Mag-log in16:55 | ลานจอดรถคณะนิเทศฯ
ตอนนี้ฉันนั่งอยู่ในเจ้าสเตลล่าลูกรัก สายตาจ้องไม่กะพริบไปยังมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์คันโตสีดำสนิทที่จอดอยู่ไม่ไกล ใช่ค่ะ... ฉันมาซุ่มดักรอเขาอยู่ตรงนี้เกือบชั่วโมงแล้ว! ทั้งที่เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนเพิ่งเชิดหน้าประกาศกร้าวกับเพื่อนซี้ว่าจะไม่มีวันลดตัวไปขอคอนแท็กต์หมอนั่นเด็ดขาด แต่จะให้ทำยังไงล่ะ… ก็ยังไม่อยากตายนี่! มือที่เริ่มเย็นเฉียบคว้าโทรศัพท์ขึ้นมากดดูเวลาอย่างลนลาน 16:56... เมื่อวานฉันไปจูบเขาตอนห้าโมงสี่สิบ นั่นหมายความว่าตอนนี้ฉันเหลือเวลาชีวิตแบบคนปกติอีกไม่ถึงชั่วโมงแล้ว! ถ้าเขาไม่ลงมาที่รถล่ะ? ถ้าเขาหายหัวไปไหนสักที่? ขนมเค้กคนนี้จะทำยังไงดีวะเนี่ย! ฉันกัดริมฝีปากแน่น พลางชะโงกหน้ามองประตูทางเชื่อมระหว่างตึกกับลานจอดอย่างกระสับกระส่าย หัวใจเต้น ตึกตัก ตึกตัก เสียงดังจนอยากควักออกมาขยำทิ้งให้เงียบ ๆ ไปเลย หนวกหู! คนก็ยิ่งกลัว ๆ อยู่ แต่แล้วมุมปากฉันก็เผลอยกยิ้มออกมาโดยอัตโนมัติ เมื่อร่างสูงคุ้นตากำลังเดินตรงมาที่มอเตอร์ไซค์คันนั้น ท่าทางกวาดขาคล่อมเบาะชิล ๆ ของเขาดูเหมือนภาพสโลโมชั่นในสายตาฉัน เสร็จโจร… เป้าหมายถูกล็อกเรียบร้อย! ฉันสูดหายใจเข้าลึกๆ เตรียมจะเอื้อมมือไปเปิดประตูสเตลล่าเพื่อพุ่งตัวออกไปขโมยจูบต่อหน้าต่อตาให้มันจบๆ ไป แต่ทว่า... พรึ่บ! บรึ้มมมม! ตาบ้านั่นดันบิดกุญแจสตาร์ทรถอย่างรวดเร็ว เสียงคำรามสนั่นของบิ๊กไบค์ยังไม่ทันจะจางหายไปจากหู เขาก็เบิ้ลเครื่องแล้วบิดทะยานออกไปเฉยเลย! “เวรแล้วไง!!!” ฉันแทบกรี๊ดลั่นในรถ รีบสตาร์ตเครื่องน้องสเตลล่าจนเสียงท่อแผดสนั่น ก่อนจะเหยียบคันเร่งจมมิดไล่ตามหลังเขาไปแบบไม่คิดชีวิต มอเตอร์ไซค์คันโตสีดำนั่นยังเห็นอยู่ลิบๆ ที่หัวโค้งข้างหน้า... แต่โคตรไกล! ถึงน้องสเตลล่าของฉันจะราคาเหยียบแปดหลักก็เถอะ แต่แทรกตัวตามรูจราจรได้เหมือนไอ้สองล้อเบ้อเริ่มนั่นได้ซะที่ไหนกันล่ะ! แถมหมอนั่นยังซิ่งเหมือนรีบกลับไปดูใจหนอนที่บ้านกำลังจะสิ้นใจอีก!! มือเล็กกำพวงมาลัยจนเหงื่อชื้น ริมฝีปากถูกกัดแรงจนชาไปหมด โอ๊ย…จะตามไม่ทันอยู่แล้ว! แต่ไม่กี่นาทีต่อมา… เขากลับชะลอรถแล้วเลี้ยวเข้า VALEN HEIGHTS คอนโดมิเนียมสุดหรูที่คุ้นตา... คอนโดเดียวกับฉัน!! เห็นมั้ยล่ะ ว่าฉันมันผู้หญิงที่โชคดีที่สุดในโลกจริง ๆ เดี๋ยวก่อน…นี่ไม่ใช่เวลามานั่งภูมิใจ! ฉันเหยียบคันเร่งพุ่งตามเข้าไปจอดอย่างไวจนหน้ารถเกือบจะจูบเสา รีบดับเครื่องแล้วกระโจนลงจากรถทันทีสายตารีบกวาดหาแผ่นหลังกว้างของคนตัวสูงที่เมื่อกี้ยังเห็นหลังไวๆ ว่าเขาขับวนเข้ามาแถวนี้ ...แต่หายไปไหนแล้ววะ?! มือที่สั่นเทาคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาเช็กเวลา เหลือแค่ สิบนาที ก่อนครบยี่สิบสี่ชั่วโมงพอดี!!! หัวใจฉันเต้นรัวแรงเหมือนกลองรบที่รัวไม่หยุด ขารีบก้าวออกไปจนเกือบจะสะดุดขาตัวเอง เสียงส้นสูงกระแทกพื้นดังสะท้อนก้องไปทั่วลานจอดรถเงียบๆ ลมหายใจหอบแรงเหมือนอากาศหายไปจากรอบตัว ฉันกวาดตาไปรอบลานจอดอย่างบ้าคลั่ง จนกระทั่งเจอบิ๊กไบค์คันโตของเขาที่จอดสนิทอยู่ไม่ไกล ประตูเชื่อมระหว่างลานจอดกับตัวตึกคอนโดตรงนั้นใกล้รถเขาที่สุด… เขาต้องเข้าไปทางนั้นแน่! ตึก! ตึก! ตึก! ตึก! ฝีเท้าเร่งขึ้นเรื่อย ๆ ก้าวยาวและเร็วขึ้นจนแทบจะเป็นการวิ่ง โอ๊ย… ขอให้เจอทีเถอะ ขอให้ยังเดินไปได้ไม่ไกลด้วยเถอะ! “ฮึ่…ฮะฮะฮะ…” จู่ๆ เสียงหัวเราะต่ำพร่าที่ฟังดูไม่เหมือนเสียงมนุษย์ก็ดังแทรกขึ้นที่ข้างหู พร้อมกับสัมผัสเย็นเยียบเหมือนลมยะเยือกพ่นใส่ต้นคอ! ร่างของฉันแข็งทื่อไปในพริบตา ขนลุกซู่ตั้งแต่ท้ายทอยไล่ลงไปถึงส้นเท้า ลมหายใจสะดุดกึกจนแทบสำลัก ฉันรีบกวาดตามองรอบตัวอย่างบ้าคลั่ง ทว่า… ว่างเปล่า ไม่มีเงาคนสักราย มีเพียงแถวรถที่จอดเรียงรายอยู่อย่างเงียบงันในความสลัว แต่เสียงหัวเราะนั้นยังคงวนเวียนก้องอยู่ในหูไม่หายไปไหน ราวกับเจ้าของเสียงกำลังยืนเบียดไหล่ฉันอยู่! หัวใจดวงน้อยเต้นรัวแรงจนเจ็บหน้าอก มือที่สั่นจนคุมไม่ได้คว้ามือถือขึ้นมาเช็กเวลาอีกครั้ง... 17:35 น. เหลือ…ห้านาที! แสงแดดรำไรที่ลอดเข้ามาในลานจอดเริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำ ก่อนที่เสียง ครืดดด... คราดดด... จะดังลากยาวมาตามพื้นคอนกรีต เหมือนมีตัวอะไรบางอย่างกำลังเลื้อยคลานเข้ามารุมล้อมช้าๆ ตามมาด้วยเสียงกระซิบพร่าที่ซ้อนทับกันนับสิบเสียงรอบตัว คล้ายคนหลายสิบกำลังพูดพร้อมกัน ฉันจับใจความไม่ได้สักคำ แต่มันเย็นยะเยือกไปถึงขั้วหัวใจ! ฉันกัดริมฝีปากแน่น สูดลมหายใจเข้าปอดลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนจะออกแรงวิ่งพุ่งผ่านประตูเชื่อมเข้าสู่ตัวอาคารคอนโดอย่างไม่คิดชีวิต ทันทีที่เท้าก้าวพ้นธรณีประตู กลิ่นคาวเลือดรุนแรงก็พุ่งเข้าปะทะจมูกทันที! มันเป็นกลิ่นสาบเหม็นฉุนจนขมคอจนฉันแทบจะอาเจียนออกมาตรงนั้น แต่สายตายังคงไล่กวาดหาคนตัวสูง ๆ นั่นอย่างร้อนรน คอนโดนี่มันจะกว้างใหญ่ไปถึงไหนเนี่ย! ทั้งที่เป็นคอนโดที่ฉันนอนอยู่ทุกคืนแท้ๆ ไม่เคยคิดว่ามันกว้างขนาดนี้…จนวันนี้นี่แหละ โถงหรูหราทอดไกลออกไปเป็นสองทาง... ซ้ายกับขวา แฮ่ก…แฮ่ก… ฉันหยุดหอบหายใจจนตัวโยน หันมองสลับไปมาอย่างคนสติแตก เขาจะไปทางไหนกันแน่วะ… ขาก็ยาวเป็นเสาไฟ ไม่แน่ว่าป่านนี้ขึ้นห้องไปนอนสบายใจเฉิบแล้วก็ได้! …ฟึ่บ! เงาดำวูบผ่านหางตาจากทุกทิศทาง หนึ่ง... สอง... สามเงาที่ซ้อนทับกันจนดูไม่เป็นรูปทรงมนุษย์ เสียงกระซิบพร่าระงมล้อมรอบหูจนฉันแยกไม่ออกว่ามันใกล้หรือไกล ความเย็นยะเยือกเริ่มไหลทะลักขึ้นมาจากส้นเท้าลามไปถึงต้นคอจนฉันสะดุ้งสุดตัวเมื่อรู้สึกเหมือนมีปลายนิ้วเย็นๆ เฉี่ยวผ่านลำคอไป! ฉันกัดฟันแน่นจนกรามแทบหัก หลับตาลงเสี้ยววินาทีเหมือนกำลังวางเดิมพันครั้งสุดท้ายในชีวิต “เอาวะ…ซ้ายแล้วกัน!” พึมพำกับตัวเองจบก็ลืมตาโพลง พุ่งสุดแรงเกิดไปทางโถงลิฟต์ด้านซ้ายทันที! ขอให้บุญทั้งหมดของขนมเค้กช่วยให้เลือกถูกเถอะ ยืมบุญของอีชาแนลกับอีจีนส์มาสบทบด้วยเลย เอ้า! “อึก…!” ฉันเกือบจะสำลักอากาศตาย เพราะตรงหน้าเต็มไปด้วย ผี! ทั้งเงาดำทะมึนที่ก้มหน้าเดินลากขาเข้าหาฉัน ร่างเน่าเฟะที่คอหักพับเอียงเกือบเก้าสิบองศาจนกระดูกโผล่... และผู้หญิงผมยาวลากพื้น ยืนหันหน้าอัดกำแพงนิ่งไม่ไหวติง ภาพทั้งหมดโผล่รายล้อมรอบตัว และค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเรื่อบ ๆ ราวกับจะบีบให้ฉันกรีดร้องออกมา มือที่สั่นงันงกพยายามคว้ามือถือขึ้นมาเช็กเวลา หน้าจอสว่างวาบขึ้นมาตอกย้ำ... 17:39 น. เหลือ…แค่ หนึ่งนาทีสุดท้าย!!! ตากลมโตของฉันเบิกกว้าง เงยหน้าขึ้นจากหน้าจอโทรศัพท์อย่างลนลาน และนั่น! เจอแล้ว! โซนยืนอยู่ในลิฟต์ตัวนั้น ร่างสูงคุ้นตาในชุดนักศึกษาไม่เรียบร้อย มือข้างหนึ่งของเขาเอื้อมไปกดปุ่มชั้นแบบใจเย็น อย่างคนไม่มีอะไรในชีวิตให้ต้องเร่งรีบ ประตูลิฟต์สีเงินนั่นกำลังเลื่อนเข้าหากัน… ช้าๆ “โซน!!!” ฉันแผดเสียงตะโกนลั่นจนคอแทบแตกไม่ทันได้ห่วงสวยอีกต่อไป เขาชะงักกึก หันขวับมามองฉันทันที ฉันไม่รอแม้แต่เสี้ยววินาที ออกตัววิ่งเต็มแรง ฝ่าดงผีที่กรีดร้องระงมก้องในหู กลิ่นคาวเลือดและสาบสางพุ่งตีขึ้นจมูกจนอยากจะอาเจียนทิ้งมันตรงนั้น ฝ่ามือที่เย็นเฉียบและแข็งกระด้างของเงามะลึ่กตึ่กตั่กพยายามจะคว้าแขนยื้อตัวฉันไว้ แต่ฉันสะบัดสุดเเรงจนหลุด แล้วกระโจนพุ่งเข้าไปในลิฟต์ที่เหลือช่องว่างเพียงแค่นิดเดียว! โครม! ร่างของฉันโถมเข้าใส่เขาเต็มแรงจนแผ่นหลังกว้างกระแทกเข้ากับผนังลิฟต์โลหะดังสนั่น แรงปะทะทำเอาเราทั้งคู่แทบเสียหลักล้มลงไปกองกับพื้น แต่ในจังหวะที่ตัวกำลังจะร่วง แขนแกร่งของเขากลับตวัดรั้งเอวฉันไว้แน่นโดยสัญชาตญาณ ร่างกายเราจึงแนบชิดกันเกินกว่าที่ควร ทว่าในวินาทีนั้น…ฉันไม่สนอะไรแล้ว เอื้อมมือไปโอบคอเขาแน่นราวกับเกาะชูชีพสุดท้ายในทะเลคลั่ง ดวงตาของโซนเบิกกว้างเต็มไปด้วยความงุนงงและสับสน ริมฝีปากขยับเหมือนกำลังจะถามว่าฉันเป็นบ้าอะไร แต่ฉัน… ไม่มีเวลาจะอธิบายอะไรทั้งนั้น! ฉันบดจูบลงบนริมฝีปากเขาอย่างหนักหน่วงแนบสนิท รุนแรง…เหมือนจะกลืนลมหายใจเขาไปทั้งหมด เพียงเสี้ยววินาที... เสียงกรีดร้องที่เคยระงม เสียงกระซิบพร่าชวนประสาทเสีย และภาพเงาดำที่จ้องจะเอาชีวิต รวมถึงกลิ่นคาวเลือดที่เคยคลุ้งจนขมคอ... ทุกอย่างหายไปวับไปกับตาเหมือนไม่เคยเกิดขึ้นจริง เหลือไว้เพียงความเงียบสงัดอึดอัดในลิฟต์ ลมหายใจของฉันยังคงหอบถี่กระทบผิวแก้มเขาแรงๆ ดวงตาทั้งสองข้างปิดสนิท ร่างกายยังสั่นเทาและกอดรัดเขาไว้แน่นอย่างลืมตัว เสียงหัวใจที่เต้นระรัวดั่งกลองศึกยังคงดังก้องอยู่ในอก ตึกตัก… ตึกตัก… ตึกตัก… …รอดแล้ว“อีชาแนล! มึงถือไฟฉายนิ่ง ๆ หน่อยดิวะ กูตาลายไปหมดแล้ว!”ทันทีที่ผมก้าวเท้าลงจากรถ เสียงโวยวายของเพื่อนยัยตัวแสบก็ดังลอยมาตามลมแรงๆ ทำเอาผมชะงักไปนิด บรรยากาศรอบตัวตอนนี้แม่งโคตรวังเวง มีแต่เสียงจิ้งหรีดเรไรที่ดังแข่งกับเสียงแหลมๆ นั่น“ก็กูกลัวอะ!” เจ้าของชื่อตอบเสียงแหลมปรี๊ดกลับไป“ในตำรามันบอกให้จุดเทียนใต้เจดีย์… คือวางรอบ ๆ หรือกองรวมไว้ที่เดียววะ?” ตามมาด้วยเสียงคุ้นหูของยัยตัวแสบว่าแต่… เทียน?ผมขมวดคิ้วมุ่นทันทีขณะค่อยๆ ย่องก้าวเข้าไปอย่างเงียบเชียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ ผมดันจอดรถแอบไว้ไกลไปหน่อย เพราะกลัวแสงสะท้อนหรือเสียงปิดประตูจะสะกิดให้พวกเธอรู้ตัว ผลคือตอนนี้ผมเลยต้องสวมบทนินจาจำเป็น ย่องผ่านพงหญ้ารกๆ และกิ่งไม้หนามที่คอยจะเกี่ยวเสื้ออยู่ตลอดเวลาเชี่ยเอ๊ย… อย่างกับพวกถ้ำมอง!คนหล่อเท่ระดับ โซน คีรินทร์ ต้องมาตกต่ำถึงขั้นมายืนย่อตัวหลบหลังต้นตะเคียนกลางป่าแบบนี้เลยเหรอวะ!?“ในกระทู้บอกให้จุดรอบ ๆ มึงปักเทียนก่อนฝั่งนั้น เดี๋ยวฝั่งนี้กูช่วยปัก แล้วค่อยไล่จุดทีเดียว”“เออๆ ชาแนล มึงส่องไฟต่ำลงหน่อยดิ๊!”“อีเค้ก หลอนกว่าบึงอีก!!”แม่ง… ทำอะไรกันวะ!?ผมค่อยๆ ย่องเข้าไปใกล้ก
วันเสาร์…@มหาวิทยาลัยวาเลนทิรา09:44 | ตึกคณะนิเทศฯเมื่อวันเสาร์มาเยือน…แน่นอนว่าขนมเค้กก็ต้องสะเทือนอีกตามเคยตอนนี้ฉันกำลังก้าวฉับๆ ไปที่ห้องสตูฯ 004 ตามนัดประชุมของเพิร์ธ ในชุดเซ็ตสีเขียวมะกอกโทนพิสตาชิโอที่แค่สวมอยู่บนตัวก็เหมือนมีป้ายของแพงลอยอยู่เหนือหัวกระดุมทองเรียงกลางตัวสะท้อนแสงบ่ายจากกระจกอาคาร ส่วนชายเสื้อครอปที่ปลิวตามลมเบา ๆ ก็ช่วยเผยเอวบอบบางแค่นิด ๆ พอกรุบกริบผมยาวสลวยที่ดูแลมาอย่างดีถูกปล่อยลงถึงเอว กับรองเท้าส้นตึกที่ช่วยเสริมลุคให้ดูสูงโปร่งขึ้นอีกนิดเรียกได้ว่าสวย เริ่ด ไฮแฟชึ่น สมกับเป็นขนมเค้กเวอร์ชันพร้อมลุยงาน!แต่หัวใจดวงน้อยดันลอยไปอยู่ที่…เจดีย์เลือดบ้า ๆ นั่นแทน!อุตส่าห์เลือกชุดสีเขียว เพราะไม่อยากคิดถึงอะไรแดง ๆ แล้วเชียว งานวิจัยยังบอกเลยนะ ว่าสีเขียวช่วยให้ใจสงบ…แต่ไม่ช่วยเลย!!ในหัวมีแต่คำว่า เลือด! เลือด! เลือด! เต็มไปหมด!!เมื่อคืนก็ไม่ต้องพูดถึง…ฉันนอนพลิกไปพลิกมาแทบทั้งคืนตามสเต็ปประจำวันเสาร์แต่คราวนี้อย่างน้อยก็ไม่ต้องช็อปของอลังการเหมือนตอนลงบึง ของที่เตรียมมีแค่ เทียนไข ไฟแช็ก สำลีหนึ่งห่อ แอลกอฮอล์ล้างแผล แล้วก็…มีดกันคิ้วตอนแรกฉัน
ผมโน้มเข้าใกล้ช้า ๆ ปลายนิ้วแตะท้ายทอยเธอเบา ๆ รั้งให้หันกลับมา“ทำอะไรของนาย!” เสียงหวานหลุดออกมาทันทีที่ถูกดึงเข้าใกล้ น้ำเสียงหงุดหงิดปนตกใจ แต่ตานี่…เขียวปั๊ดเลย“…” ผมไม่ตอบ แค่ปล่อยให้สายตาไล่ตามริมฝีปากที่ขยับพูดนั่น“อย่ามาจับ!”แม่ง… เหวี่ยงชิบ!“…อยากจูบ”“อะ…อะไรของนาย! วันนี้ก็จูบไปแล้วไง!”เธอรีบเบือนหน้าหนีทันที แต่ยังไม่ทันจะได้พ้นระยะ มือหนาของผมก็รั้งท้ายทอยเธอไว้แน่นกว่าเดิม ดวงตากลมโตนั่นเบิกกว้างขึ้นเมื่อผมโน้มตัวเข้าใกล้จนระยะห่างลดลงเหลือเพียงไม่กี่เซน“ไม่ใช่จูบแบบนั้น…” ผมยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย เสียงต่ำลงช้า ๆ“หมายถึง… จูบแบบ จูบจริง ๆ”“ก็ไปจูบกับคนอื่นสิ! ฉันไม่ถือ!” ยัยนี่ยกมือกอดอก พูดหน้าตาเฉยทั้งที่ยังโดนผมจับท้ายทอยไว้อยู่“ในดีลก็ไม่ได้ห้ามให้นายไปจ้ำจี้หรือจูบกับใครสักหน่อยนี่!”“จ้ำจี้?” ผมทวนคำนั้นพลางเลิกคิ้ว ถ้าหลุดมาจากปากผู้หญิงคนอื่นคงเฉยๆ แต่พอออกจากปากยัยนี่ที่เชิดหน้าพูด บอกเลย… โคตรพิลึก“ก็ใช่น่ะสิ! จะไปทำกับใครก็เชิญเลย!”“ฉันไม่เคยจูบใคร” ผมพูดเรียบ ๆ แต่แววตายังจับอยู่ที่ริมฝีปากชมพูนั่นไม่ละ“เธอมาขโมยจูบก่อน… ก็ต้องรับผิดชอบสิ”“โอ๊ย! ใ
ฉันยังใจสั่นไม่หายตั้งแต่ฟังเรื่องสยองนั่น บอกตัวเองว่า ‘ไม่กลัว ๆ’ ไปเป็นร้อยล้านรอบ แต่ในหัวเจ้ากรรมกลับดันจินตนาการภาพผู้หญิงอมเทียนนั่งขดตัวหัวโขกผนังไห น้ำตาไหลเป็นเลือดไม่หยุดไม่หย่อนขึ้นมาซะอย่างนั้น!สุดท้ายเลยแย่งบทโชเฟอร์ แล้วเหยียบคันเร่งพาน้องสเตลล่าพุ่งกลับมหา’ลัยแทบจะล้อไม่ติดพื้นไม่ดงไม่ดูมันแล้ว! เจดีย์บ้าอะไรนั่น!! เอาเวลาไปมาส์กหน้ายังดีซะกว่า!!แต่ฮืออ… ยังไงวันเสาร์ก็ต้องไปอยู่ดีนี่สิครั้งที่แล้วเกือบถูกดึงลงบึง ครั้งนี้ถ้าโดนดึงลงไหจะหนียังไงล่ะ ขนมเค้กก็กลัวเป็นนะ!ฉันจอดเจ้าสเตลล่าไว้ตรงที่ประจำในลานจอดใต้ตึกคณะ สองเพื่อนเลิฟแยกย้ายกลับบ้านกันไปหมดแล้ว เหลือแต่ฉันคนเดียวที่ต้องนั่งแกร่วอยู่ในรถเพื่อรอชายหนุ่มผู้มีหน้าที่… จุมพิตโว้ย! อย่างกับเป็นสโนว์ไวท์ ถ้าไม่โดนจูบก็ต้องตาย!ต่างกันแค่อย่างเดียวที่ฉันไม่มีเจ้าชายสุดเพอร์เฟ็กต์! มีแต่ไอ้คนกวนประสาทหลงตัวเองนั่นแหละ! น่าหงุดหงิดที่สุดเลย!ยังไม่ทันขาดคำ ร่างสูงที่ฉันกำลังบ่นถึงก็เดินออกมาจากตึกคณะพอดีเขายกมือเสยผมเหมือนทุกที แต่วันนี้กลับดูอึน ๆ แปลกไปนิด ไม่ได้ยักคิ้วหรือทำหน้าชื่นมื่นอย่างเคย แค่เดินมาห
KANOMCAKE TALK—14:12 | วันพฤหัสฯหลังวันประชุมโปรเจกต์ที่แสนจะประสาทเสียวันนั้น ทุกอย่างก็ยังนิ่งสนิทเหมือนน้ำในบึงลูนา ไม่มีอะไรคืบหน้าเพิ่มเลยนอกจากไลน์กลุ่มที่เพิร์ธสร้างไว้ ชื่อโคตรจะเรียบว่า Valen tourมีอยู่แค่ข้อความเดียวที่เขาพิมพ์หลังประชุมว่า ‘ขอเคลียร์โปรเจกต์เก่าก่อนนะครับ นัดประชุมอีกทีวันเสาร์ สิบโมง ที่ห้องสตูฯ004’ ก็ห้องเดียวกับที่ฉันเคยไปหาโซนนั่นแหละจากนั้นทั้งทีมก็หมกตัวอยู่ในนั้นกันหมด ทำให้จากที่ปกติฉันต้องเป็นฝ่ายขึ้นไปจูบเขาถึงถิ่น คราวนี้เลยต้องเปลี่ยนมานั่งรอให้หมอนั่นลงมาเสิร์ฟจูบเหมือนบ๋อยเสิร์ฟอาหาร อยู่ในน้องสเตลล่ารถหรูสุดที่รักของฉันที่ลานจอดคณะทุกเย็นแทนซึ่งขอบอกเลยว่า… โคตรทุเรศ!แต่ก็เริ่มทำใจได้แล้ว…ซะที่ไหนกันล่ะ! หงุดหงิดกับคำสาปบ้านี่จะตายชักอยู่แล้วนะ!!ช่างมันก่อนเถอะ ตอนนี้ฉันกับสองเพื่อนสุดเลิฟกำลังมุ่งหน้าไปเจดีย์เลือดฝังตามพิกัดที่จีนส์ปักไว้ใน GPS โดยมีมันเองนั่นแหละรับบทเป็นโชเฟอร์ของวันนี้แต่เจ้าตัวดันเลี้ยวผิดทางไปหกเจ็ดรอบเต็ม ๆ กว่าจะขับเข้ามาถูก ซึ่งก็ไม่แปลกหรอกเพราะทางมันอย่างกับเขาวงกตพอเริ่มขับลึกเข้ามา ถนนลาดยางก็เปลี่ยนเ
KANOMCAKE TALKS—วันถัดมา…@มหาวิทยาลัยวาเลนทิรา12:48 | ห้องประชุมหลังเรียนคลาสเช้าเสร็จ ฉันก็แยกกับชาแนลและจีนส์เพื่อมาประชุมกับทีมงานโปรเจกต์ Valentira Campus Tour ตามที่อาจารย์นัดไว้มือเล็กผลักประตูห้องเข้าไปเบา ๆ แกร๊ก—แล้วก็เท่านั้นแหละ… ขาเจ้ากรรมถึงกับชะงักคาที่โต๊ะประชุมยาวกลางห้องมีอาจารย์สองคนกับนักศึกษาชายสี่คนที่นั่งอยู่ก่อนแล้ว และใช่ค่ะ… หนึ่งในนั้นคือ หมอนั่น!สายตาคมกริบคู่นั้นเหลือบมามองฉันช้าๆ ก่อนจะยกยิ้มมุมปาก เขาดูไม่แปลกใจเลยแม้แต่นิดที่เห็นฉันโผล่มา แถมสีหน้ายังชื่นมื่นเหมือนคนเพิ่งถูกหวยตรงกับทะเบียนรถตัวเองเมื่อเช้าอีกต่างหากมานั่งทำบ้าอะไรที่นี่วะ!?“อ๊ะ มาพอดีเลย คุณขนมเค้ก”เสียงอาจารย์ผู้หญิงดังขึ้น ทำให้ฉันต้องรีบหันกลับไป ยกมือไหว้อาจารย์ทั้งสองแทบไม่ทัน“เชิญนั่งก่อนค่ะ อันนี้ทีมโปรดักชัน จะได้ทำความรู้จักกันไว้”ทีมโปรดักชัน…!?ฉันเหลือบตาไปมองอีกที พอเห็นหน้าหมอนั่นก็ถึงกับต้องกัดปากแน่นยังมีหน้ามายักคิ้วให้ฉันหนึ่งทีอีก! ดูจากท่าทางก็รู้เลยว่ารู้อยู่แล้วแน่ ๆ! นี่มันตั้งใจกวนประสาทกันสุดชีวิต!โอ๊ย… แค่เจอทุกเย็นก็จะเป็นบ้า! แบบนี้ต้องเจอบ่
วันเสาร์ที่บอกว่ายอมลงบึงสิบรอบยังดีซะกว่า…ฉันขอถอนคำพูดนั้นคืนทั้งหมด!เมื่อคืนทั้งคืนฉันแทบไม่ได้ข่มตาหลับเลยสักวินาทีเดียว ภาพบึงลูนาบ้า ๆ นั่นมันวนเวียนหลอกหลอนอยู่ในหัวไม่หยุดหย่อนแค่พยายามจะหลับตา ภาพน้ำสีเขียวขุ่นข้นสภาพเหมือนแกงจืดบูดค้างปีที่จู่ๆ ก็เปลี่ยนเป็นใสแจ๋วก็ผุดขึ้นมาซ้ำๆ พร้อม
16:22 | ตึกคณะนิเทศศาสตร์ได้ฟังเรื่องของยายจำปีมา ถึงจะน่ากลัวจนขนลุกก็เถอะ…แต่อย่างน้อยตอนนี้ก็หมดข้อสงสัยไปหนึ่งเรื่อง ว่าทำไมตำรานั่นถึง “โชว์ของ” ให้ดูไม่หยุดทั้งการล็อกหน้าที่เหลือไม่ให้เปิดล่วงหน้า ทั้งข้อความที่มีแค่ฉันที่เห็น หรือข้อมูลสถานที่ที่เปลี่ยนไปมาได้เองเฉยๆ ...ถ้างั้นก็แปลว่าท
วันต่อมา…15:35 | ห้าง SOLENE Mallหลังจากเมื่อวานไปเจอบึงลูนาสุดสะพรึงมาเต็มตา ฉันยังตัดสินไม่ได้เลยว่า ผี กับ แบคทีเรียในน้ำ อะไรน่ากลัวกว่ากันแค่คิดถึงกลิ่นโคลนสาบๆ กับน้ำสีเขียวขุ่นเข้มเหมือนแกงบูดนั่น ก็อยากกลืนแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อก่อนลงบึงแล้วด้วยซ้ำ!แต่ทำไม่ได้…เพราะงั้นหลังเรียนคลาสเช้าเสร็
16:55 | หน้าคอนโด VALEN HEIGHTSฉันนั่งอยู่ในน้องสเตลล่าคันเดิม เครื่องยนต์ยังทำงานอยู่ แอร์เย็นฉ่ำจนมือที่กำพวงมาลัยเริ่มชาไปหมด แต่เชื่อเถอะว่าข้างในใจฉันน่ะร้อนรุ่มยิ่งกว่าลาวา!ทั้งที่ไม่อยากเห็นหน้าหมอนั่นอีกแล้วแท้ ๆ แต่ก็ต้องมานั่งรอให้เขาออกมาเพื่อจูบแย่ชะมัด ขนมเค้กตกต่ำถึงขั้นต้องมานั่งน


![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




