登入“เป็นอะไรไป ตกงานหรือ”
“เปล่าจ้ะป้า ละครของฉันเพิ่งปิดกล้อง ฉันก็แค่อยากจะมาพักผ่อน”
“เอ้อ... ก็อย่างว่าแหละ ไปอยู่กรุงเทพฯ รถก็ติด ฝุ่นควันก็เยอะ นี่ถ้าให้ป้าไปอยู่จริง ๆ ป้าก็คงไม่ไป”
“ใกล้วันครบรอบวันตายของตากับยายแล้วนี่”
“จ้ะ มิวก็กะว่าจะกลับมาทำบุญครบรอบให้ตากับยายด้วยนะจ๊ะ”
“ยายกับตาเอ็งก็ช่างเลือกวันตายนะ ห่างกันไม่ถึงสองวัน จัดรวบ ๆ ไปเลย”
“นี่ตาแสนปากอะนะ”
“ขอโทษ ก็แค่อยากให้นางหนูมันยิ้มได้”
ใบหน้าซีดคลี่ยิ้ม เข้าใจเจตนาของลุงแสนดี
“ไปสิ เข้าไปกวาดถู นางหนูจะได้พักผ่อน”
“ขอบคุณป้ากับลุงมากนะจ๊ะ ที่ดูแลบ้านจนสะอาด”
“ไม่เป็นไรหรอก ป้าก็คิดว่าเอ็งนะเป็นลูกเป็นหลาน”
“ลุงจ๊ะ ป้าจ๊ะ ใครเป็นเจ้าของที่ดินทั้งหมดนั้นนะ” เธอชี้ไปยังพื้นที่กว้างขวาง ของผู้ครอบครองคนใหม่”
“เห็นว่าเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ หรือกำกับละครนี่แหละ เอ๊ะ! มิวก็แสดงละครนี่ เอ็งน่าจะรู้จักเขานะ”
พฤกษาหัวคิ้วขมวดเข้าหากัน
‘ใครนะ ผู้กำกับ’
“เขาชื่ออะไรหรือคะป้า”
“คิง ป้าได้ยินมาว่าอย่างนั้นแหละ” เธอคิดตาม คงไม่ใช่ พี่คิง ศิวดล ผู้กำกับละครที่เธอเล่นด้วย และเพิ่งจบไปหรอกนะ
‘คิง ศิวดล’ เธอทบทวนชื่อนี่อยู่ในใจ
“มัวแต่พูดคุยกันอยู่นั่นแหละ ไปช่วยหลานเสีย เดี๋ยวขาดเหลืออะไร จะได้ออกไปซื้อ ที่หลับที่นอน”
“ลุงไม่ต้องเป็นห่วงหรอกค่ะ หนูแวะซื้อมาแล้ว”
เธอหมายถึงที่นอนปิกนิกที่เห็นขายตามข้างทาง จึงได้แวะซื้อมาแล้ว ในบ้านไม่มีอะไรเหลือแล้ว เครื่องหลับนอน มีเพียงของใช้ที่พอเก็บได้เท่านั้น
ป้าน้อยจับไม้กวาดขึ้นมาอย่างคล่องแคล่ว เดินนำพฤกษาขึ้นบ้าน เธอหยิบเอาอุปกรณ์ถูบ้านที่ซื้อมาด้วยเดินตามไป สองแรงยังดีกว่าแรงเดียว ไม่เท่าไรบ้านช่องก็สะอาด
ลุงแสนที่ออกไปซื้อน้ำ และของกินมาให้ก็กลับมาพอดี
“ไม่รู้จะซื้ออะไรมาให้ ลุงเลยวิ่งไปซื้อไก่ย่างที่หน้าถนน และก็ส้มตำ”
“แค่นี้ก็หรูแล้วลุง นึกอยากกินไก่อยู่พอดี”
“ที่จริง ของกินหาไม่ยากหรอก ลุงทำแปลงผักหลายอย่างเอาไว้ที่ด้านหลัง ติดลำห้วยโน่น ถ้าอยากกินอะไร ก็เดินลุยเข้าไปเก็บมาทำกับข้าวได้”
“มิวน่าจะหาหม้อหุงข้าวเอาไว้สักใบนะ”
“จ้ะป้า พรุ่งนี้ฉันจะหาซื้อที่ตลาด”
“มีมุ้งมาไหมเนี่ย กลางคืนยุงมันเยอะนา”
“ฉันซื้อมาแล้วจ้ะ” ต้องเตรียมสิ หากว่าจะมาอยู่ที่นี่
ทั้งสามคนนั่งล้อมวงกินข้าวกันอย่างอร่อย อาการพะอืดพะอมของพฤกษาหายไปเป็นปลิดทิ้ง เธอเข้าไปอ่านในอินเทอร์เน็ตมาเหมือนกัน บางคนแพ้ท้องเป็นเวลา พฤกษาต้องสังเกตอาการตัวเองต่อไป
“มิวนอนคนเดียวได้ไหม หรือว่าจะให้ป้ามานอนเป็นเพื่อน”
“ฉันอยู่คนเดียวได้จ้ะป้า ลุง ไม่ต้องเป็นห่วงนะ”
“พวกที่อยู่ใกล้ พอขายที่ได้ราคางาม ก็พากันหนีไปหมด ตอนนี้เหลือแต่บ้านลุง กับบ้านของตาอ่ำเท่านั้นเองที่อยู่ในซอยนี้ มันเลยดูเปลี่ยวไปกว่าเดิม”
“ถ้าคิดในทางกลับกัน ก็ดีเหมือนกัน ไม่พลุกพล่าน สงบดีจ้ะ”
“อื้อ เปิดมือถือเอาตลอดสิ เผื่อมีอะไรจะได้โทรหากัน”
“จ้ะ เอ่อลุง แต่มิวเปลี่ยนเบอร์แล้วนะ”
“อ้าวทำไมเปลี่ยนล่ะ”
“ซื้อเบอร์จากหมอที่ดูดวงนะจ๊ะ เขาบอกใช้แล้วจะเฮง” เธอโป้ปด
“เฮ้อ... คนเราก็คิดไปได้นะ เปลี่ยนแล้วดวงดีขึ้นไหม”
“คนจะดี คนจะเจริญ ไม่ใช่ว่าจะเกี่ยวกับการใช้เลขเบอร์โทรดี ๆ สักหน่อย นั่นแหละพวกหมอดูถึงได้หลอกเอาเงินได้ง่าย”
เผียะ... ป้าตีหัวเข่าของลุง
“พูดมากไป เดี๋ยวนางหนูมันเสียใจ เพราะเสียเงินแล้ว ดวงไม่ดีขึ้น”
พฤกษาได้แต่ยิ้มแห้ง ตอนนี้ดวงของเธอมันตกสุด ๆ แล้ว แถมยังคิดไม่ตกจะทำอย่างไรกับชีวิตต่อไปดี
“ป้ากับลุงขอตัวไปรดน้ำผักก่อนนะ”
“จ้ะ”
“ค่ำ ๆ จะเอาผักมาฝาก ตำน้ำพริกสักครก กับผักลวก”
“จ้ะป้า”
ลุงกับป้าไปแล้ว พฤกษาจึงได้ทยอยขนของที่เอามาด้วยลงจากรถ จัดวางให้เข้าที่ก่อนจะเอนตัวลงนอน หญิงสาวมองขื่อและเพดาน นึกย้อนไปถึงตอนเด็ก ๆ เธอชอบปีนขึ้นไปบนนั้น และกระโดดลงมาบนฟูก พอยายจับได้ เลยถูกตียกใหญ่ ปากก็พร่ำด่าว่า ขาจะหักนะ ตอนนั้นเธอทั้งปวดข้อเท้า เพราะกระโดดลงมาผิดท่า ยังถูกยายตีซ้ำ เจ็บตัวไปหลายวันเลย
พฤกษาอมยิ้ม นึกถึงตอนเป็นเด็ก ๆ แล้วได้อยู่กับตายายก็พลอยยิ้มได้ เธอเอามือลูบหน้าท้องของตัวเอง
‘ตาจ๋า ยายจ๋า มิวน่าจะไม่เหงาแล้วแหละ มิวกำลังจะมีลูกจ้ะ’ น้ำใส ๆ เริ่มไหลรินออกมาจากดวงตา เธอหลับตาลง ใบหน้าของสุดหล้าลอยเด่น
‘ป่านนี้เขาจะเป็นอย่างไรบ้าง ก็คงไม่เป็นอะไรมั้ง หรือว่าคงจะพาเด็กก้อยนั่นเข้าบ้านแล้วก็ได้’ เพียงคิดแค่นี้ หัวใจก็ปวดร้าว มันเจ็บพอ ๆ กับที่คิดว่าที่ผ่านมาเท่ากับศูนย์
บ้านของสุดหล้า เขานอนเอามือก่ายหน้าผากอยู่บนเตียง เพราะไม่รู้จะทำอะไรดี ตั้งใจหยุดงาน และพาพฤกษาออกไปเที่ยว แต่ตอนนี้เธอไม่อยู่ ก็ไม่รู้จะทำอะไรดี ความรู้สึกเงียบเหงา มือที่ควานหาร่างของเธอที่เคยอยู่บนเตียง ทว่าตอนนี้กลับว่างเปล่า ความโดดเดี่ยว เข้ามาเกาะกินที่หัวใจ
กริ๊ง กริ๊ง... มือถือของเขาดังขึ้น คนที่โทรเข้ามาคือแม่ของเขา คุณสาธิตและคุณบัวตองแย่งกันพูด
(“พ่อคิดถึงสุดหล้านะ”)
(“แม่ก็คิดถึงสุดหล้า”)
เขาถึงกับคลี่ยิ้ม สองคนนี้เวลาโทรมาทุกที ก็ต้องแย่งกันพูดทุกที
“โทรมาบอกแค่นี้หรือครับ” เขาคงทำงานหนักไปจนไม่ได้ไปเยี่ยมเยือนทั้งสอง
(“แหม... ทำงานหามรุ่งหามค่ำ ไม่เคยจะโทรมาหาพ่อกับแม่”) คนเป็นแม่ตัดพ้อ
(“ใช่ ทุกทีก็ไม่เคยรับสาย แต่วันนี้ พ่อให้แม่โทรมาแบบสุ่ม แล้วก็ฟลุคจริง วันนี้พ่อจะทำลาบวัว ก็เลยนึกถึงลูก”)
แค่ได้ยินเมนูโปรดฝีมือของพ่อ ก็พานน้ำลายไหล
(“จะมาแอ่วหาพ่อกับแม่ไหม”) แม่ถามเป็นภาษาเหนือ
(“มาสิ แม่แกจะลงแดงตาย เพราะคิดถึงแกอยู่แล้วนะ นี่ถ้าตัวไม่มาเอง ก็รีบหาเมียแต่ง ๆ เสีย จะได้เอาหลานมาให้พ่อกับแม่เลี้ยง”)
(“ใช่จ้ะ พี่ธิตพูดถูก เพราะถ้าไปอีกสามสี่ปี ฉันคงจะวิ่งตามหลานไม่ไหวแล้วแน่ ๆ หาเมียได้หรือยัง”) ...
ไม่ต้องรอให้เธอรับว่าพร้อม สุดหล้าก็รีบจัดหนัก เขาส่งท่อนเนื้อเข้าไปในร่องรักของเธอแบบเน้น ๆ หนัก ๆ ทุกดอกน้ำตาของพฤกษาไหลซึม เกิดเพราะความเสียวและร้อนวูบวาบในช่องท้อง ยิ่งเขาเพิ่มการกระชั้นแรง และก็ร้องลั่น สูดปากเหมือนกินของแซ่บ ๆ อยู่ตลอดเลาตับ ตับ ตับเสียงเนื้อหนังมนุษย์กระทบกันดังลั่น ผสานกับเสียงของเมียสาวที่ครางแข่ง สุดหล้าคำรามสุขออกมาจากลำคออย่างไม่ขาดคำเช่นกัน“อะ… อะ อะ อะ...” เธอร้องร่ำ แอ่นเด้งสวน พฤกษาครางครวญอย่างไม่อาย หนีบขา เกร็งปลายเท้าเหยียด ช่องทางน้อยเต้นระยิบ เสียววูบวาบบีบรัดท่อนบุรุษของเขาที่ผลุบเข้าผลุบออก“เปลี่ยนท่านะมิว”“ค่ะ” ไม่ต้องรีรอ เขาดึงอาวุธออก แล้วจับร่างของพฤกษาให้พลิกคว่ำ เธอก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี คลานเข่า แยกขา เผยโชว์ส่วนสัดของหญิงสาวต่อหน้าเขา ตอนนี้มีความมันวาบด้วยน้ำแห่งความสุขที่ออกมาจากปากถ้ำของเธอเขาจับแกนแกร่งจ่อช่องเนื้อที่คับแน่น ทว่าปากทางแดงแจ๋อย่างเชิญชวน“อู้ พี่คะ เร็ว ๆ เถอะค่ะ จัดการมิวเถอะ”“ชอบแรง ๆ ไหม”“ค่ะ มิวชอบมาก” สูดปากระรัวแถมยังส่ายสะโพกยั่วยวนสายตาของสุดหล้าอีก ชายหนุ่มไม่รอช้า จับจ่อทวนใหญ่เข้าได้ก็แทงลึ
ศรีภรรยาสอดนิ้วถอดกางเกงนอนให้ คนตัวใหญ่ก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ยกสะโพกสอบขึ้นแบบให้พฤกษารูดออกโดยง่าย หญิงสาวจัดการทั้งกางเกงนอก กางเกงใน จนท่อนล่างของเขาเปลือยเปล่า ในเมื่อไม่ต้องให้เสียเวลา เขาก็จัดการถอดเสื้อออกให้ด้วย กลายเป็นพ่อเนื้อหนุ่มอยู่ในชุดวันเกิดแล้ว“อู้” เขาอุทานขึ้นมาอีกทันที เพราะมือน้อย ๆ ของภรรยากอบกุมความใหญ่โตเอาไว้ทั้งสองมือ“รับส้มตำไปสักครกนะคะ”“โอ้... มิว” เธอสาวชักให้ขยับแบบนุ่มนิ่ม เขาถึงกับเด้งสะโพก เกร็งเหยียดขาและนิ้วเท้าสูดปากเหมือนกินของเผ็ดร้อน สองมือก็ไล่จับเนื้อนิ่ม ๆ ของภรรยาสาวไปด้วย“ยังให้ลูกกินนมไหม”“กินสิคะ ไม่งั้นเสียเงินเยอะแน่ ๆ”“เลิกได้แล้วนะ จะได้มีโอกาสท้องอีกคน”“อุ้ย! ไม่ไหวมั้งคะ รอน้องซันไชน์โตกว่านี้อีกสักหน่อย”“รอได้ไง ปู่กับย่า และย่านพ จะตีกันตาย แย่งกันเลี้ยงหลาน”“พวกท่านเล่นละครแหละค่ะ ไม่ใช่เรื่องจริงหรอก แค่หยอกเย้ากันเฉย ๆ บ้านเราไม่เหงาเลยนะ”“แต่พี่อยากมีลูกเยอะ ๆ นะจ๊ะมิวจ๋า”“อื้อ” เธอผงกหัวรับ ตอนนี้ก้มลงไปชิด และอ้าปากอมแท่งไอติมของคุณสามีเข้าไปเต็มปากแล้ว“ซี้ด... โอ้ว ปากดีแท้ แน่นมาก มิวจ๋า ซี้ด...” เขาสูด
ในเวลาต่อมา(ขอแสดงความยินดีด้วย คุณนพสายเจ้าแม่วงการบันเทิงบ้านเรา ได้หลานชายคนแรกที่เกิดจากคุณพฤกษา ภรรยาสุดสวยของคุณสุดหล้า ต้องเรียกได้ว่า เด็กชายตัวน้อยคนนี้คาบช้อนเงินช้อนทองออกมาเกิดทีเดียวตอนนี้ภาพของหลานชายสุดปลื้มยังไม่ได้ปรากฏแก่สายตาผู้ใด ไม่รู้ว่าจะได้รับมติให้เปิดเผยหน้าตาให้ทุกคนได้ยลโฉมกันหรือเปล่า ยังไงก็ติดตามกันต่อไป พวกเราชาวช่องสิบแปดขอแสดงความยินดีจากใจมา ณ ที่นี้ด้วย ข่าวล่า คุณแม่ยังสดใสปิ๊งปั๊ง ถ่ายรูปคู่กับคุณสามีสุดหล้าส่งมาให้กับทีมข่าวของเรา)ศิวดลนอนลูบท้องของพรทิราที่ก็ใกล้จะคลอดเต็มที่“พี่ไม่อิจฉาหรอก เดี๋ยวเจ้าหญิงน้อย ๆ ของพ่อก็จะออกมาแล้ว” เขาอ้อนและส่งเสียงคุยกับลูกเสียงแจ๋ว“ก้อยจ๋า”“คะ”“พี่ต้องไว้หนวดไว้เคราไหม แบบใครจะได้กลัวนะ และไม่กล้ามาจีบลูกของพ่อ”พรทิราหัวเราะร่า“พี่คิงจะเริ่มหวงลูกตั้งแต่ตอนนี้เลยหรือคะฮึ”เธอยิ่งหัวเราะดังใหญ่ เมื่อเห็นศิวดลเงยหน้าขึ้น เขาเล่นพิเรนทร์ เขานำเขียนคิ้วของเธอมาทำเป็นหนวดเข้ม ๆ ที่ใต้จมูกแล้ว“แบบนี้ไหวไหม”“ไม่ไหวค่ะ ไม่ไหว”จากคนที่เคยอมทุกข์อย่างมากมาก่อน ตอนนี้บนใบหน้าปราศจากร่องรอยหม่นหมองพวกนั้นแล้
วันต่อมา สุดหล้าและพฤกษาได้มายืนอยู่ที่ข้างเตียงนอนของพรทิรา สองหนุ่มสาวจับมือกันประสานแน่น“พี่ดีใจที่ก้อยดีขึ้น เมื่อวานนี้พี่ใจหายแวบ”“ขอให้หายเร็ว ๆ นะน้องก้อย”พรทิรายกมือไหว้คนทั้งคู่“ขอบคุณ และก็ขอโทษด้วยนะคะที่ก้อยสร้างความเดือดร้อนให้กับพี่เมื่อวานนะคะ ขอโทษจากใจจริง ๆ”“ไม่เป็นไรหรอกค่ะน้องก้อย แค่เห็นน้องก้อยปลอดภัยพี่ก็สบายใจที่สุด”“เอ่อ... พี่สองคนกลับมาคืนดีกันแล้วหรือคะ”สุดหล้าและพฤกษาพยักหน้าขึ้นพร้อมกัน“เออ... แล้วนี่พี่คิงหายไปไหน”“ไม่ทราบเลยค่ะ” เธอถูกย้ายมาในห้องนี้ พรทิราก็ไม่เห็นเขาแล้ว“พี่โทรตามให้ดีกว่า มาทิ้งน้องก้อยอยู่คนเดียวได้ไง”“ช่างเขาเถอะค่ะ” น้ำเสียงเศร้า และสีหน้าที่ยิ้มแย้มเมื่อครู่นี้หุบลงไปในทันทีสุดหล้านั่งลงที่ข้างเตียง และจับกุมมือของพรทิรา“ก้อยก็เกือบเสียของรักไปแล้วนี่” เขาจับมือของพรทิราไปแตะที่หน้าท้องของตัวเอง น้ำตาของพรทิราค่อย ๆ ไหลออกมา“ก้อยคงไม่อยากเสียพี่คิงไปอีกใช่ไหม”“ก็เขาไม่ได้รักก้อย” เธอตัดพ้อเสียงเบา กลืนน้ำลายเหนียวลงคออย่างลำบาก ร่างเล็ก ๆ ค่อยสั่นเทาขึ้น“น้องก้อยไม่เห็นตอนที่พี่คิงร้องไห้เฝ้าหน้าห้องฉุกเฉิน และห้
สุดหล้าจับมือของเธอประสานเอาไว้เหนือศีรษะแล้ว จ้องมองเข้าไปในดวงตาของเธอแบบหวานฉ่ำพฤกษาร้อนฉ่าออกทั้งใบหน้าและลำคอ เธอจ้องมองเขาแบบตาไม่กะพริบ ห่างกันไม่ว่าจะนานแค่ไหน ก็ยังเฝ้าคิดถึง“มิว พี่คิงบอกกับพี่ทุกอย่างแล้ว มิวยังคงรอและรักพี่”“ไม่ใช่” พฤกษาปฏิเสธเสียงแข็ง“อย่างอแงเป็นเด็ก ๆ สิ เราสองคนจะเป็นพ่อคนแม่คนกันอยู่แล้วนะ พี่จะไม่ยอมเสียเวลาอะไรอีกแล้ว เราสองคนจะอยู่ด้วยกัน จะสร้างครอบครัวน้อย ๆ ของเราด้วยกัน พี่ขอสัญญาว่าพี่จะรักมิว และต่อไปพี่จะบอกรักมิวทุกวัน”เขาบรรจงเข้ามาหอมแก้มเธอ ก่อนจะละเมียดละไมพฤกษาได้แต่หลับตาแน่น ความรู้สึกตื้นตันเอ่อล้นจนกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ไหว ใบหน้าที่ซุกซนซุกไซ้ลงมา ความรู้สึกของสุดหล้าก็ไม่ต่างกัน“ไม่เคยตามหา” น้ำเสียงตัดพ้อออกมาจากร่างกายที่สั่นโยน จนคนตัวโตกว่ารับรู้ได้สุดหล้าตั้งท่าเถียงเบา ๆ“ก็พี่มันโง่บรมไง พี่ไม่รู้จะไปตามหามิวที่ไหน และใครใช้ให้เปลี่ยนเบอร์”“ก็พี่ไม่รักมิว” เธอร้องไห้ฮือ ๆ“พี่มันผิดไปแล้ว ที่โง่บรมไง โง่จนไม่เคยเอ่ยปากว่ารักมิว แต่ตอนนี้พี่รู้แล้ว พี่รักมิวมาก รักแบบขาดไม่ได้ รักแบบที่ต้องมีมิวอยู่ข้างกายตลอดเวลา”“
พฤกษาพูดไม่ออกสักคำ เมื่อเขาแล่นรถเข้าไปจอดที่หน้าบ้านหลังหนึ่ง และเปิดประตูลงไป สุดหล้าไปเปิดประตูหลังเพื่อหยิบเอากระเป๋าเสื้อผ้าและข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวลงมา เขาเดินมาเปิดประตูด้านที่เธอนั่ง“ลงมาก่อนสิมิว ถึงห้องแล้ว”“แล้วห้องของมิวอยู่ที่ไหนล่ะคะ”“เรานอนด้วยกัน ห้องพักเหลือแค่ห้องเดียว”“พี่โกหก ใครจะยอมนอนกับพี่”“เมื่อก่อนเราก็นอนด้วยกัน พี่บอกเขาแล้วว่าให้เป็นเตียงสองเตียง ไม่ใช่เตียงเดียว สบายใจขึ้นมาหรือยัง เผื่อว่าจะได้ไปบอกกับคู่หมั้นพรุ่งนี้ว่าตัวเองนอนคนละเตียงกับพี่ ถ้าจะให้แน่ใจเข้าไปดูก่อน แล้วก็ถ่ายรูปไปให้พี่คิงของเธอดูเสีย”สุดหล้าพูดหยัน ๆ ทั้งที่รู้ความจริงอยู่แล้ว ศิวดลบอกเขาทุกอย่างให้กระจ่างใจ พฤกษากระฟัดกระเฟียดลงไป วันนี้เธอทั้งอ่อนทั้งเพลีย เพราะเจอสถานการณ์ที่ย่ำแย่ จึงอยากจะนอนเอนหลังมาก ๆ การที่ร่างกายของเธอเปลี่ยนไปเพราะมีลูกอยู่ในตัว ก็ทำให้เธอเคล็ดขัดยอกอยู่ไม่น้อยเธอจึงเดินนำหน้าเข้าไป ข้างในห้องกว้างขวางสะอาดสะอ้านและมีเตียงใหญ่อยู่สองเตียงจริง ๆ เธอถึงกับถอนหายใจโล่ง อย่างน้อยเขาก็พูดความจริง“อาบน้ำเสียสิ” สุดหล้าวางกระเป๋าลง พร้อมกับหยิบผ้าเช
สุดหล้าวิ่งมาจนถึงที่ห้องประชุม แต่ก็ยังไม่เห็นทั้งพ่อ แม่ และคุณนพสาย“เห็นคุณพ่อกับคุณแม่ของผมไหมครับ” เขาถามใครบางคนที่ยืนอยู่ที่หน้าห้องประชุม เหมือนกำลังออกมา“ยังไม่มาที่นี่นะครับ”“อ้อ ขอบคุณครับ”สุดหล้าหมุนตัวไปยังห้องทำงานของคุณนพสายบนชั้นเจ็ดในทันทีเมื่อเข้าไปถึงที่หน้าห้อง เขาก็เคาะประ
“อ้าว... ไม่เคยเห็นบอก” เขารู้สึกสงสัย ช้อนตามองแม่ “เรื่องแบบนี้ ควรจะกล่าวอ้างถึงกันสิ แต่ทำไมแม่เลือกที่จะเงียบ” เขาย้ำอีกครั้งบัวตองเฉไฉ “ก็เขากับเราฐานะต่างกันเรากับฟ้าเหว แล้วแม่จะบังอาจไปนับญาติกับคุณนพได้อย่างไร”“เหรอ”“ใช่... แค่เขาเอ่ยทักทายกับเรา ก็เป็นบุญของเราแล้ว”“แม่คิดอย่างนั้นเ
“ตอนนี้พี่อาจจะพูดได้ค่ะพี่คิง แต่พอถึงเวลาเอาเข้าจริง มันอาจจะไม่ได้เป็นแบบนั้นก็ได้” “พี่ขอโทษนะ ถ้าพี่พูดอะไรไม่ถูกหูมิว” เขารู้ว่าเธอโกรธจัด และกำลังเก็บอารมณ์อยู่“ไม่เป็นไรค่ะพี่ นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป มิวจะต้องคอยรับฟังประโยคแบบนี้ซ้ำไปซ้ำมาแน่ ๆ ค่ะ”พฤกษาทำตาแดง แต่ยังไม่ร้องไห้ออกมา
บัวตองไปที่บ้านของคุณนพสายเพียงลำพังไม่ได้บอกกับสามี เพราะว่าสาธิตออกไปที่นาตั้งแต่ตอนเช้าโดยมีลูกชายของเขาติดสอยห้อยตามไปด้วยคุณนพสายยิ้มออกมาทันทีที่เห็นหน้าของบัวตอง“หวัดดีจ้ะพี่บัวตองสบายดีนะจ๊ะ”“จ้ะ สบายดี แล้วคุณล่ะคะสบายดีหรือเปล่า”รอยยิ้มที่มีอยู่ตรงหน้าของคุณนพสาย จืดจางหายไปในทันที“ก







