Masuk12:15 | โรงอาหารคณะนิเทศฯ
“เฮ้ยยย! อิงค์ส่งมาแล้ว!” เสียงจีนส์ดังลั่นกลางโรงอาหารที่ผู้คนกำลังพลุกพล่าน ฉันที่เพิ่งอ้าปากจะตักข้าวกะเพราไข่ดาวคำสุดท้ายเข้าปากถึงกับสะดุ้งโหยงจนเกือบทำช้อนหล่น ไม่พูดเปล่า... ยัยเพื่อนตัวดีนี่ยังตบโต๊ะรัวๆ จนกลุ่มเด็กโต๊ะข้างๆ หันพรึ่บมามองกันเป็นแถว! “กูส่งเข้าไลน์กลุ่มแล้ว อ่าน ๆ ๆ เร็ว!” ฉันรีบเคี้ยวข้าวคำนั้นจนแทบจะกลืนลงไปทั้งเม็ด ก่อนจะคว้าวานิลาลาเต้เย็นแก้วโปรดมาดูดหนึ่งอึกใหญ่เพื่อดับอาการคอแห้งผาก แล้วรีบจิ้มเปิดแอปฯ ไลน์ทันที หน้าจอสว่างวาบขึ้นมาพร้อมข้อความยาวเหยียดที่ถูกฟอร์เวิร์ดมา... LINE —มีผัวกดออกไปเลยค่ะ👠 (3) Jeens: ผู้หญิงในตระกูลนี้ พอเข้าสู่วัยสาว (เริ่มมีประจำเดือน) จะสามารถมองเห็นผี และโลกวิญญาณทั้งหมดได้ ถ้าอยากหยุดไม่ให้เห็น ต้อง “จูบกับผู้ที่เป็นคู่ชะตา” วันละ 1 ครั้ง ถึงจะกันผีได้ 24 ชม. แต่ถ้าพลาดแม้เพียงวันเดียว จะถูกผีเร่ร่อนห้อมล้อม และพลังชีวิตจะถูกดูดไปเรื่อย ๆ จนหมด ไม่มีทางกู้คืนได้ ถ้าอยากปลดคำสาป ต้องออกล่าแร่ทั้งเจ็ด โดยแร่เหล่านี้จะปรากฏเฉพาะใน คืนวันเสาร์ เท่านั้น เวลาที่ดวงจันทร์ขึ้นตรงขอบฟ้า ผู้ถือกำไลถึงจะมองเห็นปริศนาและสามารถเก็บแร่ได้ ถ้าพลาด ต้องรออีก 7 วันถึงจะหาต่อได้ แร่ก้อนแรกชื่อ กริโซรา อยู่ที่ “บึงเงาจันทรา” จะปรากฏเฉพาะยามจันทร์เต็มดวง ต้องดำลงไปถึงก้นบึงถึงจะเจอ แต่ต้องระวังเสียงหัวเราะใต้น้ำ ห้ามเผลอตามไป ไม่งั้นจะตายและกลายเป็นวิญญาณอยู่ที่นั่นตลอดไป อีกอย่าง ถ้ายังไม่ได้แร่ก่อนหน้า หน้าถัดไปของตำราจะไม่เปิด ต้องเก็บแร่ตามลำดับเท่านั้น ฉันกวาดตาอ่านไล่ทีละบรรทัด… ไม่ติดอะไรเลย นอกจากประโยคเดียวที่ทำเอาหน้าเหวอ ‘แร่จะปรากฏเฉพาะใน คืนวันเสาร์ เท่านั้น’ …เฉพาะวันเสาร์?! เสาร์ละก้อน?! ไม่ใช่ว่าให้ฉันกระโดดลงบึงครั้งเดียวแล้วโกยแร่ขึ้นมาให้ครบเจ็ดชิ้นรวดเดียวจบหรอกเหรอ?! นั่นหมายความว่า... ฉันต้องออกล่าแร่เจ็ดเสาร์ติด! เจ็ดสัปดาห์เต็ม ๆ !!! นี่ฉันต้องไปจูบหมอนั่น…เกือบสองเดือนเลยหรอ!!! เมื่อวานฉันอุตส่าห์รีบบึ่งน้องสเตลล่ากลับบ้านไปเอาตำรา กะว่าวันนี้แค่หลับตาจูบๆ ให้จบวันเดียวแล้ววิ่งหนีไป คืนนี้ก็เก็บแร่ให้ครบ จบปิ๊ง! ชีวิตเพอร์เฟ็กต์คัมแบค! แต่ไม่ใช่ว่ะ… ไม่ใช่แล้ว… ไม่ใช่เลย!! โอ๊ยยย! จะทำยังไงดี จะให้กรี๊ดลั่นกลางโรงอาหารตอนนี้ก็ไม่สวยอีก! หรือจะยอมให้ผีสิง ตาย ๆ ไปให้มันจบ ๆ กันไปเลยดีวะ! พูดเล่น… ยังอยากมีชีวิตเพอร์เฟ็กต์อยู่ ชาติหน้าจะได้เกิดมาสวยแบบนี้อีกไหมก็ไม่รู้ ถ้าไปเกิดเป็นมดแล้วโดนบี้ตายคงอนาถเกิน “บึงเงาจันทราคือบึงลูนา อยู่ไม่ไกลมอเรานี่” เสียงจีนส์ดังขึ้นแทรกกลางพายุความวุ่นวายในหัวฉัน มันพูดพลางก้มหน้าไถโทรศัพท์หาข้อมูลอย่างเอาเป็นเอาตาย “สมัยก่อนชาวบ้านเรียกแบบนี้แหละ กูเจอข้อมูลแล้ว” “ห๊ะ?! ต้องมุดน้ำตอนดึกในบึงร้างนั่นอะนะ” ชาแนลร้องเสียงสูงปรี๊ด “ชิบหายละอีเค้ก” ฉันถอนหายใจแรง เสยผมยาวสลวยอย่างหงุดหงิด “ไม่มีอะไรชิบหายเท่าต้องหาแร่สัปดาห์ละก้อนแล้วปะ” “เอ้า! นี่มึงไม่ได้รู้ตั้งแต่แรกเหรอ?” จีนส์เลิกคิ้วเงยหน้ามองงง ๆ “กูคิดว่าวันเดียวจบ” ชาแนลทำตาโต “อ๋ออออ ตอนแรกมึงกะให้แค่ผ่านวันนี้ไปใช่ปะ” “เออสิ!!” ฉันเผลอโพล่งเสียงดังจนโต๊ะข้าง ๆ หันมามองกันพรึ่บ เลยรีบสะบัดผมสวย ๆ ไปหนึ่งที ก่อนจะกัดฟันพูดรอดไรฟันออกมาด้วยเสียงที่เบาจนแทบเป็นกระซิบ “ใครมันจะอยากไปจูบอีตาบ้านั่นทุกวันวะ!” สูดลมหายใจเข้าลึก ยุบหนอ…พองหนอ… เสาร์หนอ… จูบหนอ… โอ๊ย! ใจเย็นไว้ขนมเค้ก! มือเล็กคว้าแก้ววนิลาลาเต้ขึ้นมาดูดแรง ๆ สองอึกติด ไม่ได้ดับกระหาย แต่จะดับไฟในอกนี่แหละ ก่อนจะลุกขึ้นก้าวยาว ๆ ออกจากโต๊ะ “ไปเรียนกันดีกว่า” “ไปเรียน หรือจะไปหาที่กรี๊ดกันแน่วะ?” ชาแนลหัวเราะร่วน ส่วนจีนส์ก็ได้แต่ส่ายหัวขำ เพื่อนพวกนี้มันรู้ทันเกินไปจริง ๆ ยังไม่ทันก้าวพ้นโต๊ะดี ชาแนลก็เอาศอกสะกิดสีข้างฉันยิก ๆ ก่อนจะพยักพเยิดหน้าไปทางทางเข้าโรงอาหารด้วยสายตาเป็นประกาย “นู่นไง เป้าหมายมึงมาแล้วค่ะ” ฉันชะงักกึก หันมองตามสายตาอย่างเสียไม่ได้... แล้วหัวใจเจ้ากรรมก็หล่นวูบลงไปกองอยู่ที่ตาตุ่มทันทีเมื่อเห็นกลุ่มผู้ชายสี่คนที่เดินตรงเข้ามา และใช่…หนึ่งในนั้นก็คือ หมอนั่น ผู้ชายที่ฉันเพิ่งมอบจูบแรกไปเมื่อวาน!!! ………. ZONE TALKS— “เฮ้ย ๆ นางฟ้าโว้ย” ไอ้ไคน์โพล่งขึ้น พลางพยักคางชี้ไปทางกลุ่มสาวๆ ที่กำลังเดินสวนออกมาจากโต๊ะอาหาร ผมกับอีกสองตัวก็หันขวับตามไปพร้อมกัน “เชี่ย… โคตรขาว! เหมือนแดกหลอดไฟเป็นอาหาร!!” ไทก้าว่าเสียงลั่น แววตาแม่งเยิ้มเลย “จริงว่ะ กำลังเดินตรงมาทางนี้ด้วย” ไคน์แสยะยิ้ม ก่อนหรี่ตาหันมามองผม “ดูทรงไอโซนแม่งไม่ได้โม้” ผมยกยิ้มมุมปาก “กูบอกพวกมึงแล้วไง...ว่าแม่งชอบกู” เธอกับเพื่อนอีกสองคนกำลังเดินตรงเข้ามาจริง ๆ แทบไม่ต้องเดาให้เสียเวลาเลย ทรงนี้ร้อยทั้งร้อยคงจะมาขอคอนแท็กต์ หรือไม่ก็คงมาสะกิดขอคุยด้วยเหมือนสาวๆ ที่ผ่านมานั่นแหละ คืนนี้ผมคงได้สวมบทเทวดา... เพราะจะพานางฟ้าขึ้นสวรรค์ แค่คิดก็โคตรฟินแล้ว …จนกระทั่ง เธอมาหยุดตรงหน้า ยกแก้วกาแฟขึ้นดูดหนึ่งอึก แล้วใช่ครับ… เธอเดินผ่านไปเฉยเลย! ไม่แม้แต่ชายตามอง ไม่มีการชะงัก หรือแม้แต่เศษเสี้ยวของอาการเขินอายที่ควรจะมี เธอแค่ยกมือขึ้นทัดผมเข้าที่ใบหูแบบชิลๆ เหมือนพวกผมทั้งสี่คนเป็นแค่เสาไฟข้างถนน... …หรือไม่ก็แค่หินก้อนจิ๋วที่เตะทิ้งแล้วเดินต่อ! เพียงแค่เธอเดินพ้นไปไม่กี่ก้าว... เสียงไอ้สามตัวก็ระเบิดหัวเราะตามสคริปต์ “กูขำขี้จะแตก!! ฮ่าๆๆๆๆ” ไอ้ไทก้าตบไหล่ไอเพิร์ธเสียงดังป้าบ “สัสเอ๊ย! หน้ายังไม่มองเลย” ไอ้ไคน์หัวเราะจนเกือบหงายหลัง เออ…ขำกันใหญ่ ไอ้เพิร์ธตบบ่าผมเบา ๆ แต่ปากแม่งยังยิ้มอยู่เต็มหน้า “เอาน่า กูเข้าใจ…ลองหาเป้าหมายใหม่ที่กินง่ายกว่านี้เหอะว่ะ” คำพูดเหมือนปลอบใจ แต่แววตานี่คือหัวเราะเยาะถากถางกันชัดๆ โว้ย! อะไรของยัยนั่นวะ เดินเอาน้ำในแก้วมาสาดใส่หน้ายังเจ็บน้อยกว่าอีก! เมื่อวานยังเป็นฝ่ายมาจูบเองอยู่แท้ๆ วันนี้กลับทำเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น ผู้หญิงคนนี้… ทำผมหงุดหงิดชิบหาย! ………… KANOMCAKE TALKS— “ทำอะไรของมึงอีเค้ก! กูบอกให้มึงเดินเข้าไปขอคอนแท็กมัน ไม่ใช่ไปดูดน้ำโชว์!” จีนส์โวยลั่นทันทีที่เดินพ้นระยะสายตากลุ่มนั้น “นี่กูขนมเค้กเชียวนะ!” ฉันเชิดหน้าขึ้นจนคอตั้งทันที “ทำไมต้องลดตัวไปทำอะไรแบบนั้นด้วยล่ะ!” จะให้เดินไปขอไลน์ผู้ชายที่สาวเกือบทั้งมหาวิทยาลัยจ้องจะงาบต่อหน้าคนทั้งโรงอาหารเนี่ยนะ? ฝันไปเถอะค่ะ! จีนส์ถอนหายใจพรืด มองฉันเหมือนอยากเขกหัวแรง ๆ “มึงสมองเสื่อมหรอ มึงต้องง้อเขาค่ะ! อยากโดนผีสิงจริง ๆ หรือไง!” “เออเว้ย” ชาแนลพยักหน้ารัว ๆ สนับสนุน “หน้าอย่างมึงอะโซนมันสนใจอยู่แล้วแน่ ๆ แค่มึงเดินไปยื่นมือถือให้หน้าซื่อๆ มันคงรีบแย่งไปกดแอดไลน์แทบไม่ทันเลยมั้ง” “โอ๊ย! ทุเรศออก!” ฉันกลอกตามองบน เอือมเต็มที “อีบ้า! เมื่อวานไปจับมันจูบกลางลานจอดรถอะ ไม่ทุเรศเลยเนอะ!” ชาแนลยื่นหน้ามาจ้องตาเขม็ง “ถามจริง… ไม่ติดใจสักนิดเหรอ มึงคิดซะว่าได้กำไรดิ มันก็โคตรน่าจูบออก” “อี๋!” ฉันหันขวับไปมองหน้าเพื่อนทันที “น่าจูบกะผีน่ะสิ! เมื่อวานกูต้องกลั้นหายใจเอาปากไปแปะ ๆ จะได้จบๆ!” ว่าจบก็เบะปากยี๊ไปหนึ่งที จีนส์หัวเราะหยัน “อะจ้าาา~ คำก็อี๋ สองคำก็ทุเรศ... ระวังเหอะ วันไหนมึงเผลอไปหลงเสน่ห์มันขึ้นมา กูนี่แหละจะขำให้ฟันร่วงเลย” “ไม่มีทาง!” ฉันสะบัดผมแรงๆ จนปลายผมปลิวไสว เชิดหน้าพูดชัดถ้อยชัดคำ “ผู้ชายแบบนั้น…ไม่คู่ควรกับขนมเค้กคนนี้สักนิด!” “โว๊ะ!!!” เพื่อนทั้งสองพร้อมใจกันสะบัดหน้าหนีแทบจะพร้อมกัน อะไรอะ! ฉันพูดผิดตรงไหนกัน? ก็หมอนั่นควรดีใจด้วยซ้ำ ที่คนอย่างฉันยอมลดตัวไปจูบ“อีชาแนล! มึงถือไฟฉายนิ่ง ๆ หน่อยดิวะ กูตาลายไปหมดแล้ว!”ทันทีที่ผมก้าวเท้าลงจากรถ เสียงโวยวายของเพื่อนยัยตัวแสบก็ดังลอยมาตามลมแรงๆ ทำเอาผมชะงักไปนิด บรรยากาศรอบตัวตอนนี้แม่งโคตรวังเวง มีแต่เสียงจิ้งหรีดเรไรที่ดังแข่งกับเสียงแหลมๆ นั่น“ก็กูกลัวอะ!” เจ้าของชื่อตอบเสียงแหลมปรี๊ดกลับไป“ในตำรามันบอกให้จุดเทียนใต้เจดีย์… คือวางรอบ ๆ หรือกองรวมไว้ที่เดียววะ?” ตามมาด้วยเสียงคุ้นหูของยัยตัวแสบว่าแต่… เทียน?ผมขมวดคิ้วมุ่นทันทีขณะค่อยๆ ย่องก้าวเข้าไปอย่างเงียบเชียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ ผมดันจอดรถแอบไว้ไกลไปหน่อย เพราะกลัวแสงสะท้อนหรือเสียงปิดประตูจะสะกิดให้พวกเธอรู้ตัว ผลคือตอนนี้ผมเลยต้องสวมบทนินจาจำเป็น ย่องผ่านพงหญ้ารกๆ และกิ่งไม้หนามที่คอยจะเกี่ยวเสื้ออยู่ตลอดเวลาเชี่ยเอ๊ย… อย่างกับพวกถ้ำมอง!คนหล่อเท่ระดับ โซน คีรินทร์ ต้องมาตกต่ำถึงขั้นมายืนย่อตัวหลบหลังต้นตะเคียนกลางป่าแบบนี้เลยเหรอวะ!?“ในกระทู้บอกให้จุดรอบ ๆ มึงปักเทียนก่อนฝั่งนั้น เดี๋ยวฝั่งนี้กูช่วยปัก แล้วค่อยไล่จุดทีเดียว”“เออๆ ชาแนล มึงส่องไฟต่ำลงหน่อยดิ๊!”“อีเค้ก หลอนกว่าบึงอีก!!”แม่ง… ทำอะไรกันวะ!?ผมค่อยๆ ย่องเข้าไปใกล้ก
วันเสาร์…@มหาวิทยาลัยวาเลนทิรา09:44 | ตึกคณะนิเทศฯเมื่อวันเสาร์มาเยือน…แน่นอนว่าขนมเค้กก็ต้องสะเทือนอีกตามเคยตอนนี้ฉันกำลังก้าวฉับๆ ไปที่ห้องสตูฯ 004 ตามนัดประชุมของเพิร์ธ ในชุดเซ็ตสีเขียวมะกอกโทนพิสตาชิโอที่แค่สวมอยู่บนตัวก็เหมือนมีป้ายของแพงลอยอยู่เหนือหัวกระดุมทองเรียงกลางตัวสะท้อนแสงบ่ายจากกระจกอาคาร ส่วนชายเสื้อครอปที่ปลิวตามลมเบา ๆ ก็ช่วยเผยเอวบอบบางแค่นิด ๆ พอกรุบกริบผมยาวสลวยที่ดูแลมาอย่างดีถูกปล่อยลงถึงเอว กับรองเท้าส้นตึกที่ช่วยเสริมลุคให้ดูสูงโปร่งขึ้นอีกนิดเรียกได้ว่าสวย เริ่ด ไฮแฟชึ่น สมกับเป็นขนมเค้กเวอร์ชันพร้อมลุยงาน!แต่หัวใจดวงน้อยดันลอยไปอยู่ที่…เจดีย์เลือดบ้า ๆ นั่นแทน!อุตส่าห์เลือกชุดสีเขียว เพราะไม่อยากคิดถึงอะไรแดง ๆ แล้วเชียว งานวิจัยยังบอกเลยนะ ว่าสีเขียวช่วยให้ใจสงบ…แต่ไม่ช่วยเลย!!ในหัวมีแต่คำว่า เลือด! เลือด! เลือด! เต็มไปหมด!!เมื่อคืนก็ไม่ต้องพูดถึง…ฉันนอนพลิกไปพลิกมาแทบทั้งคืนตามสเต็ปประจำวันเสาร์แต่คราวนี้อย่างน้อยก็ไม่ต้องช็อปของอลังการเหมือนตอนลงบึง ของที่เตรียมมีแค่ เทียนไข ไฟแช็ก สำลีหนึ่งห่อ แอลกอฮอล์ล้างแผล แล้วก็…มีดกันคิ้วตอนแรกฉัน
ผมโน้มเข้าใกล้ช้า ๆ ปลายนิ้วแตะท้ายทอยเธอเบา ๆ รั้งให้หันกลับมา“ทำอะไรของนาย!” เสียงหวานหลุดออกมาทันทีที่ถูกดึงเข้าใกล้ น้ำเสียงหงุดหงิดปนตกใจ แต่ตานี่…เขียวปั๊ดเลย“…” ผมไม่ตอบ แค่ปล่อยให้สายตาไล่ตามริมฝีปากที่ขยับพูดนั่น“อย่ามาจับ!”แม่ง… เหวี่ยงชิบ!“…อยากจูบ”“อะ…อะไรของนาย! วันนี้ก็จูบไปแล้วไง!”เธอรีบเบือนหน้าหนีทันที แต่ยังไม่ทันจะได้พ้นระยะ มือหนาของผมก็รั้งท้ายทอยเธอไว้แน่นกว่าเดิม ดวงตากลมโตนั่นเบิกกว้างขึ้นเมื่อผมโน้มตัวเข้าใกล้จนระยะห่างลดลงเหลือเพียงไม่กี่เซน“ไม่ใช่จูบแบบนั้น…” ผมยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย เสียงต่ำลงช้า ๆ“หมายถึง… จูบแบบ จูบจริง ๆ”“ก็ไปจูบกับคนอื่นสิ! ฉันไม่ถือ!” ยัยนี่ยกมือกอดอก พูดหน้าตาเฉยทั้งที่ยังโดนผมจับท้ายทอยไว้อยู่“ในดีลก็ไม่ได้ห้ามให้นายไปจ้ำจี้หรือจูบกับใครสักหน่อยนี่!”“จ้ำจี้?” ผมทวนคำนั้นพลางเลิกคิ้ว ถ้าหลุดมาจากปากผู้หญิงคนอื่นคงเฉยๆ แต่พอออกจากปากยัยนี่ที่เชิดหน้าพูด บอกเลย… โคตรพิลึก“ก็ใช่น่ะสิ! จะไปทำกับใครก็เชิญเลย!”“ฉันไม่เคยจูบใคร” ผมพูดเรียบ ๆ แต่แววตายังจับอยู่ที่ริมฝีปากชมพูนั่นไม่ละ“เธอมาขโมยจูบก่อน… ก็ต้องรับผิดชอบสิ”“โอ๊ย! ใ
ฉันยังใจสั่นไม่หายตั้งแต่ฟังเรื่องสยองนั่น บอกตัวเองว่า ‘ไม่กลัว ๆ’ ไปเป็นร้อยล้านรอบ แต่ในหัวเจ้ากรรมกลับดันจินตนาการภาพผู้หญิงอมเทียนนั่งขดตัวหัวโขกผนังไห น้ำตาไหลเป็นเลือดไม่หยุดไม่หย่อนขึ้นมาซะอย่างนั้น!สุดท้ายเลยแย่งบทโชเฟอร์ แล้วเหยียบคันเร่งพาน้องสเตลล่าพุ่งกลับมหา’ลัยแทบจะล้อไม่ติดพื้นไม่ดงไม่ดูมันแล้ว! เจดีย์บ้าอะไรนั่น!! เอาเวลาไปมาส์กหน้ายังดีซะกว่า!!แต่ฮืออ… ยังไงวันเสาร์ก็ต้องไปอยู่ดีนี่สิครั้งที่แล้วเกือบถูกดึงลงบึง ครั้งนี้ถ้าโดนดึงลงไหจะหนียังไงล่ะ ขนมเค้กก็กลัวเป็นนะ!ฉันจอดเจ้าสเตลล่าไว้ตรงที่ประจำในลานจอดใต้ตึกคณะ สองเพื่อนเลิฟแยกย้ายกลับบ้านกันไปหมดแล้ว เหลือแต่ฉันคนเดียวที่ต้องนั่งแกร่วอยู่ในรถเพื่อรอชายหนุ่มผู้มีหน้าที่… จุมพิตโว้ย! อย่างกับเป็นสโนว์ไวท์ ถ้าไม่โดนจูบก็ต้องตาย!ต่างกันแค่อย่างเดียวที่ฉันไม่มีเจ้าชายสุดเพอร์เฟ็กต์! มีแต่ไอ้คนกวนประสาทหลงตัวเองนั่นแหละ! น่าหงุดหงิดที่สุดเลย!ยังไม่ทันขาดคำ ร่างสูงที่ฉันกำลังบ่นถึงก็เดินออกมาจากตึกคณะพอดีเขายกมือเสยผมเหมือนทุกที แต่วันนี้กลับดูอึน ๆ แปลกไปนิด ไม่ได้ยักคิ้วหรือทำหน้าชื่นมื่นอย่างเคย แค่เดินมาห
KANOMCAKE TALK—14:12 | วันพฤหัสฯหลังวันประชุมโปรเจกต์ที่แสนจะประสาทเสียวันนั้น ทุกอย่างก็ยังนิ่งสนิทเหมือนน้ำในบึงลูนา ไม่มีอะไรคืบหน้าเพิ่มเลยนอกจากไลน์กลุ่มที่เพิร์ธสร้างไว้ ชื่อโคตรจะเรียบว่า Valen tourมีอยู่แค่ข้อความเดียวที่เขาพิมพ์หลังประชุมว่า ‘ขอเคลียร์โปรเจกต์เก่าก่อนนะครับ นัดประชุมอีกทีวันเสาร์ สิบโมง ที่ห้องสตูฯ004’ ก็ห้องเดียวกับที่ฉันเคยไปหาโซนนั่นแหละจากนั้นทั้งทีมก็หมกตัวอยู่ในนั้นกันหมด ทำให้จากที่ปกติฉันต้องเป็นฝ่ายขึ้นไปจูบเขาถึงถิ่น คราวนี้เลยต้องเปลี่ยนมานั่งรอให้หมอนั่นลงมาเสิร์ฟจูบเหมือนบ๋อยเสิร์ฟอาหาร อยู่ในน้องสเตลล่ารถหรูสุดที่รักของฉันที่ลานจอดคณะทุกเย็นแทนซึ่งขอบอกเลยว่า… โคตรทุเรศ!แต่ก็เริ่มทำใจได้แล้ว…ซะที่ไหนกันล่ะ! หงุดหงิดกับคำสาปบ้านี่จะตายชักอยู่แล้วนะ!!ช่างมันก่อนเถอะ ตอนนี้ฉันกับสองเพื่อนสุดเลิฟกำลังมุ่งหน้าไปเจดีย์เลือดฝังตามพิกัดที่จีนส์ปักไว้ใน GPS โดยมีมันเองนั่นแหละรับบทเป็นโชเฟอร์ของวันนี้แต่เจ้าตัวดันเลี้ยวผิดทางไปหกเจ็ดรอบเต็ม ๆ กว่าจะขับเข้ามาถูก ซึ่งก็ไม่แปลกหรอกเพราะทางมันอย่างกับเขาวงกตพอเริ่มขับลึกเข้ามา ถนนลาดยางก็เปลี่ยนเ
KANOMCAKE TALKS—วันถัดมา…@มหาวิทยาลัยวาเลนทิรา12:48 | ห้องประชุมหลังเรียนคลาสเช้าเสร็จ ฉันก็แยกกับชาแนลและจีนส์เพื่อมาประชุมกับทีมงานโปรเจกต์ Valentira Campus Tour ตามที่อาจารย์นัดไว้มือเล็กผลักประตูห้องเข้าไปเบา ๆ แกร๊ก—แล้วก็เท่านั้นแหละ… ขาเจ้ากรรมถึงกับชะงักคาที่โต๊ะประชุมยาวกลางห้องมีอาจารย์สองคนกับนักศึกษาชายสี่คนที่นั่งอยู่ก่อนแล้ว และใช่ค่ะ… หนึ่งในนั้นคือ หมอนั่น!สายตาคมกริบคู่นั้นเหลือบมามองฉันช้าๆ ก่อนจะยกยิ้มมุมปาก เขาดูไม่แปลกใจเลยแม้แต่นิดที่เห็นฉันโผล่มา แถมสีหน้ายังชื่นมื่นเหมือนคนเพิ่งถูกหวยตรงกับทะเบียนรถตัวเองเมื่อเช้าอีกต่างหากมานั่งทำบ้าอะไรที่นี่วะ!?“อ๊ะ มาพอดีเลย คุณขนมเค้ก”เสียงอาจารย์ผู้หญิงดังขึ้น ทำให้ฉันต้องรีบหันกลับไป ยกมือไหว้อาจารย์ทั้งสองแทบไม่ทัน“เชิญนั่งก่อนค่ะ อันนี้ทีมโปรดักชัน จะได้ทำความรู้จักกันไว้”ทีมโปรดักชัน…!?ฉันเหลือบตาไปมองอีกที พอเห็นหน้าหมอนั่นก็ถึงกับต้องกัดปากแน่นยังมีหน้ามายักคิ้วให้ฉันหนึ่งทีอีก! ดูจากท่าทางก็รู้เลยว่ารู้อยู่แล้วแน่ ๆ! นี่มันตั้งใจกวนประสาทกันสุดชีวิต!โอ๊ย… แค่เจอทุกเย็นก็จะเป็นบ้า! แบบนี้ต้องเจอบ่
วันเสาร์ที่บอกว่ายอมลงบึงสิบรอบยังดีซะกว่า…ฉันขอถอนคำพูดนั้นคืนทั้งหมด!เมื่อคืนทั้งคืนฉันแทบไม่ได้ข่มตาหลับเลยสักวินาทีเดียว ภาพบึงลูนาบ้า ๆ นั่นมันวนเวียนหลอกหลอนอยู่ในหัวไม่หยุดหย่อนแค่พยายามจะหลับตา ภาพน้ำสีเขียวขุ่นข้นสภาพเหมือนแกงจืดบูดค้างปีที่จู่ๆ ก็เปลี่ยนเป็นใสแจ๋วก็ผุดขึ้นมาซ้ำๆ พร้อม
16:22 | ตึกคณะนิเทศศาสตร์ได้ฟังเรื่องของยายจำปีมา ถึงจะน่ากลัวจนขนลุกก็เถอะ…แต่อย่างน้อยตอนนี้ก็หมดข้อสงสัยไปหนึ่งเรื่อง ว่าทำไมตำรานั่นถึง “โชว์ของ” ให้ดูไม่หยุดทั้งการล็อกหน้าที่เหลือไม่ให้เปิดล่วงหน้า ทั้งข้อความที่มีแค่ฉันที่เห็น หรือข้อมูลสถานที่ที่เปลี่ยนไปมาได้เองเฉยๆ ...ถ้างั้นก็แปลว่าท
วันต่อมา…15:35 | ห้าง SOLENE Mallหลังจากเมื่อวานไปเจอบึงลูนาสุดสะพรึงมาเต็มตา ฉันยังตัดสินไม่ได้เลยว่า ผี กับ แบคทีเรียในน้ำ อะไรน่ากลัวกว่ากันแค่คิดถึงกลิ่นโคลนสาบๆ กับน้ำสีเขียวขุ่นเข้มเหมือนแกงบูดนั่น ก็อยากกลืนแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อก่อนลงบึงแล้วด้วยซ้ำ!แต่ทำไม่ได้…เพราะงั้นหลังเรียนคลาสเช้าเสร็
16:55 | หน้าคอนโด VALEN HEIGHTSฉันนั่งอยู่ในน้องสเตลล่าคันเดิม เครื่องยนต์ยังทำงานอยู่ แอร์เย็นฉ่ำจนมือที่กำพวงมาลัยเริ่มชาไปหมด แต่เชื่อเถอะว่าข้างในใจฉันน่ะร้อนรุ่มยิ่งกว่าลาวา!ทั้งที่ไม่อยากเห็นหน้าหมอนั่นอีกแล้วแท้ ๆ แต่ก็ต้องมานั่งรอให้เขาออกมาเพื่อจูบแย่ชะมัด ขนมเค้กตกต่ำถึงขั้นต้องมานั่งน






![Inbox ร้อนรัก [PWP] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
