เข้าสู่ระบบรินลดาอ้าปากค้าง สายตาจับจ้องผู้ชายตรงหน้าที่เธอเคยมอบทั้งหัวใจและร่างกายให้ ทั้งที่เขาทำเลวกับเธอ ทั้งที่เขาเป็นฝ่ายทิ้งเธอไปแต่ไม่ว่าเธอจะพยายามแค่ไหน เธอก็ยังบอกตัวเองให้เกลียดเขาไม่ได้
...เกลียดสิ ฉันต้องเกลียดเขา... ผู้จัดละครสาวกัดริมฝีปากแน่นจนแทบรับรู้ถึงรสเลือด เธอทรุดลงนั่งที่โซฟาอย่างหมดแรง คำพูดของเขามันน่ารังเกียจมาก แต่แทนที่มือของเธอจะยกขึ้นตบหน้าเขา หัวใจกลับเต้นแรงอย่างน่าอับอาย คอร์นีเลียสยังคงยืนอยู่ที่เดิม ดวงตาคมกริบมองหยาดน้ำตาของผู้หญิงที่เขาเพิ่งประกาศความเป็นเจ้าของ ลมหายใจที่พยายามควบคุมให้สม่ำเสมอเริ่มสะดุด มือหนาทั้งสองข้างสอดเข้าไปในกระเป๋ากางเกงขาสั้นลายต้นมะพร้าว กำมือแน่นจนเล็บจิกลงเนื้อ เขาขบกรามแน่นจนเป็นสัน ทั้งหมดก็เพื่ออดกลั้นความรู้สึกที่ไม่ควรเกิดขึ้น เขาเป็นมาเฟีย มีทั้งลูกน้องและศัตรูรายล้อม ความอ่อนไหวคือจุดอ่อน และจุดอ่อน จะทำให้เขาไม่มีที่ยืน "ยอมรับเถอะ ริต้า" คอร์นีเลียสเอ่ยเสียงเรียบ “คุณต้องการผม” รินลดาไม่รู้จะหาคำไหนมาด่าความหน้าด้านของผู้ชายตรงหน้า ถ้อยคำมากมายอัดแน่นอยู่ในอก แต่ไม่มีคำใดหลุดออกมา เธอเลือกที่จะเงียบ และสำหรับมาเฟียหนุ่ม ความเงียบนั้น มันคือการยอมรับ คำพูดของเขานั้นถูกต้อง "ในฐานะผู้ร่วมลงทุน คุณต้องไปงานเปิดตัวบริษัทกับผมที่อิสตันบูล" รินลดาที่น้ำตาเหือดแห้งไปแล้ว ลุกขึ้นยืนอีกครั้ง ดวงตากลมโตที่ยังแดงก่ำจ้องมองอดีตแฟนหนุ่มตรงหน้าอย่างไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน คิ้วเรียวเลิกขึ้นเล็กน้อย คำถามมากมายก่อตัวขึ้น "ทำไมฉันต้องไป" คอร์นีเลียสไม่รีบตอบ เขามองเธอครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ราวกับเป็นเรื่องที่ควรเข้าใจกันอยู่แล้ว "เพราะคุณกำลังผลิตละคร ที่ผมจะนำไปฉายที่นั่น" "ฉันกำลังเปิดละครสองเรื่อง คงไม่มีเวลาไปออกงานกับใคร" น้ำเสียงของรินลดาแข็งกร้าว ดวงหน้ารูปไข่เชิดขึ้นเล็กน้อยอย่างถือดี คอร์นีเลียสยกยิ้มมุมปาก เขาก้าวเข้ามาใกล้จนรินลดาต้องถอยหลัง และเมื่อขาเธอสะดุดกับขอบโซฟา หญิงสาวก็ทรุดนั่งลงโดยไม่ทันตั้งตัว เงาของร่างสูงทอดคร่อมลงมา ปิดพื้นที่จนหญิงสาวไม่อาจหลบหนีได้ "อย่าทำอะไรลุ่มล่ามกับฉันนะ นีล" รินลดายกมือดันอกเขาไว้ ไม่ยอมให้เขาเข้ามาใกล้เกินไป คอร์นีเลียสไม่ผลักมือเธอออก เพียงก้มลงมาใกล้พอให้สายตาคมสบกับดวงตาของเธอ "ผมคิดถึงคุณนะ ริต้า" น้ำเสียงเขาไม่มีแววล้อเล่น ชายหนุ่มหมายถึงแบบนั้นจริง ๆ รินลดานิ่งงันไป เธอไม่ได้เตรียมใจจะได้ยินคำนั้นจากปากผู้ชายอย่างเขา หญิงสาวพยายามเบือนหน้าหนี แต่กลับไม่อาจละสายตาจากดวงตาคมกริบของเขาได้ ทั้งสองสบตากันเพียงเสี้ยววินาที วินาทีที่เหมือนยืดยาวออกไป ความทรงจำในอดีตผุดขึ้นมาพร้อมกัน ทั้งเสียงหัวเราะที่เคยมี และหยดน้ำตาที่เคยรินไหล ทุกอย่างทับซ้อนกันจนแยกไม่ออกว่า สิ่งใดคืออดีต และสิ่งใดคือความรู้สึกที่ยังไม่เคยจากไปไหน มาเฟียหนุ่มโน้มใบหน้าลงช้า ๆ มือข้างหนึ่งยันพนักไว้ อีกข้างประคองแก้มผู้จัดละครสาวแผ่วเบา ริมฝีปากของเขาแตะลงบนกลีบปากบางแผ่วเบา สัมผัสนุ่มนวน เธอไม่ได้ขยับหนี ไม่มีแม้แต่แรงต้านทาน มีเพียงลมหายใจที่สะดุดเล็กน้อยกับหัวใจที่เต้นถี่แรงจนแทบออกมาเต้นออกอก คอร์นีเลียสถอยออกมาเพียงนิดเดียว สายตาคมเข้มกวาดมองใบหน้าเธอใกล้ ๆ ดวงตากลมคู่นั้นสั่นไหว หญิงสาวเหมือนตกอยู่ในภวังค์ คำด่าทอที่เคยคิดไว้มากมาย ละลายหายไปจนหมด สมองของเธอมีแต่ความว่างเปล่า มุมปากของเขายกขึ้นบาง ๆ ก่อนจะก้มลงไปอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่แค่สัมผัสแผ่วเบา แต่เป็นการจูบจริง ๆ ริมฝีปากบดเบียดช้า ๆ หนักขึ้นทีละนิด ลมหายใจของทั้งคู่เริ่มผสานกันเป็นหนึ่งเดียว จังหวะนุ่มนวลค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นแรงขึ้น หนักหน่วงขึ้น จูบที่เคยอ่อนโยนเริ่มแฝงความต้องการ ร่างสูงเริ่มรุกรานด้วยการใช้เรียวลิ้นอุ่นชื้นแทรกซอนเข้าไปด้านใน เพื่อควานหาลิ้นเล็กที่พยายามหลบเลี่ยงอย่างขัดเขินในตอนแรง ทว่าเพียงไม่นาน หญิงสาวก็เลิกต่อต้าน เธอเผยอริมฝีปากตอบรับสัมผัสจากเขาแต่โดยดี ยอมปล่อยให้เขาได้รุกล้ำและเกี่ยวกระหวัดหยอกเย้ากับลิ้นของเธอตามอำเภอใจ เสียงครางต่ำอย่างพอใจดังขึ้นในลำคอของชายหนุ่ม เมื่อเขาสัมผัสได้ถึงการตอบสนองที่แสนหวานและไร้เดียงสานั้น เขาคิดถึงรสจูบของรินลดา ความไร้เดียงสาที่ทำให้หัวใจของเขาเต้นถี่แรงทุกครั้ง ความอุ่นซ่านแผ่กระจายไปทั่วอก เขากระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น ราวกับจะหลอมรวมร่างของเธอให้กลายเป็นหนึ่งเดียวกับเขาในรสจูบที่ทวีความเร่าร้อนขึ้นทุกขณะ ริมฝีปากยังคงพัวพันแลกเปลี่ยนลมหายใจกันจนเกิดเสียงชื้นแฉะแผ่วเบาที่ชวนให้ใจสั่น มือหนาที่เคยประคองใบหน้าก็เริ่มซุกซน เขาเลื่อนมันลงมาตามแนวลำคอระหง ก่อนจะสอดแทรกปลายนิ้วอุ่นจัดเข้าไปภายใต้ชายเสื้อยืดสีขาวตัวบางของเธอ สัมผัสจากฝ่ามือหยาบที่แตะต้องลงบนผิวเนื้อเนียนละเอียดบริเวณหน้าท้อง ทำให้หญิงสาวสะดุ้งเฮือกและเผลอจิกปลายเล็บลงบนบ่ากว้างของเขาด้วยความซ่านสยิว ทว่าเขากลับไม่ได้หยุดยั้ง ฝ่ามือใหญ่นั้นยังคงค่อยๆ ลูบไล้ขึ้นสูงอย่างย่ามใจ ปลุกเร้าอารมณ์วาบหวามให้กระพือโหมขึ้นภายใต้ความเงียบที่มีเพียงเสียงหัวใจของคนทั้งคู่เต้นระรัวแข่งกัน ชายหนุ่มถอนริมฝีปากออกมาเพียงนิดเพื่อพรมจูบไปตามพวงแก้มและซอกหู กระซิบเสียงพร่าพลางขยับมือลึกเข้าไปขยำเม้มผิวเนื้ออ่อนนุ่มเบาๆ อย่างยั่วเย้า ทำเอาคนในอ้อมกอดถึงสะดุ้งสุดตัว รินลดาได้สติขึ้นมาเมื่อเสื้อยืดของเธอหลุดพ้นศีรษะ หัวใจเต้นแรงจนแทบหายใจไม่ทัน หญิงสาวรวบรวมแรงทั้งหมดที่มี ผลักคอร์นีเลียสออกไปอย่างไม่ลังเล ร่างสูงเสียหลักล้มลงไปอีกด้านของโซฟา รินลดารีบคว้าเสื้อขึ้นมาสวม มือสั่นเล็กน้อย ใบหน้าแดงจัด ไม่รู้ว่าเพราะความโกรธ หรือความอับอายที่เธอเกลียดตัวเองที่สุด เกลียดที่ปล่อยให้ผู้ชายคนเดิม ผู้ชายที่เคยทอดทิ้งเธอไป กลับมาทำให้เธอสับสนได้อีกครั้ง คอร์นีเลียสยกมือขึ้นลูบไล้ริมฝีปากของตัวเองอย่างตั้งใจให้หญิงสาวเห็น สายตาพึงพอใจคู่นั้นยิ่งทำให้รินลดาหน้าแดงจัด ความร้อนวูบวาบลามจากแก้มไปถึงใบหูและลำคอ เธอไม่ได้เขินอาย แต่เพราะความโกรธที่เดือดพล่านจนควบคุมไม่อยู่ หญิงสาวลุกขึ้นยืน ตัวสั่นเทา ก่อนจะพุ่งเข้าไปหาเขาราวกระสุนปืนใหญ่ เธอใช้ทุกแรงที่มี ผลัก ตบ ตี ระบายความอัดอั้นทั้งหมดใส่ร่างสูงตรงหน้า คอร์นีเลียสหัวเราะในลำคอ เขาไม่เคยเห็นรินลดาโกรธถึงขนาดนี้มาก่อน และใช่ ชายหนุ่มปล่อยให้ร่างบอบบางระบายทุกอย่างใส่ตัวเขา จนกว่าเธอจะพอใจ ทว่าจู่ ๆ บอดี้การ์ดส่วนตัวก็โผล่ออกมาจากมุมหนึ่งของเรือ การเคลื่อนไหวรวดเร็ว มือชักปืนขึ้นในทันที ทุกอย่างหยุดนิ่ง รินลดาชะงักค้าง ก่อนจะถอยห่างออกมาอย่างไม่อาจฝืนได้ ผู้จัดละครสาวหอบเหนื่อย ลมหายใจขาดห้วง พยายามรวบรวมสติให้กลับมาเป็นปกติ ความเงียบถาโถมเข้ามาแทนที่เสียงหัวเราะเมื่อครู่ คอร์นีเลียสยกมือขึ้นเพียงเล็กน้อย สัญญาณเดียวทำให้บอดี้การ์ดเก็บปืนลงอย่างรวดเร็ว มาเฟียหนุ่มปรายตามองลูกน้องคนสนิท ก่อนจะพยักหน้าเป็นเชิงสั่งการ เพียงเสี้ยววินาที ร่างของบอดี้การ์ดก็หายวับไปอีกครั้ง "ยอมรับเถอะ ริต้า คุณคิดถึงผมจริง ๆ" เขาหยุดเพียงครู่เดียว ก่อนจะก้าวเข้ามาใกล้ผู้จัดละครสาวมากขึ้น "และผมจะไม่มีวันปล่อยคุณไปไหนอีก" ดวงตาคมกริบจ้องเธอไม่กะพริบ น้ำเสียงยังคงราบเรียบเย็น "ถ้าคุณอยากไปจากผมจริง ๆ ก็ไปได้แค่ร่าง...ไร้วิญญาณ"รินลดาอ้าปากค้าง สายตาจับจ้องผู้ชายตรงหน้าที่เธอเคยมอบทั้งหัวใจและร่างกายให้ ทั้งที่เขาทำเลวกับเธอ ทั้งที่เขาเป็นฝ่ายทิ้งเธอไปแต่ไม่ว่าเธอจะพยายามแค่ไหน เธอก็ยังบอกตัวเองให้เกลียดเขาไม่ได้...เกลียดสิ ฉันต้องเกลียดเขา...ผู้จัดละครสาวกัดริมฝีปากแน่นจนแทบรับรู้ถึงรสเลือด เธอทรุดลงนั่งที่โซฟาอย่างหมดแรง คำพูดของเขามันน่ารังเกียจมาก แต่แทนที่มือของเธอจะยกขึ้นตบหน้าเขา หัวใจกลับเต้นแรงอย่างน่าอับอายคอร์นีเลียสยังคงยืนอยู่ที่เดิม ดวงตาคมกริบมองหยาดน้ำตาของผู้หญิงที่เขาเพิ่งประกาศความเป็นเจ้าของ ลมหายใจที่พยายามควบคุมให้สม่ำเสมอเริ่มสะดุด มือหนาทั้งสองข้างสอดเข้าไปในกระเป๋ากางเกงขาสั้นลายต้นมะพร้าว กำมือแน่นจนเล็บจิกลงเนื้อ เขาขบกรามแน่นจนเป็นสัน ทั้งหมดก็เพื่ออดกลั้นความรู้สึกที่ไม่ควรเกิดขึ้นเขาเป็นมาเฟีย มีทั้งลูกน้องและศัตรูรายล้อม ความอ่อนไหวคือจุดอ่อน และจุดอ่อน จะทำให้เขาไม่มีที่ยืน"ยอมรับเถอะ ริต้า" คอร์นีเลียสเอ่ยเสียงเรียบ“คุณต้องการผม”รินลดาไม่รู้จะหาคำไหนมาด่าความหน้าด้านของผู้ชายตรงหน้า ถ้อยคำมากมายอัดแน่นอยู่ในอก แต่ไม่มีคำใดหลุดออกมา เธอเลือกที่จะเงียบ และสำหรับมาเฟียหนุ
คอร์นีเลียสยังคงดื่มด่ำกับไวน์ราคาแพง ไม่สนใจอารมณ์ของคนตรงหน้า ไม่ว่าใบหน้าของรินลดาจะโกรธจนแดงก่ำเพียงใด เขาก็ไม่แม้แต่จะเหลือบมองหญิงสาวกำมือแน่น พยายามระงับอารมณ์ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างยากเย็น เธอไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า แฟนเก่าคนเดียวในชีวิต จะกลายมาเป็นผู้ชายที่ร้ายกาจได้ถึงเพียงนี้"คอร์นีเลียส" รินลดาเอ่ยชื่อเขาอีกครั้ง เสียงต่ำลงกว่าเดิม เหมือนพยายามควบคุมตัวเองไม่ให้ระเบิดตอนนี้"ฉันต้องการกลับเข้าฝั่ง"คอร์นีเลียสวางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะอย่างอ้อยอิ่ง ก่อนจะเหลือบสายตามองบอดี้การ์ดเพียงแวบเดียว เป็นสัญญาณสั้น ๆ ที่รินลดาไม่อาจเข้าใจ เพียงเสี้ยววินาทีต่อมา ร่างสูงใหญ่ของบอดี้การ์ดก็อันตรธานหายไป ราวกับรู้หน้าที่ดีว่า ควรจะอยู่ตรงไหนในช่วงเวลานี้ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอีกครั้ง เขาหันกลับมามองดวงตากลมโตที่แดงก่ำด้วยความโกรธ ก่อนจะถอนหายใจยาว คล้ายเอือมระอาคนตรงหน้า"ผมห้ามคุณไม่ให้กลับเข้าฝั่งหรืออย่างไร" เขาเอ่ยเสียงเรียบ รินลดาอ้าปาก อ้าแล้วหุบ เธอไม่รู้จะสรรหาคำพูดไหน หรือคำด่าไหนมาด่าคนตรงหน้า นอกจากกำมือแน่นอย่างเจ็บใจ "ริต้า" ชายหนุ่มเรียกชื่อด้วยน้ำเสียงที่แตกต่างออกไป ริ
รินลดาเดินไปเดินมาในห้องทำงานของตัวเองอย่างกระสับกระส่าย หญิงสาวยกมือขึ้นมากัดเล็บโดยไม่รู้ตัว พฤติกรรมที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แม้ในวันที่เธอเผชิญวิกฤตหนักที่สุดก็ตามหลังจากการไปพบนายทุนที่เธอคิดว่าจะเป็นทางรอดของบริษัท กลับกลายเป็นการเผชิญหน้ากับอดีตที่ควรหายไปตลอดกาลเธอปฏิเสธการร่วมงานกับเขา และตั้งใจจะหานายทุนรายใหม่ให้ได้ภายในหนึ่งสัปดาห์ ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่า มันแทบเป็นไปไม่ได้ตลอดหลายวันต่อมา รินลดายื่นข้อเสนอไปแทบทุกที่ และได้รับคำปฏิเสธกลับมาแทบทั้งหมด ไม่มีใครพร้อมรับความเสี่ยง ไม่มีใครอยากลงทุนกับโปรเจกต์ที่กำลังจะเปิดกล้องในเวลาจำกัดขนาดนี้การประชุมผู้บริหารของบริษัทจบลงด้วยมติเดียวกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ KN Production คือทางเลือกเดียวที่เหลืออยู่ในตอนนี้ละครกำลังจะเปิดกล้อง และหากการเจรจาไม่จบลงภายในไม่กี่วัน ไม่ใช่แค่งานที่จะพังลง แต่พนักงานทุกคนที่ฝากชีวิตไว้กับการตัดสินใจของเธอ จะล้มตามกันไปทั้งหมดเหตุผลทั้งหมดนั้น ทำให้หนึ่งสัปดาห์ต่อมา ผู้จัดละครสาวต้องมาอยู่บนเรือยอชต์ส่วนตัวของ คอร์นีเลียสผืนน้ำกว้างสุดสายตาโอบล้อมเรือหรูที่แล่นไปอย่างช้า ๆ เขานั่งเอนหลังอ
"ทีน่า!"เสียงเรียกนั้นแทบจะกลายเป็นเสียงตะโกน และในจังหวะเดียวกันนั้นเอง เสียงดนตรีเหมือนเงียบลงกะทันหันความเงียบถาโถมเข้ามา เสียงของรินลดาดังก้องไปทั่วห้อง สายตาทุกคู่หันมามองเป็นตาเดียว และบนโซฟาตัวยาวนั้น ผู้ชายที่เธอมาเพื่อพบ ยังคงเอนกายอยู่ที่เดิม ราวกับความวุ่นวายทั้งหมด ไม่ได้ทำให้เขาสนใจขึ้นมาแม้แต่น้อย"พี่ริต้า" ทีน่าเอ่ยเรียก พร้อมกับลุกขึ้นยืนตัวตรง อย่างรวดเร็วตามสัญชาตญาณ รอยยิ้มเมื่อครู่เลือนหายไปจากใบหน้า เหลือเพียงความตื่นตระหนก"พี่มาได้ยังไงคะ"รินลดานิ่งไป สายตาจับจ้องเด็กสาวตรงหน้า เด็กสาวที่เธอรู้จักดี ทีน่า นางเอกดาวรุ่งที่กำลังมาแรงที่สุดในเวลานี้ เด็กปั้นที่ค่ายของรินลดาเป็นคนผลักดันขึ้นมาด้วยสองมือ ในวันที่ช่องต้องการนางเอกหน้าใหม่ ค่ายของเธอคือคำตอบเดียวที่ทุกคนเลือกและวันนี้ เด็กคนนั้นกำลังอยู่ในอ้อมแขนของผู้ชาย ที่รินลดาจำเป็นต้องเรียกว่า "นายทุน"รินลดาไม่ตอบคำถามของนางเอกดังตรงหน้า เธอเพียงเบือนสายตาไปยังผู้ชายที่เงยหน้ามองเธออยู่ก่อนแล้วในจังหวะที่สายตาสบกัน ดวงตาคมกริบสีน้ำตาลเข้มจ้องกลับมา คิ้วหนาของเขาเลิกขึ้นเพียงเล็กน้อย คล้ายกำลังท้าทาย ริมฝีป
"บริษัท KN Production ค่ะ" รินลดาก้มมองเอกสารบนโต๊ะทำงานอีกครั้ง สายตาไล่ผ่านตัวอักษร แต่สมองกลับพยายามค้นหาความทรงจำอย่างรวดเร็ว ชื่อบริษัทนั้นวนเวียนอยู่ในหัวอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่เธอจะต้องยอมรับความจริง ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยหญิงสาวเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ถอนหายใจเบา ๆ อย่างใช้ความคิด"พี่ไม่เคยได้ยินชื่อบริษัทนี้มาก่อนเลยนะ" คำพูดนั้นหลุดออกมาแผ่วเบา ราวกับเธอกำลังบอกตัวเอง มากกว่าจะพูดกับนักศึกษาฝึกงานตรงหน้า"คุณดี้บอกว่าเป็นบริษัทสื่อที่จดทะเบียนอยู่ที่ประเทศตุรกีค่ะ" ดาหวันอธิบายตามข้อมูลที่ได้รับมาจากหัวหน้างาน"แล้วก็เป็นฝ่ายติดต่อมาที่บริษัทของเราเป็นที่แรกด้วยค่ะ"รินลดาพยักหน้ารับ สีหน้าครุ่นคิดยังคงนิ่งเรียบ เธอเชื่อข้อมูลนี้ ไม่ใช่เพราะรายละเอียดฟังดูน่าเชื่อถือเพียงอย่างเดียวแต่เพราะคนที่ยืนยันคือ นวลพรรณ หญิงวัยกลางคนที่ทำงานอยู่กับบริษัทมาตั้งแต่สมัยรุ่นแม่ของเธอ คนที่รินลดาไว้วางใจมากพอจะฝากทั้งบริษัทไว้ในมือ"ติดต่อกลับไปใหม่ได้ไหม เราต้องเซ็นสัญญากับเขาให้เร็วที่สุด ส่วนเรื่องที่เขาอยากจะเที่ยวไทยนานแค่ไหนก็ทำไป แต่งานของเรารอไม่ได้" ดาหวันเม้มริมฝีปาก ก่อนจะส่ายห
"ทางช่องแจ้งมาแล้วนะคะคุณริต้า" ผู้จัดการฝ่ายผลิตเอ่ยขึ้นทันทีที่ก้าวเข้ามาภายในห้องทำงานขนาดเล็กของ รินลดาเจ้าของห้องเงยหน้าขึ้นจากเอกสารตรงหน้า ใบหน้ารูปไข่ได้สัดส่วน ดวงตากลมโตฉายแววกังวลอย่างไม่อาจปิดบัง คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันโดยอัตโนมัติ ริมฝีปากบางเม้มแน่นราวกับกำลังกลั้นลมหายใจรินลดา ภานุรัตน์ ทายาทรุ่นที่สามของบริษัท ดีดีวิดิโอ ที่ผลิตละครชื่อดังที่เคยสร้างผลงานเรตติ้งถล่มทลายมาแล้วนับร้อยเรื่อง ภายใต้การสังกัดช่องใหญ่ที่ใครต่างก็อยากร่วมงานแต่เมื่อถึงวันที่เธอก้าวขึ้นมารับตำแหน่งบริหารแทนผู้เป็นแม่ กลับเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่เศรษฐกิจตกต่ำอย่างหนัก พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว สื่อบันเทิงผุดขึ้นราวกับดอกเห็ดผู้คนเลิกเฝ้าหน้าจอโทรทัศน์ในช่วงไพรม์ไทม์ ละครภาคค่ำที่เคยเป็นความหวังหลัก เริ่มไม่ใช่อีกต่อไปรินลดายื่นมือไปรับเอกสารจากผู้จัดการฝ่ายผลิต พร้อมกับถอนหายใจยาวอย่างไม่รู้ตัว เธอดึงเอกสารออกจากซองสีน้ำตาล ก่อนจะกลั้นใจเปิดอ่านอย่างช้า ๆดวงตากลมสวยกวาดไปตามตัวอักษรทีละบรรทัด คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันแน่นขึ้นเรื่อย ๆ จนแทบจะเป็นเส้นตรง ยิ่งอ่าน อากาศในห้องก็ยิ่งอึ







