LOGINเสียงดอกไม้ไฟยังคงดังต่อเนื่องท้องฟ้าเต็มไปด้วยประกายไฟหลากสีอย่างสวยสดงดงาม อันฉีรีบกลับเข้าไปยังห้องครัวเพราะลี่จูมาบอกว่า พ่อครัวจู่ ๆ ก็เกิดอาการปวดท้องขึ้นมาอย่างกะทันหัน องค์หญิงหมิงเยว่ที่ตามติดอันฉีไม่ว่าจะไปไหน ก็กลับเข้าไปพร้อมนางด้วยเหมือนกัน
อันฉีรีบเข้ามาที่ห้องครัวด้วยความเป็นห่วงและกังวลว่าเขาจะเป็นอะไรมากหรือไม่ แต่ปรากฏว่าภายในห้องครัวกลับว่างเปล่าไม่มีใครอยู่สักคน อันฉีหันมามององค์หญิงด้วยความแปลกใจ แต่แล้วทันใดนั้นก็มีชายในชุดดำตรงเข้ามาใช้ผ้าตะปบที่จมูกของนางและองค์หญิงทันที สติของนางเริ่มรางเลือนและใกล้หมดสติเต็มที แต่ก่อนที่จะหมดสติไปนางได้ยินเสียงพูดอย่างชัดเจน “ลี่จูจะให้ทำอย่างไรกับองค์หญิง?” “พาไปด้วยกันนั่นแหละ” อันฉีตกใจและเจ็บปวดใจเป็นที่สุดเมื่อคนใกล้ชิดมาหักหลังนางเช่นนี้ ลี่จูเจ้าทำอย่างนี้ไปเพื่ออะไร เสียแรงที่ข้าไว้ใจเจ้า จากนั้นสติสัมปชัญญะของอันฉีก็ดับวูบลง ทางด้านหน้าหัวเรือจู่ ๆ ก็มีคนตกน้ำ คราวนี้ผู้คนต่างตื่นตกใจเป็นอย่างมาก ต่างระดมคนลงไปช่วยเหลือกันอย่างเร่งด่วน ความโกลาหลวุ่นวายเกิดขึ้น จนทุกคนไม่ได้ให้ความสนใจว่าเกิดอะไรขึ้นยังด้านใน ลี่จูรีบกลับไปที่จวนอย่างเร่งรีบ นางรีบตรงไปที่ห้องทำงานของอันฉีทันที นางรีบค้นหาบัญชีกู้ยืมเงินที่อันฉีเก็บเอาไว้ จากนั้นก็รีบหากุญแจเพื่อเปิดตู้เก็บเงิน แต่ว่าหาอย่างไรก็หาไม่พบ ปกติคุณหนูก็วางกุญแจเอาไว้ตรงนี้เป็นประจำเหตุใดวันนี้ถึงไม่อยู่ที่นี่แล้วเล่า หรือว่านางจะรู้เลยนำไปซ่อนไว้ที่อื่น ไม่มีเวลาแล้วต้องรีบไป ลี่จูรีบโยนสมุดบัญชีลงในกระถางไฟทันที ไม่ช้าไฟก็ลุกพรึ่บเผาไหม้สมุดบัญชีจนไม่เหลือ ลี่จูรีบวิ่งฝ่าความมืดออกไปอย่างรวดเร็ว สถานการณ์บนเรือกลับมาปกติเมื่อช่วยคนตกน้ำได้แล้ว ทุกคนถอนใจอย่างโล่งอกที่ช่วยได้ทันเวลา จากที่ไต่ถามคนที่ตกน้ำลงไป เขาบอกว่าเหมือนมีคนผลักให้เขาตกลงไปเขาไม่รู้ว่าเป็นใครเพราะว่าไม่ทันได้มองให้ชัดเจน เมื่อทุกคนได้ยินเช่นนั้นก็ตกใจ ใครกันที่คิดแกล้งผู้อื่นเช่นนี้ แต่แล้วพ่อครัวในห้องครัวก็รีบเดินมาหาเสนาบดีฟู่ “นายท่านขอรับ ข้าตามหานายหญิงน้อยไม่เห็นเลย นายท่านรู้หรือไม่ว่านางอยู่ที่ใด?” ฟู่อันเฉิงคิ้วขมวดเข้าหากันอย่างแปลกใจ ก่อนจะลุกพรวดด้วยความกังวล “เจาเฉิงให้คนรีบตามหานาง” “ขอรับ” “เกิดอะไรขึ้น” หมิงอ๋องเห็นท่าทางเป็นกังวลของเสนาบดีฟู่จึงรีบเข้ามาถามอย่างเป็นห่วง “ฟู่อันฉีหายตัวไปพ่ะย่ะค่ะ” “ท่านว่าอะไรนะ!! หวังซู หวังเหล่ย ให้คนช่วยรีบตามหาคุณหนูฟู่” “พ่ะย่ะค่ะ” “เกิดอะไรขึ้นหรือ?” ฮ่องเต้เดินมาถามอีกคนด้วยความเป็นห่วง “เสด็จพ่อคุณหนูฟู่หายตัวไปพ่ะย่ะค่ะ” หมิงอ๋องรีบเอ่ยกับฮ่องเต้ แต่แล้วหวังซูก็รีบวิ่งมารวยงานด้วยสีหน้าแตกตื่น “ท่านอ๋องดูเหมือนองค์หญิงก็หายตัวไปพร้อมกับคุณหนูพ่ะย่ะค่ะ” “ตามหาให้ทั่ว!” “พ่ะย่ะค่ะ” “แม่ทัพจ้าวคุ้มกันฮ่องเต้กลับวัง” หมิงอ๋องรีบหันมาสั่งแม่ทัพจ้าวซีฮั่นด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ยามมีใจเขาร้อนแทบเป็นไฟเพราะเป็นห่วงอันฉีและน้องสาวของเขา “พ่ะย่ะค่ะ” ข่าวการหายตัวไปของคุณหนูฟู่และองค์หญิงกระจายออกไปอย่างรวดเร็ว สร้างความตื่นตกใจให้กับทุกคนเป็นอย่างมาก บรรดาแขกเหรื่อที่มาร่วมงานรีบทยอยกลับจวนกันอย่างตื่นตระหนก แม่ทัพจ้าว หมิงอ๋อง เสนาบดีฟู่ สั่งคนออกตามหาอย่างเร่งด่วนจวบจนถึงเช้าก็ยังไม่พบแม้แต่ร่องรอย สร้างความเจ็บปวดใจให้กับเสนาบดีฟู่และหมิงอ๋องเป็นอย่างมาก ฟู่อันเฉิงรีบมาที่ห้องทำงานของอันฉีเพื่อตรวจหาสิ่งผิดปกติ ก่อนจะพบว่าห้องทำงานถูกรื้อค้นกระจัดกระจาย เพราะของหล่นอยู่เต็มพื้น เขารีบหยิบบัญชีต่าง ๆ ขึ้นมาดู ก่อนจะพบว่าบัญชีกู้ยืมเงินหายไป เขาเริ่มจะเดาเรื่องราวได้บ้างแล้ว แต่ทุกอย่างก็เป็นเพียงการคาดเดา คงต้องหาหลักฐานอย่างอื่นมาประกอบอีก จากนั้นเขาก็รีบเดินไปที่เก็บซ่อนของกุญแจ ที่อันฉีบอกเขาว่านางซ่อนกุญแจเอาไว้ที่ใด ปรากฏว่ามันยังอยู่ที่เดิม เขายกยิ้มอย่างเย้ยหยันพวกมันคงหาไม่พบสินะ อันฉีบอกเขาว่าก่อนนอนนางจะนำกุญแจมายัดไว้ในหมอน ที่นางทำช่องเอาไว้เล็ก ๆ สำหรับซ่อนกุญแจ นางบอกว่าเรื่องนี้ไม่เคยบอกใครนอกจากเขาคนเดียว พอเขาคิดมาถึงตรงนี้ก็ฉุกคิดขึ้นมา แล้วบ่าวรับใช้ของนางก็หายตัวไปด้วยอย่างนั้นหรือ คนร้ายจับตัวพวกนางทั้งสามคนไปหมดเลยหรือ “เจาเฉิงไปตรวจดูเรือนสาวใช้ของคุณหนูฟู่” “ขอรับ” เจาเฉิงรีบวิ่งออกไปตรวจเรือนของลี่จูที่อยู่ติดกับเรือนของอันฉีอย่างรวดเร็ว ไม่นานเขาก็วิ่งกลับมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “นายท่านดูเหมือนของใช้ส่วนตัวจะหายไปรวมทั้งเสื้อผ้าอาภรณ์ก็หายไปด้วยเช่นกันขอรับ” “นังสารเลวเลี้ยงไม่เชื่อง!” เขาขบกรามเข้าหากันจนเป็นเส้นนูน ดวงตาของเขาเข้มขึ้นมาอย่างน่ากลัว ใจของเขาคุกรุ่นไปด้วยไฟโทสะ เขาสาบานเลยว่าไม่ว่าอย่างไร เขาต้องจับนังบ่าวรับใช้สารเลวมาสับให้เป็นหมื่น ๆ ชิ้น รวมทั้งคนที่ร่วมมือกันจับบุตรสาวของเขาไป พวกมันต้องไม่ตายดี!! “เอาอย่างไรดีขอรับ?” “ตอนนี้ยังสรุปอะไรไม่ได้ว่ามีใครพัวพันกับเรื่องนี้บ้าง เพราะสมุดบัญชีกู้ยืมเงินหายไป นี่เป็นหลักฐานสำคัญที่จะโยงใยคนบงการของเรื่องนี้ แต่ตอนนี้คนที่ข้าสงสัยที่สุดคือ พี่สะใภ้ของข้า!!” เสนาบดีฟู่แม้จะยังไม่ได้นอนเลย แต่เขาก็ไม่ง่วงเลยสักนิดเพราะความเป็นห่วงอันฉี ยิ่งเวลาผ่านไปความเป็นห่วงก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น เขาได้สัญญากับมารดาของนางว่าจะดูแลนางอย่างดีที่สุด แต่สุดท้ายก็เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นมาจนได้ เขาคิดไม่คาดคิดเลยว่าคนใกล้ตัวอย่างบ่าวรับใช้จะกล้าทำเรื่องเช่นนี้อันฉีมองบรรดาคุณหนูทั้งหลาย ที่ต่างพากันมาหานาง เพื่อมอบขนมเป็นของฝากและเป็นการแนะนำตัวเองว่าพวกนางเป็นใคร สาเหตุคือหมายตาพ่อหม้ายรูปงามนามว่าฟู่อันเฉิง เสนาบดีกรมยุติธรรมบิดาของพระราชายาหมิงอ๋อง อันฉีมองขนมมากมายวางเรียงอยู่บนโต๊ะอย่างขบขัน ถึงคราวท่านพ่อถูกสตรีรุมรักดูบ้างแล้ว จะว่าไปแล้วเขาก็รูปงามและหล่อเหล่ามาก ไม่แปลกใจที่ร่างนี้จะงดงามมากถึงเพียงนี้ เพราะได้ถอดแบบมาจากมารดาและบิดารวมกัน แต่ว่าคุณหนูเหล่านี้เล่นข้ามรุ่นเกินไปหรือไม่ ดู ๆ ไปแล้วพวกนางน่าจะ 16-17ปี สตรีวัยเยาว์ชอบของเก่าเอ้ย! ชอบคนมีอายุกันหรือนี่ แต่ว่านั้นก็มีส่วนแต่สิ่งสำคัญที่ทำให้พวกนาง หันมาสนใจบิดาของนาง ก็คงเป็นเพราะว่าเงินและทรัพย์สมบัติ อันฉีจะไม่ใช้คำนี้เลยหากว่า พวกนางไม่ได้มาจากตระกูลที่เป็นลูกหนี้ของนาง แผนส่งบุตรสาวมาตีสนิทและยั่วยวนเสนาบดีฟู่ หากว่าเขาพึงใจผู้ใดผู้หนึ่งขึ้นมา ตระกูลนั้นก็จะโชคดีไปด้วย“โอ้โห! ขนมมากมายขนาดนี้ อันฉีน้อยเจ้าจะเปิดร้านขายขนมหรือ” องค์หญิงหมิงเยว่ก้าวเข้าพร้อมแม่ทัพจ้าวซีฮั่นและหมิงอ๋อง นางมองเห็นกล่องขนมถูกวางเรียงเอาไว้มากมายจึงเอ่ยเย้าขึ้นมาทันที ที่จริงองค์หญิงพอ
สองวันต่อมาอันฉีก็นัดทุกคนมาพบอีกครั้ง ในห้องโถงใหญ่โดยมีอันฉีและหมิงอ๋องนั่งเป็นประธาน ถัดรองลงมาก็เป็นเสนาบดีกรมยุติธรรมฟู่อันเฉิง อันฉีให้พ่อบ้านและบ่าวในจวนยกเก้าอี้มาให้ทุกคนได้นั่ง จากนั้นก็ยกน้ำชาและของว่างมาให้ทุกคน ในวันนี้ทุกคนมีท่าทีประหม่าและเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด เพราะไม่รู้ว่าพระชายาจะตัดสินความผิดอย่างไร แต่แล้วองครักษ์หญิงเจียวจูและเลี่ยงหลิง ก็พาสตรีผู้หนึ่งเข้ามาในห้องโถง จากนั้นก็ผลักให้นางนั่งคุกเข่าอยู่บนพื้น ทุกคนมองสตรีผู้นั้นอย่างไม่เข้าใจว่า พระชายาจะพานางเข้ามาในนี้ทำไม นางมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วยหรือ “วันก่อนท่านอ๋องจับเสนาบดีเสิ่นและเสิ่นฮูหยินกลับมา เสนาบดีเสิ่นถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต ส่วนเสิ่นฮูหยินที่ข้าไม่เอาเรื่องให้ติดคุกก็เพราะว่า ข้าต้องการให้นางหาเงินมาคืนข้า สามีภรรยากัน…สามีทำผิดภรรยาย่อมต้องรับผิดชอบร่วมกัน เสนาบดีเสิ่นจ้างนักฆ่าให้ไปสังหารข้าและบิดา ที่จริงควรตัดสินโทษประหารชีวิต แต่ข้าว่าแบบนั้นมันตายง่ายเกินไป เลยเปลี่ยนเป็นให้ติดคุกตลอดชีวิตแทน”อันฉีเอ่ยอย่างช้า ๆ แต่มั่นคง ทุกคนนั่งฟังด้วยร่างกายที่เริ่มสั่นขึ้นมาทีละนิด เหงื่อ
“การเปลี่ยนตัวรัชทายาทเสด็จพ่ออย่าทรงได้กังวลว่าจะไม่มีใครสนับสนุนองค์ชายสาม ยามนี้ขุนนางเหล่านั้นอยู่ในเงื้อมมือของพระชายา พวกเขามีความผิดนางยังไม่ได้ตัดสินโทษ พวกเขาจะไม่กล้าลุกขึ้นมาต่อต้านอย่างแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ” ฮ่องเต้ได้ฟังก็ระบายยิ้มออกมาอย่างพอใจ ให้มันได้อย่างนี้สิลูกสะใภ้ของข้าทางด้านองค์รัชทายาทหมิงเฟยหลง จู่ ๆ ก็ถูกองครักษ์วังหลวงมาล้อมตำหนักนับสิบคน จากนั้นท่านราชเลขาประจำราชสำนักก็ออกมาอ่านราชโองการต่อหน้าทุกคน“ประกาศราชโองการ องค์รัชทายาทหมิงเฟยหลงกระทำความผิดอันใหญ่หลวง ด้วยการสั่งนักฆ่าให้ไปสังหารขบวนเดินทางของหมิงอ๋อง พระชายาหมิงอ๋องและเสนาบดีฟู่กรมยุติธรรม ตลอดระยะเวลาในการเดินทางหลายครั้ง ความผิดในครั้งนี้ไม่อาจให้อภัยได้ จึงขอปลดจากตำแหน่งรัชทายาท เหลือเพียงยศองค์ชายใหญ่หมิงเฟยหลง และจะถูกกักบริเวณจนกว่าจะมีบทลงโทษลงมาอีกครั้ง จบราชโองการ”ราวกับฟ้าผ่าเปรี้ยงลงมากลางใจ หมิงเฟยหลงตกตะลึงตัวแข็งทื่อ เป็นไปไม่ได้! เป็นไปไม่ได้! แข้งขาของเขาอ่อนแรงทรุดลงกับพื้นอย่างหมดสภาพ พวกเขารู้เรื่องนี้ได้อย่างไร จบแล้วทุกอย่างมันจบแล้วไท่จื่อเฟยตกตะลึงไม่ต่างกัน ร่างกายของนางเย
เช้าวันต่อมาบ่าวในจวนตระกูลเสิ่นต่างตกใจและไม่เข้าใจว่า เหตุใดนายของจวนถึงหายไปกันหมดทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเสนาบดีเสิ่น เสิ่นฮูหยิน คุณหนูเสิ่นเยว่ซิน ทำเอาบ่าวในจวนไม่รู้จะทำอย่างไรกันต่อดี คงต้องรอดูสักวันสองวันหากว่าพวกเขาหายไปจริง ๆ คงต้องไปแจ้งกับทางการ บ่าวในจวนต่างพูดคุยกันถึงการหายตัวไปของพวกเขาอย่างแปลกใจและสงสัย ทำให้บรรดาตระกูลต่าง ๆ ที่ยามนี้ต่างคอยจับผิดกันและกันอยู่ต่างหูผึ่ง เสนาบดีเสิ่นหายตัวไปพร้อมเสิ่นฮูหยินและคุณหนูเสิ่นเยว่ซินก็หายไปด้วย ทำให้ตระกูลต่าง ๆ ต้องรีบนัดเจอกันเพื่อพูดคุยเรื่องนี้กันอย่างเร่งด่วน“ข้าคิดว่าเขาอาจจะพาครอบครัวหนีไปแล้ว” เสนาบดีจางเอ่ยขึ้นอย่างวิเคราห์ เพราะหลังจากไปพบพระชายามา เขาก็หายตัวไปทั้งครอบครัว และเขาคิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้เลย นอกจากหลบหนีความผิด“เป็นเขาจริง ๆ หรือนี่ไม่น่าเชื่อเลย ข้าว่าพวกเราต้องรีบไปบอกเรื่องนี้กับพระชายา เพราะหากเป็นเขาจริง ๆ พวกเราจะได้รอดพ้นโทษประหารชีวิต” เสนาบดีถังเอ่ยขึ้นมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด“ข้าเห็นด้วยกับเสนาบดีถัง ลำพังจ้างลี่จูเผาบัญชีกู้เงินโทษคงไม่ถึงกับประหารชีวิต” เสนาบดีกู้เอ่ยขึ้น เขานอนไม่หลับทั
“พวกท่านพร้อมใจกันมาหาข้า มีธุระอันใดสำคัญหรือเจ้าคะ?” อันฉีหยิบสมุดบัญชีกลับมาเปิดดูอีกครั้ง อย่างไม่ใส่ใจท่าทีกระวนกระวายของพวกเขา หมิงอ๋องรินชาให้พ่อตาอย่างเสนาบดีฟู่ โดยแสร้งไม่ใส่ใจท่าทีของพวกเขาเลยสักนิด“หากว่าพวกท่านไม่พูดข้าจะพูดเองดีหรือไม่เจ้าคะ?”พวกเขาหันไปมองหน้ากัน ไม่รู้ว่านางรู้เรื่องมากน้อยเพียงใด หากสารภาพผิดตอนนี้จะเป็นการดีหรือไม่นะ หากนางยังไม่รู้เรื่องอะไรก็ไม่ควรเปิดปาก อันฉีหรี่ตามองพวกเขาอีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยขึ้น“บ่าวทรยศของข้า…ลี่จู…นางเพิ่งจะเข้ามาสารภาพผิดก่อนพวกท่านจะมา”“อะไรนะ!!” ราวกับฟ้าผ่าลงมากลางใจ แข้งขาของพวกเขาอ่อนยวบอย่างไร้เรี่ยวแรง ตระกูลเสิ่น ตระกูลเซี๊ยะ ตระกูลจาง ตระกูลถัง ตระกูลโจว ตระกูลเจา ตระกูลกู้ และอีกหลายตระกูลต่างพร้อมใจกันคุกเข่าลงทันที “พระชายากระหม่อมผิดไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ”“พระชายาหม่อมฉันผิดไปแล้วเพคะ”“เป็นเพราะนางไปเสนอบอกว่าจะช่วยเผาบัญชีแลกกับเงินหนึ่งพันตำลึง เป็นเพราะความคิดชั่ววูบหลงผิดไปชั่วขณะ พระชายาโปรดให้อภัยพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมยินดีชดใช้เงินที่กู้ยืมไปทั้งหมด” เสนาบดีจางรีบเอ่ยเป็นคนแรก อันฉีได้ยินก็ยิ้มออกออกมาอย่างเยา
หลังจากวันนั้นการเดินทางก็ดูเหมือนจะราบรื่นปลอดภัยไร้อุปสรรคใด ๆ จนขบวนเดินทางมาถึงประตูเมืองหลวง โดยมีองค์ชายสามหมิงเฟยหยางออกมาต้อนรับพร้อมตระกูลจ้าวและทหารอีกมากมาย“ยินดีต้อนรับกลับเมืองหลวงอีกครั้งพ่ะย่ะค่ะ เสด็จพี่ พระชายา” องค์ชายสามก้มศีรษะให้กับขบวนเดินทางที่วิ่งเข้ามาแล้วหยุดลง “ขอบใจเจ้าสาม ข้าจะแวะพักที่จวนตระกูลฟู่พรุ่งนี้ถึงจะเข้าเฝ้าเสด็จพ่อ”“ข้าจะไปทูลเสด็จพ่อตามนี้” องค์ชายพยักหน้ารับรู้“อืม” องค์ชายสามรีบกระตุกม้าหันกลับวังหลวง ส่วนขบวนเดินทางก็ตรงไปยังจวนตระกูลฟู่ทันที “องค์หญิงจะตรงไปยังจวนตระกูลจ้าวหรือว่าจะค้างที่จวนหม่อมฉันเพคะ?” องค์หญิงหมิงเยว่ครุ่นคิดก่อนจะตัดสินใจ ตอนนี้นางแต่งงานแล้วก็ควรต้องไปอยู่ที่จวนของตระกูลจ้าว“ข้าคงต้องไปพักที่จวนตระกูลจ้าว แต่ว่าข้าจะแวะมาหาเจ้าบ่อย ๆ หรือไม่ก็เจ้าแวะไปที่นั่นได้ตลอดเวลา” อันฉีพยักหน้ารับ ก่อนจะเอ่ยบอกคนขับรถม้าให้ไปส่งองค์หญิงที่จวนตระกูลจ้าว จากนั้นก็คอยไปจวนตระกูลฟู่ของนาง แต่เมื่อรถม้ามาถึงหน้าจวน รถม้าก็ต้องหยุดกะทันหัน เมื่อคนขับรถม้ารีบตะโกนบอกอันฉีด้วยสีหน้าตื่นตระหนก“พระชายามีสตรีเป็นลมอยู่ตรงด้านหน้







