Share

ตอนที่ 4

last update Petsa ng paglalathala: 2026-04-16 08:40:20

ตอนที่ 4

ก็ยามรักษาหรือผ่าตัดคนไข้ นางมิได้เป็นผู้เจ็บปวดด้วยตนเอง ย่อมมิรู้สึกหวาดกลัวต่อคมมีดหรือความเจ็บแปลบเช่นผู้ถูกลงมือรักษา ความกลัวเช่นนั้นมักเป็นของผู้ที่ต้องรับมันโดยตรง หาใช่ของผู้ถือมีดไม่ เช่นเดียวกัน แม้นางจะเป็นหมอสมุนไพร ผู้ชำนาญในสรรพคุณของพืชนานาชนิด สามารถแยกแยะฤทธิ์ยาได้เพียงสูดกลิ่นหรือแตะปลายลิ้น แต่ก็ใช่ว่านางจะยินดีกับการต้องดื่มกินยาขมเหล่านั้นด้วยตนเอง

“นอนมาหลายวัน ข้าปวดเมื่อยไปทั้งตัวแล้ว หากยังต้องนอนต่ออีกสักหนึ่งเค่อ เกรงว่าข้าคงลุกขึ้นเดินไม่ได้อีกแล้วละ อาจิ้ง”

น้ำเสียงของหลินม่านเถียนเรียบเฉย หากแฝงความรำคาญบางเบาที่มิได้พยายามปิดบัง ทว่าถึงอย่างนั้น นางก็ยังยื่นมือรับถ้วยยาสมุนไพรมาโดยไม่ลังเล ปลายนิ้วเรียวรับถ้วยอย่างมั่นคง จากนั้นจึงยกขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมดโดยไม่ชะงัก ราวกับสิ่งนั้นเป็นเพียงน้ำเปล่าที่ไร้รส ไม่ใช่น้ำยาขมฝาดที่คนทั่วไปเพียงได้กลิ่นก็ต้องขมวดคิ้ว

เหิงจิ้งรีบยื่นน้ำสะอาดให้ล้างปากอย่างรู้หน้าที่ จากนั้นจึงจัดเตรียมน้ำล้างหน้า เปลี่ยนอาภรณ์ และจัดผมให้เรียบร้อย กิริยาของนางกำนัลผู้นี้ละเอียดอ่อนทุกขั้นตอน มือที่เคลื่อนไหวคล่องแคล่วแต่แฝงความระมัดระวัง ราวกับกำลังดูแลของล้ำค่า เพราะสำหรับเหิงจิ้งแล้ว หลินม่านเถียนมิใช่เพียงนาย แต่เป็นคนที่นางยินดีใช้ชีวิตแลกเพื่อปกป้อง

เมื่อแต่งกายเสร็จ หลินม่านเถียนก็ลุกขึ้นอย่างไม่รีบร้อน ก้าวออกไปยังแปลงสมุนไพรด้านหลังเรือน พื้นที่นั้นถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบ พืชสมุนไพรนับร้อยชนิดปลูกเรียงรายแน่นขนัด สีเขียวเข้มอ่อนสลับกันเป็นชั้น กลิ่นหอมเฉพาะตัวของแต่ละชนิดผสมปะปนกันอย่างแผ่วเบา ลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ

กว่าหนึ่งหนาวที่ผ่านมา นางเป็นผู้รวบรวมมันมาด้วยตนเองทีละต้น ทีละชนิด ใช้เวลา ใช้ความอดทน และใช้ความรู้ทั้งหมดที่มี จนสถานที่แห่งนี้กลายเป็นโลกอีกใบที่แยกออกจากตำหนักอี้หวาง

ที่นี่คือ พื้นที่ของนาง เพียงแห่งเดียว

หลินม่านเถียนรู้ดีว่าอี้หวางย่อมล่วงรู้ทุกสิ่ง เพราะที่นี่คืออาณาเขตของเขา ต่อให้เขาไม่เคยย่างกรายมาที่เรือนไป่เหอเลยแม้แต่ครั้งเดียว แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในตำหนัก ไม่มีทางรอดพ้นสายตาของเขาไปได้

ทว่า นางมิได้ใส่ใจ เพราะนางมิได้ทำสิ่งใดผิด เพียงปลูกสมุนไพร มิใช่วางยาพิษ มิได้คิดร้ายต่อผู้ใด ยิ่งไม่คิดร้ายต่อเขา ดังนั้น ต่อให้เขารู้ ก็ไม่มีเหตุผลจะลงโทษนางในเรื่องนี้

“พื้นยังชื้นจากฝน อี้หวางเฟยโปรดระวังด้วยเพคะ”

เหิงจิ้งเอ่ยเตือนอีกครั้ง น้ำเสียงแฝงความห่วงใยชัดเจน หลินม่านเถียนเพียงพยักหน้าเล็กน้อย มิได้ตอบอะไรเพิ่มเติม

อดีตหลินม่านเถียน  มีความลับที่มิอาจเปิดเผย และเหิงจิ้งคือคนเดียวที่รู้ คุณหนูสามแห่งจวนสกุลหลิน มิได้มีใจให้บุรุษ แต่กลับมีใจให้สตรีด้วยกัน

ผู้ที่นางรัก คือองค์หญิงเซี่ยจิ่นเหยา องค์หญิงผู้สูงศักดิ์ ผู้เปรียบดั่งดวงจันทร์บนฟ้า งดงามจนผู้คนได้แต่แหงนมอง แต่ไม่มีวันเอื้อมถึง

ความลับนั้น ถูกเปิดโปงในที่สุด และผู้ที่เปิดเผย ก็คือหลินม่านถิง การลงโทษจึงเริ่มต้นขึ้นโดยไร้ความปรานี โบยตี กักขัง ทรมาน ทุกวิธีถูกนำมาใช้ เพียงเพื่อบังคับให้นาง กลับมาเป็นปกติ ตามที่ตระกูลต้องการ

แต่หลินม่านเถียนไม่เคยยอม แม้ร่างกายจะถูกทำลาย แม้จิตใจจะถูกบดขยี้ นางก็ไม่เคยก้มศีรษะ จนกระทั่ง…

ต้องนางตาย เป็นการตายอย่างเงียบงันไร้คำอธิบาย และไม่มีความยุติธรรม อารียารู้ดีว่าใครคือคนที่ทำให้เรื่องราวไปถึงจุดนั้น เพราะชีวิตของนางเองก็จบลงในลักษณะเดียวกัน ถูกหลอก ถูกหักหลัง ถูกผลักลงสู่ความตายเพราะผลประโยชน์

เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง นางก็กลายเป็นหลินม่านเถียน แต่หัวใจ ไม่ใช่ของคนเดิม ดังนั้น ความรักของร่างนี้ นางจึงมิอาจรับไว้

หนึ่งหนาวที่ผ่านมา นางไม่เคยไปพบองค์หญิงเซี่ยจิ่นเหยาเลยแม้แต่ครั้งเดียว เพราะนางไม่ใช่หลินม่านเถียนคนเดิม และไม่มีวันเป็น

“พี่จิ้ง” เสียงของเสี่ยวลิ่วดังขึ้น

“ท่านหมอหลวงเฉามาแล้วขอรับ”

เหิงจิ้งชะงัก สีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย หมอหลวง  มาอีกแล้ว ปกติแล้วจะมาตรวจเพียงครั้งเดียว แต่ครั้งนี้กลับมาอีกครั้ง ยิ่งทำให้นางรู้สึกไม่สบายใจ

โดยเฉพาะเมื่อคิดถึงภาพในวันนั้น วันที่อี้หวางเป็นผู้พาหลินม่านเถียนกลับมาส่งด้วยตนเอง เหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นตลอดหนึ่งหนาวที่ผ่านมา

“อี้หวางเฟยเพคะ ท่านหมอหลวงรออยู่ที่โถงแล้ว”

หลินม่านเถียนหยุดมือจากการพรวนดิน แววตาฉายความสงสัยเพียงชั่ววูบ ก่อนจะจางหายไปอย่างรวดเร็ว นางลุกขึ้น ล้างมืออย่างเป็นระเบียบ จัดชายแขนเสื้อให้เรียบร้อยทุกส่วน จากนั้นจึงก้าวไปยังโถงหน้าเรือนด้วยท่าทีสงบนิ่ง

“เฉาเกอถวายพระพร อี้หวางเฟยพ่ะย่ะค่ะ”

หมอหลวงเฉาโค้งกายลงอย่างนอบน้อม แต่ภายในใจกลับรู้สึกหนาวเย็นวาบขึ้นอย่างไร้เหตุผล

ทุกครั้งที่อยู่ต่อหน้านาง เขามักรู้สึกราวกับยืนอยู่ท่ามกลางน้ำแข็ง ไม่ใช่เพราะนางแสดงท่าทีเย็นชา แต่เป็นเพราะ ความนิ่งของนางนั้น ลึกเกินจะหยั่งถึง

“เชิญตามสบายเถิด ท่านหมอเฉา”

กายเพรียวบางอรชรในอาภรณ์เรียบง่ายนั้นงดงามอย่างยิ่ง งามจนยากจะละสายตา แม้มิได้ประดับเครื่องประดับใดให้โดดเด่น แต่กลับยิ่งขับให้ความงามบริสุทธิ์ของนางชัดเจนยิ่งขึ้น ราวกับบุปผาที่เบ่งบานอยู่เพียงลำพังกลางหุบเขา

ช่างน่าเสียดายที่ดอกไม้งามเช่นนี้กลับไร้ผู้คิดเชยชม หรือแท้จริงแล้ว มิใช่ไร้ผู้ชม หากแต่เป็นบุปผาที่ไม่ต้องการให้แมลงภู่หรือผึ้งหนุ่มใดเข้าใกล้

ทว่ากลับเป็นนางเอง ที่เลือกจะเชยชมบุปผาเช่นเดียวกัน ความคิดนั้นเพียงวาบผ่านในใจของหมอหลวงเฉา ก่อนที่เขาจะรีบกดมันลงไปอย่างรวดเร็ว มิกล้าปล่อยให้ล้ำลึกไปมากกว่านั้น

การตรวจชีพจรใช้เวลาไม่นานนัก เพราะบัดนี้อาการของหลินม่านเถียนนับว่าฟื้นตัวได้แล้วเกือบแปดส่วน ชีพจรมั่นคง แม้ยังมีความอ่อนล้าหลงเหลืออยู่บ้าง แต่ก็มิใช่สิ่งที่น่ากังวล

หมอหลวงเฉาจึงหยิบพู่กันขึ้น เขียนเทียบยาสองฉบับอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ลายมือคมชัดต่อเนื่องไม่มีสะดุด แสดงถึงความชำนาญที่สั่งสมมานานปี

ฉบับหนึ่งมอบให้เหิงจิ้ง เพื่อนำไปเบิกตัวยาสมุนไพรจากวังหลวงตามระเบียบ ส่วนอีกฉบับหนึ่ง เขาส่งให้เสี่ยวลิ่ว ขันทีซึ่งเป็นคนของอี้หวาง เพื่อนำไปถวายให้อี้หวางตรวจสอบ

นี่มิใช่สิ่งแปลกใหม่ เพราะคนทั้งตำหนักล้วนต้องอยู่ภายใต้สายตาของอี้หวาง ไม่เว้นแม้แต่แม่นมจ้าว ผู้เลี้ยงดูเขามาคู่กับจ้าวไท่เฟย

“อี้หวางเฟยเพคะ”

เมื่อเสี่ยวลิ่วพาหมอหลวงเฉาออกไปแล้ว เหิงจิ้งก็รีบก้าวเข้ามาใกล้ นางยื่นเทียบยาอีกแผ่นหนึ่งให้ผู้เป็นนาย

มือเล็กหยิบกระดาษขึ้นอังกับเปลวเทียนที่เพิ่งถูกจุดขึ้น เปลวไฟลุกไหวเบา ๆ ก่อนจะเผยให้เห็นตัวอักษรลับที่ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นบนเนื้อกระดาษ

หลินม่านเถียนมองเพียงครู่เดียว ข้อความนั้นสั้น และมีความหมายไม่ต่างจากเก้าฉบับก่อนหน้าแม้แต่น้อย

“อี้หวางเฟย ทรงจะปฏิเสธองค์หญิงอีกหรือไม่เพคะ”

เหิงจิ้งเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง เพราะนี่มิใช่การนัดหมายครั้งแรก นับตั้งแต่นางแต่งเข้าตำหนักอี้หวาง องค์หญิงเซี่ยจิ่นเหยาก็ส่งข้อความลับมาแทบทุกเดือน

เพื่อขอพบ ขอเพียงพบหน้า แม้เพียงครั้งเดียว แต่หลินม่านเถียนกลับเมินเฉยมาโดยตลอด

“ก็วางเฉยต่อไป” น้ำเสียงของนางเรียบสงบ

“สักวัน องค์หญิงย่อมตัดใจได้เอง” นางหยุดเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวต่ออย่างชัดเจน

“ระหว่างข้ากับนาง ชาตินี้ถือว่าสิ้นวาสนาต่อกันแล้ว”

เหิงจิ้งลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก นางรู้ดีว่าความสัมพันธ์เช่นนั้นมีแต่จะนำปัญหามาให้ ยิ่งหากเกี่ยวพันกับองค์หญิง ก็ยิ่งเป็นเรื่องที่อันตรายเกินจะรับมือ

สายตาของเหิงจิ้งทอดมองผู้เป็นนาย เต็มไปด้วยความจงรักภักดี และความรักที่ลึกซึ้งเกินคำอธิบาย

หลินม่านเถียนงดงาม เย็นชา และห่างไกล ราวกับหิมะบนยอดเขาที่ไม่มีผู้ใดเอื้อมถึง แต่เหิงจิ้งกลับหลงใหลในความนิ่งงันนั้นอย่างถอนตัวไม่ขึ้น

ทว่า ความรักของนาง มิได้ต้องการครอบครอง เพียงได้เฝ้ามอง เพียงได้อยู่ใกล้ เพียงได้เห็นอีกฝ่ายปลอดภัย นั่นก็เพียงพอแล้ว

เพราะนางรู้ดี ความรักระหว่างสตรีกับสตรี มิใช่เพียงยากจะสมหวัง หากแต่แทบเป็นไปไม่ได้ในโลกนี้ ดังนั้น นางจึงเลือกเก็บมันไว้ เป็นเพียงความจงรักภักดี ที่ไม่มีวันเอ่ยออกไป

“แล้วเรื่องงาน…”

เสียงของหลินม่านเถียนดึงนางกลับสู่ความจริง

“ท่านลุงเหิงมีข่าวใดส่งมาหรือไม่”

เหิงจิ้งรีบก้มศีรษะ เก็บซ่อนความรู้สึกทั้งหมดอย่างแนบเนียน

“กราบทูลอี้หวางเฟย ท่านลุงเหิงเพิ่งส่งข่าวมาเพคะ คืนนี้มีงาน และเขาระบุชัดว่าต้องการให้เป็นฝีมือของพระองค์เท่านั้น”

แววตาของหลินม่านเถียนไหววูบเล็กน้อย มิใช่ความหวาดหวั่น หากแต่เป็นความพึงพอใจ เพราะ งาน ที่ว่านั้น หมายถึงแผ่นทอง ทองที่นางสะสมไว้ทีละน้อย เพื่อวันหนึ่ง จะได้หลุดพ้นจากที่แห่งนี้

“สถานที่อยู่ที่ใด” นางถามต่อทันที

“อารามเหมี่ยวเหอ ริมแม่น้ำไห่ซานเพคะ”

หลินม่านเถียนพยักหน้าเบา ๆ อารามนั้นนางคุ้นเคยดี เคยไปมาแล้วหลายครั้ง เส้นทางไม่ไกล หากเคลื่อนไหวรวดเร็ว สามชั่วยามก็น่าจะเพียงพอ

ไปและกลับ โดยไม่ทิ้งร่องรอย และไม่ทันให้ผู้ใดสงสัย ตราบใดที่นางกลับมาก่อนฟ้าสาง

อี้หวาง หรือจ้าวไท่เฟย ย่อมไม่มีทางล่วงรู้ ริมฝีปากบางของนางขยับเล็กน้อย แววตานิ่งสงบ แต่ลึกลงไป คือการคำนวณอย่างแม่นยำ

อีกไม่นาน…

นางจะมีต้นทุนเพียงพอ และเมื่อถึงวันนั้น ตำหนักอี้หวางแห่งนี้ จะไม่มีวันกักขังนางได้อีกต่อไป

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ชังเจ้า   ตอนที่ 24

    ตอนที่ 24เซี่ยเฟิ่งฉีรับมาพลิกไปมาเพื่อดูสิ่งที่ภรรยากล่าวถึงมูลค่าอันสูงล้ำของหญ้าเพียงหนึ่งกอนับได้คงไม่ถึงสิบห้าต้นด้วยซ้ำไป   “ไยจึงมีค่ามากมายถึงเพียงนั้น”   หลินม่านเถียนมิได้กล่าวตอบทันทีนางเอื้อมมือปลดปิ่นมาสะกิดยังปลายนิ้วตนเอง อี้หวางถึงกับเบิกตากว้างตกใจคาดว่านางจะทำร้ายตนเองอีกทว่านางยกมือห้ามให้เขานิ่งเอาไว้จากนั้นก็เด็ดเพียงปลายใบหญ้าเจ็ดไอเย็นใช้ปลายนิ้วชี้กับนิ้วหัวแม่มือขยี้แล้วกดลงยังแผลเล็กคลึงอยู่ครู่หนึ่ง แล้วทดลองบีบซ้ำกลับไร้โลหิตพุ่งตามออกมา   “นี่คือตัวสร้างมูลค่าของหญ้าเจ็ดไอเย็นเพคะ หลายวันก่อนอาจิ้งนางก็มอบหญ้านี้แก่ท่านหมอเฉาหม่อมฉันจึงรอดชีวิตมาได้จนถึงยามนี้เพคะ เช่นนี้อี้หวางทรงคิดดูเอาเถิดว่าคุณค่าเจ้าหญ้าจิ๋วเหล่านี้จะมีมากเพียงใดกันเล่าเพคะ”   ตลอดมาเขาเพียงทราบว่าหลินม่านเถียนคุณหนูสามในราชครูหลินนั้นกระทำตนไร้ค่าที่สุดในจวนแล้ว ทว่ายามนี้เขาจึงแจ้งแก่ใจความเย็นชาความไร้ความรู้สึกและมีแต่เพียงความเฉยเมยก็ใช่จะโง่งมไร้ความรอบรู้ติดกาย   “เจ้าดูชื่นชอบต้นไม้ชอบสมุนไพรอย่างยิ่งคาดว่าเจ้าคงได้ความรู้เหล่านี้มาจากท่านราชครูกระมัง”   ใบหน้านิ่งเฉยน

  • ชังเจ้า   ตอนที่ 23

    ตอนที่ 23ซึ่งครานี้เซี่ยเฟิ่งฉีเขากลับอ่านสายตาเช่นนั้นของอี้หวางเฟยออกอย่างทะลุปรุโปร่งถึงจะรู้สึกเสียใจที่นางมิเชื่อใจกันทว่าหากคิดในมุมของหลินม่านเถียนนับแต่นางตกแต่งเข้าตำหนักอี้หวางหากเป็นเขาก็คงมิอาจเชื่อใจบุรุษที่เพียงพูดจาด้วยดีมิกี่คำเป็นแน่   ริมฝีปากสีสดจึงกดลงยังเปลือกตาของนางเพื่อปกปิดแววตาอันไร้ความเชื่อถือนั้นไปเสีย ไต่ริมฝีปากปัดลงมาจุมพิตดูดดื่มเรียกร้องล่อลวงให้คนใต้ร่างของเขาหลุดลอยไปกับอารมณ์รักอารมณ์ใคร่ไขว่คว้าแตะเอาสายรุ้งมาครองร่วมกันในท้ายที่สุด   ยามในจังหวะใกล้สุดท้ายมาเยือนฝ่ามือแกร่งก็สอดประสานจับยึดตรึงสองฝ่ามือเล็กคลี่กางออกเกาะกุมเอาไว้แนบแน่น   เซี่ยเฟิ่งฉีมิได้เรียกร้องดุเดือดเช่นในสองครั้งก่อนเขาจบบทรักลงเพียงเท่านั้นจัดการดูแลคนที่ร่างกายยังอ่อนแอเพราะเสียเลือดไปมากในหลายวันก่อน เริ่มจากเรียกหาน้ำอุ่นมาเช็ดตัว   หาเสื้อผ้ามาสวมให้จบลงที่นอนทอดกายลงเคียงข้างมิได้กลับเรือนฟ่งหวงของตนเองเช่นปกติ   หลินม่านเถียนถึงระแวงระวังอี้หวางผู้เป็นสามีเพียงใดทว่าร่างกายนางยังอ่อนเพลียอยู่มากท้ายที่สุดก็หลับลงไปก่อนทั้งที่ตั้งใจเอาไว้ว่าจะรอให้เขาหลับไปก่อนจ

  • ชังเจ้า   ตอนที่ 22

    ตอนที่ 22เพียงครู่นางก็รู้สึกว่าเขาขยับกายใหญ่โตมานั่งอยู่ตรงกลางระหว่างต้นขาทั้งสองโดยที่ ปลายลิ้นยังคงฉวัดเฉวียนอยู่ในร่องรักอย่างต่อเนื่อง เขาเอื้อมมือขึ้นมาบีบเคล้นสองเต้าเพื่อเร่งอารมณ์ให้นางหลงลืมบทรักในอดีตไปจนสิ้นแล้วกลับมารู้สึกเสียวซ่านสยิวสุขไปด้วยกันให้มากที่สุด            ก่อนจะค่อยๆจับขาของนางแยกออกจากกันจนร่องรักของหลินม่านเถียนนั้นเผยอออกและวางไว้บนต้นขาแกร่งของเขานั่นเองที่นางนอนหัวใจเต้นระทึกมีทั้งความกลัวผสานความแตกตื่นและอับอาย ทำไมจะไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับนางต่อจากนี้หลินม่านเถียนจึงพยายามหลับตานิ่งรอเวลาที่เขาจะมอบความเป็นสามีอย่างเต็มตัวให้กับนางดังที่เขาร้องขอ        แล้วนางก็ต้องสะดุ้งนิดหนึ่งเมื่อรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างมาสัมผัสบริเวณร่องรัก มันเกลี่ยขึ้นลงตามรอยผ่าจนนางเผลอไผลต้องแอ่นตัวตาม รู้สึกชาไปหมดทั้งร่าง หยาดน้ำจากภายในเอ่อซึมออกมาจนแฉะไปหมดทั้งหน้าขา กำลังรู้สึกเพลินๆก็ต้องสะดุ้งอีกครั้งเมื่อรู้สึกว่าเขาพยายามดันส่วนแข็งแกร่งของบุรุษเข้ามาในร่องรัก            ซึ่งต่อให้นางกลัวแสนกลัวแต่ก็อดจะแอบเหลือบตามองไปที่จุดเชื่อมประสานเสียมิได้แล้วนางก็

  • ชังเจ้า   ตอนที่ 21

     กายสูงใหญ่นั้นขยับทรุดตัวลงมานั่งเคียงข้างและก้มลงจูบแผ่วเบาที่หน้าผาก หลินม่านเถียนนางจึงหลับตาพริ้มลงมิกล้าเปิดเปลือกตามองเพราะความกลัวต่อการร่วมรักนั้นมีมากเหลือเกิน   พอริมฝีปากและจมูกของเขาแตะจุมพิตไล้แผ่วเบาลงมาจนทั่วใบหน้าและซุกไซ้ลงไปที่ต้นคอ นางก็เกิดอาการขนลุกไปหมดทั้งตัว มือของเขาค่อย ๆ ลูบไล้ใบหน้าก่อนจะเลื่อนมาสัมผัสลูบไล้แผ่วเบาบริเวณทรวงอกอวบตึงของนางและค่อยๆแทรกมือเข้าไปในเสื้อนอนเนื้อนิ่มจนสัมผัสกับเนินหน้าอก ก่อนที่เขาจะใช้ฝ่ามือสัมผัสเพียงแผ่วเบาทั่วทั้งสองเต้ากลมกลึงก่อนจะใช้ปลายนิ้วมาแตะเบาๆที่ปลายยอดปทุมถัน   เพียงเท่านั้นผู้เป็นเจ้าของนางก็สะดุ้งเฮือกเมื่อรู้สึกว่าทรวงอกถูกบีบเคล้นอย่างเบามือ และเมื่อปลายนิ้วของเขาแตะและบีบอย่างแผ่วเบาบนปลายยอด นางบิดตัวพยายามจะหนีเพราะกลัวทุกสัมผัสของเซี่ยเฟิ่งฉีทว่าเขาย่อมไม่ปล่อยวางเดินหน้าปลุกเร้านางด้วยการขยี้ที่ปลายยอดปทุมถันสีชมพูอ่อนซึ่งมันเริ่มแข็งตัวชูชันรับปลายนิ้วที่กำลังหมุนวนไปมาตามธรรมชาติรังสรรค์บุรุษและสตรีให้มาเคียงคู่เติมเต็มซึ่งกันและกัน    และนางก็ต้องสะดุ้งผวาอีกครั้งเมื่อรู้สึกว่าเขาประกบริมฝีปากเข้ากั

  • ชังเจ้า   ตอนที่ 20

    ตอนที่ 20คนตัวโตอุทานเสียงดังทันทียามมือด้านซ้ายตนเองถูกจับยึดเอาไว้แน่น   "อี้หวางทรงเป็นอันใดเพคะ"   หลินม่านเถียนดีดกายลุกขึ้นจากฟูกนอนด้วยความตกใจนางเลื่อนไปจับข้อมือของเขาแทนแล้วกระตุกให้นั่งลงเช่นเดิม ก่อนจะหันไปจุดเทียน   "แย่จริงไยนิ้วจึงเป็นแผลเช่นนี้"   นิ้วชี้ด้านซ้ายมีแผลจากรอยน่าจะเป็นคมมีดบาดมากกว่าสามรอย หลินม่านเถียนจุปากด้วยความมิชอบใจทันที ก็นอกจากเขาจะเป็นแม่ทัพยามมิได้ไปอยู่ยังค่ายก็ทำงานราชกิจด้านอื่นช่วยฝ่าบาทด้วยซึ่งเขาจำเป็นต้องใช้มือทั้งสองนี้เขียนพู่กันยามนี้สองมือมีแผลไปหลายนิ้วเช่นนี้จะเขียนพู่กันย่อมยากทีเดียว   "มิใช่อี้หวางทรงถนัดเพียงจับดาบตวัดกระบี่ทว่ากับมีดทำครัวทรงมิถนัดใช่หรือไม่จึงได้แผลมาจนเต็มมือเช่นนี้"   กายเล็กขยับลงจากเตียงไปค้นดูกล่องทำแผลที่เหิงจิ้งวางเอาไว้ยังโต๊ะด้านข้างเตียง หยิบนั่นจับนี้เพียงครู่นางก็ตรงกลับมาทำแผลให้ท่านพ่อครัวใหญ่ที่การปรุงอาหารนับว่าเก่งกาจทว่าการใช้มีดทำครัวแสนจะย่ำแย่เสียที   "เจ้า...เป็นห่วงข้าหรือ"   หลินม่านเถียนเก็บของตรงหน้าเรียบร้อยจึงหันกลับมามองคนที่นางก็มิอาจทราบได้ว่าเขาจับจ้องมองนางอยู่ด้วยสาย

  • ชังเจ้า   ตอนที่ 19

    ตอนที่ 19หลังจากถูกมารดาอบรมชี้แนะดังย้อนวัยกลับไปราวเขาอายุห้าถึงหกหนาวจนลึกซึ้งแจ้งแก่ใจดีแล้วเซี่ยเฟิ่งฉีก็คิดออกไปดูแปลงสมุนไพรที่หลินม่านเถียนนางโปรดปรานทว่าหลายวันมานี้เจ้าของมิอาจมาดูแลได้ เขาเองจึงต้องแวะมาคุมบ่าวชายดูแลรดน้ำพรวนดินถอนหญ้าแทน ด้วยนับแต่นางคืนสติเขาเองยังมิอยากไปพบหน้าให้นางทวงถามเอาใบหย่าจนเขาปวดใจอีก   ...หากจะต้องแยกจากก็ขอเวลาให้เขาได้เตรียมใจอีกสักหน่อยเถิด...   แต่ยามที่กำลังจะก้าวไปเรือนไป่เหอสายตาคมก็พลันเหลือบไปเห็นว่าเหิงจิ้งนางกำลังมุ่งหน้าไปยังเรือนครัวด้านหลังซึ่งจะผ่านไปทางเดียวกับเขาจึงบังเกิดความคิดบางอย่างขึ้น   "เหิงจิ้ง...ช้าก่อน"   นางกำนัลสาวหยุดเท้าก่อนหันกายกลับมาโค้งทำความเคารพ ผู้เป็นใหญ่ที่สุดในตำหนักอี้หวางแห่งนี้ด้วยกิริยานอบน้อมจากใจเช่นเดิม   "อี้หวางมีสิ่งใดจะบัญชาเชิญกล่าวเพคะ"   "มิต้องมากพิธี ข้าเพียงอยากรู้ว่าเจ้ากำลังจะไปที่ห้องเครื่องใช่หรือไม่"   "จ้าวไท่เฟยมีบัญชาให้อาจิ้งไปนำโสมเลือดจากแม่นมจ้าวมาเคี่ยวน้ำแกงซุปไก่ดำให้อี้หวางเฟย เพคะ"   เหิงจิ้งนั้นเพิ่งกลับมาจากเรือนมู่ต้านหลังจากได้โสมเลือดจากแม่นมจ้าวเมื่อครู

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status