LOGINสิบกว่าวันที่พริมาใช้ชีวิตอยู่ในร่างของเฟยซินผ่านไปอย่างเชื่องช้า ท่ามกลางการดูแลเอาใจใส่อย่างดีจากท่านเสนาบดีเฟยและฮูหยินหลินฮวา อาการป่วยของนางค่อยๆ ดีขึ้น ร่างกายที่อ่อนแรงเริ่มกลับมามีเรี่ยวแรง แต่สิ่งที่ยังคงหนักอึ้งอยู่ในใจคือความจริงที่ว่า นางต้องใช้ชีวิตอยู่ในโลกที่ไม่คุ้นเคย ในร่างของตัวละครที่นางสร้างขึ้นมาเอง
ภายในห้องนอนที่ตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจง เฟยซินนั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง มองใบหน้าสะสวยแต่แฝงไปด้วยความร้ายกาจในกระจกเงาอย่างพิจารณา "อือ สวยนะนี่" พริมาจับใบหน้าตัวเองหันซ้ายหันขวานางร้ายของเธอสวยจริงๆสวยแบบร้ายๆอย่างที่จินตนาการไว้ในหัวเลย ... พริมาพยายามทำความเข้าใจกับทุกสิ่งรอบตัว เรียนรู้ธรรมเนียมปฏิบัติ คำพูดคำจา และความสัมพันธ์ของผู้คนในจวนเสนาบดี เสี่ยวถง สาวใช้คนสนิท กลายเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญที่คอยบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับตัวตนของ "เฟยซิน" ในอดีตให้นางฟังและพยายามปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยนี้ ยิ่งพริมาได้รู้เรื่องราวของเฟยซินมากเท่าไหร่ นางก็ยิ่งรู้สึกหนักใจ เฟยซินในนิยายของนางเป็นเพียงตัวละครที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นอุปสรรคในความรักของพระเอกและนางเอกลูกรักของนาง แต่เฟยซินในโลกนี้กลับมีความรู้สึก ความปรารถนา เฉกเช่นมนุษย์คนหนึ่ง ความรักที่เธอมีต่อองค์ชายสามนั้นลึกซึ้งและจริงจัง จนกลายเป็นความหลงไหล และนำไปสู่การกระทำที่ผิดพลาดมากมาย "คุณหนูเหม่อมองอะไรอยู่หรือเจ้าคะ?" เสียงของเสี่ยวถงดังขึ้น ทำให้เฟยซินหลุดจากภวังค์ความคิด "เปล่า... ข้าแค่นึกอะไรเพลินๆ" เฟยซินตอบกลับด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่ยังคงดูไม่เป็นธรรมชาตินัก "ช่วงนี้คุณหนูดูเงียบไปมากนะเจ้าคะ ท่านเสนาบดีและฮูหยินเป็นห่วงท่านมากเจ้าค่ะ" เสี่ยวถงกล่าวด้วยความเป็นห่วง "ข้ารู้... ขอบคุณเจ้ามากนะ เสี่ยวถง" เฟยซินเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนขึ้น นางเริ่มรู้สึกผูกพันกับสาวใช้ผู้นี้ ที่คอยดูแลนางอย่างซื่อสัตย์ตั้งแต่นางทะลุมิติมา เสี่ยวถงมองคุณหนูตัวเองอย่างสงสัยในใจ ที่นิสัยของคุณหนูเปลี่ยนไปตั้งแต่ฟื้นขึ้นมา “มะ ไม่เป็นไรเจ้าค่ะบ่าวต้องดูแลคุณหนูตามคำสั่งของนายท่านกับฮูหยินอยู่แล้วเจ้าค่ะ” หลังจากเสี่ยวถงออกไปจากห้อง เฟยซินก็กลับมานั่งทบทวนแผนการของตัวเองอีกครั้ง นางมีสองทางเลือกหลักๆ ที่ต้องตัดสินใจ ทางเลือกที่หนึ่ง ดำเนินตามเนื้อเรื่อง จะดีหรือ? หากนางเลือกที่จะดำเนินตามเนื้อเรื่องที่นางเคยเขียนไว้ นั่นหมายความว่านางจะต้องสวมบทบาทเป็นนางร้ายต่อไปน่ะสิ กลั่นแกล้งไป๋หลิง และพยายามช่วงชิงองค์ชายสามมาเป็นของตนเอง แต่พริมาในร่างของเฟยซินกลับรู้สึกขัดแย้งกับความคิดนี้ นางไม่ชอบแย่งผู้ชายของใคร!และไม่ต้องการที่จะเป็นคนร้ายกาจอย่างที่นางสร้างตัวละครในนิยายนี้ขึ้นมา และยิ่งได้สัมผัสกับความรักและความหวังดีจากครอบครัวของเฟยซิน นางก็ยิ่งไม่อยากทำร้ายใคร มันคือชีวิตจริงของนางไม่ใช่นิยายอีกต่อไป และ... ทางเลือกที่สอง หลีกหนีจากพระเอกและนางเอกก็น่าสนใจแต่มันจะเป็นไปได้หรือไม่นี่สิเพราะนางคือนางร้ายเชียวนะตัวเอกของเรื่องลองลงมาจากพระเอกนางเอก การพยายามหลีกหนีจากองค์ชายสามและไป๋หลิง ตัดวงจรความสัมพันธ์อันตรายที่นางเคยกำหนดไว้ การทำเช่นนี้อาจทำให้เนื้อเรื่องเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง และอาจส่งผลกระทบต่อชะตากรรมของตัวละครอื่นๆ ในนิยาย แต่ก็อาจเป็นหนทางเดียวที่จะทำให้นางไม่ต้องกลายเป็นนางร้ายที่น่ารังเกียจ และอาจมีโอกาสที่จะใช้ชีวิตอย่างสงบสุขในโลกนี้ พริมาในร่างเฟยซินขบคิดอย่างหนัก นางไม่รู้ว่าการเปลี่ยนแปลงเนื้อเรื่องจะส่งผลเสียต่อโลกนี้หรือไม่ หรือมันอาจจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ไม่คาดฝัน นางเป็นเพียงคนนอกที่หลุดเข้ามาในโลกนี้… แต่นางเป็นคนเขียนนิยายเรื่องนี้นี่! ในขณะเดียวกัน การต้องใช้ชีวิตเป็นเฟยซินที่ต้องคอยอิจฉาริษยาและวางแผนร้าย ก็เป็นสิ่งที่นางไม่อาจยอมรับได้ นางในฐานะนักเขียน ย่อมรู้ดีว่าจุดจบของนางร้ายนั้นไม่มีความสุข "เห้ยยยเอาอย่างไรดีเนี่ย..." พริมาในร่างเฟยซินพึมพำกับตัวเองอย่างสับสน ทันใดนั้นเอง ความคิดหนึ่งก็แวบเข้ามาในหัวของนาง ทำไมนางต้องเลือก! เพียงแค่สองทางนี้? ทำไมนางไม่ลองหาทางที่จะอยู่ร่วมกับพวกเขาได้โดยที่ไม่ต้องเป็นศัตรูกัน? เฟยซินอาจจะไม่จำเป็นต้องร้ายกาจเสมอไป หากนางสามารถเปลี่ยนแปลงมุมมองและความคิดของนางได้ บางที... นางอาจจะสามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับองค์ชายสามและไป๋หลิงได้ แต่สองคนนั้นจะดีตอบกลับนางรึเปล่านี่สิ...นางร้ายก่อนนี้สร้างเรื่องไว้เยอะด้วยสิ อย่างไรก็ตาม เฟยซินตัดสินใจแล้วว่า นางจะไม่ยอมให้ชีวิตของนางในร่างของเฟยซินต้องดำเนินไปตามบทบาทที่นางเคยกำหนดไว้ นางจะพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง และหาทางที่จะอยู่รอดในโลกนี้อย่างสงบสุขที่สุด ก้าวแรกของแผนการคือการหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับองค์ชายสามและไป๋หลิงให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เธอจะใช้เวลาในการเรียนรู้โลกนี้ให้มากขึ้น สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับคนในจวนเสนาบดี และที่สำคัญนางจะหาผู้จีนหล่อๆแต่งงานซะให้มันจบๆไป "ต่อจากนี้ไป... เฟยซินคนใหม่ จะไม่ใช่เฟยซินคนเดิมอีกต่อไปแล้ว!" เฟยซินกล่าวกับตัวเองด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความสับสน บัดนี้กลับเปล่งประกายด้วยความมุ่งมั่น นางไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร เนื้อเรื่องจะดำเนินไปเช่นไร แต่…ในเมื่อนางเข้ามาอยู่ในร่างนี้แล้ว นางอาจจะหาชายหนุ่มยุคจีนโบราณหล่อๆนิสัยดีๆแต่งงานสักคนในเมื่อโลกก่อนยังไม่มีผัวมีโอกาสมายังโลกนิยายแบบนี้…ก็ขอหาผู้จีนทำผัวสักคนเถอะงั้น ฮิๆๆๆ เมื่อคิดได้แบบนี้ เฟยซินก็หัวเราะกับตัวเองอย่างมีความสุขความสับสนในใจของเฟยซินตีรวนราวกับพายุเล็กๆ นางไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรกับการเผชิญหน้าที่ไม่คาดฝันนี้ ควรจะแสร้งทำเป็นไม่รู้จักองค์ชายสามและไป๋หลิง หรือควรจะแสดงท่าทีตามบทบาทของเฟยหลงที่นางเคยเขียนไว้ดีนะ… ในขณะที่เฟยซินกำลังจมอยู่ในห้วงความคิด สายตาของนางก็พลันเหลือบไปเห็นภาพที่ทำให้หัวใจของนางแทบจะหยุดเต้น รถม้าคันหนึ่งกำลังวิ่งมาด้วยความเร็วบนถนนเบื้องหน้า และเด็กน้อยคนหนึ่งที่กำลังวิ่งเล่นอย่างสนุกสนานอยู่กลางถนนนั้น ดูเหมือนจะไม่ทันสังเกตเห็นอันตรายที่กำลังเข้ามาใกล้ สัญชาตญาณความเป็นมนุษย์และความเป็นห่วงเป็นใยผู้อื่นที่ฝังลึกอยู่ในจิตใจของเฟยซินทำงานในทันที โดยไม่ต้องคิดไตร่ตรอง นางตัดสินใจในเสี้ยววินาที วิ่งกระโจนออกไปอย่างรวดเร็ว หวังจะคว้าตัวเด็กน้อยให้พ้นจากเส้นทางของรถม้าที่กำลังพุ่งเข้ามา "อันตราย!" เฟยซินร้องเสียงหลง พร้อมกับผลักร่างเล็กๆ ของเด็กน้อยให้ล้มลงไปด้านข้างอย่างแรง แรงกระแทกทำให้ร่างของนางเสียหลัก ล้มลงไปกับพื้นถนนอย่างจัง แต่โชคดีที่รถม้าหยุดลงได้ทันเส้นยาแดงผ่าแปด ล้อเกือบจะทับร่างของนางไปแล้ว “กรี๊ดดด” เสียงกรีดร้องจากผู้คนที่เห็นเหตุการณ์ต่างร้องขึ้นพร้อม
ความเบื่อหน่ายเริ่มกัดกินหัวใจของเฟยซินหลังจากต้องพักรักษาตัวอยู่แต่ในห้องนานนับสัปดาห์ แม้จะได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างดีจากคนในจวน แต่การไม่ได้ออกไปสัมผัสโลกภายนอกก็ทำให้นางรู้สึกอึดอัดราวกับนกน้อยในกรงทอง นางอยากออกไปดูด้านนอกว่าสถานที่ในยุคจีนโบราณว่ามันเหมือนในพวกซี่รี่ส์จีนที่เธอดูรึเปล่า . . . ในที่สุด เฟยซินก็ตัดสินใจชวนเสี่ยวถงออกไปเดินเล่นนอกจวนบ้าง อย่างน้อยการได้สูดอากาศบริสุทธิ์และเห็นผู้คนใช้ชีวิตก็คงจะดีกว่าการนั่งๆนอนๆมองผนังห้องทั้งวันแบบนี้ "เสี่ยวถง วันนี้อากาศดีเหลือเกิน พาข้าออกไปเดินเล่นในตลาดหน่อยได้หรือไม่?" เฟยซินเอ่ยชวนด้วยน้ำเสียงที่สดใสขึ้นเล็กน้อย เสี่ยวถงชะงักมือที่กำลังจัดดอกไม้ในแจกัน หันมามองคุณหนูของนางด้วยสีหน้าลำบากใจ "เอ่อ... คุณหนูเจ้าคะ ท่านเพิ่งจะหายป่วยดี ท่านหมอสั่งว่ายังไม่ควรออกไปไหนไกลๆ นะเจ้าคะ" "ข้าแค่อยากไปเดินเล่นใกล้ๆ จวนเท่านั้นเอง ไม่ไปไหนไกลเสียหน่อย" เฟยซินยืนยัน "ข้าเบื่อที่จะต้องอยู่ในห้องนี้เต็มทนแล้วนะ" "แต่ว่า... บ่าวเกรงว่าท่านเสนาบดีและฮูหยินจะไม่อนุญาตนะเจ้าคะ" เสี่ยวถงกล่าวด้วยความกังวล "ปกติแล้ว หากคุณหนูจะออกไปไหน
สิบกว่าวันที่พริมาใช้ชีวิตอยู่ในร่างของเฟยซินผ่านไปอย่างเชื่องช้า ท่ามกลางการดูแลเอาใจใส่อย่างดีจากท่านเสนาบดีเฟยและฮูหยินหลินฮวา อาการป่วยของนางค่อยๆ ดีขึ้น ร่างกายที่อ่อนแรงเริ่มกลับมามีเรี่ยวแรง แต่สิ่งที่ยังคงหนักอึ้งอยู่ในใจคือความจริงที่ว่า นางต้องใช้ชีวิตอยู่ในโลกที่ไม่คุ้นเคย ในร่างของตัวละครที่นางสร้างขึ้นมาเอง ภายในห้องนอนที่ตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจง เฟยซินนั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง มองใบหน้าสะสวยแต่แฝงไปด้วยความร้ายกาจในกระจกเงาอย่างพิจารณา "อือ สวยนะนี่" พริมาจับใบหน้าตัวเองหันซ้ายหันขวานางร้ายของเธอสวยจริงๆสวยแบบร้ายๆอย่างที่จินตนาการไว้ในหัวเลย ... พริมาพยายามทำความเข้าใจกับทุกสิ่งรอบตัว เรียนรู้ธรรมเนียมปฏิบัติ คำพูดคำจา และความสัมพันธ์ของผู้คนในจวนเสนาบดี เสี่ยวถง สาวใช้คนสนิท กลายเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญที่คอยบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับตัวตนของ "เฟยซิน" ในอดีตให้นางฟังและพยายามปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยนี้ ยิ่งพริมาได้รู้เรื่องราวของเฟยซินมากเท่าไหร่ นางก็ยิ่งรู้สึกหนักใจ เฟยซินในนิยายของนางเป็นเพียงตัวละครที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นอุปสรรคในความรักของพระเอกและนางเอกลูกร
ยังไม่ทันที่พริมาจะได้คิดหรือสอบถามเสี่ยวถงไปมากกว่านี้ เสียงเปิดประตูอย่างเร่งรีบก็ดังขึ้น พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำที่เต็มไปด้วยความกังวล "ซินเอ๋อร์! ลูกฟื้นแล้ว" ชายวัยกลางคนในชุดขุนนางสง่างามก้าวเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าตื่นตระหนกก่อนจะเปลี่ยนเป็นยินดีที่ลูกสาวฟื้นแล้วสายตาห่วงใยจับจ้องมาที่พริมาทันที่ที่เดินเข้ามาภายในห้อง "ท่าน... ท่านพ่อ?" พริมาเผลอเรียกออกไปตามบทบาทในความทรงจำที่เธอสร้างขึ้น ชายผู้นั้นมีใบหน้าที่เคร่งขรึมแต่แฝงความอ่อนโยน คล้ายคลึงกับภาพที่เธอเคยจินตนาการไว้ในขณะที่เขียนถึง "ท่านเสนาบดีเฟย" บิดาของเฟยซินที่รักลูกสาวดังแก้วตาดวงใจ "ใช่แล้วลูกรัก! พ่อเอง เจ้าเป็นเช่นไรบ้าง บอกพ่อมาซิ เจ็บตรงไหนหรือไม่?" ท่านเสนาบดีเฟยรีบเดินเข้ามาใกล้ จับมือของพริมาไว้ด้วยความเป็นห่วงอย่างแท้จริง ตามมาด้วยหญิงสูงศักดิ์ในชุดแพรไหมสีม่วงอ่อน ใบหน้าสวยสง่าแม้จะมีร่องรอยของความกังวลปรากฏอยู่ ดวงตาเรียวมองพริมาด้วยความรักใคร่ "ซินเอ๋อร์ของแม่... เจ้าทำให้พวกเราเป็นห่วงแทบแย่" นางลูบศีรษะของพริมาอย่างอ่อนโยน "เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมเจ้าถึงหมดสติไปนานเช่นนี้?" "ท่านแม่..." พริมาเรียกหญิง
แสงเทียนสลัวไหววูบตามแรงลมที่ลอดผ่านหน้าต่างบานแคบ พริมาขมวดคิ้ว ดวงตาจ้องมองตัวอักษรบนหน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างเขม็ง นิ้วเรียวเคาะแป้นพิมพ์อย่างรวดเร็ว เรื่องราว "รักสุดท้ายของข้า" กำลังดำเนินไปถึงจุดไคลแมกซ์ เมื่อเฟยซิน คุณหนูรองแห่งจวนเสนาบดี ผู้มีความงามล่มเมือง แต่จิตใจเต็มไปด้วยริษยา กำลังวางแผนการร้ายครั้งสุดท้ายเพื่อกำจัด ไป๋หลิง หญิงสาวสามัญชนที่หัวใจขององค์ชายสามมอบให้ "หึ! ไป๋หลิง... เจ้ามันก็แค่ดอกไม้ข้างทางที่บังอาจมาแย่งชิงสิ่งที่ควรเป็นของข้า" พริมาพิมพ์บทสนทนาของเฟยซินด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ยในมุมปาก เธออินกับบทบาทนางร้ายที่ตัวเองสร้างขึ้นอย่างถึงที่สุด ความร้ายกาจ ความเอาแต่ใจ และความทะเยอทะยานของเฟยซินเป็นสิ่งที่น่าสนใจและท้าทายให้เธอถ่ายทอดออกมา ทันใดนั้นเอง ความมืดมิดก็เข้าปกคลุมห้องทำงาน ไฟฟ้าดับลงอย่างกะทันหัน พริมาสะดุ้งตกใจ เงยหน้าจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ มองไปยังความมืดรอบตัวอย่างงุนงง "ให้ตายเถอะ!!มาดับอะไรตอนนี้เนี่ย!"เสียงสบถดังออกมาจากปากพริมาก่อนที่เธอจะลุกขึ้น เพื่อไปดูว่าเกิดอะไรขึ้นไฟถึงดับ เสียงแปลกประหลาดก็ดังขึ้นแว่วๆ คล้ายเสียงกระแสไฟฟ้าที่ผิดปกติ ก่อนที่ร่







