เข้าสู่ระบบห้ามจีบ04 ความจริงที่เริ่มสั่นคลอน
หลังจากประตูบ้านปิดลงและล็อกอย่างแน่นหนา เร็นทรุดตัวลงพิงบานประตูอย่างหมดแรง เสียงหัวใจที่เต้นรัวพยายามตะโกนแข่งกับเสียงของธูปที่ยังดังสะท้อนอยู่ในหัว
'ผมไม่ได้เป็นคนส่ง วันนั้นผมรถคว่ำ!'
"ไม่จริง มันจะเป็นไปได้ยังไง"เร็นพึมพำกับตัวเอง ดวงตาที่เอ่อคลอด้วยน้ำตามองไปที่น้องเทียนซึ่งยืนมองเขาตาใสแป๋ว เด็กน้อยไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ ๆ บรรยากาศถึงเคร่งเครียดขนาดนี้
"มี้ครับคุณอาคนนั้นเขาทำมี้เสียใจเหรอ?"มือเล็ก ๆ เอื้อมมากุมมือแม่ไว้ พลันนัยน์ตาไร้เดียงสาที่มองแม่นั้นก็เริ่มเอ่อคลอจะร้องตาม
"เปล่าครับคนดี มี้แค่เหนื่อยนิดหน่อย น้องเทียนไปทานขนมปังในครัวก่อนนะลูก เดี๋ยวเราจะได้ออกไปตรวจหอพักกัน"เร็นฝืนยิ้มที่ดูขมขื่นที่สุดส่งให้ลูก ซึ่งน้องเทียนก็พยักหน้ารับและเดินเข้าครัวอย่างว่าง่าย
เมื่อลูกชายเข้าห้องครัวไปแล้ว เร็นรีบเดินเข้าห้องทำงานเล็ก ๆ ของเขา ทันทีที่ประตูปิดลงเร็นก็คว้าโทรศัพท์ขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทา ตลอดแปดปีที่ผ่านมาเขาตัดขาดจากเพื่อนในกลุ่มมหาวิทยาลัยแทบทุกคน เพราะไม่อยากให้ใครรู้ร่องรอยว่าเขาอยู่ที่ไหน แต่ตอนนี้เขามีคนเดียวที่น่าจะให้คำตอบได้
เขากดหาเบอร์ วิน เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่ยังไม่เปลี่ยนเบอร์และเป็นคนเดียวที่สนิทกับทั้งเขาและธูป เมื่อกดโทรออกเสียงสัญญาณตู๊ดยาว ๆ ดังอยู่หลายครั้งจนเร็นเริ่มใจเสีย แต่ทว่าผ่านไปสักพักแล้วปลายสายก็รับ
/ฮัลโหลใครครับ?/หลังจากกดรับสายเสียงของวินดูแปลกใจเล็กน้อย อาจจะเป็นเพราะเป็นเบอร์แปลกด้วยแหละ แต่พอได้ยินชื่อว่าเป็นใคร ปลายสายเงียบกริบไปหลายวินาที ก่อนจะมีเสียงอุทานด้วยความตกใจ
"วินนี่เร็นเองนะ"
/เร็น! เร็นจริง ๆ ใช่ไหม? มึงหายหัวไปไหนมาวะตั้งแปดปี! รู้ไหมว่าทุกคนตามหามึงแทบตาย โดยเฉพาะ.../ยังไม่ทันที่ปลายสายจะได้เอ่ยจบประโยคดี เร็นก็ขัดจังหวะพลางพยายามคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นก่อนจะเอ่ยถามสิ่งที่ตัวเองอยากรู้
“วินฟังเร็นก่อนน เร็นมีเรื่องอยากจะถาม วันที่เรียนจบธูปประสบอุบัติเหตุรถคว่ำจนโคม่า มันคือเรื่องจริงไหม?”
คราวนี้วินเงียบไปอีกครั้ง มันเป็นความเงียบที่หนักอึ้ง วินไม่รู้ว่าจะเริ่มพูดยังไงก่อนที่ไม่นานวินจะพ่นลมหายใจออกมาเสียงดังแล้วเริ่มบอกความจริงในวันนั้น ในสิ่งที่วินและเหล่าเพื่อน ๆ เห็นและรับรู้ทั้งหมด
/มึงไม่รู้เหรอเร็น? วันนั้นหลังจากที่พวกมึงทะเลาะกันกูกับพวกไอ้เอเห็นธูปมันขับรถหนีมึง แต่พอมึงขับรถออกจากมหาลัยกูก็เห็นรถมันขับตามหลังมึงไปนะ แต่ไม่รู้นะว่ามันไปประสบอุบัติเหตุตอนไหนเพราะไม่เห็นมีข่าวอะไรเลย กูเองที่รู้ข่าวว่าไอ้ธูปรถชนได้ก็เพราะแฟนกูที่เป็นหมอทักมาบอกเห็นว่ามันชนเข้ากับรถบรรทุกกลางสี่แยก อาการมันสาหัสมากนะเว้ย ปอดฉีก หยุดหายใจไปก็ตั้งหลายครั้ง มันนอนเป็นผักอยู่ในICU เป็นเดือน ๆ พอมันฟื้นขึ้นมาคำแรกที่มันเรียกคือชื่อมึง แต่มันกลับไม่เจอมึงแล้ว ตอนนั้นพี่หมอบอกกูว่าพ่อมันบอกว่ามึงทิ้งมันไปเมืองนอก ตอนพี่หมอเล่าให้ฟังกูยังไม่อยากจะเชื่อว่ามึงจะทิ้งไอ้ธูปได้ แต่ก็นั้นแหละพวกกูเองก็พยายามติดต่อมึงเพื่อจะถามว่าจริงไหม แต่ก็ไม่มีใครติดต่อมึงได้เลย/
คำพูดของวินเหมือนค้อนปอนด์ที่เหวี่ยงเข้าใส่กลางอกของเร็นจนเขารู้สึกหายใจไม่ออก ความจริงมากมายที่วินเล่าให้ฟังมันหนักหนาสาหัสสำหรับตัวเร็นมาก เร็นนั่งนิ่งตัวชาไปทั้งตัวเขาแทบจะหาเส้นเสียงของตัวเองไม่เจอกว่าจะเปล่งเสียงออกมาได้ก็ปาไปเป็นนาที
"แล้ว...แล้ววินเห็นมือถือธูปไหม วิน? มีใครส่งข้อความหาเร็นตอนนั้นหรือเปล่า"
/มือถือมันพังยับตั้งแต่อยู่ในซากรถแล้วเร็น อีกอย่างตอนมันโคม่า พ่อมันเป็นคนจัดการของทุกอย่าง ใครจะเข้าถึงมือถือมันได้ถ้าไม่ใช่คนในครอบครัวมัน/วินถอนหายใจยาว ก่อนจะเอ่ยพูดต่อ /เร็นตกลง8ปีที่ผ่านมามึงหายไปไหนวะ มึงไปเรียนต่อที่เมืองนอกจริง ๆ เหรอ มึงรู้ไหมว่าไอ้ธูปมันรักมึงจะตายห่า ตลอดแปดปีมันพยายามตามหามึงและคอยถามเพื่อน ๆ ตลอดเลยนะว่าติดต่อมึงได้ไหม/
"ขอโทษนะวินไว้เราจะติดต่อไปเล่าทุกอย่างให้ฟังใหม่นะ"สิ้นประโยคคำพูดเร็นค่อย ๆ ลดมือที่ถือโทรศัพท์ลง น้ำตาที่สะสมมาตลอดเช้าไหลอาบแก้มอย่างห้ามไม่อะไรไม่ได้
ถ้าเรื่องที่วินพูดเป็นความจริง ถ้าธูปเกือบตายจริง ๆ แล้วความเกลียดชังที่เขาสั่งสมมาตลอด 8 ปีล่ะ? เร็นมองลอดหน้าต่างออกไป เห็นถุงครัวซองต์ที่วางทิ้งไว้บนโต๊ะข้างนอก ความจริงที่เขาได้รับรู้มันกำลังหมุนโลกของเขาให้กลับตาลปัตร ความผิดที่เขาเคยคิดว่าธูปเป็นคนก่อ บัดนี้มันกลับกลายเป็นความเข้าใจผิดขนาดใหญ่ที่พรากเวลา8ปีไปจากพวกเขา
"ธูปถ้าธูปยังรักเร็น แล้วทำไมวันนั้นถึงได้ขอห่างกับเร็นล่ะ"เร็นทรุดลงนั่งกับพื้นกอดเข่าตัวเองสะอื้นไห้
หลังจากที่เร็นปล่อยโฮออกมาจนใจเริ่มสงบลง เขารีบจัดการล้างหน้าล้างตาเพื่อไม่ให้ลูกชายเห็นความอ่อนแอ แต่ดวงตาที่บวมช้ำเพียงเล็กน้อยก็ยากจะปกปิดได้มิด เร็นสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะเดินออกไปหาน้องเทียนที่ห้องครัวแล้วเอ่ยพูด
"น้องเทียนครับมี้เตรียมตัวเสร็จแล้ว เราไปดูหอพักกันเถอะลูก"
"มี้...มี้เจ็บตาเหรอครับ? ทำไมตาแดง ๆ "เด็กชายตัวน้อยวางขนมปังในมือลงแล้ววิ่งเข้ามาหา ใช้มือนุ่ม ๆ เอื้อมไปลูบแก้มแม่ที่พึ่งจะหย่อนตัวนั่งลงเก้าอี้ข้าง ๆ ด้วยความกังวล
"สงสัยฝุ่นเข้าตาน่ะครับ ไม่เป็นไรแล้วเราไปกันเถอะเดี๋ยวสาย"
เร็นจูงมือน้องเทียนเดินออกมาจากบ้านเพื่อไปขึ้นรถกระบะคู่ใจ เขาพยายามคิดเข้าข้างตัวเองว่าป่านนี้ธูปคงถอดใจและกลับกรุงเทพไปแล้ว แต่ทว่าทันทีที่ก้าวเท้าออกจากประตูบ้าน นัยน์ตาสวยของเร็นก็เหลือบไปเห็นรถยุโรปสีดำคันเดิมยังคงจอดนิ่งสนิทอยู่ที่เดิมไม่ขยับไปไหน และที่สำคัญกว่านั้น เจ้าของรถไม่ได้นั่งอยู่ข้างในแต่ยืนคุยมือถืออยู่ด้านนอก
"อ้าว...คุณอาหน้าดุยังไม่กลับเหรอครับมี้"น้องเทียนชี้มือไปที่ร่างสูงที่กำลังยืนพิงต้นจามจุรีใหญ่คุยมือถืออยู่หน้าบ้าน ธูปไม่ได้อยู่ในชุดเหมือนเมื่อครู่ เขาถอดเสื้อเชิ้ตตัวนอกออกเหลือเพียงเสื้อกล้ามสีดำสีเข้มที่เผยให้เห็นรอยสักจาง ๆ และกล้ามเนื้อแขนที่ดูแข็งแรง ท่าทางพยายามอดทนกับความร้อนของอากาศเมืองไทยอย่างที่สุด
เมื่อธูปเห็นเร็นเดินออกมา เขาก็รีบวางมือถือและสลัดความเหนื่อยล้าทิ้งแล้วเดินตรงเข้ามาเกาะรั่วประตูทันที สายตาคมกริบจ้องมองไปที่ดวงตาบวมช้ำของเร็นเพียงแวบเดียว เขาก็รู้ได้ทันทีว่าความจริงที่เขาบอกไปเมื่อครู่ได้ส่งผลกระทบต่อใจของเร็นมากขนาดไหน
"เร็นจะออกไปข้างนอกเหรอ"ธูปถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิมมาก
"ผมจะไปทำงาน คุณยังไม่กลับอีกเหรอคุณธนาวัฒน์"เร็นตอบโดยไม่ยอมสบตา เดินมาเปิดประตูรั้วบ้านเสร็จก็เตรียมเดินกลับไปขึ้นรถเพื่อจะหนีสถานการณ์ในตอนนี้ เขายังไม่พร้อมที่จะคุยกับธูป ยังไม่พร้อมจริง ๆ
"ผมจะกลับได้ยังไง ในเมื่อผมยังไม่ได้เคลียร์เรื่องของเราเลย เร็นให้ผมขับรถไปส่งพวกคุณไหม"
"ไม่ต้อง! และเราไม่มีเรื่องอะไรต้องเคลียร์กันทั้งนั้น"เร็นโต้กลับ แต่เสียงที่เคยแข็งกร้าวกลับสั่นอย่างเห็นได้ชัด
"คุณอาอย่ามากวนมี้สิครับ มี้บอกว่ามี้จะไปทำงาน เทียนจะไปดูพี่คนซ่อมน้ำท่วมด้วย คุณอาไปไกล ๆ เลย แค่นี้มี้ก็เหนื่อยมากแล้ว"น้องเทียนก้าวออกมาขวางหน้าแม่ไว้พยายามทำตัวให้ดูตัวโตที่สุดเพื่อปกป้องมี้
ธูปก้มลงมองเด็กชายตัวน้อยที่สูงเพียงระดับเอว แววตาของเด็กคนนี้ที่จ้องมองเขาด้วยความไม่ไว้ใจมันทำให้เขาจุกในอก เพราะเขารู้ดีว่าความโกรธของลูกชายคือผลผลิตจากการกระทำของเขาในอดีต
"อาไม่ได้จะมาแกล้งครับน้องเทียน...อาแค่จะมาจีบมี้ของหนู"
คำพูดตรงไปตรงมาของธูปทำเอาเร็นหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อ ๆ ส่วนน้องเทียนกอดอกฉับ ขมวดคิ้วแน่นกว่าเดิม
"จีบก็ไม่ได้! มี้บอกว่าเทียนเป็นคนเดียวที่รักมี้ที่สุดในโลก คุณอาไปไกล ๆ เลย!"
"น้องเทียนเข้าไปรอในรถก่อนลูก"เร็นรีบตัดบทก่อนที่ลูกชายจะอาละวาดไปมากกว่านี้ เขาหันไปมองธูปด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามมากมาย ก่อนจะเอ่ยว่าในสิ่งที่คนตรงหน้าพูดเมื่อกี้"คุณพูดบ้าอะไรต่อหน้าน้องเทียน กลับไปซะเถอะ ผมยังมีเรื่องต้องจัดการอีกเยอะ"
"ผมไม่กลับ...และถ้าคุณไม่ให้ผมไปส่ง ผมก็จะขับรถตามคุณไปทุกที่ ต่อให้คุณไปเข้าส้วมผมก็จะตามไปเฝ้า"
ธูปพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังจนดูน่าหมั่นไส้ เร็นได้แต่ยืนอึ้งกับความหน้ามึนของอดีตคนรักที่เปลี่ยนไปเป็นคนละคน แปดปีที่ผ่านมาอาจจะเปลี่ยนเร็นให้แข็งแกร่งขึ้น แต่ดูเหมือนมันจะเปลี่ยนธูปให้กลายเป็นคนสู้ชีวิตและหน้าด้านขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว!
"พูดบ้าอะไรของนายน่ะธูป"
ห้ามจีบ04 ความจริงที่เริ่มสั่นคลอนหลังจากประตูบ้านปิดลงและล็อกอย่างแน่นหนา เร็นทรุดตัวลงพิงบานประตูอย่างหมดแรง เสียงหัวใจที่เต้นรัวพยายามตะโกนแข่งกับเสียงของธูปที่ยังดังสะท้อนอยู่ในหัว'ผมไม่ได้เป็นคนส่ง วันนั้นผมรถคว่ำ!'"ไม่จริง มันจะเป็นไปได้ยังไง"เร็นพึมพำกับตัวเอง ดวงตาที่เอ่อคลอด้วยน้ำตามองไปที่น้องเทียนซึ่งยืนมองเขาตาใสแป๋ว เด็กน้อยไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ ๆ บรรยากาศถึงเคร่งเครียดขนาดนี้"มี้ครับคุณอาคนนั้นเขาทำมี้เสียใจเหรอ?"มือเล็ก ๆ เอื้อมมากุมมือแม่ไว้ พลันนัยน์ตาไร้เดียงสาที่มองแม่นั้นก็เริ่มเอ่อคลอจะร้องตาม"เปล่าครับคนดี มี้แค่เหนื่อยนิดหน่อย น้องเทียนไปทานขนมปังในครัวก่อนนะลูก เดี๋ยวเราจะได้ออกไปตรวจหอพักกัน"เร็นฝืนยิ้มที่ดูขมขื่นที่สุดส่งให้ลูก ซึ่งน้องเทียนก็พยักหน้ารับและเดินเข้าครัวอย่างว่าง่ายเมื่อลูกชา
ห้ามจีบ03 แขกไม่ได้รับเชิญแสงไฟหน้ารถกระบะสี่ประตูสาดส่องไปบนถนนลาดยางสายเล็กๆ ที่ตัดผ่านทุ่งนาและสวนผลไม้ ในที่สุดเร็นก็พาพาหนะคู่ใจมาจอดนิ่งสนิทอยู่ที่หน้าบ้านปูนเปลือยสไตล์โมเดิร์นสองชั้น ตัวบ้านถูกออกแบบอย่างเรียบหรูด้วยกระจกบานใหญ่และระเบียงกว้าง ตัดกับสีเขียวขจีของสวนรอบบ้านที่เร็นลงแรงดูแลมาตลอดแปดปี บ้านหลังนี้คือความภาคภูมิใจและเป็นพื้นที่ปลอดภัยเพียงแห่งเดียวที่เขามี"ถึงบ้านเราแล้วครับน้องเทียน"เร็นเอ่ยเสียงแผ่วพลางดับเครื่องยนต์ เด็กชายตัวน้อยที่หลับปุ๋ยมาตลอดทางค่อย ๆ ขยี้ตาตื่นขึ้นมาด้วยความง่วงงุน ก่อนจะเอ่ยถามผู้เป็นแม่ด้วยน้ำเสียงงัวเงีย"ถึงบ้านเราแล้วเหรอครับมี้...มืดจังเลย""ครับ เดี๋ยวเทียนรีบขึ้นไปนอนบนห้องนะลูก เดี๋ยวหม่ามี้ขนของตามไป"เร็นอุ้มลูกชายลงจากรถ กลิ่นอากาศบริสุทธิ์ของชนบทควรจะทำให้เขาใจชื้นขึ้น แต่วินาทีที่ก้าวเท้าลงเหยียบพื้นดิน ความรู้สึกเหมือนถูกจับจ้องที่สวนสาธารณะกลับแวบเข้ามาในหัวจนเขาต้องรีบพาลูกก้าวเข้าบ้านและล็อกประตูอย่างแน่นหนาติ๊ด!เสียงระบบล็อกดิจิทัลดังขึ้นเมื่อเร็นปิดประตูบ้านปูนหลังงาม เขาถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเมื่อเห็นผนังปูนที่แข
ห้ามจีบ02 ความบังเอิญที่น่ากลัวเช้าวันต่อมาในเมืองหลวงบรรยากาศช่างแตกต่างจากความเงียบสงบที่ต่างจังหวัดอย่างสิ้นเชิง เร็นจูงมือน้องเทียนเดินฝ่าฝูงชนในย่านธุรกิจเพื่อไปส่งลูกชายที่กวดวิชาศิลปะชั่วคราวระหว่างรอวันเกิดคุณยาย เดินฝ่าฝูงชนได้ไม่นานเสียงนุ่มของเด็กน้อยก็ดังขึ้น"มี้ครับ คนเยอะจัง เทียนต้องจับมือมี้แน่น ๆ ใช่ไหม" เด็กชายเงยหน้าถามพลางกระชับมือน้อย ๆ เข้ากับฝ่ามือของแม่"ใช่ครับคนดี จับมือมี้ไว้แล้วอย่าปล่อยนะ" เร็นตอบด้วยรอยยิ้ม แต่แววตากลับคอยระแวดระวังไปรอบตัวความจริงเร็นอยากจะพาลูกหนีกลับต่างจังหวัดตั้งแต่วินาทีที่เห็นหน้าธูปในวันนั้น แต่ติดตรงที่เขารับปากแม่ไว้แล้วว่าจะอยู่ฉลองวันเกิดท่าน อีกทั้งลึก ๆ ในใจเขายังอยากจะเชื่อว่าธูปเป็นแค่ความบังเอิญที่ผ่านมาแล้วก็จะผ่านไป แต่เร็นไม่รู้เลยว่าเขากำลังคิดผิดจากมุมมืดของรถตู้สีดำฟิล์มทึบที่จอดห่างออกไปไม่กี่เมตร นัยน์ตาคมกริบของธูปจ้องมองผ่านกระจกไปยังร่างโปร่งและเด็กชายตัวน้อยอย่างไม่วางตา เขาเห็นเร็นที่ดูเหนื่อยล้าแต่ก็เข้มแข็งขึ้นกว่าเดิมเดินจูงมือน้องเทียนที่หัวเราะร่าเริงยามที่เร็นแวะซื้อไอศกรีมให้ที่ข้างทาง"นั่นคือชีวิ
ห้ามจีบ 01 แปดปีที่หายไปกับใจที่ยังจำวันเวลาผ่านไป 8 ปี บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนจากความเศร้าสร้อยในวันวาน เป็นความอบอุ่นที่มีระยะห่างของความลับในใจ แสงแดดยามบ่ายทอดผ่านหน้าต่างกระจกใสเข้ามาในร้านคาเฟ่เล็ก ๆ ในตัวเมือง เร็นในวัยเกือบสามสิบดูสุขุมและโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมมาก ใบหน้าที่เคยหม่นหมองด้วยคราบน้ำตาในวันนั้น ถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนยามที่จ้องมองเด็กชายวัย 7 ขวบเศษอย่าง เทียน ที่กำลังขะมักเขม้นกับการวาดรูปตรงหน้า"หม่ามี้ครับ ดูนี่สิ เทียนวาดรูปคุณลุงยักษ์เสร็จแล้ว"เด็กชายตัวน้อยเงยหน้าขึ้นมาอวดผลงาน นัยน์ตากลมโตที่ถอดแบบมาจากเร็นฉายแววสดใส แต่ทว่าโครงหน้าคมสัน จมูกโด่งรั้น และแววตาบางอย่างยามที่ขมวดคิ้วนั้น มันกลับเหมือนเขาคนนั้นราวกับพิมพ์เดียวกันไม่ผิดเพี้ยน"ไหนดูสิครับ เก่งมากเลยน้องเทียนแต่วันนี้เราตกลงกันแล้วใช่ไหมว่าถ้าทานเค้กหมด ต้องไปช่วยมี้เลือกของขวัญให้คุณตาคุณยายด้วย" เร็นเอื้อมมือไปลูบหัวลูกชายด้วยความรัก"รับทราบครับ!"เทียนรับคำเสียงใสก่อนจะวางดินสอลง"หม่ามี้ครับทำไมทุกครั้งที่เรามาที่นี่คนมักจะเยอะตลอดเลย ไม่เห็นเหมือนบ้านที่นู่นของเราเลยสักนิด""ก็ที่นี่คื
บทนำ "ที่ไอ้หมอนั้นมันพูดว่าพ่อแม่ของเร็นจะให้ไปเรียนต่อต่างประเทศกับมัน มันหมายความว่ายังไงกันแน่เร็น"เสียงทุ้มของ ธูป หรือ ธนวัฒน์ เหมารกรณ์ นักศึกษาคณะบริหารปี4เอ่ยถามแฟนหนุ่มวัยเดียวกันที่คบหากันมาตั้งแต่เรียนปีหนึ่งอย่าง เร็น หรือ ทิพย์กมล วรพัฒน์ ที่ในตอนนี้ยืนนิ่งอึ้งเม้มปากแน่นไม่ยอมตอบกลับคำถามของแฟนหนุ่มสักที นั้นยิ่งทำให้ธูปรู้สึกโมโหหนักเข้าไปอีกที่เห็นแฟนไม่ยอมอธิบายอะไรออกมา"....""ทำไมเอาแต่ยืนเงียบแบบนี้วะเร็น ตกลงเรื่องที่ไอ้เหี้ยนั้นมันพูดคือความจริงอย่างนั้นเหรอ"ธูปถามขึ้นอีกครั้ง แต่ทว่าน้ำเสียงในครั้งนี้ของธูปมันแฝงไปด้วยความโมโห ยิ่งแฟนหนุ่มของเขาเอาแต่ก้มหน้าเงียบไม่ได้เอ่ยปฏิเสธแต่อย่างใด มันยิ่งทำให้เขาโมโหมากขึ้นไปอีก เพราะนั้นมันหมายความว่าสิ่งที่ไอ้หมอนั้นไอ้คนที่มันชอบแฟนของเขามันคือความจริง"มันคือเรื่องจริงพวกท่านอยากให้เร็นไปเรียนต่อโทที่ต่าง...."เร็นเงยหน้ามาอธิบายคนรักด้วยแววตาสั่นไหว แต่ทว่าเอ่ยอธิบายยังไม่ทันจบคนตัวสูงตรงหน้าก็โยนคำถามอันแสนจุกอกแทรกกลับมาซะก่อน"คิดจะบอกกันเมื่อไหร่...เร็นคิดจะบอกธูปที่เป็นผัวของเร็นเมื่อไหร่วะ""...เร็นตั้งใจจ







