เข้าสู่ระบบทางด้านราเชนทร์เมื่อเดินมาถึงหลังบ้านก็เห็นเข็มมุกกำลังกวาดใบไม้แห้งอยู่ตรงลานหลังบ้าน เขาจึงไม่รอช้าเดินเข้าไปหาเธอทันที ก่อนจะเอ่ยทักด้วยใบหน้ายิ้มๆ
"เข็ม ผมซื้อขนมมาฝากคุณกับลูกเต็มเลย มาดูสิมีแต่ของโปรดคุณกับลูกทั้งนั้น"
เข็มมุกได้ยินเช่นนั้นจึงหันมามองคนรักเก่าด้วยใบหน้าไม่สบอารมณ์ ก่อนจะพูดออกไปอย่างไม่พอใจ
"ฉันบอกนายแล้วไงว่าอย่าเรียกลูกฉันแบบนี้" พูดจบเธอก็เดินเอาไม้กวาดกับที่โกยขยะไปเก็บพิงไว้ตรงฝาบ้านให้เป็นที่เป็นทาง ขณะที่อีกคนก็เดินตามมาขอโทษ
"ผมขอโทษ ผมลืมอีกแล้ว คราวหลังผมจะระวังให้มากกว่านี้"
"ครั้งก่อนนายก็พูดแบบนี้ แต่ช่างเถอะฉันขี้เกียจพูดกับนายละ" พูดจบเข็มมุกก็กำลังจะเดินเข้าบ้าน ทว่าอีกคนก็คว้าแขนของเธอเอาไว้เสียก่อนพร้อมกับเอ่ยถาม
"จะไปไหน"
"จะเข้าบ้าน" เธอตอบพร้อมกับดึงแขนของตัวเองออกจากการจับกุมของอีกคน
ราเชนทร์ที่เห็นท่าทีห่างเหินของคนรักเก่าก็ยอมรับเลยว่ารู้สึกนอยด์ แต่ทว่าเขาก็ไม่อยากเก็บมาคิดมากให้บั่นทอนจิตใจเสียเปล่าๆ เพราะเข้าใจดีว่าที่เธอเป็นแบบนี้มันก็เกิดจากการกระทำในอดีตของเขาทั้งนั้น
"เอาขนมไปด้วยสิ ผมอุตส่าห์ซื้อมาให้นะ" เขาพูดพร้อมกับยื่นถุงขนมทั้งหมดในมือให้เธอ
"แล้วไง ฉันไม่ได้ให้นายซื้อมาซะหน่อย"
"เอาหน่า ขอร้องล่ะ รับไปเถอะนะ"
ด้านเข็มมุกเมื่อโดนอีกคนรบเร้าไม่หยุดจึงเกิดความรำคาญ จนต้องยอมรับขนมของเขาให้มันจบๆไป
"ฉันจะไปอาบน้ำ นายเอาไปเก็บไว้ในครัวก็แล้วกัน ส่วนของยัยขวัญถ้ากลับมาจากมหาลัยแล้วฉันจะบอกให้ว่านายซื้อขนมมาฝาก"
"โอเค งั้นผมถือว่าคุณรับขนมของผมแล้วนะ" ราเชนทร์พูดออกมาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม เก็บอาการดีใจเอาไว้ไม่อยู่ จนเข็มมุกที่มองอยู่นึกหมั่นไส้กับอาการดีใจจนออกนอกหน้าของเขา เธอจึงตอบกลับไปคำเดียวสั้นๆเพราะไม่อยากจะเสวนาด้วย
"อือ" ตอบจบก็เดินแยกเข้าห้องของตัวเองไปเพื่ออาบน้ำใหม่อีกรอบ เนื่องจากกวาดขยะจนเหงื่อไหลทำให้เหนียวตัวไปหมด อีกทั้งแดดช่วงสายก็ร้อนมากผิดกับตอนเช้าที่อากาศดีเย็นสบาย เธอจึงต้องพาตัวเองไปอาบน้ำใหม่ให้สบายตัว
ด้านราเชนทร์ที่มองตามคนรักเก่าจนเห็นว่าเธอเดินหายเข้าไปในห้องแล้ว เขาจึงเดินแยกเอาขนมที่ซื้อมาไปไว้ในครัวให้ลูกสาวและแม่ของลูกทันที...
เวลาต่อมาเมื่อถึงเวลาเลิกเรียนของเด็กสาวจอมทัพก็ไปรับเธอที่มหาลัยตามปกติ หลังจากทั้งสองกลับมาถึงบ้านก็ต่างแยกย้ายกันไปทำกิจวัตรของตัวเอง พอถึงเวลาอาหารมือเย็นทุกคนในบ้านก็พากันมาทานข้าวพร้อมกัน รวมถึงราเชนทร์ที่ยังไม่กลับบ้านของตนเพราะจะนอนค้างที่นี่อีกเช่นเคย
“ทานเยอะๆนะครับหนูของขวัญ” ราเชนทร์พูดด้วยใบหน้ายิ้มๆพร้อมกับตักกับข้าวใส่จานให้เด็กสาว ทางด้านจอมทัพเห็นเช่นนั้นจึงพูดขัดคอขึ้นทันทีอย่างไม่พอใจ
“เด็กมันก็มีมือตักกินเองได้ มึงไม่ต้องเสนอหน้าตักให้เขาหรอก”
ราเชนทร์จึงหันมามองเพื่อนทันที ก่อนจะยักไหล่ให้เพื่อนอย่างไม่ยี่หระ แล้วหันไปตักกับข้าวให้เข็มมุกบ้างก่อนจะพูดกับเธอด้วยใบหน้ายิ้มๆ
“คุณก็กินเยอะๆนะเข็มมุก”
ด้านเข็มมุกแค่มองคนรักเก่านิ่งๆโดยไม่คิดจะพูดอะไร จากนั้นมื้อเย็นก็ดำเนินต่อไปเรื่อยๆ จนทุกคนทานข้าวกันเสร็จก็ต่างแยกย้าย จะเหลือก็แต่สองแม่ลูกที่ยืนล้างจานกันอยู่
“เดี๋ยวที่เหลือหนูล้างเอง แม่มีอะไรก็ไปทำเถอะค่ะ”
“เอางั้นก็ได้ วันนี้แม่รู้สึกเพลียๆพอดี ว่าจะเข้านอนไวซะหน่อย งั้นจานที่เหลือแม่ฝากด้วยนะ”
"ได้ค่ะ แม่รีบไปอาบน้ำพักผ่อนเถอะ ทางนี้เดี่ยวหนูจัดการเองค่ะ”
“อือ งั้นแม่ไปนะ”
“ค่ะ”
หลังจากนั้นเข็มมุกก็กลับเข้าห้องตัวเองไปอาบน้ำอาบท่าเตรียมเข้านอน ส่วนของขวัญก็ล้างจานต่อ ทว่าในขณะที่เธอกำลังล้างจานอยู่นั้น ก็มีแขนแกร่งของอีกคนเข้ามาโอบกอดเธอจากด้านหลังโดยที่เธอไม่ทันได้ตั้งตัว
หมับ!
ทำเอาสะดุ้งตกใจ และรับรู้ได้ทันทีว่าเป็นใคร จึงละมือจากสิ่งที่ทำอยู่แล้วหันไปมองคนข้างหลังทันทีก่อนจะเอ่ยพูดกับเขาไป
“นายหัวหนูตกใจหมดเลยค่ะ”
“หึ ขวัญอ่อนจังเลยนะยัยหนูของฉัน” จอมทัพพูดกับเด็กสาวด้วยใบหน้ายิ้มๆขณะยังคงกอดเอวบางเอาไว้อยู่อย่างนั้นไม่ปล่อย
“ก็นายหัวมาเงียบๆหนูก็ตกใจสิคะ แต่ตอนนี้ปล่อยหนูก่อนเถอะค่ะเดี๋ยวมีคนมาเห็น” ประโยคหลังเธอเอ่ยบอกขณะกวาดสายตามองไปด้านหลังของคนตัวโตอย่างระแวงว่าใครจะมาเห็นเขากับเธออยู่ด้วยกันในสภาพนี้
"ไม่มีใครมาเห็นหรอก พวกเขาเข้าห้องกันหมดแล้ว”
“แต่ว่าหนูกลัวหนิคะ แม่พึ่งกลับห้องไปเอง ถ้าเกิดจู่ๆแม่กลับมาจะทำยังไงคะ”
“เมื่อกี้ฉันดูแล้ว เข็มมุกเข้าห้องไปแล้วไม่กลับมาหรอก”
“ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ปล่อยหนูก่อนนะคะหนูกลัวใครมาเห็นจริงๆ” ของขวัญพยายามอ้อนวอนอีกคนขณะสองมือเล็กก็พยายามดันอกแกร่งให้ออกห่าง
“กลัวคนอื่นมาเห็นหรือว่าอายกันแน่ที่มีผัวแก่แบบฉัน” พอคิดแบบนี้ ความน้อยใจก็แล่นกรูเข้ามาในใจแกร่งทันที ก่อนที่เด็กสาวจะรีบปฏิเสธทันควันเพราะกลัวเขาจะเข้าใจเธอผิด
“จะเป็นแบบนั้นไปได้ไงคะ หนูไม่เคยคิดแบบนั้นเลยค่ะ”
“ถ้าไม่ได้คิดแล้วทำไมถึงผลักไสฉันขนาดนี้ล่ะ ถ้าใครมาเห็นก็ปล่อยให้เห็นไปสิ เราสองคนรักกัน ไม่ได้ทำอะไรผิดซะหน่อย”
“แต่เราคุยเรื่องนี้กันแล้วนะคะว่าหนูยังไม่พร้อมให้ใครรู้เรื่องของเรา นายหัวรอหนูอีกหน่อยนะคะ หนูจะรีบหาโอกาสบอกแม่เอง”
เมื่อเด็กสาวพูดมาแบบนี้ จอมทัพก็จนปัญญาที่จะเปลี่ยนใจเธอ เขาคงทำได้แค่รอเธอต่อไป
"ก็ได้”
สิ้นเสียงทุ้ม ของขวัญก็ยิ้มออกมา ก่อนจะเอ่ยพูดกับเขาไป
“ขอบคุณนะคะ นายหัวของหนูน่ารักที่สุดเลย” พูดจบเธอก็เขย่งเท้าขึ้นพร้อมกับยื่นหน้าไปหอมแก้มสากที่ห้อมล้อมไปด้วยหนวดเคราหนึ่งทีเบาๆ ก่อนจะผละออกแล้วยิ้มให้เขาอย่างน่ารัก จนเขาที่ทนมองความน่ารักของเธอเฉยๆไม่ไหวจึงหอมแก้มนุ่มกลับทันทีข้างละหนึ่งฟอด สูดกลิ่นแก้มนุ่มเข้าปอดอย่างชื่นใจ ก่อนจะผละออกมามองหน้าเธอด้วยสายตารักใคร่เอ็นดู แล้วเอ่ยถามขึ้น
“ยัยหนู คืนนี้ฉันขอนอนกับหนูได้ไหม”
“แต่ห้องหนูเตียงมันเล็กนะคะ หนูกลัวนายหัวจะอึดอัดนอนไม่สบายค่ะ”
“งั้นก็เปลี่ยนเป็นยัยหนูมานอนกับฉันแทนก็ได้หนิ” พูดจบจอมทัพก็โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้เด็กสาว แล้วเอ่ยพูดต่อข้างใบหูเล็กของเธอเชิงหยอกเย้า
“ยังไงซะเมื่อคืนเราก็นอนด้วยกันแล้วหนิครับ”
ทำเอาเด็กสาวที่ได้ยินเช่นนั้นก็เขินอายไม่น้อย ใบหน้าเห่อร้อนแก้มสาวแดงก่ำขึ้นมาทันที ก่อนจะเอ่ยพูดกับเขาอย่างไม่เต็มเสียงเพราะรู้สึกเขินอายที่จะพูดบอกเขาไปตรงๆ"เอ่อ งั้นก็ได้ค่ะ แต่นอนเฉยๆได้ไหมคะ เราไม่ทำแบบเมื่อคืนได้ไหม หนูยังเจ็บตรงนั้นอยู่เลย”
“หึ แล้วใครบอกว่าฉันจะทำเรื่องนั้น ฉันรู้หน่าว่ายัยหนูยังเจ็บอยู่ วางใจได้คืนนี้ฉันไม่ทำอะไรหนูหรอก แต่ถ้า... ยัยหนูหายเจ็บแล้วค่อยว่ากัน” เพราะอดไม่ได้กับความน่ารักน่าเอ็นดูของเด็กสาว เขาจึงอยากแกล้งเสียหน่อย
“นายหัว~”
เพียะ!
มือเล็กตีเข้าที่บ่าแกร่งเบาๆเมื่อเขินอายที่โดนหยอกเย้าจนทำตัวไม่ถูก
“หึ โอเคฉันไม่แกล้งหนูแล้ว งั้นฉันไปอาบน้ำรอนะ รีบๆมาล่ะ”
“ค่ะ”
สิ้นเสียงหวาน จอมทัพก็โน้มใบหน้าลงไปหอมแก้มนุ่มนิ่มข้างล่ะหนึ่งฟอดอีกครั้ง ก่อนจะผละออกแล้วลูบศีรษะเล็กเบาๆอย่างทะนุถนอม ขณะใบหน้าหล่อเข้มเปื้อนยิ้ม มองเด็กสาวตรงหน้าด้วยสายตารักใคร่หลงใหลและเอ็นดูเธอเป็นที่สุด จากนั้นจึงตัดใจเดินกลับขึ้นห้องตัวเองไป
ส่วนของขวัญก็ทำการล้างจานที่เหลือต่อจนเสร็จ แล้วกลับเข้าห้องไปอาบน้ำอาบท่าให้เรียบร้อยเพื่อรอเวลาเหมาะๆแอบไปหาอีกคนที่ห้องของเขา
โดยที่เมื่อครู่ทั้งสองไม่รูตัวเลยว่าเหตุการณ์ในครัวที่พวกเขาพลอดรักกัน ได้ตกอยู่ในสายตาบิดาผู้ให้กำเนิดของเด็กสาวทั้งหมดแล้ว
ราเชนทร์บังเอิญมาเห็นเหตุการณ์ตั้งแต่แรก แต่เขาเลือกที่จะแอบดูอยู่เงียบๆ แม้จะหวงลูกสาวมากแค่ไหน แต่เขาก็ไม่สามารถแสดงตัวหรือสิทธิ์ของความเป็นพ่อต่อหน้าลูกสาวได้ ส่วนอีกคนก็เพื่อน ถึงจะรู้อยู่แล้วว่าจอมทัพรักลูกสาวตน แต่จากที่เห็นทั้งคู่แสดงความรักต่อกัน มันเห็นได้ชัดเจนว่าทั้งคู่คงมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งเกินเลยกันไปแล้ว เมื่อคนเป็นพ่ออย่างเขาต้องมารับรู้ว่าลูกสาวตัวเองโดนเพื่อนสนิทเจาะไข่แดงเสียแล้ว มันก็ยากที่จะทำใจยอมรับ
เมื่อเดินออกมาดูอีกคนที่เดินหายออกมาทางหน้าบ้าน ก็เห็นเขายืนกอดอกอยู่ข้างริมรั้ว นึกว่าจะไปไหนได้ที่แท้มายืนงอนอยู่ตรงนี้ เห็นเช่นนั้นปากบางจึงระบายยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดูคนแก่ขี้น้อยใจ เธอจึงเดินเข้าไปสวมกอดเอวสอบจากด้านหลังแล้วเอ่ยถามเขาน้ำเสียงหวาน“นายหัวโกรธหนูเหรอคะ”“...”ทว่าไร้ซึ่งเสียงตอบรับจากอีกคน เธอจึงไม่รอช้าที่จะง้อเขาต่อขณะที่ยังสวมกอดเอวสอบไม่ยอมปล่อย“หนูขอโทษนะคะที่พูดกับนายหัวแบบนั้น ช่วงนี้หนูแค่รู้สึกเหนื่อยๆน่ะค่ะ นายหัวไม่โกรธหนูนะ” เมื่อเธอพูดจบอีกคนก็หันมาประจันหน้ากัน ก่อนที่เขาจะเอ่ยพูดกับเธอ“ฉันต่างหากที่ควรขอโทษยัยหนู ยัยหนูดูแลลูกของเราก็เหนื่อยอยู่แล้ว แต่ฉันก็ยังทำตัวงี่เง่าเพิ่มภาระให้หนูอีก ฉันมันเป็นสามีที่ใช้ไม่ได้เลยใช่ไหม”สิ้นเสียงทุ้ม คิ้วเรียวเล็กจึงขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ก่อนเสียงหวานจะบ่นพึมพำเบาๆคนเดียว“คนแก่อารมณ์ขึ้นๆลงๆแบบนี้ทุกคนเลยไหมนะ หรือว่านายหัวจะเป็นวัยทอง”“อะไรทองๆนะ”เมื่อได้ยินอีกคนถาม ของขวัญจึงได้สติและกลับมาโฟกัสที่ประเด็นหลักต่อ“ไม่มีอะไรค่ะ นายหัวฟังหนูนะคะ นายหัวเป็นสามีและเป็นพ่อของลูกที่ดีมากค่ะ แต่ละวันนายหัวทำงาน
หกปีต่อมาหลังจากของขวัญเรียนจบ เธอกับจอมทัพก็แต่งงานกันทันที งานแต่งของทั้งคู่จัดขึ้นใหญ่โตสมฐานะของเจ้าบ่าวและไม่ให้ฝ่ายเจ้าสาวน้อยหน้าใคร แขกเหรื่อมากันมากมายเป็นที่พูดถึงกันไม่ขาดปาก จนสาวๆในหมู่บ้านต่างพากันอิจฉาเจ้าสาวกันเป็นแถวที่ได้สามีหล่อรวยและเพอร์เฟคไปทุกอย่าง ส่วนหนุ่มๆก็เช่นเดียวกัน ต่างพากันอิจฉาเจ้าบ่าวเฒ่าที่ได้เมียเด็กทั้งสาวทั้งสวยและน่ารักไม่มีที่ติ ช่างเป็นวาสนาของเจ้าบ่าวเฒ่าจริงๆหลังจากแต่งงานกันได้ไม่นาน ทั้งคู่ก็มีลูกชายด้วยกันหนึ่งคน ตอนนี้อายุได้หนึ่งขวบสองเดือนแล้ว มีนามว่า เจ้าขุน เด็กน้อยน่าตาน่ารักน่าเอ็นดูและอ้วนท้วมสมวัยเป็นที่รักของทุกคนในบ้าน เว้นแต่คนเป็นพ่อที่แอบอิจฉาลูกตัวเองที่มาแย่งความรักของเมียไปจากตน แม้จะรักลูกไม่ต่างกับคนอื่น แต่ก็แอบนอยด์ที่ตนไม่ได้เป็นที่หนึ่งในใจเมียเหมือนแต่ก่อน เพราะมีลูกจึงโดนแย่งความรักความสนใจไปหมด ซึ่งเขารู้ตัวดีว่าไม่ควรคิดเช่นนี้กับลูกในสายเลือด แต่มันก็อดคิดไม่ได้จริงๆ จากเคยเป็นที่หนึ่งตอนนี้กลับเป็นรองใครบ้างจะไม่นอยด์“นายหัวให้ลูกดูโทรศัพท์อีกแล้วเหรอคะ หนูบอกแล้วไงว่าลูกยังเล็กไม่ควรให้เล่นโทรศัพท์ แล้วนี่
เวลาต่อมา20:35 น.“นายหัวเห็นขนมหนูไหมคะ” เมื่อหาขนมที่เหลือไม่เจอ ของขวัญจึงหันไปถามอีกคนที่นั่งอ่านหนังสืออยู่บนเตียง เขาจึงละสายตาจากหนังสือหันมาพูดกับเธอ“แล้วที่ถืออยู่นั่นไม่ใช่ขนมเหรอ” ปากขยับพูดกับเด็กสาวขณะสายตาหลุบมองขนมในมือเล็กที่ถืออยู่หนึ่งห่อ“ก็ใช่ค่ะ แต่หนูจำได้ว่ามันยังเหลืออีกสามห่อ กลับจากสวนหนูเอาใส่ไว้ในลิ้นชักตรงนี้ แต่ทำไมมันถึงมีแค่ห่อเดียว” ขณะพูดใบหน้าก็เริ่มงองำ เธอจำได้แม่นว่าตอนกลับจากสวนเธอเอาขนมที่เหลือสามห่อเก็บไว้ในลิ้นชักข้างหัวเตียง แต่ตอนนี้กลับเหลือแค่ห่อเดียว แล้วอีกสองห่อมันหายไปไหน“ยัยหนูจำผิดรึเปล่าครับ”“ไม่นะคะ หนูจำได้ว่ามันยังเหลืออีกสามห่อ หนูกะว่าอาบน้ำเสร็จจะมากิน แต่ทำไมถึงมีอยู่แค่หอเดียว หรือว่านายหัวแอบกินของหนูคะ” เมื่อหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ ก็เหลือแต่เขานี่แหละที่น่าสงสัย ทว่าอีกคนแม้จะถูกเธอกล่าวหาแต่เขาก็ยังคงนั่งนิ่ง ก่อนที่เขาจะพูดกับเธออย่างใจเย็น“ฉันไม่ชอบกินขนมฉันจะไปแย่งยัยหนูกินทำไม อีกอย่างขนมพวกนี้ฉันเป็นคนซื้อ ถ้าฉันจะกินจริงๆฉันไปซื้อเอาใหม่ก็ได้ ไม่เห็นต้องมาแอบกินของยัยหนูเลย”“ก็จริง แต่มันหายไปไหนสองห่อนะ” ยิ่ง
สองเดือนต่อมาหลังจากที่ราเชนทร์พาเมียและลูกไปพบหน้าคนที่บ้าน ทางด้านพ่อแม่ของเขาก็ชอบในตัวเข็มมุกและเอ็นดูในตัวของขวัญเป็นอย่างมาก ไม่ต้องตรวจดีเอ็นเอก็พิสูจน์ได้จากความรู้สึกผูกพันทางสายเลือด แม้ปู่ย่าจะไม่ได้เลี้ยงดูหลานมาแต่ก็สัมผัสได้ถึงสายเลือดของตน โดยไม่ต้องใช้เหตุผลใดๆแค่เห็นหน้าหลานครั้งแรกพวกท่านก็รู้สึกรักแล้วทุกอย่างลงเอยด้วยดี ซึ่งตอนนี้เข็มมุกก็ได้ย้ายไปอยู่กับราเชนทร์เรียบร้อยแล้ว ส่วนจอมทัพกับของขวัญก็อยู่ด้วยกันเช่นเดิม ทุกคนต่างได้อยู่กับคนที่รักสมใจ โดยที่คอยแวะเวียนไปหากันตลอดแล้วแต่ใครจะสะดวกมาตอนไหน แต่ส่วนใหญ่ก็จะเป็นราเชนทร์กับเข็มมุกที่เป็นฝ่ายแวะเวียนมาหาลูกสาว เนื่องจากมีลูกสาวอยู่คนเดียวก็ต้องห่วงเป็นธรรมดา แม้ว่าลูกจะมีคนรักที่คอยดูแลอยู่แล้วเป็นอย่างดี ทว่าคนเป็นพ่อแม่ก็ยังคงห่วงลูกเสมอทางจอมทัพกับของขวัญก็ยังคงใช้ชีวิตในแต่ละวันวนลูปอยู่เช่นเดิม เพิ่มเติมคือความรักที่พวกเขามีให้กันไม่เคยลดน้อยลงเลย วันไหนเด็กสาวมีเรียนจอมทัพก็จะคอยไปรับไปส่งเธอที่มหาลัยเหมือนเช่นเคย โดยที่มีนักศึกษาหนุ่มคอยมาเกาะแกะเมียเด็กของเขาให้เห็นอยู่ตลอด ซึ่งเขาก็ต้องคอยจัดการค
ด้านของขวัญแม้จะเห็นท่อนเอ็นของอีกคนมาหลายครั้งแล้ว แต่ก็ไม่เคยชินกับความใหญ่โตของมันสักที ทุกครั้งที่เห็นมันก็ใจเต้นแรงตลอด รู้สึกหวั่นๆทุกครั้ง ปฏิเสธไม่ได้ว่ากลัวมันนั่นแหละ แต่ทว่าต่อให้กลัวแค่ไหนเธอก็ยังอยากที่จะทำให้เขาอยู่ดี จึงรวบรวมความกล้าเอ่ยถามเขาที่กำลังใช้มือชักสาวท่อนเอ็นลำใหญ่ของตัวเองไม่หยุด“ละ แล้วหนูต้องทำยังไงคะ”“จับมันแบบนี้ครับ” ไม่สอนปากเปล่า มือใหญ่จับมือเล็กมากุมท่อนเอ็นของตัวเอง ก่อนจะนำพามือเล็กชักสาวมันขึ้นลงเบาๆ แล้วเอ่ยสอนต่อพร้อมกับมือใหญ่อีกข้างคอยลูบศีรษะเล็กเบาๆ“ยัยหนูแลบลิ้นออกมาเลียตรงหัวมันก่อน หรือจะเลียทั้งลำก็ได้แล้วค่อยอมมันเข้าไป จากนั้นก็ดูดมันเหมือนไอติมแท่งเลยครับ พอทำได้ไหม”“ได้ค่ะ” เด็กสาวพยักหน้าตอบทันทีที่อีกคนสอนจบ จากนั้นเธอจึงสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆแล้วพ้นลมออกแรงๆเพื่อเตรียมความพร้อมกับสิ่งที่ต้องทำ จนอีกคนที่มองอยู่หลุดยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดูกับท่าทีของเธอในตอนนี้ เขารู้ดีว่าเด็กสาวทั้งตื่นเต้นทั้งกลัวที่จะทำเช่นนี้ให้เขา แต่แค่เธอมีใจอยากทำให้ก็ทำให้เขามีความสุขมากแล้วขณะที่นั่งมองเด็กสาวไม่ละสายตา เมื่อเห็นเธอค่อยๆเลื่อนใบหน้า
ทางด้านจอมทัพที่อุ้มกระเตงเด็กสาวเข้ามาในห้อง ก็วางร่างบางของเธอลงบนโต๊ะทำงาน ที่ตั้งอยู่ตรงมุมห้อง ขณะที่กายแกร่งของเขาแทรกกลางตรงหว่างขาเธอไม่ห่าง สองแขนแกร่งโอบกอดเอวบางเอาไว้หลวมๆ ก่อนจะเอ่ยพูดกับเธอน้ำเสียงอ่อนโยน“ยัยหนู เมื่อกี้หนูน่ารักมากเลยรู้ไหม รู้จักปกป้องฉันด้วย”“ก็หนูรักนายหัวหนิคะ หนูก็ต้องปกป้องนายหัวอยู่แล้ว““ฉันก็รักยัยหนูนะ”“รักมากแค่ไหนคะ” ขณะเอ่ยถามอีกคนสองแขนเรียวเล็กก็เลื่อนขึ้นมาคล้องลำคอหนาเอาไว้ เอียงใบหน้าเล็กน้อย มองอีกคนตาแป๋วอย่างรอคำตอบ ก่อนจะได้ยินเขาตอบออกมาน้ำเสียงอ่อนโยนฟังแล้วนุ่มหู“ฉันรักหนูมาก มากจนหนูคิดไม่ถึงหรอก”“ขนาดนั้นเลยเหรอคะ แต่ถ้าเราอยู่กันแบบนี้ไปเรื่อยๆนายหัวก็ต้องมีเบื่อหนูเข้าสักวันแหละ พอเบื่อแล้วทิ้งหนูขึ้นมาทำไง”หมับ!สิ้นเสียงหวาน จอมทัพก็จับล็อคใบหน้าเล็กเข้ามาแล้วกัดริมฝีปากล่างของเธอไปหนึ่งที เด็กสาวจึงส่งเสียงร้องอยู่ในลำคอด้วยความเจ็บ“อื้อ!”พอเขาผละปากออก เธอก็แว้ดใส่เขาทันทีขณะใบหน้าน่ารักงองำ“นายหัวกัดปากหนูทำไมคะ”“ก็โทษฐานที่ยัยหนูพูดจาไม่น่าฟังยังไงล่ะ”“บอกกันดีๆก็ได้หนิคะไม่เห็นต้องกัดกันเลย หนูเจ็บ” ไม่พูดเ