LOGIN"บริษัท KN Production ค่ะ"
รินลดาก้มมองเอกสารบนโต๊ะทำงานอีกครั้ง สายตาไล่ผ่านตัวอักษร แต่สมองกลับพยายามค้นหาความทรงจำอย่างรวดเร็ว ชื่อบริษัทนั้นวนเวียนอยู่ในหัวอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่เธอจะต้องยอมรับความจริง ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย หญิงสาวเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ถอนหายใจเบา ๆ อย่างใช้ความคิด "พี่ไม่เคยได้ยินชื่อบริษัทนี้มาก่อนเลยนะ" คำพูดนั้นหลุดออกมาแผ่วเบา ราวกับเธอกำลังบอกตัวเอง มากกว่าจะพูดกับนักศึกษาฝึกงานตรงหน้า "คุณดี้บอกว่าเป็นบริษัทสื่อที่จดทะเบียนอยู่ที่ประเทศตุรกีค่ะ" ดาหวันอธิบายตามข้อมูลที่ได้รับมาจากหัวหน้างาน "แล้วก็เป็นฝ่ายติดต่อมาที่บริษัทของเราเป็นที่แรกด้วยค่ะ" รินลดาพยักหน้ารับ สีหน้าครุ่นคิดยังคงนิ่งเรียบ เธอเชื่อข้อมูลนี้ ไม่ใช่เพราะรายละเอียดฟังดูน่าเชื่อถือเพียงอย่างเดียว แต่เพราะคนที่ยืนยันคือ นวลพรรณ หญิงวัยกลางคนที่ทำงานอยู่กับบริษัทมาตั้งแต่สมัยรุ่นแม่ของเธอ คนที่รินลดาไว้วางใจมากพอจะฝากทั้งบริษัทไว้ในมือ "ติดต่อกลับไปใหม่ได้ไหม เราต้องเซ็นสัญญากับเขาให้เร็วที่สุด ส่วนเรื่องที่เขาอยากจะเที่ยวไทยนานแค่ไหนก็ทำไป แต่งานของเรารอไม่ได้" ดาหวันเม้มริมฝีปาก ก่อนจะส่ายหน้า "คุณดี้พยายามแล้วค่ะ ทางนั้นบอกต้องการเวลา" รินลดาถอนหายใจยาว หญิงสาวลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้ ก่อนจะเริ่มเดินไปมาในห้องทำงาน "เอาเบอร์มา" รินลดาหยุดเดิน ก่อนจะหันกลับมา น้ำเสียงเย็น "พี่จะคุยเอง" ผู้จัดละครสาวปรากฏตัวที่ กันเองคลับ คลับหรูใจกลางเมือง สถานที่ที่ไม่ได้เปิดรับใครง่าย ๆ และต้องกระเป๋าหนักพอถึงจะก้าวเข้ามาได้ อาคารทรงสี่เหลี่ยมดีไซน์ทันสมัยตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางแสงไฟยามค่ำคืน ด้านหน้าทางเข้า พนักงานต้อนรับในชุดสูทยืนประจำตำแหน่งอย่างเคร่งขรึม คอยรับกุญแจรถจากแขกวีไอพีเพื่อนำไปจอดในพื้นที่ส่วนตัว รินลดาสูดลมหายใจยาวก่อนจะก้าวเข้าไปภายในคลับ เสียงส้นรองเท้าส้นสูงดังก้องเบา ๆ ไปตามทางเดินหินอ่อน เธอเดินผ่านหน้าการ์ดโดยไม่ต้องแสดงบัตรสมาชิก ชื่อเสียงที่สั่งสมมานานทำหน้าที่แทนแล้ว ทั้งในฐานะทายาทของอดีตนางเอกดังผู้ผันตัวมาเป็นผู้จัดละคร และในฐานะลูกสาวเพียงคนเดียวของตระกูลที่วงการบันเทิงรู้จักดี สายตาของการ์ดเพียงเหลือบมอง ก่อนจะผายมือเปิดทางอย่างสุภาพ รินลดาพยักหน้าให้เล็กน้อยก่อนจะเดินเข้าไป ภายในคลับเปิดเพลงช้าคลอเบา ๆ บรรยากาศเงียบสงบ ไม่พลุกพล่าน แขกแต่ละกลุ่มต่างมีมุมโซฟาหรูเป็นพื้นที่ส่วนตัวของตัวเอง รินลดาเดินผ่านโซฟาเข้าไปยังด้านใน เธอรู้จักแขกที่มาใช้บริการอยู่บ้าง จากงานสังคมที่เคยวนเวียนเจอกันมาหลายครั้ง แต่หญิงสาวไม่ได้หยุดทักทาย เพราะที่นี่คือพื้นที่ส่วนตัว พื้นที่ที่ทุกคนต่างรู้ว่าควรทำอย่างไร ผู้ชายบางคนนั่งเคียงข้างผู้หญิงคนอื่น ที่ไม่ใช่ภรรยาที่ออกงานด้วยกันตามหน้าสื่อ แต่เป็น “เพื่อนเที่ยว” ที่ภรรยาอาจจะไม่รู้ หรือรู้แต่ทำอะไรไม่ได้ บางคนเมื่อเห็นรินลดา ก็ชะงักมือที่โอบกอดสาวข้างกาย ก่อนจะผละออกอย่างแนบเนียน แล้วยกมือขึ้นทักทายเธอ…พวกเขายังจำได้ว่าอะไรควร อะไรไม่ควร รินลดาเพียงพยักหน้ารับอย่างสุภาพ ก่อนจะเดินต่อไปอย่างไม่ใส่ใจ ในโลกใบนี้ เธอรู้ดีว่า การมองเห็นบางอย่าง ไม่ได้แปลว่าจำเป็นต้องพูดมันทุกอย่างที่เห็น ผู้จัดละครสาวเดินมาหยุดอยู่หน้าห้องวีไอพี ประตูกระจกบานใหญ่ปิดสนิท ด้านหน้ามีบอดี้การ์ดร่างสูงสองคนยืนประจำตำแหน่ง สีหน้าเคร่งขรึม และดูออกตั้งแต่แรกเห็นว่าไม่ใช่คนไทย สายตาคมกริบของทั้งคู่กวาดมองรินลดาอย่างประเมิน ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เพียงไม่กี่วินาที หนึ่งในนั้นก็เอื้อมมือไปเปิดประตูให้เธออย่างเงียบเชียบ ราวกับรู้ดีอยู่แล้วว่า หญิงสาวตรงหน้าคือแขกที่เจ้านายของพวกเขานัดไว้ รินลดาก้าวเข้าไปภายในห้องที่มืดสลัว แสงไฟจากลูกบอลสะท้อนวูบวาบไปทั่วพื้นที่ บรรยากาศด้านในแตกต่างจากโถงคลับด้านนอกอย่างสิ้นเชิง เสียงดนตรีจังหวะ EDM ดังอื้ออึงเหมือนกับผับที่กำลังอยู่ในช่วงพีค ผู้หญิงหลายคน ไม่รู้ว่ามาจากไหน กำลังออกลีลาอย่างสนุกสนาน ร่างกายเคลื่อนไหวตามจังหวะดนตรีและแสงไฟที่สาดไปมา หญิงสาวขมวดคิ้วเล็กน้อย สายตากวาดมองไปรอบห้อง ไม่ว่าจะมองไปทางไหน ก็มีแต่ผู้หญิงที่กำลังเต้นรำเพื่อเอาใจใครบางคน...คนที่นั่งเอนกายอยู่บนโซฟาลึกเข้าไปด้านในสุดของห้อง รอบ ๆ นั้น มีบอดี้การ์ดร่างสูงยืนประจำตำแหน่งอยู่ทุกมุม สีหน้าเคร่งขรึม สายตาจับจ้องไม่ปล่อย การรักษาความปลอดภัยแน่นหนาเสียจนให้ความรู้สึกราวกับกำลังอารักขาประมุขของประเทศ รินลดากวาดสายตามองไปรอบห้อง แต่ไม่รู้จะเริ่มคุยกับใครดี เสียงดนตรีดังกลบทุกอย่าง สุดท้าย หญิงสาวจึงหันไปหาบอดี้การ์ดร่างสูงที่ยืนอยู่ใกล้ตัวที่สุด เธอต้องโน้มตัวเข้าไปใกล้และตะโกนถามซ้ำอยู่หลายครั้ง เพราะไม่แน่ใจว่าผู้ชายตรงหน้าจะได้ยินเธอหรือไม่ แต่สิ่งที่ได้รับกลับมา มีเพียงสายตานิ่งเฉยที่มองลงมา ไม่มีคำตอบ ราวกับหน้าที่ของเขามีเพียงยืนอยู่ตรงนั้น และรอคำสั่งเท่านั้น "โอเค" รินลดาพูดกับตัวเองเบา ๆ ก่อนจะเดินแทรกตัวผ่านกลุ่มผู้หญิงที่กำลังเต้นรำอย่างไม่สนใจสิ่งรอบข้าง มุ่งหน้าไปยังด้านในสุดของห้อง ไม่นานนัก เธอก็หยุดอยู่ตรงหน้าโซฟายาวตัวหนึ่ง บนโซฟานั้น มีผู้ชายเพียงคนเดียว และผู้หญิงอีกคนที่แนบชิดอยู่กับเขา ทั้งคู่กำลังจูบกันอย่างดูดดื่ม ไม่สนใจสายตาใคร ไม่สนใจว่ามีแขกคนอื่นยืนอยู่ตรงนั้นหรือไม่ รินลดากัดริมฝีปากเล็กน้อย ก่อนจะสูดลมหายใจยาวเพื่อรวบรวมสติ ...บัดสี... คำสบถนั้นดังขึ้นในใจ โดยที่เธอไม่คิดจะเปล่งมันออกมา นี่มันการคุยธุรกิจแบบไหนกัน หญิงสาวนึกย้อนถึงการโทรนัดตามเบอร์ที่ดาหวันให้มา เธอพยายามอย่างเต็มที่เพื่อขอพบ “นายทุน” ให้ได้ก่อนที่เขาจะเดินทางไปภูเก็ตในวันพรุ่งนี้ และคำตอบที่ได้รับในตอนนั้นเอง คือเหตุผลที่ทำให้เธอต้องมายืนอยู่ตรงนี้ ตรงหน้าผู้ชายที่ดูเหมือนไม่สนใจโลก และไม่คิดจะหยุดจูบผู้หญิงในอ้อมแขน แม้เพียงเสี้ยววินาที "เอ่อ…คุณนีลคะ" รินลดาพยายามเรียก เสียงของเธอดังเกินกว่าที่ตั้งใจไว้ จนผู้หญิงที่เกือบจะขึ้นคร่อมผู้ชายบนโซฟาหันขวับมามอง หัวใจของรินลดาหล่นวูบ ถ้าเธอเห็นตัวเองในวินาทีนั้น คงตาโตเท่าไข่ห่าน เพราะผู้หญิงที่กำลังจูบเขาอย่างดูดดื่ม คือคนที่เธอรู้จักดี ทีน่า...รินลดาอ้าปากค้าง สายตาจับจ้องผู้ชายตรงหน้าที่เธอเคยมอบทั้งหัวใจและร่างกายให้ ทั้งที่เขาทำเลวกับเธอ ทั้งที่เขาเป็นฝ่ายทิ้งเธอไปแต่ไม่ว่าเธอจะพยายามแค่ไหน เธอก็ยังบอกตัวเองให้เกลียดเขาไม่ได้...เกลียดสิ ฉันต้องเกลียดเขา...ผู้จัดละครสาวกัดริมฝีปากแน่นจนแทบรับรู้ถึงรสเลือด เธอทรุดลงนั่งที่โซฟาอย่างหมดแรง คำพูดของเขามันน่ารังเกียจมาก แต่แทนที่มือของเธอจะยกขึ้นตบหน้าเขา หัวใจกลับเต้นแรงอย่างน่าอับอายคอร์นีเลียสยังคงยืนอยู่ที่เดิม ดวงตาคมกริบมองหยาดน้ำตาของผู้หญิงที่เขาเพิ่งประกาศความเป็นเจ้าของ ลมหายใจที่พยายามควบคุมให้สม่ำเสมอเริ่มสะดุด มือหนาทั้งสองข้างสอดเข้าไปในกระเป๋ากางเกงขาสั้นลายต้นมะพร้าว กำมือแน่นจนเล็บจิกลงเนื้อ เขาขบกรามแน่นจนเป็นสัน ทั้งหมดก็เพื่ออดกลั้นความรู้สึกที่ไม่ควรเกิดขึ้นเขาเป็นมาเฟีย มีทั้งลูกน้องและศัตรูรายล้อม ความอ่อนไหวคือจุดอ่อน และจุดอ่อน จะทำให้เขาไม่มีที่ยืน"ยอมรับเถอะ ริต้า" คอร์นีเลียสเอ่ยเสียงเรียบ“คุณต้องการผม”รินลดาไม่รู้จะหาคำไหนมาด่าความหน้าด้านของผู้ชายตรงหน้า ถ้อยคำมากมายอัดแน่นอยู่ในอก แต่ไม่มีคำใดหลุดออกมา เธอเลือกที่จะเงียบ และสำหรับมาเฟียหนุ
คอร์นีเลียสยังคงดื่มด่ำกับไวน์ราคาแพง ไม่สนใจอารมณ์ของคนตรงหน้า ไม่ว่าใบหน้าของรินลดาจะโกรธจนแดงก่ำเพียงใด เขาก็ไม่แม้แต่จะเหลือบมองหญิงสาวกำมือแน่น พยายามระงับอารมณ์ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างยากเย็น เธอไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า แฟนเก่าคนเดียวในชีวิต จะกลายมาเป็นผู้ชายที่ร้ายกาจได้ถึงเพียงนี้"คอร์นีเลียส" รินลดาเอ่ยชื่อเขาอีกครั้ง เสียงต่ำลงกว่าเดิม เหมือนพยายามควบคุมตัวเองไม่ให้ระเบิดตอนนี้"ฉันต้องการกลับเข้าฝั่ง"คอร์นีเลียสวางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะอย่างอ้อยอิ่ง ก่อนจะเหลือบสายตามองบอดี้การ์ดเพียงแวบเดียว เป็นสัญญาณสั้น ๆ ที่รินลดาไม่อาจเข้าใจ เพียงเสี้ยววินาทีต่อมา ร่างสูงใหญ่ของบอดี้การ์ดก็อันตรธานหายไป ราวกับรู้หน้าที่ดีว่า ควรจะอยู่ตรงไหนในช่วงเวลานี้ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอีกครั้ง เขาหันกลับมามองดวงตากลมโตที่แดงก่ำด้วยความโกรธ ก่อนจะถอนหายใจยาว คล้ายเอือมระอาคนตรงหน้า"ผมห้ามคุณไม่ให้กลับเข้าฝั่งหรืออย่างไร" เขาเอ่ยเสียงเรียบ รินลดาอ้าปาก อ้าแล้วหุบ เธอไม่รู้จะสรรหาคำพูดไหน หรือคำด่าไหนมาด่าคนตรงหน้า นอกจากกำมือแน่นอย่างเจ็บใจ "ริต้า" ชายหนุ่มเรียกชื่อด้วยน้ำเสียงที่แตกต่างออกไป ริ
รินลดาเดินไปเดินมาในห้องทำงานของตัวเองอย่างกระสับกระส่าย หญิงสาวยกมือขึ้นมากัดเล็บโดยไม่รู้ตัว พฤติกรรมที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แม้ในวันที่เธอเผชิญวิกฤตหนักที่สุดก็ตามหลังจากการไปพบนายทุนที่เธอคิดว่าจะเป็นทางรอดของบริษัท กลับกลายเป็นการเผชิญหน้ากับอดีตที่ควรหายไปตลอดกาลเธอปฏิเสธการร่วมงานกับเขา และตั้งใจจะหานายทุนรายใหม่ให้ได้ภายในหนึ่งสัปดาห์ ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่า มันแทบเป็นไปไม่ได้ตลอดหลายวันต่อมา รินลดายื่นข้อเสนอไปแทบทุกที่ และได้รับคำปฏิเสธกลับมาแทบทั้งหมด ไม่มีใครพร้อมรับความเสี่ยง ไม่มีใครอยากลงทุนกับโปรเจกต์ที่กำลังจะเปิดกล้องในเวลาจำกัดขนาดนี้การประชุมผู้บริหารของบริษัทจบลงด้วยมติเดียวกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ KN Production คือทางเลือกเดียวที่เหลืออยู่ในตอนนี้ละครกำลังจะเปิดกล้อง และหากการเจรจาไม่จบลงภายในไม่กี่วัน ไม่ใช่แค่งานที่จะพังลง แต่พนักงานทุกคนที่ฝากชีวิตไว้กับการตัดสินใจของเธอ จะล้มตามกันไปทั้งหมดเหตุผลทั้งหมดนั้น ทำให้หนึ่งสัปดาห์ต่อมา ผู้จัดละครสาวต้องมาอยู่บนเรือยอชต์ส่วนตัวของ คอร์นีเลียสผืนน้ำกว้างสุดสายตาโอบล้อมเรือหรูที่แล่นไปอย่างช้า ๆ เขานั่งเอนหลังอ
"ทีน่า!"เสียงเรียกนั้นแทบจะกลายเป็นเสียงตะโกน และในจังหวะเดียวกันนั้นเอง เสียงดนตรีเหมือนเงียบลงกะทันหันความเงียบถาโถมเข้ามา เสียงของรินลดาดังก้องไปทั่วห้อง สายตาทุกคู่หันมามองเป็นตาเดียว และบนโซฟาตัวยาวนั้น ผู้ชายที่เธอมาเพื่อพบ ยังคงเอนกายอยู่ที่เดิม ราวกับความวุ่นวายทั้งหมด ไม่ได้ทำให้เขาสนใจขึ้นมาแม้แต่น้อย"พี่ริต้า" ทีน่าเอ่ยเรียก พร้อมกับลุกขึ้นยืนตัวตรง อย่างรวดเร็วตามสัญชาตญาณ รอยยิ้มเมื่อครู่เลือนหายไปจากใบหน้า เหลือเพียงความตื่นตระหนก"พี่มาได้ยังไงคะ"รินลดานิ่งไป สายตาจับจ้องเด็กสาวตรงหน้า เด็กสาวที่เธอรู้จักดี ทีน่า นางเอกดาวรุ่งที่กำลังมาแรงที่สุดในเวลานี้ เด็กปั้นที่ค่ายของรินลดาเป็นคนผลักดันขึ้นมาด้วยสองมือ ในวันที่ช่องต้องการนางเอกหน้าใหม่ ค่ายของเธอคือคำตอบเดียวที่ทุกคนเลือกและวันนี้ เด็กคนนั้นกำลังอยู่ในอ้อมแขนของผู้ชาย ที่รินลดาจำเป็นต้องเรียกว่า "นายทุน"รินลดาไม่ตอบคำถามของนางเอกดังตรงหน้า เธอเพียงเบือนสายตาไปยังผู้ชายที่เงยหน้ามองเธออยู่ก่อนแล้วในจังหวะที่สายตาสบกัน ดวงตาคมกริบสีน้ำตาลเข้มจ้องกลับมา คิ้วหนาของเขาเลิกขึ้นเพียงเล็กน้อย คล้ายกำลังท้าทาย ริมฝีป
"บริษัท KN Production ค่ะ" รินลดาก้มมองเอกสารบนโต๊ะทำงานอีกครั้ง สายตาไล่ผ่านตัวอักษร แต่สมองกลับพยายามค้นหาความทรงจำอย่างรวดเร็ว ชื่อบริษัทนั้นวนเวียนอยู่ในหัวอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่เธอจะต้องยอมรับความจริง ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยหญิงสาวเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ถอนหายใจเบา ๆ อย่างใช้ความคิด"พี่ไม่เคยได้ยินชื่อบริษัทนี้มาก่อนเลยนะ" คำพูดนั้นหลุดออกมาแผ่วเบา ราวกับเธอกำลังบอกตัวเอง มากกว่าจะพูดกับนักศึกษาฝึกงานตรงหน้า"คุณดี้บอกว่าเป็นบริษัทสื่อที่จดทะเบียนอยู่ที่ประเทศตุรกีค่ะ" ดาหวันอธิบายตามข้อมูลที่ได้รับมาจากหัวหน้างาน"แล้วก็เป็นฝ่ายติดต่อมาที่บริษัทของเราเป็นที่แรกด้วยค่ะ"รินลดาพยักหน้ารับ สีหน้าครุ่นคิดยังคงนิ่งเรียบ เธอเชื่อข้อมูลนี้ ไม่ใช่เพราะรายละเอียดฟังดูน่าเชื่อถือเพียงอย่างเดียวแต่เพราะคนที่ยืนยันคือ นวลพรรณ หญิงวัยกลางคนที่ทำงานอยู่กับบริษัทมาตั้งแต่สมัยรุ่นแม่ของเธอ คนที่รินลดาไว้วางใจมากพอจะฝากทั้งบริษัทไว้ในมือ"ติดต่อกลับไปใหม่ได้ไหม เราต้องเซ็นสัญญากับเขาให้เร็วที่สุด ส่วนเรื่องที่เขาอยากจะเที่ยวไทยนานแค่ไหนก็ทำไป แต่งานของเรารอไม่ได้" ดาหวันเม้มริมฝีปาก ก่อนจะส่ายห
"ทางช่องแจ้งมาแล้วนะคะคุณริต้า" ผู้จัดการฝ่ายผลิตเอ่ยขึ้นทันทีที่ก้าวเข้ามาภายในห้องทำงานขนาดเล็กของ รินลดาเจ้าของห้องเงยหน้าขึ้นจากเอกสารตรงหน้า ใบหน้ารูปไข่ได้สัดส่วน ดวงตากลมโตฉายแววกังวลอย่างไม่อาจปิดบัง คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันโดยอัตโนมัติ ริมฝีปากบางเม้มแน่นราวกับกำลังกลั้นลมหายใจรินลดา ภานุรัตน์ ทายาทรุ่นที่สามของบริษัท ดีดีวิดิโอ ที่ผลิตละครชื่อดังที่เคยสร้างผลงานเรตติ้งถล่มทลายมาแล้วนับร้อยเรื่อง ภายใต้การสังกัดช่องใหญ่ที่ใครต่างก็อยากร่วมงานแต่เมื่อถึงวันที่เธอก้าวขึ้นมารับตำแหน่งบริหารแทนผู้เป็นแม่ กลับเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่เศรษฐกิจตกต่ำอย่างหนัก พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว สื่อบันเทิงผุดขึ้นราวกับดอกเห็ดผู้คนเลิกเฝ้าหน้าจอโทรทัศน์ในช่วงไพรม์ไทม์ ละครภาคค่ำที่เคยเป็นความหวังหลัก เริ่มไม่ใช่อีกต่อไปรินลดายื่นมือไปรับเอกสารจากผู้จัดการฝ่ายผลิต พร้อมกับถอนหายใจยาวอย่างไม่รู้ตัว เธอดึงเอกสารออกจากซองสีน้ำตาล ก่อนจะกลั้นใจเปิดอ่านอย่างช้า ๆดวงตากลมสวยกวาดไปตามตัวอักษรทีละบรรทัด คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันแน่นขึ้นเรื่อย ๆ จนแทบจะเป็นเส้นตรง ยิ่งอ่าน อากาศในห้องก็ยิ่งอึ


![สิงขร [มาเฟียร้ายรัก]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



![NightZ [V] CLINGY JUNIOR](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
