Share

บทที่ 2.1

last update Dernière mise à jour: 2026-02-26 07:21:20

นาง...เหนื่อยหอบจนแทบขาดใจ

เซี่ยอันเหยากัดฟันว่ายน้ำห่างออกมาจากจุดที่นางกระโดดลงไป เพราะกลัวว่าจะมีคนไล่ตาม เกรงจะมีคนเห็นสภาพของตัวเองตอนนี้ หญิงสาวต้องเดินอ้อมและคอยหลบผู้คนไปด้วย โชคดีที่ฟ้ามืดแล้วหาไม่หากมีชาวบ้านพบเห็น ชื่อเสียงของคุณหนูรองตระกูลเซี่ยเกรงว่าคงไม่หลงเหลือเอาไว้ให้รักษาแล้ว!!

รอน้องชายอยู่ดีๆ ข้างนอกก็เกิดความวุ่นวาย มีคนเข้ามาหลอกให้สาวใช้กับคนคุ้มกันนางออกไป บอกว่าน้องชายของนางเกิดเรื่อง ไม่นานนางที่กินดื่มก็อ่อนแรงแทบหมดสติ ยังดีที่รวบรวมเรี่ยวแรงได้ทันเวลา กระโดดลงมาในน้ำเย็นเยียบสติก็กลับมามากกว่าครึ่ง ทว่าเรี่ยวแรงที่ลดทอนทำให้เกือบจมน้ำ

เพิ่งเดินผ่านมุมถนนไหล่ก็ถูกดึงกลับไปด้านหลัง จมูกของนางชนกับแผงอกของชายหนุ่มตรงหน้า กลิ่นหอมเย็นกระสาเข้าจมูก เสียงของกลุ่มคนด้านหลังสนทนากันดังขึ้น

“หาให้ทั่ว หากหานางไม่พบคุณชายต้องเดือดร้อนแน่ อย่าว่าแต่คุณชายเลย พวกเราเองก็คงหนีไม่รอดหากท่านราชครูสอบสวนขึ้นมา!”

นางเงยหน้าขึ้นและพบว่าคนที่ช่วยดึงนางเข้าไปหลบในมุมมืด แท้ที่จริงก็คือบัณฑิตหนุ่มหล่อเหลาที่นางช่วยจ่ายค่าที่พักนั่นเอง

เขาเองก็ก้มลงมามองนาง ส่ายหน้าไม่ให้นางส่งเสียง เซี่ยอันเหยาพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้ ถึงอย่างไรนางก็สามารถเงยหน้าขึ้นมอง ‘สุดหล่อ’ ตรงหน้าได้เป็นอาหารตา!!!

เสื้อคลุมตัวใหญ่คลุมลงมาบนตัวนาง หญิงสาวได้สติจากนั้นขอบคุณเขา “เห็นหรือไม่ข้าคิดถูกที่ช่วยท่าน เอาละก่อนที่ท่านจะเดือดร้อนเพราะข้า ไปเถิดข้าจะกลับเข้าไปในนั้น”

“ได้ยินมาว่าคุณชายกับสาวใช้และคนคุ้มกันสามคนกำลังตามหาคุณหนูผู้หนึ่ง คิดว่าคงจะเป็นท่านกระมัง ทางนั้น” เขาชี้มือ

“อ้อ ขอบคุณท่านมาก ข้าไปก่อน ท่านเองก็กลับที่พักไปเถิด”

“คุณหนูท่านนี้... ท่านจะทำอย่างไรกับ...” เขาชี้มือไปยังหอบุปผาเหมันต์

“ท่านรู้หรือว่าเกิดอะไรขึ้น”

“พอเดาออก ข้าอยู่ตรงนี้มาครู่หนึ่ง ได้ยินที่พวกเขาสนทนากัน”

นางถอนหายใจ “ตาต่อตาฟันต่อฟันสิ”

แล้วนางก็เดินไปยังทิศทางที่เขาชี้บอก กระทั่งได้พบกับน้องชายจริงๆ นางถูกซักถามจนปวดศีรษะ กระทั่งถามเซี่ยซีเหวิน “เจ้ารู้จักคุณชายเสิ่นผู้นั้นเป็นการส่วนตัวหรือไม่”

“ขอรับ ในสนามสอบเขามักชอบหาเรื่องข้า”

“ดี...” นางหรี่ตา “กลับจวน ข้ามีเรื่องจะสนทนากับท่านพ่อ”

นางได้ยินประโยคที่คุณชายเสิ่นผู้นั้นสนทนากับสหายและคนของเขาชัดเจน เรื่องการร้องเรียน เรื่องของบัณฑิตแซ่เจิง

ในเมื่อคิดเล่นงานนางเช่นนั้นก็ต้องรอรับผลที่ตามมา!!!

“ทูลท่านอ๋องเมื่อเช้าท่านราชครูส่งหนังสือร้องเรียนด้วยตัวเอง ในหนังสือร้องเรียนระบุเรื่องการทุจริตการสอบอย่างชัดเจน ทั้งคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งคนที่น่าสงสัย บัดนี้ฝ่าบาททรงมอบหมายให้ใต้เท้าอวี๋สอบสวนแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

หลี่เหวินหรงเคาะปลายนิ้วชี้ลงบนโต๊ะเบาๆ อย่างครุ่นคิด “เช่นนั้น...ส่งเสริมอาจารย์ก็แล้วกัน ส่งเจิงหัวอิ๋นไปให้ท่านราชครู บอกเขาว่าเป็นของขวัญจากข้า”

“พ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง”

ตงเหยียนเพิ่งออกไปหลี่เหวินหรงก็ส่งเสียงผิวปากเบาๆ ไม่นานนักเงาร่างหนึ่งก็เดินเข้ามาในห้อง “นายท่าน” องครักษ์เงาของเขาเสี่ยวโม่...

“จับตาดูจวนราชครู โดยเฉพาะคุณหนูรองเซี่ยอันเหยา มีสิ่งใดผิดปกติรีบรายงาน”

“ขอรับ” แล้วอีกฝ่ายก็หายไปราวกับเมื่อครู่เงาร่างนั้นเป็นเพียงภาพลวงตา

ชายหนุ่มยิ้มบางๆ ที่มุมปากขณะรินชา “ข้ายังคิดว่านางจะปิดปากเงียบ ที่ไหนได้กลับยั่วยุให้บิดาเล่นงานเสิ่นซางเจวี๋ย ชื่อเสียงนี้ไม่ต้องรักษาแล้ว? น่าสนใจ...”

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • คุณหนูเกียจคร้านกับท่านอ๋องผู้หล่อเหลา   บทที่ 2.1

    นาง...เหนื่อยหอบจนแทบขาดใจเซี่ยอันเหยากัดฟันว่ายน้ำห่างออกมาจากจุดที่นางกระโดดลงไป เพราะกลัวว่าจะมีคนไล่ตาม เกรงจะมีคนเห็นสภาพของตัวเองตอนนี้ หญิงสาวต้องเดินอ้อมและคอยหลบผู้คนไปด้วย โชคดีที่ฟ้ามืดแล้วหาไม่หากมีชาวบ้านพบเห็น ชื่อเสียงของคุณหนูรองตระกูลเซี่ยเกรงว่าคงไม่หลงเหลือเอาไว้ให้รักษาแล้ว!!รอน้องชายอยู่ดีๆ ข้างนอกก็เกิดความวุ่นวาย มีคนเข้ามาหลอกให้สาวใช้กับคนคุ้มกันนางออกไป บอกว่าน้องชายของนางเกิดเรื่อง ไม่นานนางที่กินดื่มก็อ่อนแรงแทบหมดสติ ยังดีที่รวบรวมเรี่ยวแรงได้ทันเวลา กระโดดลงมาในน้ำเย็นเยียบสติก็กลับมามากกว่าครึ่ง ทว่าเรี่ยวแรงที่ลดทอนทำให้เกือบจมน้ำเพิ่งเดินผ่านมุมถนนไหล่ก็ถูกดึงกลับไปด้านหลัง จมูกของนางชนกับแผงอกของชายหนุ่มตรงหน้า กลิ่นหอมเย็นกระสาเข้าจมูก เสียงของกลุ่มคนด้านหลังสนทนากันดังขึ้น“หาให้ทั่ว หากหานางไม่พบคุณชายต้องเดือดร้อนแน่ อย่าว่าแต่คุณชายเลย พวกเราเองก็คงหนีไม่รอดหากท่านราชครูสอบสวนขึ้นมา!”นางเงยหน้าขึ้นและพบว่าคนที่ช่วยดึงนางเข้าไปหลบในมุมมืด แท้ที่จริงก็คือบัณฑิตหนุ่มหล่อเหลาที่นางช่วยจ่ายค่าที่พักนั่นเองเขาเองก็ก้มลงมามองนาง ส่ายหน้าไม่ให้นางส่

  • คุณหนูเกียจคร้านกับท่านอ๋องผู้หล่อเหลา   บทที่ 1.9

    หลี่เหวินหรงก้มลงมองถุงเงินและกำไลหยกในมือ เขากะพริบตามองตามหญิงสาวที่เพิ่งเดินจากไป อยู่ๆ รอยยิ้มของเขาก็กว้างขึ้นจากนั้นเสียงหัวเราะทุ้มต่ำก็ตามมาด้วยความขบขันตงเหยียนเหินกายลงมาจากหลังคาเบื้องบน “ท่านอ๋อง”“ไม่เป็นไร” เขาก้มลงมองตัวเองอีกครั้ง “ใครใช้ให้ข้าปลอมตัวได้แนบเนียนถึงเพียงนี้เล่า นางคิดว่าข้าเป็นบัณฑิตเหล่านั้นก็ถูกแล้ว คนเล่า”“เขาถูกพาตัวไปอีกด้านพ่ะย่ะค่ะ คนของเราตามไปแล้ว”อ๋องหนุ่มเก็บถุงเงินและกำไลเข้าไปในอกเสื้อ มองตามไปยังทิศทางที่หญิงสาวจากไป ตงเหยียนมองตามจากนั้นจึงกล่าว “นางก็คือคุณหนูรองตระกูลเซี่ย เซี่ยอันเหยาพ่ะย่ะค่ะ”“หืม? นางก็คือบุตรสาวคนรองของอาจารย์??”“พ่ะย่ะค่ะ”“ชะตาจื่อเว่ย...” เขาหัวเราะจากนั้นจึงหมุนตัวเดินไปอีกด้าน “ไปกันเถิด”แล้วเขาก็เดินออกไปจากถนนสายนั้นกับคนสนิท ทว่าตอนที่เขากำลังจะเดินพ้นมุมทางเดิน อ๋องหนุ่มกลับถามขึ้น “มิใช่บอกว่านางเป็นคนเก็บเนื้อเก็บตัวไม่ค่อยชอบออกมาข้างนอก?”“เป็นเช่นนั้นพ่ะย่ะค่ะ แต่ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด...”“ให้คนไปสืบเรื่องของนางให้ละเอียด ดูว่ามีสิ่งใดผิดพลาด วันนี้นางออกจากจวนมาเพราะอะไร”“พ่ะย่ะค่ะ”เดิมทีวันนี้

  • คุณหนูเกียจคร้านกับท่านอ๋องผู้หล่อเหลา   บทที่ 1.8

    “ขอรับ ได้หรือไม่ขอรับพี่รอง”“ไปสิ เจ้าเป็นคนรู้ความ สิ่งใดควรสิ่งใดไม่ควรย่อมสามารถแยกแยะ ไปเล่นสนุกกับสหายอีกสักชั่วยามข้าจะไปรอเจ้าที่...” นางมองไปรอบๆ บนถนนมีเพียงหอบุปผาเหมันต์ที่โดดเด่นที่สุด “ที่นั่น หอบุปผาเหมันต์”หอบุปผาเหมันต์เลื่องชื่อด้วยอาหารเลิศรส อีกทั้งมีคหบดีที่มีชื่อเสียงเป็นเจ้าของ การคุ้มกันแน่นหนาทั้งยังไม่เคยมีเรื่องเสียหายหรือข่าวลือใด เซี่ยซีเหวินพยักหน้า “ได้ขอรับ” แล้วเขาก็วิ่งเข้าไปหาสหายของตนเซี่ยอันเหยาหันไปมองเสี่ยวจิ่งสาวใช้ กับเสี่ยวถูคนคุ้มกัน “พวกเราไปหาของอร่อยกินระหว่างรอก็แล้วกัน” นางมองเสี่ยวจิ่งอีกฝ่ายดึงถุงเงินออกมา“ฮูหยินให้เงินมาเยอะเลยเจ้าค่ะ” เสี่ยวจิ่งยิ้มกว้าง“เช่นนั้นมัวรออะไร” ได้กินของอร่อยในหอที่มีชื่อเสียงและยังหรูหราเช่นนี้นับเป็นโอกาสที่หาได้ยาก หญิงสาวจึงเดินผ่านมุมถนนหวังเข้าไปในหอบุปผาเหมันต์ทว่า...ถนนเส้นเล็กๆ ที่ตัดผ่านถนนสายหลัก กลับมีผู้คนมากมายจับจองที่นั่งบนพื้น เซี่ยอันเหยามองเห็นบุรุษผู้หนึ่งที่เพิ่งนั่งลง เสี้ยวหน้าด้านข้างของเขาเพียงเห็นก็รู้ว่าเป็นคนมีความรู้ “เสี่ยวจิ่ง”“เจ้าคะคุณหนู”“แบ่งเงินในถุงมาครึ่งหนึ่ง

  • คุณหนูเกียจคร้านกับท่านอ๋องผู้หล่อเหลา   บทที่ 1.7

    หญิงสาวมัวแต่มองไปยังบัณฑิตที่นอนอยู่ริมถนน ที่ดีหน่อยพวกเขาก็เดินไปยังโรงเตี้ยม แต่ก็ต้องจ่ายเงินเป็นสองเท่าเพียงเพื่อให้ได้ห้องที่ดีที่สุด หรือไม่ก็ได้ห้องที่อยู่ใกล้กับประตูสนามสอบ นางมองน้องชายของนางที่เดินไปขึ้นรถม้า ในใจรู้สึกว่าความเหลื่อมล้ำนี้ช่างไม่ยุติธรรมเคยได้ยินมาว่าบางครั้งจ้วงหยวน[1]เองก็เป็นคนที่ไม่ได้ร่ำรวยมั่งคั่งอะไร เป็นชาวบ้านที่มีความรู้และเข้าสอบ ทว่าพอได้เป็นขุนนาง มีลาภยศ มีเงินทอง มีอำนาจ หลายคนก็ถูกสิ่งเหล่านั้น...กลืนกิน ลืมเลือนความเหลื่อมล้ำ ความความยากจนของชนชั้นต่ำการสอบนี้เป็นความหวังที่จะได้ลืมตาอ้าปากของบางคน เป็นความหวังที่จะมีหน้าตา ลาภยศ ความหวังของคนที่สนับสนุน และความหวังของคนที่รอคอย...“บางที...หนึ่งในพวกเขา” นางมองไปยังคนที่นอนหมดแรงอยู่บนพื้นโดยไม่ห่วงว่าบนพื้นจะสกปรกและมีฝุ่น “ในวันข้างหน้าอาจกลายเป็นขุนนางที่ซื่อสัตย์ เห็นแก่ผลประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง”พึมพำจบก็ได้แต่รู้สึกหนักอึ้งในใจ อยู่ๆ ก็นึกถึงตอนที่ตัวเองมีชีวิตอยู่ในโลกยุคปัจจุบัน ต้องดิ้นรนหางานทำเพียงลำพังในเมืองใหญ่ ตอนนั้นทั้งสิ้นหวังและรู้สึกเดียวดาย หวังว่าจะมีใครสัก

  • คุณหนูเกียจคร้านกับท่านอ๋องผู้หล่อเหลา   บทที่ 1.6

    มารดาของนางยื่นเครื่องรางให้เขา “ที่สำคัญคือสุขภาพมาก่อน อย่าได้หักโหมจนเกินไป เจ้าอายุยังน้อยไม่ผ่านครั้งนี้ครั้งหน้าต้องผ่านแน่นอน เจ้าเป็นอนาคตของตระกูลเซี่ย ทำให้ดีที่สุดก็พอผลออกมาเป็นอย่างไรแม่กับอี๋เหนียงพร้อมสนับสนุนเจ้า”“ขอบคุณขอรับท่านแม่ ข้าจะทำให้ดีที่สุด ไม่ทำให้ท่านกับอี๋เหนียงผิดหวัง”หญิงสาวมองไปรอบๆ บัณฑิตมากมายกำลังเดินผ่านเข้าประตูไปสู่สนามสอบของทางการ ทุกคนฐานะแตกต่าง สวมชุดที่สามารถแยกออกในทันทีว่ามาจากตระกูลมั่งคั่งหรือยากจน ความเหลื่อมล้ำที่ทำให้นางสะท้อนใจรถม้าหรูหราพาคุณชายตระกูลสูงศักดิ์มาส่ง ร่ำลาด้วยท่าทางห่วงใย กังวล กระทั่งคาดหวัง ส่วนคนที่มีฐานะไม่ดีนักเพียงเดินเท้ามา ไม่มีแม้แต่คนมาส่งเข้าห้องสอบ บางคนถึงขั้นนอนเฝ้าอยู่ที่หน้าสนามสอบ ด้วยโรงเตี้ยมบางแห่งคนเยอะมากจนห้องไม่พอเข้าพัก บางคนถึงขั้นไปขอนอนที่อารามการสอบครั้งนี้กินเวลานานกว่าสามวัน ทว่าผู้มาจากต่างเมืองก็ต้องเผื่อเวลาทั้งก่อนสอบเพื่ออ่านหนังสือ และหลังสอบเพื่อฟังประกาศผล เงินค่าใช้จ่ายสำหรับบัณฑิตผู้มีฐานะย่อมไม่นับเป็นอะไรได้ ทว่ากับคนที่ยากจน ประหยัดจนไม่รู้จะประหยัดอย่างไรก็ยังไม่เพียงพอ

  • คุณหนูเกียจคร้านกับท่านอ๋องผู้หล่อเหลา   บทที่ 1.5

    อีกฝ่ายกระแอม “ท่านรู้หรือไม่ว่าช่วงนี้ข้าปวดศีรษะยิ่ง อาจารย์ไม่เพียงไม่ยอมส่งบุตรสาวเข้าวังยังวางยานางด้วย ตอนนี้ข่าวลือข้างนอกนั่นไม่รู้ว่าพูดกันไปถึงที่ใดแล้ว!”“เป็นฝีมืออาจารย์จริงๆ เสียด้วย” เขาถอนหายใจออกมา “ตระกูลลั่วคงมิใช่โกรธจนกระอักเลือดเลยกระมัง”“ก็จริง ปีนั้นเพราะพวกเขาสมคบกับเสด็จแม่ ทำให้ทรง...”“ฝ่าบาท...” เขาเตือน “กระหม่อมเคยเตือนแล้วว่าไม่ควรเอ่ยถึงเรื่องในอดีต”“อ้อ”หลี่เหวินหรงมองอนุชาที่มีฐานะเหนือคนนับหมื่น แม้อายุน้อยกว่าเขาถึงสี่ปี แต่ใบหน้ากลับมีริ้วรอยของความเคร่งเครียด ใจของเขาอ่อนยวบ “ฝ่าบาท ตำหนักฝู่เซินยังว่างอยู่หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”“ว่าง!!!” ดูดวงตาเป็นประกายนั่นสิชายหนุ่มหัวเราะ “ชัดเจนเกินไปกระมัง”ฮ่องเต้แคว้นต้าฉีเหตุใดจึงดูเหมือนเด็กถูกทอดทิ้งเช่นนี้ “กระหม่อมคิดจะรั้งอยู่ดูการสอบก้งซื่อสักหน่อย จะทรงประกาศก็ได้ว่ากระหม่อมกลับเมืองหลวงมาแล้ว บางทีเรื่องวุ่นวายนี้อาจสงบลงชั่วคราว”“ตกลงตามนี้!!!”มองส่งเชษฐาไปยังตำหนักฝู่เซิน รอยยิ้มของหลี่หยวนหลงหายวับไปทันที เขามองแผ่นหลังของอีกฝ่ายด้วยดวงตาแดงก่ำ เชษฐาที่เคยองอาจแข็งแกร่งของเขา คนที่เคยเป็นทุก

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status