Compartilhar

บทที่ 9

last update Data de publicação: 2026-10-21 21:30:10

“หูหลิงหนาน!” เสียงของนางดังขึ้นจนทุกคนสะดุ้ง “เจ้าคิดว่าตัวเองมีสิทธิ์มาสั่งสอนข้าอย่างนั้นหรือ!”

หลิงหนานสบตานาง “ข้าไม่ได้สั่งสอนใครเจ้าค่ะ”

“แล้วเจ้ากำลังทำอะไร!”

“ข้ากำลังปกป้องตัวเอง”

คำตอบนั้นทำให้เจินจี้นิ่งไปชั่วขณะ

หลิงหนานกล่าวต่อ “เมื่อก่อนข้าอาจยอมรับผิดทั้งที่ไม่ได้ทำ แต่ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ข้าจะไม่ยอมอีกแล้ว”

เหวยมี่หันไปจับแขนมารดา “ท่านแม่! ท่านดูนางสิ!”

เจินจี้สะบัดแขนบุตรสาวออก นางจ้องหลิงหนานด้วยแววตาเย็นชา “เจ้าคงลืมไปแล้วว่าใครเป็นคนเลี้ยงดูเจ้า!”

หลิงหนานตอบทันที “ข้าไม่เคยลืมว่าบิดาข้าคือหูเต๋อเมิ่ง”

ใบหน้าของเจินจี้แข็งค้าง

“และข้าก็ไม่เคยลืมว่าจวนหลังนี้เป็นของตระกูลหู”

เสียงกระซิบดังขึ้นจากกลุ่มบ่าวรับใช้ เจินจี้รู้สึกเหมือนถูกตบหน้าต่อหน้าทุกคน หลิงหนานไม่ได้หยุดเพียงเท่านั้น

“ข้าเป็นบุตรสาวคนโตของบิดา ไม่ใช่บ่าวรับใช้ของใคร หากฮูหยินต้องการให้ข้าช่วยงานในจวน ข้าสามารถช่วยได้ตามสมควร แต่จะให้ข้าถูกใช้งาน ถูกกล่าวหา และถูกลงโทษโดยไม่มีเหตุผลอีก ข้าไม่ยอม”

เสี่ยวชิงยืนฟังอยู่ด้านหลังด้วยหัวใจเต้นแรง นางทั้งกลัวและภูมิใจในเวลาเดียวกัน คุณหนูของนางกำลังทวงคืนศักดิ์ศรีที่ถูกเหยียบย่ำมานาน

“ดี!” เจินจี้หายใจแรง นางหัวเราะเย็นชา “ในเมื่อเจ้าคิดว่าตัวเองเก่งกาจนัก ก็ไม่จำเป็นต้องอยู่ใต้ชายคาข้าอีก!”

หลิงหนานมองนางอย่างสงบ “ฮูหยินหมายความว่าอย่างไรเจ้าคะ”

เจินจี้ตบโต๊ะดังสนั่น

ปัง!

ถ้วยชาสั่นจนฝาปิดกระทบกันเสียงดัง บ่าวรับใช้ทุกคนสะดุ้งพร้อมกัน เจินจี้ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนชี้หน้าหลิงหนานด้วยความโกรธ

“หูหลิงหนาน! ในเมื่อเจ้าไม่ยอมเชื่อฟังข้า ก็จงออกไปจากจวนนี้เสีย!” นางตะโกนก้องไปทั่วโถง “ข้าจะขับเจ้าออกจากจวนสกุลหู!”

เสี่ยวชิงหน้าซีดเผือด เหวยมี่แสยะยิ้มอย่างสะใจ ส่วนหลิงหนานกลับยืนนิ่ง ไม่มีความหวาดกลัวปรากฏบนใบหน้าแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มุมปากของนางค่อย ๆ ยกขึ้นเล็กน้อย เพราะในที่สุดเจินจี้ก็พูดสิ่งที่เธอรอคอยออกมาแล้ว

ขับเจ้าของจวนออกจากจวนของตัวเองอย่างนั้นหรือ

หลิงหนานมองแม่เลี้ยงด้วยแววตาเย็นเยียบ ดีเหมือนกัน ถ้าอย่างนั้นเรามาดูกันว่าใครกันแน่ที่มีสิทธิ์อยู่ในจวนหลังนี้

เสียงถ้วยชากระทบพื้นดังสนั่นภายในโถงรับรองของจวนสกุลหู บ่าวรับใช้ทุกคนต่างก้มหน้าลงด้วยความหวาดกลัว ไม่มีใครกล้าขยับตัวแม้แต่น้อย หลังจากเจินจี้ประกาศว่าจะขับคุณหนูใหญ่ออกจากจวน

เหวยมี่ซึ่งยืนอยู่ข้างมารดาแอบยิ้มอย่างสะใจ นางรอวันนี้มานานแล้ว หากไม่มีหูหลิงหนานอยู่ในจวนอีกต่อไป ทุกอย่างของตระกูลหูก็จะตกอยู่ในมือมารดา และวันหนึ่งย่อมกลายเป็นของนางกับน้องชายแต่คนที่ควรหวาดกลัวที่สุดกลับยืนสงบนิ่งอยู่กลางห้อง

“ฮูหยินจะขับข้าออกจากจวนจริงหรือเจ้าคะ” หูหลิงหนานมองเศษถ้วยชาบนพื้น ก่อนเงยหน้าขึ้นสบตาเจินจี้ น้ำเสียงของนางราบเรียบจนเจินจี้รู้สึกหงุดหงิด

“เจ้าคิดว่าข้าพูดเล่นหรือ!”

“ข้าเพียงต้องการความชัดเจน”

“ข้าจะให้คนเก็บข้าวของของเจ้าออกไปวันนี้!”

เหวยมี่รีบกล่าวเสริม “ท่านแม่ไม่จำเป็นต้องให้เวลานางเก็บของด้วยซ้ำ เสื้อผ้าเก่า ๆ ของนางมีอยู่ไม่กี่ชุด โยนออกไปพร้อมกันก็สิ้นเรื่อง”

เสี่ยวชิงหน้าซีด “ฮูหยินเจ้าคะ คุณหนูใหญ่ไม่มีที่ไปนะเจ้าคะ!”

“นังบ่าว! ใครอนุญาตให้เจ้าพูด!” ป้าหวังตวาดทันที

เสี่ยวชิงสะดุ้ง แต่ยังยืนอยู่ข้างหลิงหนานไม่ยอมถอย หลิงหนานยกมือขึ้นเล็กน้อยเพื่อห้ามสาวใช้ ก่อนหันกลับไปหาเจินจี้

“ก่อนจะขับข้าออกจากจวน ข้ามีเรื่องหนึ่งอยากถามฮูหยิน”

“ข้าไม่มีอะไรจะพูดกับเจ้าอีก!”

“แล้วพินัยกรรมของบิดาข้าอยู่ที่ไหนเจ้าคะ”

คำถามนั้นทำให้เจินจี้ชะงัก รอยยิ้มบนใบหน้าของเหวยมี่หายไปทันทีแม้แต่ป้าหวังยังเผลอเงยหน้าขึ้น หลิงหนานสังเกตปฏิกิริยาของทุกคนอย่างละเอียด ดูเหมือนคำถามนี้จะตรงจุดไม่น้อย

“เจ้าถามถึงอะไร” เจินจี้พยายามรักษาน้ำเสียงให้เป็นปกติ

“พินัยกรรมที่บิดาข้าทำไว้ก่อนเสียชีวิต”

“ใครบอกเจ้าว่ามีของเช่นนั้น!”

“ข้าได้ยินจากคนเก่าแก่ในจวน” หลิงหนานตอบโดยไม่เปิดเผยชื่อเสี่ยวชิงหรือพ่อบ้านเก่า “บิดาข้าเป็นพ่อค้าที่มีทรัพย์สินมากมาย ทั้งร้านผ้าไหม โกดังสินค้า ที่ดิน และจวนหลังนี้ ข้าไม่เชื่อว่าคนรอบคอบอย่างท่านจะจากไปโดยไม่จัดการเรื่องมรดก”

เจินจี้แค่นเสียง “เจ้ารู้จักบิดาตัวเองดีนักหรือ”

“ข้าอาจจำเรื่องราวบางอย่างได้ไม่ชัด แต่ข้ารู้ว่าบิดาทำการค้ามาหลายสิบปี” หลิงหนานมองนางตรง ๆ “คนที่ทำสัญญาซื้อขายผ้าไหมครั้งละหลายพันพับ ย่อมรู้ความสำคัญของเอกสาร”

เจินจี้กำมือแน่นอยู่ใต้แขนเสื้อ นางไม่คาดคิดว่าหลิงหนานจะพูดเรื่องนี้ขึ้นมา ตลอดสองปีที่ผ่านมา หญิงสาวเคยถามถึงทรัพย์สินของบิดาอยู่บ้าง แต่ทุกครั้งเพียงถูกข่มขู่ก็ยอมถอยทว่าวันนี้กลับแตกต่างออกไป

“พินัยกรรมสูญหายไปแล้ว!” เจินจี้ตอบห้วน ๆ

หลิงหนานเลิกคิ้ว “สูญหายหรือเจ้าคะ”

“ใช่! ตอนนายท่านเสียชีวิต มีคนเข้าออกห้องหนังสือมากมาย เอกสารบางส่วนจึงหายไป”

“แล้วฮูหยินเคยแจ้งที่ว่าการหรือไม่”

“เหตุใดต้องแจ้ง!”

“เพราะเป็นเอกสารเกี่ยวกับทรัพย์สินจำนวนมาก” หลิงหนานตอบทันที “หากพินัยกรรมสูญหายจริง ย่อมต้องมีการตรวจสอบ มิใช่ปล่อยให้คนคนหนึ่งเข้าครอบครองทรัพย์สินทั้งหมดโดยไม่มีหลักฐาน”

เหวยมี่รีบแทรก “หูหลิงหนาน! เจ้ากำลังกล่าวหาท่านแม่ว่าฮุบสมบัติหรือ!”

Continue a ler este livro gratuitamente
Escaneie o código para baixar o App

Último capítulo

  • คุณหนูหู ไยจึงเป็นแค่คนใช้   บทที่ 25

    “นั้นสิ” นางพึมพำ“เจ้าจะตั้งชื่อให้ข้าหรือ” ชายหนุ่มมองนาง“ถ้าท่านไม่รังเกียจ” หลิงหนานยิ้มเขานิ่งคิดก่อนตอบ “ตามใจเจ้า”หลิงหนานวางผ้าสะอาดลง นางมองใบหน้าคมคายของชายหนุ่มอย่างพิจารณา เขาดูเป็นคนหยิ่งทะนง แม้ความทรงจำหายไป แต่ท่าทางและน้ำเสียงยังมีความเด็ดขาดอย่างประหลาด จะตั้งชื่อธรรมดาเกินไปก็ดูไม่เหมาะ แต่หากตั้งชื่อสูงส่งเกินไปก็อาจฟังแปลก หลิงหนานครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนสายตาจะเหลือบไปเห็นแสงอาทิตย์ยามเย็นที่ส่องผ่านหน้าต่างลมอ่อนพัดเข้ามา ทำให้ม่านผ้าสีขาวขยับเบา ๆ นางนึกถึงความหมายของคำว่า เซียง ที่อาจสื่อถึงความเป็นมงคล ชายคนนี้ปรากฏตัวในวันที่นางเกือบเสียชีวิต แม้เขาจะได้รับบาดเจ็บ แต่การพบกันครั้งนั้นก็ทำให้นางมีโอกาสกลับมามีชีวิตอีกครั้ง หากมองในอีกแง่หนึ่ง เขาอาจเป็นโชคดีท่ามกลางเคราะห์ร้ายของนาง“ข้าคิดออกแล้ว” หลิงหนานกล่าวชายหนุ่มเงยหน้า “ชื่ออะไร”นางยิ้มกว้างขึ้นเล็กน้อย “อาเซียง”เขาขมวดคิ้ว “อาเซียง?”

  • คุณหนูหู ไยจึงเป็นแค่คนใช้   บทที่ 24

    ชายหนุ่มมองนางอยู่ครู่หนึ่งก่อนถามอีกครั้ง “เจ้าไม่กลัวว่าข้าจะเป็นคนไม่ดีหรือ”หลิงหนานหัวเราะเบา ๆ “เสี่ยวชิงก็ถามข้าเช่นนี้ ข้าไม่รู้ว่าท่านเป็นคนดีหรือไม่”ชายหนุ่มเลิกคิ้วหลิงหนานพูดต่อ “แต่ข้ารู้ว่าท่านช่วยข้าไว้” นางหยุดเล็กน้อย “หากวันหนึ่งพบว่าท่านเป็นคนไม่ดีจริง ๆ ข้าค่อยไล่ท่านออกไปก็ยังไม่สาย”“เจ้าพูดจาตรงดี” ชายหนุ่มชะงักก่อนมุมปากจะยกขึ้นเล็กน้อย“ข้าถือว่าเป็นคำชม”เขามองนางอีกครั้ง แววตาที่เคยระแวดระวังเริ่มอ่อนลงเล็กน้อยแต่เมื่อมองไปรอบห้อง ความสับสนก็กลับมาอีกครั้ง“แล้วข้าจะไปที่ไหน”หลิงหนานนิ่งไป คำถามนั้นตอบยากกว่าที่คิด ชายหนุ่มไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร ไม่รู้ว่ามาจากไหน และไม่มีใครรู้ว่าคนที่กำลังตามหาเขาเป็นมิตรหรือศัตรู หากปล่อยให้ออกไปในสภาพเช่นนี้ อาจเกิดอันตรายอีก“ตอนนี้ท่านยังไปไหนไม่ได้” นางตอบ“เหตุใด” ชายหนุ่มขมวดคิ้วทันที“เพราะท่านบาดเจ็บ”“แ

  • คุณหนูหู ไยจึงเป็นแค่คนใช้   บทที่ 23

    หลิงหนานหันมามองแล้วส่งยิ้มบาง ๆ “ข้าไม่ได้จะเฝ้าเขาตลอดทั้งคืน เจ้าพักก่อน อีกสักพักเราค่อยผลัดกัน”เด็กสาวจึงยอมไปเอนตัวพักบนตั่งเล็กอีกมุมหนึ่งของห้องหลิงหนานหันกลับมามองชายหนุ่ม เขายังคงหลับสนิท ใบหน้าซีดเซียวกว่าเมื่อตอนพบกันกลางป่าแต่ลมหายใจเริ่มสม่ำเสมอขึ้น นางค่อย ๆ วางผ้าสะอาดลง“ท่านนี่ช่างทำให้คนอื่นลำบากจริง ๆ ข้ากำลังยุ่งกับเรื่องพินัยกรรมอยู่แท้ ๆ” เสียงของนางเบามากไม่มีคำตอบหลิงหนานถอนหายใจ “แต่จะโทษท่านก็ไม่ได้ หากไม่มีท่าน ข้าคงไม่ได้กลับมานั่งบ่นอยู่ตรงนี้”ความทรงจำตอนที่ชายหนุ่มพุ่งเข้ามาขวางคมดาบย้อนกลับมา นางยังจำแววตาของเขาในตอนนั้นได้ เย็นชา เด็ดขาด และไม่ลังเลแม้แต่น้อย ทั้งที่ตัวเองบาดเจ็บอยู่ก่อนแล้ว หลิงหนานไม่เข้าใจว่าคนคนหนึ่งจะยอมเสี่ยงชีวิตช่วยคนแปลกหน้าได้อย่างไรในโลกเดิม เธอพบผู้คนมากมายที่เข้าหาเพราะผลประโยชน์ บางคนยิ้มต่อหน้า แต่พร้อมหักหลังทันทีที่มีโอกาส เธอจึงเรียนรู้ว่าการไว้ใจใครสักคนไม่ใช่เรื่องง่าย ทว่าชายหนุ่มคนนี้กลับช่วยชีวิตเธอโดยไม่รู้แม้แต่ชื่อ

  • คุณหนูหู ไยจึงเป็นแค่คนใช้   บทที่ 22

    หลิงหนานมองแม่เลี้ยงอย่างพิจารณา เมื่อครู่เจินจี้กล่าวว่าเป็นห่วงชื่อเสียงแต่กลับไม่ยอมให้ส่งคนบาดเจ็บไปโรงหมอ ดูเหมือนอีกฝ่ายไม่ได้ต้องการแก้ปัญหา เพียงต้องการหาข้ออ้างลงโทษนางเท่านั้น“ถ้าเช่นนั้นฮูหยินต้องการให้ข้าทำอย่างไร” หลิงหนานถามเจินจี้เงียบไปครู่หนึ่งก่อนกล่าวเสียงแข็ง “ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เจ้าห้ามออกจากเรือนเล็กโดยไม่ได้รับอนุญาต!”เสี่ยวชิงเบิกตากว้าง “ฮูหยินเจ้าคะ!”“ส่วนบุรุษผู้นั้นก็ห้ามออกจากบริเวณเรือนเช่นกัน!”“เขายังไม่ได้สติ จะออกไปไหนได้เจ้าคะ” หลิงหนานขมวดคิ้วเหวยมี่หัวเราะเยาะ “เจ้าก็พูดเก่งนัก!”เจินจี้ชี้หน้าหลิงหนาน “ข้าจะให้คนเฝ้าประตูเรือน หากเจ้ายังกล้าฝ่าฝืน ข้าจะส่งเรื่องนี้ให้ผู้ใหญ่ในตระกูลตัดสิน!”“แล้วหมอเล่าเจ้าคะ” หลิงหนานมองนางนิ่ง“เจ้าพูดเรื่องอะไร”“ท่านจะให้หมอเข้ามารักษาเขาหรือไม่”“หมอเข้ามาได้เพียงครั้งนี้” เจินจี้เม้มปาก นางไม

  • คุณหนูหู ไยจึงเป็นแค่คนใช้   บทที่ 21

    เหวยมี่รีบหันมองประตู เมื่อเห็นว่าไม่มีใครอยู่ใกล้จึงลดเสียงลง “ข้าเพียงคิดว่าอีกไม่นานพวกเราก็ไม่ต้องเห็นหน้านางอีกแล้ว”เจินจี้ไม่ได้ตอบ นางยกถ้วยชาขึ้นจิบแต่ยังไม่ทันแตะริมฝีปาก เสียงฝีเท้าเร่งรีบก็ดังมาจากด้านนอก“ฮูหยินเจ้าคะ! มีเรื่องใหญ่แล้วเจ้าค่ะ!” บ่าวหญิงคนหนึ่งวิ่งเข้ามาคุกเข่า“เกิดอะไรขึ้น” เจินจี้วางถ้วยชาลงทันที“คุณหนูใหญ่กลับมาแล้วเจ้าค่ะ!”“เจ้าว่าอะไรนะ!” ถ้วยชาในมือเจินจี้หลุดกระแทกโต๊ะ น้ำชาร้อนหกเปื้อนแขนเสื้อ แต่นางกลับไม่รู้สึกเจ็บ“คุณหนูใหญ่กลับมาถึงจวนแล้วเจ้าค่ะ”เหวยมี่ลุกพรวด “เป็นไปไม่ได้!”“จริง ๆ เจ้าค่ะ ตอนนี้คุณหนูกำลังให้คนพาบุรุษแปลกหน้าเข้าไปในเรือนเล็ก” บ่าวหญิงสะดุ้งเจินจี้นิ่งค้าง กลับมาแล้ว? หูหลิงหนานยังมีชีวิตอยู่? แล้วเถาหู่เล่า คนที่รับเงินไปห้าร้อยตำลึงทำอะไรอยู่!“นางกลับมากับใคร” เจินจี้ถามเสียงแข็ง “เสี่ยวชิง อาหลิว และอาซานเจ้าค่ะ แต่ทุกคนมีรอยบาดเจ็

  • คุณหนูหู ไยจึงเป็นแค่คนใช้   บทที่ 20

    ทุกคนชะงักอาหลิวรีบพูด “คุณหนูขอรับ เขาเป็นใครก็ไม่รู้ หากพากลับจวนอาจมีปัญหาได้”เสี่ยวชิงเองก็ลังเล “จริงเจ้าค่ะ อีกอย่างฮูหยินคงไม่ยอมให้บุรุษแปลกหน้าเข้ามาอยู่ในจวน”หลิงหนานมองชายหนุ่มที่นอนหมดสติ นางรู้ดีว่าการพาคนแปลกหน้ากลับไปอาจทำให้เจินจี้มีข้ออ้างกลั่นแกล้งอีกแต่หากทิ้งเขาไว้กลางป่าในสภาพเช่นนี้ โอกาสรอดชีวิตคงน้อยมาก ชายคนนี้เสี่ยงชีวิตช่วยนาง ทั้งที่ตัวเองได้รับบาดเจ็บอยู่ก่อนแล้ว หากไม่มีเขา วันนี้นางกับเสี่ยวชิงอาจถูกโจรฆ่าตายไปแล้ว นางไม่อาจทอดทิ้งผู้มีพระคุณได้“ข้าจะรับผิดชอบเอง” หลิงหนานกล่าวหนักแน่นอาหลิวมีสีหน้าลำบากใจ “แต่คุณหนู…”“เขาช่วยชีวิตพวกเรา” หากปล่อยให้เขาตายอยู่ตรงนี้ พวกเจ้าจะสบายใจหรือ” นางมองบ่าวชายทั้งสองอาหลิวกับอาซานเงียบลงทันทีหลิงหนานหันกลับไปมองชายหนุ่ม นางใช้ผ้าสะอาดอีกผืนช่วยห้ามเลือด ก่อนบอกให้ทุกคนเตรียมรถม้า“อาหลิว ไปดูว่ารถม้ายังใช้ได้หรือไม่”“ขอรับ”“อ

Mais capítulos
Explore e leia bons romances gratuitamente
Acesso gratuito a um vasto número de bons romances no app GoodNovel. Baixe os livros que você gosta e leia em qualquer lugar e a qualquer hora.
Leia livros gratuitamente no app
ESCANEIE O CÓDIGO PARA LER NO APP
DMCA.com Protection Status