LOGINแต่ทว่าเมื่อราเชนทร์ทนอยู่เฉยๆไม่ไหว เขาจึงพาตัวเองไปหาเพื่อน เพราะเรื่องนี้คงปล่อยผ่านไม่ได้จริงๆ ยังไงก็ต้องเคลียร์ต้องพูดกันสักหน่อย
เมื่อมาถึงหน้าห้องของเพื่อนก็เปิดประตูเข้าไปข้างในทันทีอย่างถือวิสาสะ ไม่มัวมาเคาะเรียกเจ้าของห้องให้เสียเวลา
แกรก!
ทางด้านจอมทัพขณะที่ยืนแต่งตัวอยู่หน้าตู้เสื้อผ้าเสร็จพอดีก็หันไปมองคนที่เปิดประตูเข้ามาในห้อง พอเห็นว่าเป็นเพื่อนตนที่ชอบทำตัวเสียมารยาทตลอด จึงถอนหายใจออกมาอย่างเอือมระอากับนิสัยของเพื่อน ก่อนจะเอ่ยถามออกไปด้วยท่าทีนิ่งๆแม้จะไม่พอใจก็ตาม
“มีอะไร”
“มีแน่กูถึงได้มาเนี่ย” ราเชนทร์ตอบกลับไปขณะยืนเท้าสะเอวมองเพื่อนอย่างเอาเรื่อง ทว่าไม่ได้ทำให้อีกคนเกรงกลัวเขาเลยแม้แต่น้อย จอมทัพจึงพูดกลับไปด้วยท่าทีนิ่งๆเช่นเดิม
“มีอะไรก็ว่ามา”
ในขณะเดียวกันทางด้านของขวัญที่อาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็แอบออกจากห้อง มองซ้ายมองขวาอย่างดี เมื่อเห็นทางสะดวกก็รีบสับขาวิ่งขึ้นไปหาอีกคนบนห้องนอนของเขาอย่างไว โดยที่สองหนุ่มใหญ่ก็ยังคงเคลียร์กันอยู่ในห้อง
“มึงได้ลูกกูแล้วใช่ไหม”
จอมทัพชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำถามของเพื่อน ทว่าก็ยังคงนิ่งอยู่ แต่เมื่อเห็นท่าทีของเพื่อนดูจะออกตัวแรงเกินไปทั้งที่ไม่ใช่เรื่องตัวเอง เขาจึงพูดออกไปน้ำเสียงเข้ม สีหน้าบ่งบอกถึงความไม่พอใจ
“มึงอย่าเยอะให้มากไอ้เชนทร์ ถ้ายัยหนูเป็นเมียกูแล้วยังไง มึงไม่ใช่พ่อเด็ก มึงแค่ชอบแม่เขา ยังไม่ได้เป็นอะไรกับแม่เขามึงอย่าสำคัญตัวเองผิดว่าเป็นพ่อเด็ก”
“ทำไมกูจะไม่ใช่พ่อเด็ก กูนี่แหละพ่อแท้ๆของของขวัญ!” ราเชนทร์พูดสวนกลับไปด้วยความโมโห แต่ในเมื่อหลุดปากพูดความจริงออกไปแล้วก็คงไม่มีอะไรต้องปิดบังอีกต่อไป
จอมทัพถึงกับขมวดคิ้วเมื่อเพื่อนพูดมาเช่นนั้น อีกทั้งท่าทีจริงจังของเพื่อนที่ไม่ได้พูดเล่น ก็ยากที่จะทำความเข้าใจ จึงเอ่ยถามกลับไป
“หมายความว่ายังไงวะ มึงพูดอะไรของมึง”
“มึงยังจำเรื่องเมื่อเกือบยี่สิบปีก่อนที่กูเคยไปเรียนต่อมหาลัยที่กรุงเทพได้ไหม ตอนนั้นกูมีแฟนแล้วดันทำเธอท้อง กูไม่รู้จะทำยังไงเลยโทรปรึกษามึง แล้วมึงก็บอกให้กูเอายาขับเลือดไปให้เธอกินเพื่อให้เธอแท้งลูก แต่กูไม่เคยโกรธมึงเลยนะ ตอนนั้นกูเข้าใจว่ามึงหวังดีถึงอนาคตของกู กูก็เลยทำตามที่มึงบอก กูเอายาขับเลือดไปให้เธอกิน”
“มึงกำลังจะพูดอะไรของมึง ถ้ามึงไม่มีเรื่องอะไรจะพูดแล้วก็ออกไปซะ” จอมทัพพูดขัดขึ้นมา เพราะยิ่งเพื่อนพูดก็ยากที่จะทำความเข้าใจ ว่ามันไปเกี่ยวอะไรกับเรื่องเมื่อหลายสิบปีก่อน
“มึงต้องฟัง เพราะสิ่งที่กูจะพูดมันคือความจริงที่มึงควรรู้” พูดจบราเชนทร์ก็เงียบไปครู่หนึ่ง ขณะมองเพื่อนไม่ละสายตาด้วยสีหน้าจริงจัง เช่นเดียวกับจอมทัพที่มองมา ก่อนที่ราเชนทร์จะเล่าเรื่องราวในอดีตต่อ
“แฟนเก่ากูคนนั้นคือเข็มมุก เด็กในท้องของเข็มมุกที่พวกเรามองว่าเป็นแค่ก้อนเลือดก้อนเนื้อเยื่อที่ไม่มีค่าอะไรก็คือขะ”
“พอ! มึงหยุดพูดได้แล้วกูไม่อยากฟัง” จอมทัพพูดแทรกขึ้นน้ำเสียงแข็ง เพราะเขาไม่ต้องการจะฟังความจริงต่อจากนี้ ขณะใจแกร่งเต้นสั่นระรัวขึ้นมาเพราะกลัวตัวเองจะรับความจริงไม่ไหว แค่เขารับรู้ชื่อแฟนเก่าของเพื่อนก็ทำให้เข้าใจสิ่งที่เพื่อนพูดมาก่อนหน้าได้ทันที ซึ่งเขาไม่เคยนึกเอะใจถึงชื่อของเข็มมุกมาก่อนเลย เพราะเขาดันลืมชื่อแฟนเก่าของเพื่อนไปนานแล้ว และไม่คิดว่าแฟนเก่าของเพื่อนจะเป็นคนใกล้ตัวขนาดนี้ โลกมันก็ช่างกลมแสนกลมเหลือเกิน
แต่แล้วสิ่งที่เขาไม่อยากได้ยิน เพื่อนก็ดันพูดมันออกมาจนได้
“มึงไม่อยากฟังหรือมึงกลัวความจริงกันแน่ว่าหนูของขวัญคือเด็กคนนั้น”
“จะเป็นไปได้ยังไงวะ ก็ในเมื่อ...” จอมทัพหยุดคำพูดเอาไว้แค่นั้นเพราะไม่อาจทำใจพูดต่อได้ ก่อนจะได้ยินเพื่อนพูดต่อ
“ที่กูเคยบอกมึงว่าจู่ๆเข็มมุกก็หายไป ตอนนั้นกูก็คิดว่าเธอกินยานั่นแล้ว เธอเลยอาจจะโกรธกูก็เลยเลือกที่จะหายไปจากชีวิตกู แต่ความจริงแล้วเข็มมุกไม่ได้กินยานั่น เธอเลือกเก็บเด็กเอาไว้ พวกเราต้องขอบคุณเธอที่ทำให้หนูของขวัญได้เกิดมา ไม่งั้นพวกเราก็คงไม่ได้เห็นว่าหนูของขวัญโตมาน่ารักขนาดไหน”
จอมทัพที่ฟังความจริงจากปากเพื่อนจนเพื่อนพูดจบ เขาจึงพูดขึ้นมาอย่างเหม่อลอย ราวกับคนไม่อยากจะเชื่อกับความจริงที่ได้ยิน
“ใช่ ต้องขอบคุณเข็มมุกที่ไม่ทำร้ายยัยหนูด้วยวิธีเลวๆของกู ไม่งั้นยัยหนูก็คงไม่ได้เกิดมา แล้วกูก็คงไม่ได้เห็นว่ายัยหนูโตมาได้น่ารักขนาดนี้” ทุกคำทุกประโยคที่พูดออกมาล้วนนึกเจ็บปวดอยู่ในใจ หากวันนั้นเข็มมุกตัดสินใจพลาดทำตามวิธีของเขา เขาก็คงไม่ได้พบไม่ได้เจอยัยหนูน้อยของเขา เธอก็คงไม่มีโอกาสได้เติมโตอยู่ในโลกใบนี้ ยิ่งคิดยิ่งเจ็บปวดใจ โคตรเกลียดตัวเองที่สุดก็วันนี้ที่ต้องมารับรู้ความจริงว่าตัวเองเคยทำเลวกับคนที่รักมากแค่ไหน
และเมื่อไม่รู้จะเอายังไงต่อกับเรื่องเลวๆของตัวเองที่เคยทำเอาไว้ จึงทำได้แค่พูดระบายกับเพื่อนอย่างคนจนปัญญา
“บ้าเอ๊ย ถ้ายัยหนูรู้เรื่องนี้คงไม่ให้อภัยกูแน่ ยัยหนูคงเกลียดกูแน่เลยว่ะไอ้เชนทร์ แม่ง! ทำไมกูถึงได้เลวขนาดนี้วะ” พูดจบก็ทิ้งตัวนั่งลงปลายเตียง เอาศอกค้ำหน้าขาทั้งสองข้างขณะมือกุมขมับอย่างคนกลุ่มใจเป็นอย่างมาก
ด้านราเชนทร์ที่รู้สึกไม่ต่างกัน แต่พอเห็นเพื่อนที่สภาพดูแย่กว่าเขา จึงทนมองเฉยๆไม่ได้ จึงทิ้งตัวนั่งลงข้างเพื่อน ก่อนจะเอ่ยพูดให้กำลังใจเพื่อน
“มึงอย่าโทษตัวเองเลย ต่อให้สิ่งที่มึงทำลงไปมันจะเลวร้าย แต่เจตนาของมึงก็หวังดีต่อกู คนที่เลวจริงๆคือกูต่างหาก กูเป็นถึงพ่อแต่คิดฆ่าลูกตัวเองได้ลง คนอย่างกูไม่ควรจะเป็นพ่อคนด้วยซ้ำ” จริงที่สุดของความเป็นพ่อ ต้องเลวแค่ไหนถึงคิดฆ่าลูกตัวเองได้ลงคอ แม้ในตอนนั้นเด็กจะอยู่ในท้องแม่ยังไม่ได้เป็นตัวอ่อนเลยด้วยซ้ำ แต่นั่นมันคือหนึ่งชีวิตที่กำลังจะเกิดมาลืมตาดูโลก เขาเกือบจะทำให้หนึ่งชีวิตที่เป็นลูกของตัวเองเกือบไม่ได้เกิดมา มันต้องเลวแค่ไหนถึงคิดทำร้ายลูกตัวเองได้ขนาดนี้
แต่แล้วในขณะที่ราเชนทร์กับจอมทัพนั่งจมอยู่กับความเสียใจและรู้สึกผิดกับสิ่งที่ตนเคยกระทำ ก็ได้ยินเสียงดังมาจากหน้าห้อง ซึ่งเป็นเสียงของจันทร์ทิพย์ผู้เป็นแม่
“อ้าวหนูของขวัญ หนูมายืนทำอะไรตรงนี้ลูก”
เมื่อสองหนุ่มใหญ่ได้ยินเช่นนั้นก็หันมองหน้ากันทันทีด้วยความตกใจ เพราะกลัวว่าเรื่องที่พูดกันเมื่อครู่เด็กสาวจะมาได้ยินเข้าหรือเปล่า ก่อนจะพากันดันตัวลุกขึ้นจากปลายเตียงเดินออกไปเปิดประตูเพื่อดูเหตุการณ์ด้านนอก
แต่แล้วเมื่อเปิดประตูออกมาก็เห็นเด็กสาวยืนร้องไห้น้ำตานองเต็มหน้า พวกเขาจึงรู้ได้ทันทีว่าเรื่องที่พูดกันในห้องเมื่อครู่เด็กสาวคงได้ยินทั้งหมดแล้ว
“หนูของขวัญ”
“ยันหนู”
ต่างคนต่างเรียงเด็กสาวโดยไม่มีใครกล้าพูดอะไรนอกเหนือจากนั้น ขณะที่ใจของทั้งคู่เต้นสั่นระรัวด้วยความกลัวกับอากัปกิริยาของเด็กสาวต่อจากนี้ เพราะแม้จะทำใจไว้แล้วว่าเธอคงจะไม่ให้อภัยและคงจะโกรธเกลียดพวกเขา แต่พอเอาเขาจริงก็รับไม่ได้อยู่ดีหากจะโดนลูกและคนรักเกลียด
ด้านจันทร์ทิพย์ที่เห็นเด็กสาวร้องไห้จึงเข้ามาจับตัวเด็กสาวแล้วถามด้วยความเป็นห่วง
“หนูของขวัญ หนูร้องไห้ทำไมลูก”
ของขวัญได้ยินเช่นนั้นจึงละสายตาจากคนตัวโตทั้งสองคนตรงหน้า หันไปมองหญิงชรานิ่งๆ ก่อนจะเอ่ยตอบออกไปขณะพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น
“ไม่มีอะไรค่ะคุณยาย แค่ฝุ่นเข้าตาหนูเฉยๆ หนูขอตัวไปนอนก่อนนะคะ” ไม่สนแล้วว่าคำพูดที่เอ่ยอ้างออกไปซึ่งไม่ต่างจากโกหก หญิงชราจะเชื่อหรือไม่ เพราะตอนนี้เธอแค่อยากพาตัวเองออกไปจากตรงนี้ อยากอยู่คนเดียวเพื่อคิดทบทวนเรื่องราวทั้งหมดที่เพิ่งได้รับรู้ เมื่อพูดจบก็เตรียมจะเดินจากไป ทว่า...
“ยัยหนู”
“หนูของขวัญ”
เธอถูกคนเป็นพ่อผู้ให้กำเนิดและคนรักเอ่ยเรียกเอาไว้เสียก่อน เธอจึงหยุดนิ่งอยู่ที่เดิมชั่วครู่ ก่อนจะหันไปมองคนตัวโตทั้งสอง แล้วพูดกับพวกเขาอย่างไม่ให้พวกเขาต้องเป็นห่วง
“ไม่ต้องห่วงค่ะ หนูขอเวลาหน่อย ไว้หนูพร้อมเราค่อยมาคุยกัน” พูดจบเธอก็เดินจากไปทันที ทิ้งให้คนด้านหลังได้แต่มองตามตาละห้อย แม้ในใจพวกเขาอยากจะตามไปอธิบาย แต่ในเวลานี้เด็กสาวไม่พร้อมที่จะรับฟังพวกเขา คงต้องให้เวลาเธอตามที่เธอขอ
ทางด้านจันทร์ทิพย์ที่ยืนงงกับเหตุการณ์ เพราะเห็นๆกันอยู่ว่าเด็กสาวร้องไห้ จะมาบอกว่าฝุ่นเข้าตามีเหรอเธอจะเชื่อ จึงหันไปถามสองหนุ่มให้หายสงสัย
"นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมหนูของขวัญถึงร้องไห้ออกไปแบบนั้น เล่ามาให้แม่ฟังเดี๋ยวนี้เลยนะ"
เมื่อได้ยินคำถามของคนเป็นแม่ จอมทัพกับราเชนทร์จึงหันมองหน้ากันทันที หลังจากนั้นจึงเป็นราเชนทร์ที่อธิบายเรื่องราวทั้งหมดให้จันทร์ทิพย์ฟัง เว้นแต่เรื่องที่จอมทัพกับลูกสาวของเขาชอบพอกัน เพราะเรื่องนี้คงต้องปล่อยให้จอมทัพเคลียร์เอาเอง
เมื่อเหตุการณ์นี้จบลงทุกคนก็ต่างแยกย้ายกลับห้องตัวเอง ทางจอมทัพที่คืนนี้หวังจะได้นอนกอดเมียเด็กตัวนุ่มก็ต้องผิดหวัง เพราะแม้แต่หน้าเขาตอนนี้ไม่รู้ว่าเธอยังอยากจะเห็นอยู่หรือเปล่า
เมื่อเดินออกมาดูอีกคนที่เดินหายออกมาทางหน้าบ้าน ก็เห็นเขายืนกอดอกอยู่ข้างริมรั้ว นึกว่าจะไปไหนได้ที่แท้มายืนงอนอยู่ตรงนี้ เห็นเช่นนั้นปากบางจึงระบายยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดูคนแก่ขี้น้อยใจ เธอจึงเดินเข้าไปสวมกอดเอวสอบจากด้านหลังแล้วเอ่ยถามเขาน้ำเสียงหวาน“นายหัวโกรธหนูเหรอคะ”“...”ทว่าไร้ซึ่งเสียงตอบรับจากอีกคน เธอจึงไม่รอช้าที่จะง้อเขาต่อขณะที่ยังสวมกอดเอวสอบไม่ยอมปล่อย“หนูขอโทษนะคะที่พูดกับนายหัวแบบนั้น ช่วงนี้หนูแค่รู้สึกเหนื่อยๆน่ะค่ะ นายหัวไม่โกรธหนูนะ” เมื่อเธอพูดจบอีกคนก็หันมาประจันหน้ากัน ก่อนที่เขาจะเอ่ยพูดกับเธอ“ฉันต่างหากที่ควรขอโทษยัยหนู ยัยหนูดูแลลูกของเราก็เหนื่อยอยู่แล้ว แต่ฉันก็ยังทำตัวงี่เง่าเพิ่มภาระให้หนูอีก ฉันมันเป็นสามีที่ใช้ไม่ได้เลยใช่ไหม”สิ้นเสียงทุ้ม คิ้วเรียวเล็กจึงขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ก่อนเสียงหวานจะบ่นพึมพำเบาๆคนเดียว“คนแก่อารมณ์ขึ้นๆลงๆแบบนี้ทุกคนเลยไหมนะ หรือว่านายหัวจะเป็นวัยทอง”“อะไรทองๆนะ”เมื่อได้ยินอีกคนถาม ของขวัญจึงได้สติและกลับมาโฟกัสที่ประเด็นหลักต่อ“ไม่มีอะไรค่ะ นายหัวฟังหนูนะคะ นายหัวเป็นสามีและเป็นพ่อของลูกที่ดีมากค่ะ แต่ละวันนายหัวทำงาน
หกปีต่อมาหลังจากของขวัญเรียนจบ เธอกับจอมทัพก็แต่งงานกันทันที งานแต่งของทั้งคู่จัดขึ้นใหญ่โตสมฐานะของเจ้าบ่าวและไม่ให้ฝ่ายเจ้าสาวน้อยหน้าใคร แขกเหรื่อมากันมากมายเป็นที่พูดถึงกันไม่ขาดปาก จนสาวๆในหมู่บ้านต่างพากันอิจฉาเจ้าสาวกันเป็นแถวที่ได้สามีหล่อรวยและเพอร์เฟคไปทุกอย่าง ส่วนหนุ่มๆก็เช่นเดียวกัน ต่างพากันอิจฉาเจ้าบ่าวเฒ่าที่ได้เมียเด็กทั้งสาวทั้งสวยและน่ารักไม่มีที่ติ ช่างเป็นวาสนาของเจ้าบ่าวเฒ่าจริงๆหลังจากแต่งงานกันได้ไม่นาน ทั้งคู่ก็มีลูกชายด้วยกันหนึ่งคน ตอนนี้อายุได้หนึ่งขวบสองเดือนแล้ว มีนามว่า เจ้าขุน เด็กน้อยน่าตาน่ารักน่าเอ็นดูและอ้วนท้วมสมวัยเป็นที่รักของทุกคนในบ้าน เว้นแต่คนเป็นพ่อที่แอบอิจฉาลูกตัวเองที่มาแย่งความรักของเมียไปจากตน แม้จะรักลูกไม่ต่างกับคนอื่น แต่ก็แอบนอยด์ที่ตนไม่ได้เป็นที่หนึ่งในใจเมียเหมือนแต่ก่อน เพราะมีลูกจึงโดนแย่งความรักความสนใจไปหมด ซึ่งเขารู้ตัวดีว่าไม่ควรคิดเช่นนี้กับลูกในสายเลือด แต่มันก็อดคิดไม่ได้จริงๆ จากเคยเป็นที่หนึ่งตอนนี้กลับเป็นรองใครบ้างจะไม่นอยด์“นายหัวให้ลูกดูโทรศัพท์อีกแล้วเหรอคะ หนูบอกแล้วไงว่าลูกยังเล็กไม่ควรให้เล่นโทรศัพท์ แล้วนี่
เวลาต่อมา20:35 น.“นายหัวเห็นขนมหนูไหมคะ” เมื่อหาขนมที่เหลือไม่เจอ ของขวัญจึงหันไปถามอีกคนที่นั่งอ่านหนังสืออยู่บนเตียง เขาจึงละสายตาจากหนังสือหันมาพูดกับเธอ“แล้วที่ถืออยู่นั่นไม่ใช่ขนมเหรอ” ปากขยับพูดกับเด็กสาวขณะสายตาหลุบมองขนมในมือเล็กที่ถืออยู่หนึ่งห่อ“ก็ใช่ค่ะ แต่หนูจำได้ว่ามันยังเหลืออีกสามห่อ กลับจากสวนหนูเอาใส่ไว้ในลิ้นชักตรงนี้ แต่ทำไมมันถึงมีแค่ห่อเดียว” ขณะพูดใบหน้าก็เริ่มงองำ เธอจำได้แม่นว่าตอนกลับจากสวนเธอเอาขนมที่เหลือสามห่อเก็บไว้ในลิ้นชักข้างหัวเตียง แต่ตอนนี้กลับเหลือแค่ห่อเดียว แล้วอีกสองห่อมันหายไปไหน“ยัยหนูจำผิดรึเปล่าครับ”“ไม่นะคะ หนูจำได้ว่ามันยังเหลืออีกสามห่อ หนูกะว่าอาบน้ำเสร็จจะมากิน แต่ทำไมถึงมีอยู่แค่หอเดียว หรือว่านายหัวแอบกินของหนูคะ” เมื่อหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ ก็เหลือแต่เขานี่แหละที่น่าสงสัย ทว่าอีกคนแม้จะถูกเธอกล่าวหาแต่เขาก็ยังคงนั่งนิ่ง ก่อนที่เขาจะพูดกับเธออย่างใจเย็น“ฉันไม่ชอบกินขนมฉันจะไปแย่งยัยหนูกินทำไม อีกอย่างขนมพวกนี้ฉันเป็นคนซื้อ ถ้าฉันจะกินจริงๆฉันไปซื้อเอาใหม่ก็ได้ ไม่เห็นต้องมาแอบกินของยัยหนูเลย”“ก็จริง แต่มันหายไปไหนสองห่อนะ” ยิ่ง
สองเดือนต่อมาหลังจากที่ราเชนทร์พาเมียและลูกไปพบหน้าคนที่บ้าน ทางด้านพ่อแม่ของเขาก็ชอบในตัวเข็มมุกและเอ็นดูในตัวของขวัญเป็นอย่างมาก ไม่ต้องตรวจดีเอ็นเอก็พิสูจน์ได้จากความรู้สึกผูกพันทางสายเลือด แม้ปู่ย่าจะไม่ได้เลี้ยงดูหลานมาแต่ก็สัมผัสได้ถึงสายเลือดของตน โดยไม่ต้องใช้เหตุผลใดๆแค่เห็นหน้าหลานครั้งแรกพวกท่านก็รู้สึกรักแล้วทุกอย่างลงเอยด้วยดี ซึ่งตอนนี้เข็มมุกก็ได้ย้ายไปอยู่กับราเชนทร์เรียบร้อยแล้ว ส่วนจอมทัพกับของขวัญก็อยู่ด้วยกันเช่นเดิม ทุกคนต่างได้อยู่กับคนที่รักสมใจ โดยที่คอยแวะเวียนไปหากันตลอดแล้วแต่ใครจะสะดวกมาตอนไหน แต่ส่วนใหญ่ก็จะเป็นราเชนทร์กับเข็มมุกที่เป็นฝ่ายแวะเวียนมาหาลูกสาว เนื่องจากมีลูกสาวอยู่คนเดียวก็ต้องห่วงเป็นธรรมดา แม้ว่าลูกจะมีคนรักที่คอยดูแลอยู่แล้วเป็นอย่างดี ทว่าคนเป็นพ่อแม่ก็ยังคงห่วงลูกเสมอทางจอมทัพกับของขวัญก็ยังคงใช้ชีวิตในแต่ละวันวนลูปอยู่เช่นเดิม เพิ่มเติมคือความรักที่พวกเขามีให้กันไม่เคยลดน้อยลงเลย วันไหนเด็กสาวมีเรียนจอมทัพก็จะคอยไปรับไปส่งเธอที่มหาลัยเหมือนเช่นเคย โดยที่มีนักศึกษาหนุ่มคอยมาเกาะแกะเมียเด็กของเขาให้เห็นอยู่ตลอด ซึ่งเขาก็ต้องคอยจัดการค
ด้านของขวัญแม้จะเห็นท่อนเอ็นของอีกคนมาหลายครั้งแล้ว แต่ก็ไม่เคยชินกับความใหญ่โตของมันสักที ทุกครั้งที่เห็นมันก็ใจเต้นแรงตลอด รู้สึกหวั่นๆทุกครั้ง ปฏิเสธไม่ได้ว่ากลัวมันนั่นแหละ แต่ทว่าต่อให้กลัวแค่ไหนเธอก็ยังอยากที่จะทำให้เขาอยู่ดี จึงรวบรวมความกล้าเอ่ยถามเขาที่กำลังใช้มือชักสาวท่อนเอ็นลำใหญ่ของตัวเองไม่หยุด“ละ แล้วหนูต้องทำยังไงคะ”“จับมันแบบนี้ครับ” ไม่สอนปากเปล่า มือใหญ่จับมือเล็กมากุมท่อนเอ็นของตัวเอง ก่อนจะนำพามือเล็กชักสาวมันขึ้นลงเบาๆ แล้วเอ่ยสอนต่อพร้อมกับมือใหญ่อีกข้างคอยลูบศีรษะเล็กเบาๆ“ยัยหนูแลบลิ้นออกมาเลียตรงหัวมันก่อน หรือจะเลียทั้งลำก็ได้แล้วค่อยอมมันเข้าไป จากนั้นก็ดูดมันเหมือนไอติมแท่งเลยครับ พอทำได้ไหม”“ได้ค่ะ” เด็กสาวพยักหน้าตอบทันทีที่อีกคนสอนจบ จากนั้นเธอจึงสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆแล้วพ้นลมออกแรงๆเพื่อเตรียมความพร้อมกับสิ่งที่ต้องทำ จนอีกคนที่มองอยู่หลุดยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดูกับท่าทีของเธอในตอนนี้ เขารู้ดีว่าเด็กสาวทั้งตื่นเต้นทั้งกลัวที่จะทำเช่นนี้ให้เขา แต่แค่เธอมีใจอยากทำให้ก็ทำให้เขามีความสุขมากแล้วขณะที่นั่งมองเด็กสาวไม่ละสายตา เมื่อเห็นเธอค่อยๆเลื่อนใบหน้า
ทางด้านจอมทัพที่อุ้มกระเตงเด็กสาวเข้ามาในห้อง ก็วางร่างบางของเธอลงบนโต๊ะทำงาน ที่ตั้งอยู่ตรงมุมห้อง ขณะที่กายแกร่งของเขาแทรกกลางตรงหว่างขาเธอไม่ห่าง สองแขนแกร่งโอบกอดเอวบางเอาไว้หลวมๆ ก่อนจะเอ่ยพูดกับเธอน้ำเสียงอ่อนโยน“ยัยหนู เมื่อกี้หนูน่ารักมากเลยรู้ไหม รู้จักปกป้องฉันด้วย”“ก็หนูรักนายหัวหนิคะ หนูก็ต้องปกป้องนายหัวอยู่แล้ว““ฉันก็รักยัยหนูนะ”“รักมากแค่ไหนคะ” ขณะเอ่ยถามอีกคนสองแขนเรียวเล็กก็เลื่อนขึ้นมาคล้องลำคอหนาเอาไว้ เอียงใบหน้าเล็กน้อย มองอีกคนตาแป๋วอย่างรอคำตอบ ก่อนจะได้ยินเขาตอบออกมาน้ำเสียงอ่อนโยนฟังแล้วนุ่มหู“ฉันรักหนูมาก มากจนหนูคิดไม่ถึงหรอก”“ขนาดนั้นเลยเหรอคะ แต่ถ้าเราอยู่กันแบบนี้ไปเรื่อยๆนายหัวก็ต้องมีเบื่อหนูเข้าสักวันแหละ พอเบื่อแล้วทิ้งหนูขึ้นมาทำไง”หมับ!สิ้นเสียงหวาน จอมทัพก็จับล็อคใบหน้าเล็กเข้ามาแล้วกัดริมฝีปากล่างของเธอไปหนึ่งที เด็กสาวจึงส่งเสียงร้องอยู่ในลำคอด้วยความเจ็บ“อื้อ!”พอเขาผละปากออก เธอก็แว้ดใส่เขาทันทีขณะใบหน้าน่ารักงองำ“นายหัวกัดปากหนูทำไมคะ”“ก็โทษฐานที่ยัยหนูพูดจาไม่น่าฟังยังไงล่ะ”“บอกกันดีๆก็ได้หนิคะไม่เห็นต้องกัดกันเลย หนูเจ็บ” ไม่พูดเ