Share

INTRO

last update Tanggal publikasi: 2026-04-26 20:16:13

INTRO

@มหาวิทยาลัยวาเลนทิรา

17:21 | ห้องสตูดิโอ004

“เฮ้ย โซน! ฟุตเทจที่ตัดเมื่อคืนอยู่ไหนวะ”

เสียงเพิร์ธดังขึ้นจากอีกฝั่งโต๊ะ ทำเอาผมต้องละสายตาจากหน้าจอแมคบุ๊กที่เต็มไปด้วยไฟล์กระจัดกระจาย

“อยู่ใน SSD …ไอก้า! เอาให้มันดิ๊”

ประโยคหลังผมหันไปสั่งไทก้าที่นอนกระดิกตีนอยู่บนโซฟาอย่างกับโลกนี้ไม่มีเรื่องให้เดือดร้อน แต่มันกลับหันมาขมวดคิ้วใส่

“มึงไม่ได้หยิบมาหรอวะ?”

“เชี่ย…” ผมสบถลอดไรฟัน รู้ทันทีว่าความชิบหายมาเยือน

รีบลุกขึ้นเต็มความสูง คว้าหมวกกันน็อกกับกุญแจรถแทบจะพร้อมกัน

“เวรเอ๊ย อีกชั่วโมงแม่งเดดไลน์แล้วนะ!” ไคน์โพล่งเสียงดัง ซ้ำเติมเข้าไปอีก

“เพื่อนครับ กูผิดไปแล้ว!” ไทก้าลุกพรวดขึ้นมาส่งสายตาอ้อนวอน “กูยอมทำทุกอย่าง—”

“กลับมามึงจมตีนกูแน่!”

เค้นเสียงต่ำทิ้งท้าย ก่อนพุ่งออกจากสตูฯโดยไม่รอฟังเสียงมันแก้ตัว

สองเท้าก้าวเร็วตรงไปลานจอดรถ

โชคดีที่คอนโดอยู่ไม่ไกล ถ้าซิ่งเต็มสปีดคงยังพอทันเดดไลน์

หงุดหงิดตัวเองฉิบ…ที่ดันไปไว้ใจไอ้เวรนั่น

เมื่อคืนมันมานอนห้องผมเพราะต้องนั่งตัดงานกันยันสว่าง ทำเป็นพูดดิบดีว่าจะเก็บทุกอย่างมามอเอง

จบงานนี้ไม่ใช่แค่จมตีน จะให้มันเลี้ยงเบียร์ทั้งเดือนด้วย!

พอถึงลานจอด รถมอไซด์ลูกรักจอดรอเหมือนรู้หน้าที่

ลมยามเย็นพัดแรง ตึกทั้งตึกเงียบสนิท ทางโล่งเตียนเหมือนสนามแข่ง เหมาะที่สุดที่จะบิดให้มิดไมล์

ตึก ตึก ตึก

ผมเร่งฝีเท้าจนเกือบเป็นวิ่ง ทว่าตอนที่กำลังจะพ้นมุมตึก เสียงฝีเท้าอีกคู่ก็ดังเร่งเข้ามาจากอีกฝั่ง

เร็วไม่แพ้กัน

โครม!

“โอ๊ย!” / “เชี่ย!”

แรงปะทะทำให้ผมเซถอยหลังไปหนึ่งก้าว หมวกกันน็อกหลุดจากมือกระแทกพื้นเสียงดังลั่น

ร่างเล็กในชุดนักศึกษาตรงหน้าทำท่าจะล้มลงกับพื้นคอนกรีต ผมรีบพุ่งไปคว้าเอวเธอไว้แล้วดึงเข้าหาตัวเต็มแรงจนเธอเซมาซบกับอก กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ลอยมาแตะจมูกพร้อมกับเสียงโลหะกระทบพื้น

กริ๊ง!

กำไลเงินวงเล็กหลุดจากข้อมือเธอ กลิ้งวนเป็นวงช้าๆ แสงไฟเหนือศีรษะสะท้อนวาบเป็นเส้นขาวคมบนพื้นคอนกรีตเหมือนภาพสโลว์โมชั่น ก่อนจะไปหยุดนิ่งอยู่กลางลานจอด

“กำไล!”

เสียงเธอร้องลั่น ผละออกจากอ้อมแขนผมแทบจะทันที ถลาลงพื้นเหมือนจะวิ่งไปคว้ากลับมา

ปี๊นนนนน!

เสียงแตรรถดังสนั่นแสบแก้วหู พร้อมกับแสงไฟหน้ารถหรูสีดำสาดเข้าตา พุ่งตรงเข้ามาด้วยความเร็ว

“เฮ้ย! ระวัง!”

ผมพุ่งไปคว้าข้อมือเล็ก กระชากร่างเธอกลับเข้ามาหาตัวเต็มแรงอีกครั้งจนแผ่นหลังบางกระแทกอกผมดังตุ้บ

กรอบ!

รถคันนั้นเหยียบกำไลแตกต่อหน้าต่อตา

วงเงินกระเด้งกระดอนสองสามที ก่อนจะหยุดนิ่ง เศษหินและคริสตัลหลากสีที่ประดับอยู่แตกกระจายเต็มพื้น สะท้อนแสงไฟวิบวับพร่างพราว เหมือนมีใครโปรยกลิตเตอร์ลงบนถนน

แรงลมจากรถที่ซิ่งผ่านไปปะทะร่างจนเส้นผมเธอปลิวว่อน ร่างเล็กในอ้อมแขนยืนนิ่งค้างราวกับถูกหยุดเวลาไว้ครู่ใหญ่ ก่อนที่เธอจะหันขวับมาจ้องหน้าผมด้วยสายตาตื่นตระหนก

“เมื่อกี้…นายจับโดนกำไลฉันหรือเปล่า?” น้ำเสียงเธอสั่นจนผมถึงกับชะงัก

“…” ผมไม่ได้ตอบ แค่ขมวดคิ้วมองกลับไปแบบงงนิดหน่อย

อะไรวะ…

คนช่วยไว้ตั้งสองครั้ง แทนที่จะขอบคุณ ดันมาถามอะไรเพี้ยน ๆ

แต่เดี๋ยวนะ…ยัยนี่มัน ขนมเค้ก นี่หว่า

เคยเห็นผ่าน ๆ ในตึกคณะก็จริง แต่พอมาอยู่ใกล้ในระยะประชิดขนาดนี้...

ผิวขาวจัดเหมือนไม่เคยโดนแดด

ดวงตากลมโต ขนตาก็ยาวเป็นแพ

ปากชมพูระเรื่อนั่นอีก…

สวยชิบหาย!

ตัวก็เล็กนิดเดียว แต่เมื่อกี้ตอนที่คว้าไว้โคตรเต็มมือ

…เฮ้ย นมก็ใหญ่

น่า—

“หูหนวกรึไง! ฉันถามว่านายจับโดนกำไลฉันไหม!” เสียงหวานปนวีนดังกระแทกหน้า ดึงสติที่กำลังจะเตลิดของผมกลับมาเข้าที่

นิ้วเรียวชี้ไปที่เศษซากกำไลบนพื้น ใบหน้าสวยหวานที่ตอนนี้บึ้งตึงจ้องเขม็งมาอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ ทำเอาผมรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นผู้ร้ายมากกว่าฮีโร่ที่เพิ่งช่วยชีวิตคน

เหอะ... ใครจะไปจำได้วะว่าโดนไม่โดน

รู้แค่ว่าตอนคว้าเอวไว้น่ะ นุ่มมือดีชิบ

ผมเลิกคิ้ว ยิ้มมุมปากยียวน

“ช่วยไว้ตั้งสองครั้ง ไม่คิดจะขอบคุณหน่อยเหรอ?”

“ตอบมาก่อน!”

“เออ…โดน” ขมวดคิ้วตอบส่ง ๆ พร้อมยักไหล่แบบไม่ยี่หระ

“ทีนี้ก็ขอบคุณมาได้แล้ว”

ความอดทนผมไม่ได้มีเยอะ และผมก็ไม่ใช่ประเภทที่จะยอมให้ใครมาวีนใส่ฟรีๆ

สวยก็สวยเถอะ แต่ผมโซนนะครับ…

ไม่เคยง้อใคร

ทว่าแทนที่จะได้ยินคำขอบคุณ กลับเจอสีหน้าช็อกค้างเหมือนผมเพิ่งประกาศกลางลานว่าหมาที่บ้านเธอตายแล้วนะ

เธอสะบัดตัววิ่งไปทางซากกำไล ก้มลงมองเศษแวววาวที่กระจายเต็มพื้นก่อนจะทรุดนั่งลงกลางถนนแบบไม่สนโลก มือเล็กสั่น ๆ เอื้อมไปหยิบวงเงินที่ตกอยู่ท่ามกลางเศษหินหลากสี เพราะเป็นเงินแท้มันเลยเป็นสิ่งเดียวที่รอดจากล้อรถ แค่บิดเบี้ยวนิดหน่อย

เธอบรรจงคีบมันขึ้นมาวางบนฝ่ามืออย่างระมัดระวังสุดชีวิต ก่อนจะพยายามสวมวงเงินเปลือยเปล่าเบี้ยว ๆ นั่นกลับเข้าที่ข้อมือ ไหล่เล็กสั่นไหวอย่างกับโลกทั้งใบพังทลายตรงหน้าทำเอาผมเผลอชะงักไปครู่หนึ่ง

…มันจะดราม่าอะไรขนาดนั้นวะ?

ที่คนชอบลือกันว่ายัยนี่หยิ่ง…สงสัยจะไม่จริง ดูทรงแล้วออกจะเพี้ยนซะมากกว่า

แล้วนี่คิดว่าตัวเองนั่งอยู่บนโซฟาเวอร์ซาเช่หรือไง ถึงยังไม่ยอมลุกสักที

“นั่งรอให้รถเหยียบเธอด้วยรึไง ลุก!”

“…” เธอไม่ขยับแม้แต่นิด นั่งนิ่งเหมือนวิญญาณหลุด

ผมถอนหายใจพรืดอย่างเริ่มจะหมดความอดทน ย่อตัวลงไปคว้าข้อมือเล็กขึ้นมาตั้งใจจะฉุดให้พ้นทางรถวิ่ง

“เดี๋ยวคนอื่นมาเห็นจะหาว่าฉันรังแกเธอ…ลุกได้แล้ว”

เธอค่อย ๆ ยืนขึ้นช้า ๆ สีหน้าซีดเผือดเหมือนคนยังช็อกไม่หาย ดวงตากลมโตยังเอาแต่จ้องวงเงินบิดเบี้ยวที่ข้อมือไม่ละ

“นาย…จับโดนจริงเหรอ”

น้ำเสียงที่ถามแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน ก่อนที่เธอจะเม้มริมฝีปากแน่นจนห้อเลือด แล้วจู่ ๆ ก็ตวัดสายตามาจ้องหน้าผมเขียวปั๊ด มือเล็กยกผลักอกผมเต็มแรงจนแทบหงายหลัง

“จับทำไม!?”

“เอ้า!” ผมขมวดคิ้วใส่กลับอย่างสุดทน

“แล้วจะให้ยืนยิ้ม ดูเธอนอนแผ่หลาบนถนนรึไงวะ!”

ผมเสยผมแรง ๆ ระบายความหงุดหงิด ก่อนจะล้วงมือถือขึ้นมาเช็กเวลา

“ชิบหายแล้วไง...” แม่งลืมไปเลยว่าเดดไลน์กำลังไล่หลัง ผมเลิกสนใจร่างเล็กตรงหน้าทันที รีบก้มลงคว้าหมวกกันน็อกที่ตกพื้นขึ้นมาถือไว้ แล้วจ้ำอ้าวไปที่รถมอเตอร์ไซค์ลูกรักก่อนเหวี่ยงขาขึ้นคร่อมเบาะเตรียมออกตัว

เสียบกุญแจ กำลังจะบิดสตาร์ต—

“เดี๋ยว!”

เสียงแหลมหวานนั่นดังแทรกขึ้นจนผมต้องชะงักมือแล้วหันขวับกลับไปมองแบบขุ่น ๆ

ยัยขนมเค้กก้าวฉับ ๆ เข้ามาประชิดตัวรถ ดวงตากลมโตนั่นยังจ้องเขม็งมาที่ผมเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อไม่เปลี่ยน

ความหงุดหงิดพุ่งขึ้นแทบทะลุปรอท

อะไรอีกวะ!

คนยิ่งรีบ ๆ อยู่โว้ย!

“ถ้าเสียดายขนาดนั้นเดี๋ยวซื้อให้ใหม่ก็ได้ แต่ไว้วันหลัง วันนี้—”

คำพูดยังไม่ทันจบประโยค เธอก็พุ่งมือมาคว้าปกเสื้อผม แล้วกระชากลงไปหาตัวอย่างแรงจนหน้าเกือบกระแทกกัน

จุ๊บ

ริมฝีปากนุ่มแตะปากผมแค่เสี้ยววินาที กลิ่นน้ำหอมหวานยังวนอยู่ปลายจมูก

ก่อนที่เธอจะผละออกแล้ววิ่งหน้าตั้งไปขึ้นรถหรูคันที่จอดรออยู่ เครื่องยนต์ติดดังกระหึ่มก่อนจะพุ่งทะยานออกจากลานจอดไปอย่างรวดเร็ว

ทิ้งผมให้ยืนคร่อมรถนิ่งค้างอยู่ตรงนั้น มือกำแฮนด์รถแน่นราวกับถูกแช่แข็ง หัวใจเต้นแรงยิ่งกว่าตอนบิดคันเร่งเต็มไมล์

ตึกตัก… ตึกตัก… ตึกตัก…

…เมื่อกี้

มันอะไรวะ

____________✿✿____________

เปิดมาก็จุ๊บเลย งงกันใช่ม๊าาา!? 🤣

บอกเลยว่าต่อจากนี้ โบ๊ะบ๊ะ x2 แน่นอน

เพราะนี่เป็นแค่ “การเริ่มต้นของคำสาป” เท่านั้นเอง👻

ฝากคอมเมนต์ไว้หน่อยน้า 💬

กดใจ 💖 กดเก็บเข้าคลัง 📚 จะได้ไม่พลาดตอนต่อไป

ยิ่งเม้นยิ่งใจฟู ซอเบรี่จะได้รีบปั่นตอนใหม่มาเสิร์ฟไว ๆ เลยค่า 🥰☕

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • จูบทุกวันให้ตายสิ   บทที่ 23 เจดีย์เลือดฝัง

    “อีชาแนล! มึงถือไฟฉายนิ่ง ๆ หน่อยดิวะ กูตาลายไปหมดแล้ว!”ทันทีที่ผมก้าวเท้าลงจากรถ เสียงโวยวายของเพื่อนยัยตัวแสบก็ดังลอยมาตามลมแรงๆ ทำเอาผมชะงักไปนิด บรรยากาศรอบตัวตอนนี้แม่งโคตรวังเวง มีแต่เสียงจิ้งหรีดเรไรที่ดังแข่งกับเสียงแหลมๆ นั่น“ก็กูกลัวอะ!” เจ้าของชื่อตอบเสียงแหลมปรี๊ดกลับไป“ในตำรามันบอกให้จุดเทียนใต้เจดีย์… คือวางรอบ ๆ หรือกองรวมไว้ที่เดียววะ?” ตามมาด้วยเสียงคุ้นหูของยัยตัวแสบว่าแต่… เทียน?ผมขมวดคิ้วมุ่นทันทีขณะค่อยๆ ย่องก้าวเข้าไปอย่างเงียบเชียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ ผมดันจอดรถแอบไว้ไกลไปหน่อย เพราะกลัวแสงสะท้อนหรือเสียงปิดประตูจะสะกิดให้พวกเธอรู้ตัว ผลคือตอนนี้ผมเลยต้องสวมบทนินจาจำเป็น ย่องผ่านพงหญ้ารกๆ และกิ่งไม้หนามที่คอยจะเกี่ยวเสื้ออยู่ตลอดเวลาเชี่ยเอ๊ย… อย่างกับพวกถ้ำมอง!คนหล่อเท่ระดับ โซน คีรินทร์ ต้องมาตกต่ำถึงขั้นมายืนย่อตัวหลบหลังต้นตะเคียนกลางป่าแบบนี้เลยเหรอวะ!?“ในกระทู้บอกให้จุดรอบ ๆ มึงปักเทียนก่อนฝั่งนั้น เดี๋ยวฝั่งนี้กูช่วยปัก แล้วค่อยไล่จุดทีเดียว”“เออๆ ชาแนล มึงส่องไฟต่ำลงหน่อยดิ๊!”“อีเค้ก หลอนกว่าบึงอีก!!”แม่ง… ทำอะไรกันวะ!?ผมค่อยๆ ย่องเข้าไปใกล้ก

  • จูบทุกวันให้ตายสิ   บทที่ 22 วันเสาร์ที่สอง

    วันเสาร์…@มหาวิทยาลัยวาเลนทิรา09:44 | ตึกคณะนิเทศฯเมื่อวันเสาร์มาเยือน…แน่นอนว่าขนมเค้กก็ต้องสะเทือนอีกตามเคยตอนนี้ฉันกำลังก้าวฉับๆ ไปที่ห้องสตูฯ 004 ตามนัดประชุมของเพิร์ธ ในชุดเซ็ตสีเขียวมะกอกโทนพิสตาชิโอที่แค่สวมอยู่บนตัวก็เหมือนมีป้ายของแพงลอยอยู่เหนือหัวกระดุมทองเรียงกลางตัวสะท้อนแสงบ่ายจากกระจกอาคาร ส่วนชายเสื้อครอปที่ปลิวตามลมเบา ๆ ก็ช่วยเผยเอวบอบบางแค่นิด ๆ พอกรุบกริบผมยาวสลวยที่ดูแลมาอย่างดีถูกปล่อยลงถึงเอว กับรองเท้าส้นตึกที่ช่วยเสริมลุคให้ดูสูงโปร่งขึ้นอีกนิดเรียกได้ว่าสวย เริ่ด ไฮแฟชึ่น สมกับเป็นขนมเค้กเวอร์ชันพร้อมลุยงาน!แต่หัวใจดวงน้อยดันลอยไปอยู่ที่…เจดีย์เลือดบ้า ๆ นั่นแทน!อุตส่าห์เลือกชุดสีเขียว เพราะไม่อยากคิดถึงอะไรแดง ๆ แล้วเชียว งานวิจัยยังบอกเลยนะ ว่าสีเขียวช่วยให้ใจสงบ…แต่ไม่ช่วยเลย!!ในหัวมีแต่คำว่า เลือด! เลือด! เลือด! เต็มไปหมด!!เมื่อคืนก็ไม่ต้องพูดถึง…ฉันนอนพลิกไปพลิกมาแทบทั้งคืนตามสเต็ปประจำวันเสาร์แต่คราวนี้อย่างน้อยก็ไม่ต้องช็อปของอลังการเหมือนตอนลงบึง ของที่เตรียมมีแค่ เทียนไข ไฟแช็ก สำลีหนึ่งห่อ แอลกอฮอล์ล้างแผล แล้วก็…มีดกันคิ้วตอนแรกฉัน

  • จูบทุกวันให้ตายสิ   บทที่ 21 จูบจริงๆ💋

    ผมโน้มเข้าใกล้ช้า ๆ ปลายนิ้วแตะท้ายทอยเธอเบา ๆ รั้งให้หันกลับมา“ทำอะไรของนาย!” เสียงหวานหลุดออกมาทันทีที่ถูกดึงเข้าใกล้ น้ำเสียงหงุดหงิดปนตกใจ แต่ตานี่…เขียวปั๊ดเลย“…” ผมไม่ตอบ แค่ปล่อยให้สายตาไล่ตามริมฝีปากที่ขยับพูดนั่น“อย่ามาจับ!”แม่ง… เหวี่ยงชิบ!“…อยากจูบ”“อะ…อะไรของนาย! วันนี้ก็จูบไปแล้วไง!”เธอรีบเบือนหน้าหนีทันที แต่ยังไม่ทันจะได้พ้นระยะ มือหนาของผมก็รั้งท้ายทอยเธอไว้แน่นกว่าเดิม ดวงตากลมโตนั่นเบิกกว้างขึ้นเมื่อผมโน้มตัวเข้าใกล้จนระยะห่างลดลงเหลือเพียงไม่กี่เซน“ไม่ใช่จูบแบบนั้น…” ผมยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย เสียงต่ำลงช้า ๆ“หมายถึง… จูบแบบ จูบจริง ๆ”“ก็ไปจูบกับคนอื่นสิ! ฉันไม่ถือ!” ยัยนี่ยกมือกอดอก พูดหน้าตาเฉยทั้งที่ยังโดนผมจับท้ายทอยไว้อยู่“ในดีลก็ไม่ได้ห้ามให้นายไปจ้ำจี้หรือจูบกับใครสักหน่อยนี่!”“จ้ำจี้?” ผมทวนคำนั้นพลางเลิกคิ้ว ถ้าหลุดมาจากปากผู้หญิงคนอื่นคงเฉยๆ แต่พอออกจากปากยัยนี่ที่เชิดหน้าพูด บอกเลย… โคตรพิลึก“ก็ใช่น่ะสิ! จะไปทำกับใครก็เชิญเลย!”“ฉันไม่เคยจูบใคร” ผมพูดเรียบ ๆ แต่แววตายังจับอยู่ที่ริมฝีปากชมพูนั่นไม่ละ“เธอมาขโมยจูบก่อน… ก็ต้องรับผิดชอบสิ”“โอ๊ย! ใ

  • จูบทุกวันให้ตายสิ   บทที่ 20 ทำตัวแปลก

    ฉันยังใจสั่นไม่หายตั้งแต่ฟังเรื่องสยองนั่น บอกตัวเองว่า ‘ไม่กลัว ๆ’ ไปเป็นร้อยล้านรอบ แต่ในหัวเจ้ากรรมกลับดันจินตนาการภาพผู้หญิงอมเทียนนั่งขดตัวหัวโขกผนังไห น้ำตาไหลเป็นเลือดไม่หยุดไม่หย่อนขึ้นมาซะอย่างนั้น!สุดท้ายเลยแย่งบทโชเฟอร์ แล้วเหยียบคันเร่งพาน้องสเตลล่าพุ่งกลับมหา’ลัยแทบจะล้อไม่ติดพื้นไม่ดงไม่ดูมันแล้ว! เจดีย์บ้าอะไรนั่น!! เอาเวลาไปมาส์กหน้ายังดีซะกว่า!!แต่ฮืออ… ยังไงวันเสาร์ก็ต้องไปอยู่ดีนี่สิครั้งที่แล้วเกือบถูกดึงลงบึง ครั้งนี้ถ้าโดนดึงลงไหจะหนียังไงล่ะ ขนมเค้กก็กลัวเป็นนะ!ฉันจอดเจ้าสเตลล่าไว้ตรงที่ประจำในลานจอดใต้ตึกคณะ สองเพื่อนเลิฟแยกย้ายกลับบ้านกันไปหมดแล้ว เหลือแต่ฉันคนเดียวที่ต้องนั่งแกร่วอยู่ในรถเพื่อรอชายหนุ่มผู้มีหน้าที่… จุมพิตโว้ย! อย่างกับเป็นสโนว์ไวท์ ถ้าไม่โดนจูบก็ต้องตาย!ต่างกันแค่อย่างเดียวที่ฉันไม่มีเจ้าชายสุดเพอร์เฟ็กต์! มีแต่ไอ้คนกวนประสาทหลงตัวเองนั่นแหละ! น่าหงุดหงิดที่สุดเลย!ยังไม่ทันขาดคำ ร่างสูงที่ฉันกำลังบ่นถึงก็เดินออกมาจากตึกคณะพอดีเขายกมือเสยผมเหมือนทุกที แต่วันนี้กลับดูอึน ๆ แปลกไปนิด ไม่ได้ยักคิ้วหรือทำหน้าชื่นมื่นอย่างเคย แค่เดินมาห

  • จูบทุกวันให้ตายสิ   บทที่ 19 เรื่องเล่าจากคุณยาย…

    KANOMCAKE TALK—14:12 | วันพฤหัสฯหลังวันประชุมโปรเจกต์ที่แสนจะประสาทเสียวันนั้น ทุกอย่างก็ยังนิ่งสนิทเหมือนน้ำในบึงลูนา ไม่มีอะไรคืบหน้าเพิ่มเลยนอกจากไลน์กลุ่มที่เพิร์ธสร้างไว้ ชื่อโคตรจะเรียบว่า Valen tourมีอยู่แค่ข้อความเดียวที่เขาพิมพ์หลังประชุมว่า ‘ขอเคลียร์โปรเจกต์เก่าก่อนนะครับ นัดประชุมอีกทีวันเสาร์ สิบโมง ที่ห้องสตูฯ004’ ก็ห้องเดียวกับที่ฉันเคยไปหาโซนนั่นแหละจากนั้นทั้งทีมก็หมกตัวอยู่ในนั้นกันหมด ทำให้จากที่ปกติฉันต้องเป็นฝ่ายขึ้นไปจูบเขาถึงถิ่น คราวนี้เลยต้องเปลี่ยนมานั่งรอให้หมอนั่นลงมาเสิร์ฟจูบเหมือนบ๋อยเสิร์ฟอาหาร อยู่ในน้องสเตลล่ารถหรูสุดที่รักของฉันที่ลานจอดคณะทุกเย็นแทนซึ่งขอบอกเลยว่า… โคตรทุเรศ!แต่ก็เริ่มทำใจได้แล้ว…ซะที่ไหนกันล่ะ! หงุดหงิดกับคำสาปบ้านี่จะตายชักอยู่แล้วนะ!!ช่างมันก่อนเถอะ ตอนนี้ฉันกับสองเพื่อนสุดเลิฟกำลังมุ่งหน้าไปเจดีย์เลือดฝังตามพิกัดที่จีนส์ปักไว้ใน GPS โดยมีมันเองนั่นแหละรับบทเป็นโชเฟอร์ของวันนี้แต่เจ้าตัวดันเลี้ยวผิดทางไปหกเจ็ดรอบเต็ม ๆ กว่าจะขับเข้ามาถูก ซึ่งก็ไม่แปลกหรอกเพราะทางมันอย่างกับเขาวงกตพอเริ่มขับลึกเข้ามา ถนนลาดยางก็เปลี่ยนเ

  • จูบทุกวันให้ตายสิ   บทที่ 18 อยากรู้จัก

    KANOMCAKE TALKS—วันถัดมา…@มหาวิทยาลัยวาเลนทิรา12:48 | ห้องประชุมหลังเรียนคลาสเช้าเสร็จ ฉันก็แยกกับชาแนลและจีนส์เพื่อมาประชุมกับทีมงานโปรเจกต์ Valentira Campus Tour ตามที่อาจารย์นัดไว้มือเล็กผลักประตูห้องเข้าไปเบา ๆ แกร๊ก—แล้วก็เท่านั้นแหละ… ขาเจ้ากรรมถึงกับชะงักคาที่โต๊ะประชุมยาวกลางห้องมีอาจารย์สองคนกับนักศึกษาชายสี่คนที่นั่งอยู่ก่อนแล้ว และใช่ค่ะ… หนึ่งในนั้นคือ หมอนั่น!สายตาคมกริบคู่นั้นเหลือบมามองฉันช้าๆ ก่อนจะยกยิ้มมุมปาก เขาดูไม่แปลกใจเลยแม้แต่นิดที่เห็นฉันโผล่มา แถมสีหน้ายังชื่นมื่นเหมือนคนเพิ่งถูกหวยตรงกับทะเบียนรถตัวเองเมื่อเช้าอีกต่างหากมานั่งทำบ้าอะไรที่นี่วะ!?“อ๊ะ มาพอดีเลย คุณขนมเค้ก”เสียงอาจารย์ผู้หญิงดังขึ้น ทำให้ฉันต้องรีบหันกลับไป ยกมือไหว้อาจารย์ทั้งสองแทบไม่ทัน“เชิญนั่งก่อนค่ะ อันนี้ทีมโปรดักชัน จะได้ทำความรู้จักกันไว้”ทีมโปรดักชัน…!?ฉันเหลือบตาไปมองอีกที พอเห็นหน้าหมอนั่นก็ถึงกับต้องกัดปากแน่นยังมีหน้ามายักคิ้วให้ฉันหนึ่งทีอีก! ดูจากท่าทางก็รู้เลยว่ารู้อยู่แล้วแน่ ๆ! นี่มันตั้งใจกวนประสาทกันสุดชีวิต!โอ๊ย… แค่เจอทุกเย็นก็จะเป็นบ้า! แบบนี้ต้องเจอบ่

  • จูบทุกวันให้ตายสิ   บทที่ 12 วันเสาร์แรก

    วันเสาร์ที่บอกว่ายอมลงบึงสิบรอบยังดีซะกว่า…ฉันขอถอนคำพูดนั้นคืนทั้งหมด!เมื่อคืนทั้งคืนฉันแทบไม่ได้ข่มตาหลับเลยสักวินาทีเดียว ภาพบึงลูนาบ้า ๆ นั่นมันวนเวียนหลอกหลอนอยู่ในหัวไม่หยุดหย่อนแค่พยายามจะหลับตา ภาพน้ำสีเขียวขุ่นข้นสภาพเหมือนแกงจืดบูดค้างปีที่จู่ๆ ก็เปลี่ยนเป็นใสแจ๋วก็ผุดขึ้นมาซ้ำๆ พร้อม

  • จูบทุกวันให้ตายสิ   บทที่ 11 เดี๋ยวจูบเอง

    16:22 | ตึกคณะนิเทศศาสตร์ได้ฟังเรื่องของยายจำปีมา ถึงจะน่ากลัวจนขนลุกก็เถอะ…แต่อย่างน้อยตอนนี้ก็หมดข้อสงสัยไปหนึ่งเรื่อง ว่าทำไมตำรานั่นถึง “โชว์ของ” ให้ดูไม่หยุดทั้งการล็อกหน้าที่เหลือไม่ให้เปิดล่วงหน้า ทั้งข้อความที่มีแค่ฉันที่เห็น หรือข้อมูลสถานที่ที่เปลี่ยนไปมาได้เองเฉยๆ ...ถ้างั้นก็แปลว่าท

  • จูบทุกวันให้ตายสิ   บทที่ 10 เรื่องเล่าของตำรา

    วันต่อมา…15:35 | ห้าง SOLENE Mallหลังจากเมื่อวานไปเจอบึงลูนาสุดสะพรึงมาเต็มตา ฉันยังตัดสินไม่ได้เลยว่า ผี กับ แบคทีเรียในน้ำ อะไรน่ากลัวกว่ากันแค่คิดถึงกลิ่นโคลนสาบๆ กับน้ำสีเขียวขุ่นเข้มเหมือนแกงบูดนั่น ก็อยากกลืนแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อก่อนลงบึงแล้วด้วยซ้ำ!แต่ทำไม่ได้…เพราะงั้นหลังเรียนคลาสเช้าเสร็

  • จูบทุกวันให้ตายสิ   บทที่ 9 ไม่ได้เห็นอยู่คนเดียว

    16:55 | หน้าคอนโด VALEN HEIGHTSฉันนั่งอยู่ในน้องสเตลล่าคันเดิม เครื่องยนต์ยังทำงานอยู่ แอร์เย็นฉ่ำจนมือที่กำพวงมาลัยเริ่มชาไปหมด แต่เชื่อเถอะว่าข้างในใจฉันน่ะร้อนรุ่มยิ่งกว่าลาวา!ทั้งที่ไม่อยากเห็นหน้าหมอนั่นอีกแล้วแท้ ๆ แต่ก็ต้องมานั่งรอให้เขาออกมาเพื่อจูบแย่ชะมัด ขนมเค้กตกต่ำถึงขั้นต้องมานั่งน

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status