LOGINห้ามจีบ04 ความจริงที่เริ่มสั่นคลอน
หลังจากประตูบ้านปิดลงและล็อกอย่างแน่นหนา เร็นทรุดตัวลงพิงบานประตูอย่างหมดแรง เสียงหัวใจที่เต้นรัวพยายามตะโกนแข่งกับเสียงของธูปที่ยังดังสะท้อนอยู่ในหัว
'ผมไม่ได้เป็นคนส่ง วันนั้นผมรถคว่ำ!'
"ไม่จริง มันจะเป็นไปได้ยังไง"เร็นพึมพำกับตัวเอง ดวงตาที่เอ่อคลอด้วยน้ำตามองไปที่น้องเทียนซึ่งยืนมองเขาตาใสแป๋ว เด็กน้อยไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ ๆ บรรยากาศถึงเคร่งเครียดขนาดนี้
"มี้ครับคุณอาคนนั้นเขาทำมี้เสียใจเหรอ?"มือเล็ก ๆ เอื้อมมากุมมือแม่ไว้ พลันนัยน์ตาไร้เดียงสาที่มองแม่นั้นก็เริ่มเอ่อคลอจะร้องตาม
"เปล่าครับคนดี มี้แค่เหนื่อยนิดหน่อย น้องเทียนไปทานขนมปังในครัวก่อนนะลูก เดี๋ยวเราจะได้ออกไปตรวจหอพักกัน"เร็นฝืนยิ้มที่ดูขมขื่นที่สุดส่งให้ลูก ซึ่งน้องเทียนก็พยักหน้ารับและเดินเข้าครัวอย่างว่าง่าย
เมื่อลูกชายเข้าห้องครัวไปแล้ว เร็นรีบเดินเข้าห้องทำงานเล็ก ๆ ของเขา ทันทีที่ประตูปิดลงเร็นก็คว้าโทรศัพท์ขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทา ตลอดแปดปีที่ผ่านมาเขาตัดขาดจากเพื่อนในกลุ่มมหาวิทยาลัยแทบทุกคน เพราะไม่อยากให้ใครรู้ร่องรอยว่าเขาอยู่ที่ไหน แต่ตอนนี้เขามีคนเดียวที่น่าจะให้คำตอบได้
เขากดหาเบอร์ วิน เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่ยังไม่เปลี่ยนเบอร์และเป็นคนเดียวที่สนิทกับทั้งเขาและธูป เมื่อกดโทรออกเสียงสัญญาณตู๊ดยาว ๆ ดังอยู่หลายครั้งจนเร็นเริ่มใจเสีย แต่ทว่าผ่านไปสักพักแล้วปลายสายก็รับ
/ฮัลโหลใครครับ?/หลังจากกดรับสายเสียงของวินดูแปลกใจเล็กน้อย อาจจะเป็นเพราะเป็นเบอร์แปลกด้วยแหละ แต่พอได้ยินชื่อว่าเป็นใคร ปลายสายเงียบกริบไปหลายวินาที ก่อนจะมีเสียงอุทานด้วยความตกใจ
"วินนี่เร็นเองนะ"
/เร็น! เร็นจริง ๆ ใช่ไหม? มึงหายหัวไปไหนมาวะตั้งแปดปี! รู้ไหมว่าทุกคนตามหามึงแทบตาย โดยเฉพาะ.../ยังไม่ทันที่ปลายสายจะได้เอ่ยจบประโยคดี เร็นก็ขัดจังหวะพลางพยายามคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นก่อนจะเอ่ยถามสิ่งที่ตัวเองอยากรู้
“วินฟังเร็นก่อนน เร็นมีเรื่องอยากจะถาม วันที่เรียนจบธูปประสบอุบัติเหตุรถคว่ำจนโคม่า มันคือเรื่องจริงไหม?”
คราวนี้วินเงียบไปอีกครั้ง มันเป็นความเงียบที่หนักอึ้ง วินไม่รู้ว่าจะเริ่มพูดยังไงก่อนที่ไม่นานวินจะพ่นลมหายใจออกมาเสียงดังแล้วเริ่มบอกความจริงในวันนั้น ในสิ่งที่วินและเหล่าเพื่อน ๆ เห็นและรับรู้ทั้งหมด
/มึงไม่รู้เหรอเร็น? วันนั้นหลังจากที่พวกมึงทะเลาะกันกูกับพวกไอ้เอเห็นธูปมันขับรถหนีมึง แต่พอมึงขับรถออกจากมหาลัยกูก็เห็นรถมันขับตามหลังมึงไปนะ แต่ไม่รู้นะว่ามันไปประสบอุบัติเหตุตอนไหนเพราะไม่เห็นมีข่าวอะไรเลย กูเองที่รู้ข่าวว่าไอ้ธูปรถชนได้ก็เพราะแฟนกูที่เป็นหมอทักมาบอกเห็นว่ามันชนเข้ากับรถบรรทุกกลางสี่แยก อาการมันสาหัสมากนะเว้ย ปอดฉีก หยุดหายใจไปก็ตั้งหลายครั้ง มันนอนเป็นผักอยู่ในICU เป็นเดือน ๆ พอมันฟื้นขึ้นมาคำแรกที่มันเรียกคือชื่อมึง แต่มันกลับไม่เจอมึงแล้ว ตอนนั้นพี่หมอบอกกูว่าพ่อมันบอกว่ามึงทิ้งมันไปเมืองนอก ตอนพี่หมอเล่าให้ฟังกูยังไม่อยากจะเชื่อว่ามึงจะทิ้งไอ้ธูปได้ แต่ก็นั้นแหละพวกกูเองก็พยายามติดต่อมึงเพื่อจะถามว่าจริงไหม แต่ก็ไม่มีใครติดต่อมึงได้เลย/
คำพูดของวินเหมือนค้อนปอนด์ที่เหวี่ยงเข้าใส่กลางอกของเร็นจนเขารู้สึกหายใจไม่ออก ความจริงมากมายที่วินเล่าให้ฟังมันหนักหนาสาหัสสำหรับตัวเร็นมาก เร็นนั่งนิ่งตัวชาไปทั้งตัวเขาแทบจะหาเส้นเสียงของตัวเองไม่เจอกว่าจะเปล่งเสียงออกมาได้ก็ปาไปเป็นนาที
"แล้ว...แล้ววินเห็นมือถือธูปไหม วิน? มีใครส่งข้อความหาเร็นตอนนั้นหรือเปล่า"
/มือถือมันพังยับตั้งแต่อยู่ในซากรถแล้วเร็น อีกอย่างตอนมันโคม่า พ่อมันเป็นคนจัดการของทุกอย่าง ใครจะเข้าถึงมือถือมันได้ถ้าไม่ใช่คนในครอบครัวมัน/วินถอนหายใจยาว ก่อนจะเอ่ยพูดต่อ /เร็นตกลง8ปีที่ผ่านมามึงหายไปไหนวะ มึงไปเรียนต่อที่เมืองนอกจริง ๆ เหรอ มึงรู้ไหมว่าไอ้ธูปมันรักมึงจะตายห่า ตลอดแปดปีมันพยายามตามหามึงและคอยถามเพื่อน ๆ ตลอดเลยนะว่าติดต่อมึงได้ไหม/
"ขอโทษนะวินไว้เราจะติดต่อไปเล่าทุกอย่างให้ฟังใหม่นะ"สิ้นประโยคคำพูดเร็นค่อย ๆ ลดมือที่ถือโทรศัพท์ลง น้ำตาที่สะสมมาตลอดเช้าไหลอาบแก้มอย่างห้ามไม่อะไรไม่ได้
ถ้าเรื่องที่วินพูดเป็นความจริง ถ้าธูปเกือบตายจริง ๆ แล้วความเกลียดชังที่เขาสั่งสมมาตลอด 8 ปีล่ะ? เร็นมองลอดหน้าต่างออกไป เห็นถุงครัวซองต์ที่วางทิ้งไว้บนโต๊ะข้างนอก ความจริงที่เขาได้รับรู้มันกำลังหมุนโลกของเขาให้กลับตาลปัตร ความผิดที่เขาเคยคิดว่าธูปเป็นคนก่อ บัดนี้มันกลับกลายเป็นความเข้าใจผิดขนาดใหญ่ที่พรากเวลา8ปีไปจากพวกเขา
"ธูปถ้าธูปยังรักเร็น แล้วทำไมวันนั้นถึงได้ขอห่างกับเร็นล่ะ"เร็นทรุดลงนั่งกับพื้นกอดเข่าตัวเองสะอื้นไห้
หลังจากที่เร็นปล่อยโฮออกมาจนใจเริ่มสงบลง เขารีบจัดการล้างหน้าล้างตาเพื่อไม่ให้ลูกชายเห็นความอ่อนแอ แต่ดวงตาที่บวมช้ำเพียงเล็กน้อยก็ยากจะปกปิดได้มิด เร็นสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะเดินออกไปหาน้องเทียนที่ห้องครัวแล้วเอ่ยพูด
"น้องเทียนครับมี้เตรียมตัวเสร็จแล้ว เราไปดูหอพักกันเถอะลูก"
"มี้...มี้เจ็บตาเหรอครับ? ทำไมตาแดง ๆ "เด็กชายตัวน้อยวางขนมปังในมือลงแล้ววิ่งเข้ามาหา ใช้มือนุ่ม ๆ เอื้อมไปลูบแก้มแม่ที่พึ่งจะหย่อนตัวนั่งลงเก้าอี้ข้าง ๆ ด้วยความกังวล
"สงสัยฝุ่นเข้าตาน่ะครับ ไม่เป็นไรแล้วเราไปกันเถอะเดี๋ยวสาย"
เร็นจูงมือน้องเทียนเดินออกมาจากบ้านเพื่อไปขึ้นรถกระบะคู่ใจ เขาพยายามคิดเข้าข้างตัวเองว่าป่านนี้ธูปคงถอดใจและกลับกรุงเทพไปแล้ว แต่ทว่าทันทีที่ก้าวเท้าออกจากประตูบ้าน นัยน์ตาสวยของเร็นก็เหลือบไปเห็นรถยุโรปสีดำคันเดิมยังคงจอดนิ่งสนิทอยู่ที่เดิมไม่ขยับไปไหน และที่สำคัญกว่านั้น เจ้าของรถไม่ได้นั่งอยู่ข้างในแต่ยืนคุยมือถืออยู่ด้านนอก
"อ้าว...คุณอาหน้าดุยังไม่กลับเหรอครับมี้"น้องเทียนชี้มือไปที่ร่างสูงที่กำลังยืนพิงต้นจามจุรีใหญ่คุยมือถืออยู่หน้าบ้าน ธูปไม่ได้อยู่ในชุดเหมือนเมื่อครู่ เขาถอดเสื้อเชิ้ตตัวนอกออกเหลือเพียงเสื้อกล้ามสีดำสีเข้มที่เผยให้เห็นรอยสักจาง ๆ และกล้ามเนื้อแขนที่ดูแข็งแรง ท่าทางพยายามอดทนกับความร้อนของอากาศเมืองไทยอย่างที่สุด
เมื่อธูปเห็นเร็นเดินออกมา เขาก็รีบวางมือถือและสลัดความเหนื่อยล้าทิ้งแล้วเดินตรงเข้ามาเกาะรั่วประตูทันที สายตาคมกริบจ้องมองไปที่ดวงตาบวมช้ำของเร็นเพียงแวบเดียว เขาก็รู้ได้ทันทีว่าความจริงที่เขาบอกไปเมื่อครู่ได้ส่งผลกระทบต่อใจของเร็นมากขนาดไหน
"เร็นจะออกไปข้างนอกเหรอ"ธูปถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิมมาก
"ผมจะไปทำงาน คุณยังไม่กลับอีกเหรอคุณธนาวัฒน์"เร็นตอบโดยไม่ยอมสบตา เดินมาเปิดประตูรั้วบ้านเสร็จก็เตรียมเดินกลับไปขึ้นรถเพื่อจะหนีสถานการณ์ในตอนนี้ เขายังไม่พร้อมที่จะคุยกับธูป ยังไม่พร้อมจริง ๆ
"ผมจะกลับได้ยังไง ในเมื่อผมยังไม่ได้เคลียร์เรื่องของเราเลย เร็นให้ผมขับรถไปส่งพวกคุณไหม"
"ไม่ต้อง! และเราไม่มีเรื่องอะไรต้องเคลียร์กันทั้งนั้น"เร็นโต้กลับ แต่เสียงที่เคยแข็งกร้าวกลับสั่นอย่างเห็นได้ชัด
"คุณอาอย่ามากวนมี้สิครับ มี้บอกว่ามี้จะไปทำงาน เทียนจะไปดูพี่คนซ่อมน้ำท่วมด้วย คุณอาไปไกล ๆ เลย แค่นี้มี้ก็เหนื่อยมากแล้ว"น้องเทียนก้าวออกมาขวางหน้าแม่ไว้พยายามทำตัวให้ดูตัวโตที่สุดเพื่อปกป้องมี้
ธูปก้มลงมองเด็กชายตัวน้อยที่สูงเพียงระดับเอว แววตาของเด็กคนนี้ที่จ้องมองเขาด้วยความไม่ไว้ใจมันทำให้เขาจุกในอก เพราะเขารู้ดีว่าความโกรธของลูกชายคือผลผลิตจากการกระทำของเขาในอดีต
"อาไม่ได้จะมาแกล้งครับน้องเทียน...อาแค่จะมาจีบมี้ของหนู"
คำพูดตรงไปตรงมาของธูปทำเอาเร็นหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อ ๆ ส่วนน้องเทียนกอดอกฉับ ขมวดคิ้วแน่นกว่าเดิม
"จีบก็ไม่ได้! มี้บอกว่าเทียนเป็นคนเดียวที่รักมี้ที่สุดในโลก คุณอาไปไกล ๆ เลย!"
"น้องเทียนเข้าไปรอในรถก่อนลูก"เร็นรีบตัดบทก่อนที่ลูกชายจะอาละวาดไปมากกว่านี้ เขาหันไปมองธูปด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามมากมาย ก่อนจะเอ่ยว่าในสิ่งที่คนตรงหน้าพูดเมื่อกี้"คุณพูดบ้าอะไรต่อหน้าน้องเทียน กลับไปซะเถอะ ผมยังมีเรื่องต้องจัดการอีกเยอะ"
"ผมไม่กลับ...และถ้าคุณไม่ให้ผมไปส่ง ผมก็จะขับรถตามคุณไปทุกที่ ต่อให้คุณไปเข้าส้วมผมก็จะตามไปเฝ้า"
ธูปพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังจนดูน่าหมั่นไส้ เร็นได้แต่ยืนอึ้งกับความหน้ามึนของอดีตคนรักที่เปลี่ยนไปเป็นคนละคน แปดปีที่ผ่านมาอาจจะเปลี่ยนเร็นให้แข็งแกร่งขึ้น แต่ดูเหมือนมันจะเปลี่ยนธูปให้กลายเป็นคนสู้ชีวิตและหน้าด้านขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว!
"พูดบ้าอะไรของนายน่ะธูป"
"ธูปอยากสร้างบ้านที่สมบูรณ์แบบกว่านี้ บ้านที่มีเร็น มีธูป และเหล่ามีลูก ๆ ของเรา ธูปอยากอยู่กับเร็ในฐานะคู่ชีวิตที่ถูกต้องตามกฎหมายและตามหัวใจของธูป"ธูปส่งสัญญาณมือไปทางโขดหิน ซึ่งมีลีโอกับนาแอบซุ่มถือกล้องอยู่ ซึ่งในตอนนั้นลีโอเกือบตกโขดหินเพราะความตื่นเต้น และพอเห็นธูปทำมือแบบนั้น นั่นก็คือสัญญาณเริ่มงานของกัปตัน!"ปะป๊าาาาาาา! กล่องสมบัติมาแล้วครับบบบบ!"เสียงตะโกนใส ๆ ดังมาก่อนตัว กัปตันน้องเทียนวิ่งเตาะแตะฝ่าผืนทรายนุ่ม ๆ ตรงมาที่ทั้งคู่ มือเล็ก ๆ ชูกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มขึ้นเหนือหัวราวกับกำลังถือถ้วยรางวัลระดับโลกเร็นอึ้งจนพูดไม่ออก น้ำตาเริ่มคลอเบ้าเมื่อเห็นลูกชายวิ่งหน้าตั้งเข้ามาหาพร้อมกับรอยยิ้มกว้างที่สุดในโลก"หม่ามี้ครับ! ปะป๊าฝากเทียนมาบอกว่า รักหม่ามี้ที่สุดในจักรวาลเลย!"น้องเทียนหยุดหอบอยู่ตรงหน้า ก่อนจะยื่นกล่องแหวนให้ธูปด้วยมือที่สั่นน้อย ๆ ตามประสาเด็กธูปรับกล่องนั้นมาแล้วคุกเข่าลงบนผืนทราย ท่ามกลางเสียงคลื่นที่ซัดสาดเบา ๆ เขาเปิดกล่องออกเผยให้เห็นแหวนเพชรน้ำงามที่สะท้อนแสงอาทิตย์อัสดงจนดูราวกับมีมนต์ขลัง"เร็นครับ...แต่งงานกับธูปนะ? ให้ธูปได้ดูแลคุณกับลูกในฐ
ตอนพิเศษ เกลียวคลื่นและคำมั่นสัญญาของปะป๊าแสงแดดยามบ่ายที่หาดทรายส่วนตัวในจังหวัดภูเก็ตส่องประกายระยิบระยับล้อกับเกลียวคลื่นสีคราม เสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากของเด็กชายตัวน้อยดังก้องไปทั่วบริเวณ กัปตันน้องเทียนในชุดว่ายน้ำลายไดโนเสาร์มีครีบที่หลัง กำลังสนุกสุดเหวี่ยงกับการวิ่งไล่จับคลื่น โดยมีเร็นที่สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวบางคอยเดินตามดูอยู่ไม่ห่าง"น้องเทียน อย่าวิ่งออกไปลึกนะครับลูก คลื่นมันแรง!"เร็นตะโกนบอกพลางยิ้มละมุนห่างออกไปไม่ไกล บนเก้าอี้ชายหาดใต้ร่มคันใหญ่ ธูปในกางเกงขาสั้นสบาย ๆ และแว่นกันแดดราคาแพงกำลังนั่งทำหน้าเคร่งเครียด มือหนากำลังกดพิมพ์ข้อความยิกยิกในโทรศัพท์สลับกับการเงยหน้ามองเป้าหมายเป็นระยะ ๆ"ปะป๊าครับ! เทียนพร้อมแล้ว!"เด็กน้อยวิ่งหอบแฮก ๆ เข้ามาหาธูปขณะที่เร็นกำลังเดินไปซื้อน้ำมะพร้าวที่เคาน์เตอร์บาร์ใกล้ๆ ธูปรีบเก็บมือถือที่หน้าจอยังค้างอยู่ที่แอปพลิเคชันแชทกลุ่ม 'ปฏิบัติการชิงตัวเมียคืน' ก่อนจะดึงลูกชายเข้ามาซุบซิบ"กัปตันน้องเทียนจำแผนได้ใช่ไหมครับ? พอพระอาทิตย์เริ่มจะตกดิน ปะป๊าจะพาหม่ามี้ไปเดินตรงโน้น แล้วเทียนต้องวิ่งเอากล่องสมบัติมาให้ปะป๊านะ ห้ามทำหายเด็ดขาด
ตอนพิเศษ ภารกิจเปิดตัวปะป๊าเช้าวันศุกร์ที่ควรจะเป็นวันธรรมดากลับกลายเป็นวันที่อากาศในบ้านปูนเปลือยดูจะร้อนระอุเป็นพิเศษ ไม่ใช่เพราะแดดเมืองไทยแต่เป็นเพราะธูปหรือในตำแหน่งใหม่ที่เจ้าตัวแสนภูมิใจอย่างปะป๊าธูป กำลังยืนหมุนตัวหน้ากระจกบานใหญ่มาเกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว"เร็นครับเนกไทสีกรมท่ากับสีเทา อันไหนดูเป็นคุณพ่อที่พึ่งพาได้มากกว่ากันครับ?"เร็นที่กำลังวุ่นวายกับการจัดเตรียมของใส่กระเป๋าไดโนเสาร์ให้ลูกชาย ถึงกับต้องวางมือแล้วถอนหายใจยาว เขามองร่างสูงในชุดสูทสามชิ้นที่เนี้ยบกริบตั้งแต่หัวจรดเท้า ราวกับว่าวันนี้ธูปต้องไปเซ็นสัญญาควบรวมบริษัทระดับโลก ไม่ใช่ไปงานสานสัมพันธ์ครอบครัวที่โรงเรียนประถม"ธูป นี่มันแค่ไปร่วมกิจกรรมระบายสีกับแข่งกินที่โรงเรียนลูกนะ ธูปจะใส่สูทเต็มยศไปทำไมเนี่ย คนอื่นเขาใส่เสื้อยืดโปโลกันทั้งนั้นแหละ""ไม่ได้ครับเร็น นี่คือการเปิดตัวปะป๊าอย่างเ
เสียงเล็ก ๆ ตะโกนลั่น พร้อมกับน้องเทียนที่ถือกล่องเค้กที่เร็นช่วยประคองเดินออกมาจากมุมมืด โดยมีเร็นเดินถือเทียนที่จุดสว่างไสวตามมาข้างหลัง ทันใดนั้นไฟในห้องนั่งเล่นก็สว่างขึ้น เผยให้เห็นกลุ่มคนที่ยืนยิ้มรออยู่ก่อนแล้ว"สุขสันต์วันเกิดนะเจ้าธูป!"เสียงทุ้มทรงพลังของกิตติผู้เป็นพ่อเอ่ยขึ้นพลางเดินเข้ามาตบบ่าลูกชายอย่างภูมิใจ ส่วนธูปนั้นมองหน้าพ่ออย่างนึกแปลกใจ เพราะก่อนหน้านี้เจ้าตัวยังนั่งร่วมประชุมอยู่ด้วยกันอยู่เลย นี่อย่าบอกนะที่ให้เลขารั้งเขาไว้ด้วยงานก็เพื่อจะล่วงหน้ามาก่อน ยอมเขาเลยจริง ๆ"แฮปปี้เบิร์ดเดย์นะพ่อลูกเขย"พลพ่อของเร็นเอ่ยพร้อมรอยยิ้มกว้าง โดยมีดวงใจแม่ของเร็นที่ถือถุงของขวัญและตะกร้าผลไม้ใบโตยืนเคียงข้าง"แม่ทำของโปรดไว้ให้ธูปเพียบเลยนะลูก เหนื่อย ๆ มาทานข้าวกันนะ"ไม่เพียงแค่นั้น ตรงมุมห้องยังมีลีโอและนา ไอ้เด็กจอมกวนประสาทแล้วนายแมวง่วงที่สามารถนอนได้ทุกทีไม่เว้นแม้กระทั้งตอนนี้ที่ยืนสัปหงกอยู่ ซึ่งตอนนี้ทั้งคู่สวมหมวกปาร์ตี้หลากสีดูสดใสโดยลีโอส่งยิ้มกว้างมาให้ธูป"พี่ธูปแฮปปี้เบิร์ดเดย์นะครับ! วันนี้พวกผมเอาลำโพงมาจัดเพลย์ลิสต์ฉลองให้เลย"ลีโอโบกมือร่าเริงพลางใช้ศอกก
บทส่งท้าย ของขวัญล้ำค่าของปะป๊าธูป"หม่ามี้! อาธูป! ดูนี่ครับ!"เสียงเล็ก ๆ ตะโกนลั่นมาแต่ไกลพร้อมเสียงฝีเท้าวิ่งตึกตัก น้องเทียนในชุดนักเรียนที่หลุดลุ่ยเล็กน้อยจากการเล่นซนจากโรงเรียน วิ่งลงจากบันไดบ้านชั้น2หน้าตั้งเข้ามาชูแผ่นกระดาษสีสดใสตรงหน้าธูปที่กำลังช่วยเร็นจัดโต๊ะอาหารเย็น เพราะเจ้าตัวพึ่งจะนึกได้ว่าลืมบอกเรื่องสำคัญกับผู้ใหญ่ทั้งสอง"น้องเทียนอย่างวิ่งลูก เดี๋ยวตกบันได"เสียงของผู้เป็นแม่เอ็ดขึ้น ต่างกับผู้เป็นพ่อที่หันไปมองลูกชายแล้วถามขึ้นเสียงอ่อน"มีอะไรครับกัปตัน? ไหนให้อาธูปดูหน่อยซิ"ธูปวางจานในมือแล้วย่อตัวลงรับกระดาษแผ่นนั้นมาอ่าน"หืม...งานแสดงละครเวทีประจำปี? ตำนานไดโนเสาร์จอมพลัง?""ครับ! คุณครูเลือกให้น้องเทียนเป็นหัวหน้าเผ่าไดโนเสาร์ด้วยนะ! อาธูปกับหม่ามี้ต้องไปดูน้องเทียนนะ ถ้าใครไม่ไปน้องเทียนจะ...จะโกรธจนพ่นไฟใส่เลย!"เด็กน้อยยืดอกอย่างภูมิใจ"ไปแน่นอนครับลูก ต่อให้ต้องเลื่อนประชุมพันล้าน อาก็จะไปนั่งแถวหน้าสุดเลย"ธูปหัวเราะร่าพลางคว้าตัวลูกชายมาฟัดแก้มอย่างหมั่นไส้ ขณะที่เร็นเดินยิ้มละมุนเข้ามาสมทบและพอเมื่อวันงานมาถึง หอประชุมโรงเรียนประถมเนืองแน่นไปด้วยผู้ป
ห้ามจีบ20 ปะป๊าที่แปลว่าอาธูปผ่านไปครึ่งปีจากแขกไม่ได้รับเชิญในวันนั้น วันนี้ธูปได้กลายเป็นเจ้าของบ้าน(ร่วม)อย่างเต็มตัว บรรยากาศในบ้านปูนเปลือยหลังเดิมเปลี่ยนไปตั้งแต่วันที่ธูปหอบกระเป๋าใบใหญ่เข้ามา พร้อมข้ออ้างสุดคลาสสิกที่ว่า "อยากตื่นมาเห็นหน้าลูกเมียทุกเช้า"ทุกเช้าภาพที่เพื่อนบ้านที่พึ่งย้ายอยู่ใกล้ ๆ มักจะเห็นจนชินตาคือธูปในชุดลำลองดูดีที่มักจะวุ่นวายกับการผูกเชือกรองเท้าให้กัปตันน้องเทียน ขณะที่ไหล่กว้างสะพายเป้ไดโนเสาร์ใบโปรดของลูกชายไว้เสมอ เขาทำหน้าที่สารถีไปรับไปส่งกัปตันน้องเทียนที่โรงเรียนทุกวันจนกลายเป็นขวัญใจบรรดาแม่ ๆ และคุณครูที่ธูปต้องคอยตีหน้ายักษ์ใส่เพื่อรักษามาดและคะแนนกับน้องเทียนเอาไว้พอส่งเจ้าตัวแสบเสร็จ ธูปก็จะกลับมาสวมบทนักธุรกิจหนุ่ม นั่งประชุมออนไลน์อยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ในมุมทำงานที่เขายึดพื้นที่ข้างโต๊ะทำบัญชีของเร็น แต่ถึงจะยุ่งแค่ไหนสายตาเขาก็มักจะละจากกราฟหุ้นหรือยอดขายบริษัท เพื่อหันไปหยอด
ห้ามจีบ05 ท่อน้ำแตกกับแผนเนียนขอเข้าบ้านรถกระบะสีดำสี่ประตูของเร็นเลี้ยวเข้าสู่ลานจอดรถของหอพักสีครีมขนาดห้าชั้นที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากตัวบ้านมากนัก เมื่อก้าวลงจากรถเสียงน้ำไหลแรงที่ดังมาจากชั้นสี่ก็ยืนยันได้ทันทีว่าท่อ
ห้ามจีบ03 แขกไม่ได้รับเชิญแสงไฟหน้ารถกระบะสี่ประตูสาดส่องไปบนถนนลาดยางสายเล็กๆ ที่ตัดผ่านทุ่งนาและสวนผลไม้ ในที่สุดเร็นก็พาพาหนะคู่ใจมาจอดนิ่งสนิทอยู่ที่หน้าบ้านปูนเปลือยสไตล์โมเดิร์นสองชั้น ตัวบ้านถูกออกแบบอย่างเรียบหรูด้วยกระจกบานใหญ่และระเบียงกว้าง ตัดกับสีเขียวขจีของสวนรอบบ้านที่เร็นลงแรงดูแลม
ห้ามจีบ02 ความบังเอิญที่น่ากลัวเช้าวันต่อมาในเมืองหลวงบรรยากาศช่างแตกต่างจากความเงียบสงบที่ต่างจังหวัดอย่างสิ้นเชิง เร็นจูงมือน้องเทียนเดินฝ่าฝูงชนในย่านธุรกิจเพื่อไปส่งลูกชายที่กวดวิชาศิลปะชั่วคราวระหว่างรอวันเกิดคุณยาย เดินฝ่าฝูงชนได้ไม่นานเสียงนุ่มของเด็กน้อยก็ดังขึ้น"มี้ครับ คนเยอะจัง เทียนต้
ห้ามจีบ 01 แปดปีที่หายไปกับใจที่ยังจำวันเวลาผ่านไป 8 ปี บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนจากความเศร้าสร้อยในวันวาน เป็นความอบอุ่นที่มีระยะห่างของความลับในใจ แสงแดดยามบ่ายทอดผ่านหน้าต่างกระจกใสเข้ามาในร้านคาเฟ่เล็ก ๆ ในตัวเมือง เร็นในวัยเกือบสามสิบดูสุขุมและโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมมาก ใบหน้าที่เคยหม่นหมองด้วย







