LOGIN
แสงเทียนสลัวไหววูบตามแรงลมที่ลอดผ่านหน้าต่างบานแคบ พริมาขมวดคิ้ว ดวงตาจ้องมองตัวอักษรบนหน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างเขม็ง นิ้วเรียวเคาะแป้นพิมพ์อย่างรวดเร็ว เรื่องราว "รักสุดท้ายของข้า" กำลังดำเนินไปถึงจุดไคลแมกซ์ เมื่อเฟยซิน คุณหนูรองแห่งจวนเสนาบดี ผู้มีความงามล่มเมือง แต่จิตใจเต็มไปด้วยริษยา กำลังวางแผนการร้ายครั้งสุดท้ายเพื่อกำจัด ไป๋หลิง หญิงสาวสามัญชนที่หัวใจขององค์ชายสามมอบให้
"หึ! ไป๋หลิง... เจ้ามันก็แค่ดอกไม้ข้างทางที่บังอาจมาแย่งชิงสิ่งที่ควรเป็นของข้า" พริมาพิมพ์บทสนทนาของเฟยซินด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ยในมุมปาก เธออินกับบทบาทนางร้ายที่ตัวเองสร้างขึ้นอย่างถึงที่สุด ความร้ายกาจ ความเอาแต่ใจ และความทะเยอทะยานของเฟยซินเป็นสิ่งที่น่าสนใจและท้าทายให้เธอถ่ายทอดออกมา ทันใดนั้นเอง ความมืดมิดก็เข้าปกคลุมห้องทำงาน ไฟฟ้าดับลงอย่างกะทันหัน พริมาสะดุ้งตกใจ เงยหน้าจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ มองไปยังความมืดรอบตัวอย่างงุนงง "ให้ตายเถอะ!!มาดับอะไรตอนนี้เนี่ย!"เสียงสบถดังออกมาจากปากพริมาก่อนที่เธอจะลุกขึ้น เพื่อไปดูว่าเกิดอะไรขึ้นไฟถึงดับ เสียงแปลกประหลาดก็ดังขึ้นแว่วๆ คล้ายเสียงกระแสไฟฟ้าที่ผิดปกติ ก่อนที่ร่างกายของเธอจะเริ่มชาไปทีละน้อย ความรู้สึกเหมือนถูกดูดเข้าไปในบางสิ่งบางอย่างทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ พริมาพยายามคว้าจับโต๊ะทำงานไว้แน่น แต่ร่างกายของเธอกลับเบาหวิว ราวกับกำลังล่องลอยอยู่ในห้วงอากาศอันไร้จุดหมาย ภาพสุดท้ายที่พริมาเห็นคือแสงสีขาวสว่างจ้า ก่อนที่สติของเธอจะดับวูบลง… . . . เมื่อเปลือกตาหนักอึ้งค่อยๆ เปิดขึ้น แสงสว่างนวลตาที่ลอดผ่านผ้าม่านบางเบาก็ทำให้เธอต้องหรี่ตาลง พริมาขยับตัวเล็กน้อย สัมผัสได้ถึงความนุ่มลื่นของผ้าไหมที่ห่มคลุมร่างอยู่ กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้บางชนิดลอยมาแตะจมูก ชวนให้รู้สึกผ่อนคลายอย่างประหลาด "ที่นี่... ที่ไหนล่ะเนี่ย?" พริมาพึมพำเสียงแหบแห้ง พยายามยันตัวลุกขึ้นนั่ง แต่ความเจ็บปวดที่ศีรษะทำให้เธอต้องนิ่วหน้า "คุณหนู! ท่านฟื้นแล้ว!" เสียงตกใจของหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้นข้างเตียง พริมาหันไปมอง พบกับเด็กสาวหน้าตาตื่นตระหนก ในชุดสาวใช้โบราณ "คุณหนู?" พริมาทวนคำอย่างงุนงง ก่อนที่สายตาของเธอจะเหลือบไปเห็นกระจกเงาบานใหญ่ที่ตั้งอยู่ข้างโต๊ะเครื่องแป้ง ภาพที่สะท้อนกลับมาทำให้หัวใจของเธอราวกับถูกบีบรัดจนเจ็บปวด ใบหน้าสวยเฉี่ยว คิ้วเรียวได้รูป ดวงตากลมโตแต่แฝงความคมกริบ ผิวขาวผ่องดุจหิมะ ผมดำขลับยาวสลวย... นั่นไม่ใช่ใบหน้าของเธอ! มันคือใบหน้าของ เฟยซิน นางร้ายในนิยาย "รักสุดท้ายของข้า" ที่เธอกำลังเขียนบรรยายลักษณะ! ความจริงอันน่าเหลือเชื่อถาโถมเข้าใส่พริมา ราวกับคลื่นยักษ์ซัดฝั่ง เธอ... ทะลุมิติเข้ามาอยู่ในโลกนิยายของตัวเอง และที่ร้ายกว่านั้น เธออยู่ในร่างของตัวละครที่เธอสร้างให้เป็นศัตรูหัวใจของนางเอก! แถมนางไม่ใช่ลูกรักของเธอ!! "ไม่จริง... นี่มันต้องเป็นแค่ฝันไป...ใช่ต้องฝันไปแน่ๆ" พริมาพึมพำ พยายามยกมือขึ้นสัมผัสใบหน้าตัวเอง สัมผัสได้ถึงความเนียนละเอียดของผิวพรรณ ทุกอย่างช่างสมมากกกก "คุณหนู ท่านอย่าเพิ่งขยับมากนะเจ้าคะ ท่านหมดสติไปหลายวัน ท่านเสนาบดีและฮูหยินเป็นห่วงท่านมาก" สาวใช้คนนั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง "ท่านเสนาบดี... ฮูหยิน..." ชื่อเรียกที่แสนคุ้นเคยแต่กลับรู้สึกแปลกประหลาด พริมาเริ่มตระหนักว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความฝัน เธอได้ก้าวเข้ามาสู่โลกที่เธอสร้างขึ้นด้วยสองมือของตัวเองแล้วจริงๆ และบทบาทที่เธอได้รับ... คือนางร้ายที่กำลังจะสร้างความปั่นป่วนให้กับเรื่องราวทั้งหมด!ให้ตายเถอะ! ความสับสนตีวนอยู่ในหัวของพริมา ราวกับพายุที่โหมกระหน่ำ เธอพยายามประติดประต่อเรื่องราวที่เกิดขึ้น แต่ทุกอย่างก็ยังคงเลือนรางและไม่น่าเชื่อ ราวกับเป็นเพียงความฝันอันบิดเบี้ยว "คุณหนู... คุณหนูรู้สึกอย่างไรบ้างเจ้าคะ?" เสียงใสของสาวใช้ดังอยู่ข้างหู พริมาละสายตาจากกระจกเงาไปยังเด็กสาวที่มองมาด้วยความเป็นห่วง "ฉัน... ฉันไม่เป็นอะไรมาก" พริมาตอบเสียงแผ่ว เธอสำรวจตัวเองอีกครั้ง ชุดผ้าไหมเนื้อดีที่สวมใส่อยู่ สัมผัสอ่อนนุ่มราวกับปุยเมฆ เครื่องประดับหยกเนื้อดีที่ประดับประดาอยู่บนศีรษะและข้อมือ ล้วนเป็นสิ่งที่ไม่คุ้นเคย ‘ยัยนี่ขนาดนอนยังใส่เครื่องประดับรึ นี่บ้าไปแล้ว! และมันยังยืนยันว่าเธอไม่ได้อยู่ในโลกเดิมอีกต่อไป "แต่คุณหนูหมดสติไปตั้งหลายวัน พวกเราเป็นห่วงท่านแทบแย่แน่ะเจ้าค่ะ" สาวใช้ยังคงมีสีหน้ากังวลถึงนางจะคิดว่าคุณหนูพูดจาแปลกๆก็ตามที "หลายวัน?" พริมาทวนคำอย่างตกใจ เธอจำได้เพียงแค่ไฟฟ้าดับ และความรู้สึกเหมือนถูกดูดเข้าไปในกระแสบางอย่างเท่านั้น "เจ้าค่ะ เสี่ยวถง เป็นคนดูแลปรนนิบัติคุณหนูตอนที่ท่านล้มป่วยเจ้าค่ะ" สาวใช้น้อยแนะนำตัวด้วยความเคารพ "เสี่ยว... ถง" พริมาพึมพำชื่อนั้นเบาๆ มันเป็นชื่อที่คุ้นหู เพราะเธอเคยตั้งชื่อนี้ให้กับสาวใช้คนสนิทของเฟยซินในนิยาย “ฉันชื่อ… เฟยซินใช่ไหม”พริมาถามสาวใช้เพื่อความแน่ใจว่าใช่ที่นางคิดหรือไม่ “ใช่เจ้าค่ะคุณหนู คุณหนูจำตัวเองไม่ได้รึเจ้าคะ” เสี่ยวถงทำหน้าตาตกใจและสงสัยคุณหนูของตัวเอง หรือคุณหนูนางจะเลอะเลือนไปแล้ว เสี่ยงถงได้แต่คิดในใจแต่ไม่อาจพูดออกมาได้ ให้ตายเถอะ!!ซวยจริงๆฉันทะลุมิติมาอยู่ในนิยายและอยู่ในร่างนางร้ายที่ตัวเองสร้างขึ้น!!แถมยังไม่ใช่ลูกรักของเธออีกด้วย!สวรรค์ท่านกลั่นแกล้งเธอใช่หรือไม่!!ความสับสนในใจของเฟยซินตีรวนราวกับพายุเล็กๆ นางไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรกับการเผชิญหน้าที่ไม่คาดฝันนี้ ควรจะแสร้งทำเป็นไม่รู้จักองค์ชายสามและไป๋หลิง หรือควรจะแสดงท่าทีตามบทบาทของเฟยหลงที่นางเคยเขียนไว้ดีนะ… ในขณะที่เฟยซินกำลังจมอยู่ในห้วงความคิด สายตาของนางก็พลันเหลือบไปเห็นภาพที่ทำให้หัวใจของนางแทบจะหยุดเต้น รถม้าคันหนึ่งกำลังวิ่งมาด้วยความเร็วบนถนนเบื้องหน้า และเด็กน้อยคนหนึ่งที่กำลังวิ่งเล่นอย่างสนุกสนานอยู่กลางถนนนั้น ดูเหมือนจะไม่ทันสังเกตเห็นอันตรายที่กำลังเข้ามาใกล้ สัญชาตญาณความเป็นมนุษย์และความเป็นห่วงเป็นใยผู้อื่นที่ฝังลึกอยู่ในจิตใจของเฟยซินทำงานในทันที โดยไม่ต้องคิดไตร่ตรอง นางตัดสินใจในเสี้ยววินาที วิ่งกระโจนออกไปอย่างรวดเร็ว หวังจะคว้าตัวเด็กน้อยให้พ้นจากเส้นทางของรถม้าที่กำลังพุ่งเข้ามา "อันตราย!" เฟยซินร้องเสียงหลง พร้อมกับผลักร่างเล็กๆ ของเด็กน้อยให้ล้มลงไปด้านข้างอย่างแรง แรงกระแทกทำให้ร่างของนางเสียหลัก ล้มลงไปกับพื้นถนนอย่างจัง แต่โชคดีที่รถม้าหยุดลงได้ทันเส้นยาแดงผ่าแปด ล้อเกือบจะทับร่างของนางไปแล้ว “กรี๊ดดด” เสียงกรีดร้องจากผู้คนที่เห็นเหตุการณ์ต่างร้องขึ้นพร้อม
ความเบื่อหน่ายเริ่มกัดกินหัวใจของเฟยซินหลังจากต้องพักรักษาตัวอยู่แต่ในห้องนานนับสัปดาห์ แม้จะได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างดีจากคนในจวน แต่การไม่ได้ออกไปสัมผัสโลกภายนอกก็ทำให้นางรู้สึกอึดอัดราวกับนกน้อยในกรงทอง นางอยากออกไปดูด้านนอกว่าสถานที่ในยุคจีนโบราณว่ามันเหมือนในพวกซี่รี่ส์จีนที่เธอดูรึเปล่า . . . ในที่สุด เฟยซินก็ตัดสินใจชวนเสี่ยวถงออกไปเดินเล่นนอกจวนบ้าง อย่างน้อยการได้สูดอากาศบริสุทธิ์และเห็นผู้คนใช้ชีวิตก็คงจะดีกว่าการนั่งๆนอนๆมองผนังห้องทั้งวันแบบนี้ "เสี่ยวถง วันนี้อากาศดีเหลือเกิน พาข้าออกไปเดินเล่นในตลาดหน่อยได้หรือไม่?" เฟยซินเอ่ยชวนด้วยน้ำเสียงที่สดใสขึ้นเล็กน้อย เสี่ยวถงชะงักมือที่กำลังจัดดอกไม้ในแจกัน หันมามองคุณหนูของนางด้วยสีหน้าลำบากใจ "เอ่อ... คุณหนูเจ้าคะ ท่านเพิ่งจะหายป่วยดี ท่านหมอสั่งว่ายังไม่ควรออกไปไหนไกลๆ นะเจ้าคะ" "ข้าแค่อยากไปเดินเล่นใกล้ๆ จวนเท่านั้นเอง ไม่ไปไหนไกลเสียหน่อย" เฟยซินยืนยัน "ข้าเบื่อที่จะต้องอยู่ในห้องนี้เต็มทนแล้วนะ" "แต่ว่า... บ่าวเกรงว่าท่านเสนาบดีและฮูหยินจะไม่อนุญาตนะเจ้าคะ" เสี่ยวถงกล่าวด้วยความกังวล "ปกติแล้ว หากคุณหนูจะออกไปไหน
สิบกว่าวันที่พริมาใช้ชีวิตอยู่ในร่างของเฟยซินผ่านไปอย่างเชื่องช้า ท่ามกลางการดูแลเอาใจใส่อย่างดีจากท่านเสนาบดีเฟยและฮูหยินหลินฮวา อาการป่วยของนางค่อยๆ ดีขึ้น ร่างกายที่อ่อนแรงเริ่มกลับมามีเรี่ยวแรง แต่สิ่งที่ยังคงหนักอึ้งอยู่ในใจคือความจริงที่ว่า นางต้องใช้ชีวิตอยู่ในโลกที่ไม่คุ้นเคย ในร่างของตัวละครที่นางสร้างขึ้นมาเอง ภายในห้องนอนที่ตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจง เฟยซินนั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง มองใบหน้าสะสวยแต่แฝงไปด้วยความร้ายกาจในกระจกเงาอย่างพิจารณา "อือ สวยนะนี่" พริมาจับใบหน้าตัวเองหันซ้ายหันขวานางร้ายของเธอสวยจริงๆสวยแบบร้ายๆอย่างที่จินตนาการไว้ในหัวเลย ... พริมาพยายามทำความเข้าใจกับทุกสิ่งรอบตัว เรียนรู้ธรรมเนียมปฏิบัติ คำพูดคำจา และความสัมพันธ์ของผู้คนในจวนเสนาบดี เสี่ยวถง สาวใช้คนสนิท กลายเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญที่คอยบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับตัวตนของ "เฟยซิน" ในอดีตให้นางฟังและพยายามปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยนี้ ยิ่งพริมาได้รู้เรื่องราวของเฟยซินมากเท่าไหร่ นางก็ยิ่งรู้สึกหนักใจ เฟยซินในนิยายของนางเป็นเพียงตัวละครที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นอุปสรรคในความรักของพระเอกและนางเอกลูกร
ยังไม่ทันที่พริมาจะได้คิดหรือสอบถามเสี่ยวถงไปมากกว่านี้ เสียงเปิดประตูอย่างเร่งรีบก็ดังขึ้น พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำที่เต็มไปด้วยความกังวล "ซินเอ๋อร์! ลูกฟื้นแล้ว" ชายวัยกลางคนในชุดขุนนางสง่างามก้าวเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าตื่นตระหนกก่อนจะเปลี่ยนเป็นยินดีที่ลูกสาวฟื้นแล้วสายตาห่วงใยจับจ้องมาที่พริมาทันที่ที่เดินเข้ามาภายในห้อง "ท่าน... ท่านพ่อ?" พริมาเผลอเรียกออกไปตามบทบาทในความทรงจำที่เธอสร้างขึ้น ชายผู้นั้นมีใบหน้าที่เคร่งขรึมแต่แฝงความอ่อนโยน คล้ายคลึงกับภาพที่เธอเคยจินตนาการไว้ในขณะที่เขียนถึง "ท่านเสนาบดีเฟย" บิดาของเฟยซินที่รักลูกสาวดังแก้วตาดวงใจ "ใช่แล้วลูกรัก! พ่อเอง เจ้าเป็นเช่นไรบ้าง บอกพ่อมาซิ เจ็บตรงไหนหรือไม่?" ท่านเสนาบดีเฟยรีบเดินเข้ามาใกล้ จับมือของพริมาไว้ด้วยความเป็นห่วงอย่างแท้จริง ตามมาด้วยหญิงสูงศักดิ์ในชุดแพรไหมสีม่วงอ่อน ใบหน้าสวยสง่าแม้จะมีร่องรอยของความกังวลปรากฏอยู่ ดวงตาเรียวมองพริมาด้วยความรักใคร่ "ซินเอ๋อร์ของแม่... เจ้าทำให้พวกเราเป็นห่วงแทบแย่" นางลูบศีรษะของพริมาอย่างอ่อนโยน "เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมเจ้าถึงหมดสติไปนานเช่นนี้?" "ท่านแม่..." พริมาเรียกหญิง
แสงเทียนสลัวไหววูบตามแรงลมที่ลอดผ่านหน้าต่างบานแคบ พริมาขมวดคิ้ว ดวงตาจ้องมองตัวอักษรบนหน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างเขม็ง นิ้วเรียวเคาะแป้นพิมพ์อย่างรวดเร็ว เรื่องราว "รักสุดท้ายของข้า" กำลังดำเนินไปถึงจุดไคลแมกซ์ เมื่อเฟยซิน คุณหนูรองแห่งจวนเสนาบดี ผู้มีความงามล่มเมือง แต่จิตใจเต็มไปด้วยริษยา กำลังวางแผนการร้ายครั้งสุดท้ายเพื่อกำจัด ไป๋หลิง หญิงสาวสามัญชนที่หัวใจขององค์ชายสามมอบให้ "หึ! ไป๋หลิง... เจ้ามันก็แค่ดอกไม้ข้างทางที่บังอาจมาแย่งชิงสิ่งที่ควรเป็นของข้า" พริมาพิมพ์บทสนทนาของเฟยซินด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ยในมุมปาก เธออินกับบทบาทนางร้ายที่ตัวเองสร้างขึ้นอย่างถึงที่สุด ความร้ายกาจ ความเอาแต่ใจ และความทะเยอทะยานของเฟยซินเป็นสิ่งที่น่าสนใจและท้าทายให้เธอถ่ายทอดออกมา ทันใดนั้นเอง ความมืดมิดก็เข้าปกคลุมห้องทำงาน ไฟฟ้าดับลงอย่างกะทันหัน พริมาสะดุ้งตกใจ เงยหน้าจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ มองไปยังความมืดรอบตัวอย่างงุนงง "ให้ตายเถอะ!!มาดับอะไรตอนนี้เนี่ย!"เสียงสบถดังออกมาจากปากพริมาก่อนที่เธอจะลุกขึ้น เพื่อไปดูว่าเกิดอะไรขึ้นไฟถึงดับ เสียงแปลกประหลาดก็ดังขึ้นแว่วๆ คล้ายเสียงกระแสไฟฟ้าที่ผิดปกติ ก่อนที่ร่







