LOGINเธอถามด้วยน้ำเสียงจริงจังผิดปกติ สายตาจ้องมองถ้วยชาในมือแทนที่จะสบตาเขา
ไคนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "ไม่ว่าเธอจะเป็นใคร ตราบใดที่เธอยังเป็นคนที่อยู่ตรงหน้าพี่แบบนี้ พี่ก็จะรักเธอเหมือนเดิม" คำตอบนั้นทำให้โมเน่รู้สึกใจหวิวจนแทบพูดอะไรต่อไม่ออก เธอได้แต่ก้มหน้าจิบชาต่อเงียบ ๆ ปล่อยให้คำพูดของเขาแทรกซึมเข้าไปในใจลึก ๆ บ่ายวันนั้น เธอนั่งอยู่คนเดียวในห้องนอน มองโทรศัพท์ที่วางเงียบอยู่บนโต๊ะ ความรู้สึกผิดต่อพ่อที่โกหกทุกวันยังคงกัดกินใจไม่หาย ในขณะเดียวกันความรู้สึกที่เริ่มก่อตัวขึ้นต่อไคก็ยิ่งทำให้สถานการณ์ทั้งหมดซับซ้อนขึ้นไปอีก เย็นวันนั้น พี่โรมแวะมาเยี่ยมเธอถึงคฤหาสน์ไคเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เธอย้ายมาอยู่ที่นี่ เขายิ้มให้น้องสาวอย่างอบอุ่นก่อนจะนั่งลงคุยด้วยกันที่ริมสระน้ำหลังบ้าน "พ่อโทรมาคุยกับพี่บ่อยขึ้นนะช่วงนี้ ดูมีความสุขมากเลย" พี่โรมเอ่ยขึ้นพลางมองน้องสาวอย่างสังเกตการณ์ "แต่พี่ก็แปลกใจอยู่นะ ว่าทำไมเธอถึงดูไม่ค่อยยินดีกับเรื่องนี้เท่าไหร่" โมเน่นิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มบาง ๆ "หนูก็ดีใจนะคะพี่โรม แค่...รู้สึกกดดันนิดหน่อยที่ต้องทำให้พ่อสมหวังตลอดเวลา" เธอตอบครึ่งจริงครึ่งเท็จ ไม่กล้าบอกความจริงทั้งหมดออกไปแม้แต่กับพี่ชายที่ไว้ใจที่สุด พี่โรมพยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะยื่นมือมาตบไหล่เธอเบา ๆ "ไม่ต้องกดดันมากก็ได้นะ ทำเท่าที่ไหวพอ พี่อยู่ข้างเธอเสมอไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น" คำพูดนั้นทำให้โมเน่รู้สึกอุ่นใจขึ้นมาก เธอยิ้มขอบคุณพี่ชายอย่างจริงใจ ก่อนทั้งคู่จะนั่งคุยกันต่อไปเรื่อย ๆ จนพระอาทิตย์ตกดินลับขอบฟ้า "พี่โรมคะ" โมเน่เอ่ยขึ้นเบา ๆ ระหว่างมองแสงสีส้มสะท้อนผิวน้ำในสระ "ถ้าวันหนึ่งหนูทำอะไรผิดพลาดไปมาก ๆ พี่จะยังรักหนูอยู่ไหมคะ" พี่โรมเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจกับคำถามที่จู่ ๆ ก็โผล่ขึ้นมา "ทำไมถึงถามแบบนี้ล่ะ มีอะไรหรือเปล่า" "เปล่าค่ะ แค่...อยากรู้เฉย ๆ" โมเน่ยิ้มแหย่ ๆ กลบเกลื่อนความรู้สึกจริงที่ซ่อนอยู่ในใจ "ไม่ว่าเธอจะทำอะไร เธอก็ยังเป็นน้องสาวคนเดียวของพี่อยู่ดี" พี่โรมตอบอย่างจริงจัง สายตามองไปที่น้องสาวด้วยความรักที่แท้จริง "อย่าลืมว่าไม่ว่าโลกจะพังทลายแค่ไหน พี่ก็ยังจะอยู่ข้างเธอเสมอ" คำพูดนั้นทำให้โมเน่รู้สึกตื้นตันจนแทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่ เธอหันหน้าหนีไปมองสระน้ำแทนเพื่อซ่อนอาการที่กำลังจะเผยออกมา ก่อนจะยิ้มให้พี่ชายอย่างอบอุ่นที่สุดเท่าที่จะทำได้ หลังจากพี่โรมกลับไปแล้ว โมเน่เดินขึ้นห้องด้วยใจที่ยังคงหนักอึ้ง เธอนอนลงบนเตียงมองเพดานเงียบ ๆ คิดทบทวนทุกอย่างที่เกิดขึ้นในวันนี้ ทั้งคำพูดของพ่อ ของไค และของพี่โรม ทุกคนต่างมอบความรักและความไว้ใจให้เธออย่างเต็มเปี่ยม ทั้งที่ไม่รู้เลยว่าเธอไม่ใช่คนที่พวกเขาคิด เสียงเคาะประตูเบา ๆ ดังขึ้นก่อนที่ไคจะโผล่หน้าเข้ามาดู "ยังไม่นอนเหรอ" เขาถามพลางเดินเข้ามานั่งที่ขอบเตียง "กำลังจะนอนแล้วค่ะ" โมเน่ตอบพลางลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง ไคนั่งมองเธอเงียบ ๆ อยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูจริงจังผิดปกติ "วันนี้ดูเหมือนเธอจะครุ่นคิดอะไรอยู่ตลอดเลยนะ มีอะไรกวนใจหรือเปล่า" โมเน่ส่ายหน้าเบา ๆ พยายามยิ้มให้ดูเป็นปกติ "ไม่มีอะไรค่ะ แค่คิดถึงเรื่องพ่อกับพี่โรมนิดหน่อย" ไคพยักหน้าไม่ได้ซักถามต่อ เพียงแค่เอื้อมมือมาลูบผมเธอเบา ๆ ก่อนจะปิดไฟข้างเตียงให้ "นอนพักผ่อนเยอะ ๆ นะ พรุ่งนี้พี่จะพาไปหาหมอตรวจอาการเพิ่มเติม" เขาพูดพลางลุกขึ้นเดินออกจากห้องไปอย่างเงียบ ๆ ทิ้งให้โมเน่นอนอยู่ในความมืดคนเดียวพร้อมกับความคิดที่ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวไม่หยุด เธอไม่รู้เลยว่าเรื่องราวที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อจากนี้ จะทำให้ทุกอย่างพลิกผันไปมากกว่าที่เคยคาดคิดไว้เท่าไหร่ ลมเย็นยามเย็นพัดผ่านหน้าต่างที่เปิดไว้ครึ่งบาน พาม่านผ้าโบกสะบัดเบา ๆ ราวกับกำลังกระซิบบอกอะไรบางอย่างที่เธอยังมองไม่เห็น To be continued"ทำไมมันถึงเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้" เธอพึมพำกับตัวเอง น้ำตาคลอเบ้าโดยไม่รู้ตัว มือกำแก้วกาแฟแน่นจนข้อนิ้วขาวเธอนึกถึงคืนหนึ่งเมื่อหลายเดือนก่อนที่ไคทำงานดึกจนดึกดื่น เธอเป็นคนเดียวที่อยู่เป็นเพื่อนเขาจนถึงเช้า ทั้งคู่นั่งคุยกันเรื่องต่าง ๆ นานาจนเธอเผลอคิดไปว่าความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขากำลังจะพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้น แต่สุดท้ายทุกอย่างก็เป็นเพียงความเข้าใจผิดของเธอฝ่ายเดียวเท่านั้นเธอจ่ายเงินค่ากาแฟแล้วเดินออกจากร้านด้วยสีหน้าที่แข็งกร้าวขึ้นกว่าเดิม ระหว่างเดินไปที่รถ โทรศัพท์ของเธอสั่นขึ้นพร้อมข้อความจากเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งที่แจ้งว่าบริษัทกำลังจะจัดงานเลี้ยงพันธมิตรอีกครั้งในสัปดาห์หน้า และคราวนี้ไคประกาศชัดเจนว่าจะพาโมเน่ไปร่วมงานด้วยอย่างเป็นทางการในฐานะภรรยาที่กำลังตั้งครรภ์ข่าวนี้ยิ่งจุดไฟความแค้นในใจอริณให้ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง เธอกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อฝ่ามือ ในหัวเริ่มคิดแผนการใหม่ที่อันตรายกว่าเดิมหลายเท่า แผนที่เธอจะไม่ยอมพลาดอีกต่อไปไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตามคืนนั้น เธอนั่งอยู่คนเดียวในห้องพักส่วนตัว ไล่เรียงรายชื่อคนสนิทที่ยังทำงานอยู่ในคฤหาสน์ของไคที่เธอเคยให้ควา
หลังจากโมเน่ออกจากโรงพยาบาลได้ไม่กี่วัน ไคก็สั่งรื้อห้องว่างที่อยู่ใกล้ห้องนอนของตัวเองทันที เปลี่ยนให้กลายเป็นห้องเด็กอ่อนสีพาสเทลน่ารักน่าชัง ผนังถูกทาสีฟ้าอ่อนสลับเหลืองอ่อน มีตุ๊กตาหมีตัวใหญ่วางอยู่มุมห้อง เขาซื้อหนังสือ "คู่มือคุณพ่อมือใหม่" มาอ่านทุกคืนอย่างตั้งใจ พร้อมสั่งอาหารออร์แกนิกทุกมื้อมาให้โมเน่กินอย่างพิถีพิถัน"วันนี้ต้องกินผักใบเขียวเยอะ ๆ นะ ดีต่อลูกในท้อง" ไคยื่นจานสลัดให้พลางนั่งเฝ้าดูจนกว่าเธอจะกินหมดจาน"พี่จู้จี้เหมือนคุณยายเลยนะคะเนี่ย" โมเน่บ่นพึมพำแต่ก็ยอมกินตามที่บอกอยู่ดี แอบยิ้มในใจกับความเอาใจใส่ที่ไม่เคยได้รับจากใครมาก่อนไคปฏิเสธการเข้าออฟฟิศแทบทุกวัน สั่งให้ยกเลิกการประชุมสำคัญที่มีอริณเป็นคนดูแลทั้งหมด เพราะรู้ดีว่าโมเน่ไม่สบายใจทุกครั้งที่รู้ว่าทั้งคู่ยังต้องติดต่อกันเรื่องงานการกระทำนี้ทำให้ภาพลักษณ์ของอริณในบริษัทดูด้อยค่าลงทันที เพราะแม้แต่บอสของเธอเองก็ไม่ยอมรับโทรศัพท์ให้พูดคุยเรื่องงานด้วยซ้ำ อริณต้องเดินเข้าไปทำงานท่ามกลางสายตานินทาของพนักงานคนอื่นที่รู้กันทั่วบริษัทแล้วว่าตอนนี้คุณไคติดคู่หมั้นหนักมาก จนไม่สนใจเรื่องงานเหมือนเดิม"ได้ย
เธอเอื้อมมือมาลูบผมของไคเบา ๆ อย่างเอ็นดู ก่อนจะกระซิบกับตัวเองเบา ๆ ว่า "นี่ฉันกำลังจะตกหลุมรักไอ้พี่ไก่คนนี้จริง ๆ แล้วสินะ" เธอนอนมองเพดานห้องเงียบ ๆ อยู่นาน ครุ่นคิดถึงเส้นทางชีวิตที่พลิกผันไปไกลจากแผนเดิมที่วางไว้มากมายเหลือเกิน จากที่ตั้งใจจะถอนหมั้นหนีไปให้ไกลที่สุด กลับกลายเป็นว่าตอนนี้เธอกำลังจะมีลูกกับชายคนที่เธอเคยคิดว่าเป็นแค่ตัวร้ายในนิยาย 'ถ้าโมเน่คนเก่ารู้เรื่องนี้เข้า เธอจะโกรธฉันไหมนะ' โมเน่คิดในใจพลางถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะค่อย ๆ หลับตาลงด้วยความอ่อนเพลีย ปล่อยให้ความคิดวุ่นวายทั้งหมดพักผ่อนไปพร้อมกับเธอในค่ำคืนนั้น เช้าวันรุ่งขึ้น ไคตื่นขึ้นมาก่อนโมเน่ตามเคย เขานั่งมองเธอที่ยังหลับสนิทอยู่ด้วยสายตาอ่อนโยน มือลูบท้องเธอเบา ๆ ผ่านผ้าห่มอย่างระมัดระวัง ราวกับกำลังทักทายลูกน้อยที่ยังไม่รู้จักหน้าตา "อรุณสวัสดิ์ลูก" เขากระซิบเบา ๆ กับหน้าท้องของโมเน่ น้ำเสียงอ่อนโยนที่ไม่มีใครเคยได้ยินจากเขามาก่อนตลอดชีวิตการทำงาน โมเน่ที่แอบตื่นมาได้ยินคำพูดนั้นพอดี รีบหลับตาแกล้งทำเป็นยังหลับอยู่ ใบหน้าแดงก่ำด้วยความประหลาดใจปนซาบซึ้งใจ เธอไม่เคยคิดเลยว่าไคจะมีด้านที่อ่อนโยน
ข่าวการตั้งท้องของโมเน่แพร่ไปถึงพ่อแม่ทั้งสองฝ่ายอย่างรวดเร็ว ความโกรธเคืองเรื่อง "ข่าวลบ" ที่เคยเป็นปัญหาใหญ่เมื่อวานถูกแทนที่ด้วยความตื่นเต้นดีใจที่จะได้หลานทายาทคนแรกของทั้งสองตระกูลในทันทีวรโชติที่เคยโกรธจัดจนบุกมาที่คฤหาสน์ไค ตอนนี้กลับนั่งยิ้มแก้มปริอยู่ที่โรงพยาบาล พูดคุยกับพ่อของไคทางโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นราวกับลืมเรื่องที่ทะเลาะกันไปเมื่อวานจนหมดสิ้น"งั้นเราจัดงานแต่งงานให้เร็วที่สุดเลยไหมครับ อ้างเรื่องสุขภาพของโมเน่ก็ได้ครับ จะได้ไม่มีใครมาว่าอะไรได้" วรโชติเสนอด้วยความกระตือรือร้น มือถือโทรศัพท์แนบหูอย่างใกล้ชิดทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องต้องกันทันทีที่จะจัดงานแต่งงานอย่างสมเกียรติและรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทุกอย่างถูกวางแผนใหม่หมดภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ทั้งสถานที่ วันเวลา และรายชื่อแขกที่ต้องเชิญในห้องพักฟื้น พี่โรมแอบเข้ามาคุยกับโมเน่สองต่อสองระหว่างที่ไคออกไปคุยธุระข้างนอก เขายืนยันกับน้องสาวว่าตอนนี้พ่อสงบลงแล้วและรู้สึกผิดที่ด่วนตัดสินใจโดยไม่ฟังเหตุผลก่อน"พี่กำลังสืบหาคนปล่อยข่าวอยู่นะ" พี่โรมกระซิบเบา ๆ เมื่อเห็นว่าไม่มีใครอยู่ในห้อง "พี่มั่นใจว่าเป็นฝีม
นอกห้องพักฟื้น อริณยืนแอบฟังอยู่หน้าประตูอย่างเงียบ ๆ มือของเธอกำแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อฝ่ามือจนแทบเลือดซิบ ความจริงเรื่องที่โมเน่ตั้งท้องเป็นเหมือนจุดจบของความฝันทั้งหมดที่เธอเฝ้าถนอมมานาน เธอยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นด้วยใบหน้าที่ซีดเผือดลงทุกวินาที'ไม่มีทาง...ไม่มีทางที่ไคจะทิ้งเด็กคนนี้ไปได้แน่ ๆ' เธอคิดในใจพลางกัดฟันแน่น น้ำตาคลอเบ้าด้วยความเจ็บแค้นและสิ้นหวัง มือที่กำอยู่ข้างลำตัวสั่นเทาจนต้องพิงผนังไว้เพื่อประคองตัวพี่โรมที่เดินมาเยี่ยมน้องสาวพอดีก็เห็นอริณยืนแอบฟังอยู่หน้าห้องพักฟื้นแบบนั้น เขาชะงักฝีเท้าเล็กน้อยแล้วสังเกตเห็นแวว ตาของเลขาคนนี้ที่ดูผิดปกติไปจากที่เคยเห็น มีอะไรบางอย่างในสายตานั้นที่ทำให้เขาเริ่มสงสัยขึ้นมาทันที"คุณอริณมาทำอะไรอยู่ตรงนี้ครับ" พี่โรมถามด้วยน้ำเสียงเรียบ แต่สายตากลับจับจ้องอย่างสังเกตการณ์ พยายามอ่านสีหน้าของเธอให้ออกให้ได้มากที่สุดอริณสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะรีบยิ้มกลบเกลื่อน "อ๋อ...มาเยี่ยมคุณโมเน่น่ะค่ะ เป็นห่วงมากเลยค่ะพอดี" เธอตอบด้วยรอยยิ้มที่ดูฝืน ๆ ผิดปกติจากที่เคยเห็นพี่โรมพยักหน้ารับคำแต่ในใจกลับเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวต่าง ๆ เข้าด้วยกัน ต
โมเน่ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาอย่างเชื่องช้า สิ่งแรกที่เห็นคือเพดานสีขาวสะอาดตาของห้องพักฟื้น เธอกะพริบตาสองสามครั้งเพื่อปรับสายตา ก่อนจะรู้ตัวว่ากำลังนอนอยู่บนเตียงคนไข้ในห้องวีไอพีที่หรูหราที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา สายน้ำเกลือระโยงระยางอยู่ที่หลังมือข้างขวา เสียงเครื่องวัดสัญญาณชีพดังเป็นจังหวะเบา ๆ อยู่ข้างเตียงคนแรกที่เธอเห็นไม่ใช่พ่อหรือพี่โรมอย่างที่คาดคิด แต่กลับเป็นไคที่นั่งไขว่ห้างอ่านเอกสารอยู่บนโซฟาข้างเตียง สีหน้าเรียบเฉยราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น แม้ดวงตาจะยังคงมีร่องรอยความอ่อนล้าให้เห็นอยู่ลาง ๆโมเน่ค่อย ๆ นึกย้อนถึงเหตุการณ์ที่คฤหาสน์ ภาพพ่อที่มาบุกเข้ามาด้วยความโกรธ ภาพไคที่ทิ้งระเบิดคำพูดใส่ทุกคน แล้วเธอก็อาเจียนออกมาต่อหน้าคนทั้งบ้านก่อนจะหมดสติไป เธอได้แต่ถอนหายใจยาวด้วยความอึดอัดใจ พยายามขยับตัวเล็กน้อยแต่รู้สึกอ่อนแรงไปทั้งร่าง"ตื่นแล้วเหรอ" ไคเงยหน้าขึ้นทันทีที่ได้ยินเสียงขยับตัว เขาวางเอกสารลงแล้วรีบลุกขึ้นเดินมาที่ข้างเตียงด้วยท่าทีรีบร้อนกว่าที่สีหน้าแสดงออก"หนู...หนูเป็นอะไรไปคะ" โมเน่ถามด้วยเสียงแหบแห้ง ลำคอแห้งผากจนแทบพูดไม่ออกไคยื่นแก้วน้ำมาให้เธอจิบก่อนจะตอ







