Share

ความจริงที่ไม่เคยรู้

last update Tanggal publikasi: 2026-03-07 09:57:48

“เพราะอะไรเช่นนั้นรึ? อะไรที่ทำให้เจ้าต้องการจะแยกบ้านกับบ้านใหญ่กันพอจะเอ่ยบอกกับตาได้หรือไม่”

จ้าวเหว่ยเอ่ยถามถึงเหตุผลจากหลานสาวอีกครั้ง เพราะการที่เขาจะสามารถตัดสินใจในเรื่องสำคัญเช่นนี้ได้ย่อมต้องมีเหตุผลรองรับที่หนักแน่นพอ

ไม่เช่นนั้นเรื่องการแยกบ้านก็จะยุ่งยากขึ้นและไม่สามารถทำมันได้อย่างง่ายดายเช่นที่หลานสาวของเขาเอ่ยขึ้นมาเมื่อสักครู่นี้นั่นเอง

“เฮ้อ...ความจริงแล้วตลอดหลายปีที่ผ่านมานั้น ข้ากับท่านแม่จะถูกพวกป้าสะใภ้และลูก ๆ ของพวกเขาคอยรังแก เอาเปรียบ พูดจาถากถาง จิกหัวใช้ราวกับเป็นทาสมาโดยตลอดเจ้าค่ะ”

“ทุกวันหลังจากที่พวกท่านพากันออกจากบ้านไปแล้ว ข้ากับท่านแม่ก็ต้องไปทำงานบ้านให้กับบ้านใหญ่อยู่ทุกวัน ไม่ใช่ไปรับจ้างข้างนอกเหมือนที่ท่านแม่เอ่ยบอกกับพวกท่านหรอก”

“ในแต่ละวันพวกป้าสะใภ้กับลูก ๆ ของนางจะชอบด่าทอ ทุบตีข้ากับท่านแม่เพื่อระบายโทสะของพวกนางอยู่ทุกครั้ง”

“แต่พวกข้าก็อดทนไม่เอ่ยบอกเรื่องนี้กับท่านตาและท่านพ่อรวมไปถึงพี่ชายทั้งสอง นั่นเป็นเพราะว่าพวกป้าสะใภ้ขู่พวกข้าเอาไว้ว่าถ้านำเรื่องนี้ไปบอกกับพวกท่านแล้ว”

“พวกนางจะใส่ไฟพวกท่านตาใหญ่กับท่านลุงทั้งสองให้ไล่พวกเราออกจากสกุลให้หมดเจ้าค่ะ”

“ดังนั้นข้ากับท่านแม่จึงอดทนถูกพวกนางโขกสับ จิกหัวใช้อยู่ทุกวัน แต่ในวันนี้ลูก ๆ ของท่านป้าสะใภ้ทั้งสองนั้นได้เข้ามารังแกข้า ก่อนจะผลักข้าจนล้มหัวฟาดเก้าอี้ไม้หมดสติไป”

“ความจริงแล้วในตอนนั้นข้าได้หมดลมหายใจไปแล้วเจ้าค่ะ...”

“ว่าอย่างไรนะ!”

จ้าวเหว่ยถึงกับผุดลุกขึ้นยืนด้วยความตื่นตกใจหลังจากที่ได้ยินคำบอกเล่าที่เอ่ยถึงว่านางได้หมดลมหายใจไปแล้ว พร้อมกับอุทานออกมาเสียงหลง

“ข้าหมดลมหายใจไปหลังจากที่ท้ายทอยของข้าฟาดลงไปบนขอบไม้แล้วเจ้าค่ะ แต่ยังดีที่ท่านเทพนั้นสงสารชีวิตที่ผ่านมาของข้า ท่านเทพจึงได้ส่งข้ากลับมาอีกครั้ง”

“ท่านยังได้พาข้าไปเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ มากมายจากในสถานที่ไหนก็ไม่ทราบได้ แต่ในตอนนี้ข้าไม่ใช่จ้าวโม่คนเก่าที่อ่อนแออีกต่อไปแล้วนะเจ้าคะท่านตา”

“ที่ข้าเอ่ยเรื่องนี้ขึ้นมากับท่านตาก็เพราะว่าข้าไม่อยากจะมีจุดจบเช่นนั้นอีกครั้ง ข้าจึงคิดว่าพวกเราควรจะแยกบ้านออกมาและใช้ชีวิตกันตามประสาพวกเราดีกว่าหรือไม่”

“ข้าในตอนนี้ได้รับความรู้จากท่านเทพมามากมายข้าสามารถหาเลี้ยงพวกท่านให้มีชีวิตที่ดีขึ้นได้ในอนาคตข้างหน้านี้ได้อย่างแน่นอนเจ้าค่ะ”

จ้าวโม่เอ่ยทั้งเรื่องจริงและเรื่องที่แต่งขึ้นปะปนกันไปให้กับชายชราตรงหน้าที่กำลังตั้งใจในสิ่งที่นางกำลังเอ่ยอยู่ด้วยใบหน้าที่จริงจังเป็นอย่างมาก

หลังจากที่เด็กสาวเอ่ยจบลงสีหน้าของจ้าวเหว่ยก็ดูเคร่งเครียดขึ้นมาในทันทีอย่างใช้ความคิดอยู่ภายในใจ

ซึ่งจ้าวโม่เองก็รับรู้ได้ว่าในตอนนี้ท่านตาของตนนั้นกำลังต้องการเวลาในการตัดสินใจ

ดังนั้นหลังจากที่เห็นว่าชายชราเงียบเสียงลงไปนางจึงได้ผุดลุกขึ้นยืนเพื่อจะออกไปจากห้องของอีกฝ่าย เพื่อให้ชายชราได้มีเวลาส่วนตัว แต่คำพูดต่อมาของชายชราก็ทำให้ใบหน้าเล็ก ๆ ของเด็กสาวก็เผยรอยยิ้มดีใจออกมาในที่สุด

“เดี๋ยวเย็นนี้ตาจะพูดคุยเรื่องนี้กับทุกคนในบ้านดูก็แล้วกันนะ พวกเราจะได้ปรึกษาหาทางออกของเรื่องนี้กัน”

“จริงหรือเจ้าคะ! ท่านตาน่ารักที่สุดเลย”

จ้าวโม่เอ่ยขึ้นด้วยความดีใจก่อนจะกระโดดเข้าไปสวมกอดผู้เป็นตาด้วยความรักใคร่

ถึงแม้ว่าดวงวิญญาณในร่างตอนนี้จะไม่ใช่จ้าวโม่คนเดิม แต่นางก็สามารถเอ่ยได้เต็มปากว่าครอบครัวจ้าวในตอนนี้เป็นครอบครัวของนางแล้วเช่นกัน

“ฮ่า ฮ่า นี่นอกจากท่านเทพจะให้เจ้ากลับมาแล้วท่านยังทำให้เจ้าเปลี่ยนไปถึงเพียงนี้เชียวรึโม่เอ๋อร์”

ชายชราเอ่ยหยอกเหย้าหลานสาวด้วยความรักเอ็นดูกับท่าทางที่ดูเปลี่ยนไปอย่างมีความสุข โดยไม่ได้รู้เลยว่าบทสนทนาของพวกเขาทั้งสองเมื่อครู่นี้

ยังมีอีกสามชีวิตด้านนอกห้องที่ได้ยินมันอย่างชัดเจนเช่นเดียวกัน และทั้งสามคนก็ได้พากันกลับออกไปนั่งตรงบริเวณหน้าบ้านเพื่อพูดคุยกันอย่างจริงจังเป็นครั้งแรกในชีวิต

หลังจากที่จ้าวโม่พูดคุยและทำแผลกับผู้เป็นตาเสร็จเรียบร้อยเด็กสาวจึงเดินออกไปนอกบ้าน เพื่อสำรวจห้องครัวของบ้านว่าในตอนนี้มีสิ่งใดที่พอจะนำมาทำเป็นอาหารได้บ้าง

“โม่เอ๋อร์นั่นเจ้ากำลังทำสิ่งใดอยู่เช่นนั้นรึ?”

ในขณะที่จ้าวโม่กำลังมองสำรวจข้าวของในห้องครัวอยู่นั้น เสียงของจ้าวจินฮ่าวก็ดังขึ้นจากทางด้านหลังของเด็กสาวขึ้นมา

ทำให้เด็กสาวถึงกับสะดุ้งด้วยความตกใจกับการปรากฏตัวของพี่ชายคนโตที่มาไม่ให้ซุ่มให้เสียงเช่นนี้

“โถ่ว...พี่ใหญ่ท่านกำลังคิดฆ่าน้องสาวของตัวเองทางอ้อมอยู่ใช่หรือไม่กันเจ้าคะ?”

จ้าวโม่เอ่ยต่อว่าพี่ชายคนโตของตนเอง หลังจากหันกลับไปเผชิญหน้ากับอีกฝ่ายที่กำลังยืนกลั้นขำจนตัวโยกอยู่ไม่ไกล

“นี่เจ้ากลายเป็นคนตกใจง่ายเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันโม่เอ๋อร์”

จ้าวจินฮ่าวเอ่ยขึ้นกับน้องสาวคนเล็ก พร้อมทั้งพยายามกลั้นขำเอาไว้อย่างยากลำบาก

“ชิ! ข้าไม่คุยกับท่านแล้วเจ้าค่ะ”

จ้าวโม่เอ่ยขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์ที่พี่ชายของตนนั้นเอ่ยล้อเลียนไม่ยอมหยุด จากนั้นเด็กสาวก็เดินสะบัดหน้าหนีไปจากหน้าห้องครัวในทันที

ด้านจ้าวจินฮ่าวที่เห็นว่าน้องสาวคนเล็กของตนเองเดินงอนออกไปเสียแล้ว จึงรีบเดินตามไปเพื่อง้อจะอีกฝ่ายอย่างเร่งรีบเช่นเดียวกัน

ภาพสองพี่น้องที่กำลังตามง้อกันอยู่ตรงหน้าบ้านนั้นตกอยู่ในสายตาของสองสามีภรรยาที่ในตอนนี้กำลังช่วยกันจัดการกับสัตว์ป่าที่ล่ามาได้เพื่อเตรียมนำไปขายในตัวเมืองของวันพรุ่งนี้

จ้าวเหยียนกับนางฟานซื่อต่างก็ยิ้มกว้างตามลูก ๆ ของพวกเขาที่รักใคร่กลมเกลียวกันอย่างมีความสุข

เพราะถึงแม้ว่าครอบครัวของพวกเขาจะยากจนแต่ความรักของคนในครอบครัวนั้นมีมากมายจนไม่สามารถตีราคาได้

“ท่านแม่เจ้าคะ วันนี้มีสัตว์หรือว่าอะไรที่จะนำไปทำเป็นมื้อเย็นหรือเจ้าคะ”

จ้าวโม่วิ่งมาเอ่ยถามมารดาหลังจากที่ตบตีกับพี่ชายคนโตของตนเองเสร็จเรียบร้อยแล้ว

“วันนี้บิดาของเจ้าล่าไก่ฟ้ามาได้หลายตัว แม่ว่าจะแบ่งไปทำมื้อเย็นสักหน่อย แล้วค่อยแบ่งไปให้ท่านตาใหญ่ของเจ้าที่บ้านด้วย”

นางฟานซื่อเอ่ยบอกกับบุตรสาว หลังจากเห็นว่าในวันนี้สามีของตนนั้นล่าไก่ฟ้ามาได้หลายตัว

“ทำไมต้องแบ่งให้คนบ้านนั้นด้วยละเจ้าคะ ข้าเกือบจะตะ...ข้าแค่คิดว่าทำไมเราจะต้องแบ่งไปให้บ้านใหญ่ทุกครั้ง ทั้งที่บ้านใหญ่ไม่เคยคิดถึงพวกเราเลยสักครั้ง”

จ้าวโม่ที่รู้สึกไม่เข้าใจว่าทำไม่บ้านของนางจะต้องแบ่งอาหารดี ๆ ไปให้กับคนบ้านใหญ่ด้วยกัน ทั้งที่คนบ้านใหญ่นั้นไม่เคยมองว่าพวกนางเป็นคนในสกุลเดียวกันเลยแม้แต่น้อย

จนเด็กสาวเกือบจะเผลอตัวเอ่ยบอกว่าตนเองนั้นเกือบจะตายเพราะคนบ้านใหญ่ออกมาให้มารดาได้ยินเข้าเสียแล้ว ยังดีที่นางหยุดตัวเองเอาไว้ได้ทัน

“มันคือความกตัญญูที่เราต้องมีนะโม่เอ๋อร์ ลูกอย่าได้คิดเพ้อเจ้อเช่นนั้น”

นางฟานซื่อที่ได้ยินความคิดของบุตรสาวคนเล็กเช่นนั้น นางจึงรีบเอ่ยสอนเด็กสาวพร้อมทั้งดุอีกฝ่ายเล็กน้อย

“เจ้าค่ะท่านแม่ เช่นนั้นก็แล้วแต่ท่านแม่เลยเจ้าค่ะ”

หลังจากที่จ้าวโม่ถูกมารดาดุไปจึงเอ่ยตัดบทอีกฝ่าย ก่อนที่เด็กสาวจะหมุนตัวเดินออกไปอีกทางในทันที

ด้วยนางไม่ต้องการที่จะโต้เถียงสิ่งใดกับผู้เป็นมารดาให้อีกฝ่ายต้องกังวลใจ

แต่ใช่ว่าภายในใจของเด็กสาวจะยินยอมและยอมรับในคำพูดของผู้เป็นมารดา เพราะนิสัยของนางคือไม่ชอบให้ใครมารังแกหรือเอาเปรียบตนเองเช่นเดียวกัน

==========================================================================================

อยากบอกท่านแม่ว่าลุกขึ้นสู้บ้างก็ดีนะคะ สงสารน้องเลย

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   กิจการรุ่งเรื่องตามต้องการ

    ผ่านมาแล้วกว่า 3 วัน หลังจากที่จ้าวโม่กลับมาจากจวนท่านเจ้าเมือง จ้าวโม่นั้นเร่งมือจัดการงานต่าง ๆ เป็นอย่างมากเพราะว่าในอีกสองวันนางกับพี่ชายทั้งสองจะต้องออกเดินทางไปยังแคว้นหาน เพื่อพบกับญาติฝั่งบิดาแล้วดังนั้นในช่วงที่ผ่านมาจ้าวโม่และพี่ชายทั้งสองของนางจึงได้วุ่นวายกันเป็นอย่างมากนั่นก็เพราะว่าพวกเขาทั้งสามจะต้องฝากฝังงานต่าง ๆ ให้กับคนสนิทที่จะมาดูแลเรื่องต่อจากพวกนาง ในช่วงเวลาที่ทั้งสามคนเดินทางไปยังบ้านของท่านย่าแต่ก็ยังถือว่าสามพี่น้องได้จัดการเรื่องราวทุกอย่างลงได้ตามกำหนดการที่วางเอาไว้แล้วเมื่อถึงวันที่ต้องออกเดินทางสามพี่น้องสกุลจ้าวจึงสามารถเดินทางได้อย่างสบายใจไร้กังวลเพราะที่บ้านยังมีคนที่ไว้ใจได้คอยดูแลงานต่อให้ จ้าวโม่และพี่ชายทั้งสองใช้เวลาในการเดินทางไปยังแคว้นหานและพักอาศัยอยู่ที่จวนโหวเป็นเวลา 1 เดือนจากนั้นครอบครัวจ้าวทั้งหมดก็ได้เร่งเดินทางกลับไปยังบ้านของตนเอง เพื่อจัดการเรื่องราวของโรงงานน้ำตาลที่ใกล้จะได้เวลาเปิดกิจการแล้วโดยตลอดเวลาที่จ้าวโม่ไปพักผ่อนที่บ้านของท่าย่านั้น นางก็ได้รับความเอ็นดูจากทุกคนในตระกูลเป็นอย่างยิ่ง เรียกได้ว่านางเป็นหลานสาวที่ผู

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   น้ำตาลของสกุลจ้าวเปิดขายแล้ว

    ในตอนนี้จ้าวโม่และพี่ชายทั้งสอง ได้เข้ามาด้านในจวนของท่านเจ้าเมืองแล้ว และกำลังนั่งรอเจ้าของจวนอยู่ที่ห้องรับแขกกันอย่างเงียบ ๆและแล้วถังหมิงก็ได้มาถึงห้องรับแขกตามที่คนรับใช้ได้ไปแจ้งเขาว่าคุณหนูและคุณชายจากบ้านสกุลจ้าวมาขอเข้าพบโดยในครั้งนี้มีถังไท่เหวินติดตามมากับถังหมิงด้วย เพราะพวกเขาต้องการจะเห็นผลงานที่หญิงสาวทำออกมาได้“คารวะท่านเจ้าเมืองขอรับ”“คารวะท่านเจ้าเมือง พี่ไท่เหวินเจ้าค่ะ”คำทักทายจากสามพี่น้องสกุลจ้าวที่ดูจะเหมือนกัน แต่กลับต่างกันตรงท้ายประโยคของหญิงสาวที่เอ่ยทักทายชายหนุ่มอีกคนในห้องทำให้สายตาของบุรุษที่เหลืออีกสามคนต้องหันไปมองยังใบหน้าของถังไท่เหวินอย่างพร้อมเพรียงกันด้วยความสงสัยโดยความสงสัยของถังหมิงนั้น แตกต่างกับพี่ชายทั้งสองของจ้าวโม่อย่างสิ้นเชิง เพราะความสงสัยคงชายวัยกลางคนก็คือว่า เขาทั้งสองไปสนิทกันจนเอ่ยเรียกอย่างสนิทสนมแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ส่วนความสงสัยของพี่ชายทั้งสองของหญิงสาวนั้น คือบุราตรงหน้าผู้นี้เป็นใคร แล้วทำไมน้องสาวของพวกเขาถึงได้เอ่ยทักทายอีกฝ่ายด้วยความสนิทสนมเช่นนั้นได้กันและเหมือนถังไท่เหวินจะอ่านสายตาของพี่ชายทั้งสองของหญิงสาวออ

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   น้ำตาลสกุลจ้าว

    “พี่ใหญ่ พี่รองข้ามีอะไรจะให้พวกท่านได้ดูด้วยเจ้าค่ะ”จ้าวโม่เอ่ยบอกกับพี่ชายทั้งสอง เมื่อนางเดินมาหยุดลงตรงหน้าของชายหนุ่มทั้งสองคนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว“มีอะไรรึโม่เอ๋อร์”จ้าวจินฮ่าวเอ่ยถามน้องสาวกลับไป หลงจากที่หยุดมือจากการรีดน้ำอ้อยที่ทำอยู่ ก่อนจะหันกลับไปมองยังร่างของน้องสาวตนเอง“นี่อย่างไรเจ้าคะ น้ำตาลสกุลจ้าว ข้าทำมันออกมาสำเร็จแล้วนะเจ้าคะ”“ว่าอย่างไรนะ!”ทันทีที่เอ่ยจบ จ้าวโม่ก็ได้ยกขวดโหลที่ใส่น้ำตาลก้อนเอาไว้ให้กับพี่ชายทั้งสองได้ดูอย่างชัด ๆส่วนชายหนุ่มทั้งสองเอง เมื่อได้ยินคำพูดบอกของน้องสาว ต่างก็ส่งเสียงร้องขึ้นมาด้วยความตกใจเป็นอย่างมากและเมื่อพวกเขาได้เห็นโหลแก้ว ที่ภายในมีเจ้าน้ำตาลก้อนที่น้องสาวหยิบออกมาให้ดูดวงตาของพวกเขาทั้งสองก็เบิกกว้างขึ้นจนแทบจะทะลุออกมาจากเบ้าเสียให้ได้ด้วยความตกใจก่อนที่ชายหนุ่มทั้งสองจะรีบพุ่งตัวเข้ามาหาน้องสาวที่ยืนอยู่ไม่ไกล เพื่อจ้องมองดูเจ้าก้อนสี่เหลี่ยมขนาดเล็กในโหลแก้วบนมือของหญิงสาวอย่างรวดเร็ว“นะ นี่นะหรือคือน้ำตาลที่เจ้าทำออกมา ทำไมมันถึงมีรูปร่างที่ดูไม่เหมือนกับน้ำตาลที่พวกเราเคยพบเห็นเลยเล่า?”เมื่อจ้าวหยางได้เห็นน้ำตา

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   ทำสำเร็จ

    หลังจากที่จ้าวโม่ได้จัดการเรื่องที่ดินใหม่ หนังสือขึ้นทะเบียนและหนังสือสัญญาเสร็จจนครบเรียบร้อยแล้วหลายวันต่อมา จ้าวโม่ก็ได้สั่งงานให้พี่ใหญ่ของนางไปติดต่อนายช่าง ให้เข้าไปสร้างโรงเรือนขนาดใหญ่บนที่ดินผืนใหม่ฝั่งเดียวกันกับบ้านพร้อมทั้งแบบภาพที่นางต้องการจะให้นายช่างสร้างออกมาให้ ส่วนที่ดินอีกผืนนางก็ได้สั่งให้คนงานเข้าไปปรับหน้าดิน และได้ลงมือปลูกต้นอ้อยจนเต็มให้แล้วเสร็จจนในที่สุด วันที่เครื่องรีดน้ำอ้อยที่นางได้สั่งทำในตัวเมืองหานเป็นเวลาเดือนกว่า ๆ ก็แล้วเสร็จเป็นที่เรียบร้อยค่าสั่งทำเครื่องรีดน้ำอ้อยของจ้าวโม่ในครั้งนี้ก็ถือว่าราคาแพงพอสมควร แต่เมื่อนางเห็นผลงานที่ได้มาก็แทบจะไม่รู้สึกเสียดายเงินเลยแม้แต่น้อยเพราะว่าเครื่องรีดน้ำอ้อยของนางที่ได้รับมานั้น เหมือนกับแบบวาดที่นางได้มอบให้กับนายช่างที่รับทำราวกับแกะ แถมเขายังมีบริการนำมาส่งให้ถึงบ้านอีกด้วยวันนี้ก็ครบ 2 อาทิตย์ตามที่จ้าวโม่ให้กับเจ้าเมืองหานพอดี ดังนั้นในวันนี้จ้าวโม่จึงได้วางแผนที่จะทดลองทำน้ำตาลออกมาดูโดยมีลูกมือก็คือเสี่ยวหลาน และพี่ชายทั้งสองของนางนั่นเอง ที่ใช้คนน้อยเพราะนางต้องการทำออกมาในจำนวนที่ไม่มากนั

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   ซื้อที่สร้างโรงงานผลิตน้ำตาล

    เอ่ยจบ ร่างสูงของโหวเทียนก็ลุกเดินออกจากห้องนั่งเล่นไปในที่สุด เมื่อจ้าวโม่เห็นดังนั้น นางจึงได้ลุกขึ้นแล้วเดินขึ้นบ้านเพื่อไปนอนพักผ่อนเช่นเดียวกันรุ่งเช้าของวันใหม่มาเยือน จ้าวโม่และคนสนิททั้งสองก็ได้เดินทางเข้าตัวเมืองหานตั้งแต่ทานมื้อเช้าเสร็จ เพื่อไปติดต่อซื้อที่ดินสำหรับการสร้างโรงงานผลิตน้ำตาลตามที่วางแผนเอาไว้โดยที่จ้าวโม่ ได้กว้านซื้อที่ดินที่อยู่ติดกับที่ของตนเองทั้งสองฝั่ง ทอดยาวไปจนครบด้านละ 100 หมู่ รวมทั้งสองฝั่งแล้ว จ้าวโม่ได้ซื้อที่ดินว่างเปล่าในวันนี้ทั้งหมด 200 หมู่นางจ่ายเงินค่าซื้อที่ดินไปในวันนี้ถึง 70 ตำลึงทองเลยทีเดียว แต่จ้าวโม่ก็ยังคงยิ้มกว้างออกมาได้อย่างมีความสุข เมื่อคิดถึงเม็ดเงินที่ตนเองจะได้จากกิจการที่กำลังลงทุนไปในวันนี้อย่างมากมายหลังจากที่ติดต่อเรื่องที่ดินเสร็จเรียบร้อยแล้ว จ้าวโม่ก็ได้พาผู้ติดตามทั้งสองอย่างเสี่ยวหลานและจางติง ไปทานอาหารที่ร้านอาหาร ก่อนที่นางจะเดินทางกลับบ้านของตนเองหลังจากทานอาหารเสร็จเรียบร้อย7 วันต่อมา ในวันนี้เป็นวันที่บิดา มารดาของนางจะออกเดินทางไปยังแคว้นหานเพื่อพบท่านย่าของนางแล้วในตอนแรกพวกเขาตั้งใจจะออกเดินทางตั้งแต

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   แม่ทัพโหวแคว้นหาน

    “สามปีที่แล้ว? มันมีเวลาตั้งเท่าไหร่ ที่ท่านพ่อจะเอ่ยเรื่องนี้กับข้า แต่ท่านกลับไม่ทำ มาตอนนี้ท่านพ่อกลับบอกข้าว่าไม่มีเวลาจะบอกนะหรือเจ้าคะ?”จ้าวโม่ที่ได้ยินคำตอบจากบิดาถึงกับรู้สึกโมโหขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนที่นางจะเอ่ยตัดพ้อต่อบิดาของตนออกไป“พ่อขอโทษนะลูกโม่เอ๋อร์...”“แล้วทำไม่ท่านถึงมีเวลาบอกท่านตา ท่านแม่แล้วก็พี่ใหญ่เล่าเจ้าคะ ข้าไม่เข้าใจตรงนี้”จ้าวโม่เอ่ยแทรกคำพูดของบิดาขึ้นมาด้วยความอยากรู้ เพราะนางไม่เข้าใจว่าทำไมกับทุกคนบิดาของตนถึงได้มีเวลาบอกเรื่องนี้ได้ แต่กับนางกลับบอกว่าไม่มีเวลากัน“แต่ก็ช่างมันเถิดเจ้าค่ะ คงเป็นเพราะข้าดูไม่น่าจะรับเรื่องพวกนี้ไหวเอง ว่าแต่ที่ท่านแม่ทัพเดินทางมาที่บ้านจ้าวในครั้งนี้ เพราะเรื่องอะไรหรือเจ้าคะ?”หญิงสาวเริ่มรู้สึกว่ายิ่งถามออกไปมากเท่าไหร่ ตนเองจะยิ่งได้รับคำตอบที่เจ็บปวดมากขึ้นเท่านั้นเพื่อไม่ต้องการจะเจ็บปวดและเสียใจไปมากกว่านี้ นางจึงได้เลือกที่จะตัดบทเรื่องของบิดา แล้วหันไปเอ่ยถามกับแขกที่มาบ้านถึงเหตุผลที่อีกฝ่ายมาในครั้งนี้แทน“ที่ลุงมาในครั้งนี้ก็เพื่อทวงสัญญาจากบิดาของเจ้า บิดาของเจ้าให้สัญญากับลุงเอาไว้เมื่อสามปีก่อน”“ว่าอีก

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   ขึ้นเขากับท่านตา

    ช่วงปลายยามซื่อ (09.00-10.59) หลังจากที่จ้าวเหว่ยกลับมาจากบ้านของหัวหน้าหมู่บ้านแล้วนั้นชายชราก็เตรียมตัวขึ้นเขาเพื่อหาสมุนไพรตามปกติ เพียงแต่วันนี้ขึ้นเขาสายกว่าทุกวันเพราะติดเรื่องการแยกบ้านในช่วงเช้าอยู่ในขณะที่ชายชราเตรียมตัวเสร็จเรียบร้อยและกำลังจะเดินออกจากบ้านไปนั่นจู่ ๆ เสียงเรียกของหลานส

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   หนังสือแยกบ้าน

    บาดแผลที่เพิ่งจะตกสะเก็ดตรงบริเวณท้ายทอยของเด็กสาวทำให้ทุกคนที่ได้เห็นบาดแผลนั้นเริ่มที่จะเชื่อคำพูดของจ้าวโม่ขึ้นมามากกว่าเดิมในทันทีแต่จ้าวโม่กลับไม่ได้หยุดเพียงเท่านั้น นางยังถลกแขนเสื้อของตนเองขึ้นเพื่อเผยให้เห็นรอยแผลฟกช้ำจากการถูกทำร้ายให้กับเหล่าชาวบ้านรวมไปถึงคนบ้านใหญ่ให้ได้เห็นกันอย่างพ

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   ใครก็ห้ามแตะต้องหลานสาวของข้า!

    จ้าวโม่ที่ในตอนแรกรู้สึกโมโหป้าปากตลาดตรงหน้าจนอยากจะฟาดอีกฝ่ายด้วยเปลือกทุเรียนเสียให้สิ้นเรื่องสิ้นราวแต่เมื่อนางคิดบางอย่างขึ้นมาได้จึงเปลี่ยนไปเป็นเอ่ยยอกย้อนคำพูดของนางหลิวซื่อกลับไป“นังตัวดี! เจ้าคงจะลืมรสมือของข้าไปแล้วสินะ เช่นนั้นวันนี้ข้าจะตบเจ้าเพื่อสั่งสอนแทนมารดาไม่เอาไหนของเจ้าเอง”

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   สกุลจ้าวบ้านใหญ่

    ในตอนนี้จ้าวโม่กับท่านตาของนางก็ได้เดินทางมาถึงหน้าบ้านของคนสกุลจ้าวบ้านใหญ่แล้ว“พี่ใหญ่ท่านอยู่หรือไม่?”จ้าวเหว่ยเอ่ยเรียกพี่ชายของตนจากหน้าบ้านเพื่อดูว่าอีกฝ่ายได้อยู่ที่บ้านในวันนี้หรือไม่“อ้าวท่านอามาหาท่านพ่อหรือขอรับ”คนที่ออกมาจากตัวบ้านแล้วเอ่ยทักทายชายชรากลับเป็น จ้าวหัวหนาน บุตรชายคนโต

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status