Partager

บทที่ 2

Auteur: Shine-Month
last update Date de publication: 2025-01-14 15:35:56

เป็นประจำทุกปีที่เซียวเหม่ยอิงจะขึ้นวัดไปจำศีลภาวนาเป็นเวลาหนึ่งวันหนึ่งคืนเพื่อระลึกถึงฮูหยินผู้เฒ่าประจำตระกูลเซียวที่ได้เสียไป

สมัยที่ฮูหยินผู้เฒ่ายังมีชีวิต เซียวเหม่ยอิงจะสนิทสนมกับท่านย่าของตัวเองเป็นอย่างมาก จนบ่อยครั้งที่เซียวลี่หงออกอาการแง่งอนท่านย่าของตัวเองเพราะคิดว่าท่านย่านั้นลำเอียง รักพี่สาวมากกว่าตน เป็นเหตุให้มารดาต้องคอยเอาอกเอาใจเพื่อไม่ให้บุตรสาวคนเล็กนั้นน้อยเนื้อต่ำใจ เพราะสมัยที่เซียวลี่หงยังเป็นเด็กเล็กนั้น นางมีร่างกายอ่อนแอและล้มป่วยบ่อย เซียวฟู่จินและฟางเหนียงจึงเอาใจใส่เซียวลี่หงเป็นพิเศษ ทำให้เซียวเย่หรือฮูหยินผู้เฒ่าเป็นคนดูแลเซียวเหม่ยอิงมาโดยตลอด เซียวเหม่ยอิงเลยสนิทกับฮูหยินผู้เฒ่ามากกว่าบิดามารดาของตัวเอง

พอเซียวเหม่ยอิงไปถึงวัดแล้ว ก็สวดมนต์ภาวนาและทำความสะอาดตามปกติอย่างที่เคยทำ จนถึงยามดึกเป็นเวลาเข้านอน เซียวเหม่ยอิงมองดูพระจันทร์ที่กำลังส่องแสงยามค่ำคืน ใบหน้าเรียวงาม จมูกงามเข้ากับใบหน้า ผมดำยาวสลวยที่ปล่อยให้ยาวเต็มแผ่นหลังเพื่อให้ลี่จินหวีผมได้อย่างสะดวก

ขณะที่กำลังมองดูพระจันทร์อย่างเหม่อลอยอยู่นั้น กลับได้ยินเสียงบางอย่างดังไม่ไกลจากเรือนที่พวกนางพัก

“เสียงอะไร?” พูดจบเซียวเหม่ยอิงก็ลุกขึ้นยืนและรีบเดินออกไปจากห้องทันทีโดยมีลี่จินรีบเดินตามอยู่ไม่ห่าง

“คุณหนูใหญ่ ท่านอย่าไปนะเจ้าคะ”

ลี่จินถือวิสาสะจับแขนเซียวเหม่ยอิงเพื่อไม่ให้คุณหนูของตัวเองออกไปข้างนอกยามนี้ เพราะมันอันตรายเป็นอย่างมาก

“ไม่เป็นอะไรหรอก เชื่อข้า”

“แต่...ว่า”

“ลี่จินเชื่อข้า เจ้าไปหาพวกยาที่อยู่ในเรือนของเราด้วยว่ามีหรือไม่ แล้วเจ้าค่อยตามข้าไป”

ลี่จินเห็นแววตามุ่งมั่นจากนายของตนก็ได้แต่ยอมทำตามอย่างจำยอมแม้ว่าจะไม่เต็มใจเท่าใดนัก เซียวเหม่ยอิงเดินไปไม่ใกล้ไม่ไกลจากเรือนที่พักของตัวเอง เพื่อยืนรอลี่จินที่กำลังหาของที่ตนสั่ง ยังดีที่วันนี้พระจันทร์เต็มดวงทำให้มองเห็นรอบ ๆ โดยง่าย

ความจริงแล้วเซียวเหม่ยอิงนั้นเป็นคนมีวรยุทธในระดับหนึ่ง แม้ไม่ถึงขั้นเก่งกาจแต่การได้ยินและเรื่องกลิ่นนั้นค่อนข้างดี เพราะท่านย่าของนางได้ให้คนมาช่วยฝึกฝนสมัยที่นางยังเป็นเด็กเล็ก

ทว่าเซียวเหม่ยอิงนั้นต้องแอบฝึกวรยุทธ เพราะเกรงว่าหากบิดามารดารับรู้เรื่องนี้คงไม่ยินยอม แล้วต้องให้นางเลิกฝึกวรยุทธเป็นแน่ เพราะยามนั้นเซียวลี่หงเป็นเด็กที่ล้มป่วยบ่อย ร่างกายไม่แข็งแรง แม้แต่เซียวเหม่ยอิงจะไปสำนักเพื่อเล่าเรียนยังไปไม่ได้ เนื่องจากเซียวฟู่จินและฟางเหนียงเกรงว่าบุตรสาวคนเล็กจะตรอมใจที่ไม่แข็งแรงเช่นพี่สาวตน ทำให้ไปไหนมาไหนเช่นคนอื่นไม่ได้ ต้องได้นอนติดเตียงกินยาต้มเป็นหม้อเพื่อรักษาร่างกาย

เวลาที่เซียวเหม่ยอิงไปข้างนอกนั้น เซียวลี่หงจะร้องไห้ฟูมฟาย น้อยใจในโชคชะตาของตัวเอง เซียวฟู่จินและฟางเหนียงจึงตัดสินใจให้เซียวเหม่ยอิงยังไม่ต้องไปเล่าเรียนที่สำนักหรือเรียนรู้งานเย็บปักถักร้อยเช่นบุตรคนอื่น

แต่โชคก็ยังเข้าข้างเซียวเหม่ยอิง เพราะตอนที่บิดามารดาเอาใจใส่เซียวลี่หงนั้น ได้ปล่อยปละละเลยนาง ฮูหยินผู้เฒ่าได้ดูแลเซียวเหม่ยอิงแทน และได้แอบให้คนมาสอนวรยุทธต่าง ๆ ให้ พร้อมทั้งช่วยปิดบังเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน

ตอนที่เซียวเหม่ยอิงนั่งมองดูพระจันทร์นั้น นางได้ยินเสียงคนต่อสู้กันดังแว่วมาตามสายลมแล้ว แต่นางไม่ได้สนใจอะไรเพราะเสียงนั้นค่อนข้างอยู่ไกลจากที่พักของนาง แต่เหมือนจะไม่ได้เป็นอย่างนั้นเพราะเสียงต่อสู้กันเหมือนจะใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ เซียวเหม่ยอิงฟังเสียงนั้นอย่างตั้งใจจนกระทั่งเสียงต่อสู้นั้นได้เงียบไป

หลังจากที่ลี่จินเข้าไปหาของตามที่คุณหนูของตัวเองสั่ง ก็ได้รีบเดินตามมาทันที

“มีหรือไม่”

“พอมีเจ้าค่ะ” ลี่จินนำของที่หามาได้เผยให้เห็น

ยาที่ลี่จินนำมานั้นเป็นยาที่มีอยู่ในเรือนที่พวกนางพักปฏิบัติธรรมอยู่แล้ว จึงเป็นยาที่ใช้สำหรับรักษาตัวเองเบื้องต้นยามเจ็บไข้ได้ป่วยกะทันหัน เซียวเหม่ยอิงกวาดตามองก็พยักหน้าอย่างพอใจ

“แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว”

ทั้งสองคนพากันเดินไปยังบริเวณป่าที่อยู่ไม่ไกลจากที่พักเท่าใดนัก สายตาของเซียวเหม่ยอิงสอดส่องดูรอบ ๆ อย่างระมัดระวัง

“ตรงนี้แหละ” เซียวเหม่ยอิงที่จู่ ๆ ก็พูดขึ้นมา

“ลี่จิน ข้าขอห่อยาหน่อย”

ได้ยินอย่างนั้นลี่จินก็รีบยื่นห่อยาให้คุณหนูตัวเองทันที หลังจากที่เซียวเหม่ยอิงได้รับห่อยาแล้ว นางก็โยนห่อยาเข้าไปในป่าในความมืดมิด

“กลับกันเถิด”

ลี่จินได้แต่เก็บความสงสัยไว้ ไม่กล้าเอ่ยถามอะไรในตอนนี้เพราะค่อนข้างดึกแล้ว นางได้แต่รีบตามเซียวเหม่ยอิงกลับที่พักของตนเอง พอกลับถึงที่พักแล้ว ลี่จินก็รีบปิดประตูหน้าต่างให้แน่นหนาแล้วรีบมายืนใกล้ ๆ กับคุณหนูของตัวเอง หลังรู้สึกว่าปลอดภัยดีแล้วจึงได้เอ่ยถามคุณหนูของนาง

“คุณหนูใหญ่ โยนห่อยาให้ใครหรือเจ้าคะ”

“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน”

"..."

ลี่จินถึงกับกุมขมับ คุณหนูตัวเองถึงกับเสี่ยงอันตรายออกไปข้างนอกยามดึกดื่น เพียงแค่ต้องการโยนห่อยาให้คนที่ไม่รู้จักแค่นั้นหรอกหรือ

“คุณหนูใหญ่ หากคนนั้นเป็นคนไม่ดีเล่าเจ้าคะ พวกเราจะเป็นอย่างไร”

“ก็แค่ตาย แต่ถ้าหากโชคดีหน่อย เราก็บาดเจ็บแค่นั้น”

เซียวเหม่ยอิงพูดจบก็ทิ้งตัวลงนอนเพื่อพักผ่อนทันที ทิ้งไว้เพียงแต่ลี่จินที่ยังขนลุกกับคำพูดที่ไม่ยี่หระกับอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย เหตุใดคุณหนูของนางถึงได้เอ่ยวาจาที่น่ากลัวด้วยสีหน้าที่นิ่งเฉยเช่นนี้กัน!

หลังจากที่เข้านอนกันแล้ว เซียวเหม่ยอิงได้ครุ่นคิดกับสิ่งที่ตนทำไป จริงอย่างที่ลี่จินพูด หากคนนั้นเป็นอันตรายต่อพวกนางจริง เขาก็คงทำร้ายตั้งแต่ที่พวกนางเดินเข้าไปใกล้แล้ว

แต่จะให้นางทนดมกลิ่นเลือดที่ลอยมาตามสายลมก็ไม่ได้ อย่างน้อย ๆ นำยาไปให้ก็คงจะบรรเทากลิ่นเลือดไม่มากก็น้อย

อีกอย่างเซียวเหม่ยอิงเองนางก็ไม่ได้ประมาทแต่อย่างใด หากเกิดอันตรายขึ้นจริง นางก็มีของที่ใช้สำหรับป้องกันตัวติดกายอยู่เสมอนั่นก็คือ กำไลที่นางสวมใส่ตลอดเวลา ของสิ่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงกำไลธรรมดาเท่านั้น เพราะเป็นกำไลที่มีกลไกพิเศษ หากนางกดปุ่มเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ จะมีเข็มพิษออกมาจากกำไล ของชิ้นนี้เป็นของขวัญจากอาจารย์ที่ฝึกวรยุทธให้กับนางเพื่อเอาไว้ให้นางป้องกันตัวนั่นเอง

คล้อยหลังที่เซียวเหม่ยอิงและลี่จินเดินจากไป ในมุมมืดจุดที่เซียวเหม่ยอิงได้โยนห่อยาไปนั้น ก็ปรากฏร่างของชายผู้หนึ่งที่เดินออกมาแล้วก้มลงไปหยิบห่อยานั้น แล้วมองไปยังจุดที่เซียวเหม่ยอิงเดินจากไปด้วยสายตาที่ล้ำลึก

“วันเวลาเปลี่ยนแต่เหตุใดนางถึงยังกระทำการโง่งมไม่เคยเปลี่ยน”

แต่ยังไม่ทันไรก็มีกลุ่มลึกลับกลุ่มหนึ่งมาคุกเข่าต่อหน้าชายผู้นั้น

“ขออภัยนายท่าน เป็นเพราะพวกเราประมาทเกินไปทำให้นายท่านต้องได้รับบาดเจ็บเช่นนี้”

“เป็นเช่นไร” ชายที่บาดเจ็บเอ่ยถามคนที่เพิ่งมาถึง

“พวกข้าจับตัวไม่ทัน พวกนั้นชิงกินยาพิษไปเสียก่อนขอรับ”

พวกเขากล้าพูดได้เลยว่า พวกนั้นเป็นนักฆ่าฝีมือดี เพราะชิงฆ่าตัวตายไปเสียก่อน แต่ไม่ทันที่จะได้พูดจบ กลุ่มคนเหล่านั้นต้องพากันตกใจ เพราะคนที่พวกเขาเรียกว่านายท่านกำลังกระอักเลือดออกมา

“นายท่านโดนพิษ!”

“รีบพานายท่านกลับไปเดี๋ยวนี้!”

คนกลุ่มนั้นรีบพากันประคองตัวนายท่านเพื่อไปรักษาตัวอย่างเร่งด่วน เพราะนายท่านของพวกเขานั้นโดนพิษ ที่ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าพิษที่โดนนั้นอันตรายมากน้อยเพียงใด แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือยาถอนพิษนั้นจะมีหรือไม่ เพราะหากเป็นพิษร้ายคงยากที่จะแก้ จากนั้นทุกอย่างก็กลับสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง แต่ใครจะไปรู้ว่าเซียวเหม่ยอิงนั้นได้ช่วยชีวิตคนที่จะเปลี่ยนชะตากรรมชีวิตของนางไว้เรียบร้อยแล้ว

ตั้งแต่ที่เซียวเหม่ยอิงกลับมาจากวัดก็เป็นเวลากว่าหนึ่งอาทิตย์แล้ว หลี่ซื่อหมินก็ไม่มาหานางอย่างเช่นเคย เซียวเหม่ยอิงเองก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร เพราะการหมั้นหมายของพวกเขาทั้งสองคนนั้นเป็นเพราะผู้ใหญ่จัดการเองทั้งสองฝ่าย

“ช่วงนี้มีข่าวลือเกี่ยวกับเรื่องของคุณหนูใหญ่ด้วยเจ้าค่ะ”

ลี่จินเอ่ยขึ้นขณะที่กำลังรินชาให้คุณหนูของตัวเอง

“คนในตลาดพูดกันว่าคุณชายหลี่ชื่นชอบคุณหนูเล็ก พวกเขาเห็นทั้งสองคนหยอกล้อกันดูท่าทางสนิทสนม ตอนที่ไปเดินซื้อของในตลาด”

“ใคร ๆ ก็เอ็นดูน้องสาวข้าอยู่แล้ว นางช่างพูดช่างเจรจา”

“แต่ว่า...คุณชายหลี่เป็นคู่หมั้นคู่หมายกับคุณหนูใหญ่นะเจ้าคะ”

“ช่างเถิดลี่จิน ผู้คนย่อมชื่นชอบข่าวลือกันอยู่แล้ว เจ้าเอาเครื่องประดับที่พ่อค้าส่งมาวันนั้น นำมาให้ข้าดูดีกว่า ข้าจะได้เลือกใส่ไปงานเลี้ยงวันพรุ่งนี้”

ลี่จินพยักหน้ารับคำสั่ง จากนั้นก็ปลีกตัวไปหยิบเครื่องประดับที่เพิ่งได้มาให้เซียวเหม่ยอิงเลือกใส่ในงานเลี้ยงพรุ่งนี้

ขณะที่เซียวเหม่ยอิงกำลังเลือกเครื่องประดับ ใจก็คิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคืนนั้น หลังจากผ่านคืนนั้นมา ตอนเช้าเซียวเหม่ยอิงก็ได้เดินกลับไปในจุดเดิม ก็พบกับรอยเลือดแห้งกรังบนใบไม้แต่ไม่พบตัวคนบาดเจ็บหรือศพอยู่บริเวณนั้น แสดงว่าคงไม่เป็นอะไรมาก นางก็พอจะเบาใจได้ว่าอย่างน้อยคนที่ได้รับบาดเจ็บนั้นไม่ถึงขั้นเสียชีวิต

เช้าวันใหม่ จวนตระกูลเซียว

ตอนนี้ทั้งสามคนกำลังนั่งรอใครบางคนที่กำลังแต่งตัวอยู่ด้วยท่าทีสงบ ไม่กี่อึดใจก็ปรากฏสตรีที่มาในชุดสีชมพูอ่อนทำให้คนที่ใส่ดูบริสุทธิ์และอ่อนโยนมากขึ้นกว่าเดิม

“ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้ามาแล้วเจ้าค่ะ” เสียงไพเราะราวดนตรีเอ่ยทักคนที่นั่งจิบชารอตน

“หงเอ๋อร์ของแม่ วันนี้เจ้างดงามมากจริง ๆ” ฟางเหนียงชมบุตรสาวคนเล็กของตัวเองที่เพิ่งมาถึงด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม ไม่ต่างจากคนที่ถูกชมที่ใบหน้าก็เต็มไปด้วยรอยยิ้มเช่นกัน

"วันนี้ท่านแม่เองก็งดงามมากเจ้าค่ะ"

ทั้งสองคนแม่ลูกปิดปากหัวเราะกันอย่างชอบใจ ก่อนที่สายตาจะเหลือบไปเห็นพี่สาวของตนเองที่นั่งจิบชาอยู่เงียบ ๆ

“เอ๊ะ! พี่ใหญ่ ท่านใส่เครื่องประดับหรูหราเกินไปหรือไม่เจ้าคะ พวกเราไปแค่งานเลี้ยงฉลองชนะศึกเอง เหตุใดท่านถึงได้สวมเครื่องประดับหรูหราถึงเพียงนี้” คิ้วงามของเซียวลี่หงขมวดเข้าหากันอย่างสงสัยกับการแต่งการของพี่สาวตัวเอง ทว่าเซียวเหม่ยอิงยกยิ้มมุมปากเท่านั้นไม่ได้คำถามของน้องสาวตนเองแต่อย่างใด

“ไปกันเถิดประเดี๋ยวจะไปงานเลี้ยงสาย” เซียวฟู่ซินลุกขึ้นยืนแล้วเดินนำหน้าทุกคนไป ทำให้คนอื่นๆต้องเดินตามหลังประมุขของตระกูลไปอย่างเลี่ยงไม่ได้
Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ชะตารักฮูหยินจำเป็น   บทที่ 85

    “เรื่องราวในตอนนั้นท่านจำมาได้ตลอดเลยหรือเจ้าคะ?”หวงหยางหมิงทำท่าครุ่นคิด “อืมมม คราแรกข้าก็ลืมเลือนไปบ้าง เพราะพวกเรายังเด็กทั้งคู่ มาจำได้ตอนที่เห็นเจ้ากำลังช่วยเด็กคนหนึ่งที่กำลังถูกจับตัวไป และข้าก็ไปช่วยเจ้าได้ทันพอดี” เซียวเหม่ยอิงฟังและนึกตามคำพูดของสามี ดวงตางามเบิกตากว้างด้วยความตกใจ คน

  • ชะตารักฮูหยินจำเป็น   บทที่ 84

    “ฮ่าฮ่าฮ่า สมแล้วที่เป็นบุตรสาวของเรา ช่างพูด และกล้าขอผู้ชายแต่งงานตั้งแต่เด็กเหมือนแม่ของเจ้าไม่มีผิด ฮ่าฮ่าฮ่า” หวงหยางหมิงหัวเราะออกมาอย่างอดกลั้นกับการกระทำของบุตรสาว มันเหมือนว่าเขาย้อนเวลากลับไปตอนที่เซียวเหม่ยอิงทำกับเขาในตอนนั้น สมแล้วที่เป็นแม่ลูกกัน เหมือนกันจริง ๆ“ทะ ท่านพี่ ท่านหมายควา

  • ชะตารักฮูหยินจำเป็น   บทที่ 83

    วันนี้บรรยากาศภายในจวนของหวงหยางหมิงเต็มไปด้วยความรักและความอบอุ่น หวงจื่อหานอยู่รับประทานอาหารกับหลาน ๆ ของเขาอย่างมีความสุข หลังจากที่รับประทานอาหารและส่งหลานเข้านอนเรียบร้อยแล้วก็ถึงเวลากลับจวนตนเอง“ท่านพ่อนอนค้างที่จวนข้าก็ได้นะขอรับ”“ไม่เป็นไรหรอก เจ้าก็รู้นิว่าข้ามีเรื่องต้องกลับไปจัดการ”

  • ชะตารักฮูหยินจำเป็น   บทที่ 82

    “แล้วเหตุใดท่านถึงไม่เคยอธิบายให้ข้าฟังบ้างเลย”“ทั้งจวนมีแต่คนของหนิงซู ต่อให้พูดในที่ลับก็มีคนของนางแอบฟังอยู่ดี เฮ้อ ข้ายอมรับผิดที่ข้าเห็นแก่ตัว ที่เห็นอำนาจดีความถูกต้อง” ที่เขามาในวันนี้ไม่ได้มาเพื่อแก้ตัวแต่อย่างใด มันเป็นความรู้สึกผิดที่ติดอยู่ในใจมานานเกือบยี่สิบปี อีกอย่างอดีตผ่านมันมาแ

  • ชะตารักฮูหยินจำเป็น   บทที่ 81

    “ท่านพี่ ท่านปู่คือผู้ใดหรือเจ้าคะ”“เดี๋ยวแม่อธิบายให้ฟังเอง พวกเราเข้าไปในเรือนกันดีกว่า” เซียวเหม่ยอิงหันไปมองสามีอย่างรู้หน้าที่ นางจูงมือบุตรชายและบุตรสาวเข้าไปในเรือน เพื่อให้สามีของนางได้พูดคุยกับบิดาตามลำพัง หลังจากที่เซียวเหม่ยอิงได้พาลูก ๆ เข้าไปในเรือนแล้ว หวงหยางหมิงก็นั่งรอคนที่ก

  • ชะตารักฮูหยินจำเป็น   บทที่ 80

    “เจ้าคิดจะมีลูกกี่คนกัน?” องค์รัชทายาทเหลียงซินเผงอดถามสหายตนเองไม่ได้ เพราะหลังจากที่เซียวเหม่ยอิงคลอดบุตรคนแรกไปไม่ทันไร ตอนนี้สหายตัวดีของเขากำลังมีบุตรคนที่สองแล้ว “กระหม่อมเองก็ไม่ทราบพ่ะย่ะค่ะ เพราะเรื่องนี้กระหม่อมไม่ได้เป็นคนตัดสินใจ กระหม่อมเพียงทำตามความต้องการฮูหยินตนเองเท่านั้น” คำตอ

  • ชะตารักฮูหยินจำเป็น   บทที่ 76

    เซียวลี่หงหันมองไปทั่วห้องเพื่อหาตัวต้นเหตุที่ทำให้นางเป็นเช่นนี้ และก็ชี้ไปที่คนคนนั้นอย่างไม่ลังเล“ท่านแม่ทัพ! เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นเพราะท่านวางแผนเอาไว้ ท่านกล้าใส่ร้ายข้าได้อย่างไร”“คุณหนูเซียว เหตุใดท่านถึงกล่าวหาข้าเช่นนี้กัน และอีกอย่างมีเหตุผลอะไรที่ข้าต้องทำเช่นนี้กับท่าน” แม่ทัพหว

  • ชะตารักฮูหยินจำเป็น   บทที่ 71

    จวนแม่ทัพหวงหยางหมิง“พวกนั้นกำลังเคลื่อนไหวขอรับ” จางชิงรายงานถึงความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ให้นายของตนได้ฟัง หลังจากที่ทุกจวนได้รับเทียบเชิญร่วมแสดงความยินดีจากจวนแม่ทัพหวงหยางหมิง แล้วก็เป็นไปตามที่คาดการณ์เอาไว้ นิ้วชี้หวงหยางหมิงเคาะโต๊ะอย่างใช้ความคิด สายตาของเขาจ้องไปทางหน้าต่าง เพราะข้างนอกนั้น

  • ชะตารักฮูหยินจำเป็น   บทที่ 70

    “เจ้าค่ะ ข้าลองตรวจชีพจรดูแล้ว รู้สึกมันแปลกไปจาก... ท่านพี่! ท่านจะไปไหนหรือเจ้าคะ” หวงหยางหมิงวิ่งออกจากเรือนไปทั้งที่นางยังพูดไม่จบด้วยซ้ำ ท่ามกลางความงุนงงของนาง ทว่าผ่านไปไม่กี่อึดใจหวงหยางหมิงก็กลับมาพร้อมกับการแบกหมอมาด้วยหนึ่งคน ทันทีที่หวงหยางหมิงวางหมอคนนั้นลงก็โดนท่านหมอบ่นชุดใหญ่“ข้า

  • ชะตารักฮูหยินจำเป็น   บทที่ 1

    กองทัพขนาดใหญ่เคลื่อนพลกลับมายังเมืองหลวง หลังจากที่พวกเขาได้ออกรบปกป้องบ้านเมืองเป็นเวลาช้านาน หลังจากที่ถูกแคว้นจ้าวรุกรานทำศึกประชิดแคว้น ทำให้ชินอ๋องอย่าง ‘เหลียงซินเผิง’ ทูลขออนุญาตฮ่องเต้ยกกองทัพไปทำศึกด้วยตนเองโดยมีสหายคู่ใจอย่าง ‘หวงหยางหมิง’ ที่มีตำแหน่งเป็นรองแม่ทัพประจำกองทัพออกไปรบด้ว

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status