LOGIN“เรามากะทันหันไม่ได้ติดต่อบอกพวกเขาล่วงหน้าคงไม่เจอกันหรอกพี่จืดบางกอกออกจะกว้างไม่ใช่แค่ตำบลเล็ก ๆ อย่างบ้านเรา จะไปหาเขาเจอยังไง อีกอย่างเราก็ไม่รู้หนทางกันเลยกะอีแค่รบกวนให้น้าสาวพี่พาไปดูพี่วิชาญแสดงก็เกรงใจเขาพอแรงอยู่แล้ว” มารศรีเอ่ย
“อย่างนั้น...คราวหน้าถ้าพวกเรามีโอกาสไปบางกอกอีก เราโทรเลขบอกพี่หมากับนังมะยมมันล่วงหน้าแล้วให้สองคนนั่นมารอรับเราที่ท่าเรือกันนะดีกว่าเนอะ”
“แหมพี่จืด...เข้าบางกอกครั้งแรกยังไม่ทันถึงใจคอคิดจะวางแผนล่วงหน้าถึงครั้งที่สองซะแล้วเหรอ” มารศรีมองค้อนคนข้าง ๆ ขวาง ๆ
“แหะๆ พี่ลืมตัวไป” คนสนิทของมารศรียิ้มแหยรีบเปลี่ยนเรื่องสนทนาด้วยหัวข้อใหม่
“ป่านนี้พ่อคงโมโหฉันกับพี่น่าดู ไม่รู้กลับจากบางกอกคราวนี้จะมีโอกาสกลับไปอีกเมื่อไหร่ พ่อคงไม่ปล่อยให้เราหนีมาง่าย ๆ เหมือนอย่างคราวนี้อีกแน่เพราะฉะนั้นเราสองคนจะต้องเที่ยวให้รอบกรุงเสียก่อนค่อยกลับบ้านนะพี่จืด จะได้ไม่เสียเที่ยว”
“ไหนว่าเกรงใจน้าอางไง ใจคอจะให้น้าเขาพาพวกเราเที่ยวรอบบางกอกเลยหรือจ๊ะน้องศรี” จืดกระพริบตาปริบ
“ใครว่าฉันจะรบกวนน้าสาวพี่ขนาดนั้นล่ะ พวกเราจะไปเที่ยวกันเองต่างหาก”
“แล้วจะไปถูกเหรอ ไหนน้องศรีว่าไม่รู้จักหนทางในบางกอกไง” จืดทำตาโตมองสาวรุ่นน้อง
“ไม่เห็นจะยากเลยมีปากอยากไปไหนก็ถามทางเขาไปสิ” หล่อนยักไหล่พลางเอ่ยง่าย ๆ
“จริงสิ!..อย่างนั้นน้องศรีพาพี่ไปโรงภาพยนตร์โคลีเซียมหน่อยได้ไหม เมื่อปลายสัปดาห์ก่อนพี่ได้ยินลุงศลคุยกับป้าผ่องว่าคุณชัชวาลโทรเลขมาบอกว่าหนังที่พี่หมากับนังมะยมเล่นทำรายได้มหาศาลเขาเลยมีงานฉลองรายได้กันที่โรงภาพยนตร์โคลีเซียมในบางกอกสัปดาห์นี้ น่าจะมีดาราไปร่วมงานเยอะแยะไม่แน่เราอาจมีโอกาสได้เจอพี่หมากับนังมะยมมันในงานก็ได้นะ”
ชัชวาลคือญาติของมารศรีที่เป็นผู้กำกับชื่อดังในบางกอกและเป็นคนวางแผนให้สายสมรมาอยู่ลาดชะโดจนได้พบกับมานะ เป็นต้นเหตุทำให้ทั้งคู่รักกันจนนังจืดเป็นฝ่ายต้องร้องไห้เป็นเผาเต่าด้วยความอาลัยรักหนุ่มในฝันของหล่อนอยู่หลายเดือน และถึงแม้รักจะไม่สมหวัง อย่างไรจืดก็ไม่เคยลืมพี่หมาของหล่อนเลย ยังคงคิดถึงไม่เสื่อมคลายตามประสาคนเคยรักใคร่ผูกพันแม้ว่าจะเป็นรักข้างเดียวของหล่อนก็ตาม
“แหม...หายใจเข้าก็พี่หมา หายใจออกก็มีแต่เรื่องพี่หมาตลอดนะพี่น่ะ ยังตัดใจจากเขาไม่ขาดอีกหรือไงฮะ” มารศรีทำหน้ามุ่ยปรายตามองคนสนิทอย่างนึกหมั่นไส้
“ปัดโธ่น้องศรี...ทีน้องศรียังหายใจเข้าออกเป็นพี่วิชาญเลย พี่ก็คิดถึงพี่หมาเขาบ้างตามประสาคนเคยแอบรักเขามานานเท่านั้นแหละจ้ะ” จืดเถียง
“เอาเถอะ ๆ เดี๋ยววันมะรืนฉันจะพาพี่ไปที่โรงหนังโคลีเซียมแต่ฉันไม่รู้นะว่างานฉลองรายได้อะไรนั่นเขาจัดกันวันนั้นหรือเปล่านะ”
จืดเปิดยิ้มกว้างจนตาปิดพลางเอ่ยเสียงรัวด้วยความตื่นเต้นยินดี “ขอบใจมากนะน้องศรี น้องสาวพี่จืดทั้งสวยและใจดีสมแล้วที่เป็นน้องรักคนเดียวของพี่จืด”
มารศรีมองค้อนคนสนิทพลางเอ่ยเตือน“โอ๊ย...ไม่ต้องมาปากหวานใส่ฉันเลยพี่จืด นอนได้แล้วพรุ่งนี้จะได้มีแรงเดินหาบ้านน้าสำอางกัน”
หลังเอ่ยจบหล่อนเอนตัวนอนตะแคงคุดคู้ไปกับพื้นเรือฟังเสียงเครื่องยนต์กระหึ่มเป็นจังหวะราวเสียงกล่อมนอนกระทั่งหลับไปในที่สุดและตื่นเอาตอนเช้าเมื่อเรือรุ่งเรืองรัศมีแล่นเอื่อย ๆ เข้าจอดเทียบท่าเรือบริเวณตลาดท่าเตียนตลาดน้ำที่เต็มไปด้วยสินค้านานาชนิดและคึกคักไปด้วยผู้คน เสียงพ่อค้าแม่ขายร้องตะโกนทักชักชวนซื้อข้าวของอย่างมึงมาพาโวยให้เอ็ดอึงลูกค้าและคนสัญจรไปมาสอบถามราคาต่อรองกันอย่างครึกครื้น
จุดเด่นของท่าเตียนในสายตาสองสาวที่เพิ่งเคยเข้าบางกอกครั้งแรกก็คือตึกรามบ้านช่องและร้านค้าที่มีลักษณะแปลกตาอย่างที่พวกหล่อนไม่เคยพบเห็นมารศรีเดินเอื่อย ๆ พลางกวาดสายตาสำรวจตลาดใหญ่ที่มาเยือนด้วยความตื่นเต้น กรุงเทพฯ เท่าที่เห็นครั้งแรกทำให้สองสาวตื่นตาตื่นใจไปกับความใหญ่โตของอาคารร้านค้า ความกว้างขวางของถนนหนทางและความคับคั่งของรถราผู้คน
สำหรับคนไม่เคยพบเคยเห็นความตระการตาของเมืองฟ้ามหานครแห่งนี้อย่างมารศรีกับจืด กรุงเทพฯ ดูจะเต็มไปด้วยความน่าสนใจต่างจากทุ่งนาอันกว้างขวางของบ้านลาดชะโดที่หล่อนทั้งคู่เพิ่งเดินทางจากมาซึ่งมองไปสุดหูสุดตาจึงจะเห็นหลังคาบ้านเรือนโผล่มาประปราย
“นั่นไงคะน้องศรี พี่ไม้คนที่จะพาเราสองคนไปดูลิเกกัน”“แล้วเขาจะหาวิธีพาพวกเราไปได้ยังไงในเมื่อไอ้พี่แอ๊ะมันเฝ้าอยู่ข้างล่างไม่ใช่เหรอพี่จืด” มารศรีชะโงกหน้ามองเบื้องล่างด้วยความกังวล“เดี๋ยวก็รู้แต่พี่มั่นใจว่าพี่ไม้ต้องหาวิธีได้แน่”จืดเอ่ยอย่างเชื่อมั่นพร้อมกับรีบชะโงกหน้ามองด้านล่างมองอานนท์ยกไม้ไผ่ที่ต่อเป็นบันไดยาวพาดชิดกำแพงพร้อมกับส่งสัญญาณให้พวกหล่อนไต่ลงไป“ไปน้องศรีรีบลงไปก่อน ทางนี้พี่จะจัดการเอง”มารศรีพยักหน้าและค่อย ๆ ปีนออกทางหน้าต่างโดยมีจืดคอยให้ความช่วยเหลือ บุตรสาวกุศลค่อนข้างตื่นเต้นยามไต่ลงไปตามบันไดอย่างช้า ๆ และระมัดระวังกระทั่งได้ยินเสียงร้องเรียกของมารดาดังมาจากด้านบน ความตกใจทำให้หล่อนเหยียบพลาดจนไถลล่วงลงไปจืดกำลังพะว้าพะวงตกใจเมื่อเห็นมารศรีพลาดตกลงไปนั้น คนที่หล่อนเป็นห่วงกำลังอกสั่นขวัญแขวนอยู่ในอ้อมแขนของอานนท์ ใบหน้าของหล่อนห่างจากใบหน้าของเขาแค่คืบ ความตกใจทำให้หล่อนเผลอกอดเขาแน่นชนิดเนื้อแนบเนื้อจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากแผงอกล่ำสันกลิ่นหอมจาง ๆ กำจายจากตัวหญิงสาวในอ้อมแขนคล้ายมีมนต์สะกดมัดใจของอานนท์แรงกระตุกของก้อนเนื้อใต้อกทำให้เขารู้สึกประหลาด หวั่
“เจ้านายคนไหนละ ลุงผู้ใหญ่หรือว่าน้องศรีของจืด” อานนท์ถามยิ้ม ๆ“ทั้งคู่นั่นแหละ ลุงศลสั่งห้ามไม่ให้ฉันแอบพาน้องศรีหนีไปดูลิเก ขืนไปก็จะถูกลงโทษแต่น้องศรีบังคับให้ฉันหาทางให้เธอไปให้ได้ ถ้าไม่ทำก็ถูกตัดขาดอีก เกิดเป็นนังจืดมันทำไมถึงซวยทั้งขึ้นทั้งล่องแบบนี้นะพี่ไม้” จืดบ่นกระปอดกระแปด“แล้วเราจะทำยังไง ทำตามคำสั่งผู้ใหญ่กุศลหรือจะทำตามคำบัญชาของคุณมารศรี” อานนท์ยกคิ้วเฉียง สบตาว้าวุ่นของจืดนิ่ง“ก็นี่แหละที่ฉันกำลังกลุ้ม ไม่รู้จะตัดสินใจยังไงดี” จืดถอนหายใจพรืดหลังเอ่ยอย่างหงุดหงิด“ให้พี่ช่วยไหม” อานนท์เอ่ยขึ้นลอย ๆ“หืม...” จืดเงยหน้าขึ้นมองอานนท์พลางขยับเข้าไปใกล้ชายหนุ่ม ฉวยโอกาสวางมือลงบนต้นแขนกำยำพลางเงยหน้าขึ้นมองสบสายตาหนุ่มในฝันหวานเชื่อมก่อนเอ่ยถามเสียงกระตือรือร้น“พี่ไม้จะช่วยยังไงจ๊ะ”“ถ้าน้องศรีของจืดไว้ใจพี่ คืนนี้พี่จะเป็นคนพาเธอไปดูลิเกเอง ส่วนจืดก็อยู่รับหน้าลุงผู้ใหญ่ อย่าให้ใครจับได้ว่าเธอไม่อยู่ในห้องนอน” อานนท์เสนอแผนการ“ไม่ดีมั้งพี่ ถ้าถูกจับได้เราทุกคนจะพลอยซวยกันไปหมด ลุงศลจะต้องไม่เอาพี่ไว้แน่” จืดทำตาโตรีบส่ายหน้าร้องปฏิเสธ“ก็อย่าให้ถูกจับได้สิ” อานนท์ตอบ
‘คอเดียวกับคุณนายเย็นจิตนี่เองเล่า ชอบพวกลิเกเหมือนกันถึงได้ถูกชะตากันนักกันหนา’อานนท์นึกค่อนหญิงสาวที่มารดาให้ความเอ็นดูด้วยความหมั่นไส้เล็กน้อย“แต่คืนนี้นี่สิพี่ไม้” เนื้ออ่อนชะโงกหน้าเข้าไปใกล้ชายหนุ่ม ทำตาขึงขังพลางเอ่ยเสียงเครียด“ฉันว่าน้องศรีอาจจะแอบหนีลุงศลไปดูลิเกอีกก็ได้ ขนาดหนีไปไกลถึงบางกอกยังกล้าเลย นับประสาอะไรกับแค่ท้ายวัดบ้านเราแค่นี้จะไม่กล้าหนีไปจริงไหมพี่”“ลิเกคณะอะไรแล้วเล่นท้ายวัดไหนอย่างนั้นเหรอ” อานนท์ใคร่รู้ขึ้นมาทันที“ดวงชีวันจ้ะ น้องศรีหลงรูปพระเอกคณะนี้ถึงกลับตามไปดูกันที่บางกอกนู่นแหละและตั้งแต่หลานชายเจ้าของคณะไปตายที่บางกอกก็เพิ่งจะมาเล่นที่บ้านเราเป็นคืนแรกนี่แหละ” เนื้ออ่อนเล่าอย่างคะนองปาก“แล้วเล่นที่ไหนเหรอ” ชื่อคณะลิเกและสิ่งที่ได้ยินจากปากเนื้ออ่อนทำให้อานนท์รีบซักไซ้อย่างสนใจ“ศาลาวัดลาดชะโดเรานี่แหละ ท้ายตลาดนู่นแนะ” เนื้ออ่อนยักไหล่พลางตอบบางทีคืนนี้อาจเป็นโอกาสดีของเขาที่จะได้ขยับเข้าไปใกล้คณะลิเกดวงชีวัน เขาจะต้องหาวิธีเข้าไปใกล้ทุกคนในคณะอย่างระมัดระวัง ต้องไม่ทำให้คนร้ายตัวจริงไหวตัวได้ทันทั้งที่เขาเองก็ไม่รู้เลยว่าคนร้ายคนนั้นเป็นใคร แต
เนื้ออ่อนแอบแบะริมฝีปากใส่จืดอย่างสะใจไม่สนใจตาเขียวปัดของอีกฝ่ายก่อนจะหันมาเอ่ยกับชายหนุ่มที่กำลังจะเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ของบ้านด้วยน้ำเสียงเป็นมิตร“ไปจ้ะพี่...ฉันจะพาพี่ไปที่พัก เสร็จแล้วจะได้ไปทำความรู้จักพี่ชายกับยายของฉันเอาไว้”อานนท์ชำเลืองมองกุศลเล็กน้อยก่อนจะเดินตามเนื้ออ่อนไปจึงไม่เห็นสายตาเจ้าเล่ห์ของอดีตผู้ใหญ่บ้านหนองน้ำใหญ่ที่มองตามหลังเขาไปอย่างหมายมาด‘ปลามากินเหยื่อถึงเรือนแบบนี้ รับรองข้าจะไม่ยอมปล่อยให้ลูกชายเอ็งหลุดรอดมือลูกสาวข้าไปได้แน่ไอ้กำนันเปลว’กุศลหัวเราะลั่นในใจ นึกกระหยิ่มยินดีและมีความหวังจะได้คนมาปราบบุตรสาวคนเดียว ที่สำคัญกำนันเปลวเพื่อนรักของเขาได้ชื่อว่าเป็นเศรษฐีอันดับหนึ่งของบ้านแพนด้วยแล้ว เขายิ่งไม่มีวันปล่อยให้โอกาสคว้าตัวบุตรชายเพื่อนมาเป็นเขยหลุดมือไปอย่างแน่นอนอานนท์เดินตามเนื้ออ่อนผ่านเงาใบกล้วยทอดบังแสงจ้าของดวงอาทิตย์ตรงไปยังเรือนไม้ใต้ถุนสูงขนาดย่อมหลังเรือนปั้นหยารกเรื้อยไปด้วยป่ากล้วยที่บดบังซ่อนเรือนหลังเล็กไว้เกือบมิด กระทั่งถึงเชิงบันไดคนนำทางจึงหยุดฝีเท้าและหันมาเอ่ยกับเขาอย่างเป็นมิตร“ลุงศลให้พี่พักที่เรือนหลังนี้ถ้าขาดเหลืออะไรห
“นังเนื้ออ่อน นังจืด เอ็งสองคนโหวกเหวกอะไรกันเสียงดังมาจนถึงเรือนข้า” เสียงกุศลตะโกนดังมาจากระเบียงยุติข้อพิพาทของจืดกับเนื้ออ่อนได้ชะงัก ทั้งคู่เลิกโต้เถียงกันทันทีอดีตผู้ใหญ่บ้านหนองน้ำใหญ่เขม่นมองสองสาวที่ยืนถกเถียงกันตรงสะพานเชื่อมสู่ศาลาท่าน้ำ ชายสูงวัยย่นคิ้วเล็กน้อยขณะทอดสายตามองเลยไปทางด้านหลังของจืดเห็นชายหนุ่มรูปร่างกำยำสูงใหญ่ผิดกับหนุ่ม ๆ ในย่านนี้“แล้วนั่นพาใครมาด้วยฮะ”กุศลตะโกนถามขึ้นอย่างสนใจ หรี่ตามองชายหนุ่มที่กำลังเดินตามสองสาวใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ กระทั่งถึงหน้าเรือน ใบหน้าคมเข้มของหนุ่มแปลกหน้าสะดุดตาอดีตผู้ใหญ่บ้านหนองน้ำใหญ่หลังพยายามนึกอยู่เป็นครู่จึงนึกออก ว่าคนตรงหน้าคือใครเมื่อชายหนุ่มเดินเข้ามาหยุดตรงหน้า“นี่พี่ไม้จ้ะลุงศล พี่ไม้เป็นเพื่อนบ้านกับน้าสำอาง น้าสาวของฉันที่อยู่บางกอกจ้ะ”กุศลเลิกคิ้วสูง หรี่ตามองใบหน้าเข้มของหนุ่มรุ่นลูกอย่างพิจารณาพลางยกมือรับไหว้อีกฝ่ายขณะครุ่นคิดด้วยความสงสัยแต่ไม่คิดจะซักไซ้ ท่วงท่าเฉลียวฉลาดและมีสง่าราศีทำให้กุศลแอบพึงพอใจจึงเอ่ยถามขึ้นเบา ๆ“อ้อ...เป็นเพื่อนบ้านกับแม่สำอางรึ แล้วเอ็งพาเขามาบ้านข้าทำไมวะ” เจ้าของบ้านเอ่ยถาม
“อ้าวนังจืด...ใครใช้ให้มาซื้ออะไรรึ” ผ่องแผ่วเงยหน้าขึ้นจากศีรษะลูกค้าที่หล่อนกำลังจัดแต่งทรงผมให้หลังเหลือบเห็นคนสนิทของบุตรสาวสะท้อนอยู่บนกระจกเงาตรงหน้าผ่านหางตา“แล้วนั่นเอ็งพาใครมาด้วยวะ” ผ่องแผ่วมุ่นคิ้ว เอ่ยถามขณะชะโงกหน้ามองชายหนุ่มที่ยืนเยื้องอยู่ทางด้านหลังจืดอย่างสนใจ หล่อนยกมือพนมรับไหว้ชายหนุ่มที่กระพุ่มมือไหว้หล่อนด้วยท่าทางอ่อนน้อม“ฉันมาซื้อขนมให้น้องศรีจ้ะป้าผ่อง พอดีมาเจอพี่ไม้กำลังมีเรื่องกับเพื่อนคนงานจนถูกนายจ้างไล่ออกอย่างไม่ยุติธรรมเลยจ้ะป้า พี่ไม้เขาเป็นเพื่อนบ้านกับน้าสำอางที่บางกอกจ้ะ ฉันเลยพาเขามาไหว้ป้าผ่องก่อน ตั้งใจจะพาเขาไปของานลุงศลทำชั่วคราวจ้ะ”“อ้อ...ที่แท้ก็เคยรู้จักกันมาก่อนนี่เอง” ผ่องแผ่วพยักหน้าหงึกก่อนจะหันกลับมาใส่ใจทรงผมลูกค้าต่อพลางเอ่ยตามประสาคนใจดี “เอ็งก็ลองพาไปหาลุงผู้ใหญ่ของเอ็งก็แล้วกัน ถามกันเอาเองว่าเขาจะรับพ่อหนุ่มคนนี้ไว้ทำงานด้วยไหม”“ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวพอซื้อขนมให้น้องศรีเสร็จ ฉันขออนุญาตพาพี่ไม้ไปหาลุงศลพร้อมกันเลยนะจ๊ะ” จืดเอ่ยอย่างตื่นเต้นเมื่อผ่องแผ้วไม่ทักท้วง“เออไปเถอะ ไปถามลุงของเอ็งนู่นแหละว่าเขาจะว่ายังไง” ผ่องแผ้วเอ่ยอย







