LOGINห้ามจีบ02 ความบังเอิญที่น่ากลัว
เช้าวันต่อมาในเมืองหลวงบรรยากาศช่างแตกต่างจากความเงียบสงบที่ต่างจังหวัดอย่างสิ้นเชิง เร็นจูงมือน้องเทียนเดินฝ่าฝูงชนในย่านธุรกิจเพื่อไปส่งลูกชายที่กวดวิชาศิลปะชั่วคราวระหว่างรอวันเกิดคุณยาย เดินฝ่าฝูงชนได้ไม่นานเสียงนุ่มของเด็กน้อยก็ดังขึ้น
"มี้ครับ คนเยอะจัง เทียนต้องจับมือมี้แน่น ๆ ใช่ไหม" เด็กชายเงยหน้าถามพลางกระชับมือน้อย ๆ เข้ากับฝ่ามือของแม่
"ใช่ครับคนดี จับมือมี้ไว้แล้วอย่าปล่อยนะ" เร็นตอบด้วยรอยยิ้ม แต่แววตากลับคอยระแวดระวังไปรอบตัว
ความจริงเร็นอยากจะพาลูกหนีกลับต่างจังหวัดตั้งแต่วินาทีที่เห็นหน้าธูปในวันนั้น แต่ติดตรงที่เขารับปากแม่ไว้แล้วว่าจะอยู่ฉลองวันเกิดท่าน อีกทั้งลึก ๆ ในใจเขายังอยากจะเชื่อว่าธูปเป็นแค่ความบังเอิญที่ผ่านมาแล้วก็จะผ่านไป แต่เร็นไม่รู้เลยว่าเขากำลังคิดผิด
จากมุมมืดของรถตู้สีดำฟิล์มทึบที่จอดห่างออกไปไม่กี่เมตร นัยน์ตาคมกริบของธูปจ้องมองผ่านกระจกไปยังร่างโปร่งและเด็กชายตัวน้อยอย่างไม่วางตา เขาเห็นเร็นที่ดูเหนื่อยล้าแต่ก็เข้มแข็งขึ้นกว่าเดิมเดินจูงมือน้องเทียนที่หัวเราะร่าเริงยามที่เร็นแวะซื้อไอศกรีมให้ที่ข้างทาง
"นั่นคือชีวิตของพวกเขาตลอด8ปีที่ไม่มีฉันซินะ"ธูปพึมพำเสียงเบา มือหนาลูบไล้ไปบนรูปถ่ายในมือที่เป็นภาพถ่ายรูปคู่ของเขาและเร็นสมัยคบกันตอนเรียนมหาวิทยาลัย เขายังเก็บของทุกชิ้นที่เร็นเคยให้เอาไว้เป็นอย่างดี
"จะให้เข้าไปรับตัวเลยไหมครับคุณธูป?"เลขาที่นั่งเบาะหน้าเอ่ยถาม
"ยัง...ฉันอยากรู้ว่าเขาใช้ชีวิตยังไง ลำบากแค่ไหนและมีไอ้หมาตัวไหนมันเข้ามาวอแวใกล้ ๆ เร็นหรือเปล่า"
ตกเย็น ณ สวนสาธารณะใจกลางเมืองที่เร็นพาน้องเทียนมาวิ่งเล่นก่อนกลับเข้าบ้านคุณยาย แสงแดดสีส้มรำไรทอดเงายาวไปบนสนามหญ้า เร็นนั่งมองลูกชายที่กำลังไล่จับผีเสื้ออย่างเพลิดเพลิน ในใจพยายามสลัดภาพใบหน้าของธูปเมื่อวานทิ้งไป
"น้ำครับมี้!"น้องเทียนวิ่งหอบแฮกกลับมาหา เร็นยิ้มบางๆพลางเปิดขวดน้ำให้ลูกชายดื่ม
"เหนื่อยไหมครับ? เดี๋ยวเราเดินไปซื้อขนมร้านนั้นแล้วกลับบ้านกันนะ"เร็นบอกพลางลูบเหงื่อที่ขมับให้ลูก
"โอเคครับ แต่ขอน้องเทียนวิ่งต่ออีกแป๊บนะครับ"
เร็นพยักหน้ารับลูกน้อยก่อนจะเริ่มเก็บของ ในขณะที่เร็นกำลังก้มลงเก็บของใส่กระเป๋า เขาก็รู้สึกเหมือนมีสายตาคู่หนึ่งจับจ้องมาจากทางพุ่มไม้ใหญ่ด้านหลัง เขารีบหันกลับไปมองทันที แต่กลับพบเพียงความว่างเปล่าและความสลัวของยามโพล้เพล้
หมับ!
"โอ๊ะ!"น้องเทียนที่กำลังวิ่งอยู่ชนเข้ากับใครบางคนที่ยืนอยู่ตรงหัวมุมทางเดิน แต่ก่อนเด็กตัวน้อยจะล้มก้นจ้ำเบ้าก็ได้ฝ่ามือใหญ่คว้าตัวช่วยไว้ได้ก่อน
"ระวังหน่อยครับเด็กน้อย"เสียงทุ้มเข้มที่เร็นจำได้แม่นยิ่งกว่าอะไรดีดังขึ้น
เร็นรีบวิ่งเข้าไปหาลูกทันที ใจของเขาเต้นรัวเหมือนกลองรบ และก็เป็นอย่างที่คิดธูปยืนอยู่ตรงนั้น ในชุดสูทที่ปลดกระดุมคอออกดูไม่เป็นทางการนัก เขากำลังประคองไหล่น้องเทียนไว้อย่างมั่นคง
"คุณ! คุณตามผมมางั้นเหรอ?"เร็นเข้าไปดึงตัวลูกมาไว้ข้างหลัง กางแขนปกป้องอย่างสัญชาตญาณ
ธูปไม่ได้ตอบในทันที เขาเพียงแต่ยิ้มบาง ๆ ที่มุมปาก สายตาจับจ้องไปที่ใบหน้าของเด็กชายที่ดูตกตะลึง
"ผมแค่มาเดินเล่น ไม่คิดว่าจะบังเอิญเจอเร็นที่นี่เหมือนกัน ว่าแต่เด็กตัวน้อยด้านหลังของเร็นน่ารักดีนะ ชื่ออะไรอย่างนั้นเหรอ"
บรรยากาศรอบข้างพลันเย็นเยียบขึ้นมาทันทีในความรู้สึกของเร็น แม้ว่าแสงแดดสีส้มยามเย็นจะยังคงทาบทับอยู่บนผืนหญ้า แต่สายตาที่ธูปใช้มองลอดผ่านไหล่เขาไปยังน้องเทียนนั้นกลับทำให้เร็นสั่นสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ
"ชื่อ...น้องเทียนครับ"เสียงเล็ก ๆ ดังลอดออกมาจากข้างหลังเร็น เด็กน้อยที่แววตาไร้เดียงสาเงยหน้ามองคุณลุงตัวสูงตรงหน้าด้วยความสงสัย ก่อนจะเอ่ยขอบคุณตามที่ผู้เป็นแม่เคยสอนยามเมื่อมีคนช่วยเหลือตัวเอง"ขอบคุณที่ช่วยไม่ให้เทียนล้มนะครับ"
"เทียน...ชื่อเพราะดีนะ" ธูปทวนชื่อนั้นช้า ๆ น้ำหนักของเสียงดูนุ่มนวลอย่างประหลาดจนเร็นต้องกระชับแขนที่กั้นลูกไว้แน่นขึ้น
"เรามีธุระต้องรีบไป ขอตัวนะครับ"เร็นรีบตัดบทพยายามเลี่ยงการสนทนา เขาไม่รอให้ธูปตอบรับ มือเรียวรีบคว้าข้อมือลูกชายแล้วออกเดินกึ่งวิ่งมุ่งหน้าไปยังทางออกของสวนสาธารณะทันที
ธูปไม่ได้ก้าวตามในทันที เขาเพียงแต่ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น มองแผ่นหลังของคนที่เขาคะนึงหามาตลอด8ปีที่กำลังพาลูกชายตัวน้อยเดินหนีเขาไปอย่างลนลาน มุมปากที่เคยยกยิ้มจาง ๆ ค่อย ๆ เลือนหายไป กลายเป็นสายตาที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน
"มี้ครับ คุณอาคนนั้นใจดีจัง มือคุณอาอุ่นเหมือนมี้เลย"น้องเทียนพูดพลางหันกลับไปมองชายหนุ่มที่ยืนอยู่ไกลออกไป
"อย่าหันไปมองครับน้องเทียน เดินเร็ว ๆ ลูก"เร็นกระซิบเสียงสั่น ในหัวมีแต่คำถามวนเวียนอยู่เต็มไปหมด ธูปโผล่มาที่นี่ได้ยังไง? บังเอิญงั้นเหรอ? ไม่มีทาง คนระดับธูปไม่มีทางมาเดินเล่นในสวนสาธารณะธรรมดา ๆ แบบนี้คนเดียวแน่
ขณะที่เร็นกำลังจะก้าวพ้นขอบรั้วสวนสาธารณะ เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ในกระเป๋าก็ดังขึ้น เขาหยุดเดินแล้วหยิบมันขึ้นมาดูด้วยมือที่สั่นเทา ข้อความจากเบอร์ที่ไม่คุ้นเคยปรากฏบนหน้าจอ
'ลูกชายคุณตาสวยเหมือนคุณเลยนะเร็น'
เร็นรู้สึกเหมือนลมหายใจสะดุดกะทันหัน เขารีบหันกลับไปมองทางต้นไม้ใหญ่จุดเดิม แต่ธูปหายไปแล้วเหลือเพียงความว่างเปล่าและความสลัวของยามวิกาลที่กำลังคืบคลานเข้ามาปกคลุมเมืองหลวงแห่งนี้
หลังจากเหตุการณ์ที่สวนสาธารณะเร็นแทบจะไม่ได้ยินเสียงรอบข้างอีกเลย ในใจเขามีแต่ความหวาดกลัวที่ปนเปไปกับความสับสน เขาพาน้องเทียนกลับมาถึงบ้านหลังใหญ่ของคุณยายด้วยท่าทีลุกลี้ลุกลนจนผู้เป็นบิดาและมารดาที่นั่งพักผ่อนอยู่ในห้องโถงต้องขมวดคิ้วมองแล้วเอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย
"อ้าว...ทำไมกลับกันมาเร็วจังล่ะเร็น แล้วนั่นทำไมหน้าตาตื่นแบบนั้น"คุณแม่ของเร็นทักขึ้น พลางอ้าแขนรับหลานชายตัวน้อยที่วิ่งเข้าไปกอด
ส่วนเร็นที่โดนถามแบบนั้นก็พยายามปรับลมหายใจให้เป็นปกติ เขาเม้มปากแน่นก่อนจะตัดสินใจพูดสิ่งที่คิดมาตลอดทางกลับบ้าน
“คุณแม่ครับ เร็นว่าเร็นอาจจะต้องพาน้องเทียนกลับต่างจังหวัดคืนนี้เลย”
คำพูดนั้นทำให้พ่อของเร็นที่กำลังอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ถึงกับวางมันลงแล้วเงยหน้าขึ้นมองด้วยสายตาจริงจัง จนผู้เป็นแม่ต้องรีบเอ่ยห้ามสามีแล้วหันไปถามหาเหตุผลกับลูกชาย
"พูดอะไรน่ะเร็น พรุ่งนี้ก็วันเกิดแม่เขาแล้วนะ ลูกรับปากไว้แล้วว่าจะอยู่ฉลอง"
"คุณใจเย็น ฟังคำอธิบายของลูกก่อน ว่ายังล่ะเร็นมีอะไรถึงต้องรีบกลับอย่างนั้นเหรอ"
"คือพอดีทางอพาร์ทเมนท์ที่นู่นมีปัญหาด่วนน่ะครับแม่"เร็นโกหกคำโต หัวใจเต้นรัวจนกลัวว่ามันจะหลุดออกมาข้างนอก"คนดูแลโทรมาบอกว่าท่อประปาหลักแตก แล้วน้ำไหลท่วมห้องพักหลายห้องเลย เร็นต้องรีบกลับไปจัดการเรื่องประกันและคุยกับผู้เช่าเองครับ ถ้าช้ากว่านี้กลัวเรื่องจะใหญ่โต"
"ให้คนดูแลจัดการไปก่อนไม่ได้เหรอ หรือจะให้พ่อส่งคนของพ่อไปช่วยดูแลให้?"ผู้เป็นบิดาเอ่ยถามด้วยความสงสัย เพราะปกติเร็นเป็นคนใจเย็นและวางแผนงานไว้รอบคอบเสมอ แต่ครั้งนี้ลูกชายของเขากลับมีท่าทีลุกลี้ลุกลนแปลก ๆ เหมือนกับว่ากลัวอะไรสักอย่าง
"ไม่ได้ครับพ่อ เรื่องสัญญากับการชดเชยค่าเสียหายมันละเอียดอ่อน เร็นไม่อยากให้ลูกค้าเสียความรู้สึก"เร็นรีบตัดบท พลางหลบสายตาคมของพ่อที่เหมือนจะมองทะลุเข้าไปถึงความกังวลที่เขาซ่อนไว้"น้องเทียนครับ ไปเก็บของเล่นใส่กระเป๋านะลูก เราต้องกลับบ้านเราตอนนี้เลย"
"อ้าว...ไม่รอเป่าเค้กคุณยายเหรอครับมี้?"เด็กชายถามด้วยสีน่าเสียดาย จนใจผู้เป็นแม่กระตุกวูบรู้สึกผิดที่ทำแบบนี้
"เดี๋ยวเราค่อยส่งของขวัญมาให้คุณยายทีหลังนะครับคนดี มี้มีงานด่วนจริง ๆ "เร็นพยายามเร่งมือเก็บของอย่างรวดเร็ว ความรู้สึกเหมือนมีใครบางคนจ้องมองอยู่ตลอดเวลาทำให้เขาไม่อาจทนอยู่ในเมืองหลวงนี้ได้แม้แต่วินาทีเดียว
ห้ามจีบ04 ความจริงที่เริ่มสั่นคลอนหลังจากประตูบ้านปิดลงและล็อกอย่างแน่นหนา เร็นทรุดตัวลงพิงบานประตูอย่างหมดแรง เสียงหัวใจที่เต้นรัวพยายามตะโกนแข่งกับเสียงของธูปที่ยังดังสะท้อนอยู่ในหัว'ผมไม่ได้เป็นคนส่ง วันนั้นผมรถคว่ำ!'"ไม่จริง มันจะเป็นไปได้ยังไง"เร็นพึมพำกับตัวเอง ดวงตาที่เอ่อคลอด้วยน้ำตามองไปที่น้องเทียนซึ่งยืนมองเขาตาใสแป๋ว เด็กน้อยไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ ๆ บรรยากาศถึงเคร่งเครียดขนาดนี้"มี้ครับคุณอาคนนั้นเขาทำมี้เสียใจเหรอ?"มือเล็ก ๆ เอื้อมมากุมมือแม่ไว้ พลันนัยน์ตาไร้เดียงสาที่มองแม่นั้นก็เริ่มเอ่อคลอจะร้องตาม"เปล่าครับคนดี มี้แค่เหนื่อยนิดหน่อย น้องเทียนไปทานขนมปังในครัวก่อนนะลูก เดี๋ยวเราจะได้ออกไปตรวจหอพักกัน"เร็นฝืนยิ้มที่ดูขมขื่นที่สุดส่งให้ลูก ซึ่งน้องเทียนก็พยักหน้ารับและเดินเข้าครัวอย่างว่าง่ายเมื่อลูกชา
ห้ามจีบ03 แขกไม่ได้รับเชิญแสงไฟหน้ารถกระบะสี่ประตูสาดส่องไปบนถนนลาดยางสายเล็กๆ ที่ตัดผ่านทุ่งนาและสวนผลไม้ ในที่สุดเร็นก็พาพาหนะคู่ใจมาจอดนิ่งสนิทอยู่ที่หน้าบ้านปูนเปลือยสไตล์โมเดิร์นสองชั้น ตัวบ้านถูกออกแบบอย่างเรียบหรูด้วยกระจกบานใหญ่และระเบียงกว้าง ตัดกับสีเขียวขจีของสวนรอบบ้านที่เร็นลงแรงดูแลมาตลอดแปดปี บ้านหลังนี้คือความภาคภูมิใจและเป็นพื้นที่ปลอดภัยเพียงแห่งเดียวที่เขามี"ถึงบ้านเราแล้วครับน้องเทียน"เร็นเอ่ยเสียงแผ่วพลางดับเครื่องยนต์ เด็กชายตัวน้อยที่หลับปุ๋ยมาตลอดทางค่อย ๆ ขยี้ตาตื่นขึ้นมาด้วยความง่วงงุน ก่อนจะเอ่ยถามผู้เป็นแม่ด้วยน้ำเสียงงัวเงีย"ถึงบ้านเราแล้วเหรอครับมี้...มืดจังเลย""ครับ เดี๋ยวเทียนรีบขึ้นไปนอนบนห้องนะลูก เดี๋ยวหม่ามี้ขนของตามไป"เร็นอุ้มลูกชายลงจากรถ กลิ่นอากาศบริสุทธิ์ของชนบทควรจะทำให้เขาใจชื้นขึ้น แต่วินาทีที่ก้าวเท้าลงเหยียบพื้นดิน ความรู้สึกเหมือนถูกจับจ้องที่สวนสาธารณะกลับแวบเข้ามาในหัวจนเขาต้องรีบพาลูกก้าวเข้าบ้านและล็อกประตูอย่างแน่นหนาติ๊ด!เสียงระบบล็อกดิจิทัลดังขึ้นเมื่อเร็นปิดประตูบ้านปูนหลังงาม เขาถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเมื่อเห็นผนังปูนที่แข
ห้ามจีบ02 ความบังเอิญที่น่ากลัวเช้าวันต่อมาในเมืองหลวงบรรยากาศช่างแตกต่างจากความเงียบสงบที่ต่างจังหวัดอย่างสิ้นเชิง เร็นจูงมือน้องเทียนเดินฝ่าฝูงชนในย่านธุรกิจเพื่อไปส่งลูกชายที่กวดวิชาศิลปะชั่วคราวระหว่างรอวันเกิดคุณยาย เดินฝ่าฝูงชนได้ไม่นานเสียงนุ่มของเด็กน้อยก็ดังขึ้น"มี้ครับ คนเยอะจัง เทียนต้องจับมือมี้แน่น ๆ ใช่ไหม" เด็กชายเงยหน้าถามพลางกระชับมือน้อย ๆ เข้ากับฝ่ามือของแม่"ใช่ครับคนดี จับมือมี้ไว้แล้วอย่าปล่อยนะ" เร็นตอบด้วยรอยยิ้ม แต่แววตากลับคอยระแวดระวังไปรอบตัวความจริงเร็นอยากจะพาลูกหนีกลับต่างจังหวัดตั้งแต่วินาทีที่เห็นหน้าธูปในวันนั้น แต่ติดตรงที่เขารับปากแม่ไว้แล้วว่าจะอยู่ฉลองวันเกิดท่าน อีกทั้งลึก ๆ ในใจเขายังอยากจะเชื่อว่าธูปเป็นแค่ความบังเอิญที่ผ่านมาแล้วก็จะผ่านไป แต่เร็นไม่รู้เลยว่าเขากำลังคิดผิดจากมุมมืดของรถตู้สีดำฟิล์มทึบที่จอดห่างออกไปไม่กี่เมตร นัยน์ตาคมกริบของธูปจ้องมองผ่านกระจกไปยังร่างโปร่งและเด็กชายตัวน้อยอย่างไม่วางตา เขาเห็นเร็นที่ดูเหนื่อยล้าแต่ก็เข้มแข็งขึ้นกว่าเดิมเดินจูงมือน้องเทียนที่หัวเราะร่าเริงยามที่เร็นแวะซื้อไอศกรีมให้ที่ข้างทาง"นั่นคือชีวิ
ห้ามจีบ 01 แปดปีที่หายไปกับใจที่ยังจำวันเวลาผ่านไป 8 ปี บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนจากความเศร้าสร้อยในวันวาน เป็นความอบอุ่นที่มีระยะห่างของความลับในใจ แสงแดดยามบ่ายทอดผ่านหน้าต่างกระจกใสเข้ามาในร้านคาเฟ่เล็ก ๆ ในตัวเมือง เร็นในวัยเกือบสามสิบดูสุขุมและโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมมาก ใบหน้าที่เคยหม่นหมองด้วยคราบน้ำตาในวันนั้น ถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนยามที่จ้องมองเด็กชายวัย 7 ขวบเศษอย่าง เทียน ที่กำลังขะมักเขม้นกับการวาดรูปตรงหน้า"หม่ามี้ครับ ดูนี่สิ เทียนวาดรูปคุณลุงยักษ์เสร็จแล้ว"เด็กชายตัวน้อยเงยหน้าขึ้นมาอวดผลงาน นัยน์ตากลมโตที่ถอดแบบมาจากเร็นฉายแววสดใส แต่ทว่าโครงหน้าคมสัน จมูกโด่งรั้น และแววตาบางอย่างยามที่ขมวดคิ้วนั้น มันกลับเหมือนเขาคนนั้นราวกับพิมพ์เดียวกันไม่ผิดเพี้ยน"ไหนดูสิครับ เก่งมากเลยน้องเทียนแต่วันนี้เราตกลงกันแล้วใช่ไหมว่าถ้าทานเค้กหมด ต้องไปช่วยมี้เลือกของขวัญให้คุณตาคุณยายด้วย" เร็นเอื้อมมือไปลูบหัวลูกชายด้วยความรัก"รับทราบครับ!"เทียนรับคำเสียงใสก่อนจะวางดินสอลง"หม่ามี้ครับทำไมทุกครั้งที่เรามาที่นี่คนมักจะเยอะตลอดเลย ไม่เห็นเหมือนบ้านที่นู่นของเราเลยสักนิด""ก็ที่นี่คื
บทนำ "ที่ไอ้หมอนั้นมันพูดว่าพ่อแม่ของเร็นจะให้ไปเรียนต่อต่างประเทศกับมัน มันหมายความว่ายังไงกันแน่เร็น"เสียงทุ้มของ ธูป หรือ ธนวัฒน์ เหมารกรณ์ นักศึกษาคณะบริหารปี4เอ่ยถามแฟนหนุ่มวัยเดียวกันที่คบหากันมาตั้งแต่เรียนปีหนึ่งอย่าง เร็น หรือ ทิพย์กมล วรพัฒน์ ที่ในตอนนี้ยืนนิ่งอึ้งเม้มปากแน่นไม่ยอมตอบกลับคำถามของแฟนหนุ่มสักที นั้นยิ่งทำให้ธูปรู้สึกโมโหหนักเข้าไปอีกที่เห็นแฟนไม่ยอมอธิบายอะไรออกมา"....""ทำไมเอาแต่ยืนเงียบแบบนี้วะเร็น ตกลงเรื่องที่ไอ้เหี้ยนั้นมันพูดคือความจริงอย่างนั้นเหรอ"ธูปถามขึ้นอีกครั้ง แต่ทว่าน้ำเสียงในครั้งนี้ของธูปมันแฝงไปด้วยความโมโห ยิ่งแฟนหนุ่มของเขาเอาแต่ก้มหน้าเงียบไม่ได้เอ่ยปฏิเสธแต่อย่างใด มันยิ่งทำให้เขาโมโหมากขึ้นไปอีก เพราะนั้นมันหมายความว่าสิ่งที่ไอ้หมอนั้นไอ้คนที่มันชอบแฟนของเขามันคือความจริง"มันคือเรื่องจริงพวกท่านอยากให้เร็นไปเรียนต่อโทที่ต่าง...."เร็นเงยหน้ามาอธิบายคนรักด้วยแววตาสั่นไหว แต่ทว่าเอ่ยอธิบายยังไม่ทันจบคนตัวสูงตรงหน้าก็โยนคำถามอันแสนจุกอกแทรกกลับมาซะก่อน"คิดจะบอกกันเมื่อไหร่...เร็นคิดจะบอกธูปที่เป็นผัวของเร็นเมื่อไหร่วะ""...เร็นตั้งใจจ





![ผัวผมดุนะพี่ (4P) [YAOI]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

![ผมไม่ได้ยั่ว เสี่ยต่างหากที่ห้ามใจไม่ได้[Mpreg]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)