LOGINคอร์นีเลียสยังคงดื่มด่ำกับไวน์ราคาแพง ไม่สนใจอารมณ์ของคนตรงหน้า ไม่ว่าใบหน้าของรินลดาจะโกรธจนแดงก่ำเพียงใด เขาก็ไม่แม้แต่จะเหลือบมอง
หญิงสาวกำมือแน่น พยายามระงับอารมณ์ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างยากเย็น เธอไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า แฟนเก่าคนเดียวในชีวิต จะกลายมาเป็นผู้ชายที่ร้ายกาจได้ถึงเพียงนี้ "คอร์นีเลียส" รินลดาเอ่ยชื่อเขาอีกครั้ง เสียงต่ำลงกว่าเดิม เหมือนพยายามควบคุมตัวเองไม่ให้ระเบิดตอนนี้ "ฉันต้องการกลับเข้าฝั่ง" คอร์นีเลียสวางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะอย่างอ้อยอิ่ง ก่อนจะเหลือบสายตามองบอดี้การ์ดเพียงแวบเดียว เป็นสัญญาณสั้น ๆ ที่รินลดาไม่อาจเข้าใจ เพียงเสี้ยววินาทีต่อมา ร่างสูงใหญ่ของบอดี้การ์ดก็อันตรธานหายไป ราวกับรู้หน้าที่ดีว่า ควรจะอยู่ตรงไหนในช่วงเวลานี้ ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอีกครั้ง เขาหันกลับมามองดวงตากลมโตที่แดงก่ำด้วยความโกรธ ก่อนจะถอนหายใจยาว คล้ายเอือมระอาคนตรงหน้า "ผมห้ามคุณไม่ให้กลับเข้าฝั่งหรืออย่างไร" เขาเอ่ยเสียงเรียบ รินลดาอ้าปาก อ้าแล้วหุบ เธอไม่รู้จะสรรหาคำพูดไหน หรือคำด่าไหนมาด่าคนตรงหน้า นอกจากกำมือแน่นอย่างเจ็บใจ "ริต้า" ชายหนุ่มเรียกชื่อด้วยน้ำเสียงที่แตกต่างออกไป รินลดาก้าวถอยหลังทันที คล้ายว่าสัญชาตญาณทำงานก่อนความคิด ชื่อเล่นที่หลุดออกมาจากปากเขาเหมือนย้อนพาเธอกลับไปยังช่วงเวลาที่ทั้งสองยังคบกัน แววตาห่วงใยที่ส่งมาเพียงเสี้ยววินาทีนั้น ทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงอย่างควบคุมไม่ได้ รินลดาส่ายหัวแรง ๆ เพื่อไล่ความรู้สึกนั้นออกไป เธอบังคับตัวเองให้คิดถึงวันที่เขาหายไป ไม่มีคำลา ไม่มีการติดต่อ ไม่มีแม้กระทั่งข้อความใด ๆ บอกล่วงหน้า สามเดือนเต็มที่เธอรอเขา แก้ตัวแทนเขาให้ตัวเอง พยายามเชื่อว่าเขาจะกลับมา สามเดือนที่เธอไม่รู้ว่าเขาหายไปไหน และสุดท้าย ก็ถูกทิ้งไว้เหมือนสิ่งของที่หมดประโยชน์ ความเจ็บนั้นยังอยู่ และมันคือเหตุผลเดียวที่เธอจะไม่ยอมให้เสียงเรียกนั้น ดึงเธอกลับไปเป็นคนเดิมอีกครั้ง "ผมต้องการกลับมาคบกับคุณ" คอร์นีเลียสเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบ "และผมอยากให้คุณกลับมาเป็นของผม" รินลดายืนนิ่งราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน คำพูดของเขาฟังดูง่ายดายเหลือเกิน เหมือนตลอดห้าปีที่ผ่านมา ไม่มีความหมายอะไรเลย ไม่เหมือนกับเธอ ที่ต้องใช้เวลาทุกวัน กว่าจะพาตัวเองผ่านแต่ละคืนมาได้ และวันนี้ เขาเพียงเอ่ยคำไม่กี่คำ เหมือนทุกอย่างจะจบลงได้ง่ายดายเพียงนั้น อย่างนั้นหรือ เพียงเพราะเขาพูดว่า อยากกลับมา ความเจ็บทั้งหมดที่เธอแบกรับมา จะถูกลบล้างได้งั้นหรือ "คุณยังมีความเป็นคนอยู่หรือเปล่า...นีล" รินลดาพูดเสียงแผ่วเบา "คุณเป็นคนทิ้งฉันไปเองนะ สามเดือนนีล ฉันรอคุณสามเดือนที่ห้องโง่ ๆ นั้น รอทุกวัน ว่าคุณจะกลับมา ฉันวิ่งโล่ไปทุกโรงพยาบาลเพื่อหาคุณ คิดว่าคุณเกิดอุบัติเหตุ" เสียงของหญิงสาวดังขึ้นเรื่อย ๆ "แต่สิ่งที่ฉันได้รับคือความว่างเปล่า" เธอหัวเราะเบา ๆ อย่างขมขื่น "และรู้อะไรไหม วันที่ฉันเห็นคุณวันสุดท้ายก่อนที่ฉันจะคิดได้ว่าตัวเองโง่แค่ไหน" รินลดาหยุดเพื่อสูดลมหายใจเข้าปอดยาว ๆ "วันที่คุณพาคู่หมั้นของคุณไปทานอาหารร้านโปรดของเรา วันนั้นแหละ...นีล ฉันถึงรู้ว่าฉันมันโง่มากแค่ไหน เมื่อคุณได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการ คุณก็เขี่ยฉันทิ้งเหมือนขยะ" รินลดาหยุดเพื่อเช็ดน้ำตา เงยหน้าขึ้น สบตาเขาโดยไม่หลบอีกต่อไป "ฉันจะไม่กลับไปเป็นของเล่นโง่ ๆ ของคุณอีกแล้ว" คอร์นีเลียสยืนมองใบหน้าสวยที่อาบไปด้วยน้ำตาราวกับไร้ความรู้สึก แววตาที่ว่างเปล่านั้นดูเย็นชา ราวกับไม่รู้สึกอะไรเลย อย่างน้อย...นั่นคือสิ่งที่เขาเลือกจะแสดงออก หากแต่จังหวะที่รินลดาเบือนหน้าหนี ปราการที่เขาสร้างเอาไว้กลับเริ่มนั่นคลอน ลมหายใจที่พยายามควบคุมให้สม่ำเสมอกลับสะดุด ความเจ็บปวดที่แผ่ซ่านอยู่ในอกนั้นรุนแรงไม่ต่างกับหญิงสาวตรงหน้า เพียงเขาแค่แสร้งทำว่าไม่เป็นไร เหมือนคนที่ตายไปแล้ว ยังยืนอยู่ แต่ไร้ลมหายใจ "ผมกลับมาแล้ว และผมรู้ คุณต้องการผม" "ระหว่างเรามีแค่คำว่าธุรกิจเท่านั้น" รินลดาพยายามเอ่ยน้ำเสียงเรียบเย็น "เลิกปฏิเสธตัวเองได้แล้วริต้า ตลอดห้าปีที่ผ่านมา คุณไม่เคยคบกับใครเลย ไม่ใช่เพราะคุณไม่อยากมีใคร" สายตาคมกริบจ้องเธอราวกับอ่านความจริงออก "แต่เพราะคุณรอผม" "คุณจะไปรู้อะไร" รินลดาแค่นเสียงเบา ๆ แววตาแข็งกร้าวขึ้นทันที "ฉันมีคนมาจีบมากมาย ฉันจะเลือกใครก็ได้" คอร์นีเลียสไม่ตอบในทันที เขาเพียงมองเธอนิ่ง ๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น "แต่คุณก็ไม่เลือก และคนที่มาจีบคุณก็จีบได้ไม่ถึงเดือน ก็หายไป" บางอย่างในสายตาของเขาบอกชัดว่า เขารู้มากกว่าที่ควรรู้ รินลดาชะงักค้าง คำพูดที่กำลังจะเอ่ย เรื่องนักธุรกิจหนุ่มที่เธอกำลังจะตัดสินใจคบหา ติดค้างอยู่ในลำคอ เพราะผู้ชายคนนั้น ขาดการติดต่อไปตั้งแต่เดือนที่แล้ว หญิงสาวหรี่ตามองคนตรงหน้า ก่อนที่บางอย่างในสมองจะสว่างวาบ "ทั้งหมดเป็นเพราะคุณเหรอ" เสียงของเธอสั่นด้วยโทสะที่พุ่งขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ "นี่คุณทำอะไรกับคนที่เข้ามาจีบฉัน" เขาเพียงมองเธอด้วยสายตานิ่งเย็น ก่อนจะเอ่ยขึ้นช้า ๆ "คุณเป็นของ ของผม ตั้งแต่วันที่เรามีอะไรกัน คุณก็ไม่มีสิทธิ์ไปเป็นของผู้ชายคนอื่น"รินลดาอ้าปากค้าง สายตาจับจ้องผู้ชายตรงหน้าที่เธอเคยมอบทั้งหัวใจและร่างกายให้ ทั้งที่เขาทำเลวกับเธอ ทั้งที่เขาเป็นฝ่ายทิ้งเธอไปแต่ไม่ว่าเธอจะพยายามแค่ไหน เธอก็ยังบอกตัวเองให้เกลียดเขาไม่ได้...เกลียดสิ ฉันต้องเกลียดเขา...ผู้จัดละครสาวกัดริมฝีปากแน่นจนแทบรับรู้ถึงรสเลือด เธอทรุดลงนั่งที่โซฟาอย่างหมดแรง คำพูดของเขามันน่ารังเกียจมาก แต่แทนที่มือของเธอจะยกขึ้นตบหน้าเขา หัวใจกลับเต้นแรงอย่างน่าอับอายคอร์นีเลียสยังคงยืนอยู่ที่เดิม ดวงตาคมกริบมองหยาดน้ำตาของผู้หญิงที่เขาเพิ่งประกาศความเป็นเจ้าของ ลมหายใจที่พยายามควบคุมให้สม่ำเสมอเริ่มสะดุด มือหนาทั้งสองข้างสอดเข้าไปในกระเป๋ากางเกงขาสั้นลายต้นมะพร้าว กำมือแน่นจนเล็บจิกลงเนื้อ เขาขบกรามแน่นจนเป็นสัน ทั้งหมดก็เพื่ออดกลั้นความรู้สึกที่ไม่ควรเกิดขึ้นเขาเป็นมาเฟีย มีทั้งลูกน้องและศัตรูรายล้อม ความอ่อนไหวคือจุดอ่อน และจุดอ่อน จะทำให้เขาไม่มีที่ยืน"ยอมรับเถอะ ริต้า" คอร์นีเลียสเอ่ยเสียงเรียบ“คุณต้องการผม”รินลดาไม่รู้จะหาคำไหนมาด่าความหน้าด้านของผู้ชายตรงหน้า ถ้อยคำมากมายอัดแน่นอยู่ในอก แต่ไม่มีคำใดหลุดออกมา เธอเลือกที่จะเงียบ และสำหรับมาเฟียหนุ
คอร์นีเลียสยังคงดื่มด่ำกับไวน์ราคาแพง ไม่สนใจอารมณ์ของคนตรงหน้า ไม่ว่าใบหน้าของรินลดาจะโกรธจนแดงก่ำเพียงใด เขาก็ไม่แม้แต่จะเหลือบมองหญิงสาวกำมือแน่น พยายามระงับอารมณ์ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างยากเย็น เธอไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า แฟนเก่าคนเดียวในชีวิต จะกลายมาเป็นผู้ชายที่ร้ายกาจได้ถึงเพียงนี้"คอร์นีเลียส" รินลดาเอ่ยชื่อเขาอีกครั้ง เสียงต่ำลงกว่าเดิม เหมือนพยายามควบคุมตัวเองไม่ให้ระเบิดตอนนี้"ฉันต้องการกลับเข้าฝั่ง"คอร์นีเลียสวางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะอย่างอ้อยอิ่ง ก่อนจะเหลือบสายตามองบอดี้การ์ดเพียงแวบเดียว เป็นสัญญาณสั้น ๆ ที่รินลดาไม่อาจเข้าใจ เพียงเสี้ยววินาทีต่อมา ร่างสูงใหญ่ของบอดี้การ์ดก็อันตรธานหายไป ราวกับรู้หน้าที่ดีว่า ควรจะอยู่ตรงไหนในช่วงเวลานี้ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอีกครั้ง เขาหันกลับมามองดวงตากลมโตที่แดงก่ำด้วยความโกรธ ก่อนจะถอนหายใจยาว คล้ายเอือมระอาคนตรงหน้า"ผมห้ามคุณไม่ให้กลับเข้าฝั่งหรืออย่างไร" เขาเอ่ยเสียงเรียบ รินลดาอ้าปาก อ้าแล้วหุบ เธอไม่รู้จะสรรหาคำพูดไหน หรือคำด่าไหนมาด่าคนตรงหน้า นอกจากกำมือแน่นอย่างเจ็บใจ "ริต้า" ชายหนุ่มเรียกชื่อด้วยน้ำเสียงที่แตกต่างออกไป ริ
รินลดาเดินไปเดินมาในห้องทำงานของตัวเองอย่างกระสับกระส่าย หญิงสาวยกมือขึ้นมากัดเล็บโดยไม่รู้ตัว พฤติกรรมที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แม้ในวันที่เธอเผชิญวิกฤตหนักที่สุดก็ตามหลังจากการไปพบนายทุนที่เธอคิดว่าจะเป็นทางรอดของบริษัท กลับกลายเป็นการเผชิญหน้ากับอดีตที่ควรหายไปตลอดกาลเธอปฏิเสธการร่วมงานกับเขา และตั้งใจจะหานายทุนรายใหม่ให้ได้ภายในหนึ่งสัปดาห์ ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่า มันแทบเป็นไปไม่ได้ตลอดหลายวันต่อมา รินลดายื่นข้อเสนอไปแทบทุกที่ และได้รับคำปฏิเสธกลับมาแทบทั้งหมด ไม่มีใครพร้อมรับความเสี่ยง ไม่มีใครอยากลงทุนกับโปรเจกต์ที่กำลังจะเปิดกล้องในเวลาจำกัดขนาดนี้การประชุมผู้บริหารของบริษัทจบลงด้วยมติเดียวกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ KN Production คือทางเลือกเดียวที่เหลืออยู่ในตอนนี้ละครกำลังจะเปิดกล้อง และหากการเจรจาไม่จบลงภายในไม่กี่วัน ไม่ใช่แค่งานที่จะพังลง แต่พนักงานทุกคนที่ฝากชีวิตไว้กับการตัดสินใจของเธอ จะล้มตามกันไปทั้งหมดเหตุผลทั้งหมดนั้น ทำให้หนึ่งสัปดาห์ต่อมา ผู้จัดละครสาวต้องมาอยู่บนเรือยอชต์ส่วนตัวของ คอร์นีเลียสผืนน้ำกว้างสุดสายตาโอบล้อมเรือหรูที่แล่นไปอย่างช้า ๆ เขานั่งเอนหลังอ
"ทีน่า!"เสียงเรียกนั้นแทบจะกลายเป็นเสียงตะโกน และในจังหวะเดียวกันนั้นเอง เสียงดนตรีเหมือนเงียบลงกะทันหันความเงียบถาโถมเข้ามา เสียงของรินลดาดังก้องไปทั่วห้อง สายตาทุกคู่หันมามองเป็นตาเดียว และบนโซฟาตัวยาวนั้น ผู้ชายที่เธอมาเพื่อพบ ยังคงเอนกายอยู่ที่เดิม ราวกับความวุ่นวายทั้งหมด ไม่ได้ทำให้เขาสนใจขึ้นมาแม้แต่น้อย"พี่ริต้า" ทีน่าเอ่ยเรียก พร้อมกับลุกขึ้นยืนตัวตรง อย่างรวดเร็วตามสัญชาตญาณ รอยยิ้มเมื่อครู่เลือนหายไปจากใบหน้า เหลือเพียงความตื่นตระหนก"พี่มาได้ยังไงคะ"รินลดานิ่งไป สายตาจับจ้องเด็กสาวตรงหน้า เด็กสาวที่เธอรู้จักดี ทีน่า นางเอกดาวรุ่งที่กำลังมาแรงที่สุดในเวลานี้ เด็กปั้นที่ค่ายของรินลดาเป็นคนผลักดันขึ้นมาด้วยสองมือ ในวันที่ช่องต้องการนางเอกหน้าใหม่ ค่ายของเธอคือคำตอบเดียวที่ทุกคนเลือกและวันนี้ เด็กคนนั้นกำลังอยู่ในอ้อมแขนของผู้ชาย ที่รินลดาจำเป็นต้องเรียกว่า "นายทุน"รินลดาไม่ตอบคำถามของนางเอกดังตรงหน้า เธอเพียงเบือนสายตาไปยังผู้ชายที่เงยหน้ามองเธออยู่ก่อนแล้วในจังหวะที่สายตาสบกัน ดวงตาคมกริบสีน้ำตาลเข้มจ้องกลับมา คิ้วหนาของเขาเลิกขึ้นเพียงเล็กน้อย คล้ายกำลังท้าทาย ริมฝีป
"บริษัท KN Production ค่ะ" รินลดาก้มมองเอกสารบนโต๊ะทำงานอีกครั้ง สายตาไล่ผ่านตัวอักษร แต่สมองกลับพยายามค้นหาความทรงจำอย่างรวดเร็ว ชื่อบริษัทนั้นวนเวียนอยู่ในหัวอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่เธอจะต้องยอมรับความจริง ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยหญิงสาวเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ถอนหายใจเบา ๆ อย่างใช้ความคิด"พี่ไม่เคยได้ยินชื่อบริษัทนี้มาก่อนเลยนะ" คำพูดนั้นหลุดออกมาแผ่วเบา ราวกับเธอกำลังบอกตัวเอง มากกว่าจะพูดกับนักศึกษาฝึกงานตรงหน้า"คุณดี้บอกว่าเป็นบริษัทสื่อที่จดทะเบียนอยู่ที่ประเทศตุรกีค่ะ" ดาหวันอธิบายตามข้อมูลที่ได้รับมาจากหัวหน้างาน"แล้วก็เป็นฝ่ายติดต่อมาที่บริษัทของเราเป็นที่แรกด้วยค่ะ"รินลดาพยักหน้ารับ สีหน้าครุ่นคิดยังคงนิ่งเรียบ เธอเชื่อข้อมูลนี้ ไม่ใช่เพราะรายละเอียดฟังดูน่าเชื่อถือเพียงอย่างเดียวแต่เพราะคนที่ยืนยันคือ นวลพรรณ หญิงวัยกลางคนที่ทำงานอยู่กับบริษัทมาตั้งแต่สมัยรุ่นแม่ของเธอ คนที่รินลดาไว้วางใจมากพอจะฝากทั้งบริษัทไว้ในมือ"ติดต่อกลับไปใหม่ได้ไหม เราต้องเซ็นสัญญากับเขาให้เร็วที่สุด ส่วนเรื่องที่เขาอยากจะเที่ยวไทยนานแค่ไหนก็ทำไป แต่งานของเรารอไม่ได้" ดาหวันเม้มริมฝีปาก ก่อนจะส่ายห
"ทางช่องแจ้งมาแล้วนะคะคุณริต้า" ผู้จัดการฝ่ายผลิตเอ่ยขึ้นทันทีที่ก้าวเข้ามาภายในห้องทำงานขนาดเล็กของ รินลดาเจ้าของห้องเงยหน้าขึ้นจากเอกสารตรงหน้า ใบหน้ารูปไข่ได้สัดส่วน ดวงตากลมโตฉายแววกังวลอย่างไม่อาจปิดบัง คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันโดยอัตโนมัติ ริมฝีปากบางเม้มแน่นราวกับกำลังกลั้นลมหายใจรินลดา ภานุรัตน์ ทายาทรุ่นที่สามของบริษัท ดีดีวิดิโอ ที่ผลิตละครชื่อดังที่เคยสร้างผลงานเรตติ้งถล่มทลายมาแล้วนับร้อยเรื่อง ภายใต้การสังกัดช่องใหญ่ที่ใครต่างก็อยากร่วมงานแต่เมื่อถึงวันที่เธอก้าวขึ้นมารับตำแหน่งบริหารแทนผู้เป็นแม่ กลับเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่เศรษฐกิจตกต่ำอย่างหนัก พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว สื่อบันเทิงผุดขึ้นราวกับดอกเห็ดผู้คนเลิกเฝ้าหน้าจอโทรทัศน์ในช่วงไพรม์ไทม์ ละครภาคค่ำที่เคยเป็นความหวังหลัก เริ่มไม่ใช่อีกต่อไปรินลดายื่นมือไปรับเอกสารจากผู้จัดการฝ่ายผลิต พร้อมกับถอนหายใจยาวอย่างไม่รู้ตัว เธอดึงเอกสารออกจากซองสีน้ำตาล ก่อนจะกลั้นใจเปิดอ่านอย่างช้า ๆดวงตากลมสวยกวาดไปตามตัวอักษรทีละบรรทัด คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันแน่นขึ้นเรื่อย ๆ จนแทบจะเป็นเส้นตรง ยิ่งอ่าน อากาศในห้องก็ยิ่งอึ







