مشاركة

ชะตาชีวิตพลิกผันทะลุมิติมาปลูกแตงกวา
ชะตาชีวิตพลิกผันทะลุมิติมาปลูกแตงกวา
مؤلف: วริษา

บทที่ 1 ถูกหักหลัง

مؤلف: วริษา
last update تاريخ النشر: 2024-12-15 09:54:21

บทที่ 1 ถูกหักหลัง

        เมืองหลวงที่กว้างใหญ่ผู้คนกำลังเดินอย่างเร่งรีบเพื่อไปทำงานไม่ต่างอะไรกับ ลี่หยางชายหนุ่มที่กำลังเดินไปด้านหน้าขะมักเขม้น เขาทำงานทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นงานประจำหรือแม้กระทั่งงานพิเศษเพื่อหาเงินมาให้มาก ๆ ลี่หยางไม่เคยมีครอบครัว เขาเกิดมาเป็นเด็กกำพร้าและเติบโตมาจากสถานที่รับเลี้ยงเด็ก แต่เมื่อมีแฟนเขาจึงรักและเถิดทูลเขามากที่สุด และการทำงานในครั้งนี้เขาตั้งทำงานสารพัดอย่างเพราะครอบครัวของคนรักนั้นเกิดป่วยขึ้นมา เฉินจิ่นหรือแฟนของลี่หยางจึงนำเรื่องที่บ้านมาปรึกษาเพราะไม่รู้ว่าจะหาค่ารักษามาจากไหน ลี่หยางสงสารแฟนสุดหัวใจ เขาจึงได้มอบเงินเก็บให้กับเฉินจิ่น แต่ก็คงไม่พอสำหรับการรักษา ลี่หยางจึงให้คำสัญญาว่าเขาจะหาเงินมาช่วยเหลือครอบครัวของเฉินจิ่นจนกว่าจะได้ออกจากโรงพยาบาล

เฉินจิ่นโอบกอดและขอบคุณที่ลี่หยางไม่รังเกียจที่ต้องมาช่วยเหลือเขาแถมยังต้องหาเงินค่ารักษาช่วยเขาอีกด้วย

"เหม่อลอยเชียวนะ รู้มั้ยว่าน้ำเต็มกะละมั่งแล้ว" หัวหน้าของลี่หยางได้สะกิดบอก 

"ขอโทษด้วยครับ ผมจะตั้งใจทำงานให้มากกว่านี้ "ลี่หยางรีบก้มลงขอโทษ เขาทันทีที่ไม่ได้ตั้งใจทำงาน 

"ฉันยังไม่ได้ว่าอะไรนายสักหน่อย ว่าแต่ช่วงนี้นายพักผ่อนน้อยหรือยังไง? เหมือนจะง่วงตลอดเวลา" เจ้านายถามเขาด้วยคความเป็นห่วง 

"พอดีช่วงนี้ผมทำงานหลายที่เพราะต้องหาเงินไปรักษาแม่ของเฉินจิ่น เลยไม่ค่อยได้พักผ่อนนะครับ" เจ้านายเดินเข้ามาตบบ่าและเดินออกไป

"อย่าดูแลเอาใจใส่คนอื่น จนลืมที่จะดูแลตัวเองด้วยล่ะ เงินจะหาเมื่อไหร่ย่อมได้แต่ว่าร่างกายของนายหากเจ็บป่วยขึ้นมาจะมีใครมาดูแล "

"ก็เฉินจิ่นไงครับเขารักผมจะตาย " ลี่หยางยิ้มกริ่มตอบออกมาอย่างมั่นใจ

“ขอให้เขารักนายจริงอย่างที่นายพูดแล้วกัน ตั้งใจทำงานให้เสร็จเถอะนายจะได้ไปทำที่อื่นต่อ” เจ้านายพูดจบก็เดินออกไป เขามาทำงานที่ร้านกาแฟโชคดีที่มีเจ้านายใจดี ทำให้ลี่หยางไม่ค่อยกดดันสักเท่าไหร่ เขาตั้งใจทำงานเสิร์ฟของที่ลูกค้าสั่ง และก็ช่วยเก็บกวาดร้านเมื่อตอนลูกค้าไม่มี ร้านที่เขาทำจะปิดลงตอนบ่าย ทำให้ลี่หยางมีเวลาไปทำงานอีกที่ เป็นร้านอาหารยามค่ำคืนเป็นร้านเหล้า ในตอนแรกที่ลี่หยางไปสมัครเจ้าของอยากให้ลี่หยางไปทำหน้าที่ต้อนรับและเอ็นเตอร์เทนแต่ลี่หยางไม่ชอบงานเช่นนั้นเหมือนไม่ให้เกียรติแฟนตัวเองที่จะให้ผู้อื่นมาแตะต้องร่างกาย ลี่หยางจึงขอทำให้หน้าที่พนักงานเสิร์ฟและคอยเก็บกวาดร้านก็เพียงพอแล้ว แม้เจ้านายจะเสียดายหน้าตาของลี่หยางอย่างไรเขาก็ไม่ยอมทำ 

“ผมกลับก่อนนะครับ ” ลี่หยางเก็บของเสร็จเรียบร้อยก็ร่ำลาเพื่อกลับบ้านพักผ่อน เขายกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูเวลานี่ก็เลยเวลามามากแต่ทำไมเฉินจิ่นยังไม่มารับ ลี่หยางล้วงเอามือถือออกมาจากกระเป๋าสะพายก็พบกับข้อความของเฉินจิ่นที่ส่งมาบอกว่าวันนี้เขามารับไม่ได้ ลี่หยางถอนหายใจและเดินไปที่ป้ายรถเมย์เพื่อเดินทางพาร่างกายที่เหนื่อยล้ากลับไปที่ห้องนอน ช่วงแรก ๆ เฉินจิ่นจะคอยมารับตลอดแต่ช่วงหลังมานี้เขามักจะไม่ค่อยว่างและบอกว่าตนเองนั้นกำลังดูแลคุณแม่อยู่ แม้ลี่หยางจะเข้าใจแต่เขาเองก็อยากพบหน้าของเฉินจิ่นบ้างเท่านั้นเอง

เมื่อกลับมาถึงห้องลี่หยางก็เดินไปที่เตียงนอนและหลับไปอย่างหมดแรง

ตริ่งๆ ๆ””” เสียงนาฬิกาในเวลาเดิม ๆ ก็ได้ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ลี่หยางใช้มือคว้าไปปิดนาฬิกาที่ดังอยู่บนหัวเตียงและลุกขึ้นมาปิดตัวก่อนจะเดินไปคว้าผ้าเช็ดตัวเข้าห้องน้ำเพื่ออาบน้ำไปทำงานเช่นเคย

ติ่ง! เสียงข้อความดังขึ้นในตอนที่ลี่หยางอยู่ในห้องน้ำ เมื่อเขาอาบน้ำเสร็จแล้วก็ได้เดินออกมาสวมเสื้อผ้าและหยิบมือถือมาดูว่าเฉินจิ่นติดต่อมาบ้างหรือเปล่า ? นี่ก็หลายวันแล้วที่ไม่ได้พบหน้า ตั้งแต่วันที่เงินเดือนของลี่หยางออกเขาก็ได้ขอไปดูแลแม่ แต่แล้วกลับไม่พบข้อความของเฉินจิ่นเลย มีเพียงข้อความของที่ร้านส่งเข้ามาลี่หยางเปิดอ่านก็พบว่าวันนี้ร้านปิดเพราะคุณแม่ของเจ้าของร้านได้ล้มหัวฟาดพื้นต้องกลับไปหาแม่ที่นอกเมือง ลี่หยางอ่านจบก็ได้ยิ้มออกมาทันที เช่นนั้นก็เท่ากับว่าวันนี้เขาได้พักผ่อนหนึ่งวัน แต่ลี่หยางกลับเดินไปหยิบกระเป๋าสะพานและมือถือไปด้านนอกพร้อมเสื้อคุมกันแดด แม้เขาไม่รู้จักกับครอบครัวของเฉินจิ่นเท่าไหร่แต่ก็เคยส่งของกินของใช้ไปให้บ่อย ๆ จึงมีที่อยู่ของเขา ลี่หยางตั้งใจว่าวันนี้จะไปเยี่ยมคุณแม่ที่ป่วยและซื้อของไปฝาก

       ลี่หยางไปที่ตลาดและซื้อของพร้อมเดินไปรอรถที่ป้ายรถเมย์เพื่อเดินทางเขามองดูของที่ซื้อไปฝากก็ยิ้มออกมาอย่างดีใจ วันนี้เขาจะได้พบกับเฉินจิ่นคนรักที่เขาคิดถึงมากที่สุดในตอนนี้ 

ในที่สุดรถก็ได้มาจอดที่หน้าบ้านของเฉินจิ่นเขาลงรถมาก็ได้เดินไปหน้าบ้านเลขที่ที่จดมา ก็ได้พบเลขที่ตนเคยส่งของมาให้บ่อย ๆ

“มาถึงแล้วสินะ นายจะดีใจแค่ไหนนะที่เห็นฉันมาเยี่ยมถึงที่บ้านอย่างนี้ โอ๊ยตื่นเต้นชะมัดอยากเห็นสีหน้าตอนที่เขาเห็นฉันชะมัดคงจะตกใจน่าดู ” ลี่หยางพูดออกมาพร้อมกดกริ่งที่หน้าบ้าน ไม่นานนักก็มีคนออกมาเปิดประตูให้ลี่หยาง 

“ไม่ทราบว่ามาหาใครคะ ”หญิงสาวใบหน้าสะสวยเปิดประตูออกมาและมองดูลี่หยางตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนจะยิ้มหวานให้เขาเพื่อเป็นการต้อนรับ

“เอ่อ... ไม่ทราบว่าที่นี่บ้านของเฉินจิ่นมั้ยครับ? ” เมื่อเธอได้ยินชื่อของเฉินจิ่นก็รีบชวนเขาเข้าบ้านทันที

“ก็คิดว่าใครที่ไหนที่แท้ก็คงเป็นเพื่อนของเฉินจิ่นใช่มั้ยคะ เข้ามาด้านในก่อนเถอะค่ะ แล้วนี่เอาอะไรมามากมายขนาดนี้คะ” เธอผายมือให้ลี่หยางเข้ามาลี่หยางเองก็ต้องแปลกใจที่เธอถาม และเขาเองก็สงสัยว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใครเพราะเฉินจิ่นเคยบอกว่าเขาเป็นลูกชายเพียงคนเดียว

ลี่หยางกำลังจะบอกว่าที่เขานำมานั้นเป็นของฝากแต่ก็ไม่ทันได้พูดเฉินจิ่นก็เดินออกมาพร้อมอุ้มเด็กเล็กอยู่ในอ้อมกอด

“ที่รักใครมาหรือทำไมถึงออกมานานขนาดนี้” เฉินจิ่นที่เดินเข้ามาหาผู้หญิงคนนั้นพร้อมโอบกอดเธอ สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ลี่หยางที่เดินตามมาก็ได้เห็นเข้าเต็ม ๆ ทั้งสองตา สิ่งที่เกิดอยู่ต่อหน้ามันเกิดความคาดหมาย ใจของลี่หยางเริ่มสั่นไหวและร้อนรุ่ม 

“มีคนมาหาคุณนะค่ะน่าจะเป็นเพื่อนคุณ ใจดีมากเลยซื้อของมาฝากตั้งมากมาย เจ้าหนูมาหาแม่ม่ะให้คุณพ่อได้ไปต้อนรับเพื่อน” ผู้หญิงคนนั้นก็ยื่นมืออุ้มเอาเด็กเล็กที่อยู่ในแขนของเฉินจิ่นมากอดและพาเดินเข้าไปที่ห้อง ส่วนเฉินจิ่นเมื่อรู้ว่ามีคนมาหาเขาก็ได้หันหน้ามาดูก็ต้องสะดุ้งตกใจและใบหน้าก็เริ่มซีดขาว จากต่างลี่หยางที่ตอนนี้รอบดวงตากำลังเอ่อแดงและพยายามกลั่นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมา นี่ผ่านมาเขาโกหกมาตลอด ความรักตลอดห้าปีที่ผ่านมาคือสิ่งที่เขาสร้างขึ้นมาเพื่อหลอกลวงลี่หยางทั้งสิ้น ลี่หยางเจ็บปวดหัวใจของตนเองอย่างมากมายแต่ก็ต้องกลั่นน้ำตาซ้อนความเจ็บปวดไว้และยื่นของที่เขาซื้อมาฝากด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

“ฉันซื้อของมาฝากแม่ของนาย ท่านเป็นอย่างไรบ้างหายดีแล้วหรือ” ลี่หยางพยายามพูดออกมาอย่างเป็นปกติแม้ว่าน้ำเสียงตอนนี้กำลังสั่นเครือ

เฉินจิ่นรีบรับของและวางลงพร้อมเดินเข้ามาใกล้ลี่หยาง

“นี่ลี่หยางฟังฉันก่อนนะ เรื่องนี้ฉันอธิบายได้” เขาก้าวเท้าเดินเข้ามาใกล้ลี่หยางมากขึ้น แต่ลี่หยางก็พยายามถอยหลังหนี

“อย่า...เข้ามาใกล้ฉันเดี๋ยวเมียของนายจะเห็นเอาได้ ”

“นี่ฉันบอกแล้วไงว่าฉันอธิบายได้ ฟังฉันก่อนนะ” เฉินจิ่นจับแขนของลี่หยางให้ไปพูดกับตนที่ด้านนอก เขตหมู่บ้านที่เฉินจิ่นอยู่นั้นติดกับทะเลทำให้มีลมแรงโบกสะบัดเขาได้พาลี่หยางมาคุยกันที่ถนนริมทะเล เมื่อมาถึงลี่หยางไม่อาจอั้นความรู้สึกไว้อีกต่อไป 

“ปล่อย!! ฉันบอกให้ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้ นี่มันเรื่องอะไรแล้วแม่นายที่ป่วยอยู่ตอนนี้อยู่ที่ไหน แล้วผู้หญิงกับเด็กนั่นอีกหากวันนี้ฉันไม่มาเยี่ยมนายที่บ้านก็คงไม่รู้ว่าที่ผ่านมาฉันโง่ขนาดไหนที่ให้นายหลอกอย่างกับคนโง่ ” ลี่หยางระเบิดอารมณ์ของตัวเองออกมาพร้อมน้ำตาที่กำลังรินไหล 

“ไม่นะ! ฉันไม่เคยหลอกลวงนายเลย ความรู้สึกที่ฉันมีให้นายนั่นคือของจริง แต่ว่าผู้หญิงคนนั้นมันคือความจำเป็นที่ฉันต้องทำเช่นนั้น”

“ความจำเป็นอะไร? หากนายไม่รักเธอก็คงไม่มีเด็กคนนั้นมาเกิดหรอกนะ นายกลับไปเถอะไปอยู่กับครอบครัวของนาย ตอนนี้ฉันไม่อยากรับรู้อะไรอีกแล้ว ฉันเหนื่อย” น้ำตาที่พรั่งพรูออกมาจากตาของลี่หยางอย่างมากมาย

“ฟังฉันก่อนนะ แม่ของฉันไม่สบายจริง ๆ และท่านอยากอุ้มหลาน ฉันต้องทำ...”

“หยุดอย่ามาอ้างเลย ถ้านายรักฉันจริงจะไม่มีทางหักหลังฉันแบบนี้ เอามือสกปรกของนายออกมาจากมือฉันเดี๋ยวนี้ ” ลี่หยางไม่อาจทนฟังคำโกหกที่ออกมาจากปากของเฉินจิ่นได้อีกต่อไปเขาสะบัดมือของเฉินจิ่นออกและวิ่งหนีเขาไปแต่ในเวลาเดียวกันรถบรรทุกสัตว์ทะเลเพื่อไปส่งตามที่ต่าง ๆ ก็ได้ขับออกมาด้วยความเร็วทำให้เขาไม่สามารถเบรกทำชนเข้ากับร่างของลี่หยางอย่างแรงก่อนที่จะกระเด็นลงไปในทะเล เสียงดังกึกก้องไม่ว่าจะเป็นเสียงเบรกของล้อรถหรือเสียงที่ตะโกนออกมาของเฉินจิ่นที่ดังอยู่ในหูของลี่หยางที่กำลังร่องลอยไปที่ทะเลความเจ็บปวดที่จิตใจนั้นมากกว่าแรงที่รถชนเขาหลายร้อยเท่า ร่างของลี่หยางกำลังจมลงอย่างช้า ๆ ตอนนี้เขาไม่รับรู้อะไรนอกจากความหนาวเหน็บในร่างกายลี่หยางเริ่มทรมานเพราะน้ำกำลังไหลเวียนเข้าสู่ร่างกายเขาหลับตาลงอย่างช้า ๆ และปล่อยให้ตนเองจมลงไปที่ใต้ท้องทะเล และภาวนาในจิตใจ หากได้เกิดมาอีกครั้งเขาจะไม่ขอรักใครอีกเลยและไม่ขอพบเจอกับเฉินจิ่นอีก

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ชะตาชีวิตพลิกผันทะลุมิติมาปลูกแตงกวา   บทที่ 30 ฮูหยินของท่านเจ้าเมือง

    บทที่ 30 ฮูหยินของท่านเจ้าเมืองรุ่งเช้าวันต่อมา เจียวซิ่งรู้ว่าเรือนของจิ้นหยางถูกวางเพลิงจนไม่เหลือแม้กระทั่งเสาเรือนรีบเดินทางมาที่เรือนของท่านเจ้าเมืองเพื่อกับจิ้นหยาง และเมื่อจิ้นหยางได้ยินรีบไปดูเรือนด้วยความเสียใจ เรือนทั้งหลังมีเพียงขี้เถ้าเท่านั้นและเขาเองก็รู้ดีว่าต้องเป็นฝีมือของใต้เท้ามู่จึงรีบเดินทางไปหาใต้เท้ามู่ที่เรือนเรื่องในครั้งนี้เขาจะไม่น้อยอยู่นิ่งเฉยอีกต่อไป แม้ตายก็ไม่กลัวแต่ทว่าเมื่อมาที่เรือนของใต้เท้ามู่กลับไม่อยู่และรู้มาว่าท่านเจ้าเมืองได้จัดการจับกุมใต้เท้ามู่ไปยังวังหลวงเพื่อรับโทษ จิ้นหยางครุ่นคิดก็นึกออกว่าที่เขาไม่ให้ตนเองไปหาเมื่อคืนนี้เพราะต้องออกมาจัดการใต้เท้ามู่ทำให้จิ้นหยางทราบซึ้งน้ำใจของเขายิ่งนัก กลับเรือนท่านเจ้าเมืองเพื่อรอเขากลับจากวังหลวง ยิ่งเขาทำดีด้วยเท่าไหร่หัวใจของจิ้นหยางยิ่งเจ็บปวดที่ต้องคอยอาศัยท่านเจ้าเมืองอยู่เรื่อย แม้จะไม่มีเรือนให้อยู่แต่ว่าวันนี้เขาจะใช้หนี้ท่านเจ้าเมืองและพาท่านแม่ออกไปอยู่ที่อื่น หากอยู่ที่นี่ต่อมีแต่หัวใจของจิ้นหยางที่ต้องเจ็บปวดเพียงผู้เดียว เรื่องของท่านใต้เท้ามู่ถูกฝ่าบาทตัดสินความผิดให้ค

  • ชะตาชีวิตพลิกผันทะลุมิติมาปลูกแตงกวา   บทที่ 29 จัดการใต้เท้ามู่

    บทที่ 29 จัดการใต้เท้ามู่ ฝั่งด้านบ่าวรับใช้ของใต้เท้ามู่ที่เตรียมการเดินทางมายังเรือนของจิ้นหยางเพื่อมาทำลายแปลงผักพร้อมเผาเรือนตามคำสั่งของใต้เท้ามู่เมื่อเห็นว่าดวงตะวันตกดินถึงเวลาที่พวกเขาต้องลงมือจัดการจึงพากันเดินทางมาจัดการตามคำสั่งทันที แต่ทว่าเมื่อมาถึงกลับพบว่าแตงกวาของจิ้นหยางถูกเก็บเกี่ยวไปหมดแล้วมีเพียงเรือนที่เงียบสนิท“ทำไมเรือนถึงได้ไร้แสงไฟอย่างนี้นะ ! ” ชายฉกรรจ์ผู้หนึ่งได้เอ่ยขึ้น อีกคนจึงแย้งขึ้นมา“ในเรือนมีเพียงหญิงชรากับบุตรชายไม่ใช่หรือ ? คงเป็นเพราะเก็บแตงเหน็ดเหนื่อยพากันพักผ่อนเร็วล่ะมั่ง รีบจัดการตามคำสั่งของท่านใต้เท้าเถิดจะได้รีบกลับกันหากผู้อื่นมาเห็นเขาจะเป็นเรื่องใหญ่”“นี่เจ้าจะกลัวอันใด ! ในหมู่บ้านนี้ไม่มีผู้ใดไม่เกรงกลัวใต้เท้ามู่หรอกและไม่มีผู้ใดกล้าท้าทายอำนาจของท่านหรอกนะ เช่นนั้นเจ้านำไฟนี่ไปโยนใส่หลังคาเรือนสิจะได้รีบกลับ” ชายคนเดิมเอ่ยขึ้นอีกครั้งพร้อมยื่นโคมไฟให้แก่เขาเพื่อโยนใส่หลังคาที่ทำด้วยฟางเท่านั้น หากโดนไฟเพียงเล็กน้อยก็ลุกไหม้ทันที“ก็ได้จะได้รีบกลับไปพัก” ชายอีกคนคว้าจับโคมไฟโยนใส่กระท่อมของจิ้นหยางเปลวไฟลุกขึ้นโหมกระหน่ำภายในพริบ

  • ชะตาชีวิตพลิกผันทะลุมิติมาปลูกแตงกวา   บทที่ 28  ข้ารักบุตรชายของท่าน

    บทที่ 28 ข้ารักบุตรชายของท่าน ฝั่งด้านใต้เท้ามู่เมื่อกลับถึงเรือนเขาร้อนใจโมโหโกรธเกรี้ยวที่ถูกท่านเจ้าเมืองชี้ดาบมาหาตนเช่นนี้อีกทั้งยังช่วยเหลือจิ้นหยางที่เป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาเท่านั้น เขาเสียทั้งเงินทั้งผลประโยชน์ใต้เท้ามู่ไม่อาจจะอยู่นิ่งอีกต่อไป จึงสั่งการให้คนของตนไปจัดการกับเรือนของจิ้นหยางและหาทางกำจัดเจ้าเมืองหลี่ว์ไม่ให้อยู่ที่นี่ได้"เป็นเพียงท่านเจ้าเมืองคิดว่าข้าจะเกรงกลัวหรือไง ไม่ว่ากี่คนต่อกี่คนข้าก็ไม่กลัวและข้าจะทำให้ได้รู้ว่าเข้ามายุ่งกับข้าจะเจอดีอย่างไรน่าเจ็บใจนักที่ข้าไม่ได้แตงกวาของเจ้าจิ้นหยาง ในเมื่อข้าไม่ได้ผู้อื่นจะต้องไม่ได้เช่นกัน ผู้ใดอยู่ข้างนอกเข้ามาหาข้าเดี๋ยวนี้"“ขอรับท่านใต้เท้ามีเรื่องอะไรหรือขอรับ”“ข้ามีเรื่องให้เจ้าไปทำเมื่อท้องฟ้าไร้แสงดวงอาทิตย์เมื่อไหร่พาบ่าวรับใช้ไปจัดการแปลงผักของจิ้นหยางให้เสียหายให้หมดและจัดการเผาไฟในเรือนของจิ้นหยางด้วย ข้าเคยเตือนแล้วว่าอย่าได้แข็งข้อกับข้า เมื่อไม่เกรงกลัวจะต้องเจอบทลงโทษเช่นนี้ ”“ได้ขอรับแต่ว่าในเรือนมีหญิงชราอยู่ด้วย จะไม่เป็นอะไรหรือขอรับ ”“ก็ดีนะสิ ! ให้พวกนั้นตายให้หมดล้วนเป็นเรื่องที่ดีต่อข

  • ชะตาชีวิตพลิกผันทะลุมิติมาปลูกแตงกวา   บทที่ 27 มาช่วยไว้ทัน

    บทที่ 27 มาช่วยไว้ทันเสียงของอวิ้นหลี่ว์ดังกึกก้องควบม้ามาด้วยความรวดเร็วดวงตาแข็งกร้าวจ้องมองจิ้นหยางด้วยความเป็นห่วงก่อนจะหันมามองใต้เท้ามู่ด้วยสายตาเกรี้ยวกราด กระโดดลงจากม้าชักดาบชี้ไปยังหน้าของใต้เท้ามู่อย่างไม่เกรงกลัว โดยมีหลวนเหยาตามมาคอยอารักขาอีกคน เมื่อจิ้นหยางเห็นท่านเจ้าเมืองหลี่ว์ความหวาดกลัวภายในใจหายไปทันที“อะไรกัน ! ท่านเจ้าเมืองท่านกล้าหันปลายดาบมาทางข้าอย่างนั้นหรือ ? ข้าเพียงแค่สั่งสอนชาวบ้านที่โกงคนอื่นเท่านั้นเอง” ใต้เท้ามู่ใบหน้าถอดสีแต่ก็ไม่ได้มีท่าทางหวาดกลัวอะไรเลยแม้แต่น้อยแถมยังเอ่ยถามอวิ้นหลี่ว์อย่างไม่ร้อนตัวอีกด้วยซ้ำ“ไม่จริง! ข้าไม่เคยไปโกงอะไรท่านสักอย่าง มีแต่ท่านที่โกงชาวบ้าน ขู่เข็นทำร้ายร่างกาย” จิ้นหยางผลักร่างของบ่าวรับใช้ให้ออกห่างตนเพราะยามนี้มีทั้งอวิ้นหลี่ว์ที่คอยปกป้องยังมีหลวนเหยาอีกคน"ใต้เท้าสิ่งที่ท่านทำอยู่มิใช่สั่งสอนแล้วกระมั่ง เพราะเมื่อครู่ข้าได้ยินคำพูดของท่านทั้งหมดแล้ว " อวิ้นหลี่ว์เอ่ยน้ำเสียงทุ่มต่ำต่อว่าใต้เท้ามู่"ท่านเจ้าเมืองหลี่ว์ เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับท่านสักนิด อย่าได้มาใส่ใจเลยขอรับกลับไปใช้ชีวิตเป็นท่านเจ้าเม

  • ชะตาชีวิตพลิกผันทะลุมิติมาปลูกแตงกวา   บทที่ 26 ยอมตายดีกว่า

    บทที่ 26 ยอมตายดีกว่าผ่านมาหลายวันฝั่งด้านลี่อินเมื่อกลับเรือนวันนั้นได้ไปถามท่านพ่อเกี่ยวกับจิ้นหยางจึงได้รู้ว่าตอนนี้จิ้นหยางไม่ได้เป็นหนี้ท่านพ่อแล้ว จึงไม่รู้จะเข้าหาจิ้นหยางเช่นไรเลย วัน ๆ เอาแต่นั่งถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายจนใต้เท้ามู่เดินผ่านมาเห็น“ช่วงนี้เจ้าเป็นอะไรไปไม่เห็นจะออกไปเที่ยวเล่นเหมือนอย่างแต่ก่อน แล้วเจ้าไปพบท่านเจ้าเมืองเป็นเช่นไรบ้างถูกใจเจ้าหรือไม่ ?”“ข้าเบื่อเจ้าค่ะท่านพ่อ ท่านเจ้าเมืองหลี่ว์ก็หล่อเหลาดีแต่ข้าไม่ชอบเขาเจ้าค่ะ ”“ทำไมล่ะในเมื่อเขาเองก็หล่อเหลาแถมยังมีฐานะเป็นถึงท่านเจ้าเมืองข้าว่าคู่ควรกับเจ้ามากที่สุดในย่านนี้แล้ว ”“ไม่เจ้าค่ะ ข้ามีบุรุษที่หมายตาเอาไว้แล้ว” ใบหน้าของจิ้นหยางโผล่เข้ามาในความคิดของลี่อินนางยิ้มน้อยยิ้มใหญ่พร้อมบอกกับบิดาว่ายามนี้ใจของนางมีคนที่หมายเอาไว้แล้ว“ห่ะ! ว่าอะไรนะแล้วเป็นบุตรชายเรือนใต้เท้าผู้ใดกัน หากร่ำรวยพอ ๆ กับตระกูลเราข้าเองก็เห็นด้วย เจ้าลองเอ่ยมา”“จิ้นหยางเจ้าค่ะบุรุษที่ข้าถูกชะตาแม้เขาจะไม่ได้ร่ำรวยแต่ก็ไม่ได้เป็นหนี้ท่านพ่อ แถมยังขยันกตัญญูต่อมารดาเพียงเท่านี้ก็ดีแล้วไม่ใช่หรือเจ้าคะ ”“เฮ้อ ! ข้าจะเป็นล

  • ชะตาชีวิตพลิกผันทะลุมิติมาปลูกแตงกวา   บทที่ 25 ประกายพลุช่างงดงาม

    บทที่ 25 ประกายพลุช่างงดงามอวิ้นหลี่ว์ลุกขึ้นเดิมตามจิ้นหยางมายืนอยู่ชานของเรือที่สามารถยืนมองบรรยากาศด้านนอกได้อย่างชัดเจน อวิ้นหลี่ว์เดินเข้าไปสวมกอดจากด้านหลังฝังจมูกเข้าซอกคอของจิ้นหยางพลางชื่นชม“วันนี้อากาศดีเสียจริง ไม่ว่าจะมองไปที่ใดช่างงดงามไปหมด เจ้าว่าอย่างนั้นหรือไม่?”“ไม่เลยขอรับ วันนี้เป็นวันที่อากาศร้อนและมองไปทางใดมีเพียงแสงไฟ ข้าชอบมองดวงจันทร์เสียมากกว่าอีกอย่างท่านเจ้าเมืองหลี่ว์ปล่อยข้าได้หรือไม่ ? ข้าไม่ชอบที่ท่านมาโอบกอดข้าราวกับคู่รักเช่นนี้ และที่นี่ไม่ใช่ที่ที่ข้าจะปรนนิบัติท่านได้”“ไม่ข้าไม่ปล่อยเจ้าจะทำไม ข้าแค่อยากกอดเจ้าเช่นนี้นาน ๆ ไม่ได้หรือ? มองไปบนท้องฟ้ายามนี้น่าจะถึงยามที่เขาจะจุดพลุแล้ว เจ้าคงไม่มีเวลามาเที่ยวเพราะต้องทำงานเลี้ยงมารดารู้หรือไม่ว่าข้าเช่าเรือลำนี้เพราะเจ้าเลยนะ ข้าทำเพียงนี้เจ้ายังไม่รู้ใจข้าอีกหรือ ” จิ้นหยางใจชื้นขึ้นมาเมื่อได้ยินว่าท่านเจ้าเมืองทำเพื่อตนแม้จะไม่อยากคิดไปไกลแต่คำพูดของเขายิ่งตอกย้ำทำให้จิ้นหยางคิดเข้าข้างตนเองไม่สนอะไรอีกต่อไป เขาหันกลับมาจ้องมองใบหน้าของอวิ้นหลี่ว์สายตาจ้องตาก่อนจะโอบกอดเขาแน่น จู่ ๆ ก็รู้สึกได

  • ชะตาชีวิตพลิกผันทะลุมิติมาปลูกแตงกวา   บทที่ 19 ห้ามรู้สึก

    บทที่ 19 ห้ามรู้สึกแสงอรุณรุ่งส่องสว่างเข้ามาในห้องสองร่างกายบึกบึนนอนโอบกอดกันอยู่บนเตียงด้วยความเหน็ดเหนื่อยจิ้นหยางได้ยินเสียงเจี้ยวจ้าวของสาวใช้เขาสะลึมสะลือลืมตาขึ้นมองเห็นท่านเจ้าเมืองที่นอนกอดตนอยู่ในอ้อมแขนกวาดสายตาจ้องมองคนตรงหน้าอย่างตั้งใจไม่ว่าจะเป็นคิ้วที่คมเข้มดวงตาที่เหมาะเจาะเข้า

  • ชะตาชีวิตพลิกผันทะลุมิติมาปลูกแตงกวา   บทที่ 7 มาบำเรอข้า

    บทที่ 7 มาบำเรอข้า“ท่านเจ้าเมืองข้าขออภัยด้วยเพราะข้าซุ่มซ่ามเอง ไม่ทันระวังทำให้หล่นลงมาในอ่างกับท่าน” น้ำเสียงสั่นระรัวรีบเอ่ยบอกพลางยันกายลุกขึ้นแต่ทว่ากลับถูกอวิ้นหลี่ว์ใช้มือจับปลายคางมนให้เงยหน้าขึ้นเพื่อมองให้ชัดเจน ดวงตาของจิ้นหยางช่างดึงดูดเขาเหลือเกิน ริมฝีปากเผยอราวกับยั่วยวนอวิ้นหลี่ว

  • ชะตาชีวิตพลิกผันทะลุมิติมาปลูกแตงกวา   บทที่ 6 ถูกใจบ่าวใช้หน้าหวาน 

    บทที่ 6 ถูกใจบ่าวใช้หน้าหวาน อวิ้นหลี่ว์ เจ้าเมืองที่ย้ายมาหมู่บ้านแห่งนี้เพราะเขาเบื่อหน่ายเมืองหลวงที่วุ่นวายและบ่าวมากมายรวมถึงเหล่าใต้เท้าที่มักประจบสอพอจึงขอออกมาเป็นเจ้าเมืองที่ชนบทมาอยู่ในที่เงียบสงบ แม้จะทำใจเรื่องงานเลี้ยงฉลองที่น่าเบื่อแต่อย่างไรก็มีเพียงแค่วันเดียวเท่านั้น เขาจึงนั่งร่ว

  • ชะตาชีวิตพลิกผันทะลุมิติมาปลูกแตงกวา   บทที่ 5 ท่านเจ้าเมืองคนใหม่

    บทที่ 5 ท่านเจ้าเมืองคนใหม่ทั้งสองพากันเดินเข้ามาในตลาดช่างคึกคักตื่นตาตื่นใจของจิ้นหยางเหลือเกิน การที่เขาทะลุมิติมายังที่แห่งนี้ไม่ได้มีเรื่องร้ายอะไรนอกจากความยากจน ที่นี่ทั้งบรรยากาศสิ่งแวดล้อมแตกต่างจากที่เขาอยู่ยิ่งนัก แม้จะลำบากอยู่บ้างแต่เขาสามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว“พี่จิ้นหยางรีบเดินต

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status