LOGIN“เดี๋ยวคุณช่วยส่งรายละเอียดของสินค้าตัวใหม่ที่เราประชุมกันเมื่อสองวันก่อนให้ผมด้วยนะ”
“ค่ะท่าน ดิฉันจะรีบจัดการให้เร็วที่สุดค่ะ”
เลขาฯ สาวน้อมรับคำบัญชาก่อนโค้งศีรษะทำความเคารพแล้วเดินออกจากห้องท่านประธานหนุ่มสุดฮอต ภานุเซ็นเอกสารสำคัญชุดสุดท้ายเสร็จสิ้นก็วางปากกาคู่ใจลงแล้วเอนกายพิงพนักเก้าอี้หลับตาคลายความเหนื่อยล้า ก่อนนึกขึ้นได้ว่าวันนี้มีธุระต้องไปจัดการ ร่างสูงคว้าเสื้อสูทมาสวมทับแล้วเดินออกจากห้อง
“มึงอยู่ไหนวะต้น กูเหรอ กูขับรถเข้าตัวเมืองชลบุรีแล้ว ร้านเดิม ร้านไหนวะ อ้อ… ร้านหน้าตลาดที่เราเคยไปกินข้าวด้วยกันใช่ไหม โอเค กูไปเดี๋ยวนี้เลย”
ภานุกดวางสายแล้วตั้งหน้าตั้งตาขับรถไปยังสถานที่นัดพบด้วยความเร่งรีบ ไม่นานก็ถึงที่หมายอย่างปลอดภัย ตลาดช่วงเย็นคึกคักเป็นพิเศษเพราะเป็นช่วงเวลาเลิกงานของเหล่าคนหาเช้ากินค่ำได้เดินจับจ่ายใช้สอย ภานุจอดรถตรงหน้าคาเฟ่ที่เขากับเพื่อนเคยมานั่งทานข้าวด้วยกันเมื่อปลายปีที่แล้ว ชายหนุ่มรูปหล่อเปิดประตูก้าวขาเข้าร้านไม่ทันไรเสียงเป่าปากโห่แซวดังขึ้นทันที
“ไงวะพ่อนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงแห่งปี ไม่เจอแค่สามเดือนหล่อขึ้นเป็นกองเลยนะมึง”
ชยพล หรือ ต้น กระแทกไหล่เพื่อนรักพลางแซวสนุกปาก
“เสียงดังกูอายเขา” สายตาลูกค้าท่านอื่นเริ่มจับจ้องมายังโต๊ะของเขาพานให้ใบหน้าคมคายร้อนวูบวาบขึ้นมาชอบกล
“นั่งๆ โถ… พ่อคุณของเพื่อน เป็นเศรษฐีแล้วจะอายอะไรวะ”
“เศรษฐีห่าเหวอะไรล่ะ กูก็แค่นักธุรกิจธรรมดาๆ คนหนึ่ง”
ภานุไม่เคยทะนงตนว่าร่ำรวยแม้ว่าทุกวันนี้ชื่อเสียงเรียงนามของเขาจะติดหนึ่งในห้าของผู้มั่งคั่งที่สุดในประเทศก็ตาม
“ทำเป็นถ่อมตน ในบรรดารุ่นเรามีมึงนี่แหละที่ได้ดีที่สุด นอกนั้นก็ทรงๆ โดยเฉพาะไอ้ซัน “ ชยพลเอ่ยถึงเพื่อนรักอีกคนที่เคยเป็นสามเกลอร่วมกอดคอกันมา
“ว่าแต่… มึงได้ข่าวมันบ้างเปล่าวะ”
ถามต่ออย่างใคร่รู้ ภานุส่ายหน้าพลางยกกาแฟร้อนขึ้นจิบแล้วนั่งไขว่ห้างเอนแผ่นหลังแนบชิดโซฟาตัวยาว
“ตายห่าไปแล้วมั้ง!” น้ำเสียงเหี้ยมๆ โพล่งขึ้น ทำเอาชยพลแทบสำลักน้ำที่ดื่มเข้าไปหมาดๆ
“มึงก็… ไปแช่งมันแบบนั้นไม่สงสารหวานใจมึงหรือไง”
“ใคร? กูไม่มีหวานใจ” คนปากแข็งไม่ยอมรับ ชยพลหัวเราะ
“ก็น้องซินผู้หญิงที่มึงแอบรักและวาดฝันอยากแต่งงานด้วยไง”
ชยพลรู้ทุกความเคลื่อนไหวของภานุ เมื่อก่อนทั้งสองหนุ่มเคยแข่งกันจีบดาริกา น้องเป็นคนสวย น่ารัก พูดจาไพเราะ เรียกได้ว่าต่างจากพี่ชายราวฟ้ากับเหว
“อย่าพูดถึงครอบครัวนี้ให้กูได้ยินอีก กูไม่อยากฟัง” ภานุมีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้น
“ทำไมวะ ทีเมื่อก่อนจะฆ่ากูให้ตายเวลาเข้าใกล้น้องซิน มาตอนนี้เกลียดเขาซะงั้น”
ชยพลนึกถึงสมัยก่อนที่ภานุบุกมาหาเขาถึงบ้านเพื่อเคลียร์ใจเรื่องดาริกา ตอนแรกเขาก็ไม่ยอม พร้อมตัดเพื่อนเพื่อผู้หญิงที่ถูกใจ แต่สุดท้ายก็ต้องยกธงขาวขอยอมแพ้ เพราะดาริกามีใจให้ภานุ และตระหนักได้ว่าเพื่อนกันไม่ควรแตกหักกันเรื่องผู้หญิง มันได้ไม่คุ้มเสีย
“มึงจะพูดเพื่อให้ได้อะไรขึ้นมาวะ!” ภานุชักเริ่มหงุดหงิด คนยิ่งอยากลืมไอ้เพื่อนบ้าก็ตอกย้ำอยู่ได้
“เออๆ ไม่พูดแล้วก็ได้ ป่านนี้น้องเขาคงแต่งงานมีลูกมีสามีไปแล้วมั้ง” แต่ก็ไม่วายทิ้งระเบิดลูกโตให้คนปากแข็งได้คิดตาม
ภานุเผลอกำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว
“มีลูกมีสามีงั้นเหรอ”
เขาคำรามในลำคอ ชยพลเห็นอาการหึงหวงของเพื่อนตัวแสบพลางส่ายหัว ปากบอกไม่อยากยุ่งแต่หัวใจมันบังคับกันได้เสียที่ไหน
“มันก็นานแล้วไม่ใช่หรือวะ มึงเองก็ยึดทุกอย่างมาหมดแล้วก็เลิกแค้นเลิกเกลียดครอบครัวนั้นสักทีเถอะ”
ใช่… มันนานมาก นานจนเขานึกเกลียดตัวเองที่ยังไม่ลืมผู้หญิงคนนั้นสักที เขาควรลบเธอออกไปจากใจ ควรเกลียด! ควรชังน้ำหน้า! แต่ทำไมทุกอย่างกลับตรงกันข้ามโดยสิ้งเชิง เขายังรักและถวิลหาร่างบางตลอดเวลา
“ไอ้ไทม์ กูพูดตรงๆ เลยนะเว้ย ในฐานะเพื่อนที่รู้จักมึงดีคนหนึ่ง กูอยากให้มึงอโหสิกรรมให้ไอ้ซันมันซะ” ชยพลว่าอย่างจริงจัง “ทำไมกูต้องทำแบบนั้น” ภานุตวัดถามเสียงขุ่น คนเลวทรามอย่างไอ้เพื่อนทรยศไม่สมควรได้รับการอภัยใดๆ ทั้งสิ้น “ก็เพื่อมึงจะได้ทำตามหัวใจตัวเองสักทีไง” “กูมาเพราะต้องการคุยเรื่องหุ้นโรงแรมกับมึง แต่ถ้ามึงยังรื้อฟื้นอดีตไร้สาระไม่เลิก กูกลับแล้วนะ” พูดแล้วทำท่าจะลุกจากเก้าอี้ “เห้ยๆ เดี๋ยวก่อนสิวะ โห ทำเป็นวัยรุ่นใจร้อนไปได้ เคๆ กูไม่พูดเรื่องเก่าแล้ว นั่งก่อนเว้ยเพื่อน” ชยพลดึงแขนคนขี้หงุดหงิดให้นั่งลงตามเดิม ภานุผ่อนปรนลมหายใจเตรียมพร้อมรับฟังหัวข้อสนทนาเรื่องสำคัญ “อย่างที่มึงรู้ โรงแรมที่พัทยาของน้องชายกูกำลังเข้าขั้นวิกฤต ถ้าไม่มีทุนรอนมาช่วยพยุงกูเกรงว่า…” “พอ กูเข้าใจแล้ว” ภานุพยักหน้า จรดปลายปากกาเซ็นชื่อลงบนเอกสารสำคัญโดยไม่รอให้อีกฝ่ายกล่าวจบ ชยพลถึงกับอ้าปากค้าง “ไอ้ไทม์ มึงไม่อ่านสัญญาก่อนหรือวะ” “กูเชื่อใจมึง” แน่นอนว่าพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงเช่นนี้ใช้ไม่ได้ก
“เดี๋ยวคุณช่วยส่งรายละเอียดของสินค้าตัวใหม่ที่เราประชุมกันเมื่อสองวันก่อนให้ผมด้วยนะ” “ค่ะท่าน ดิฉันจะรีบจัดการให้เร็วที่สุดค่ะ” เลขาฯ สาวน้อมรับคำบัญชาก่อนโค้งศีรษะทำความเคารพแล้วเดินออกจากห้องท่านประธานหนุ่มสุดฮอต ภานุเซ็นเอกสารสำคัญชุดสุดท้ายเสร็จสิ้นก็วางปากกาคู่ใจลงแล้วเอนกายพิงพนักเก้าอี้หลับตาคลายความเหนื่อยล้า ก่อนนึกขึ้นได้ว่าวันนี้มีธุระต้องไปจัดการ ร่างสูงคว้าเสื้อสูทมาสวมทับแล้วเดินออกจากห้อง “มึงอยู่ไหนวะต้น กูเหรอ กูขับรถเข้าตัวเมืองชลบุรีแล้ว ร้านเดิม ร้านไหนวะ อ้อ… ร้านหน้าตลาดที่เราเคยไปกินข้าวด้วยกันใช่ไหม โอเค กูไปเดี๋ยวนี้เลย” ภานุกดวางสายแล้วตั้งหน้าตั้งตาขับรถไปยังสถานที่นัดพบด้วยความเร่งรีบ ไม่นานก็ถึงที่หมายอย่างปลอดภัย ตลาดช่วงเย็นคึกคักเป็นพิเศษเพราะเป็นช่วงเวลาเลิกงานของเหล่าคนหาเช้ากินค่ำได้เดินจับจ่ายใช้สอย ภานุจอดรถตรงหน้าคาเฟ่ที่เขากับเพื่อนเคยมานั่งทานข้าวด้วยกันเมื่อปลายปีที่แล้ว ชายหนุ่มรูปหล่อเปิดประตูก้าวขาเข้าร้านไม่ทันไรเสียงเป่าปากโห่แซวดังขึ้นทันที “ไงวะพ่อนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงแห่งป
“ดาริกา ถ้าภายในสองสัปดาห์นี้ยอดขายของคุณไม่ดีขึ้น กรุณาพิจารณาตัวเองโดยด่วนว่าคุณเหมาะกับงานนี้หรือไม่!” ผู้จัดการชี้หน้าต่อว่าเสียงดัง ทำเอาพนักงานคนอื่นๆ ต่างหัวหดไปตามๆ กัน “ซินไหวไหม” “ไหวค่ะพี่ปลา” ดาริกาส่งยิ้มให้ปาริตา พี่สาวใจดีที่ช่วยสอนงานเธอตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาทำงาน ณ ที่แห่งนี้ “ผู้จัดการก็พูดเกินไป ยอดตกนิดๆ หน่อยๆ ทำเป็นอารมณ์เสีย เชอะ!” “อย่าไปว่าผู้จัดการเลยโพนี่ ใครๆ ก็อยากให้ทีมตัวเองทำยอดได้ดีๆ ทั้งนั้นแหละ” ดาริกาไม่คิดโทษโกรธใครทั้งสิ้น ทุกอย่างผิดที่เธอเอง เธอไม่มีความสามารถมากพอที่จะดึงดูดลูกค้าให้มาทำประกันกับเธอได้ “โอ๊ย! เบื่อแม่พระจริงจริ๊ง! โดนชี้หน้าด่าขนาดนั้นยังไปเข้าข้างเขาอีก สวยแล้วยังใจดี น่าหมันไส้!” โพนี่ หรือ พิธาน หนุ่มน้อยหน้าใสหัวใจฟรุ้งฟริ้งเบ้ปากใส่รุ่นพี่สาว “ยัยโพนี่ปากดีนักนะ ก็ซินเขาคนดีไม่เหมือนหล่อนที่ปากเน่าปากหนอนไปเรื่อย” ปาริกาทำท่าง้างมือจะตบปากรุ่นน้องวัยใส “คุณแม่อย่าค่ะ หนูเพิ่งไปฉีดฟีลเลอร์ที่ปากมา ห้ามตีเดี๋ยวปากเสียทรง” โพนี่
หลังเลิกงานดาริกามักแวะซื้อกับข้าวที่ตลาดกลับไปทานร่วมกับดนัยเป็นประจำ และวันนี้ก็เช่นกัน หญิงสาวเดินผ่านร้านน้ำพริกเจ้าอร่อยก็ไม่พลาดซื้อป่นปลาทูของโปรดของพี่ชาย “ขายดีไหมจ๊ะป้าดวง” สาวเจ้าเอ่ยทักทายแม่ค้าเสียงใส “เรื่อยๆ แหละอีหนู วันนี้เอาน้ำพริกอย่างเดียวเรอะ เอาผักด้วยไหม ปลานินทอดก็มีนะ ปลาทูก็รับมาจากแม่กลอง ตัวใหญ่เนื้อแน่นเชียว” แม่ค้าแนะนำเมนูเด็ดของร้าน “เอาแค่น้ำพริกก็พอจ้ะวันนี้ หนูมีผักกับไข่แล้ว เดี๋ยวต้มกินเอา” ดาริกาว่า อะไรประหยัดได้ก็ต้องประหยัดไว้ก่อน ตอนนี้เธอคือเสาหลักของครอบครัว เงินเดือนก็น้อยนิดใช่ว่าจะนำมาใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายได้ บ้านก็ต้องเช่าข้าวก็ต้องซื้อ แต่ละวันเหนื่อยสายตัวแทบขาดก็เพื่ออนาคตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น “กลับมาแล้วค่า” ดาริกาถอดรองเท้าส้นสูงวางบนชั้นวางอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย เห็นพี่ชายกำลังนั่งดูทีวีด้วยสีหน้าเรียบเฉยก็ยื่นถุงกับข้าวให้มอง “วันนี้มีป่นปลาทูของโปรดพี่ซันด้วยนะคะ เดี๋ยวซินขอเวลาต้มไข่กับลวกผักแปบ แล้วเดี๋ยวเรามากินข้าวเย็นกัน” รอยยิ้มสดใสของน้องสาวคือยาวิเศษที่ทำใ
และแฟนสาวไฮโซที่เขาหมายมั่นจะแต่งงานร่วมชีวิตคู่ก็ทอดทิ้งเขาไปอย่างไม่ใยดี หึ! มันก็ต้องเป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว จะมีผู้หญิงที่ไหนอยากอยู่กินกับสามีพิการไปจนวันตาย “อย่าไปพูดถึงเขาเลยค่ะ เรื่องทุกอย่างมันจบไปแล้ว” ดาริกาไม่อยากได้ยินชื่อคนใจร้าย “ซิน… พี่ขอถามอะไรหน่อยได้ไหม” ภานุจริงจัง สีหน้าแววตาเคร่งเครียด “อะไรคะ” “ซินยังรักไอ้ไทม์อยู่หรือเปล่า” คำถามของพี่ชายทำเอาร่างบางสั่นไปทั้งร่าง ดาริกากลืนน้ำลายลงคอ นัยน์ตากลมโตเลิ่กลั่ก “ทำไมถามแบบนี้ล่ะคะ ซินกับเขา…” “อย่าโกหกพี่นะซิน ที่ผ่านมาพี่ดูออกเพียงแต่พี่ไม่เคยพูด” ใช่… ภานุกับดาริกาแอบมีใจให้กัน หลายครั้งที่เขาเห็นสายตาแฝงใยเสน่หาที่ภานุใช้ทอดมองน้องสาวร่วมสายเลือด สายตาที่ว่านั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักความอาทร คราแรกดนัยก็ไม่ได้คิดสงสัยอะไร เพราะภานุเองก็ขึ้นชื่อเรื่องความเจ้าชู้มีสาวๆ สวยๆ คลอเคลียไม่ห่างกาย แต่พอนานวันเข้าการกระทำของทั้งสองเริ่มแสดงออกชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางการเฝ้ามองอย่างใกล้ชิดของพี่ชาย ดนัยจึงพิสูจน์โดยการแกล้งให้รุ่นน้
เพล้ง! เสียงจานข้างตกกระทบพื้นกระเบื้องส่งเสียงดังไปถึงชั้นสองของบ้าน ดาริกาที่เพิ่งอาบน้ำแต่งตัวเตรียมไปทำงานรีบวิ่งลงมาดู พบว่าพี่ชายของตนกำลังนั่งกำหมัดอยู่ตรงหน้าทีวีขนาดใหญ่ “พี่ซัน ทำไม…” กับข้าวเกลื่อนกลาดเต็มพื้น ดาริกาถอนหายใจเฮือกใหญ่ ไม่แคล้วต้องเสียเวลาทำความสะอาดอีกกระมัง “พี่เกลียดมัน พี่เกลียดไอ้ไทม์!” ดนัย ตวาดกร้าวขณะดวงตาจดจ้องจอทีวีไม่วาง บนจอสี่เหลี่ยมกว้างปรากฏเรือนร่างสูงสง่าของภานุก้าวขึ้นรับรางวัลนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงแห่งปีท่ามกลางเสียงปรบมือชื่นชมอย่างล้นหลาม “เกลียดแล้วจะไปสนใจเขาทำไมล่ะคะ” ดาริกาส่ายหน้าเหนื่อยหน่าย เรื่องราวก็ผ่านมาตั้งห้าปีแล้วแต่ดูเหมือนความแค้นในใจของดนัยไม่บรรเทาลงบ้างเลย “ซินจะไปทำงานแล้วเหรอ” ดนัยพยายามเก็บความเดือดดาลเอาไว้ข้างในแล้วเอ่ยถามน้องสาวที่ก้มๆ เงยๆ ทำความสะอาดส่วนที่เขาเพิ่งอาละวาดสดๆ ร้อนๆ พี่ชายมองน้องสาวด้วยสายตารวดร้าวระคนรู้สึกผิด “ขอโทษนะ พี่มันเป็นพี่ที่แย่จริงๆ ทำให้ซินเดือดร้อนอยู่เรื่อย” น้ำเสียง







