Compartilhar

บทที่ 10

last update Data de publicação: 2026-10-21 22:30:29

“ข้ายังไม่ได้กล่าวหาใคร” หลิงหนานหันไปมองนาง “แต่หากเจ้าร้อนตัวถึงเพียงนี้ ข้าก็เริ่มสงสัยแล้ว”

“เจ้า!” เหวยมี่หน้าแดงจัด

“พอได้แล้ว!” เจินจี้ตบที่วางแขนเก้าอี้ นางจ้องหลิงหนานอย่างเย็นชา “ข้าเป็นภรรยาของบิดาเจ้า ย่อมมีสิทธิ์ดูแลทรัพย์สินของสามี!”

“ข้าไม่ได้ปฏิเสธสิทธิ์ของฮูหยินแต่การดูแลกับการเป็นเจ้าของไม่ใช่เรื่องเดียวกัน” หลิงหนานตอบอย่างสงบ

คำพูดนั้นทำให้บ่าวรับใช้หลายคนแอบมองหน้ากัน

หลิงหนานพูดต่อ “หากบิดามอบหมายให้ฮูหยินดูแลกิจการแทนข้า ข้าย่อมขอบคุณ แต่ข้าจำเป็นต้องทราบด้วยว่าทรัพย์สินส่วนใดเป็นของใคร และฮูหยินได้รับมอบอำนาจไว้เพียงใด”

เจินจี้รู้สึกเหมือนถูกบีบให้ถอยทีละก้าว นางพยายามเปลี่ยนเรื่อง

“เจ้าคิดว่าการค้าขายเป็นเรื่องง่ายหรือ! เจ้าเป็นเพียงหญิงสาวที่ไม่เคยดูแลร้านค้า จะรู้อะไรเกี่ยวกับบัญชีและเงินทอง!”

หลิงหนานเกือบหัวเราะ หากเจินจี้รู้ว่าคนที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้าเคยบริหารบริษัทสิ่งทอที่มีมูลค่าหลายร้อยล้านหยวน ไม่รู้จะมีสีหน้าอย่างไรแต่เธอไม่มีความจำเป็นต้องพูดเรื่องที่ไม่มีใครเชื่อ

“ข้าจะดูแลกิจการได้หรือไม่ เป็นเรื่องที่ต้องพิสูจน์”

“เจ้าคิดว่าตัวเองเก่งนักหรือ”

“อย่างน้อยข้าก็รู้ว่าควรเริ่มจากการตรวจสอบเอกสาร”

เจินจี้อ้าปากจะตอบ แต่หลิงหนานพูดขึ้นก่อน “หากพินัยกรรมสูญหายจริง พรุ่งนี้ข้าจะไปที่ว่าการ”

ทั้งห้องเงียบลงทันที เจินจี้ชะงัก

“เจ้าจะไปทำอะไร!”

“ขอให้ทางการตรวจสอบสิทธิ์ในมรดกของบิดา” หลิงหนานตอบชัดถ้อยชัดคำ “หากบิดาเคยให้ผู้เขียนสัญญาหรือผู้ใหญ่ในเมืองเป็นพยาน ย่อมต้องมีคนจำรายละเอียดได้ และหากเคยยื่นสำเนาเอกสารไว้ ข้าก็จะขอตรวจสอบตามขั้นตอน”

ความจริงแล้วหลิงหนานยังไม่รู้ว่าระบบเอกสารในยุคนี้เป็นอย่างไรแต่จากประสบการณ์ทำธุรกิจ เธอรู้ดีว่าสัญญาสำคัญมักมีผู้เกี่ยวข้องมากกว่าหนึ่งคน โดยเฉพาะเอกสารที่ใช้แบ่งทรัพย์สินจำนวนมหาศาล ต่อให้ไม่มีสำเนาอยู่ที่ที่ว่าการ ก็ยังอาจมีพยาน ผู้เขียนเอกสาร หรือสมุดทะเบียนทรัพย์สินให้สืบค้นและที่สำคัญที่สุด เธอต้องการดูปฏิกิริยาของเจินจี้ ผลที่ได้รับไม่ทำให้ผิดหวัง ใบหน้าของแม่เลี้ยงเปลี่ยนสีทันที

“เจ้ากล้าเอาเรื่องภายในครอบครัวไปให้คนนอกตัดสินหรือ!”

“หากคนในครอบครัวตกลงกันไม่ได้ ก็ต้องหาคนกลางเจ้าค่ะ”

“เจ้าต้องการทำให้ชื่อเสียงสกุลหูเสียหายหรือ!”

“ข้าต้องการปกป้องสิ่งที่บิดาทิ้งไว้” หลิงหนานหยุดเล็กน้อย “หากทุกอย่างถูกต้องตามพินัยกรรม ข้าก็ไม่มีเหตุผลต้องโต้แย้ง”

เจินจี้จ้องหญิงสาวอย่างไม่อยากเชื่อ คำพูดทุกประโยคของหลิงหนานดูสุภาพ แต่กลับทำให้นางหาทางตอบโต้ได้ยาก ยิ่งไปกว่านั้น หากเรื่องนี้ไปถึงที่ว่าการจริง อาจมีคนขุดคุ้ยบัญชีทรัพย์สินที่นางไม่ต้องการให้ใครเห็น

“เจ้าจะไปที่ว่าการไม่ได้!” เจินจี้หลุดปากออกมา

“เพราะเหตุใดเจ้าคะ” หลิงหนานหรี่ตาลงเล็กน้อย

“เพราะข้าไม่อนุญาต!”

“ถ้าเช่นนั้นฮูหยินก็นำพินัยกรรมมาให้ข้าดูเถอะ”

“ข้าบอกแล้วว่ามันหายไป!”

“หากหายไป ข้าก็ต้องให้ทางการช่วยตรวจสอบ”

เจินจี้นิ่งค้าง นางเพิ่งรู้ตัวว่าถูกหลิงหนานบีบให้เลือกเพียงสองทาง ไม่ว่าจะเลือกทางใด เรื่องพินัยกรรมก็ไม่อาจถูกปิดบังต่อไปได้ง่าย ๆ

เหวยมี่เห็นมารดาเงียบไปนานจึงรีบเดินเข้ามา “ท่านแม่ อย่าไปฟังนางเลยเจ้าค่ะ นางเพียงข่มขู่เท่านั้น”

“ถ้าเจ้าคิดว่าข้าข่มขู่ พรุ่งนี้ก็ลองดูได้” หลิงหนานหันไปมอง

“เจ้ากล้าหรือ!”

“เหตุใดจะไม่กล้า”

“ท่านแม่เลี้ยงดูเจ้ามาตั้งหลายปี!”

“เช่นนั้นข้าขอถามเจ้าหน่อย” หลิงหนานมองเหวยมี่อย่างพิจารณา

“อะไร!”

“เจ้ารู้หรือไม่ว่าเรือนชิงหลันที่เจ้าอาศัยอยู่เคยเป็นเรือนของใคร”

เหวยมี่ชะงัก “ก็…”

“เป็นเรือนที่บิดาจัดไว้ให้ข้า” หลิงหนานพูดต่อ “แล้วเครื่องประดับในหีบไม้แดงที่อยู่ในห้องนั้นเล่า เจ้ารู้หรือไม่ว่าเป็นของใคร”

เหวยมี่หน้าเปลี่ยนสี “เจ้าพูดเรื่องอะไร!”

“ข้าเพียงถาม หากเจ้าไม่รู้ก็ไม่เป็นไร วันหลังข้าจะตรวจสอบรายการสินเดิมของมารดาข้าอีกครั้ง” หลิงหนานยิ้มบาง ๆ คำว่า สินเดิม ทำให้เจินจี้รีบเงยหน้า

“หูหลิงหนาน! อย่าพูดจาเหลวไหล!”

“ข้ายังไม่ได้กล่าวหาอะไรเลยเจ้าค่ะ” หลิงหนานหันไปมองแม่เลี้ยง นางหยุดเล็กน้อย ก่อนกล่าวต่อ “แต่เมื่อฮูหยินต้องการขับข้าออกจากจวน ข้าก็จำเป็นต้องรู้ว่ามีทรัพย์สินอะไรบ้างที่ข้าสามารถนำติดตัวไปได้”

บ่าวรับใช้ที่ยืนอยู่ด้านหลังเริ่มกระซิบกัน

“คุณหนูใหญ่พูดถูกนะ”

“เมื่อก่อนเรือนชิงหลันเป็นของนางจริง ๆ”

“ข้ายังจำได้ว่านายท่านเคยสั่งให้ช่างทำหีบเครื่องประดับให้นางโดยเฉพาะ”

“เบาเสียงหน่อย!” เสียงกระซิบเหล่านั้นแม้ไม่ดังมาก แต่เจินจี้ได้ยินชัดเจน นางกำมือแน่น

ตลอดสองปีที่ผ่านมา นางใช้ทั้งความกลัวและความอับอายควบคุมหลิงหนานแต่วันนี้หญิงสาวกลับทำให้บ่าวรับใช้เริ่มนึกถึงฐานะที่แท้จริงของนาง หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป อำนาจที่เจินจี้สร้างขึ้นอาจสั่นคลอน

“พอแล้ว!” เจินจี้ตวาด

ทุกคนเงียบลงทันที

นางหันไปสั่งป้าหวัง “พาบ่าวรับใช้ทั้งหมดออกไปก่อน!”

“เจ้าค่ะ ฮูหยิน” ป้าหวังรีบรับคำ

บ่าวรับใช้ทยอยออกจากห้อง เสี่ยวชิงกำลังจะเดินตาม แต่หลิงหนานยกมือห้าม

“เสี่ยวชิงอยู่กับข้า”

เจินจี้ถลึงตา “ข้าบอกให้ออกไป!”

หลิงหนานตอบอย่างสงบ “เสี่ยวชิงเป็นสาวใช้ของข้า หากฮูหยินต้องการพูดเรื่องทรัพย์สินของบิดา ข้าก็ควรมีคนอยู่เป็นพยานเช่นกัน”

“เจ้ากลัวข้าทำอะไรหรือ!”

“ข้าเพียงต้องการให้ทุกอย่างชัดเจน”

เจินจี้จ้องนางอยู่ครู่หนึ่งสุดท้ายจึงสะบัดแขนเสื้อแล้วกลับไปนั่ง “ตามใจเจ้า!”

Continue a ler este livro gratuitamente
Escaneie o código para baixar o App

Último capítulo

  • คุณหนูหู ไยจึงเป็นแค่คนใช้   บทที่ 25

    “นั้นสิ” นางพึมพำ“เจ้าจะตั้งชื่อให้ข้าหรือ” ชายหนุ่มมองนาง“ถ้าท่านไม่รังเกียจ” หลิงหนานยิ้มเขานิ่งคิดก่อนตอบ “ตามใจเจ้า”หลิงหนานวางผ้าสะอาดลง นางมองใบหน้าคมคายของชายหนุ่มอย่างพิจารณา เขาดูเป็นคนหยิ่งทะนง แม้ความทรงจำหายไป แต่ท่าทางและน้ำเสียงยังมีความเด็ดขาดอย่างประหลาด จะตั้งชื่อธรรมดาเกินไปก็ดูไม่เหมาะ แต่หากตั้งชื่อสูงส่งเกินไปก็อาจฟังแปลก หลิงหนานครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนสายตาจะเหลือบไปเห็นแสงอาทิตย์ยามเย็นที่ส่องผ่านหน้าต่างลมอ่อนพัดเข้ามา ทำให้ม่านผ้าสีขาวขยับเบา ๆ นางนึกถึงความหมายของคำว่า เซียง ที่อาจสื่อถึงความเป็นมงคล ชายคนนี้ปรากฏตัวในวันที่นางเกือบเสียชีวิต แม้เขาจะได้รับบาดเจ็บ แต่การพบกันครั้งนั้นก็ทำให้นางมีโอกาสกลับมามีชีวิตอีกครั้ง หากมองในอีกแง่หนึ่ง เขาอาจเป็นโชคดีท่ามกลางเคราะห์ร้ายของนาง“ข้าคิดออกแล้ว” หลิงหนานกล่าวชายหนุ่มเงยหน้า “ชื่ออะไร”นางยิ้มกว้างขึ้นเล็กน้อย “อาเซียง”เขาขมวดคิ้ว “อาเซียง?”

  • คุณหนูหู ไยจึงเป็นแค่คนใช้   บทที่ 24

    ชายหนุ่มมองนางอยู่ครู่หนึ่งก่อนถามอีกครั้ง “เจ้าไม่กลัวว่าข้าจะเป็นคนไม่ดีหรือ”หลิงหนานหัวเราะเบา ๆ “เสี่ยวชิงก็ถามข้าเช่นนี้ ข้าไม่รู้ว่าท่านเป็นคนดีหรือไม่”ชายหนุ่มเลิกคิ้วหลิงหนานพูดต่อ “แต่ข้ารู้ว่าท่านช่วยข้าไว้” นางหยุดเล็กน้อย “หากวันหนึ่งพบว่าท่านเป็นคนไม่ดีจริง ๆ ข้าค่อยไล่ท่านออกไปก็ยังไม่สาย”“เจ้าพูดจาตรงดี” ชายหนุ่มชะงักก่อนมุมปากจะยกขึ้นเล็กน้อย“ข้าถือว่าเป็นคำชม”เขามองนางอีกครั้ง แววตาที่เคยระแวดระวังเริ่มอ่อนลงเล็กน้อยแต่เมื่อมองไปรอบห้อง ความสับสนก็กลับมาอีกครั้ง“แล้วข้าจะไปที่ไหน”หลิงหนานนิ่งไป คำถามนั้นตอบยากกว่าที่คิด ชายหนุ่มไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร ไม่รู้ว่ามาจากไหน และไม่มีใครรู้ว่าคนที่กำลังตามหาเขาเป็นมิตรหรือศัตรู หากปล่อยให้ออกไปในสภาพเช่นนี้ อาจเกิดอันตรายอีก“ตอนนี้ท่านยังไปไหนไม่ได้” นางตอบ“เหตุใด” ชายหนุ่มขมวดคิ้วทันที“เพราะท่านบาดเจ็บ”“แ

  • คุณหนูหู ไยจึงเป็นแค่คนใช้   บทที่ 23

    หลิงหนานหันมามองแล้วส่งยิ้มบาง ๆ “ข้าไม่ได้จะเฝ้าเขาตลอดทั้งคืน เจ้าพักก่อน อีกสักพักเราค่อยผลัดกัน”เด็กสาวจึงยอมไปเอนตัวพักบนตั่งเล็กอีกมุมหนึ่งของห้องหลิงหนานหันกลับมามองชายหนุ่ม เขายังคงหลับสนิท ใบหน้าซีดเซียวกว่าเมื่อตอนพบกันกลางป่าแต่ลมหายใจเริ่มสม่ำเสมอขึ้น นางค่อย ๆ วางผ้าสะอาดลง“ท่านนี่ช่างทำให้คนอื่นลำบากจริง ๆ ข้ากำลังยุ่งกับเรื่องพินัยกรรมอยู่แท้ ๆ” เสียงของนางเบามากไม่มีคำตอบหลิงหนานถอนหายใจ “แต่จะโทษท่านก็ไม่ได้ หากไม่มีท่าน ข้าคงไม่ได้กลับมานั่งบ่นอยู่ตรงนี้”ความทรงจำตอนที่ชายหนุ่มพุ่งเข้ามาขวางคมดาบย้อนกลับมา นางยังจำแววตาของเขาในตอนนั้นได้ เย็นชา เด็ดขาด และไม่ลังเลแม้แต่น้อย ทั้งที่ตัวเองบาดเจ็บอยู่ก่อนแล้ว หลิงหนานไม่เข้าใจว่าคนคนหนึ่งจะยอมเสี่ยงชีวิตช่วยคนแปลกหน้าได้อย่างไรในโลกเดิม เธอพบผู้คนมากมายที่เข้าหาเพราะผลประโยชน์ บางคนยิ้มต่อหน้า แต่พร้อมหักหลังทันทีที่มีโอกาส เธอจึงเรียนรู้ว่าการไว้ใจใครสักคนไม่ใช่เรื่องง่าย ทว่าชายหนุ่มคนนี้กลับช่วยชีวิตเธอโดยไม่รู้แม้แต่ชื่อ

  • คุณหนูหู ไยจึงเป็นแค่คนใช้   บทที่ 22

    หลิงหนานมองแม่เลี้ยงอย่างพิจารณา เมื่อครู่เจินจี้กล่าวว่าเป็นห่วงชื่อเสียงแต่กลับไม่ยอมให้ส่งคนบาดเจ็บไปโรงหมอ ดูเหมือนอีกฝ่ายไม่ได้ต้องการแก้ปัญหา เพียงต้องการหาข้ออ้างลงโทษนางเท่านั้น“ถ้าเช่นนั้นฮูหยินต้องการให้ข้าทำอย่างไร” หลิงหนานถามเจินจี้เงียบไปครู่หนึ่งก่อนกล่าวเสียงแข็ง “ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เจ้าห้ามออกจากเรือนเล็กโดยไม่ได้รับอนุญาต!”เสี่ยวชิงเบิกตากว้าง “ฮูหยินเจ้าคะ!”“ส่วนบุรุษผู้นั้นก็ห้ามออกจากบริเวณเรือนเช่นกัน!”“เขายังไม่ได้สติ จะออกไปไหนได้เจ้าคะ” หลิงหนานขมวดคิ้วเหวยมี่หัวเราะเยาะ “เจ้าก็พูดเก่งนัก!”เจินจี้ชี้หน้าหลิงหนาน “ข้าจะให้คนเฝ้าประตูเรือน หากเจ้ายังกล้าฝ่าฝืน ข้าจะส่งเรื่องนี้ให้ผู้ใหญ่ในตระกูลตัดสิน!”“แล้วหมอเล่าเจ้าคะ” หลิงหนานมองนางนิ่ง“เจ้าพูดเรื่องอะไร”“ท่านจะให้หมอเข้ามารักษาเขาหรือไม่”“หมอเข้ามาได้เพียงครั้งนี้” เจินจี้เม้มปาก นางไม

  • คุณหนูหู ไยจึงเป็นแค่คนใช้   บทที่ 21

    เหวยมี่รีบหันมองประตู เมื่อเห็นว่าไม่มีใครอยู่ใกล้จึงลดเสียงลง “ข้าเพียงคิดว่าอีกไม่นานพวกเราก็ไม่ต้องเห็นหน้านางอีกแล้ว”เจินจี้ไม่ได้ตอบ นางยกถ้วยชาขึ้นจิบแต่ยังไม่ทันแตะริมฝีปาก เสียงฝีเท้าเร่งรีบก็ดังมาจากด้านนอก“ฮูหยินเจ้าคะ! มีเรื่องใหญ่แล้วเจ้าค่ะ!” บ่าวหญิงคนหนึ่งวิ่งเข้ามาคุกเข่า“เกิดอะไรขึ้น” เจินจี้วางถ้วยชาลงทันที“คุณหนูใหญ่กลับมาแล้วเจ้าค่ะ!”“เจ้าว่าอะไรนะ!” ถ้วยชาในมือเจินจี้หลุดกระแทกโต๊ะ น้ำชาร้อนหกเปื้อนแขนเสื้อ แต่นางกลับไม่รู้สึกเจ็บ“คุณหนูใหญ่กลับมาถึงจวนแล้วเจ้าค่ะ”เหวยมี่ลุกพรวด “เป็นไปไม่ได้!”“จริง ๆ เจ้าค่ะ ตอนนี้คุณหนูกำลังให้คนพาบุรุษแปลกหน้าเข้าไปในเรือนเล็ก” บ่าวหญิงสะดุ้งเจินจี้นิ่งค้าง กลับมาแล้ว? หูหลิงหนานยังมีชีวิตอยู่? แล้วเถาหู่เล่า คนที่รับเงินไปห้าร้อยตำลึงทำอะไรอยู่!“นางกลับมากับใคร” เจินจี้ถามเสียงแข็ง “เสี่ยวชิง อาหลิว และอาซานเจ้าค่ะ แต่ทุกคนมีรอยบาดเจ็

  • คุณหนูหู ไยจึงเป็นแค่คนใช้   บทที่ 20

    ทุกคนชะงักอาหลิวรีบพูด “คุณหนูขอรับ เขาเป็นใครก็ไม่รู้ หากพากลับจวนอาจมีปัญหาได้”เสี่ยวชิงเองก็ลังเล “จริงเจ้าค่ะ อีกอย่างฮูหยินคงไม่ยอมให้บุรุษแปลกหน้าเข้ามาอยู่ในจวน”หลิงหนานมองชายหนุ่มที่นอนหมดสติ นางรู้ดีว่าการพาคนแปลกหน้ากลับไปอาจทำให้เจินจี้มีข้ออ้างกลั่นแกล้งอีกแต่หากทิ้งเขาไว้กลางป่าในสภาพเช่นนี้ โอกาสรอดชีวิตคงน้อยมาก ชายคนนี้เสี่ยงชีวิตช่วยนาง ทั้งที่ตัวเองได้รับบาดเจ็บอยู่ก่อนแล้ว หากไม่มีเขา วันนี้นางกับเสี่ยวชิงอาจถูกโจรฆ่าตายไปแล้ว นางไม่อาจทอดทิ้งผู้มีพระคุณได้“ข้าจะรับผิดชอบเอง” หลิงหนานกล่าวหนักแน่นอาหลิวมีสีหน้าลำบากใจ “แต่คุณหนู…”“เขาช่วยชีวิตพวกเรา” หากปล่อยให้เขาตายอยู่ตรงนี้ พวกเจ้าจะสบายใจหรือ” นางมองบ่าวชายทั้งสองอาหลิวกับอาซานเงียบลงทันทีหลิงหนานหันกลับไปมองชายหนุ่ม นางใช้ผ้าสะอาดอีกผืนช่วยห้ามเลือด ก่อนบอกให้ทุกคนเตรียมรถม้า“อาหลิว ไปดูว่ารถม้ายังใช้ได้หรือไม่”“ขอรับ”“อ

Mais capítulos
Explore e leia bons romances gratuitamente
Acesso gratuito a um vasto número de bons romances no app GoodNovel. Baixe os livros que você gosta e leia em qualquer lugar e a qualquer hora.
Leia livros gratuitamente no app
ESCANEIE O CÓDIGO PARA LER NO APP
DMCA.com Protection Status