Share

บทที่ 4

last update Tanggal publikasi: 2025-06-04 13:04:32

กินได้ด้วยหรือ

"ท่านพี่เจออะไรหรือขอรับ"

นางชี้นิ้วไปยังกอไผ่ที่ถูกลมพัดใบลิ่วลม ในป่าแห่งนี้มีไผ่ขึ้นเป็นจำนวนมาก เทียบได้สองในสี่ส่วนของฝืนป่า อันฉีไม่รู้ว่าไผ่เหล่านี้นอกจากเอาไปทำกระท่อมหรืองานก่อสร้างต่าง ๆ ก็ไม่เคยเห็นผู้ใดเอาไปทำประโยชน์อย่างอื่น

“ต้นไผ่นะหรือขอรับ”

“ไม่ใช่ ๆ เจ้าดูนั่นสิ ดูนั่น”

นางวิ่งไปใกล้กอไผ่กอใหญ่ ชี้นิ้วให้อันฉีมองหน่อไม้ที่เพิ่งจะโผล่พ้นดินจำนวนมากมายเกือบสิบหน่อ ทางด้านลู่เสียนก็เดินตามมาดูด้วยอีกคน

"มีอะไรหรือเจียเอ๋อร์"

“หน่อของต้นไผ่เจ้าค่ะท่านแม่ เย็นนี้เราเอาไปทำอาหารกันนะเจ้าคะ”

“ทำอาหาร? ...หน่อของต้นไผ่มันกินได้หรือ?”

“...ดะ ได้สิเจ้าคะ ไม่มีใครเคยกินหน่อไม้หรือเจ้าคะ”

"ไม่เคย แม่เองก็ไม่เคยเห็นผู้ใดนำมาทำอาหารสักคน มันกินได้จริงหรือ"

...นี่นางย้อนกลับมาในยุคสมัยที่ผู้คนยังไม่รู้จักการเอาหน่อไม้มาแปรรูปเป็นอาหารเลยหรือ เจียอียิ้มแห้ง ๆ ให้มารดา จากนั้นพยักหน้าเป็นเชิงบอกว่าลู่เสียนเข้าใจถูกแล้ว หน่อไม้ย่อมนำไปประกอบอาหารได้

“เจ้าไปเคยได้กินมาจากไหน แม่ไม่เคยนำหน่อของต้นไผ่ไปทำอาหารให้เจ้ากินเลยสักครั้ง ตั้งแต่เจ้าฟื้นขึ้นมาเจ้าก็ดูประหลาดยิ่งนัก”

“เอ่อ...เรื่องนั้น”

แย่ละสิ...หลินเจียอีหลับตาลงจากนั้นก็ลืมตาขึ้นมาใหม่เหมือนคิดบางสิ่งออก นางพร่ำขอโทษขอโพยลู่เสียนในใจที่ครั้งนี้เป็นอีกครั้งที่นางต้องพูดโกหกอีกหน ในขณะที่กำลังจะเอ่ยปากแต่งเรื่องนางก็ได้เอามือไพล่หลังใช้นิ้วชี้กับนิ้วนางไขว้กันไว้

“ท่านแม่ ข้าพูดไปท่านต้องไม่เชื่อข้าแน่ ๆ เรื่องนี้มันน่าเหลือเชื่อจริง ๆ เจ้าค่ะ ตั้งแต่ข้าฟื้นจากความตายในครั้งนั้น ในตอนที่วิญญาณข้าออกจากร่างไป ข้าไปเจอยายแก่ผมขาวผู้หนึ่ง และตอนนี้นางก็ยืนอยู่ข้างหลังอาฉี”

“ห๊า ท่านแม่ ท่านแม่ข้ากลัว”

อันฉีรีบวิ่งไปกอดขามารดา ขณะนี้อันฉีขนลุกทั้งตัวด้วยความกลัว ผู้เป็นแม่จึงได้แต่ลูบหลังลูกชายปลอบขวัญแล้วเงยหน้าขึ้นมาทำตาดุใส่ลูกสาวที่พูดจาเลอะเลือนทำให้น้องตกอกตกใจ ถึงอย่างนั้นลู่เสียนก็ยังมองไปรอบ ๆ เผื่อว่าจะเห็นยายแก่ผมขาวปรากฏกายขึ้นมาอย่างเช่นเจียอีบอก ทว่าไม่เจอแม้แต่เงาของผู้อื่นนอกจากตนและลูก ๆ

“เจ้าพูดจาเลอะเลือนมากไปแล้ว ดูสิ ทำน้องตกใจจนจะร้องไห้แล้ว”

“ข้าไม่ได้เลอะเลือนนะเจ้าคะ ตอนนี้ยายแก่ผมขาวอยู่กับเราจริง ๆ แต่ท่านแม่กับอาฉีไม่ต้องตกใจไปเจ้าค่ะ เพราะยายแก่ผมขาวนางเป็นคนดี นางบอกว่าสงสารพวกเราที่บ้านหลินไม่มีความยุติธรรม ดังนั้นนางจึงมาเพื่อช่วยพวกเรา เอ่อ ท่านแม่จะโกรธข้าหรือไม่...อันที่จริงแล้วเรื่องปลูกเห็ดฟาง ยายแก่ผมขาวก็เป็นคนกระซิบบอกข้า ไม่ใช่ข้าได้ยินมาจากคนในตลาด”

“...หลินเจียอี เจ้าหัดโกหกแม่เมื่อไรกัน”

“ข้าขอโทษเจ้าค่ะ หากตอนนั้นข้าบอกเรื่องยายแก่ผมขาวไปข้าก็กลัวว่าทุกคนจะตกใจกลัวเหมือนเช่นตอนนี้ ข้าไม่ได้มีเจตนาจะพูดจากลับกลอกนะเจ้าคะ แต่ข้ายืนยันว่ายายแก่ผมขาวใจดีไม่ทำร้ายใครแน่นอน ท่านแม่วางใจเจ้าค่ะนางจะไม่ปรากฏกายให้ใครเห็น อย่าตกใจไป”

“เอาล่ะ ๆ เลิกพูดได้แล้ว ดังนั้นเจ้าจะบอกแม่ว่าหลังจากที่เจ้าฟื้นขึ้นมาแล้วเจ้าไม่เหมือนเดิมเพราะว่ายายแก่ผมขาวมาช่วยเจ้า”

“ถูกต้องเจ้าค่ะ”

ลู่เสียนทำใจเชื่อในสิ่งที่เจียอีกำลังอธิบายไม่ได้ แต่นางก็ไม่รู้จะหาสาเหตุอื่นใดมาโต้แย้งข้อสงสัยที่เจียอีเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน เมื่อก่อนนี้นางรู้จักนิสัยใจคอลูกสาวเป็นอย่างดี เจียอีเจ้าของร่างหัวอ่อนว่าง่าย เหนียมอายเก็บตัวพูดน้อย เป็นกุลสตรีที่ได้รับคำชื่นชมจากคนอื่นที่พบเห็น ผิดกับเจียอีขณะนี้ที่กล้าคิดกล้าทำ กล้าแสดงออก กล้าพูดกล้าเปิดเผย

“เช่นนั้น เราช่วยกันเก็บหน่อของต้นไผ่เถอะเจ้าค่ะ เย็นนี้ข้าจะขอเป็นแม่ครัวปรุงอาหารเอง”

“แม่ครัว! เจ้านะหรือ”

ลู่เสียนอ้าปากค้าง ถึงแม้ว่าเจียอีเจ้าของร่างจะถนัดงานบ้านงานเรือนเย็บปักถักร้อย แต่เรื่องปรุงอาหารเจียอีไม่ถนัดเอาเสียเลย เมื่อครั้งที่ยังอาศัยอยู่บ้านหลินแค่ชงชานางยังเกือบวางเพลิงบ้านหลินจนวอดวาย ดีที่ลู่เสียนมาพบก่อนไฟยังไม่ลุกลามจึงรีบช่วยดับไฟเอาไว้ได้ทันเวลา ในครั้งนั้นเจียอียังถูกฮุ่ยเฟินและภรรยาเฆี่ยนตีเป็นการลงโทษ ตั้งแต่นั้นมานางก็เลยไม่กล้าปรุงอาหารอีกเลย

“อืม ได้ เช่นนั้นวันนี้หน้าที่ปรุงอาหารค่ำแม่มอบให้เจ้าจัดการก็แล้วกัน”

“เจ้าค่ะ”

หญิงสาวยิ้มกว้าง เป็นรอยยิ้มที่สดใสสว่างไสว เมื่ออันฉีหายตกใจแล้วเขาก็คลายมือที่กำลังกอดขามารดาออก รีบเข้ามาช่วยพี่สาวขุดหน่อไม้ ได้จำนวนที่พอใจแล้วก็ใส่ตะกร้า ส่วนที่เหลือจากใส่ตะกร้าเจียอีก็เอาใส่ห่อผ้าแบกขึ้นหลัง ใช้เวลาครึ่งชั่วยามก็กลับถึงบ้าน นางหวังออกมานั่งรออยู่ที่ระเบียง พอเห็นว่าสามแม่ลูกนำหน่อไม้กลับมาเป็นจำนวนมากนางจึงถาม

“หน่อของต้นไผ่ พวกเจ้าขนมาทำอะไรเยอะแยะ”

“ท่านยาย หน่อของต้นไผ่พวกนี้ข้าจะเอามาปรุงเป็นมื้อค่ำ”

“หืม มันใช้กินได้ด้วยหรือ”

“ได้สิเจ้าคะ”

เจียอีว่าแล้วก็หอบหน่อไม้เข้าไปในครัว นางปอกเปลือกออกจนเกลี้ยง เผยให้เห็นส่วนด้านในสีขาวอวบ ล้างทำความสะอาดให้เรียบร้อย จากนั้นฝานเป็นชิ้นเล็ก ๆ พอดีคำ นำไปต้มในน้ำเดือดให้หายขม การจะนำหน่อไม้มารับประทานทุกครั้งต้องต้มให้สุกก่อนเพราะหน่อไม้สดนั้นมีพิษ ระหว่างที่รอหน่อไม้ต้มอยู่นั้นได้ยินเสียงคนพูดคุยกันด้านนอก เจียอีจึงเดินออกมาดู พบชายแก่สวมหมวกฟาง สวมใส่เสื้อผ้าเก่า ๆ บนพื้นดินใกล้กับจุดที่เขายืนมีไก่ป่าสามตัวที่ตายแล้ววางอยู่ อันฉีวิ่งไปหาชายผู้นั้นแล้วเรียกเขาว่าท่านตา

“ท่านตาขอรับ เหนื่อยไหมขอรับ”

“ไม่ ตาไม่เหนื่อย พวกเจ้ากลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่”

ตงซิ่วลูบศีรษะหลานชายด้วยความเอ็นดู แล้วหันไปถามลู่เสียน

“ท่านพ่อ ข้าขอกลับมาอยู่ด้วยนะเจ้าคะ หลังจากที่สามีข้าตกตายพวกคนบ้านหลินก็ไม่ให้ข้ากับลูกอาศัยอยู่ร่วมแล้ว”

“ใจดำจริง ๆ คนบ้านหลิน เอาเถอะ เจ้าพาลูกกลับมาอยู่ด้วยก็ดีเหมือนกัน พ่อกับแม่ก็แก่มากแล้วจะได้เจ้านี่แหละช่วยดูแล แล้วเจียเอ๋อร์ไปไหนซะล่ะ”

“ข้าอยู่นี่เจ้าค่ะ”

เจียอีเดินเข้ามาทำความเคารพ แต่กิริยาของนางกระโดกกระเดกไม่เหมือนก่อน ตงซิ่วมองหลานสาวครู่นึ่งแล้วยกมือลูบศีรษะอย่างเอ็นดู ทำเช่นเดียวกันกับอันฉีไม่แบ่งแยกว่าหลานจะเป็นชายหรือเป็นหญิง สิ่งนี้ยิ่งทำให้เจียอีประทับใจในครอบครัวเล็ก ๆ นี่ยิ่งขึ้นไปอีก

“เอ้อ จริงสิ เข้าป่าล่าสัตว์หลายวันกลับได้มาเท่านี้ แค่ไก่ป่าสามตัว เดี๋ยวพ่อจะจัดการถอนขนให้ก่อนลู่เสียนจะได้เอาไปปรุงเป็นมื้อค่ำ”

ตงซิ่วบอก ลู่เสียนพยักหน้ารับ

“เช่นนั้นข้าขอแบ่งเนื้อไก่ไปปรุงกับหน่อไม้ได้ไหมเจ้าค่ะท่านแม่”

“ได้สิ”

ลู่เสียนอนุญาตแล้วเจียอีก็เดินไปเอาไก่ที่ตงซิ่วถอนขนเรียบร้อย สับเป็นชิ้นพร้อมนำไปปรุงอาหารมาเพียงจำนวนหนึ่ง กลับมาในครัวพบว่าหม้อต้มหน่อไม้กำลังเดือดพอดี นางจึงยกออกมารินน้ำทิ้งแล้วเติมน้ำเข้าไปใหม่ต้มให้เดือดอีกรอบหนึ่ง ต้องต้มถึงสองน้ำหน่อไม้จึงจะจืดสนิทไม่เฝื่อนหรือขม

อาหารที่นางตั้งใจปรุงขึ้นง่าย ๆ ส่วนประกอบจะมี ซี่โครงไก่ เห็ดหอม กระเทียมบุบหยาม รากผักชี เกลือ เก๋ากี้ และฮ่วยซัว นั่นคือวัตถุดิบที่มีในครัว เครื่องปรุงเหล่านี้เป็นวัตถุดิบที่หาได้จากในป่าทั้งสิ้น วิธีทำก็จะนำน้ำใส่หม้อตั้งบนเตา ใส่ไก่ พอน้ำเดือดก็เบาไฟลง หากในน้ำแกงมีฟองก็ช้อนฟองออก ใส่หน่อไม้ที่ต้มจืดแล้ว ใส่กระเทียมบุบ รากผักชี เก๋ากี้และฮ่วยซัว เติมเกลือปรุงรส ใช้เวลาตุ๋นเกือบหนึ่งชั่วยาม จากนั้นตักใส่ถ้วย

เมื่อทำเสร็จเจียอีก็ยกมาเตรียมไว้รอทานพร้อมหน้าพร้อมตา อาหารค่ำมื้อนี้เจียอีได้รับคำชมไม่ขาดปาก จึงทำให้นางคิดได้บางอย่าง หน่อไม้เป็นพืชที่ผู้คนยังไม่นิยมนำมาปรุงอาหารทานในยุคนี้ นี่คือช่วงเวลาที่ดีสำหรับกอบโกยกำไร คิดก่อนเริ่มก่อนย่อมสำเร็จก่อน หากนางนำมาแปรรูปแล้วออกขายสู่ตลาดคงมีคนสนใจมากมาย

“ท่านแม่ พรุ่งนี้เราเข้าป่ากันอีกเถอะเจ้าค่ะ”

“ได้สิ”

ลู่เสียนบอกพร้อมกับเดินไปยกน้ำต้มเห็ดหลินจือมาให้นางหวังกับตงซิ่ว คนแก่ทั้งสองยกขึ้นดื่มแล้วทำสีหน้าเหยเก พลอยทำให้เจียอีรับรู้ถึงรสชาติของเหลวที่มีสีน้ำตาลเข้มในถ้วยไปด้วย เป็นโชคดีของนางที่ไม่ต้องดื่มน้ำต้มเห็ดหลินจือนี่ คิดแล้วเจียอีก็ลอบยิ้มแล้วก็ต้องหุบยิ้มลงทันทีเมื่อลู่เสียนยื่นถ้วยมาทางนาง

“เจียเอ๋อร์นี่ของเจ้า”

อุตส่าห์คิดว่าจะไม่ต้องฝืนดื่มแล้วแท้ ๆ ลู่เสียนก็ยังยื่นมาให้ นางคะยั้นคะยอลูกสาวให้รับไปดื่ม เจียอีจึงทำได้แค่ยืนมือออกมารับไปก่อนจะกลั้นใจดื่มน้ำต้มเห็ดหลินจือเฝื่อน ๆ จนหมดถ้วยในคราวเดียว

“ดีมาก เจ้าเพิ่งฟื้นขึ้นมา ร่างกายยังไม่แข็งแรงดี ฉะนั้นแม่จะต้มเห็ดหลินจือให้เจ้าดื่มทุกวัน ดีที่ในครัวมีเห็ดหลินจือแห้งที่ท่านตาเจ้าหามาตากไว้ ส่วนอันที่เราได้มาวันนี้พรุ่งนี้แม่จะเอาออกตาก”

“หา...ข้าว่าไม่ดีเจ้าค่ะ”

“ไม่ดีอย่างไร”

“เอ่อ ท่านตากับท่านยายแก่มากแล้ว เราควรสงวนของดีหายากไว้ให้ท่านตาและท่านยายบำรุงร่างกายมากกว่า แบบนี้ข้าถึงจะได้ชื่อว่าหลานกตัญญู ตัวข้าไม่เป็นไรแล้วเจ้าค่ะ”

“เอาเช่นนั้นหรือ”

“เจ้าค่ะ เอาเช่นนี้เลย”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • จากสาวน้อยบ้านนาสู่ภรรยาท่านแม่ทัพ (จบ)   บทที่ 139

    เจียอียิ้มแห้งแล้ววางฝ่ามือลูบตรงท้องน้อย ลู่จิวเห็นท่าทางเช่นนั้นก็ได้แต่เอียงคอมองด้วยความสงสัย "ห๋า!...อย่าบอกนะว่าเจ้า""อื้ม""จะ เจ้าหิว!""...เฮ้อ..."เหตุใดลู่จิวถึงไม่เปลี่ยนไปเลยนะ..."ข้ากำลังตั้งครรภ์ต่างหากเล่า""ตั้งครรภ์! จริงหรือเนี่ย""จริง"สิ้นเสียงยืนยันลู่จิวกระโดดโลดเต้นราวก

  • จากสาวน้อยบ้านนาสู่ภรรยาท่านแม่ทัพ (จบ)   บทที่ 138

    "...ตั้งครรภ์!"แม้น้ำเสียงที่เปล่งออกมาจะตกใจเล็กน้อย แต่ชายหนุ่มก็ยิ้มออกมาด้วยความดีใจระคนตื่นเต้น เขาจำต้องทวนถามสาวใช้อีกครั้งเพราะไม่อยากจะเชื่อหูตนเอง"จริงหรือ""เจ้าค่ะ คนท้องมักจะอยากกินของแปลก ๆ หากไม่ได้กินก็จะงอแงน้อยใจ ท่านแม่ทัพเชิญหมอมาตรวจดูดีกว่าเจ้าค่ะเพื่อความแม่นยำ""อืม เช

  • จากสาวน้อยบ้านนาสู่ภรรยาท่านแม่ทัพ (จบ)   บทที่ 137

    บทส่งท้ายจากสาวน้อยบ้านนาสู่ภรรยาท่านแม่ทัพหลายเดือนผ่านไปที่ค่ายบูรพายังคงสงบสุขด้วยดี สาวใช้สองนางที่ประจำการอยู่เรือนรับรองเดินยกอาหารเข้ามาให้เจียอี หนึ่งในสองคนนั้นวางอาหารลงบนโต๊ะแล้วเดินไปเรียกเจียอีที่กำลังทำหน้าเบื่อหน่ายอยู่ที่เตียง"ฮูหยินเจ้าคะ ข้าได้ทำตามวิธีการที่ฮูหยินบอกทุกประกา

  • จากสาวน้อยบ้านนาสู่ภรรยาท่านแม่ทัพ (จบ)   บทที่ 136

    "ไปอยู่ที่ค่ายบูรพาดูแลตัวเองดี ๆ นะ""ข้าจะดูแลตัวเองดี ๆ...เจ้าก็เช่นกัน""อื้ม" หลังจากร่ำลาเรียบร้อยแล้วลู่จิวก็หันมาสบตาจือเฉิน เขายกยิ้มให้นางเล็กน้อย เดิมทีคิดว่าลู่จิวจะมาเพื่อรั้งเขาไว้หรือพูดอะไรสักอย่าง แต่ไม่เป็นอย่างที่คิด...นางแค่มาลาสหายของนางเพียงเท่านั้นจือเฉินรู้สึกเหมือนหัวใจแหล

  • จากสาวน้อยบ้านนาสู่ภรรยาท่านแม่ทัพ (จบ)   บทที่ 135

    ดินแดนบูรพา (จบ)ในระหว่างที่ลู่จิวและอู๋ห่างกำลังจะเดินทางถึงหน้าโรงเตี๊ยม จือเฉินได้ควบม้ามาขวางเอาไว้ จึงทำให้คนขับรถม้าต้องดึงบังเหียนหยุดกะทันหัน คนที่นั่งอยู่ในรถม้าไม่ทันตั้งตัวทำให้ร่างกายเสียหลักจากแรงบังคับหยุด ลู่จิวรีบประคองอู๋ห่างเอาไว้แล้วแหวกม่านเดินลงมาดูว่าเกิดอะไรขึ้นที่ด้านนอก พ

  • จากสาวน้อยบ้านนาสู่ภรรยาท่านแม่ทัพ (จบ)   บทที่ 134

    "อื้อ...จริงสิ ข้าเห็นยามากมายในห้องท่านพ่อ ปกติท่านพ่อกินยาบำรุงเยอะขนาดนี้เลยหรือ""...คุณหนู ข้า...เอ่อ ข้าไม่รู้จะพูดดีไหม""พูดมา""คราวนั้นที่ข้าล่วงหน้ากลับมาก่อน พอข้ามาถึงก็พบเถ้าแก่หยวนนอนหมดสติอยู่ในห้องอ่านตำราของคุณชายจางหย่ง ดีที่เรียกหมอมาดูอาการทันเวลา ตั้งแต่นั้นมาเถ้าแก่ก็ป่วยบ่อย

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status