Masukอีกฝ่ายกระแอม “ท่านรู้หรือไม่ว่าช่วงนี้ข้าปวดศีรษะยิ่ง อาจารย์ไม่เพียงไม่ยอมส่งบุตรสาวเข้าวังยังวางยานางด้วย ตอนนี้ข่าวลือข้างนอกนั่นไม่รู้ว่าพูดกันไปถึงที่ใดแล้ว!”
“เป็นฝีมืออาจารย์จริงๆ เสียด้วย” เขาถอนหายใจออกมา “ตระกูลลั่วคงมิใช่โกรธจนกระอักเลือดเลยกระมัง”
“ก็จริง ปีนั้นเพราะพวกเขาสมคบกับเสด็จแม่ ทำให้ทรง...”
“ฝ่าบาท...” เขาเตือน “กระหม่อมเคยเตือนแล้วว่าไม่ควรเอ่ยถึงเรื่องในอดีต”
“อ้อ”
หลี่เหวินหรงมองอนุชาที่มีฐานะเหนือคนนับหมื่น แม้อายุน้อยกว่าเขาถึงสี่ปี แต่ใบหน้ากลับมีริ้วรอยของความเคร่งเครียด ใจของเขาอ่อนยวบ “ฝ่าบาท ตำหนักฝู่เซินยังว่างอยู่หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”
“ว่าง!!!” ดูดวงตาเป็นประกายนั่นสิ
ชายหนุ่มหัวเราะ “ชัดเจนเกินไปกระมัง”
ฮ่องเต้แคว้นต้าฉีเหตุใดจึงดูเหมือนเด็กถูกทอดทิ้งเช่นนี้ “กระหม่อมคิดจะรั้งอยู่ดูการสอบก้งซื่อสักหน่อย จะทรงประกาศก็ได้ว่ากระหม่อมกลับเมืองหลวงมาแล้ว บางทีเรื่องวุ่นวายนี้อาจสงบลงชั่วคราว”
“ตกลงตามนี้!!!”
มองส่งเชษฐาไปยังตำหนักฝู่เซิน รอยยิ้มของหลี่หยวนหลงหายวับไปทันที เขามองแผ่นหลังของอีกฝ่ายด้วยดวงตาแดงก่ำ เชษฐาที่เคยองอาจแข็งแกร่งของเขา คนที่เคยเป็นทุกอย่างของเขา ปกป้อง คุ้มครอง ดูแล คอยตามใจ บัดนี้กลับกลายเป็นชายหนุ่มที่ผอมบางราวกับบัณฑิตที่ไม่มีแรงแม้แต่จะฆ่าไก่
สาเหตุน่ะหรือ...ล้วนเป็นเพราะเขาทั้งสิ้น
“หากวันนั้นข้าไม่ยอมทำตามที่เขาร้องขอ หากข้ายอมให้ไทเฮา...”
“ฝ่าบาท!!” ขันทีคุกเข่าลงทันที
หลี่หยวนหลงยิ้มขื่น “ข้าเพียงบอกว่า ‘หากวันนั้น’ อย่างไรเสียก็ย้อนกลับไปไม่ได้แล้ว ที่ข้าทำได้คือทำตามที่เขาขอให้ข้าทำจนถึงที่สุด ภาระที่เขาไม่ต้องการแบกรับนี้ข้าจะทำเอง”
กล่าวจบก็หันกลับไปยังหนังสือราชการที่วางกองกันอยู่ ใบหน้าของเขากลับมาเคร่งขรึมจริงจัง ราวกับเมื่อครู่เป็นเพียงภาพลวงตาที่ไม่เคยเกิดขึ้น
ในเมืองหลวงเต็มไปด้วยเหล่าบัณฑิตเพราะการสอบ ความครึกครื้นทำให้เซี่ยอันเหยาอดไม่ได้ที่จะขอออกมาข้างนอกพร้อมมารดา ด้วยอีกฝ่ายต้องมาส่งน้องชายต่างมารดาของนางเข้าสอบ
เซี่ยซีเหวิน...เป็นคุณชายน้องตระกูลเซี่ย แม้เป็นบุตรชายที่เกิดจากอนุแต่ก็ถูกเลี้ยงดูอบรมมาจากฮูหยินใหญ่โดยแท้ นิสัยใจคอเงียบขรึมเป็นผู้ใหญ่ เรียกได้ว่าเป็นคนรู้ความคนหนึ่ง มารดาของอีกฝ่ายก็เป็นคนเจียมเนื้อเจียมตัว ในจวนนับว่าทั้งสองได้รับการดูแลและให้เกียรติจากบ่าวไพร่ทุกคน
“ได้ยินมาว่าไม่อาจพกของมีค่าเขาไปด้วย นี่ข้าให้เจ้า” หญิงสาวส่งชุดเครื่องเขียนชั้นดีให้เขา วันก่อนนางไปเลือกแต่ไม่ค่อยรู้เรื่องนี้ดังนั้นจึงให้คนที่ร้านเลือกให้
“ไม่เป็นไรไม่ต้องเครียด เจ้าตั้งใจอ่านหนังสือถึงเพียงนี้อย่างไรก็ต้องสอบผ่าน ทำใจให้สบายทุกอย่างจะดีเอง”
“ขอบคุณขอรับพี่รอง”
นาง...เหนื่อยหอบจนแทบขาดใจเซี่ยอันเหยากัดฟันว่ายน้ำห่างออกมาจากจุดที่นางกระโดดลงไป เพราะกลัวว่าจะมีคนไล่ตาม เกรงจะมีคนเห็นสภาพของตัวเองตอนนี้ หญิงสาวต้องเดินอ้อมและคอยหลบผู้คนไปด้วย โชคดีที่ฟ้ามืดแล้วหาไม่หากมีชาวบ้านพบเห็น ชื่อเสียงของคุณหนูรองตระกูลเซี่ยเกรงว่าคงไม่หลงเหลือเอาไว้ให้รักษาแล้ว!!รอน้องชายอยู่ดีๆ ข้างนอกก็เกิดความวุ่นวาย มีคนเข้ามาหลอกให้สาวใช้กับคนคุ้มกันนางออกไป บอกว่าน้องชายของนางเกิดเรื่อง ไม่นานนางที่กินดื่มก็อ่อนแรงแทบหมดสติ ยังดีที่รวบรวมเรี่ยวแรงได้ทันเวลา กระโดดลงมาในน้ำเย็นเยียบสติก็กลับมามากกว่าครึ่ง ทว่าเรี่ยวแรงที่ลดทอนทำให้เกือบจมน้ำเพิ่งเดินผ่านมุมถนนไหล่ก็ถูกดึงกลับไปด้านหลัง จมูกของนางชนกับแผงอกของชายหนุ่มตรงหน้า กลิ่นหอมเย็นกระสาเข้าจมูก เสียงของกลุ่มคนด้านหลังสนทนากันดังขึ้น“หาให้ทั่ว หากหานางไม่พบคุณชายต้องเดือดร้อนแน่ อย่าว่าแต่คุณชายเลย พวกเราเองก็คงหนีไม่รอดหากท่านราชครูสอบสวนขึ้นมา!”นางเงยหน้าขึ้นและพบว่าคนที่ช่วยดึงนางเข้าไปหลบในมุมมืด แท้ที่จริงก็คือบัณฑิตหนุ่มหล่อเหลาที่นางช่วยจ่ายค่าที่พักนั่นเองเขาเองก็ก้มลงมามองนาง ส่ายหน้าไม่ให้นางส่
หลี่เหวินหรงก้มลงมองถุงเงินและกำไลหยกในมือ เขากะพริบตามองตามหญิงสาวที่เพิ่งเดินจากไป อยู่ๆ รอยยิ้มของเขาก็กว้างขึ้นจากนั้นเสียงหัวเราะทุ้มต่ำก็ตามมาด้วยความขบขันตงเหยียนเหินกายลงมาจากหลังคาเบื้องบน “ท่านอ๋อง”“ไม่เป็นไร” เขาก้มลงมองตัวเองอีกครั้ง “ใครใช้ให้ข้าปลอมตัวได้แนบเนียนถึงเพียงนี้เล่า นางคิดว่าข้าเป็นบัณฑิตเหล่านั้นก็ถูกแล้ว คนเล่า”“เขาถูกพาตัวไปอีกด้านพ่ะย่ะค่ะ คนของเราตามไปแล้ว”อ๋องหนุ่มเก็บถุงเงินและกำไลเข้าไปในอกเสื้อ มองตามไปยังทิศทางที่หญิงสาวจากไป ตงเหยียนมองตามจากนั้นจึงกล่าว “นางก็คือคุณหนูรองตระกูลเซี่ย เซี่ยอันเหยาพ่ะย่ะค่ะ”“หืม? นางก็คือบุตรสาวคนรองของอาจารย์??”“พ่ะย่ะค่ะ”“ชะตาจื่อเว่ย...” เขาหัวเราะจากนั้นจึงหมุนตัวเดินไปอีกด้าน “ไปกันเถิด”แล้วเขาก็เดินออกไปจากถนนสายนั้นกับคนสนิท ทว่าตอนที่เขากำลังจะเดินพ้นมุมทางเดิน อ๋องหนุ่มกลับถามขึ้น “มิใช่บอกว่านางเป็นคนเก็บเนื้อเก็บตัวไม่ค่อยชอบออกมาข้างนอก?”“เป็นเช่นนั้นพ่ะย่ะค่ะ แต่ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด...”“ให้คนไปสืบเรื่องของนางให้ละเอียด ดูว่ามีสิ่งใดผิดพลาด วันนี้นางออกจากจวนมาเพราะอะไร”“พ่ะย่ะค่ะ”เดิมทีวันนี้
“ขอรับ ได้หรือไม่ขอรับพี่รอง”“ไปสิ เจ้าเป็นคนรู้ความ สิ่งใดควรสิ่งใดไม่ควรย่อมสามารถแยกแยะ ไปเล่นสนุกกับสหายอีกสักชั่วยามข้าจะไปรอเจ้าที่...” นางมองไปรอบๆ บนถนนมีเพียงหอบุปผาเหมันต์ที่โดดเด่นที่สุด “ที่นั่น หอบุปผาเหมันต์”หอบุปผาเหมันต์เลื่องชื่อด้วยอาหารเลิศรส อีกทั้งมีคหบดีที่มีชื่อเสียงเป็นเจ้าของ การคุ้มกันแน่นหนาทั้งยังไม่เคยมีเรื่องเสียหายหรือข่าวลือใด เซี่ยซีเหวินพยักหน้า “ได้ขอรับ” แล้วเขาก็วิ่งเข้าไปหาสหายของตนเซี่ยอันเหยาหันไปมองเสี่ยวจิ่งสาวใช้ กับเสี่ยวถูคนคุ้มกัน “พวกเราไปหาของอร่อยกินระหว่างรอก็แล้วกัน” นางมองเสี่ยวจิ่งอีกฝ่ายดึงถุงเงินออกมา“ฮูหยินให้เงินมาเยอะเลยเจ้าค่ะ” เสี่ยวจิ่งยิ้มกว้าง“เช่นนั้นมัวรออะไร” ได้กินของอร่อยในหอที่มีชื่อเสียงและยังหรูหราเช่นนี้นับเป็นโอกาสที่หาได้ยาก หญิงสาวจึงเดินผ่านมุมถนนหวังเข้าไปในหอบุปผาเหมันต์ทว่า...ถนนเส้นเล็กๆ ที่ตัดผ่านถนนสายหลัก กลับมีผู้คนมากมายจับจองที่นั่งบนพื้น เซี่ยอันเหยามองเห็นบุรุษผู้หนึ่งที่เพิ่งนั่งลง เสี้ยวหน้าด้านข้างของเขาเพียงเห็นก็รู้ว่าเป็นคนมีความรู้ “เสี่ยวจิ่ง”“เจ้าคะคุณหนู”“แบ่งเงินในถุงมาครึ่งหนึ่ง
หญิงสาวมัวแต่มองไปยังบัณฑิตที่นอนอยู่ริมถนน ที่ดีหน่อยพวกเขาก็เดินไปยังโรงเตี้ยม แต่ก็ต้องจ่ายเงินเป็นสองเท่าเพียงเพื่อให้ได้ห้องที่ดีที่สุด หรือไม่ก็ได้ห้องที่อยู่ใกล้กับประตูสนามสอบ นางมองน้องชายของนางที่เดินไปขึ้นรถม้า ในใจรู้สึกว่าความเหลื่อมล้ำนี้ช่างไม่ยุติธรรมเคยได้ยินมาว่าบางครั้งจ้วงหยวน[1]เองก็เป็นคนที่ไม่ได้ร่ำรวยมั่งคั่งอะไร เป็นชาวบ้านที่มีความรู้และเข้าสอบ ทว่าพอได้เป็นขุนนาง มีลาภยศ มีเงินทอง มีอำนาจ หลายคนก็ถูกสิ่งเหล่านั้น...กลืนกิน ลืมเลือนความเหลื่อมล้ำ ความความยากจนของชนชั้นต่ำการสอบนี้เป็นความหวังที่จะได้ลืมตาอ้าปากของบางคน เป็นความหวังที่จะมีหน้าตา ลาภยศ ความหวังของคนที่สนับสนุน และความหวังของคนที่รอคอย...“บางที...หนึ่งในพวกเขา” นางมองไปยังคนที่นอนหมดแรงอยู่บนพื้นโดยไม่ห่วงว่าบนพื้นจะสกปรกและมีฝุ่น “ในวันข้างหน้าอาจกลายเป็นขุนนางที่ซื่อสัตย์ เห็นแก่ผลประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง”พึมพำจบก็ได้แต่รู้สึกหนักอึ้งในใจ อยู่ๆ ก็นึกถึงตอนที่ตัวเองมีชีวิตอยู่ในโลกยุคปัจจุบัน ต้องดิ้นรนหางานทำเพียงลำพังในเมืองใหญ่ ตอนนั้นทั้งสิ้นหวังและรู้สึกเดียวดาย หวังว่าจะมีใครสัก
มารดาของนางยื่นเครื่องรางให้เขา “ที่สำคัญคือสุขภาพมาก่อน อย่าได้หักโหมจนเกินไป เจ้าอายุยังน้อยไม่ผ่านครั้งนี้ครั้งหน้าต้องผ่านแน่นอน เจ้าเป็นอนาคตของตระกูลเซี่ย ทำให้ดีที่สุดก็พอผลออกมาเป็นอย่างไรแม่กับอี๋เหนียงพร้อมสนับสนุนเจ้า”“ขอบคุณขอรับท่านแม่ ข้าจะทำให้ดีที่สุด ไม่ทำให้ท่านกับอี๋เหนียงผิดหวัง”หญิงสาวมองไปรอบๆ บัณฑิตมากมายกำลังเดินผ่านเข้าประตูไปสู่สนามสอบของทางการ ทุกคนฐานะแตกต่าง สวมชุดที่สามารถแยกออกในทันทีว่ามาจากตระกูลมั่งคั่งหรือยากจน ความเหลื่อมล้ำที่ทำให้นางสะท้อนใจรถม้าหรูหราพาคุณชายตระกูลสูงศักดิ์มาส่ง ร่ำลาด้วยท่าทางห่วงใย กังวล กระทั่งคาดหวัง ส่วนคนที่มีฐานะไม่ดีนักเพียงเดินเท้ามา ไม่มีแม้แต่คนมาส่งเข้าห้องสอบ บางคนถึงขั้นนอนเฝ้าอยู่ที่หน้าสนามสอบ ด้วยโรงเตี้ยมบางแห่งคนเยอะมากจนห้องไม่พอเข้าพัก บางคนถึงขั้นไปขอนอนที่อารามการสอบครั้งนี้กินเวลานานกว่าสามวัน ทว่าผู้มาจากต่างเมืองก็ต้องเผื่อเวลาทั้งก่อนสอบเพื่ออ่านหนังสือ และหลังสอบเพื่อฟังประกาศผล เงินค่าใช้จ่ายสำหรับบัณฑิตผู้มีฐานะย่อมไม่นับเป็นอะไรได้ ทว่ากับคนที่ยากจน ประหยัดจนไม่รู้จะประหยัดอย่างไรก็ยังไม่เพียงพอ
อีกฝ่ายกระแอม “ท่านรู้หรือไม่ว่าช่วงนี้ข้าปวดศีรษะยิ่ง อาจารย์ไม่เพียงไม่ยอมส่งบุตรสาวเข้าวังยังวางยานางด้วย ตอนนี้ข่าวลือข้างนอกนั่นไม่รู้ว่าพูดกันไปถึงที่ใดแล้ว!”“เป็นฝีมืออาจารย์จริงๆ เสียด้วย” เขาถอนหายใจออกมา “ตระกูลลั่วคงมิใช่โกรธจนกระอักเลือดเลยกระมัง”“ก็จริง ปีนั้นเพราะพวกเขาสมคบกับเสด็จแม่ ทำให้ทรง...”“ฝ่าบาท...” เขาเตือน “กระหม่อมเคยเตือนแล้วว่าไม่ควรเอ่ยถึงเรื่องในอดีต”“อ้อ”หลี่เหวินหรงมองอนุชาที่มีฐานะเหนือคนนับหมื่น แม้อายุน้อยกว่าเขาถึงสี่ปี แต่ใบหน้ากลับมีริ้วรอยของความเคร่งเครียด ใจของเขาอ่อนยวบ “ฝ่าบาท ตำหนักฝู่เซินยังว่างอยู่หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”“ว่าง!!!” ดูดวงตาเป็นประกายนั่นสิชายหนุ่มหัวเราะ “ชัดเจนเกินไปกระมัง”ฮ่องเต้แคว้นต้าฉีเหตุใดจึงดูเหมือนเด็กถูกทอดทิ้งเช่นนี้ “กระหม่อมคิดจะรั้งอยู่ดูการสอบก้งซื่อสักหน่อย จะทรงประกาศก็ได้ว่ากระหม่อมกลับเมืองหลวงมาแล้ว บางทีเรื่องวุ่นวายนี้อาจสงบลงชั่วคราว”“ตกลงตามนี้!!!”มองส่งเชษฐาไปยังตำหนักฝู่เซิน รอยยิ้มของหลี่หยวนหลงหายวับไปทันที เขามองแผ่นหลังของอีกฝ่ายด้วยดวงตาแดงก่ำ เชษฐาที่เคยองอาจแข็งแกร่งของเขา คนที่เคยเป็นทุก







