مشاركة

บทที่ 6

last update تاريخ النشر: 2026-01-02 11:59:04

วันต่อมา ตระกูลอวี้ระส่ำระสายอีกครั้ง เมื่อให้พ่อบ้านหวง ไปสืบกับพ่อบ้านในจวนราชครูลู่ได้ความว่า ลู่ตงเหิงต้องการส่งคุณหนูใหญ่เข้าวัง แต่ตอนนี้มีเรื่องบาดหมางกันระหว่างลู่ตงเหิงและฮูหยิน เรื่องจะส่งหรือไม่ส่งคุณหนูเข้าวังดี

“ท่านพี่ ข้าไม่ยอมเสียลูกสะใภ้ให้ฝ่าบาทอีกคนหรอกนะ” เพ่ยอิงฮัวรู้สึกเจ็บแค้นใจ เหตุใดฝ่าบาทต้องมีดวงแย่งคนรักของตระกูลอวี้ เห็นได้ชัดว่าลู่เซวียนเฉ่าเกิดมาเพื่อคลอดบุตรและนำความเจริญรุ่งเรืองมาสู่วงศ์ตระกูลในรุ่นที่ 29 ไยต้องมีอุปสรรคเช่นนี้

“เรียนฮูหยิน เรื่องนี้ไม่ใช่ไม่มีทางเสียทีเดียว ข้าน้อยว่าคุณหนูใหญ่ลู่นางฉลาดนัก” พ่อบ้านหวงอยู่กับนายท่านและฮูหยินมานาน ย่อมสั่งสมความฉลาดและการคิดการณ์อย่างรอบคอบเช่นเดียวกัน รวมทั้งเล่ห์เหลี่ยมการใช้คำพูดลวงคนให้ติดกับที่ตัวเองวางไว้

“นางฉลาดอย่างไร” เพ่ยอิงฮัวชักสนใจลูกสะใภ้คนนี้เสียแล้ว ถูกกลั่นแกล้งขนาดนี้ นางมีทางออกเรื่องนี้อย่างไรกัน

“เพียงแค่คุณหนูคุกเข่าแสดงความกตัญญูต่อบิดา ก็พลิกวิกฤติเป็นโอกาสแล้วขอรับ” พ่อบ้านหวงกระซิบกระซาบเรื่องที่เกิดขึ้นจากที่ให้คนไปสืบทั้งคิดเห็นต่างจากคนในจวน ทั้งเรื่องบาดหมางในจวนสกุลลู่กับความริษยาของแม่เลี้ยงลูกเลี้ยง สร้างเสียงหัวเราะให้กับเพ่ยอิงฮัวเป็นอย่างยิ่ง

เพียะ!!!

เพ่ยอิงฮัว ตบหน้าขาของตนเองฉาดใหญ่ ให้กับความเจ้าเล่ห์ของลูกสะใภ้ สตรีเช่นนี้อย่างไรเล่าถึงจะเหมาะสมกับบุตรชายเสเพลของตนเอง

“นางฉลาดยิ่ง ใครก็รู้ว่าเข้าวังหลังอยู่กับฮ่องเต้ชราภาพอย่างสวีเจี้ยนหง ก็เพียงรอคอยความตายในวังหลัง เพื่อฝังในสุสานรวมกับฮ่องเต้เท่านั้น” เพ่ยอิงฮัวกล่าว

“ภรรยาข้าช่างคิดรอบคอบยิ่ง” อวี้ชุนหัวดีใจยิ่งนักที่ภรรยายังอ่านการกระทำของลูกสะใภ้ออก เขายังคิดตามไม่ทันด้วยซ้ำ

“ไม่เช่นนั้นข้ายังจะเป็นภรรยาท่านรึ!” เพ่ยอิงฮัวเชิดหน้าขึ้น ยามสามียังหนุ่ม สตรีมากหน้าหลายตาต่างชม้ายชายตามอง หากนางไม่ฉลาดแล้วล่ะก็ ป่านนี้อนุของเต็มจวนไปแล้ว

“ใช่ภรรยาข้าฉลาดยิ่งนัก”

“แต่งเข้ามา ข้าจะยกกรรมสิทธิ์ทุกอย่างให้ลูกสะใภ้ตัดสิน เจ้าลูกชายหากไม่มีน้ำยาทำให้ข้าวสารให้เป็นข้าวสุก ให้กำเนิดทายาทสืบตระกูลก็ให้เป็นขอทานก็แล้วกัน” เพ่ยอิงฮัวตัดสินใจแล้ว นี่คือวิธีกำราบบุตรชายให้ได้ผลดีที่สุด

“พ่อบ้านหวง ไปที่ตลาดจัดการปล่อยข่าวว่าข้าเตรียมจะสู่ขอคุณหนูใหญ่ลู่มาเป็นสะใภ้” เพ่ยอิงฮัวคิดใช้ประโยชน์จากข่าวลือ เพื่อสร้างแรงจูงใจให้แม่เลี้ยงของว่าที่ลูกสะใภ้อยากยกให้ตระกูลอวี้แทนที่จะสนับสนุนสามีนางให้ส่งเข้าวัง

ลู่เซวียนเฉ่าออกไปนอนจวนเพื่อคิดหาวิธีออกจากจวนลู่ ก่อนที่ท่านพ่อจะส่งนางเข้าวัง แต่สิ่งเดียวที่นางจะไม่ทำคือทำให้ตัวเองแปดเปื้อนโดยดึงบุรุษใดเข้ามาแน่นอน แต่ทว่านางไม่คิดแต่แม่เลี้ยงกับหลานสาวใช่จะไม่คิดสกปรก ทุกวันนางต้องระแวดระวัง บ่าวชายห้ามเข้าใกล้เรือนเด็ดขาด นั่นนางถึงจะปลอดภัย

นางเดินไปเลือกซื้อผ้า แล้วได้พบกับท่านพ่อค้าขายเนื้อหมู คราวนี้เขานำเนื้อหมูมาให้นางอีกครั้งแล้ว

“คุณหนูใหญ่ลู่โปรดรับเนื้อไว้เถิดขอรับ ท่านทำให้พวกเราลืมตาอ้าปากได้แล้ว” นอกจากพ่อค้าหมูในตลาดที่นางเลือกซื้อเป็นประจำแล้ว ยังมีเหล่าแม่ค้าผัก คนขายน้ำตาลปั้นแล้วคนอื่น ๆ อีกมากมายยืนเข้าแถวรอนำของส่งให้นาง จนนางสับสนและเวียนหัวไปหมด

“เอ่อ...นะ...นี่มัน...เรื่องอันใดกันเจ้าคะ” ลู่เซวียนเฉ่ารู้สึกว่านี่ไม่ใช่เรื่องธรรมดาแล้ว การที่คนเอาของมาให้นางโดยไร้ที่มาที่ไปไม่ใช่เรื่องปกติ นางไปทำอันใดให้พวกเขากัน

“ท่านรู้หรือไม่ท่านคือดาวนำโชคของพวกเรา” พ่อค้าหมูกล่าว

“ใช่ ๆ ข้าขายผักหมดเกลี้ยงตอนที่มอบผักเพียงเล็กน้อยให้ท่าน” ท่านยายขายผักกล่าวสมทบ

“รับของข้าไปเถอะ”

“รับไปเถอะ”

ลู่เซวียนเฉ่าไม่คิดว่าการออกมาหาทางออกเรื่องที่ตนจะเข้าวัง จะกลายเป็นตนที่เป็นดวงดาวนำโชคไปแล้ว

แต่นางยังไม่รับข้าวของของผู้ใด จนกว่าจะได้รับรู้เรื่องราวตั้งแต่ต้นก่อน โดยนางลากเถ้าแก่ขายเนื้อหมูกับท่านยายขายผักไปนั่งคุยในร้านน้ำชาก่อน ถึงเรื่องความเป็นมาทั้งหมด

“ท่านลุงกับท่านยายเล่ามาให้ข้าฟังให้หมดเลยนะเจ้าคะ หากไม่ข้าไม่ยอมรับของพวกท่านแน่นอน”

นางกล่าวเสียงเข้มเล็กน้อย นั่นทำให้เถ้าแก่ร้านขายเนื้อหมูเล่าตั้งแต่ต้น และเข้าใจในที่สุด ตอนแรกนางอยากจะหัวเราะว่านางกลายเป็นสตรีนำโชคไปได้อย่างไร ตอนนี้รับรู้แล้วนางต้องขอบใจเผยจูเอ่อ ที่ทำให้นางได้มายืนจุดนี้

ข่าวเรื่องการเป็นสตรีนำโชคต้องแพร่กระจายให้มากกว่านี้อีกนิดหน่อย เพื่อเป็นประโยชน์ของนาง

“เป็นเช่นนี้หรอกหรือเจ้าคะ ข้าว่าแค่บังเอิญมากกว่ากระมังเจ้าคะ ไม่แน่ว่าอาจจะไม่ใช่” นางพูดออกมาไม่อยากให้ชาวบ้านงมงายนัก มันก็แค่เรื่องบังเอิญเท่านั้น

“ไม่...ย่อมไม่มีความบังเอิญเด็ดขาด สวรรค์ล้วนกำหนดมาแล้ว” พ่อค้าหมูยืนกรานหนักแน่น มั่นใจว่าการค้าขายในวันนั้นของเขาคือผลจากที่ได้ให้เนื้อหมูนางไป

สุดท้ายแล้วนางก็สุดปัญญาจะทัดทานความเชื่อของชาวบ้าน เพราะเมื่อเชื่อสิ่งใดแล้วก็คิดว่าสิ่งนั้นคือที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ

“เอาเถอะ เอาเถอะ ท่านจะคิดอย่างไรก็แล้วแต่ ข้าจะไม่ขัดความประสงค์ของท่าน แต่ชีวิตข้าท่านก็รู้ลำบากเพียงใด ออกทางประตูใหญ่ยังไม่ได้ ต้องอาศัยทางสุนัขลอด แล้วจะขนของพวกนี้เข้าจวนไปได้อย่างไร” นางกล่าวด้วยความจริง แต่เรียกความสงสารให้กับคนในตลาดได้อย่างดี ยิ่งมองใบหน้าแต่ละคน บางคนล้วงเอาผ้าเช็ดหน้ามาซับน้ำตาก็มี ทำให้นางรู้สึกขบขัน

‘ชีวิตข้ามันเศร้าพวกท่านโปรดเข้าใจ’

“ใต้เท้าลู่ตาต่ำยิ่งนัก” ชายผู้หนึ่งเป็นชาวบ้านกล่าวขึ้น เขาเป็นคนหยาบช้าไร้การศึกษา จึงกล่าวถ้อยคำออกมาจากใจ แต่กลับได้ใจนางยิ่งนัก

‘หากท่านพ่อของนางตาสูงจริง คงไม่เลือกอนุเผยขึ้นเป็นฮูหยินใหญ่’ แต่นางจะปล่อยให้ชาวบ้านเดือดร้อนเพราะคำพูดว่ากล่าวขุนนางของฝ่าบาทไม่ได้ จึงเอ่ยเตือนพวกเขาหนึ่งคำ

“ท่านอย่ากล่าวคำพวกนี้ให้ใครได้ยินไปเชียวเจ้าค่ะ บิดาข้าขึ้นชื่อเรื่องความเอาแต่ใจ หูเบา ไร้ความยุติธรรม หากเขารู้ว่าข้าคือต้นเหตุให้เขาเสื่อมเสีย คาดว่าชีวิตข้าก็รักษาไว้ไม่ได้แล้ว” ลู่เซวียนเฉ่ากล่าวเตือนเหล่าชาวบ้านด้วยความหวังดี เพราะในเมืองหลวงแห่งนี้มีโรงเตี้ยมผิงเชียง เป็นโรงเตี้ยมอันดับหนึ่ง แน่นอนว่าหูตาของแม่เลี้ยงเยอะยิ่งกว่าตาสับปะรด หากชาวบ้านปากพล่อย กล่าวโทษบิดานางเข้าจะถูกทางการจับฐานให้ร้ายขุนนาง

“เพ้ย ๆ ข้าไม่พูดแล้ว” ชายผู้นั้นกลัวว่าจะทำให้คุณหนูลู่ดวงดาวนำโชคต้องเดือดร้อนรีบ และตนเองอาจจะมีที่ซุกหัวนอนเป็นคุกหลวงแทน จึงหุบปากทันที

“ข้าเพียงเป็นห่วงพวกท่านเจ้าค่ะ แม่เลี้ยงข้าก็ใช่คนที่พวกท่านต่อกรได้ บิดาข้าเป็นถึงขุนนางที่คนยำเกรง พวกท่านเป็นชาวบ้านธรรมดาจะสู้อันใดด้วยได้ ขนาดข้ายังโดนโบยไร้เหตุผลบ่อยครั้ง มันเจ็บมานะเจ้าคะ” ลู่เซวียนเฉ่าแสดงงิ้วได้สมจริง นางกลั่นน้ำตามาหนึ่งหยด ก็เรียกความสงสารของคนทั้งหมดได้แล้ว

ใครบอกไฟในอย่านำออก ข้าลู่เซวียนเฉ่านี่แหละจะไม่เพียงแค่ไฟในนำออก ยังนำไฟนอกไปแผดเผาตระกูลเน่าเฟะของบิดาตนเองด้วย

‘ใครใช้ให้เขาทำร้ายข้า และหูเบาเชื่อสตรีร้ายกาจผู้นั้นกันเล่า’

คำสอนให้กตัญญูต่อบิดาเชิญผู้นั้นกตัญญูไปคนเดียว ลองมาดูชีวิตแสนรันทดของนางดูบ้าง ข้าอยากรู้ว่าผู้ใดมีใจกตัญญูอยู่ได้อีก

“เช่นนั้นเรื่องวันนี้ให้ท่านเก็บเป็นความลับ แล้วข้าวของพวกท่านข้าจะรับเพียงวันละสามร้านเท่านั้น เรือนข้าโกโรโกโส ทั้งยังผุพังอยู่ด้านหลังจวน ติดกับชายป่าเสียด้วยซ้ำ ข้าขนไปไม่ไหว แต่ข้าอวยพรให้ทุกท่านขายดิบขายดี มีเงินจ่ายภาษีแล้วเหลือเก็บนะเจ้าคะ” นางตัดสินใจแก้ปัญหาเรื่องนี้แบบประนีประนอม เอาตามนี้ไปก่อน เพราะยังมีปัญหาที่นางจะถูกส่งตัวเข้าวังซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่นางยังต้องแก้ไข

“เอาเช่นนั้นก็ย่อมได้ หากเจ้าอยากให้พวกเราซ่อมแซมเรือนบอกได้เลย พวกข้ายินดี”

“อย่าดีกว่าเจ้าค่ะ อีกหน่อยพวกเขาจะส่งข้าเข้าวัง ซ่อมแซมไปข้าก็ไม่ได้อยู่นานนัก” นางเกริ่นเรื่องลำบากใจขึ้น แล้วหวังให้เหล่าชาวบ้านกระจายข่าวไปถ้วนทั่ว อย่างน้อยก็มีคนที่หวังดีกับนางบ้าง อาจจะหาทางช่วยนางอยู่ก็ได้

‘ทางออกอยู่ไม่ไกลแล้ว’

“ไม่ได้...ข้าไม่ยอมให้เข้าวัง เพราะเข้าวังแล้วพวกเราก็ไม่ได้พบเจอท่าน แล้วจะรับข้าวของพวกเราได้อย่างไร”

“ข้าก็ไม่อยากเช่นกันเจ้าค่ะ เรื่องนี้แม่เลี้ยงและท่านพ่อของข้ายังหารือกันอยู่ไม่แน่ว่ายังไม่ใช่เร็ว ๆ นี้”

“ข้าได้ยินว่าสกุลอวี้อยากให้ท่านเป็นลูกสะใภ้ เมื่อเช้ามีคนจากสกุลอวี้มาซื้อของพูดเรื่องนี้ขึ้น ข้าคิดว่าอาจจะเป็นทางออกที่ดี” พ่อค้าในตลาดคนหนึ่งกล่าว ฮูหยินอวี้เป็นคนจิตใจดีมีเมตตา หากดวงดาวนำโชคของพวกเราแต่งออกไปสกุลอวี้ไม่เท่ากับว่าดีกว่าถูกสกุลลู่ส่งเข้าวังหรอกหรือ

“จริงหรือเท็จกันเจ้าคะ” ลู่เซวียนเฉ่าไม่อยากจะเชื่อนัก จะมีสกุลใดอยากได้นางที่มารดามีข่าวเสียหายอีกอย่างนั้นหรือ

“ไม่ผิดแน่ พ่อบ้านหวงกล่าวเอง”

ลู่เซวียนเฉ่าประหลาดใจ เหตุใดยามท่านพ่อของนางอยากส่งนางเข้าวัง ถึงได้มีคนอยากได้นางเป็นสะใภ้ ไม่ใช่ว่าตระกูลอวี้คือตระกูลคหบดีอันดับหนึ่งหรอกหรือ เขาจะอยากได้นางที่ไม่มีอำนาจไปทำอันใดกัน เขาพวกเขาเลอะเลือนไปแล้ว หรือข่าวที่ปล่อยออกมาต้องการอันใดจากนางกันแน่ เรื่องนี้นางต้องขบคิดให้ดี

“ถ้าเช่นนั้นเอาไว้แน่ชัดอีกครั้งถึงจะดี ข้ายังต้องคิดให้รอบคอบ” เมื่อชีวิตถึงทางที่ต้องเลือก นางจะทำอย่างไรดี หรือนี่จะเป็นหนทางเดียวที่นางจะออกจากตระกูลลู่ได้โดยไม่ต้องเข้าวัง แต่คนที่แต่งงานด้วยเป็นผู้ใดกัน นางต้องสืบให้รู้แน่ชัดเสียก่อน...
استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • จำนนรักฮูหยินท้ายจวน   บทที่ 40

    “อ๊าย...ท่านพี่!!!”เสียงกรีดร้องยามรุ่งสางจากเรือนของฮูหยินน้อยและนายน้อยอวี้ดังขึ้น พร้อมกับเสียงขว้างปาข้าวของดังโครมคราม เหล่าบ่าวไพร่ไม่กล้าเข้าไปยุ่งกับสองสามีภรรยา ไม่รู้ว่าวันนี้มีเรื่องผิดใจอันใดกัน เมื่อวานยังรักใคร่หวานฉ่ำ“เฉ่าเอ้อร์ เจ้าอย่าเพิ่งโกรธสิ”“ท่านพี่ทำข้าเช่นนี้แล้วข้าจะออกไ

  • จำนนรักฮูหยินท้ายจวน   บทที่ 39

    ตกกลางคืนลู่เซวียนเฉ่ากำลังนั่งปักผ้าแก้เหงาอยู่ลำพังได้ยินเสียงอึกกระทึกด้านหน้าเรือนจึงให้จางถิงถิงบ่าวอีกคนออกไปดูว่าเกิดสิ่งใดขึ้น แต่เมื่อเห็นว่าเป็นนายน้อยนางจึงหุบปากแล้วเชิญนายหญิงออกมาชมเองจะดีกว่า “นายหญิงเจ้าคะ...หน้าเรือนเจ้าคะ” จางถิงถิงวิ่งตื่นตูมไปเรียกเจ้านายของตนเอ

  • จำนนรักฮูหยินท้ายจวน   บทที่ 38

    ตะวันลับเหลี่ยมเมฆาท้องฟ้ากลายเป็นสีน้ำเงินสะท้อนกับแสงตะวันสีทองที่กำลังลับฟ้าลงไป ร่างที่ไร้เรี่ยวแรงจะยืนหยัดทนสู้เพื่อมีชีวิตต่อนอนร้องไห้ทั้งน้ำตา ลู่เซวียนเฉ่าอยู่กับความหวังที่จะพบมารดาสักครั้ง แต่เมื่อพบเพียงกระดูกที่ไร้วิญญาณของมารดา มันก็ยากจะทำใจยอมรับ ‘ท่านแม่’ นางคิดถึงใบหน้าที

  • จำนนรักฮูหยินท้ายจวน   บทที่ 37

    “ไท่จื่อ!!” อวี้เหวินจิ้งไม่คิดว่ากระทั่งสหายก็มาด้วย เกินที่เขาคาดไปมาก ทุกคนในจวนคุกเข่าประสานมือไม่กล้าขัดคำสั่งฟ้า “ใต้เท้าลู่ กระทำการละเลยไม่ดูแลบุตรสาวปล่อยให้ยากลำบาก ไม่พอยังหูเบาเชื่อฟังคำอนุชั่วช้า ลงโทษให้ปลดจากตำแหน่งราชครู คืนสู่คนธรรมดาสามัญไม่อาจรับราชการได้อีกเผยห

  • จำนนรักฮูหยินท้ายจวน   บทที่ 36

    “ใช่...มันขัดขวางข้า...ฮ่า ฮ่า ฮ่า”“นะ...นี่เจ้า” ลู่ตงเหิงที่ได้รับรู้ความเลวทรามของฮูหยินตนเองพาให้เจ็บปวดใจนัก เดิมเขาก็ไม่ค่อยรักใคร่อดีตฮูหยินก็จริง แต่ให้เกียรตินาง เพราะนางไม่ใช่มีฐานะเพียงคนธรรมดา แต่เมื่อรับรู้ว่านางคิดหนีไปกับชู้จึงคิดว่าบิดาของนางหลอกให้ตนเลี้ยงลูกผู้อื่นอยู่หลายปี จึงไป

  • จำนนรักฮูหยินท้ายจวน   บทที่ 35

    ลู่เซวียนเฉ่าถูกรั้งตัวไว้จนเริ่มสาย กว่าเขาที่งอนนางเมื่อคืนจะปล่อยให้นางมาร่วมชมการสอบสวนของแม่เลี้ยงได้ เมื่อมาถึงเสียงร่ำไห้ของเผยหลิงหลิงทำให้นางปวดแก้วหูไปหมด “คารวะท่านพ่อ ข้าได้ยินเสียงเอะอะแต่เช้าไม่ทราบว่ามีเรื่องอันใดกันเจ้าคะ” ลู่เซวียนเฉ่าเอ่ยถามทันที ทั้งมองสตรีที่เคยหยิงผยอง

  • จำนนรักฮูหยินท้ายจวน   บทที่ 29

    “นี่เจ้า...มาหาข้าหน่อยได้หรือไม่” เสียงเรียกของฮูหยินน้อยเรียกไปทางบ่าวที่มีท่าทางลับ ๆ ล่อ ๆ อยู่หน้าเรือน เฉากังเห็นนายหญิงน้อยอวี้เรียกตนเองแล้วก็รีบเข้ามาพบทันทีเขามองซ้ายขวาไม่มีใครแล้วรู้สึกว่าทางปลอดโปร่งโล่งสบาย เขาเป็นบ่าวในเรือนรับหน้าที่เป็นคนขับรถม้าพาพ่อบ้านไปซื้อของ หากว่างง

    last updateآخر تحديث : 2026-03-28
  • จำนนรักฮูหยินท้ายจวน   บทที่ 30

    “เจ้ากล้าก็ลองดู” เสียงเหี้ยมของลู่ตงเหิงบ่งบอกชัดว่าไม่สนใจไยดีอดีตฮูหยินแล้ว เพราะเขาเตรียมปลดนาง ข้อหาไร้คุณธรรมกับลูกเลี้ยง จนทำให้ตนขายหน้าต่อฝ่าบาทและเหล่าขุนนางที่มาร่วมงาน “ท่านพี่ ท่านเห็นมันดีกว่าข้า” ใบหน้าปริ่มน้ำตามองอย่างตัดพ้อไปที่สามี ต่อให้นางสาวอย่างไรสวยอย่างไร วันหนึ่งก็

    last updateآخر تحديث : 2026-03-28
  • จำนนรักฮูหยินท้ายจวน   บทที่ 28

    ลู่เซวียนเฉ่ากินยาบำรุงกำลังแล้ว นางกลับมีแรงขึ้นจึงเดินออกมาสำรวจรอบ ๆ จวนสกุลอวี้ ครั้งแรกที่ได้เหยียบจวนแห่งนี้ ก็มาเป็นฮูหยินน้อยอวี้เสียแล้ว นับว่านางรับรู้เรื่องราวของตระกูลอวี้เพียงเล็กน้อย ผ่านการบอกเล่าของฮูหยินใหญ่อวี้เพียงเท่านั้น เมื่อเดินไปถึงลานด้านข้างที่มีศาลานางพบว่ามีของมา

    last updateآخر تحديث : 2026-03-27
  • จำนนรักฮูหยินท้ายจวน   บทที่ 26

    เสียงครวญครางของร่างภรรยาตัวน้อยกระตุ้นอารมณ์กำหนัดของบุรุษได้เป็นอย่างดี ชายหนุ่มขยับนิ้วเข้าหาความอ่อนนุ่มเพื่อเปิดทางรักในพรั่งพร้อมสำหรับการทำข้าวสารให้เป็นข้าวสุก จนเมื่อร่างของลู่เซวียนเฉ่าเกร็งเครียดกระตุกถี่พร้อมกับน้ำหวานที่ไหลเยิ้มออกมา คนเป็นสามีหมาด ๆ อย่างเขาก็เริ่มขั้นตอนถัดไปทันที

    last updateآخر تحديث : 2026-03-26
فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status