เข้าสู่ระบบ“ผมรู้สึกหงุดหงิดมากกว่า”ชายหนุ่มพูดขึ้นพลางยกแก้วตรงหน้าขึ้นดื่ม“นั่นเป็นเพราะนายรักเธอ”คำตอบตรง ๆ ทำให้รอสซีถึงกับสะอึก แววตาคมฉายชัดถึงความว้าวุ่นในหัวใจออกมาโดยไม่ปิดบัง “นายคงหงุดหงิดที่ไม่สามารถบอกความรู้สึกนี้ได้ นั่นเพราะนายไม่กล้าพอหรือมีเหตุผลทำให้ไม่สามารถบอกได้”“อืม”“ถ้าความรักของนายมากกว่าเหตุผลก็บอกเธอ...แต่ถ้านายคิดว่าเหตุผลทำให้นายไม่สามารถรักได้ ก็ปล่อยและถอยออกมาซะ”ปล่อย...ถ้าทำแบบนั้นเขาทำไม่ได้ แน่นอนว่าหัวใจไม่ต้องการทำแบบนั้นและมันจะไม่เกิดขึ้น“ขอบคุณมาก” เมื่อพูดจบบอดี้การ์ดหนุ่มหยิบเงินจำนวนหนึ่งจ่ายค่าเครื่องดื่มก่อนจะรีบเดินออกจากบาร์ไปทันทีชายวัยกลางคนมองลูกค้าหนุ่มที่เดินออกไปพลางส่ายหน้าถอนหายใจออกมาแล้วทำหน้าที่ของตนดั่งเดิมเมื่อกลับถึงบ้านแล้วรอสซีเปิดประตูเดินเข้าไปข้างในที่ปิดไปมืดอยู่ ตอนนี้เป็นเวลาเกือบสองทุ่มพอดีกับอาหารมื้อค่ำ ครั้นได้ยินเสียงมาจากข้างในครัวจึงไม่รอช้าที่จะเดินเข้าไปดูไลลาที่กำลังจัดเตรียมอาหารมือค่ำ
รอสซีกลับมาทำงานตามปกติทั้งที่บาดแผลนั้นยังไม่หายสนิทดีมากเท่าไหร่แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคในการทำงานมากนัก สาเหตุที่รีบมาทำงานคงไม่ใช่เพราะชาร์จะมีงานเยอะมากขึ้น แต่การที่อยู่บ้านทำให้ต้องพบหน้าไลลาแทบทุกเวลาแล้วปราการหัวใจที่สร้างขึ้นก็ยิ่งสั่นไหวง่าย ๆ ถ้าขืนอยู่พักอีกวันสองวันกำแพงที่กั้นขึ้นคงได้ล้มลงทั้งหมดแน่บอดี้การ์ดหนุ่มรู้สึกหงุดหงิดตัวเองตั้งแต่กลับบ้านมาพักรักษาตัว แม้ในใจอยากจะรั้งเอาไว้เพื่ออยู่ต่อแต่ทว่ากลับไม่กล้าที่จะเดินหน้าความสัมพันธ์อะไร อันที่จริงแล้วมันไม่ควรเกิดความรู้สึกนี้ขึ้นเลย เพราะตัวเองเป็นบอดี้การ์ดมีหน้าที่ปกป้องชีวิตของเจ้านาย หากแต่ความรักอาจจะทำให้ไม่สามารถทำหน้าที่ได้เต็มร้อย...ยิ่งคิดหัวแทบระเบิด ยิ่งรู้ว่าไลลาออกไปหางานทำ หนำซ้ำยังไม่พอยังคิดที่จะย้ายออกด้วยทำไมอยู่ ๆ ถึงคิดที่จะย้ายออก เป็นเพราะเขางั้นเหรอ ?รอสซีสะบัดความคิดฟุ้งซ่านในหัวของตัวเองออกและตั้งสมาธิให้สนใจกับเอกสารตรงหน้าที่แทบเป็นลมจับหลังจากหยุดพักตัวไปนานหลายวัน วันนี้คงต้องอยู่เคลียร์งานให้เสร็จ แม้จะมีชาร์มาช่วย แต่บางเรื่องที่เคยทำอยู่ก่อนแล้วอีกฝ่ายไ
“อย่าพูดแบบนั้นอีก ไม่งั้นผมจะลงโทษคุณ”“นิกส์คะ แต่ว่า...ฉัน...”อันโตนีโอไม่เพียงแค่คิด นัยน์ตาคมมองแววตาที่สับสนอีกของอีกฝ่ายครั้งก่อนจะดึงหญิงสาวเข้ามาแนบชิดก่อนที่จะก้มลงจูบปิดปากอิ่มสีชมพูทันที มือแกร่งเชยคางของเธอให้พอดีกับปากเขาแล้วบดขยี้กลืนกินริมฝีปากอวบด้วยความทวิลหาโรสไม่ปฏิเสธจูบเลยสักนิด ตรงกันข้ามกลับเผยอปากออกให้ชายหนุ่มครอบครอง มือแกร่งที่รั้งท้ายทอยเลื่อนมาอยู่ที่สะโพกของหญิงสาว แน่นอนว่าชายหนุ่มแทบทนความปรารถนาของตัวเองไม่ไหวอีกต่อไป อันโตนีโออุ้มหญิงสาวทั้งที่ยังไม่ถอนจูบเดินเข้าไปข้างในรวดเร็วไม่รอช้าที่จะวางหญิงสาวลงบนเตียงในห้องเขา สายตาคมสบมองโรสด้วยไฟปรารถนาที่ยากจะดับลงได้อีก ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงมาจูบที่ปากอีกครั้งหนึ่ง มือทั้งสองข้างสัมผัสไปตามเอวและสะโพกแก้มทั้งสองข้างแผ่วร้อนขึ้นเมื่อสบตามอง โรสหายใจหอบพลางยกมือขึ้นสัมผัสที่ใบหน้าสากไร้เครา ไม่มีความต้องการใดมากกว่าการที่ได้อยู่เคียงข้างเขาอีกแล้วในตอนนี้“ห้ามผม” มาเฟียหนุ่มพูดเสียงแหบและสบตารอคำตอบ ถ้าหากไม่ห้ามตอนนี้แล้วล่ะก็มันจะไม่
หลังจากทานอาหารมื้อกลางวันเสร็จเรียบร้อยแล้วโรสบอกชายหนุ่มว่าต้องไปซื้อของใช้ส่วนตัวที่ห้างสรรพสินค้าก่อนที่จะกลับ และหญิงสาวบอกให้เขากลับไปทำงานต่อส่วนเธอจะนั่งรถกลับไปที่คฤหาสน์เอง แต่นั่นไม่ใช่ความคิดที่ดีเลยสำหรับอันโตนีโอ เพราะเวลานี้รอบข้างกายเต็มไปด้วยศัตรูที่มองไม่เห็นไม่สามารถรู้ได้ว่าใครเป็นมิตรหรือศัตรูกันแน่ ฉะนั้นแล้วควรจะอยู่ข้างโรสเพื่อความปลอดภัย“ให้ผมไปด้วย” มาเฟียหนุ่มบอกก่อนที่จะสั่งให้คนขับรถออกรถไปโดยไม่รอฟังคำตอบจากหญิงสาวว่าต้องการหรือไม่“นิกส์คะ ฉันไม่อยากให้เสียเวลาทำงานของคุณนะคะ”โรสบอกเหตุผลเพราะรู้สึกว่าตัวเองกลายเป็นตัวถ่วงเรื่องงานของชายหนุ่มที่ต้องตามเพื่อดูแลเธอ“ไม่เลย ผมให้ชาร์กลับไปเอางานที่บริษัทมาแล้ว”มาเฟียหนุ่มตอบด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง“แต่ฉันว่า...”“ไม่มีแต่”อันโตนีโอขยับตัวเข้ามาก่อนโน้มใบหน้าต่ำลงสบตามอง“ผมผิดตรงไหน ที่หวงคนรักตัวเอง”เงียบไม่มีเสียงใด ๆ ออกจากปากของหญิงสาวอีกเลยโรสเพียงก้มหน้าต่ำลงด้วยความเขิ
เฮรินน่าพูดลองเชิงอันโตนีโอ“อย่ายุ่งกับโรส” น้ำเสียงของชายหนุ่มดูจริงจังมากกว่าปกติ ทำให้เฮรินน่าดูแปลกใจขนาดเวก้ายังไม่พูดจริงจังมากแบบนี้เลย“โอเคค่ะ ฉันแค่พูดเล่น” เฮรินน่าหัวเราะ“คุณดูจริงจังมากกว่าที่เคยจริงจังกับเวก้า”“แน่นอน” มาเฟียหนุ่มตอบสั้น ๆ แล้วหันไปมองโรสที่กำลังหัวเราะคุยกับเหล่านางแบบด้วยกันเอง แค่มองก็รู้สึกมีความสุขอย่างบอกไม่ถูกเฮรินน่าหัวเราะเบาๆ ก่อนที่จะกระซิบข้างหูอันโตนีโอ “มองแบบนั้น เธอไม่เขินแย่เหรอคะ บางทีคุณน่าจะละสายตาจากเธอสักนาที” เมื่อพูดจบหญิงสาวเดินจากไปทิ้งให้มาเฟียหนุ่มมองโรสโดยที่ยังแอบหัวเราะไม่หายทว่าใครบางคนที่ได้ยินบทสนทนานั้น พยายามเก็บความรู้สึกที่ไม่พอใจบรรเทาโดยการมือที่กำแน่นเพื่อไม่ให้แสดงอารมณ์ทางสีหน้ามากเกินไป อาเซียสูดลมหายใจปรับสีหน้าให้เป็นปกติแล้วเดินเชิดหน้าขึ้นเวทีไปเตรียมตัวซ้อมเดินต่อ...เวลาผ่านไปเร็วบ่ายโมงกว่า ๆ ได้เวลาพักซ้อมเพื่อรับประทานอาหารมื้อกลางวัน อันโตนีโอเดินเข้ามาหาหญิงสาวที่กำลังยืนดื่มน้ำอยู่เพียงลำพัง
“ร้านหนังสือค่ะ” หญิงสาวตอบชายหนุ่มจึงเพียงแค่พยักหน้ารับ เมื่อได้คำตอบที่ทำให้ใจเลิกว้าวุ่นกับความคิดของตนเอง“อ้อ ! แล้วฉันก็ไปหาห้องเช่ามาด้วยค่ะ”“หาห้องเช่า ?” รอสซีทวนคำนึกหงุดหงิดตัวเองในใจ ทว่าความรู้สึกทั้งหมดถูกซ่อนและเก็บไว้ภายใต้สีหน้าเรียบนิ่ง“ค่ะ” ไลลาตอบก่อนหันมาเก็บของแล้วพูดต่อไปว่า “ฉันได้จองไว้แล้วค่ะเดือนหน้าคงจะย้ายออก คงรบกวนคุณอีกไม่นาน”ไลลาเก็บของใส่ตู้เย็นเสร็จโดยที่ไม่ทันสังเกตว่าบอดี้การ์ดหนุ่มยืนแข็งเป็นหินเมื่อหัวใจตัวเองกำลังเปลี่ยวเหงา สายตาคมมองหญิงสาวที่กำลังเก็บถุงทิ้งลงถังขยะแล้วเตรียมก้าวออกจากห้องครัว“ไม่ต้องย้าย อยู่ที่นี่แหละ” บอดี้การ์ดหนุ่มหันไปพูดด้วยน้ำเสียงเข้มทำให้ไลลาหยุดเดินแล้วหันกลับมามอง“คะ ?”“ไม่ต้องย้ายออก”รอสซีพูดย้ำอีกครั้งด้วยสีหน้ายังนิ่งเรียบเช่นเดิม“ทำไมคะ?” ไลลาถามด้วยความไม่เข้าใจเพราะชายหนุ่มเองไม่ชอบให้มาก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวสักเท่าไหร่และการที่ตัดสินใจ







