Home / วาย / จับเจ้าทะโมนมาเป็นชายา / 3.นายน้อยท่านกำลังล้อข้าเล่นใช่หรือไม่?

Share

3.นายน้อยท่านกำลังล้อข้าเล่นใช่หรือไม่?

last update publish date: 2026-02-19 12:17:18

เวลาผ่านไปราวหนึ่งก้านธูป คนที่ถูกบังคับให้ทำเรื่องยากเริ่มมีสีหน้าย่ำแย่ลงเรื่อยๆ ความหนักอกหนักใจถาโถมจนแทบอยากจะร้องไห้ ไม่รู้ว่าควรจัดการเช่นไรดี ทว่าในที่สุดสวรรค์ก็เข้าข้างคนถูกข่มขู่ เมื่อนางกำนัลนางหนึ่งเดินแยกตัวออกมาจากกลุ่มด้วยใบหน้าซีดเซียว ร่างบอบบางเดินโซซัดโซเซมาทางพุ่มไม้ที่อาถิงซ่อนตัวอยู่

ท่ามกลางความกลัดกลุ้มไร้ทางออก จู่ๆ ร่างของแม่นางคนงามก็ทรุดฮวบลงไปนอนแน่นิ่งกับพื้นดิน

อาถิงกะพริบตาปริบๆ ชะเง้อคอออกไปดูด้วยความตื่นตระหนก “เกิดอะไรขึ้นน่ะ!” เขาตกใจไม่น้อย ไม่รู้ว่านางเป็นลมหรือสิ้นใจไปแล้ว แต่ชั่วพริบตานั้นความคิดหนึ่งก็แล่นเข้ามาในหัว... ‘นี่มันส้มหล่นใส่มือข้าชัดๆ!’ 

อาศัยจังหวะปลอดคน เขารีบพุ่งตัวเข้าไปหาดรุณีนางนั้น ก่อนยื่นมือหยิบกลีบดอกท้อที่ร่วงหล่นบนแก้มขาวซีดออกให้นาง แล้วใช้นิ้วชี้อังที่ปลายจมูก ‘ยังไม่ตาย... โอว์ สวรรค์ ท่านเมตตาข้าแล้ว ขอบคุณท่าน อาถิงขอบคุณท่านจริงๆ’ 

เมื่อแน่ใจว่านางเพียงแค่หมดสติ เขาจึงยกมือไหว้ปลกๆ ‘พี่สาว ได้โปรดยกโทษให้อาถิงด้วย’  ก่อนจะรีบแบกร่างไร้สติขึ้นบ่า พาเข้าไปหลังพุ่มหญ้าเหมาที่ขึ้นรกชัน

อาถิงวางร่างนางกำนัลลงอย่างเบามือที่สุดเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายตื่นขึ้นมา บ่าวผู้ซื่อสัตย์แห่งสกุลฉีหลับหูหลับตายื่นมือสั่นเทาไปปลดเปลื้องอาภรณ์ของสตรีดวงซวยผู้นั้นด้วยความรวดเร็ว เมื่อได้ชุดที่ต้องการสมใจ เขาจึงถอดเสื้อตัวนอกของตนสวมใส่คืนให้นางเป็นการแลกเปลี่ยน

“พี่สาว เสื้อผ้าของข้าอาจจะสกปรกไปสักหน่อย ทั้งยังมีกลิ่นเหงื่อไคลอยู่บ้าง ท่านก็อย่าได้ถือสา อดทนใส่ไปก่อนเถิดนะขอรับ” อย่างน้อยก็ยังดีกว่าปล่อยให้นางนอนเปลือยกายตากลมอยู่เช่นนี้ เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้น อาถิงก็รีบหอบอาภรณ์ชุดนางกำนัลวิ่งหนีไปอย่างไม่คิดชีวิต

..ภายในห้องสี่เหลี่ยมกว้างขวาง ผนังด้านหนึ่งตกแต่งด้วยชั้นวางของประดับประดาไปด้วยของสะสมกระจุกกระจิก ทั้งเครื่องจักสานรูปแมลงนานาชนิด ไม้แกะสลัก แจกัน โคมกระดาษ และม้วนตำราไม้ไผ่ ถัดไปเป็นเตียงหลังใหญ่ที่เจ้าของห้องร่างเพรียวบางกำลังเดินวนไปเวียนมาราวกับมดบนกระทะร้อน

เวลาใกล้เข้ามาทุกที ไม่รู้ว่าอาถิงจะทำงานสำเร็จหรือไม่ ทว่ารอเพียงไม่นาน บ่าวคนสนิทก็วิ่งตึกตักหอบหิ้วอาภรณ์นางกำนัลเข้ามา

“นายน้อย ข้ามาแล้วขอรับ”

“อาถิง! เจ้ามาแล้ว” ฉีอันฉีหันขวับมาพร้อมรอยยิ้มกว้าง ใบหน้าฉายแววตื่นเต้นยินดี เขาคิดไม่ผิดจริงๆ ที่ใช้วิธีข่มขู่บ่าวคนนี้

อาถิงยิ้มแห้งพลางยื่นของในมือให้ “ได้ชุดมาแล้วขอรับ”

“วิเศษ! เจ้าทำได้ดี ทำได้ดีมาก ไม่เสียแรงที่เจ้าติดตามข้ามานานเพียงนี้” นายน้อยรับชุดนางกำนัลมากอดไว้แนบอก เขาพูดว่า “อาถิง เห็นแก่ความดีความชอบครั้งนี้ รอข้ากลับมาแล้ว ข้าจะมอบรางวัลชิ้นใหญ่ให้เจ้า”

“นายน้อย ท่านจะทำอย่างไรกับชุดนี้หรือขอรับ? ...แต่ เอ๊ะ! เมื่อครู่ท่านพูดว่าอะไรนะ? รอท่านกลับมา? ท่านคิดจะไปไหนหรือขอรับ? จะให้อาถิงติดตามไปรับใช้ด้วยหรือไม่?”

“ข้าจะสวมชุดนี้อย่างไรเล่า” ฉีอันฉีตอบคำถามแรกอย่างไม่ลังเล ก่อนจะหันมาตอบคำถามหลัง “ส่วนเจ้า... อยู่ที่นี่ ไม่ต้องตามข้าไป”

“หา! ทะ...ท่านจะสวมชุดสตรีนี่น่ะหรือ! นายน้อย ท่านล้อข้าเล่นใช่หรือไม่?”

ฉีอันฉีหุบยิ้มแทบไม่ทัน เปลี่ยนสีหน้าเป็นขึงขังทันควัน “บิดามันเถอะ ข้าดูเหมือนคนกำลังล้อเล่นกับเจ้าหรือไง?”

“โธ่! นายน้อย ท่านจะเล่นซนเกินไปแล้วนะ ท่านอย่าบอกนะว่า ท่านคิดจะแฝงตัวเข้าไปในขบวนนางกำนัล ท่านต้องสติวิปลาสไปแล้วแน่ๆ”

“ข้าจะตามไปอยู่ข้างกายพี่หญิง มีอะไรไม่ดี”

“หา!” อาถิงอุทานเสียงหลงยิ่งกว่าครั้งแรก “นี่ท่าน... คิดจะปลอมตัวเข้าไปอยู่ในตำหนักไฉ่หง ไปอยู่กับคุณหนูในที่แบบนั้นหรือขอรับ!”

“ถูกต้อง”

“โอว์ พระพุทธองค์ช่วยลูกช้างด้วย นายน้อยยย... ท่านรู้ตัวหรือไม่ ท่านกำลังหาเรื่องใส่ตัว หากถูกจับได้ขึ้นมา ท่านปลอมเป็นสตรีลอบเข้าวังฝ่ายใน มีหวัง...” อาถิงทำท่าปาดคอตัวเองประกอบ หวังเตือนสติเจ้านายน้อย แต่ผลลัพธ์กลับตรงกันข้าม

“เจ้าจะกลัวไปไย นี่ใคร?” ฉีอันฉีชี้จมูกตัวเองอย่างอวดดี “ข้า! คือฉีอันฉีเชียวนะ”

ก็จริงอยู่ที่นายน้อยของเขาฉลาดหลักแหลม ไม่เคยเสียเปรียบผู้ใดและเอาตัวรอดได้เสมอ แต่ครั้งนี้เดิมพันด้วยชีวิต อาถิงรีบแย้ง “แต่มันเสี่ยงเกินไป นายน้อยได้โปรดไตร่ตรองดูใหม่เถิดขอรับ”

“หุบปากซะ! แล้วรีบไสหัวมาช่วยข้าแต่งตัวเร็วเข้า”

“นายน้อยย..อื้อ!” อาถิงกระทืบเท้าอย่างขัดใจ ปากก็โอดครวญไม่หยุดหย่อน แต่สุดท้ายก็จำต้องถอนหายใจยอมจำนน “ก็ได้ขอรับ... นายน้อย”

ณ. โถงกว้างกลางคฤหาสน์สกุลฉี บรรยากาศเงียบงันเต็มไปด้วยความโศกเศร้า

“ท่านพ่อ ท่านแม่ ลูกไปแล้วนะเจ้าคะ”

ร่างระหงในชุดเจ้าสาวสีแดงเข้มรุ่มร่าม ประสานมือไว้ที่เอว ยอบกายคารวะบุพการีอย่างนอบน้อมเพื่อกล่าวคำอำลา อีกไม่กี่ชั่วยามข้างหน้า ขบวนจากวังหลวงจะมารับตัวนางเข้าสู่พิธีสมรส

บุรุษวัยกลางคนรูปร่างสูงใหญ่ อกผายไหล่ผึ่งสมตำแหน่งเจ้าแคว้นฉี ยืนหน้าเคร่งขรึม คิ้วเข้มขมวดมุ่นเคียงข้างฮูหยินคู่ชีวิต ทั้งสองจ้องมองบุตรสาวในชุดมงคลด้วยแววตาปวดร้าว มือหยาบกร้านจากการจับดาบทำศึกของบิดาสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อยื่นออกไปหมายจะสัมผัสบุตรสาว แต่แล้วกลับชะงักค้าง ก่อนจะหักห้ามใจดึงมือกลับมาแล้วสะบัดแขนเสื้อหันหลังให้นางแทน

“ฮึ่ย!”

คนอย่างเจ้าแคว้นฉี ผู้เจนจัดในสนามรบ ไม่เคยรู้สึกอับจนหนทางถึงเพียงนี้ เขาไม่เคยระแคะระคายมาก่อนเลยว่าเหตุใดหวยจึงมาออกที่บุตรสาวของตน ไฉน 'ฉีเยี่ยนฟาง' จึงถูกเลือกให้สมรสกับองค์ชาย 'โจวอิ้งเยว่' ทั้งที่นางเหมาะสมกับตำแหน่งพระชายาเอกขององค์รัชทายาท 'โจวเจี้ยนกั๋ว' ยิ่งกว่าใคร

เมื่อครั้งที่เขายังดำรงตำแหน่งชิงต้าฟู (เสนาบดี) ก่อนจะเลื่อนขั้นเป็นเจ้าแคว้นตามพระบัญชาของเทียนจื่อ (กษัตริย์) เขาเคยเห็นองค์รัชทายาทเจี้ยนกั๋วมาตั้งแต่วัยเยาว์ เด็กหนุ่มผู้นั้นเฉลียวฉลาด รู้จักอ่อนน้อมถ่อมตนและมีจิตใจเมตตาอารีย์ หากเยี่ยนฟางได้ครองคู่กับคนเช่นนั้นก็นับเป็นวาสนาของสกุลฉีแล้ว

ผิดกับองค์ชายอิ้งเยว่... แม้มิได้เลวร้าย แต่ฐานะของเขานั้นเปราะบางยิ่งนัก เขาเป็นเพียงโอรสของอดีตพระสนมกุ้ยเฟย ผู้ซึ่งเป็นที่โปรดปรานขององค์จักรพรรดิเหนือหญิงใด จนสร้างความริษยาชิงชังไปทั่ววังหลัง ไม่เว้นแม้แต่อัครมเหสีลู่เสียน ความเกลียดชังนั้นย่อมตกทอดมาสู่สายเลือดเพียงคนเดียวของนาง

หากฉีเยี่ยนฟางต้องแต่งเข้าตำหนักไฉ่หง ย่อมไม่แคล้วตกเป็นเป้าโจมตีของอัครมเหสี รองจากองค์ชายอิ้งเยว่ แล้วบุตรสาวหัวแก้วหัวแหวนของเขาจะมีชีวิตรอดปลอดภัยได้อย่างไรกัน

“ท่านพ่อ...” น้ำเสียงของฉีเยี่ยนฟางสั่นเครือ นัยน์ตาคู่สวยรื้นไปด้วยหยาดน้ำตา นางรู้ดีว่าบิดาสะเทือนใจเพียงใด นางเองก็เจ็บปวดไม่แพ้กัน ทว่า... ร้องไห้ฟูมฟายไปตอนนี้จะมีประโยชน์อันใดเล่า มิสู้ยอมรับชะตากรรมที่เบื้องบนลิขิตมาแล้วให้เข้มแข็งมิดีกว่าหรือ

ราชโองการสายฟ้าแลบเมื่อหนึ่งเดือนก่อนยังคงดังก้องในความทรงจำ...

‘ด้วยพระมหากรุณาธิคุณแห่งเทียนจื่อ มีพระราชประสงค์ประทานสมรสแก่บุตรตรีท่านฉีห่าวหราน เจ้าแคว้นฉี ขอให้เตรียมการให้พร้อมสรรพ ภายในหนึ่งเดือนทางวังหลวงจะส่งขบวนมารับตัวฉีเยี่ยนฟาง เข้าพิธีกราบไหว้ฟ้าดินร่วมกับองค์ชายอิ้งเยว่ จบราชโองการ’ 

แม้คนสกุลฉีจะไม่เต็มใจ แต่ราชโองการเปรียบดั่งประกาศิตจากสวรรค์ หากขัดขืนย่อมหมายถึงข้อหากบฏ มีแต่ต้องก้มหน้ายอมรับชะตากรรมเท่านั้น

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • จับเจ้าทะโมนมาเป็นชายา   75.สองคู่ชู้ชื่น วาสนาเคียงกายนิจนิรันดร์(ตอนอวสาน)

    ฉีอันฉีแม้ร่างกายกลับมาแข็งแรงเหมือนเดิมแล้ว ทว่าเขายังคงอาศัยอยู่ในกระท่อมหลังน้อยของท่านอาไป๋ต่ออย่างไม่มีกำหนด ตั้งใจรอจนกว่าจะมีโอกาสพบหน้าท่านผู้มีพระคุณช่วยชีวิตเขาไว้นั่นเอง หากไม่รอพบหน้าไยจะรู้ได้ ..ผู้มีพระคุณนั้นที่แท้เป็นใครมาจากไหน ทั้งมีชื่อแซ่ว่าอะไร หากมีโอกาส เขาย่อมตอบแทนแน่เวลานี้บ่ายคล้อยแล้วหนุ่มน้อยยังคงนั่งใจลอยอยู่ริมธารเฉกเช่นทุกวัน ที่แห่งนี้เขาไม่มีอะไรทำ นอกจากช่วยท่านอาไป๋ผ่าฟืนตักน้ำ เมื่อภารกิจประจำวันสิ้นสุดลงฉีอันฉีถือโอกาสมานั่งเล่นข้างคลองน้ำ ในหัวพลางคิดไปเรื่อยเปื่อยร่างเล็กในเสื้อผ้าปะผุนั่งอยู่ลำพัง พลันถอนใจครั้งแล้วครั้งเล่า เมื่อไหร่หนอคนผู้นั้นจะมาเสียที หรือต้องให้รอไปถึงชาติหน้าหรือไม่?ใต้ร่มไม้ใหญ่ บางทีการได้อยู่คนเดียวเงียบๆ ก็ทำให้เขาฉุกคิดอะไรขึ้นมาได้หลายอย่าง ยิ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าหัวใจเขาตอนนี้กำลังคิดถึงใครบางคนแทบบ้า… องค์ชายอิ้งเยว่หากรู้แล้วจะทำเช่นไร อีกทั้งท่านพ่อท่านแม่ทั้งพี่ใหญ่อีกเล่า คนเหล่านั้นอาจคิดไปแล้วว่าเขาไม่ได้มีชีวิตอยู่ส่วนพี่หญิงนั้นเล่า แม้นางทำไม่ดี น้องชายคนนี้กลับไม่ได้ถือโทษโกรธนาง หากมีคนผิดย่อมต้องเป็น

  • จับเจ้าทะโมนมาเป็นชายา   74.แผนร้ายขององค์ชายอิ้งเยว่2

    ฉีเยี่ยนฟางเห็นภาพบาดตานั้นก็สุดจะกลั้น ความโกรธแค้นประดังเข้ามาจนลืมความเศร้า นางลุกพรวดจากพื้น ปรี่เข้าไปหาทั้งคู่ทันที “เสด็จพี่! ทรงทำเช่นนี้หมายความว่าอย่างไรเพคะ!”องค์ชายอิ้งเยว่ไม่มีแม้แต่แววตาโศกเศร้า พระองค์จ้องตากับฉีเยี่ยนฟางอย่างท้าทาย พลางใช้ปลายนิ้วลูบไล้ริมฝีปากของสนมฉู่อย่างหลงใหล มิหนำซ้ำยังจงใจรั้งคอเสื้อของนางให้เลื่อนลง เผยให้เห็นรอยแดงช้ำที่เกิดจากการขบเคี้ยวเหนือไหล่นวลเนียน เพื่อยั่วยุให้ฉีเยี่ยนฟางเข้าใจผิด“คนตายไปแล้วไม่อาจฟื้น เศร้าโศกไปก็เปล่าประโยชน์” พระองค์ตรัสด้วยเสียงเนิบนาบ ก่อนหันไปถามคนบนตัก “สนมฉู่ เจ้าเห็นด้วยกับข้าหรือไม่?”“พระสวามีช่างปราดเปรื่องยิ่งนักเพคะ” สนมฉู่บิดกายเขินอายอยู่บนตักแกร่งฉีห่าวหรานขบเคี้ยวเขี้ยวฟันจนหน้าดำหน้าแดง เขาไม่อยากเชื่อว่าลูกเขยจะไร้ยางอายถึงเพียงนี้ ลูกเมียกำลังโศกเศร้า แต่เขากลับพาสนมมาสำเริงสำราญเย้ยฟ้าท้าดิน เจ้าแคว้นฉีไม่รู้ว่าควรกล่าวสิ่งใดจึงจะเหมาะสมกับความต่ำช้าตรงหน้า เขาเพียงพ่นลมหายใจอย่างขยะแขยง “หึ! ข้าจะไปดูอาการฮูหยิน” แล้วสะบัดหน้าเดินหนีออกจากห้องไปฉีเจียลี่ยืนงงงวยกับเหตุการณ์ที่พลิกผันไปมา เข

  • จับเจ้าทะโมนมาเป็นชายา   73.แผนร้ายขององค์ชายอิ้งเยว่

    มือเรียวสั่นเทาช่วยกระชากผ้าผืนหนาออกจากปากของเสี่ยวถูหลัน สาวใช้คนสนิทรีบสำลักอากาศหายใจก่อนจะละล่ำละลักพูดบอกเจ้านาย “พระชายา... หม่อมฉันถูกโจรป่าทำร้ายเพคะ!”“โจรป่ารึ?”“เพคะ หม่อมฉันเร่งรุดไปยังริมธารตามแผนการ กลับพบโจรชั่วปิดบังใบหน้าด้วยผ้าดำชุดดำ ฝีมือมันร้ายกาจเกินกว่าวรยุทธของหม่อมฉันจะต้านทานไหว แล้วก็เป็นอย่างที่เห็นนี่แหละเพคะ” “ชะ...เช่นนั้น อันอัน... น้องชายของข้า มิต้องจมน้ำตายไปจริงๆ หรอกหรือ!”ใบหน้าของฉีเยี่ยนฟางซีดเผือดราวกับกระดาษ นางวิ่งถลันกลับไปยังหน้าผาโดยไม่สนแม้แต่จะช่วยแก้เชือกให้เสี่ยวถูหลันเมื่อไปถึงริมธารเบื้องล่าง เห็นเหล่าทหารองครักษ์ทั้งหกต่างพากันดำผุดดำว่ายค้นหาอย่างเอาเป็นเอาตาย ทว่ากลับไร้วี่แวว พวกเขาต่างหาน้องชายนางไม่พบ“อันอัน! น้องพี่!” ฉีเยี่ยนฟางหวีดร้องปานจะขาดใจ นางเตรียมกระโจนลงไปในกระแสน้ำเชี่ยวเพื่อหาน้องชายด้วยตนเอง ทว่าเสี่ยวซินกลับปราดเข้ามาขวางไว้แน่น“พระชายา! อย่าเพคะ!”“เสี่ยวซิน เจ้าห้ามข้าทำไม! ปล่อย! ข้าจะไปหาน้องชายข้า!” นางดิ้นรนทั้งน้ำตานองหน้า“พระชายา... นายน้อยจมน้ำนานเกินไปแล้ว ต่อให้ค้นพบยามนี้…ก็คง... ไร้ประโยชน์แ

  • จับเจ้าทะโมนมาเป็นชายา   72.สายใยรักระหว่างพี่น้องมิอาจตัดขาด

    “ข้าก็ต้องกลัวสิ! กลัวว่าท่านพี่อาจพลาดพลั้งตกลงไป หากเป็นเช่นนั้นจริง ข้าจะทำอย่างไร!” อันฉีหมายความว่าตัวเขาเองพอเอาตัวรอดได้ เขาว่ายน้ำเป็น แต่พี่สาวผู้มีร่างกายอ่อนแอประหนึ่งกิ่งหลิวต้องลมเช่นนาง หากลื่นไถลลงไปในกระแสน้ำเชี่ยวข้างล่างนั้น โอกาสรอดคงเท่ากับศูนย์ และในป่าลึกที่ไร้ผู้คนเช่นนี้ หากเกิดเหตุร้ายขึ้นมาเขาคงเรียกหาความช่วยเหลือจากใครไม่ทัน“ข้าไม่กลัว แล้วเจ้าจะกลัวไปไย รีบตามมาเถอะ”ในที่สุดทั้งคู่ก็มาถึงริมหน้าผาสูงชัน อันฉีที่มัวแต่มองแผ่นหลังพี่สาวเผลอเหยียบหินก้อนเท่ากำปั้นจนเสียหลักเกือบถลันตกเหว โชคดีที่มือเรียวของพี่สาวคว้าแขนเขาไว้ได้ทัน “เจ้าระวังหน่อย”“ขะ...ขอบคุณขอรับ พี่หญิง”เมื่อน้องชายยืนหยัดได้อย่างมั่นคง เยี่ยนฟางก็ละสายตาไปมองหาก้อนหินก้อนหนึ่งบนพื้น นางหยิบมันขึ้นมาเดาะในมือสองสามครั้งอย่างใจลอย “อันอัน เจ้าว่าหน้าผานี้ สูงเพียงใด? หากข้าพลาดพลั้งตกลงไป ข้าจะตายหรือไม่?”สิ้นคำถาม นางก็ขว้างหินในมือลงไปเบื้องล่างทันที!อันฉีมองตามก้อนหินที่ลอยละลิ่วดิ่งลงสู่เบื้องล่าง มันปะทะเข้ากับผิวน้ำที่กำลังเดือดพล่านดุจฟ้าพิโรธก่อนจะหายวับไปในชั่วพริบตา “พี่หญิ

  • จับเจ้าทะโมนมาเป็นชายา   71.อันฉีเจ้าคนใจร้าย

    “ผู้ใดอิจฉา! ท่านหมายถึงข้าหรือ?” อันฉีชี้จมูกตัวเอง “ท่านเป็นตาแก่ตาฟ่าฟางไปแล้วกระมัง!”“อันอัน…เจ้า… ยอมรับมาเถอะ” ร่างสูงลุกขึ้นมา เผชิญหน้าเจ้าคนปากแข็ง พลางชะโงกหน้าเข้าหาอย่างล้อเลียน นิ้วเรียวจิ้มลงที่หน้าผากมน “เจ้าน่ะ! อิจฉา... เจ้าหวงข้าใช่หรือไม่ พูดมาเถิด”เมื่อถูกจี้ใจดำ อันฉีสะบัดหน้าพรืดหันหลังกอดอกทันที “ข้าเป็นบุรุษ มีสิ่งใดต้องอิจฉาผู้อื่น ท่านอย่าหลงตัวเองไปหน่อยเลย”“จริงรึ?”“ย่อมจริงแท้แน่นอน” ตัวเล็กหันกลับมาสบตาองค์ชายอิ้งเยว่ เงียบไปนานราวกับกำลังสะกดกลั้นอารมณ์ ก่อนถอนใจออกมาเฮือกใหญ่“เจ้ามีเรื่องพูดกับข้าใช่หรือไม่?”“องค์ชายรอง... พวกเราไม่ควรเป็นเยี่ยงนี้อีกต่อไป” อันฉีพยายามปรับน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุดอีกฝ่ายขมวดคิ้ว “เยี่ยงนี้? เยี่ยงไหนที่เจ้าว่า?”“ท่านอย่าทำไขสือ... ท่านรู้อยู่เต็มอก”องค์ชายอิ้งเยว่ถอนใจบ้าง “อันอัน... เช่นนั้น เจ้าจงฟังข้า.. ที่เป็นอยู่มันไม่ดีตรงไหน เจ้าอดทนรออีกนิด ข้าย่อมมีวิธีทำให้ทุกคนยอมรับ ไม่ว่าเป็นพี่ชายเจ้า ท่านพ่อตาแม่ยาย หรือแม้แต่พี่หญิงฉีเยี่ยนฟาง วันหน้าพวกเขาต้องยอมรับข้าในฐานะสามีของเจ้าแน่”“ท่านทำเช่นนั้นไม่

  • จับเจ้าทะโมนมาเป็นชายา   70.องค์ชายอิ้งเยว่เพียงอยากลองใจอันฉี

    ณ.ตำหนักไฉ่หงทันทีที่องค์ชายอิ้งเยว่กลับมายังตำหนักส่วนพระองค์หลังเข้าเฝ้าพระบิดาร่วมกับองค์รัชทายาท ร่างสูงยืนตระหง่านอยู่หน้าประตูทางเข้าเป็นนาน ไม่คิดเข้าไปข้างในทันที หากแต่เมียงมองไปยังทิศทางที่ตั้งเรือนหมู่ตานฮวา เพราะอันฉีอยู่ที่นั่นองค์ชายอิ้งเยว่ได้แต่ถอนใจ เขายังมองไม่เห็นหนทางสักนิด ทำเช่นไรหนอจึงจะนำพาอันฉีมาอยู่ข้างกายไปตลอด หากกราบทูลขอพระบิดา ตนได้สมรสดังใจหมาย ทว่ามิอาจหยั่งรู้จิตใจของอีกฝ่าย ถ้าเจ้าเด็กซนไม่ยอมรับปากเข้าพิธีกราบไหว้ฟ้าดินพร้อมเขาเล่า เพียงเพราะห่วงไยความรู้สึกของฉีเยี่ยนฟาง…เช่นนี้ไยจะฝืนได้อีกจังหวะนั้น ร่างคนผู้หนึ่งก็ก้าวออกมาจากที่มืด หวังเหล่ยประสานมือคารวะ “องค์ชาย กระหม่อมไม่พบสิ่งใดผิดปกติในเรือนหมู่ตานฮวาพ่ะย่ะค่ะ”ก่อนหน้า เขาสั่งให้หวังเหล่ยเร่งหาสิ่งผิดปกติในตำหนักนี้ หากมีเบาะแสโน้มนำไปถึงอันตราย ก็จงกำจัดเสียให้สิ้น อย่าได้เปิดโอกาสให้ผู้ใดทำร้ายอันฉีได้เป็นอันขาด“อืม เห็นทีข้าคงต้องไปเยี่ยมเยียนชายาเอกของข้าสักครา”“พ่ะย่ะค่ะ”องค์ชายอิ้งเยว่ใช้เวลาไม่นานก็มาถึงเรือนหมู่ตานฮวาดังใจหมาย สองขาย่างก้าวขึ้นบันไดไม่ช้าไม่เร็ว เลยไปยังระเ

  • จับเจ้าทะโมนมาเป็นชายา   33.เจ้าชายอิ้งเยว่บอกความจริงแบบอ้อมๆ

    หลังจากลงเล่นน้ำในลำธารหลังอุทยานจนเหนื่อย องค์ชายอิ้งเยว่พาฉีอันฉีเดินลัดเลาะไปตามเส้นทางสายหนึ่ง ซึ่งเป็นทางลัดเชื่อมระหว่างตำหนักส่วนพระองค์กับตำหนักร้าง เส้นทางนี้เคยรกชัฏและเงียบเหงา ทว่าบัดนี้กลับเปลี่ยนไปราวกับคนละสถานที่ ฉีอันฉีเดินเคียงข้างท่านพี่ชุนของเขาอย่างอารมณ์ดี สองมือเกาะแขนอีกฝ่าย

  • จับเจ้าทะโมนมาเป็นชายา   23.สยบเพลิงวสันต์

    ท่ามกลางเสียงอสนีบาตที่ฟาดเปรี้ยงลงมาเหนือหลังคาตำหนักร้าง ราวกับจะถล่มฟ้าทลายดิน ฝนเม็ดใหญ่กระหน่ำตกลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา ป่าไผ่โดยรอบไหวเอนลู่ตามกระแสลมแรงที่พัดกรรโชก หากแต่ภายในตำหนักบนชั้นลอยนั้น กลับมีกระแสคลื่นความร้อนแรงที่เผาไหม้อยู่บนเตียงกว้างอิ้งเยว่รู้สึกถึงมวลอารมณ์เร่าร้อนที่สุมทรว

  • จับเจ้าทะโมนมาเป็นชายา   9.ตำหนักร้างกับชายหนุ่มลึกลับ

    องค์ชายอิ้งเยว่ใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วยามก็มาถึงอาณาเขตของตำหนักเย็น สถานที่ซึ่งเคยจองจำมารดาของเขาเมื่อสิบปีก่อน ความทรงจำอันเจ็บปวดมิเคยเลือนหายไปจากใจเลย แม้เวลาล่วงเลยมาป่านนี้ ร่างสูงในชุดทหารยามมุดผ่านรั้วลวดหนามเข้าไปทันทีที่มาถึง ภายในบริเวณ มีต้นหญ้าแห้งกรังขึ้นสูงจนทึบหนา เขาชักกระบี่ออกมา

  • จับเจ้าทะโมนมาเป็นชายา   8.ความชิงชังในวังหลวง

    เมื่อเรื่องราวล่วงรู้ถึงเทียนจื่อ พระองค์ทรงมีพระบัญชาเด็ดขาด สั่งให้นางทาสในวังหลวงผู้มีรูปร่างแข็งแรงถึงสามคน ผลัดเปลี่ยนกันเฝ้าสนมกุ้ยเฟยไว้อย่างเข้มงวด มิให้พระนางทำร้ายทารกในครรภ์ได้สำเร็จ จนกว่าจะครบกำหนดคลอดจึงจะแยกทารกออกมาเลี้ยงดูต่างหาก เทียนจื่อทรงกำชับนักหนาว่า หากทารกเป็นอันตราย ผู้ที่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status