้แต่ถอนหายใจอย่างระอา แล้วก้าวเท้าออกจากห้องตามไป

เมื่อบานประตูเรือนชิงหนิงถูกปิดสนิท เสียงสนทนาระหว่างเสี่ยวม่านกับเพ่ยจูเบาลงไปเรื่อย ๆ ตี๋ลี่เสวี่ยจึงค่อย ๆ หรี่ตาขึ้นทีละข้าง เมื่อไม่เห็นผู้ใดอยู่ในห้องแล้ว นางจึงได้ผุดลุกขึ้นนั่งอีกครั้ง

“ฟู่วว นึกว่าจะถูกจับได้ซะแล้ว” ตี๋ลี่เสวี่ยตบอกปลอบใจตัวเองเบา ๆ ก่อนที่จะนึกขึ้นได้ว่า “เอ๊ะ! แล้วข้าจะกลัวพวกนางจับได้ด้วยเหตุใด ในเมื่อตอนนี้ ข้าเป็นอาอิ๋งแล้วนี่น่า…”

คิดได้เท่านั้น ตี๋ลี่เสวี่ยก็อยากโขกศีรษะลงบนหมอนแรง ๆ หากแต่ได้กลิ่นยาลอยฟุ้งออกมาดึงความสนใจของนางไปเสียก่อน

นางเอียงคอมองอย่างสงสัย ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบถ้วยยานั้นขึ้นมาดม

“อี๊… ยาราคาถูก…” ตี๋ลี่เสวี่ยย่นจมูก ยู่ปากอย่างดูแคลนถ้วยยาในมือ “ท่านแม่ยังใช้สมุนไพรที่มีราคาแพงกว่านี้มาต้มให้อาอิ๋งกินเลย นายหญิงช่างตระหนี่จริงเชียว!”

ตี๋ลี่เสวี่ยเบ้ปาก ก่อนที่จะวางถ้วยยาลงตามเดิม “จริงสิ! เราว่าจะไปหาอาอิ๋งนี่น่า!”

ร่างบอบบางหมุนตัวก้าวลงจากเตียงอีกครั้ง แม้ว่าจะยังมีอาการมึนศีรษะเล็กน้อย แต่ตี๋ลี่เสวี่ยก็ไม่อยากเสียเวลาไปมากกว่านี้แล้ว

“ไม่ได้! ต้องเปลี่ยนชุดก่อน!” ตี๋ลี่เสวี่ยก้าวเท้ามาถึงหน้าประตู จึงเพิ่งได้สังเกตเห็นชุดที่นางสวมใส่อยู่ ว่าเป็นเพียงชุดสำหรับใส่ในเรือนส่วนตัวเท่านั้น

ตี๋ลี่เสวี่ยเดินตรงไปยังตู้เสื้อผ้า แล้วเลือกหยิบชุดสีฟ้าสดใสออกมาสวมใส่อย่างรวดเร็วด้วยความเคยชินของร่างกายจนนางยังนึกแปลกใจ แต่ยังไม่ทันได้เอะใจอะไร เพราะในยามปกติ ตี๋ลี่เสวี่ยก็มักจะช่วยเจิ่งเสวี่ยอิ๋งแต่งตัวอยู่แล้ว ก่อนที่นางจะมองหาดอปป้ามาสวมใส่ตามความเคยชิน

“ไม่ได้สิ! นี่มันร่างของอาอิ๋ง อาอิ๋งไม่สวมดอปป้าสิ”

ตี๋ลี่เสวี่ยเกาศีรษะด้วยความขัดใจในหลักความเชื่อของตนเองกับรูปลักษณ์ภายนอกในยามนี้ นางเม้มริมฝีปากแน่นอย่างขัดใจ แต่สุดท้ายก็เลือกที่จะแต่งกายให้เรียบร้อยแล้วรีบตรงไปยังเรือนเฉิ่งจี้ของตนเอง

ตี๋ลี่เสวี่ยออกจากเรือนชิงหนิงของคุณหนูรองเดินตรงไปทางด้านหลังจวนเหรินอี้โหว ก่อนจะเห็นโรงม้าขนาดใหญ่ และข้าง ๆ ติดกันเป็นเรือนเฉิ่งจี้ของหนู่เอ๋อร์เจียง บิดาของนาง

ซึ่งในขณะที่ตี๋ลี่เสวี่ยเดินไปถึงนั้น หนู่เอ๋อร์เจียงก็กำลังก้มเก็บของลงในกล่องเครื่องมืออยู่หน้าเรือนเฉิ่งจี้

“ท่านพ่อ…” ตี๋ลี่เสวี่ยที่ยามนี้เหมือนเด็กน้อยที่กำลังหลงทาง ครั้นได้เห็นหน้าบุพการีก็สะท้านไปทั้งตัวด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย น้ำตารื้นขึ้นมาราวกับต้องการร่ำไห้

เสียงเรียกแผ่วเบา ทำให้หนู่เอ๋อร์เจียงต้องเงยหน้าขึ้นมามอง เมื่อเห็นว่าผู้ใดมาเยือนถึงเรือนชาน ก็ส่งรอยยิ้มทักทายอย่างยินดีที่เห็นคนตรงหน้า “อ้าว! คุณหนูรอง หายดีแล้วหรือขอรับ?”

เสียงทักทายของหนู่เอ๋อร์เจียงดังกังวาน จนทำให้ตี๋ลี่เสวี่ยต้องตื่นจากภวังค์เมื่อครู่ว่ายามนี้ รูปลักษณ์ของนางมิใช่ ‘ตี๋ลี่เสวี่ย’ บุตรสาวของหนู่เอ๋อร์เจียง หากแต่เป็น ‘เจิ่งเสวี่ยอิ๋ง’ คุณหนูรองของจวนเหรินอี้โหวต่างหาก!

“เจ้าค่ะ ท่านพ่อ เอ๊ย! ท่านลุง” ตี๋ลี่เสวี่ยตอบอย่างเคอะเขินด้วยความที่นางยังไม่สามารถปรับตัวได้ดีนัก “มิทราบว่าอาอิ๋ง เอ๊ย! ลี่ลี่ฟื้นหรือยังเจ้าคะ?”

หนู่เอ๋อร์เจียงฉีกยิ้มกว้างกับคำตอบนอบน้อมนั้น “ดิลลี่เพิ่งจะฟื้นน่ะ แม่เขาเพิ่งเอายาเข้าไปให้ แต่นับว่าร่างกายของคุณหนูรองดีขึ้นมากแล้วจริง ๆ นะขอรับ ดูเอาเถิด ทั้ง ๆ ที่คุณหนูรองตกน้ำก่อน หากแต่ดิลลี่กลับฟื้นขึ้นมาทีหลังคุณหนูเสียอีก”

ตี๋ลี่เสวี่ยได้แต่ยิ้มแหยอย่างไม่รู้จะตอบสิ่งใด ก่อนจะถามขึ้นใหม่ว่า “เช่นนั้น ข้าขอเข้าไปหาลี่ลี่ได้หรือไม่เจ้าคะ?”

“อืม…” หนู่เอ๋อร์เจียงเริ่มลังเลขึ้นมา ด้วยอาการของบุตรสาวเพิ่งจะฟื้นไข้ หากให้เจิ่งเสวี่ยอิ๋งเข้าไปหาในยามนี้ ไม่รู้ว่าจะเป็นการรบกวนบุตรสาวของเขาหรือเปล่า “เดี๋ยวข้าไปถามดิลลี่ก่อนนะขอรับ เผื่อนางอาจจะยังอ่อนเพลียต้องการพักผ่อน…”

“เจ้าค่ะ ท่านลุง” ตี๋ลี่เสวี่ยพยักหน้ารับทราบอย่างไม่นึกแปลกใจอะไร เพราะเป็นธรรมดาอยู่แล้วที่ท่านพ่อจะให้ความสำคัญกับนางมากที่สุด อีกทั้งพวกนางก็ไม่อาจนับได้ว่าเป็นบ่าวหรือสาวใช้ของจวนเหรินอี้โหวอย่างเต็มตัวเช่นเดียวกับคนรับใช้คนอื่นในจวน

หากแต่หนู่เอ๋อร์เจียงยังไม่ทันได้กลับเข้าเรือนเฉิ่งจี้ไปถาม กู่ลี่น่าก็เดินออกมาด้วยรอยยิ้มกว้าง “ดิลลี่กำลังรอให้คุณหนูรองเข้าไปหาอยู่พอดีเจ้าค่ะ”

*ดอปป้า เป็นเครื่องสวมศีรษะติดกายของชาวอุยกูร์

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • คุณหนูสลับร่างของท่านโหวน้อย   บทที่ 180 (จบ)

    “เฮ้อ... ได้สลัดพวกตัวแสบ แล้วได้อยู่กันสองคนเสียที” ลู่หมิงเซวียนอดบ่นออกมาไม่ได้ ในขณะที่ขบวนเดินทางของเขาเริ่มเคลื่อนออกมาจวน เพื่อตรงไปที่ประตูเมืองหลวง“ข้ายังแอบสงสารลูกอยู่เลยนะเจ้าคะ พอเราจะไป ก็ไปในทันทีเลย” ตี๋ลี่เสวี่ยถอนหายใจเบา ๆลู่หมิงเซวียนแค่นเสียง “เฮอะ! พวกลูกกระต่ายเช่นนั้น มีอันใดให้น่าสงสารกัน”ตี๋ลี่เสวี่ยเหลือบมองหน้าสามีที่เชิดหนีไปอีกทางอย่างรู้ทัน “มิใช่ท่านพี่กลัวว่าถ้าหากร่ำลายืดยาวกว่านี้แล้วจะร้องไห้ต่อหน้าลูกหรือเจ้าคะ?”ลู่หมิงเซวียน “!!!”“จะ... เจ้าเอาอันใดมาพูด! แค่ร่ำลาเพียงเท่านี้ บุรุษไม่หลั่งน้ำตากันง่าย ๆ หรอกนะ!”ตี๋ลี่เสวี่ยเลิกคิ้วอย่างไม่เชื่อในคำพูด “แล้วผู้ใดกันเจ้าคะที่นอนร้องห่มร้องไห้เมื่อคืน?”“!!!” ลู่หมิงเซวียนตกใจถึงกับอ้าปากค้าง “สะ... เสวี่ยเสวี่ยได้ยินด้วยหรือ? ขะ... ข้าว่าข้าร้องเงียบ ๆ แล้วนะ!”“โธ่... ท่านพี่ เรือนของเราก็มีเพียงเท่านั้น...” ตี๋ลี่เสวี่ยนึกขบขันไปกับคำพูดของสามี “ข้ายังได้ยินท่านพี่เรียกชื่อลูกแต่ละคน ทั้งอวี้เอ๋อร์ อี๋เอ๋อร์ และหมิงเอ๋อร์ พลางบ่นไม่อย

  • คุณหนูสลับร่างของท่านโหวน้อย   บทที่ 179

    กาลเวลาผันผ่านไปดุจสายน้ำหลาก ยี่สิบเอ็ดปีผ่านไป...จวนอันติ้งโหวที่เคยเงียบเหงากลับอบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งความสำเร็จและความอบอุ่น วันนี้คือวันสำคัญที่สุดอีกวันหนึ่งของตระกูลลู่เมื่อบุตรชายคนโตผู้เป็นดั่งดวงใจของลู่หมิงเซวียนและตี๋ลี่เสวี่ยได้เติบโตขึ้นจนครบยี่สิบปี โดยที่ไม่มีคำสาปร้ายมารบกวนอีกต่อไปแล้วภายในโถงบรรพบุรุษที่ถูกจัดแต่งอย่างสมเกียรติ กลิ่นกำยานหอมฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ ลู่เหวินอวี้ บุตรชายคนโตของพวกเขาอยู่ในชุดคลุมยาวสีครีมปักลายเมฆา คุกเข่าลงเบื้องหน้าแท่นบูชา ใบหน้าของเขาถอดแบบความคมคายมาจากบิดา ทว่าดวงตามีความอ่อนโยนและเฉลียวฉลาดที่ได้มาจากมารดาลู่หมิงเซวียนในชุดขุนนางเต็มยศดูภูมิฐาน แม้จะมีริ้วรอยแห่งกาลเวลาประดับที่หางตาบ้าง เขาก้าวออกมาพร้อมกับกวานหยกขาวในมือ โดยมีฮ่องเต้ไท่ผิงประทับเป็นประธานในพิธีอย่างเป็นเกียรติ“เหวินอวี้... วันนี้ เจ้าอายุครบยี่สิบปี สวมกวานเป็นบุรุษเต็มตัว” ลู่หมิงเซวียนเอ่ยน้ำเสียงกังวานทว่านุ่มนวล “เจ้าจงจำไว้... อำนาจที่มีมิได้มีไว้เพื่อข่มเหงผู้อื่น แต่มีไว้เพื่อปกป้องผู้ที่อ่อนแอ

  • คุณหนูสลับร่างของท่านโหวน้อย   บทที่ 178

    หลังออกจากจวนเจิ้นกั๋วกง ลู่หมิงเซวียนและตี๋ลี่เสวี่ยก็ตัดสินใจเข้าวังไปรายงานข่าวดีนี้ให้แก่เย่ไทเฮาทราบด้วยตนเอง แม้ว่าเย่อี้หมิงจะอาสาเข้าไปทูลให้ เพื่อให้ตี๋ลี่เสวี่ยได้กลับจวนไปพักผ่อน แต่ทั้งสองก็ยืนกรานที่จะเข้าวังเอง เย่อี้หมิงจึงต้องยินยอมให้เป็นไปตามนั้นลู่หมิงเซวียนและตี๋ลี่เสวี่ยเดินผ่านทางเดินตรงไปยังตำหนักฉือหนิง ซึ่งเป็นที่ประทับของเย่ไทเฮา กลิ่นกำยานไม้จันทน์หอมอ่อน ๆ อบอวลไปทั่วบริเวณ ขันทีและนางกำนัลต่างหมอบกราบอย่างนอบน้อมเย่ไทเฮาทรงประทับอยู่บนแท่นไม้แกะสลักลวดลายหงส์ทอง พระพักตร์ที่แม้จะมีร่องรอยแห่งวัย ทว่ายังคงความสง่างามและเปี่ยมด้วยเมตตา เมื่อทอดพระเนตรเห็นหลานชายและหลานสะใภ้เดินเข้ามา พระองค์ก็ทรงเผยพระสรวลออกมาทันที“นึกว่าพวกเจ้าจะลืมคนแก่อย่างข้าไปเสียแล้ว งานเลี้ยงฉลองชัยชนะเพิ่งผ่านพ้นไป เหตุใดไม่พักผ่อนอยู่ที่จวนกันเล่า?” เย่ไทเฮาตรัสหยอกเย้าพลางกวักพระหัตถ์เรียกทั้งคู่ให้เข้าไปใกล้ลู่หมิงเซวียนคุกเข่าลงเคียงข้างตี๋ลี่เสวี่ย ท่วงท่าของเขาในวันนี้ดูมีความสุขล้นจนปิดไม่มิด “เสด็จย่า... ที่พวกเรารีบมาในวัน

  • คุณหนูสลับร่างของท่านโหวน้อย   บทที่ 177

    ภายในห้องโถงใหญ่ที่ตกแต่งอย่างเรียบง่าย ทว่าทรงอำนาจตามวิถีแม่ทัพ เย่อี้หมิงหรือเจิ้นกั๋วกง และโจวซื่อกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ประธาน แววตาของเย่อี้หมิงที่เคยแข็งกร้าวในสมรภูมิ บัดนี้กลับอ่อนแสงลง เมื่อจ้องมองลู่หมิงเซวียนและตี๋ลี่เสวี่ยที่นั่งอยู่เบื้องหน้า“ท่านเจิ้นกั๋วกง... วันนี้ ข้าและฮูหยินมาเยี่ยมเยียนท่านและฮูหยิน เพื่อขอบคุณที่ท่านคอยดูแลความสงบสุขที่ชายแดนมาเกือบสิบปีขอรับ” ลู่หมิงเซวียนเลื่อนกล่องไม้จันทน์หอม บนฝากล่องแกะสลักลวดลายจันทร์เสี้ยวในเมฆมงคลอันเป็นตราประจำร้านของหอเสื้อหว่านเยว่โหลวมาวางไว้ตรงหน้า“ข้าได้เตรียมผ้าไหมทอมือและโสมพันปีมาฝากท่านทั้งสองด้วยขอรับ” ลู่หมิงเซวียนตอบพร้อมส่งยิ้มกว้างเย่อี้หมิงหัวเราะเบา ๆ ในลำคอพลางยกชาขึ้นจิบ “เข้ามาถึงในจวนเช่นนี้แล้ว เจ้ามิต้องมากพิธีไปหรอก... เพียงเท่านี้ ทุกคนเขาก็รู้แล้วว่าเจ้ามาเยี่ยมเยียน หวังจะสร้างเส้นสายทางสังคมสินะ ท่านอันติ้งโหว”“ท่านปู่อี้หมิง อย่าเรียกข้าเช่นนั้นเลยขอรับ” ลู่หมิงเซวียนตอบกลับ “แต่วันนี้ ข้าและเสวี่ยเสวี่ยตั้

  • คุณหนูสลับร่างของท่านโหวน้อย   บทที่ 176

    “มีนางกำนัลคนหนึ่งอ้างว่าไทเฮาต้องการพบข้า ข้าจึงเดินตามนางออกมา หากแต่นางคงไม่รู้ว่าแผนผังในวังหลวงนั้น ข้าจำได้ขึ้นใจหมดแล้ว ข้าจึงรู้ว่านางพาข้าอ้อมไปเข้าประตูหลังของตำหนักรับรองด้านข้าง”“เมื่อข้าก้าวเข้ามาในตำหนักแห่งนั้น ข้าก็ได้กลิ่นหอมเอียน ๆ ของกำยานสวาทที่ลอยฟุ้งไปทั่วห้อง ประจวบเหมาะกับที่ ‘ตี๋ลี่เสวี่ย’ เปิดประตูเข้ามาจากทางด้านหน้าของตำหนัก ข้าจึงรู้แล้วว่ามีคนจงใจวางแผนร้ายนี้”มุมปากของลู่หมิงเซวียนยกสูงอย่างดูแคลน “มีคนจงใจสร้างสถานการณ์ที่น่าอับอายให้ข้าและ ‘ตี๋ลี่เสวี่ย’ กระทำการอัปยศในเขตพระราชฐานแห่งนี้ หากมีคนจับได้ขึ้นมา ทั้งข้าและ ‘ตี๋ลี่เสวี่ย’ รวมถึงอาซือหลันและ ‘เจิ่งเสวี่ยอิ๋ง’ ล้วนแต่ต้องอับอายจนอยากฆ่าตัวตายเป็นแน่!”“สามีลอบเป็นชู้กับสหายสนิทของฮูหยินในเขตวังหลวง... เฮอะ!”หัวข้อสนทนาที่ลู่หมิงเซวียนลองสมมติขึ้นมานั้น ทำเอาศีรษะคนฟังชาวาบไปทั้งตัว!“โชคดีที่กู้เหยียนคอยติดตามข้าอย่างลับ ๆ มาตลอด เมื่อข้าส่งสัญญาณ เขาก็

  • คุณหนูสลับร่างของท่านโหวน้อย   บทที่ 175

    ฮ่องเต้ไท่ผิงเสด็จนำแม่ทัพ ขุนนาง และบรรดาคนที่เหลือกลับไปที่ท้องพระโรง โดยที่อาซือหลันและ ‘เจิ่งเสวี่ยอิ๋ง’ เดินรั้งท้ายขบวนในขณะที่พวกเขากำลังเดินผ่านตำหนักรับรองอีกด้านหนึ่ง บานประตูตำหนักก็แง้มออกช้า ๆ ‘ตี๋ลี่เสวี่ย’ ในชุดใหม่เดินออกมาด้วยรอยยิ้ม พอดีกับลู่หมิงเซวียนที่ก้าวเท้าออกมาจากมุมมืดด้านหลังตำหนักนั้นเช่นกัน“ท่านพี่! / เสวี่ยเอ๋อร์!”‘เจิ่งเสวี่ยอิ๋ง’ ร้องเรียกสามีของตนเองอย่างลิงโลด แต่ครั้นได้ยินเสียงเรียกว่า ‘เสวี่ยเอ๋อร์’ นางพลันหันไปมองหน้าอาซือหลันด้วยเช่นกัน ด้วยแววตาที่ถามว่าเรียกข้าด้วยเหตุใดลู่หมิงเซวียนที่สาวเท้าเข้ามาใกล้ และเห็นทุกอย่างในภาพรวม จึงได้ยกคิ้วหนาขึ้นสูง ก่อนจะยกพัดในมือขึ้นตีหน้าผากฮูหยินของตนเองเบา ๆ อย่างเอ็นดู “อาซือหลันเรียกฮูหยินของเขาต่างหาก”‘เจิ่งเสวี่ยอิ๋ง’ หันไปมอง ‘ตี๋ลี่เสวี่ย’ ที่ก้าวเข้ามาใกล้ จึงได้พยักหน้าเข้าใจหงึกหงัก “ที่แท้ อาอิ๋งก็ให้อาซือหลันเรียกเจ้าว่าเสวี่ยเอ๋อร์ด้วยนี่เอง”

  • คุณหนูสลับร่างของท่านโหวน้อย   บทที่ 36

    หวังซื่อหลันได้ยินเช่นนั้นก็ไม่รอช้า เขารีบวางกล่องไม้ลงบนโต๊ะ สองมือประคองปิ่นปักผมขึ้นประดับมวยผมของตี๋ลี่เสวี่ยอย่างบรรจง ปลายปิ่นที่มีพู่ไหมแดงห้อยระย้าคลอเคลียไปกับใบหน้าหวานละมุน ยิ่งขับให้ดวงหน้าของนางงดงามมากยิ่งขึ้น “คุณหนูรองช่างงามนัก...”“คุณชายหวังชมเกินไปแล้

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-20
  • คุณหนูสลับร่างของท่านโหวน้อย   บทที่ 33

    เพียงประโยคเดียวของตี๋ลี่เสวี่ยก็ทำให้ทุกสายตาที่จับจ้องมาที่มู่หร่วนซีเปลี่ยนไป“นั่นสิ แม่นางมู่ ใบหน้ารูปโฉมนับว่าเป็นสิ่งสำคัญสำหรับแม่นางอย่างเรา มีผู้ใดบ้างที่คิดจะทำลายรูปโฉมของตนเองเช่นนี้” ฉินซื่อแย้งขึ้น ราวกับต้องการปกป้องบุตรีอนุของตนด้วยความรักและเมตตาเจิ่ง

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-19
  • คุณหนูสลับร่างของท่านโหวน้อย   บทที่ 96

    ท่ามกลางความมืดมิดของคืนเดือนดับ ณ อารามร้างหลังเขาที่ถูกทิ้งให้รกร้างจนเถาวัลย์พันเกี่ยวรอบเสาผุพัง เสียงหริ่งหรีดเรไรที่เคยดังระงมกลับเงียบหายไปอย่างผิดปกติ เหลือเพียงเสียงลมหวีดหวิวที่พัดผ่านรอยแตกของบานหน้าต่างไม้เสียงล้อเกวียนบดทับเศษกิ่งไม้แห้งดัง กรอบแกรบ ใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ชายฉกรร

    last updateDernière mise à jour : 2026-04-03
  • คุณหนูสลับร่างของท่านโหวน้อย   บทที่ 35

    ณ จวนเหรินอี้โหวในยามซื่อ รถม้าของหอประมูลเทียนจี๋ก็มาจอดลงตรงหน้าจวนเหรินอี้โหว พร้อมด้วยขบวนของกำนัลที่จัดเตรียมมาหวังไป๋เจวี๋ย หัวหน้าตระกูลหวัง ผู้เป็นเจ้าของหอประมูลเทียนจี๋ ก้าวลงมาจากรถม้าเป็นคนแรก ก่อนจะตามมาด้วยหวังซื่อหลัน แต่กลับไร้ซึ่งวี่แววของมู่หร่วนซี คนก่อเหตุสาวใช

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-19
Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status