Masukห้ามจีบ02 ความบังเอิญที่น่ากลัว
เช้าวันต่อมาในเมืองหลวงบรรยากาศช่างแตกต่างจากความเงียบสงบที่ต่างจังหวัดอย่างสิ้นเชิง เร็นจูงมือน้องเทียนเดินฝ่าฝูงชนในย่านธุรกิจเพื่อไปส่งลูกชายที่กวดวิชาศิลปะชั่วคราวระหว่างรอวันเกิดคุณยาย เดินฝ่าฝูงชนได้ไม่นานเสียงนุ่มของเด็กน้อยก็ดังขึ้น
"มี้ครับ คนเยอะจัง เทียนต้องจับมือมี้แน่น ๆ ใช่ไหม" เด็กชายเงยหน้าถามพลางกระชับมือน้อย ๆ เข้ากับฝ่ามือของแม่
"ใช่ครับคนดี จับมือมี้ไว้แล้วอย่าปล่อยนะ" เร็นตอบด้วยรอยยิ้ม แต่แววตากลับคอยระแวดระวังไปรอบตัว
ความจริงเร็นอยากจะพาลูกหนีกลับต่างจังหวัดตั้งแต่วินาทีที่เห็นหน้าธูปในวันนั้น แต่ติดตรงที่เขารับปากแม่ไว้แล้วว่าจะอยู่ฉลองวันเกิดท่าน อีกทั้งลึก ๆ ในใจเขายังอยากจะเชื่อว่าธูปเป็นแค่ความบังเอิญที่ผ่านมาแล้วก็จะผ่านไป แต่เร็นไม่รู้เลยว่าเขากำลังคิดผิด
จากมุมมืดของรถตู้สีดำฟิล์มทึบที่จอดห่างออกไปไม่กี่เมตร นัยน์ตาคมกริบของธูปจ้องมองผ่านกระจกไปยังร่างโปร่งและเด็กชายตัวน้อยอย่างไม่วางตา เขาเห็นเร็นที่ดูเหนื่อยล้าแต่ก็เข้มแข็งขึ้นกว่าเดิมเดินจูงมือน้องเทียนที่หัวเราะร่าเริงยามที่เร็นแวะซื้อไอศกรีมให้ที่ข้างทาง
"นั่นคือชีวิตของพวกเขาตลอด8ปีที่ไม่มีฉันซินะ"ธูปพึมพำเสียงเบา มือหนาลูบไล้ไปบนรูปถ่ายในมือที่เป็นภาพถ่ายรูปคู่ของเขาและเร็นสมัยคบกันตอนเรียนมหาวิทยาลัย เขายังเก็บของทุกชิ้นที่เร็นเคยให้เอาไว้เป็นอย่างดี
"จะให้เข้าไปรับตัวเลยไหมครับคุณธูป?"เลขาที่นั่งเบาะหน้าเอ่ยถาม
"ยัง...ฉันอยากรู้ว่าเขาใช้ชีวิตยังไง ลำบากแค่ไหนและมีไอ้หมาตัวไหนมันเข้ามาวอแวใกล้ ๆ เร็นหรือเปล่า"
ตกเย็น ณ สวนสาธารณะใจกลางเมืองที่เร็นพาน้องเทียนมาวิ่งเล่นก่อนกลับเข้าบ้านคุณยาย แสงแดดสีส้มรำไรทอดเงายาวไปบนสนามหญ้า เร็นนั่งมองลูกชายที่กำลังไล่จับผีเสื้ออย่างเพลิดเพลิน ในใจพยายามสลัดภาพใบหน้าของธูปเมื่อวานทิ้งไป
"น้ำครับมี้!"น้องเทียนวิ่งหอบแฮกกลับมาหา เร็นยิ้มบางๆพลางเปิดขวดน้ำให้ลูกชายดื่ม
"เหนื่อยไหมครับ? เดี๋ยวเราเดินไปซื้อขนมร้านนั้นแล้วกลับบ้านกันนะ"เร็นบอกพลางลูบเหงื่อที่ขมับให้ลูก
"โอเคครับ แต่ขอน้องเทียนวิ่งต่ออีกแป๊บนะครับ"
เร็นพยักหน้ารับลูกน้อยก่อนจะเริ่มเก็บของ ในขณะที่เร็นกำลังก้มลงเก็บของใส่กระเป๋า เขาก็รู้สึกเหมือนมีสายตาคู่หนึ่งจับจ้องมาจากทางพุ่มไม้ใหญ่ด้านหลัง เขารีบหันกลับไปมองทันที แต่กลับพบเพียงความว่างเปล่าและความสลัวของยามโพล้เพล้
หมับ!
"โอ๊ะ!"น้องเทียนที่กำลังวิ่งอยู่ชนเข้ากับใครบางคนที่ยืนอยู่ตรงหัวมุมทางเดิน แต่ก่อนเด็กตัวน้อยจะล้มก้นจ้ำเบ้าก็ได้ฝ่ามือใหญ่คว้าตัวช่วยไว้ได้ก่อน
"ระวังหน่อยครับเด็กน้อย"เสียงทุ้มเข้มที่เร็นจำได้แม่นยิ่งกว่าอะไรดีดังขึ้น
เร็นรีบวิ่งเข้าไปหาลูกทันที ใจของเขาเต้นรัวเหมือนกลองรบ และก็เป็นอย่างที่คิดธูปยืนอยู่ตรงนั้น ในชุดสูทที่ปลดกระดุมคอออกดูไม่เป็นทางการนัก เขากำลังประคองไหล่น้องเทียนไว้อย่างมั่นคง
"คุณ! คุณตามผมมางั้นเหรอ?"เร็นเข้าไปดึงตัวลูกมาไว้ข้างหลัง กางแขนปกป้องอย่างสัญชาตญาณ
ธูปไม่ได้ตอบในทันที เขาเพียงแต่ยิ้มบาง ๆ ที่มุมปาก สายตาจับจ้องไปที่ใบหน้าของเด็กชายที่ดูตกตะลึง
"ผมแค่มาเดินเล่น ไม่คิดว่าจะบังเอิญเจอเร็นที่นี่เหมือนกัน ว่าแต่เด็กตัวน้อยด้านหลังของเร็นน่ารักดีนะ ชื่ออะไรอย่างนั้นเหรอ"
บรรยากาศรอบข้างพลันเย็นเยียบขึ้นมาทันทีในความรู้สึกของเร็น แม้ว่าแสงแดดสีส้มยามเย็นจะยังคงทาบทับอยู่บนผืนหญ้า แต่สายตาที่ธูปใช้มองลอดผ่านไหล่เขาไปยังน้องเทียนนั้นกลับทำให้เร็นสั่นสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ
"ชื่อ...น้องเทียนครับ"เสียงเล็ก ๆ ดังลอดออกมาจากข้างหลังเร็น เด็กน้อยที่แววตาไร้เดียงสาเงยหน้ามองคุณลุงตัวสูงตรงหน้าด้วยความสงสัย ก่อนจะเอ่ยขอบคุณตามที่ผู้เป็นแม่เคยสอนยามเมื่อมีคนช่วยเหลือตัวเอง"ขอบคุณที่ช่วยไม่ให้เทียนล้มนะครับ"
"เทียน...ชื่อเพราะดีนะ" ธูปทวนชื่อนั้นช้า ๆ น้ำหนักของเสียงดูนุ่มนวลอย่างประหลาดจนเร็นต้องกระชับแขนที่กั้นลูกไว้แน่นขึ้น
"เรามีธุระต้องรีบไป ขอตัวนะครับ"เร็นรีบตัดบทพยายามเลี่ยงการสนทนา เขาไม่รอให้ธูปตอบรับ มือเรียวรีบคว้าข้อมือลูกชายแล้วออกเดินกึ่งวิ่งมุ่งหน้าไปยังทางออกของสวนสาธารณะทันที
ธูปไม่ได้ก้าวตามในทันที เขาเพียงแต่ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น มองแผ่นหลังของคนที่เขาคะนึงหามาตลอด8ปีที่กำลังพาลูกชายตัวน้อยเดินหนีเขาไปอย่างลนลาน มุมปากที่เคยยกยิ้มจาง ๆ ค่อย ๆ เลือนหายไป กลายเป็นสายตาที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน
"มี้ครับ คุณอาคนนั้นใจดีจัง มือคุณอาอุ่นเหมือนมี้เลย"น้องเทียนพูดพลางหันกลับไปมองชายหนุ่มที่ยืนอยู่ไกลออกไป
"อย่าหันไปมองครับน้องเทียน เดินเร็ว ๆ ลูก"เร็นกระซิบเสียงสั่น ในหัวมีแต่คำถามวนเวียนอยู่เต็มไปหมด ธูปโผล่มาที่นี่ได้ยังไง? บังเอิญงั้นเหรอ? ไม่มีทาง คนระดับธูปไม่มีทางมาเดินเล่นในสวนสาธารณะธรรมดา ๆ แบบนี้คนเดียวแน่
ขณะที่เร็นกำลังจะก้าวพ้นขอบรั้วสวนสาธารณะ เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ในกระเป๋าก็ดังขึ้น เขาหยุดเดินแล้วหยิบมันขึ้นมาดูด้วยมือที่สั่นเทา ข้อความจากเบอร์ที่ไม่คุ้นเคยปรากฏบนหน้าจอ
'ลูกชายคุณตาสวยเหมือนคุณเลยนะเร็น'
เร็นรู้สึกเหมือนลมหายใจสะดุดกะทันหัน เขารีบหันกลับไปมองทางต้นไม้ใหญ่จุดเดิม แต่ธูปหายไปแล้วเหลือเพียงความว่างเปล่าและความสลัวของยามวิกาลที่กำลังคืบคลานเข้ามาปกคลุมเมืองหลวงแห่งนี้
หลังจากเหตุการณ์ที่สวนสาธารณะเร็นแทบจะไม่ได้ยินเสียงรอบข้างอีกเลย ในใจเขามีแต่ความหวาดกลัวที่ปนเปไปกับความสับสน เขาพาน้องเทียนกลับมาถึงบ้านหลังใหญ่ของคุณยายด้วยท่าทีลุกลี้ลุกลนจนผู้เป็นบิดาและมารดาที่นั่งพักผ่อนอยู่ในห้องโถงต้องขมวดคิ้วมองแล้วเอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย
"อ้าว...ทำไมกลับกันมาเร็วจังล่ะเร็น แล้วนั่นทำไมหน้าตาตื่นแบบนั้น"คุณแม่ของเร็นทักขึ้น พลางอ้าแขนรับหลานชายตัวน้อยที่วิ่งเข้าไปกอด
ส่วนเร็นที่โดนถามแบบนั้นก็พยายามปรับลมหายใจให้เป็นปกติ เขาเม้มปากแน่นก่อนจะตัดสินใจพูดสิ่งที่คิดมาตลอดทางกลับบ้าน
“คุณแม่ครับ เร็นว่าเร็นอาจจะต้องพาน้องเทียนกลับต่างจังหวัดคืนนี้เลย”
คำพูดนั้นทำให้พ่อของเร็นที่กำลังอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ถึงกับวางมันลงแล้วเงยหน้าขึ้นมองด้วยสายตาจริงจัง จนผู้เป็นแม่ต้องรีบเอ่ยห้ามสามีแล้วหันไปถามหาเหตุผลกับลูกชาย
"พูดอะไรน่ะเร็น พรุ่งนี้ก็วันเกิดแม่เขาแล้วนะ ลูกรับปากไว้แล้วว่าจะอยู่ฉลอง"
"คุณใจเย็น ฟังคำอธิบายของลูกก่อน ว่ายังล่ะเร็นมีอะไรถึงต้องรีบกลับอย่างนั้นเหรอ"
"คือพอดีทางอพาร์ทเมนท์ที่นู่นมีปัญหาด่วนน่ะครับแม่"เร็นโกหกคำโต หัวใจเต้นรัวจนกลัวว่ามันจะหลุดออกมาข้างนอก"คนดูแลโทรมาบอกว่าท่อประปาหลักแตก แล้วน้ำไหลท่วมห้องพักหลายห้องเลย เร็นต้องรีบกลับไปจัดการเรื่องประกันและคุยกับผู้เช่าเองครับ ถ้าช้ากว่านี้กลัวเรื่องจะใหญ่โต"
"ให้คนดูแลจัดการไปก่อนไม่ได้เหรอ หรือจะให้พ่อส่งคนของพ่อไปช่วยดูแลให้?"ผู้เป็นบิดาเอ่ยถามด้วยความสงสัย เพราะปกติเร็นเป็นคนใจเย็นและวางแผนงานไว้รอบคอบเสมอ แต่ครั้งนี้ลูกชายของเขากลับมีท่าทีลุกลี้ลุกลนแปลก ๆ เหมือนกับว่ากลัวอะไรสักอย่าง
"ไม่ได้ครับพ่อ เรื่องสัญญากับการชดเชยค่าเสียหายมันละเอียดอ่อน เร็นไม่อยากให้ลูกค้าเสียความรู้สึก"เร็นรีบตัดบท พลางหลบสายตาคมของพ่อที่เหมือนจะมองทะลุเข้าไปถึงความกังวลที่เขาซ่อนไว้"น้องเทียนครับ ไปเก็บของเล่นใส่กระเป๋านะลูก เราต้องกลับบ้านเราตอนนี้เลย"
"อ้าว...ไม่รอเป่าเค้กคุณยายเหรอครับมี้?"เด็กชายถามด้วยสีน่าเสียดาย จนใจผู้เป็นแม่กระตุกวูบรู้สึกผิดที่ทำแบบนี้
"เดี๋ยวเราค่อยส่งของขวัญมาให้คุณยายทีหลังนะครับคนดี มี้มีงานด่วนจริง ๆ "เร็นพยายามเร่งมือเก็บของอย่างรวดเร็ว ความรู้สึกเหมือนมีใครบางคนจ้องมองอยู่ตลอดเวลาทำให้เขาไม่อาจทนอยู่ในเมืองหลวงนี้ได้แม้แต่วินาทีเดียว
"ธูปอยากสร้างบ้านที่สมบูรณ์แบบกว่านี้ บ้านที่มีเร็น มีธูป และเหล่ามีลูก ๆ ของเรา ธูปอยากอยู่กับเร็ในฐานะคู่ชีวิตที่ถูกต้องตามกฎหมายและตามหัวใจของธูป"ธูปส่งสัญญาณมือไปทางโขดหิน ซึ่งมีลีโอกับนาแอบซุ่มถือกล้องอยู่ ซึ่งในตอนนั้นลีโอเกือบตกโขดหินเพราะความตื่นเต้น และพอเห็นธูปทำมือแบบนั้น นั่นก็คือสัญญาณเริ่มงานของกัปตัน!"ปะป๊าาาาาาา! กล่องสมบัติมาแล้วครับบบบบ!"เสียงตะโกนใส ๆ ดังมาก่อนตัว กัปตันน้องเทียนวิ่งเตาะแตะฝ่าผืนทรายนุ่ม ๆ ตรงมาที่ทั้งคู่ มือเล็ก ๆ ชูกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มขึ้นเหนือหัวราวกับกำลังถือถ้วยรางวัลระดับโลกเร็นอึ้งจนพูดไม่ออก น้ำตาเริ่มคลอเบ้าเมื่อเห็นลูกชายวิ่งหน้าตั้งเข้ามาหาพร้อมกับรอยยิ้มกว้างที่สุดในโลก"หม่ามี้ครับ! ปะป๊าฝากเทียนมาบอกว่า รักหม่ามี้ที่สุดในจักรวาลเลย!"น้องเทียนหยุดหอบอยู่ตรงหน้า ก่อนจะยื่นกล่องแหวนให้ธูปด้วยมือที่สั่นน้อย ๆ ตามประสาเด็กธูปรับกล่องนั้นมาแล้วคุกเข่าลงบนผืนทราย ท่ามกลางเสียงคลื่นที่ซัดสาดเบา ๆ เขาเปิดกล่องออกเผยให้เห็นแหวนเพชรน้ำงามที่สะท้อนแสงอาทิตย์อัสดงจนดูราวกับมีมนต์ขลัง"เร็นครับ...แต่งงานกับธูปนะ? ให้ธูปได้ดูแลคุณกับลูกในฐ
ตอนพิเศษ เกลียวคลื่นและคำมั่นสัญญาของปะป๊าแสงแดดยามบ่ายที่หาดทรายส่วนตัวในจังหวัดภูเก็ตส่องประกายระยิบระยับล้อกับเกลียวคลื่นสีคราม เสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากของเด็กชายตัวน้อยดังก้องไปทั่วบริเวณ กัปตันน้องเทียนในชุดว่ายน้ำลายไดโนเสาร์มีครีบที่หลัง กำลังสนุกสุดเหวี่ยงกับการวิ่งไล่จับคลื่น โดยมีเร็นที่สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวบางคอยเดินตามดูอยู่ไม่ห่าง"น้องเทียน อย่าวิ่งออกไปลึกนะครับลูก คลื่นมันแรง!"เร็นตะโกนบอกพลางยิ้มละมุนห่างออกไปไม่ไกล บนเก้าอี้ชายหาดใต้ร่มคันใหญ่ ธูปในกางเกงขาสั้นสบาย ๆ และแว่นกันแดดราคาแพงกำลังนั่งทำหน้าเคร่งเครียด มือหนากำลังกดพิมพ์ข้อความยิกยิกในโทรศัพท์สลับกับการเงยหน้ามองเป้าหมายเป็นระยะ ๆ"ปะป๊าครับ! เทียนพร้อมแล้ว!"เด็กน้อยวิ่งหอบแฮก ๆ เข้ามาหาธูปขณะที่เร็นกำลังเดินไปซื้อน้ำมะพร้าวที่เคาน์เตอร์บาร์ใกล้ๆ ธูปรีบเก็บมือถือที่หน้าจอยังค้างอยู่ที่แอปพลิเคชันแชทกลุ่ม 'ปฏิบัติการชิงตัวเมียคืน' ก่อนจะดึงลูกชายเข้ามาซุบซิบ"กัปตันน้องเทียนจำแผนได้ใช่ไหมครับ? พอพระอาทิตย์เริ่มจะตกดิน ปะป๊าจะพาหม่ามี้ไปเดินตรงโน้น แล้วเทียนต้องวิ่งเอากล่องสมบัติมาให้ปะป๊านะ ห้ามทำหายเด็ดขาด
ตอนพิเศษ ภารกิจเปิดตัวปะป๊าเช้าวันศุกร์ที่ควรจะเป็นวันธรรมดากลับกลายเป็นวันที่อากาศในบ้านปูนเปลือยดูจะร้อนระอุเป็นพิเศษ ไม่ใช่เพราะแดดเมืองไทยแต่เป็นเพราะธูปหรือในตำแหน่งใหม่ที่เจ้าตัวแสนภูมิใจอย่างปะป๊าธูป กำลังยืนหมุนตัวหน้ากระจกบานใหญ่มาเกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว"เร็นครับเนกไทสีกรมท่ากับสีเทา อันไหนดูเป็นคุณพ่อที่พึ่งพาได้มากกว่ากันครับ?"เร็นที่กำลังวุ่นวายกับการจัดเตรียมของใส่กระเป๋าไดโนเสาร์ให้ลูกชาย ถึงกับต้องวางมือแล้วถอนหายใจยาว เขามองร่างสูงในชุดสูทสามชิ้นที่เนี้ยบกริบตั้งแต่หัวจรดเท้า ราวกับว่าวันนี้ธูปต้องไปเซ็นสัญญาควบรวมบริษัทระดับโลก ไม่ใช่ไปงานสานสัมพันธ์ครอบครัวที่โรงเรียนประถม"ธูป นี่มันแค่ไปร่วมกิจกรรมระบายสีกับแข่งกินที่โรงเรียนลูกนะ ธูปจะใส่สูทเต็มยศไปทำไมเนี่ย คนอื่นเขาใส่เสื้อยืดโปโลกันทั้งนั้นแหละ""ไม่ได้ครับเร็น นี่คือการเปิดตัวปะป๊าอย่างเ
เสียงเล็ก ๆ ตะโกนลั่น พร้อมกับน้องเทียนที่ถือกล่องเค้กที่เร็นช่วยประคองเดินออกมาจากมุมมืด โดยมีเร็นเดินถือเทียนที่จุดสว่างไสวตามมาข้างหลัง ทันใดนั้นไฟในห้องนั่งเล่นก็สว่างขึ้น เผยให้เห็นกลุ่มคนที่ยืนยิ้มรออยู่ก่อนแล้ว"สุขสันต์วันเกิดนะเจ้าธูป!"เสียงทุ้มทรงพลังของกิตติผู้เป็นพ่อเอ่ยขึ้นพลางเดินเข้ามาตบบ่าลูกชายอย่างภูมิใจ ส่วนธูปนั้นมองหน้าพ่ออย่างนึกแปลกใจ เพราะก่อนหน้านี้เจ้าตัวยังนั่งร่วมประชุมอยู่ด้วยกันอยู่เลย นี่อย่าบอกนะที่ให้เลขารั้งเขาไว้ด้วยงานก็เพื่อจะล่วงหน้ามาก่อน ยอมเขาเลยจริง ๆ"แฮปปี้เบิร์ดเดย์นะพ่อลูกเขย"พลพ่อของเร็นเอ่ยพร้อมรอยยิ้มกว้าง โดยมีดวงใจแม่ของเร็นที่ถือถุงของขวัญและตะกร้าผลไม้ใบโตยืนเคียงข้าง"แม่ทำของโปรดไว้ให้ธูปเพียบเลยนะลูก เหนื่อย ๆ มาทานข้าวกันนะ"ไม่เพียงแค่นั้น ตรงมุมห้องยังมีลีโอและนา ไอ้เด็กจอมกวนประสาทแล้วนายแมวง่วงที่สามารถนอนได้ทุกทีไม่เว้นแม้กระทั้งตอนนี้ที่ยืนสัปหงกอยู่ ซึ่งตอนนี้ทั้งคู่สวมหมวกปาร์ตี้หลากสีดูสดใสโดยลีโอส่งยิ้มกว้างมาให้ธูป"พี่ธูปแฮปปี้เบิร์ดเดย์นะครับ! วันนี้พวกผมเอาลำโพงมาจัดเพลย์ลิสต์ฉลองให้เลย"ลีโอโบกมือร่าเริงพลางใช้ศอกก
บทส่งท้าย ของขวัญล้ำค่าของปะป๊าธูป"หม่ามี้! อาธูป! ดูนี่ครับ!"เสียงเล็ก ๆ ตะโกนลั่นมาแต่ไกลพร้อมเสียงฝีเท้าวิ่งตึกตัก น้องเทียนในชุดนักเรียนที่หลุดลุ่ยเล็กน้อยจากการเล่นซนจากโรงเรียน วิ่งลงจากบันไดบ้านชั้น2หน้าตั้งเข้ามาชูแผ่นกระดาษสีสดใสตรงหน้าธูปที่กำลังช่วยเร็นจัดโต๊ะอาหารเย็น เพราะเจ้าตัวพึ่งจะนึกได้ว่าลืมบอกเรื่องสำคัญกับผู้ใหญ่ทั้งสอง"น้องเทียนอย่างวิ่งลูก เดี๋ยวตกบันได"เสียงของผู้เป็นแม่เอ็ดขึ้น ต่างกับผู้เป็นพ่อที่หันไปมองลูกชายแล้วถามขึ้นเสียงอ่อน"มีอะไรครับกัปตัน? ไหนให้อาธูปดูหน่อยซิ"ธูปวางจานในมือแล้วย่อตัวลงรับกระดาษแผ่นนั้นมาอ่าน"หืม...งานแสดงละครเวทีประจำปี? ตำนานไดโนเสาร์จอมพลัง?""ครับ! คุณครูเลือกให้น้องเทียนเป็นหัวหน้าเผ่าไดโนเสาร์ด้วยนะ! อาธูปกับหม่ามี้ต้องไปดูน้องเทียนนะ ถ้าใครไม่ไปน้องเทียนจะ...จะโกรธจนพ่นไฟใส่เลย!"เด็กน้อยยืดอกอย่างภูมิใจ"ไปแน่นอนครับลูก ต่อให้ต้องเลื่อนประชุมพันล้าน อาก็จะไปนั่งแถวหน้าสุดเลย"ธูปหัวเราะร่าพลางคว้าตัวลูกชายมาฟัดแก้มอย่างหมั่นไส้ ขณะที่เร็นเดินยิ้มละมุนเข้ามาสมทบและพอเมื่อวันงานมาถึง หอประชุมโรงเรียนประถมเนืองแน่นไปด้วยผู้ป
ห้ามจีบ20 ปะป๊าที่แปลว่าอาธูปผ่านไปครึ่งปีจากแขกไม่ได้รับเชิญในวันนั้น วันนี้ธูปได้กลายเป็นเจ้าของบ้าน(ร่วม)อย่างเต็มตัว บรรยากาศในบ้านปูนเปลือยหลังเดิมเปลี่ยนไปตั้งแต่วันที่ธูปหอบกระเป๋าใบใหญ่เข้ามา พร้อมข้ออ้างสุดคลาสสิกที่ว่า "อยากตื่นมาเห็นหน้าลูกเมียทุกเช้า"ทุกเช้าภาพที่เพื่อนบ้านที่พึ่งย้ายอยู่ใกล้ ๆ มักจะเห็นจนชินตาคือธูปในชุดลำลองดูดีที่มักจะวุ่นวายกับการผูกเชือกรองเท้าให้กัปตันน้องเทียน ขณะที่ไหล่กว้างสะพายเป้ไดโนเสาร์ใบโปรดของลูกชายไว้เสมอ เขาทำหน้าที่สารถีไปรับไปส่งกัปตันน้องเทียนที่โรงเรียนทุกวันจนกลายเป็นขวัญใจบรรดาแม่ ๆ และคุณครูที่ธูปต้องคอยตีหน้ายักษ์ใส่เพื่อรักษามาดและคะแนนกับน้องเทียนเอาไว้พอส่งเจ้าตัวแสบเสร็จ ธูปก็จะกลับมาสวมบทนักธุรกิจหนุ่ม นั่งประชุมออนไลน์อยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ในมุมทำงานที่เขายึดพื้นที่ข้างโต๊ะทำบัญชีของเร็น แต่ถึงจะยุ่งแค่ไหนสายตาเขาก็มักจะละจากกราฟหุ้นหรือยอดขายบริษัท เพื่อหันไปหยอด
บทนำ "ที่ไอ้หมอนั้นมันพูดว่าพ่อแม่ของเร็นจะให้ไปเรียนต่อต่างประเทศกับมัน มันหมายความว่ายังไงกันแน่เร็น"เสียงทุ้มของ ธูป หรือ ธนวัฒน์ เหมารกรณ์ นักศึกษาคณะบริหารปี4เอ่ยถามแฟนหนุ่มวัยเดียวกันที่คบหากันมาตั้งแต่เรียนปีหนึ่งอย่าง เร็น หรือ ทิพย์กมล วรพัฒน์ ที่ในตอนนี้ยืนนิ่งอึ้งเม้มปากแน่นไม่ยอมตอบกล
ห้ามจีบ05 ท่อน้ำแตกกับแผนเนียนขอเข้าบ้านรถกระบะสีดำสี่ประตูของเร็นเลี้ยวเข้าสู่ลานจอดรถของหอพักสีครีมขนาดห้าชั้นที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากตัวบ้านมากนัก เมื่อก้าวลงจากรถเสียงน้ำไหลแรงที่ดังมาจากชั้นสี่ก็ยืนยันได้ทันทีว่าท่อ
ห้ามจีบ04 ความจริงที่เริ่มสั่นคลอนหลังจากประตูบ้านปิดลงและล็อกอย่างแน่นหนา เร็นทรุดตัวลงพิงบานประตูอย่างหมดแรง เสียงหัวใจที่เต้นรัวพยายามตะโกนแข่งกับเสียงของธูปที่ยังดังสะท้อนอยู่ในหัว
ห้ามจีบ 01 แปดปีที่หายไปกับใจที่ยังจำวันเวลาผ่านไป 8 ปี บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนจากความเศร้าสร้อยในวันวาน เป็นความอบอุ่นที่มีระยะห่างของความลับในใจ แสงแดดยามบ่ายทอดผ่านหน้าต่างกระจกใสเข้ามาในร้านคาเฟ่เล็ก ๆ ในตัวเมือง เร็นในวัยเกือบสามสิบดูสุขุมและโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมมาก ใบหน้าที่เคยหม่นหมองด้วย







