Masukห้าปีผ่านไปหลังจากโลกกลับมาสู่ความสงบสุขได้ไม่นาน ณ ประเทศพันธมิตรแห่งหนึ่งได้เกิดสงครามก่อการร้ายขึ้น หวังลี่ผู้อยู่ว่างมานานกับฉินซานสองคู่หูจึงได้กระโดดเข้าร่วมท่ามกลางความวุ่นวายของสงครามและการต่อสู้แสนดุเดือดและทันทีที่พวกเขาไปถึงสถานการณ์ก็เลวร้ายมากกว่าที่คาดคิดไว้ หวังลี่กับฉินซานต่างแยกการ
“อีกไม่นานย่าก็จะได้นอนนาน ๆ แล้ว ตอนนี้เดินได้ก็เลยอยากเดินให้มากหน่อย เซียงเอ๋อร์ ในตอนนี้หลานมีครอบครัวที่สมบูรณ์แล้วหลังย่าจากไปอย่าได้เสียใจให้มากนะลูก” คำพูดของหญิงชราอันเป็นที่รักทำให้หัวใจของหรูอวี้เซียงกระตุกวูบ“ย่าพูดอะไรแบบนั้นล่ะคะ ตอนนี้ย่าก็ลุกมาเดินได้แล้วแสดงว่าย่าย่อมจะกลับมาแข็งแร
แสงแดดยามเช้าทอประกายสดใสทะลุผ่านกระจกหน้าต่างเข้ามาภายในห้องนั่งเล่นที่มีฮัวอวี้หลินนั่งอยู่ เสี่ยวเป้ย เด็กหญิงตัวน้อยวัยห้าขวบที่ได้คนเป็นแม่ผูกผมเปียคู่เรียบร้อยได้วิ่งมาทางเธอด้วยรอยยิ้มร่า“ย่าทวดคะ พวกเราออกไปเดินเล่นกันเถอะค่ะ หนูจะไป รดน้ำต้นไม้” น้ำเสียงไม่ชัดเจนของเธอดังขึ้นด้วยความตื่นเต
นับตั้งแต่วันที่เจ้าตัวเล็กเกิดมาคนทั้งสองครอบครัวก็ต่างมีรอยยิ้มกันแทบทุกวันโดยเฉพาะปู่ย่าของคนทั้งสองที่รู้สึกกระชุ่มกระชวยขึ้นอย่างเห็นได้ชัด“เสี่ยวเป้ยของย่าทวด” ฮัวอวี้หลินหยอกเอินหลานสาวตัวน้อยที่กำลังหลับทำปากมุบมิบบนเบาะอย่างเอ็นดูย้อนกลับไปในวันคลอดของหรูอวี้เซียงหลังจากช่วงเวลาอันยาวนานผ
“ฉันก็กินทุกวันอยู่แล้วนี่” หรูอวี้เซียงลูบท้องตัวเองไปมาความรู้สึกของการมีชีวิตน้อย ๆ เติบโตอยู่ภายในตัวเธอเป็นสิ่งมหัศจรรย์เกินบรรยาย เธอไม่คิดเลยว่าในชีวิตนี้เธอจะได้สัมผัสถึงความสุขเช่นนี้หลังจากสิ้นหวังมาก่อนในชาติที่แล้ว“แต่คุณต้องกินให้มากกว่านี้นะเซียงเซียง เพราะอาหารจากในระบบของเราเต็มไปด้
สามปีหลังจากวันแต่งงานผ่านไปอย่างรวดเร็ว ช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความสุขและความสงบระหว่างโม่ไห่ตงกับหรูอวี้เซียงทั้งสองใช้ชีวิตคู่อย่างเรียบง่ายและเต็มไปด้วยความรักพวกเขาเลือกที่จะให้ช่วงเวลาสามปีนี้เป็นช่วงเวลาสำหรับกันและกันก่อนจะตัดสินใจมีเจ้าตัวน้อยมาเติมเต็มให้กับครอบครัวในช่วงแรกของการใช้ชีวิตค
แสงแรกของวันยังไม่ทันจับขอบฟ้า หรูอวี้เซียงลืมตาตื่นขึ้นมาในความเงียบของเช้าตรู่ เธอพลิกตัวเล็กน้อยก่อนจะยันกายลุกขึ้นนั่ง ดวงตาสีอ่อนเหลือบมองนาฬิกาแขวนบนผนังที่ชี้เวลาตีห้าครึ่ง“ยังเช้าอยู่เลย” เธอพึมพำกับตัวเองแต่ทว่าเมื่อเปิดประตูออกจากห้องนอน กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของโจ๊กที่กำลังถูกปรุงลอยมาจากในครั
หลังจากส่งย่าเข้านอน หรูอวี้เซียงจึงได้เดินกลับมาห้องของตนก่อนล้มตัวลงนอนบนฟูกนุ่มในห้องที่เธอคุ้นเคยมาตั้งแต่เด็ก ดวงตาสบกับเพดานที่มืดครึ้มเพราะแสงไฟในห้องถูกดับลงแล้วแต่ในใจกลับวุ่นวายไปด้วยความคิดเสียงของไหหม่าดังขึ้นในหัว ราวกับรู้จังหวะที่เธอกำลังครุ่นคิดบางอย่างเซียงเซียง เธอพร้อมที่จะเข้าไ
ในหัวของหรูอวี้เซียงยังคงมีความทรงจำอันเลวร้ายจากอดีตผุดขึ้นมาราวกับกระแสน้ำหลากท่วมจิตใจ เสียงกรีดร้องของผู้คนดังระงมไปทั่วเมืองที่ถูกปกคลุมด้วยความสิ้นหวังเสียงซอมบี้คำรามก้องกังวานไปในอากาศขณะที่พวกมันไล่ล่าเหยื่ออย่างไม่ลดละ หรูอวี้เซียงจำได้ว่าเธอกำลังวิ่งหนีสุดชีวิตท่ามกลางซากปรักหักพังและกลิ
หลังจากค้นพบเมล็ดพันธุ์ในกล่องไม้ หรูอวี้เซียงและฮัวอวี้หลินได้ช่วยกันนำซองเมล็ดพันธุ์ออกมาตรวจดูอย่างละเอียด“ย่าคะ หนูว่าพวกนี้ยังใช้ได้อยู่นะคะ ย่าช่างเก็บรักษาไว้ดีจริง ๆ” หรูอวี้เซียงพูดพร้อมกับยิ้มกว้างออกมาฮัวอวี้หลินส่งเสียงหัวเราะให้กับคำพูดของเธอ “ก็ดีที่ยังใช้ได้ ย่าหวังว่าเมล็ดพันธุ์พวก






