Masukตอนที่ 89 จัดการเอง “ฮูหยิน ข้าฝากคุณชายสักครู่ได้หรือไม่เจ้าคะ” หลิ่วซูหยารับหลานมาอย่างระมัดระวัง หวั่นถงจึงเดินไปหากองของสด คนทั้งลานขยับหลีกทางให้ทันที หวั่นถงก้มมองมีดในมือแล้วเลิกคิ้วนิดหนึ่ง อยู่จวนมาหลายเดือนยังไม่เคยทำให้ผู้ใดหลีกทางได้พร้อมเพรียงถึงเพียงนี้ ที่แท้ขาดมีดอยู่เล่มเดียว นางนั่งลงบนม้าเตี้ย ทดสอบความคมของมีดก่อนให้เสี่ยวจู่ยกน้ำร้อนมา จัดการลวกไก่แล้วถอนขนอย่างคล่องแคล่ว เสี่ยวจู่ยืนมองตาไม่กะพริบ “มองข้าเช่นนั้นทำไม ข้าถอนขนไก่มิได้จะถอนผมเจ้า” สาวใช้หลุดหัวเราะก่อนรีบเม้มปาก “บ่าวเพียงไม่เคยเห็นท่านทำเจ้าค่ะ” “เช่นนั้นเข้ามาช่วย คราวหน้าจะได้ทำเป็น” เสี่ยวจู่รีบนั่งลงข้างกัน ชิงยวนหุงข้าวเสร็จก็มารับปลาที่นางขอดเกล็ดแล้วไปล้าง หวั่นถงสับไก่เป็นชิ้นพอดีคำ แบ่งปลาสำหรับต้มน้ำแกง ยามเงยหน้าขึ้นยังเห็นคนหลายคนยืนมองอยู่ที่เดิม ที่แท้ถอนขนไก่ไม่ต้องร่ายคาถาก็ทำให้คนตะลึงได้ นางอดยกมุมปากไม่ได้ “ช่วยยกชามออกมาเถิดเจ้าค่ะ น้ำแกงใกล้ได้ที่แล้ว” คราวนี้ทุกคนขยับทันที กลิ่นไก่ผัดขิงลอยคลุ้งจากกระทะ น้ำแกงปลาเดือดอ
ตอนที่ 88 ปล่อยไป หลังรับร่างแม่ทัพเสิ่นคืนมา คนในตระกูลก็จัดพิธีศพให้อย่างเรียบง่าย โลงไม้ธรรมดาตั้งอยู่หลังเรือน โต๊ะเก่าตัวหนึ่งใช้วางกระถางธูปกับเครื่องเซ่นเพียงเล็กน้อย ญาติที่เหลือสวมผ้าป่านไว้ทุกข์ผลัดกันเข้าคำนับ หลิ่วซูหยาร้องไห้จนแทบไม่มีแรง ฮูหยินผู้เฒ่านั่งอยู่ข้างโลง ลูบฝาไม้ช้า ๆ ราวกับยังมีถ้อยคำที่มิทันได้กล่าวกับบุตรชาย เสิ่นเยี่ยนเหิงคุกเข่าอยู่ตรงนั้นจนธูปหมดดอก หวั่นถงอุ้มรุ่ยเอ๋อร์เข้าคำนับ ชิงยวนช่วยประคองแขนนางไว้ เสี่ยวจู่พาเด็กหญิงทั้งสองเข้ามากราบท่านปู่เป็นครั้งสุดท้าย เมื่อโลงถูกนำไปฝังที่เชิงเขา มีเพียงคนในครอบครัวกับบ่าวที่เหลือเดินตามไปส่ง เสิ่นเยี่ยนเหิงมองดินที่กลบลงบนโลงจนหลุมเต็มก่อนก้มศีรษะคำนับอีกครั้ง ภายในโถงตำหนักบูรพา แสงแดดลอดม่านแพรปักดิ้นทองทอดลงบนพื้นหินขัด กระถางสำริดพ่นควันกำยานบางเบา รัชทายาทประทับอยู่บนตั่งไม้จันทน์แกะลายโดยมีองครักษ์คุกเข่ารออยู่เบื้องล่าง “จะทรงปล่อยเสิ่นเยี่ยนเหิงไปเช่นนี้หรือพ่ะย่ะค่ะ” รัชทายาททรงวางจอกหยกลง “เสด็จพ่อเพิ่งแสดงพระเมตตา เจ้าจะให้ข้าขัดพระประสงค์หรือ” องครัก
ตอนที่ 87 รับผิดเพียงผู้เดียว หลายวันต่อมา ข่าวจากคุกหลวงก็มาถึงจวนตระกูลเสิ่น แม่ทัพเสิ่นจบชีวิตตนเองแล้ว เขาทิ้งหนังสือที่เขียนด้วยโลหิตไว้ฉบับหนึ่ง ยอมรับว่าเคยได้รับการติดต่อจากฝ่ายกบฏทว่ามิได้ตอบรับหรือร่วมสมคบ ความผิดของเขาคือปกปิดเรื่องนี้ไว้โดยมิได้กราบทูล คนในครอบครัวล้วนไม่มีส่วนรู้เห็น เมื่อฟังจนจบ หลิ่วซูหยาก็ทรุดลงกับพื้น ฮูหยินผู้เฒ่านั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ มือที่กำไม้เท้าสั่นไม่หยุด ราชโองการฉบับสุดท้ายตามมาหลังจากนั้น ฝ่าบาททรงเห็นแก่ความชอบของบรรพบุรุษตระกูลเสิ่น ละเว้นโทษตายแก่คนที่เหลือทว่าให้คืนตราแม่ทัพ ถอดถอนบรรดาศักดิ์และยึดทรัพย์สินทั้งหมดเข้าคลังหลวง พวกนางต้องออกจากจวน บ่าวส่วนใหญ่ถูกนำไปขายทอดตลาด เหลือไว้เพียงไม่กี่คนสำหรับดูแลผู้อาวุโสกับเด็ก อนุจากเรือนต่าง ๆ ถูกเรียกออกมาพบผู้ที่มาติดต่อรับตัวเพื่อแลกเงินประทังชีวิตคนที่เหลือ คหบดีเหล่านั้นเดินเลือกดูอย่างไม่ต้องเกรงใจอีกต่อไป หลิ่วซูหยามองใบหน้าซีดเผือดของพวกนางอยู่นาน “เลือกเถอะว่าอยากไปกับผู้ใด ข้าไม่บังคับให้พวกเจ้าอยู่ลำบากด้วยกัน” สตรีผู้หนึ่งคุกเข่
ตอนที่ 86 เลือกข้าง ผู้บัญชาการฟังรายงานจนจบก่อนหันกลับมาทางสตรีในลาน “ฝ่าบาททรงเห็นแก่ความดีของบรรพบุรุษตระกูลเสิ่น อนุญาตให้สตรีกับเด็กพักอยู่ในจวนชั่วคราว บุรุษที่เหลือให้นำตัวเข้าคุกหลวงส่วนทรัพย์สินให้ยึดเก็บไว้รอพระวินิจฉัย” เสียงร่ำไห้ดังขึ้นทันที พ่อบ้านกับบ่าวชายถูกแยกออกไป ทหารอีกกลุ่มกระจายเข้าตรวจเรือนต่าง ๆ เสียงประตูถูกผลักกับข้าวของตกแตกดังต่อเนื่อง จิงเจียวถลาไปขวางยามเห็นกล่องเครื่องประดับถูกยกผ่านหน้า “นั่นของมารดาข้า!” ทหารมิได้หยุด หลิ่วซูหยาจึงรั้งแขนสะใภ้ไว้ก่อนจะถูกผลักล้ม หวั่นถงก้มกล่อมบุตร มองหีบผ้าของตนถูกเปิดออกข้างทางเดิน อาภรณ์ถูกเทลงบนพื้นแม้แต่ก้นหีบก็ถูกงัดตรวจ ยามนี้ข้างในว่างเปล่า ชิงยวนขยับเข้ามาใกล้ กระซิบพอให้ได้ยินกันเพียงสองคน “เงินของท่านไม่ถูกพบเจ้าค่ะ บ่าวนำออกไปไว้ข้างนอกหมดแล้ว” หวั่นถงหลับตาลงชั่วครู่ โชคดีที่นางแยกซ่อนเงินไว้ก่อน มิฉะนั้นสิ่งที่เก็บสะสมมาคงถูกขนออกไปพร้อมทรัพย์สินของจวน อย่างน้อยยังมีเงินซื้อข้าวกับยาให้ลูก นางเก็บความโล่งอกไว้โดยมิให้ปรากฏบนสีหน้า ขณะมองหีบอีกห
ตอนที่ 85 ผู้ร้ายตัวจริงคือผู้ใด “หลักฐานถูกถวายต่อพระพักตร์แล้ว องค์รัชทายาททรงรวบรวมด้วยพระองค์เอง...ฮูหยินผู้เฒ่าอย่าได้ทำให้ข้าลำบากใจเลย” ผู้บัญชาการองครักษ์เสื้อแพรตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ฮูหยินผู้เฒ่าชะงัก มือที่วางบนแขนสะใภ้กำแน่นขึ้น ความเงียบปกคลุมลานอยู่ครู่หนึ่งก่อนสายตาของผู้คนจะค่อย ๆ หันมาทางเดียวกัน หวั่นถงรู้ตัวโดยไม่ต้องเงยหน้า นางคือสตรีที่รัชทายาทพระราชทานเข้าจวน “เจ้า…”จิงเจียวมองนางราวกับเพิ่งนึกเรื่องสำคัญขึ้นได้“เป็นเจ้าใช่หรือไม่ที่วางแผนใส่ร้ายตระกูลเสิ่น!”ชิงยวนขยับตัวทันทีทว่าหวั่นถงกดมือที่วางใกล้กันไว้เบา ๆ“ข้ามิได้ทำเรื่องเช่นนั้นเจ้าค่ะ”“ยังจะปฏิเสธอีกหรือ! เจ้าถูกส่งมาจากที่ใด ทุกคนในจวนต่างรู้ดี” เสียงนั้นดังจนรุ่ยเอ๋อร์สะดุ้ง หวั่นถงกระชับผ้าคลุมบุตรแล้วค่อยเงยหน้าขึ้น “การที่ข้าถูกส่งมา มิได้แปลว่าข้าเป็นผู้ทำเรื่องนี้” “เจ้ากินอยู่ในจวนนี้ นายน้อยให้เจ้ามีลูกด้วย ถึงอย่างนั้นก็ยังคิดทำลายเขาหรือ” ถ้อยคำกล่าวหาทำให้หวั่นถงรู้สึกเย็นไปทั้งอก ยังไม่มีผู้ใดถามสักคำว่านางรู้อันใดบ้าง ผู้บัญชาการยังยืนน
ตอนที่ 84 พังพินาศ ฟ้ายังสว่างไม่เต็มที่เมื่อเสิ่นเยี่ยนเหิงออกจากจวน อาภรณ์ทางการเรียบร้อยดังที่จิงเจียวจัดเตรียมไว้ คนสนิทถือห่อเอกสารตามขึ้นรถม้าไปด้วย ในเรือนจันทร์ฉาย หวั่นถงกำลังเปลี่ยนเสื้อให้บุตร รุ่ยเอ๋อร์ขยับแขนหนีจนเสี่ยวจู่ต้องช่วยจับชายแขนเสื้อตัวเล็กไว้ เสียงฝีเท้าเร่งร้อนดังขึ้นนอกเรือน ตามด้วยเสียงคนเรียกกันอย่างผิดปกติ ชิงยวนหันไปมองประตู “บ่าวออกไปดูเองเจ้าค่ะ” ยังไม่ทันก้าวพ้นธรณี เสียงตะโกนก็ดังมาจากทางประตูใหญ่ “ปิดประตูทุกด้าน! ห้ามผู้ใดเข้าออก!” หวั่นถงเงยหน้าขึ้น มือที่กำลังผูกสายเสื้อหยุดค้าง เสียงโลหะกระทบกันดังตามมา มิใช่เสียงเวรยามผลัดเปลี่ยนอย่างที่คุ้นเคย ชั่วครู่เดียวเสียงฝีเท้าก็แยกย้ายไปทั่วจวน ชิงยวนรีบย้อนกลับเข้ามา ใบหน้าซีดลง “ทหารหลวงเจ้าค่ะ” แม่นมหลิวเดินออกจากห้องข้าง ๆ ด้วยความตกใจ หวั่นถงส่งสายเสื้อให้เสี่ยวจู่ช่วยผูกต่อแล้วถามเสียงต่ำ “มาด้วยเรื่องใด” “ยังฟังไม่ถนัดเจ้าค่ะ พวกเขากำลังให้ทุกคนออกไปรวมที่ลาน” นางรับบุตรมาแนบอก เสียงตวาดดังใกล้เข้ามาอีก “คนในเรือนนี้ออกมาให้หมด!”
ในจังหวะนั้นเอง อนุซ่งเสวี่ย ก็ก้าวเข้ามาจากทางเดินด้านนอก นางคืออนุคนแรกของเสิ่นเยี่ยนเหิง และด้วยศักดิ์ที่เป็นถึงหลานสาวแท้ๆ ของหลิ่วซูหยา ทำให้ฐานะของนางในจวนแทบไม่ต่างจากฮูหยินเอก มือเรียวของนางจูงเด็กหญิงตัวน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มผิวขาวผ่องดั่งหยดน้ำค้าง... คุณหนูรอง เสิ่นอวี้เหยาซ่งเสวี่ยหยุดยืนฟั
ยามเช้า หวั่นถงประคองบุตรชายออกมารับไอแดดอ่อนหน้าลานเรือนจันทร์ฉาย แสงสีทองรำไรอาบไล้ปรางแก้มยุ้ยของเด็กน้อยที่ขยับมือไม้ไปมาอย่างร่าเริง ทว่าดวงตาคมสวยของหวั่นถงกลับกวาดมองความวุ่นวายรอบตัวด้วยแววตามาดมั่นบ่าวไพร่เดินกันขวักไขว่ผิดหูผิดตา ทั้งขัดถูพื้นจนขึ้นเงา ล้างแจกันล้ำค่า และเปลี่ยนผ้าม่านใหม
หวั่นถงใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับบุตรชาย วันคืนผ่านไปอย่างเงียบสงบ นางแทบไม่สนใจสิ่งใดนอกจากลมหายใจเล็ก ๆ ในอ้อมแขนที่เปรียบเสมือนแก้วตาดวงใจเพียงหนึ่งเดียวไม่กี่วันต่อมา สารจากชายแดนก็มาถึงเรือนจันทร์ฉายนามของคุณชายสามถูกเขียนด้วยลายมืออันหนักแน่นและทรงพลังบนกระดาษเนื้อดี"เสิ่นรุ่ยเหิน"หวั่นถงอ่านช
หวั่นถงพักฟื้นอยู่หลายวันจนไอแห่งไสยเวทแทรกซึมสมานร่างกายจนเข้าที่ เมื่อความเจ็บปวดจางหาย นางก็ไม่คิดจะแสร้งนอนซมเป็นผักต้มให้เสียเวลา หญิงสาวลุกขึ้นยืนบิดกายไล่ความเมื่อยขบ ท่วงท่ากระฉับกระเฉงผิดกับสตรีที่เพิ่งผ่านความเป็นความตายมาหมาด ๆเมื่อไร้ความเจ็บปวดที่คอยเหนี่ยวรั้ง ใจของนางก็คล้ายจะโบยบินต







