Share

บทที่ 6 ดีลจูบ

last update publish date: 2026-04-29 21:45:43

เพราะความตกใจปนโล่งใจหรืออะไรก็ไม่รู้…

ฉันเผลอจูบเขาค้างอยู่อย่างนั้น ไม่ได้ผละออกทันทีเหมือนที่ควรทำ จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขาที่รดรินอยู่บนผิวแก้ม

กลิ่นบุหรี่เจือมินต์อ่อนๆ ที่ลอยวนเข้ามาในจมูกมันทำให้สมองฉันเบลอไปชั่วขณะ

จะว่าไป…ปากเขาก็นิ่มกว่าที่คิดแฮะ…

เวรเอ๊ย! คิดบ้าอะไรเนี่ย!

สติที่หล่นหายเพิ่งจะกระเด็นกลับมาเข้าที่ ฉันกำลังจะออกแรงผลักเขาออกด้วยกำลังทั้งหมดที่มี แต่ทว่า...

แขนแกร่งกลับรัดเอวฉันไว้แน่นหนึบ ก่อนจะเหวี่ยงตัวฉันไปอยู่แทนที่ตำแหน่งเขาจนหลังชนผนังลิฟต์ดัง โครม! ริมฝีปากที่เพิ่งจะผละออกเพียงไม่กี่มิลลิเมตรถูกบดเบียดกลับมาอีกครั้งด้วยแรงที่มากกว่าเดิมหลายเท่า มือใหญ่ล็อกท้ายทอยฉันไว้แน่นบังคับองศาให้รับจูบที่ทั้งหนักหน่วงและจาบจ้วงจนฉันแทบหายใจไม่ทัน!

ดวงตาฉันเบิกโพลง ตกใจแทบช็อก แรงดูดดึงนั่นรุนแรง…เหมือนเขาจะกลืนปากฉันเข้าไปอยู่แล้ว!

งับ!

“โอ๊ย!”

โซนสะดุ้งสุดตัวผละออกแทบจะทันที เลือดสีสดซิบขึ้นตรงมุมปากที่แตกยับ มือใหญ่ยกขึ้นเช็ดเลือดแรงๆ พลางสบถคำรามออกมาด้วยความหงุดหงิดแววตาคมกริบจ้องเขม็งมาที่ฉันเหมือนอยากจะกินเลือดกินเนื้อ

“ทำบ้าอะไรของเธอวะ! แม่ง… เลือดออกเลย!”

ใช่ค่ะ ฉันกัดปากหมอนั่น

ก็ใครใช้ให้มาทำลามกกับขนมเค้กล่ะ!

ฉันรีบใช้หลังมือเช็ดปากตัวเองแรงๆ พลางเชิดหน้าสวนกลับเสียงดังไม่ยอมแพ้

“นายนั่นแหละทำบ้าอะไร!?”

เขาเลียมุมปากตัวเองเบา ๆ เลือดซิบแดงติดปลายลิ้น ก่อนยกยิ้มร้าย หัวเราะหึต่ำ ๆ ในลำคอ

“ฉันไม่ใช่พวกชอบแนวซาดิสม์ แล้วก็ไม่ชอบฝืนใจใครด้วย”

ร่างสูงโน้มตัวเข้ามาใกล้ทีละนิด กลิ่นบุหรี่มินต์เจือกลิ่นเลือดอ่อนๆ ทำเอาฉันเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว

“ตามฉันมาถึงนี่แล้ว…ไม่ต้องทำเป็นเล่นตัวหรอก”

“พูดบ้าอะไรของนาย!” ฉันรีบยกมือดันหน้ายียวนนั่นให้ออกห่างสุดแขน “นายกำลังคุกคามฉันอยู่นะ!”

หมอนี่น่าหงุดหงิดชิบหาย! พูดเรื่องหน้าไม่อายออกมาได้หน้าตาเฉย

เดี๋ยวเอานิ้วจิ้มลูกตาซะเลยนี่!

“คุกคาม?” โซนเลิกคิ้วสูงพลางเสยผมลวกๆ ริมฝีปากที่แตกนั่นกระตุกยิ้มกวนประสาท

“เธอวิ่งหน้าตั้งเหมือนหนีซอมบี้มาเพื่อจะจูบฉันเอง แล้วหาว่าฉันคุกคามเนี่ยนะ?”

“ใช่!” ฉันกอดอก เชิดคางขึ้นไม่ยอมแพ้ “ฉันจูบนาย แต่ไม่ได้แปลว่าจะยอมให้นายมาลามกกับฉัน!”

“ห๊ะ?” เขาทำหน้าเหมือนฟังเรื่องตลกที่สุดในรอบปี ก่อนจะหลุดหัวเราะพรืดออกมาแล้วโน้มตัวลงมากระซิบข้างหู เสียงทุ้มต่ำที่สั่นพร่าอยู่นิดๆ นั่นทำให้ฉันขนลุกซู่

“ฟังนะ…ตอนนี้ไม่มีใครเอากล้องมาถ่ายอยู่ ถ้าเธออยากนอนกับฉัน แค่พูดมาตรง ๆ ว่า อยาก… ฉันเข้าใจได้”

เขายักไหล่ชิล ๆ เหมือนกำลังพูดเรื่องสุดแสนจะธรรมดา

“แต่บอกไว้ก่อนนะ อย่ามาเรียกร้องอะไรทีหลัง เพราะฉันไม่ชอบความผูกมัด ไม่ได้อยากมีแฟน แล้วถ้าไม่ถูกใจจริงๆ… ฉันไม่กินซ้ำ”

“เดี๋ยว!” ฉันเชิดหน้าสวนเสียงแข็ง “นี่ฉันขนมเค้กเชียวนะ! ทำไมฉันต้องอยากนอนกับคนอย่างนายด้วย!”

โอ๊ย! มีคนมั่นขนาดนี้อยู่บนโลกด้วยเหรอ เกิดมาเพิ่งเคยพบเคยเจอ!

แต่แทนที่หมอนี่จะสำนึกแล้วถอยออกไป เขากลับยิ่งยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนจมูกแทบจะชนกัน แววตาคมนั่นดูหงุดหงิดขึ้นจนฉันเผลอหดคอหนีจนหัวชนผนังลิฟต์ดัง ปึก!

หงุดหงิดอะไรของเขาวะ คนอย่างฉันยอมจูบเชียวนะ!

แล้วไอ้ลิฟต์บ้านี่ก็เมื่อไหร่จะถึงสักที! อยู่ชั้นสามร้อยหรือไงเล่า!!

“เล่นบ้าอะไรของเธอ” เสียงทุ้มต่ำลงจนฟังดูอันตราย แขนแกร่งกางขวางเหนือหัวฉันไว้ไม่ให้หนีไปไหน

“ฉันไม่ชอบคนเล่นตัว…” ดวงตาคมจ้องนิ่งไม่กะพริบ

“แต่ก็ไม่ใช่คนที่จะยอมให้ใครมาจูบฟรีเหมือนกัน”

ว่าจบ ริมฝีปากหยักนั่นก็ขยับเข้ามาอีกนิด… ใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดรินกันจนฉันเริ่มใจสั่น

เหมือนเขากำลังจะจูบซ้ำ!

“คิดเท่าไหร่?”

คำถามนิ่งสนิทหลุดจากปากฉัน ตอนที่ริมฝีปากเราห่างกันไม่ถึงเซนติเมตร ทำเอาเขาชะงักกึกไปทันที

“…ว่าไงนะ?” โซนเลิกคิ้ว สีหน้ามึนสนิทเหมือนได้ยินภาษาเอเลี่ยนครั้งแรกในชีวิต

ฉันเชิดคางขึ้นสบตาเขาตรงๆ ก่อนพูดเสียงนิ่งราวกับถามราคากระเป๋าแบรนด์เนมสักใบ

“จูบครั้งนึง…นายคิดเท่าไหร่?”

…………..

ZONE TALKS—

ติ๊ง—

เสียงลิฟต์ดังขึ้นพร้อมประตูที่ค่อยๆ เลื่อนออก แต่ผมกับยัยคนตรงหน้ายังคงยืนนิ่ง สบตากันเขม็งแบบไม่ยอมลดละ

ถ้ามีกระจกอยู่ตรงนี้…ผมคงเห็นหน้าตัวเองทำหน้างงเหมือนโดนตบหัวปล่อยทิ้งไว้กลางสี่แยก

ยัยขนมเค้กนี่ วิ่งกระหืดกระหอบเหมือนหนีตายมาเพื่อจะจูบผม แล้วถามว่า “คิดเท่าไหร่” เนี่ยนะ?

บนหน้าผากผมมันเขียนว่า ขายจูบ อยู่รึไงวะ!

แต่ถ้าเธอจงใจทำทั้งหมดนี่เพื่อเรียกร้องความสนใจจากผมล่ะก็… ยินดีด้วย เพราะแม่งได้ผลเต็ม ๆ ตอนนี้ผมโคตรสนใจเธอเลย อยากรู้ด้วยซ้ำว่าเธอกำลังคิดจะเล่นเกมบ้าอะไรอยู่

จะว่าไป…มันก็น่าสนุกดีไม่ใช่เหรอ

ผมกระตุกยิ้ม หรี่ตามองยัยคนปากดีที่ยืนเชิดหน้ามั่นใจเต็มที่

“หึ… จ่ายไหวเหรอ? ค่าตัวฉันไม่ถูกนะ”

เธอไม่ตอบทันที แค่เอื้อมมือไปกดปุ่มลิฟต์กลับชั้น 1 อย่างใจเย็น จากนั้นก็หันกลับมาจ้องหน้าผมด้วยสีหน้าเรียบเฉย

“แน่นอน ฉันรวย…นายอยากเรียกเท่าไหร่ก็ว่ามา”

คำพูดอวดรวยนั่นทำให้ผมอดใจไม่ไหวที่จะโน้มตัวเข้าไปยียวนใกล้ๆ

“อยากจูบฉันขนาดนั้นเลย?”

“เปล่า” เธอสวนกลับทันที เชิดหน้าขึ้น “แต่ฉันจำเป็นต้องจูบนาย”

“…ห๊ะ?”

ตอนนี้ในหัวผมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามพรึ่บพรั่บไปหมด

อะไรของยัยนี่วะ…ทำผมไปต่อไม่ถูกอีกแล้ว

แม่งเอ๊ย โดนเธอทำให้แดกอึ้งเป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้!

“ก่อนห้าโมงเย็นของทุกวัน ฉันต้องจูบกับนาย ทั้งหมดเจ็ดสัปดาห์ รวม 49 ครั้ง นับจากเมื่อวาน ขาดไม่ได้แม้แต่วันเดียว ถ้าครบเมื่อไหร่”

…“ก็แยกย้าย”

…เชี่ย! ฟังจบแล้ว อึ้งแดกกว่าเดิมอีก!!

แถมยัยนี่ทำหน้าโคตรจริงจัง เหมือนกำลังแก้ปัญหาระดับชาติเพื่อ ขอจูบ

ทุกวัน

เจ็ดสัปดาห์ติด

นี่มันเพี้ยนบรมชัด ๆ!!

ผมแสร้งทำเป็นนิ่งขรึม ครุ่นคิดตามข้อเสนอประหลาดๆนั่นอยู่พักหนึ่ง ขณะที่สายตาจ้องมองริมฝีปากบางที่เพิ่งบดขยี้ปากผม ก่อนที่มุมปากผมค่อยๆ ยกยิ้มร้ายอย่างคนที่เจอของเล่นที่ถูกใจเข้าให้แล้ว

“อืมม…ก็ฟังดูน่าสนใจดีนะ”

“…”

“แต่พอดีว่าเงินฉันก็เยอะอยู่แล้วด้วยสิ”

“แล้วนายต้องการอะไร!?” เธอโพล่งสวนทันที น้ำเสียงห้วนจัด คิ้วเรียวสวยนั่นขมวดเป็นปมจนแทบจะผูกโบว์ได้

“ยกเว้นเรื่องทุเรศ ๆ ในหัวนาย นอกนั้นฉันให้ได้หมด!”

ผมหัวเราะพรืด แทบจะสำลักกับไอ้คำพูดดักคอดักหลังแบบไม่เผื่อช่องว่างให้ผมได้จินตนาการเลย แต่เธอกลับจิ๊ปากอย่างหงุดหงิด สะบัดผมยาวสลวยใส่หน้าผมแรงๆ ราวกับรำคาญเต็มทนที่ต้องมาเสียเวลายืนเจรจาตรงนี้

“อีกอย่าง… คนอย่างฉันยอมจูบนาย ก็กำไรเต็ม ๆ แล้ว แค่เอาไปโม้เพื่อนยังคุ้มเลย”

คราวนี้ผมหลุดขำออกมาดังๆ อย่างห้ามไม่อยู่ ผมส่ายหัวช้าๆ พลางมองยัยตัวแสบตรงหน้าที่เชิดหน้าสู้ตาผมไม่ถอย

ยัยนางฟ้านี่… แม่งเพิ่งเคยเห็นมุมนี้ มีพรสวรรค์เฉพาะตัวสูงจริง ๆ ทำให้คนตรงกลายเป็นเบี้ยล่างได้ตลอด

ผู้หญิงอะไรวะ... ทั้งเชิด ทั้งหยิ่ง ทั้งน่าหงุดหงิดฉิบหาย

แต่ยิ่งแบบนี้…ก็ยิ่งอยากสยบให้ได้

“คนรับใช้”

“อะไรนะ?” เธอขมวดคิ้วทันที

ผมยกยิ้มมุมปาก พลางโน้มหน้าเข้าไปใกล้จนเห็นเงาสะท้อนของตัวเองในดวงตากลม ๆ นั่น

“ฉันต้องการ…คนรับใช้”

“เงินเยอะไม่ใช่เหรอ ก็ไปจ้างเอาสิ!” เธอกระแทกเสียงตอบกลับ น้ำเสียงมั่นจนผมเผลอหัวเราะหึในคอ

ก็ไม่แปลกใจ คิดไว้อยู่แล้วว่าจะได้คำตอบแบบนี้

“โอเค…” ผมยืดตัวขึ้นเต็มความสูง เสยผมลวกๆ พลางแกล้งเบนสายตามองไปทางอื่นเหมือนไม่ได้สนใจไยดีเธออีกต่อไป

“งั้นก็…ตามใจเธอแล้วกัน”

“เออ! ก็ได้!” คำตอบสั้นห้วนพุ่งออกมาทันทีจนผมแอบเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจไปเสี้ยววินาที...

กะจะพูดแค่แหย่เล่นๆ แต่ยัยนี่ดันยอมตกลงจริงๆ เนี่ยนะ?

อะไรของเธอวะ แค่จูบเอง ถึงกับยอมขนาดนั้นเลย?

ยิ่งคิดก็ยิ่งอยากรู้เข้าไปใหญ่

“งั้นก็… ดีล”

“แต่มีข้อแม้!”

ยังไม่ทันที่ผมจะได้อ้าปากตั้งเงื่อนไขของตัวเอง ยัยคุณหนูก็ชิงชูนิ้วขึ้นมาตรงหน้าแล้วร่ายยาวรัวๆ เหมือนกำลังท่องสูตรคณิตศาสตร์ที่จำมาทั้งคืน

“ข้อแรกห้ามจิกหัวใช้ฉันต่อหน้าคนอื่นเด็ดขาด! ข้อสองฉันไม่ทำงานบ้าน! ข้อสามฉันไม่ทำงานหนัก! และข้อสุดท้าย... เอาไลน์นายมาด้วย!”

พูดจบเธอก็เชิดหน้าขึ้นทันที ท่าทางหยิ่งผยอง ราวกับตัวเองเป็นเจ้านายตัวจริง

…อึ้งรอบที่ร้อย งงรอบที่ล้านของวัน

ยัยขนมเค้กรัวเงื่อนไขยาวเหยียดยิ่งกว่าสั่งข้าวผัดบอกแม่ค้า ไม่เอาหอม ไม่เอากระเทียม ไม่เอาแครอท

ไม่เอานู่น…ไม่เอานี่…จะเอานั่น…

งงตัวเองเหมือนกันที่ดันยืนนิ่ง ไม่ปริปากเถียงสักคำ แถมยังยื่นมือถือไปให้เธอสแกนไลน์ง่าย ๆ อีก โดนดาเมจความมั่นของเธอสะกดจิตไปชั่วขณะ!

ติ๊ง!

ทันทีที่ลิฟต์ถึงชั้นหนึ่ง เธอก็สะบัดผมใส่หน้าผมหนึ่งทีแล้วเดินนวยนาดออกไปหน้าตาเฉย ทิ้งให้ผมยืนบื้ออยู่คนเดียวในลิฟต์ที่กำลังจะปิดลงอีกรอบ

เวรเอ๊ย…

นี่กูโดนสะกดจิตหรือไงวะ

ถึงได้เผลอทำตามคำสั่งยัยตัวแสบเฉยเลย!

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • จูบทุกวันให้ตายสิ   บทที่ 23 เจดีย์เลือดฝัง

    “อีชาแนล! มึงถือไฟฉายนิ่ง ๆ หน่อยดิวะ กูตาลายไปหมดแล้ว!”ทันทีที่ผมก้าวเท้าลงจากรถ เสียงโวยวายของเพื่อนยัยตัวแสบก็ดังลอยมาตามลมแรงๆ ทำเอาผมชะงักไปนิด บรรยากาศรอบตัวตอนนี้แม่งโคตรวังเวง มีแต่เสียงจิ้งหรีดเรไรที่ดังแข่งกับเสียงแหลมๆ นั่น“ก็กูกลัวอะ!” เจ้าของชื่อตอบเสียงแหลมปรี๊ดกลับไป“ในตำรามันบอกให้จุดเทียนใต้เจดีย์… คือวางรอบ ๆ หรือกองรวมไว้ที่เดียววะ?” ตามมาด้วยเสียงคุ้นหูของยัยตัวแสบว่าแต่… เทียน?ผมขมวดคิ้วมุ่นทันทีขณะค่อยๆ ย่องก้าวเข้าไปอย่างเงียบเชียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ ผมดันจอดรถแอบไว้ไกลไปหน่อย เพราะกลัวแสงสะท้อนหรือเสียงปิดประตูจะสะกิดให้พวกเธอรู้ตัว ผลคือตอนนี้ผมเลยต้องสวมบทนินจาจำเป็น ย่องผ่านพงหญ้ารกๆ และกิ่งไม้หนามที่คอยจะเกี่ยวเสื้ออยู่ตลอดเวลาเชี่ยเอ๊ย… อย่างกับพวกถ้ำมอง!คนหล่อเท่ระดับ โซน คีรินทร์ ต้องมาตกต่ำถึงขั้นมายืนย่อตัวหลบหลังต้นตะเคียนกลางป่าแบบนี้เลยเหรอวะ!?“ในกระทู้บอกให้จุดรอบ ๆ มึงปักเทียนก่อนฝั่งนั้น เดี๋ยวฝั่งนี้กูช่วยปัก แล้วค่อยไล่จุดทีเดียว”“เออๆ ชาแนล มึงส่องไฟต่ำลงหน่อยดิ๊!”“อีเค้ก หลอนกว่าบึงอีก!!”แม่ง… ทำอะไรกันวะ!?ผมค่อยๆ ย่องเข้าไปใกล้ก

  • จูบทุกวันให้ตายสิ   บทที่ 22 วันเสาร์ที่สอง

    วันเสาร์…@มหาวิทยาลัยวาเลนทิรา09:44 | ตึกคณะนิเทศฯเมื่อวันเสาร์มาเยือน…แน่นอนว่าขนมเค้กก็ต้องสะเทือนอีกตามเคยตอนนี้ฉันกำลังก้าวฉับๆ ไปที่ห้องสตูฯ 004 ตามนัดประชุมของเพิร์ธ ในชุดเซ็ตสีเขียวมะกอกโทนพิสตาชิโอที่แค่สวมอยู่บนตัวก็เหมือนมีป้ายของแพงลอยอยู่เหนือหัวกระดุมทองเรียงกลางตัวสะท้อนแสงบ่ายจากกระจกอาคาร ส่วนชายเสื้อครอปที่ปลิวตามลมเบา ๆ ก็ช่วยเผยเอวบอบบางแค่นิด ๆ พอกรุบกริบผมยาวสลวยที่ดูแลมาอย่างดีถูกปล่อยลงถึงเอว กับรองเท้าส้นตึกที่ช่วยเสริมลุคให้ดูสูงโปร่งขึ้นอีกนิดเรียกได้ว่าสวย เริ่ด ไฮแฟชึ่น สมกับเป็นขนมเค้กเวอร์ชันพร้อมลุยงาน!แต่หัวใจดวงน้อยดันลอยไปอยู่ที่…เจดีย์เลือดบ้า ๆ นั่นแทน!อุตส่าห์เลือกชุดสีเขียว เพราะไม่อยากคิดถึงอะไรแดง ๆ แล้วเชียว งานวิจัยยังบอกเลยนะ ว่าสีเขียวช่วยให้ใจสงบ…แต่ไม่ช่วยเลย!!ในหัวมีแต่คำว่า เลือด! เลือด! เลือด! เต็มไปหมด!!เมื่อคืนก็ไม่ต้องพูดถึง…ฉันนอนพลิกไปพลิกมาแทบทั้งคืนตามสเต็ปประจำวันเสาร์แต่คราวนี้อย่างน้อยก็ไม่ต้องช็อปของอลังการเหมือนตอนลงบึง ของที่เตรียมมีแค่ เทียนไข ไฟแช็ก สำลีหนึ่งห่อ แอลกอฮอล์ล้างแผล แล้วก็…มีดกันคิ้วตอนแรกฉัน

  • จูบทุกวันให้ตายสิ   บทที่ 21 จูบจริงๆ💋

    ผมโน้มเข้าใกล้ช้า ๆ ปลายนิ้วแตะท้ายทอยเธอเบา ๆ รั้งให้หันกลับมา“ทำอะไรของนาย!” เสียงหวานหลุดออกมาทันทีที่ถูกดึงเข้าใกล้ น้ำเสียงหงุดหงิดปนตกใจ แต่ตานี่…เขียวปั๊ดเลย“…” ผมไม่ตอบ แค่ปล่อยให้สายตาไล่ตามริมฝีปากที่ขยับพูดนั่น“อย่ามาจับ!”แม่ง… เหวี่ยงชิบ!“…อยากจูบ”“อะ…อะไรของนาย! วันนี้ก็จูบไปแล้วไง!”เธอรีบเบือนหน้าหนีทันที แต่ยังไม่ทันจะได้พ้นระยะ มือหนาของผมก็รั้งท้ายทอยเธอไว้แน่นกว่าเดิม ดวงตากลมโตนั่นเบิกกว้างขึ้นเมื่อผมโน้มตัวเข้าใกล้จนระยะห่างลดลงเหลือเพียงไม่กี่เซน“ไม่ใช่จูบแบบนั้น…” ผมยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย เสียงต่ำลงช้า ๆ“หมายถึง… จูบแบบ จูบจริง ๆ”“ก็ไปจูบกับคนอื่นสิ! ฉันไม่ถือ!” ยัยนี่ยกมือกอดอก พูดหน้าตาเฉยทั้งที่ยังโดนผมจับท้ายทอยไว้อยู่“ในดีลก็ไม่ได้ห้ามให้นายไปจ้ำจี้หรือจูบกับใครสักหน่อยนี่!”“จ้ำจี้?” ผมทวนคำนั้นพลางเลิกคิ้ว ถ้าหลุดมาจากปากผู้หญิงคนอื่นคงเฉยๆ แต่พอออกจากปากยัยนี่ที่เชิดหน้าพูด บอกเลย… โคตรพิลึก“ก็ใช่น่ะสิ! จะไปทำกับใครก็เชิญเลย!”“ฉันไม่เคยจูบใคร” ผมพูดเรียบ ๆ แต่แววตายังจับอยู่ที่ริมฝีปากชมพูนั่นไม่ละ“เธอมาขโมยจูบก่อน… ก็ต้องรับผิดชอบสิ”“โอ๊ย! ใ

  • จูบทุกวันให้ตายสิ   บทที่ 20 ทำตัวแปลก

    ฉันยังใจสั่นไม่หายตั้งแต่ฟังเรื่องสยองนั่น บอกตัวเองว่า ‘ไม่กลัว ๆ’ ไปเป็นร้อยล้านรอบ แต่ในหัวเจ้ากรรมกลับดันจินตนาการภาพผู้หญิงอมเทียนนั่งขดตัวหัวโขกผนังไห น้ำตาไหลเป็นเลือดไม่หยุดไม่หย่อนขึ้นมาซะอย่างนั้น!สุดท้ายเลยแย่งบทโชเฟอร์ แล้วเหยียบคันเร่งพาน้องสเตลล่าพุ่งกลับมหา’ลัยแทบจะล้อไม่ติดพื้นไม่ดงไม่ดูมันแล้ว! เจดีย์บ้าอะไรนั่น!! เอาเวลาไปมาส์กหน้ายังดีซะกว่า!!แต่ฮืออ… ยังไงวันเสาร์ก็ต้องไปอยู่ดีนี่สิครั้งที่แล้วเกือบถูกดึงลงบึง ครั้งนี้ถ้าโดนดึงลงไหจะหนียังไงล่ะ ขนมเค้กก็กลัวเป็นนะ!ฉันจอดเจ้าสเตลล่าไว้ตรงที่ประจำในลานจอดใต้ตึกคณะ สองเพื่อนเลิฟแยกย้ายกลับบ้านกันไปหมดแล้ว เหลือแต่ฉันคนเดียวที่ต้องนั่งแกร่วอยู่ในรถเพื่อรอชายหนุ่มผู้มีหน้าที่… จุมพิตโว้ย! อย่างกับเป็นสโนว์ไวท์ ถ้าไม่โดนจูบก็ต้องตาย!ต่างกันแค่อย่างเดียวที่ฉันไม่มีเจ้าชายสุดเพอร์เฟ็กต์! มีแต่ไอ้คนกวนประสาทหลงตัวเองนั่นแหละ! น่าหงุดหงิดที่สุดเลย!ยังไม่ทันขาดคำ ร่างสูงที่ฉันกำลังบ่นถึงก็เดินออกมาจากตึกคณะพอดีเขายกมือเสยผมเหมือนทุกที แต่วันนี้กลับดูอึน ๆ แปลกไปนิด ไม่ได้ยักคิ้วหรือทำหน้าชื่นมื่นอย่างเคย แค่เดินมาห

  • จูบทุกวันให้ตายสิ   บทที่ 19 เรื่องเล่าจากคุณยาย…

    KANOMCAKE TALK—14:12 | วันพฤหัสฯหลังวันประชุมโปรเจกต์ที่แสนจะประสาทเสียวันนั้น ทุกอย่างก็ยังนิ่งสนิทเหมือนน้ำในบึงลูนา ไม่มีอะไรคืบหน้าเพิ่มเลยนอกจากไลน์กลุ่มที่เพิร์ธสร้างไว้ ชื่อโคตรจะเรียบว่า Valen tourมีอยู่แค่ข้อความเดียวที่เขาพิมพ์หลังประชุมว่า ‘ขอเคลียร์โปรเจกต์เก่าก่อนนะครับ นัดประชุมอีกทีวันเสาร์ สิบโมง ที่ห้องสตูฯ004’ ก็ห้องเดียวกับที่ฉันเคยไปหาโซนนั่นแหละจากนั้นทั้งทีมก็หมกตัวอยู่ในนั้นกันหมด ทำให้จากที่ปกติฉันต้องเป็นฝ่ายขึ้นไปจูบเขาถึงถิ่น คราวนี้เลยต้องเปลี่ยนมานั่งรอให้หมอนั่นลงมาเสิร์ฟจูบเหมือนบ๋อยเสิร์ฟอาหาร อยู่ในน้องสเตลล่ารถหรูสุดที่รักของฉันที่ลานจอดคณะทุกเย็นแทนซึ่งขอบอกเลยว่า… โคตรทุเรศ!แต่ก็เริ่มทำใจได้แล้ว…ซะที่ไหนกันล่ะ! หงุดหงิดกับคำสาปบ้านี่จะตายชักอยู่แล้วนะ!!ช่างมันก่อนเถอะ ตอนนี้ฉันกับสองเพื่อนสุดเลิฟกำลังมุ่งหน้าไปเจดีย์เลือดฝังตามพิกัดที่จีนส์ปักไว้ใน GPS โดยมีมันเองนั่นแหละรับบทเป็นโชเฟอร์ของวันนี้แต่เจ้าตัวดันเลี้ยวผิดทางไปหกเจ็ดรอบเต็ม ๆ กว่าจะขับเข้ามาถูก ซึ่งก็ไม่แปลกหรอกเพราะทางมันอย่างกับเขาวงกตพอเริ่มขับลึกเข้ามา ถนนลาดยางก็เปลี่ยนเ

  • จูบทุกวันให้ตายสิ   บทที่ 18 อยากรู้จัก

    KANOMCAKE TALKS—วันถัดมา…@มหาวิทยาลัยวาเลนทิรา12:48 | ห้องประชุมหลังเรียนคลาสเช้าเสร็จ ฉันก็แยกกับชาแนลและจีนส์เพื่อมาประชุมกับทีมงานโปรเจกต์ Valentira Campus Tour ตามที่อาจารย์นัดไว้มือเล็กผลักประตูห้องเข้าไปเบา ๆ แกร๊ก—แล้วก็เท่านั้นแหละ… ขาเจ้ากรรมถึงกับชะงักคาที่โต๊ะประชุมยาวกลางห้องมีอาจารย์สองคนกับนักศึกษาชายสี่คนที่นั่งอยู่ก่อนแล้ว และใช่ค่ะ… หนึ่งในนั้นคือ หมอนั่น!สายตาคมกริบคู่นั้นเหลือบมามองฉันช้าๆ ก่อนจะยกยิ้มมุมปาก เขาดูไม่แปลกใจเลยแม้แต่นิดที่เห็นฉันโผล่มา แถมสีหน้ายังชื่นมื่นเหมือนคนเพิ่งถูกหวยตรงกับทะเบียนรถตัวเองเมื่อเช้าอีกต่างหากมานั่งทำบ้าอะไรที่นี่วะ!?“อ๊ะ มาพอดีเลย คุณขนมเค้ก”เสียงอาจารย์ผู้หญิงดังขึ้น ทำให้ฉันต้องรีบหันกลับไป ยกมือไหว้อาจารย์ทั้งสองแทบไม่ทัน“เชิญนั่งก่อนค่ะ อันนี้ทีมโปรดักชัน จะได้ทำความรู้จักกันไว้”ทีมโปรดักชัน…!?ฉันเหลือบตาไปมองอีกที พอเห็นหน้าหมอนั่นก็ถึงกับต้องกัดปากแน่นยังมีหน้ามายักคิ้วให้ฉันหนึ่งทีอีก! ดูจากท่าทางก็รู้เลยว่ารู้อยู่แล้วแน่ ๆ! นี่มันตั้งใจกวนประสาทกันสุดชีวิต!โอ๊ย… แค่เจอทุกเย็นก็จะเป็นบ้า! แบบนี้ต้องเจอบ่

  • จูบทุกวันให้ตายสิ   บทที่ 12 วันเสาร์แรก

    วันเสาร์ที่บอกว่ายอมลงบึงสิบรอบยังดีซะกว่า…ฉันขอถอนคำพูดนั้นคืนทั้งหมด!เมื่อคืนทั้งคืนฉันแทบไม่ได้ข่มตาหลับเลยสักวินาทีเดียว ภาพบึงลูนาบ้า ๆ นั่นมันวนเวียนหลอกหลอนอยู่ในหัวไม่หยุดหย่อนแค่พยายามจะหลับตา ภาพน้ำสีเขียวขุ่นข้นสภาพเหมือนแกงจืดบูดค้างปีที่จู่ๆ ก็เปลี่ยนเป็นใสแจ๋วก็ผุดขึ้นมาซ้ำๆ พร้อม

  • จูบทุกวันให้ตายสิ   บทที่ 11 เดี๋ยวจูบเอง

    16:22 | ตึกคณะนิเทศศาสตร์ได้ฟังเรื่องของยายจำปีมา ถึงจะน่ากลัวจนขนลุกก็เถอะ…แต่อย่างน้อยตอนนี้ก็หมดข้อสงสัยไปหนึ่งเรื่อง ว่าทำไมตำรานั่นถึง “โชว์ของ” ให้ดูไม่หยุดทั้งการล็อกหน้าที่เหลือไม่ให้เปิดล่วงหน้า ทั้งข้อความที่มีแค่ฉันที่เห็น หรือข้อมูลสถานที่ที่เปลี่ยนไปมาได้เองเฉยๆ ...ถ้างั้นก็แปลว่าท

  • จูบทุกวันให้ตายสิ   บทที่ 10 เรื่องเล่าของตำรา

    วันต่อมา…15:35 | ห้าง SOLENE Mallหลังจากเมื่อวานไปเจอบึงลูนาสุดสะพรึงมาเต็มตา ฉันยังตัดสินไม่ได้เลยว่า ผี กับ แบคทีเรียในน้ำ อะไรน่ากลัวกว่ากันแค่คิดถึงกลิ่นโคลนสาบๆ กับน้ำสีเขียวขุ่นเข้มเหมือนแกงบูดนั่น ก็อยากกลืนแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อก่อนลงบึงแล้วด้วยซ้ำ!แต่ทำไม่ได้…เพราะงั้นหลังเรียนคลาสเช้าเสร็

  • จูบทุกวันให้ตายสิ   บทที่ 9 ไม่ได้เห็นอยู่คนเดียว

    16:55 | หน้าคอนโด VALEN HEIGHTSฉันนั่งอยู่ในน้องสเตลล่าคันเดิม เครื่องยนต์ยังทำงานอยู่ แอร์เย็นฉ่ำจนมือที่กำพวงมาลัยเริ่มชาไปหมด แต่เชื่อเถอะว่าข้างในใจฉันน่ะร้อนรุ่มยิ่งกว่าลาวา!ทั้งที่ไม่อยากเห็นหน้าหมอนั่นอีกแล้วแท้ ๆ แต่ก็ต้องมานั่งรอให้เขาออกมาเพื่อจูบแย่ชะมัด ขนมเค้กตกต่ำถึงขั้นต้องมานั่งน

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status