LOGINห้ามจีบ 01 แปดปีที่หายไปกับใจที่ยังจำ
วันเวลาผ่านไป 8 ปี บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนจากความเศร้าสร้อยในวันวาน เป็นความอบอุ่นที่มีระยะห่างของความลับในใจ แสงแดดยามบ่ายทอดผ่านหน้าต่างกระจกใสเข้ามาในร้านคาเฟ่เล็ก ๆ ในตัวเมือง เร็นในวัยเกือบสามสิบดูสุขุมและโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมมาก ใบหน้าที่เคยหม่นหมองด้วยคราบน้ำตาในวันนั้น ถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนยามที่จ้องมองเด็กชายวัย 7 ขวบเศษอย่าง เทียน ที่กำลังขะมักเขม้นกับการวาดรูปตรงหน้า
"หม่ามี้ครับ ดูนี่สิ เทียนวาดรูปคุณลุงยักษ์เสร็จแล้ว"
เด็กชายตัวน้อยเงยหน้าขึ้นมาอวดผลงาน นัยน์ตากลมโตที่ถอดแบบมาจากเร็นฉายแววสดใส แต่ทว่าโครงหน้าคมสัน จมูกโด่งรั้น และแววตาบางอย่างยามที่ขมวดคิ้วนั้น มันกลับเหมือนเขาคนนั้นราวกับพิมพ์เดียวกันไม่ผิดเพี้ยน
"ไหนดูสิครับ เก่งมากเลยน้องเทียนแต่วันนี้เราตกลงกันแล้วใช่ไหมว่าถ้าทานเค้กหมด ต้องไปช่วยมี้เลือกของขวัญให้คุณตาคุณยายด้วย" เร็นเอื้อมมือไปลูบหัวลูกชายด้วยความรัก
"รับทราบครับ!"เทียนรับคำเสียงใสก่อนจะวางดินสอลง"หม่ามี้ครับทำไมทุกครั้งที่เรามาที่นี่คนมักจะเยอะตลอดเลย ไม่เห็นเหมือนบ้านที่นู่นของเราเลยสักนิด"
"ก็ที่นี่คือเมืองหลวงบ้านเกิดของมี้ไงครับคนเลยเยอะ เดี๋ยวฉลองวันเกิดคุณยายเสร็จเราก็ได้กลับบ้านที่นู่นเราแล้ว น้องเทียนโอเคไหมครับ?"
เด็กชายพยักหน้าหงึกหงัก ก่อนจะชะงักไปเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นพวงกุญแจรูปธูปหอมที่วางขายอยู่ตรงเคาน์เตอร์หน้าร้าน เขาเอียงคอถามด้วยความสงสัยตามประสาเด็ก
"มี้ครับ ทำไมอันนั้นมันหน้าตาเหมือนชื่อหนูเลยล่ะ?"
คำถามซื่อ ๆ ทำเอาเร็นชะงักไปชั่วครู่ หัวใจกระตุกวูบเมื่อนึกถึงที่มาของชื่อ น้องเทียน ชื่อที่เขาตั้งใจตั้งให้คล้องจองกับ ธูป เพื่อเป็นสิ่งเตือนใจเดียวที่เหลืออยู่จากความรักครั้งนั้น
"เพราะเทียนแปลว่าแสงสว่างไงครับ เหมือนที่น้องเทียนเป็นแสงสว่างให้มี้เสมอมา"เร็นตอบเสียงแผ่ว พยายามคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่น
ในขณะที่เร็นกำลังเก็บของเตรียมจะลุกออกจากร้าน ทันใดนั้นเสียงกระดิ่งหน้าร้านก็ดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มที่เดินเข้ามาด้วยท่าทางเร่งรีบ กลิ่นน้ำหอมเย็น ๆ ที่ลอยมาปะทะจมูกนั้นช่างคุ้นเคยจนเร็นเผลอกลั้นหายใจ
"ขอโทษครับ ขอทางหน่อยครับ"
เสียงทุ้มต่ำที่ฟังดูเหนื่อยล้าเอ่ยขึ้นข้างหลัง เร็นตัวแข็งทื่อ น้ำเสียงอันแสนคุ้นเคยนั้น 8 ปีแล้วที่ไม่ได้ยิน แต่มันกลับดังก้องอยู่ในฝันร้ายและฝันดีของเขาทุกคืน
"หม่ามี้เร็นครับ คุณอาคนนั้นเขาสูงเท่ารูปที่เทียนวาดเลย!"น้องเทียนตะโกนขึ้นเสียงดังตามประสาเด็กที่ตื่นเต้น ทำให้ชายหนุ่มร่างสูงคนนั้นชะงักฝีเท้าแล้วหันมามองตามเสียง
วินาทีที่ชื่อเร็นหลุดออกมาจากปากเด็กชายตัวน้อย บรรยากาศรอบข้างที่เคยจอแจกลับเงียบสงัดลงในความรู้สึกของธูป หัวใจที่เคยเต้นระรัวด้วยความเร่งรีบกลับกระตุกวูบจนชาไปทั้งอก
ธูปค่อย ๆ หันไปมองตามเสียงเรียกนั้น แผ่นหลังที่เขาเคยโอบกอด ลำคอระหงที่เขาเคยซบหน้าลงอย่างอ่อนแรง แม้เวลาจะผ่านไป 8 ปี และอีกฝ่ายจะดูภูมิฐานขึ้นในชุดเชิ้ตสีครีมสะอาดตา แต่ธูปมั่นใจว่าเขาไม่มีวันจำคนผิด
"เร็น..."
เสียงทุ้มพร่าหลุดออกมาจากลำคอเบาหวิว ราวกับไม่แน่ใจว่าภาพตรงหน้าคือความจริงหรือความฝันที่เขาสร้างขึ้นมาหลอกตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าตลอดหลายปีที่ผ่านมา
ร่างโปร่งของเร็นค่อย ๆ หันกลับมาตามเสียงเรียก มือที่กำลังเก็บสมุดวาดเขียนของลูกชายสั่นเทาจนเห็นได้ชัด นัยน์ตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตระหนก ทันทีที่สบตากับร่างสูงที่ยืนอยู่เบื้องหน้า ความทรงจำอันเจ็บปวดในวันที่ถูกทิ้งไว้กลางมหาลัยและความอ้างว้างในต่างจังหวัดถาโถมเข้าใส่จนเร็นเผลอก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว
"ธูป..."เร็นอุทานชื่อนั้นออกมาแผ่วเบา ราวกับอากาศรอบตัวถูกสูบออกไปจนหมด
"เป็นคุณจริง ๆ ด้วย คุณ...คุณหายไปไหนมาเร็น รู้ไหมว่าผม..."ธูปก้าวเท้าเข้าหาด้วยความโหยหา มือหนายื่นออกไปหมายจะคว้าข้อมือคนตรงหน้าไว้ แต่ทว่าแรงดึงที่ชายเสื้อทำให้เขาต้องชะงัก
"คุณอาอย่ามาแกล้งหม่ามี้ของผมนะ"
เสียงเล็ก ๆ ของเด็กชายเทียนดังขึ้นพร้อมกับร่างเล็กที่ก้าวมาขวางข้างหน้าผู้เป็นแม่เอาไว้ เด็กน้อยขมวดคิ้วมุ่น จ้องมองคนแปลกหน้าด้วยท่าทางปกป้องเต็มที่
ธูปก้มลงมองเด็กชายที่สูงเพียงระดับเอวของเขา แล้วเขาก็ต้องชะงักงันไปเหมือนถูกฟ้าผ่า ใบหน้าเล็ก ๆ นั้น ดวงตาคมรั้นที่จ้องตอบเขามา จมูกที่เชิดขึ้นเล็กน้อย มันไม่ใช่แค่ความบังเอิญ แต่มันคือกระจกเงาที่สะท้อนตัวตนของเขาในวัยเด็กออกมาอย่างไม่มีผิดเพี้ยน
ธูปเงยหน้าขึ้นมองเร็นอีกครั้งด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามนับหมื่น สลับกับมองเด็กชายที่ยังคงกำชายเสื้อเร็นไว้แน่น
"เด็กคนนี้...ลูกของใครอย่างนั้นเหรอเร็น?" เสียงของธูปสั่นเครือ
เร็นเม้มปากแน่นจนเป็นเส้นตรง เขาพยายามรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี คว้ามือลูกชายมาจับไว้แล้วพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น
"ลูกของผมครับ...เรามีธุระต้องไปแล้ว ขอตัวนะครับคุณธนาวัฒน์"
เร็นเลือกที่จะเรียกชื่อจริงของเขาด้วยท่าทีห่างเหิน ก่อนจะจูงมือน้องเทียนเดินเลี่ยงออกไปทางประตูร้านอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ธูปยืนนิ่งเป็นหินอยู่ท่ามกลางความสับสนและความจริงที่กำลังกรีดหัวใจเขาว่า ระยะเวลา 8 ปีที่เขาเสียไป มันไม่ได้มีแค่ความว่างเปล่า แต่มันมีชีวิตหนึ่งที่เขาไม่เคยรู้ว่ามีตัวตนอยู่ด้วย
ธูปยืนนิ่งอยู่กลางคาเฟ่ที่จู่ ๆ ก็รู้สึกอึดอัดจนหายใจไม่ออก กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ที่เร็นทิ้งไว้ในอากาศปะปนกับกลิ่นจางๆ ของเด็กคนนั้น เด็กที่จ้องมองเขาด้วยสายตาแข็งกร้าวในตอนปกป้องแม่ มันช่างเหมือนตอนที่เขาโกรธมากซะเหลือเกิน เขามองตามแผ่นหลังของคนทั้งคู่ที่หายลับไปทางประตูร้าน ก่อนจะรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนในกระเป๋ากางเกง
มันเป็นสายเรียกเข้าของเลขาคนสนิทของเขา ธูปกดรับสายด้วยมือที่ยังสั่นเทา ตายังคงจ้องไปที่ประตูร้านที่ปิดสนิทลงไปนานแล้ว
"ว่าไง..."
/คุณธูปครับ ในที่สุดเราก็ตามสืบประวัติคุณเร็นตามที่สั่งได้แล้วนะครับ คุณเร็นเขาไม่มีประวัติไปต่างประเทศนะครับ แต่เขาไปอาศัยอยู่ที่ต่างจังหวัดได้หลายปีแล้วครับและมักจะกลับมาที่นี่ในช่วงนี้ทุก ๆ ปีเพื่อฉลองงานวันเกิดของคุณแม่ และทุกครั้งที่กลับมาคุณเร็นก็จะพาเด็กชายหนึ่งคนมาด้วย ชื่อเด็กชายคนนั้นคือ ทัศนันท์ วราพัฒน์ หรือน้องเทียนครับ/
"อย่างนั้นเหรอ แล้วในประวัติได้บอกไหมว่าใครเป็นพ่อของเด็กคนนี้"
/ในประวัติสูติบัตรไม่ปรากฏชื่อบิดาครับ/
หัวใจของธูปกระตุกวูบอย่างแรง คำว่า ไม่ปรากฏชื่อบิดา มันดังก้องอยู่ในหัวสลับกับภาพใบหน้าของน้องเทียน 8 ปีที่เขาคิดว่าเร็นหนีไปต่างประเทศกับลูกชายเพื่อนแม่ 8 ปีที่เขาจมอยู่กับความรู้สึกผิดที่รอดชีวิตจากอุบัติเหตุมาได้แต่กลับตามหาคนรักไม่เจอ ทุกอย่างมันคือเรื่องโกหกอย่างนั้นหรือ? เขารีบก้าวออกจากร้าน พยายามกวาดสายตาหารถของเร็น แต่สิ่งที่เห็นกลับมีเพียงความว่างเปล่า
"เรียกคนของเรามา"ธูปกรอกเสียงลงโทรศัพท์ น้ำเสียงที่เคยสั่นเครือเปลี่ยนเป็นเฉียบคมและเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น"เช็กให้รู้ว่าต่างจังหวัดที่เร็นพักอาศัยอยู่คือที่ไหน และให้คนมาติดตามอยู่ห่าง ๆ ห้ามคลาดสายตาเด็ดขาด"
หลังจากธูปกดวางสายจากเลขาเขาก็ยกมือทั้งสองขึ้นมาลูบหน้าอย่างหมดแรง เขารู้สึกเหมือนคนเพิ่งโผล่พ้นน้ำหลังจากจมอยู่ใต้บาดาลมานานนับแปดปี
แปดปีที่ผ่านมามันคือขุมนรกสำหรับเขา
ทันทีที่ฟื้นขึ้นมาหลังจากอุบัติเหตุครั้งใหญ่ในวันนั้น สิ่งแรกที่เขาถามหาคือเร็น แต่สิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงความว่างเปล่าและคำบอกเล่าจากคนรอบข้างว่าเร็นเก็บข้าวของไปเรียนต่อต่างประเทศแล้ว
"โกหก...พวกมึงโกหกทั้งนั้น"เขาพึมพำเสียงสั่น
ธูปนึกย้อนไปถึงความพยายามบ้าคลั่งของตัวเองตลอดหลายปี เขาใช้ทั้งเงิน ทั้งอำนาจ และคอนเนคชันที่มีทั้งหมดจ้างนักสืบมือดีที่สุดกี่เจ้าต่อกี่เจ้าเพื่อตามหาตัวเร็น เขาเดินทางไปถึงต่างประเทศไปตามมหาลัยที่คิดว่าเร็นจะไปเรียนต่อ แต่กลับไม่พบร่องรอย แม้แต่บันทึกการเข้าเมืองก็หาไม่เจอ จนเขาเริ่มคิดไปในทางที่เลวร้ายที่สุด...ว่าเร็นอาจจะไม่มีชีวิตอยู่บนโลกนี้แล้ว
เขาไม่เคยเอะใจเลยสักนิดว่าคนที่เขารักที่สุด จะซ่อนตัวอยู่ในจังหวัดเล็ก ๆ ในประเทศบ้านเกิด แต่เขาลืมคิดไปว่าอำนาจที่เขามีทั้งหมดมันยังน้อยกว่าใครบางคนที่อยู่เหนือกว่า นั้นก็คือพ่อของเขา พ่อที่บอกให้เขาอยู่ห่างจากเร็น พ่อที่ไม่ค่อยชอบใจนักยามเมื่อเขาทำตัวอ่อนแอเมื่ออยู่กับคนรัก
"ที่แท้...คุณก็อยู่ใกล้แค่นี้เองเหรอเร็น"
เขามองภาพจากกล้องวงจรปิดที่เลขาเพิ่งส่งเข้ามาในไลน์ เป็นภาพเร็นที่กำลังอุ้มน้องเทียนขึ้นรถกระบะสี่ประตูด้วยท่าทางคล่องแคล่ว ความรู้สึกผิดถาโถมเข้าใส่จนจุกอก เร็นที่เคยบอบบางและเอาแต่ใจในวันนั้น ต้องมาทนเหนื่อยเลี้ยงลูกเพียงลำพังที่ต่างจังหวัดในขณะที่เขาเสวยสุขบนกองเงินกองทองที่เมืองหลวง
"ขอโทษ... ธูปขอโทษ"
น้ำตาของลูกผู้ชายที่แห้งเหือดไปนานเอ่อคลอเบ้าตาทั้งสอง ธูปกำหมัดแน่นดวงตาที่เคยเศร้าสร้อยเปลี่ยนเป็นวาวโรจน์ด้วยความมุ่งมั่น แปดปีที่หายไปเขาอาจจะเรียกคืนไม่ได้ แต่หลังจากวินาทีนี้ไปเขาจะไม่มีวันปล่อยให้คนทั้งสองคนหลุดมือไปอีกเป็นอันขาด
"เตรียมรถให้พร้อม ฉันจะไปทวงทุกอย่างของฉันคืน"
ธูปสั่งการเสียงเข้ม เขาจะไม่รออีกแล้วเพราะทุกวินาทีที่ผ่านไปคือเวลาที่เขาเสียเปล่ามามากพอแล้ว8ปีที่หาไม่เจอ...บัดนี้เขากำลังจะไปทวงทุกอย่างคืนด้วยตัวเอง เขาจะไม่ยอมให้ความเข้าใจผิดหรือข้อความเฮงซวยในอดีตที่เขาไม่ได้เป็นคนส่ง มาพรากสิ่งที่ควรจะเป็นของเขาไปอีกต่อแล้ว
ห้ามจีบ04 ความจริงที่เริ่มสั่นคลอนหลังจากประตูบ้านปิดลงและล็อกอย่างแน่นหนา เร็นทรุดตัวลงพิงบานประตูอย่างหมดแรง เสียงหัวใจที่เต้นรัวพยายามตะโกนแข่งกับเสียงของธูปที่ยังดังสะท้อนอยู่ในหัว'ผมไม่ได้เป็นคนส่ง วันนั้นผมรถคว่ำ!'"ไม่จริง มันจะเป็นไปได้ยังไง"เร็นพึมพำกับตัวเอง ดวงตาที่เอ่อคลอด้วยน้ำตามองไปที่น้องเทียนซึ่งยืนมองเขาตาใสแป๋ว เด็กน้อยไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ ๆ บรรยากาศถึงเคร่งเครียดขนาดนี้"มี้ครับคุณอาคนนั้นเขาทำมี้เสียใจเหรอ?"มือเล็ก ๆ เอื้อมมากุมมือแม่ไว้ พลันนัยน์ตาไร้เดียงสาที่มองแม่นั้นก็เริ่มเอ่อคลอจะร้องตาม"เปล่าครับคนดี มี้แค่เหนื่อยนิดหน่อย น้องเทียนไปทานขนมปังในครัวก่อนนะลูก เดี๋ยวเราจะได้ออกไปตรวจหอพักกัน"เร็นฝืนยิ้มที่ดูขมขื่นที่สุดส่งให้ลูก ซึ่งน้องเทียนก็พยักหน้ารับและเดินเข้าครัวอย่างว่าง่ายเมื่อลูกชา
ห้ามจีบ03 แขกไม่ได้รับเชิญแสงไฟหน้ารถกระบะสี่ประตูสาดส่องไปบนถนนลาดยางสายเล็กๆ ที่ตัดผ่านทุ่งนาและสวนผลไม้ ในที่สุดเร็นก็พาพาหนะคู่ใจมาจอดนิ่งสนิทอยู่ที่หน้าบ้านปูนเปลือยสไตล์โมเดิร์นสองชั้น ตัวบ้านถูกออกแบบอย่างเรียบหรูด้วยกระจกบานใหญ่และระเบียงกว้าง ตัดกับสีเขียวขจีของสวนรอบบ้านที่เร็นลงแรงดูแลมาตลอดแปดปี บ้านหลังนี้คือความภาคภูมิใจและเป็นพื้นที่ปลอดภัยเพียงแห่งเดียวที่เขามี"ถึงบ้านเราแล้วครับน้องเทียน"เร็นเอ่ยเสียงแผ่วพลางดับเครื่องยนต์ เด็กชายตัวน้อยที่หลับปุ๋ยมาตลอดทางค่อย ๆ ขยี้ตาตื่นขึ้นมาด้วยความง่วงงุน ก่อนจะเอ่ยถามผู้เป็นแม่ด้วยน้ำเสียงงัวเงีย"ถึงบ้านเราแล้วเหรอครับมี้...มืดจังเลย""ครับ เดี๋ยวเทียนรีบขึ้นไปนอนบนห้องนะลูก เดี๋ยวหม่ามี้ขนของตามไป"เร็นอุ้มลูกชายลงจากรถ กลิ่นอากาศบริสุทธิ์ของชนบทควรจะทำให้เขาใจชื้นขึ้น แต่วินาทีที่ก้าวเท้าลงเหยียบพื้นดิน ความรู้สึกเหมือนถูกจับจ้องที่สวนสาธารณะกลับแวบเข้ามาในหัวจนเขาต้องรีบพาลูกก้าวเข้าบ้านและล็อกประตูอย่างแน่นหนาติ๊ด!เสียงระบบล็อกดิจิทัลดังขึ้นเมื่อเร็นปิดประตูบ้านปูนหลังงาม เขาถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเมื่อเห็นผนังปูนที่แข
ห้ามจีบ02 ความบังเอิญที่น่ากลัวเช้าวันต่อมาในเมืองหลวงบรรยากาศช่างแตกต่างจากความเงียบสงบที่ต่างจังหวัดอย่างสิ้นเชิง เร็นจูงมือน้องเทียนเดินฝ่าฝูงชนในย่านธุรกิจเพื่อไปส่งลูกชายที่กวดวิชาศิลปะชั่วคราวระหว่างรอวันเกิดคุณยาย เดินฝ่าฝูงชนได้ไม่นานเสียงนุ่มของเด็กน้อยก็ดังขึ้น"มี้ครับ คนเยอะจัง เทียนต้องจับมือมี้แน่น ๆ ใช่ไหม" เด็กชายเงยหน้าถามพลางกระชับมือน้อย ๆ เข้ากับฝ่ามือของแม่"ใช่ครับคนดี จับมือมี้ไว้แล้วอย่าปล่อยนะ" เร็นตอบด้วยรอยยิ้ม แต่แววตากลับคอยระแวดระวังไปรอบตัวความจริงเร็นอยากจะพาลูกหนีกลับต่างจังหวัดตั้งแต่วินาทีที่เห็นหน้าธูปในวันนั้น แต่ติดตรงที่เขารับปากแม่ไว้แล้วว่าจะอยู่ฉลองวันเกิดท่าน อีกทั้งลึก ๆ ในใจเขายังอยากจะเชื่อว่าธูปเป็นแค่ความบังเอิญที่ผ่านมาแล้วก็จะผ่านไป แต่เร็นไม่รู้เลยว่าเขากำลังคิดผิดจากมุมมืดของรถตู้สีดำฟิล์มทึบที่จอดห่างออกไปไม่กี่เมตร นัยน์ตาคมกริบของธูปจ้องมองผ่านกระจกไปยังร่างโปร่งและเด็กชายตัวน้อยอย่างไม่วางตา เขาเห็นเร็นที่ดูเหนื่อยล้าแต่ก็เข้มแข็งขึ้นกว่าเดิมเดินจูงมือน้องเทียนที่หัวเราะร่าเริงยามที่เร็นแวะซื้อไอศกรีมให้ที่ข้างทาง"นั่นคือชีวิ
ห้ามจีบ 01 แปดปีที่หายไปกับใจที่ยังจำวันเวลาผ่านไป 8 ปี บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนจากความเศร้าสร้อยในวันวาน เป็นความอบอุ่นที่มีระยะห่างของความลับในใจ แสงแดดยามบ่ายทอดผ่านหน้าต่างกระจกใสเข้ามาในร้านคาเฟ่เล็ก ๆ ในตัวเมือง เร็นในวัยเกือบสามสิบดูสุขุมและโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมมาก ใบหน้าที่เคยหม่นหมองด้วยคราบน้ำตาในวันนั้น ถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนยามที่จ้องมองเด็กชายวัย 7 ขวบเศษอย่าง เทียน ที่กำลังขะมักเขม้นกับการวาดรูปตรงหน้า"หม่ามี้ครับ ดูนี่สิ เทียนวาดรูปคุณลุงยักษ์เสร็จแล้ว"เด็กชายตัวน้อยเงยหน้าขึ้นมาอวดผลงาน นัยน์ตากลมโตที่ถอดแบบมาจากเร็นฉายแววสดใส แต่ทว่าโครงหน้าคมสัน จมูกโด่งรั้น และแววตาบางอย่างยามที่ขมวดคิ้วนั้น มันกลับเหมือนเขาคนนั้นราวกับพิมพ์เดียวกันไม่ผิดเพี้ยน"ไหนดูสิครับ เก่งมากเลยน้องเทียนแต่วันนี้เราตกลงกันแล้วใช่ไหมว่าถ้าทานเค้กหมด ต้องไปช่วยมี้เลือกของขวัญให้คุณตาคุณยายด้วย" เร็นเอื้อมมือไปลูบหัวลูกชายด้วยความรัก"รับทราบครับ!"เทียนรับคำเสียงใสก่อนจะวางดินสอลง"หม่ามี้ครับทำไมทุกครั้งที่เรามาที่นี่คนมักจะเยอะตลอดเลย ไม่เห็นเหมือนบ้านที่นู่นของเราเลยสักนิด""ก็ที่นี่คื
บทนำ "ที่ไอ้หมอนั้นมันพูดว่าพ่อแม่ของเร็นจะให้ไปเรียนต่อต่างประเทศกับมัน มันหมายความว่ายังไงกันแน่เร็น"เสียงทุ้มของ ธูป หรือ ธนวัฒน์ เหมารกรณ์ นักศึกษาคณะบริหารปี4เอ่ยถามแฟนหนุ่มวัยเดียวกันที่คบหากันมาตั้งแต่เรียนปีหนึ่งอย่าง เร็น หรือ ทิพย์กมล วรพัฒน์ ที่ในตอนนี้ยืนนิ่งอึ้งเม้มปากแน่นไม่ยอมตอบกลับคำถามของแฟนหนุ่มสักที นั้นยิ่งทำให้ธูปรู้สึกโมโหหนักเข้าไปอีกที่เห็นแฟนไม่ยอมอธิบายอะไรออกมา"....""ทำไมเอาแต่ยืนเงียบแบบนี้วะเร็น ตกลงเรื่องที่ไอ้เหี้ยนั้นมันพูดคือความจริงอย่างนั้นเหรอ"ธูปถามขึ้นอีกครั้ง แต่ทว่าน้ำเสียงในครั้งนี้ของธูปมันแฝงไปด้วยความโมโห ยิ่งแฟนหนุ่มของเขาเอาแต่ก้มหน้าเงียบไม่ได้เอ่ยปฏิเสธแต่อย่างใด มันยิ่งทำให้เขาโมโหมากขึ้นไปอีก เพราะนั้นมันหมายความว่าสิ่งที่ไอ้หมอนั้นไอ้คนที่มันชอบแฟนของเขามันคือความจริง"มันคือเรื่องจริงพวกท่านอยากให้เร็นไปเรียนต่อโทที่ต่าง...."เร็นเงยหน้ามาอธิบายคนรักด้วยแววตาสั่นไหว แต่ทว่าเอ่ยอธิบายยังไม่ทันจบคนตัวสูงตรงหน้าก็โยนคำถามอันแสนจุกอกแทรกกลับมาซะก่อน"คิดจะบอกกันเมื่อไหร่...เร็นคิดจะบอกธูปที่เป็นผัวของเร็นเมื่อไหร่วะ""...เร็นตั้งใจจ


![What is a divorce? [Mpreg]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




