LOGINในคืนที่นางถูกพิษกำหนัดจนเผลอคลานเข้าตำหนักทรราชแห่งแคว้น เขาจึงตอบแทนนางด้วยพันธะแสนร้อนเร่า ...ตั้งแต่นั้นนางก็กลายเป็นนางกำนัลส่วนตัวของเขาอย่างไม่มีข้อแม้ ท่านอ๋องเคยรู้จักหม่อมฉันมาก่อนหรือเพคะ?
View Moreในห้วงยามค่ำ พระราชวังที่เย็นชาเงียบงันกลับถูกรบกวนด้วยเสียงกุกกักของใครบางคน
หลี่อวี้เฟินหน้าขึ้นสีจัด ร่างน้อยโอนเอนราวกับจะทรุดลงทุกขณะ นางเมาฤทธิ์ยากำหนัดจนสติพร่าเบลอ พยายามลากกายบอบบางหลบหนีจากเงามืดที่ไล่ตามมาอย่างไร้ทางเลือก บังเอิญผลักประตูตำหนักแห่งหนึ่งแล้วถลาเข้าไปเพื่อหาทางรอดจาเจ้าของยากำหนัดที่วิ่งตามมาไกล ๆ
เสียงประตูตำหนักปิดลงพร้อมกันนั้นเสียงฝีเท้าหนักแน่นดังเข้ามาแทนที่ เจ้าของตำหนักเหลือบสายตามองด้วยดวงเนตรเข้มขรึมกับสิ่งปแปลกปลอมที่เข้ามาทันใด
ฉีเหวินหยวน
ชายหนุ่มผู้เป็นจิ้นอ๋องแห่งราชวงศ์ฉี ผู้มีนามกระฉ่อนเรื่องอำนาจบ้าอำนาจและความโหดเหี้ยมและความทรราชจากการสังหารบิดาเพื่อให้น้องชายขึ้นครองราชย์แทน
“ผู้ใดบังอาจบุกรุกตำหนักข้า ช่างบังอาจนัก!”
เสียงทุ้มต่ำเปี่ยมด้วยแรงกดดันเอ่ยขึ้น ขณะเขาก้าวเข้ามาเรื่อย ๆ แต่เพียงได้เห็นใบหน้าแดงก่ำดั่งลูกท้อ ริมฝีปากนุ่มที่เผยอหอบหายใจ และเรือนกายบอบบางที่สั่นเทิ้มของหญิงสาวผู้คลานมาหยุดแทบเท้า แววตาแข็งกระด้างของเขาก็พลันแปรเปลี่ยนอย่างประหลาดใจปนคะนึงหาอย่างสุดซึ้ง
...อวี้เฟิน
แม้เวลาจะผ่านไปนานหลายสิบปี เขาก็ยังจดจำเคร้าโครงใบหน้าของนางได้ไม่มีลืม ทว่าก็ไม่อาจละความแค้นที่นางหายไปโดยไม่บอกกล่าวเช่นเดียวกัน
“ฮึ”
ฉีเหวินหยวนแสยะยิ้มเย็น ดวงตาสีดำเข้มวาววับด้วยเพลิงโทสะที่ซุกซ่อนมานานแสนนาน
“เจ้ากลับมาในสภาพเช่นนี้งั้นหรือ...อวี้เฟิน”
มือใหญ่ยกคางเรียวขึ้นอย่างไม่ปรานี บังคับให้นางสบตากับตน ใบหน้าและผิวคอของนางร้อนราวไฟลวก สายตาพร่าเบลอมองมาทางเขาอย่างล่องลอยนี้ทำให้เขารู้ว่านางกำลังเผชิญหนักกับพิษชนิดใดอยู่
“เห็นทีจำเป็นต้อง ‘ลงโทษ’ เจ้าสักหน่อย โทษฐานที่เคยทอดทิ้งข้าไปแล้วกลับมาในสภาพเช่นนี้”
หลี่อวี้เฟินไร้เรี่ยวแรงขัดขืน สติที่เลือนรางมีเพียงแรงปรารถนาล้นทะลัก นางตัวสั่นระริกพลางพึมพำอย่างอ้อนวอน
“ขอ...ท่าน...ช่วยข้าด้วย...”
ฉีเหวินหยวนหัวเราะในลำคอ ท่าทีของเขาดุดันทว่าสายตาที่มองเหยื่อตรงหน้าก็ร้อนแรงเกินต้านทาน
เขากระชากร่างน้อยขึ้นอุ้มแนบแน่นกับอกกำยำไม่ให้หนีไปไหนอีก ก่อนก้าวพาไปยังเตียงทองคำที่ตั้งอยู่ในสุดของห้องบรรทม
“เจ้าจะได้รับการช่วยเหลือ...” เสียงของเขาเย็นชา ทว่ากระหายและเสน่หาจนคนฟังแทบอดกลั้นไม่ไหว “แต่จะเป็นในแบบของข้าเท่านั้น”
เขาวางนางลงบนที่นอนอย่างแรงพอให้เตียงทองคำไหวสะเทือน
ฉีเหวินหยวนยืนมองร่างเล็กที่ทรุดอยู่เบื้องหน้า นางโอนเอน หอบหายใจหนักด้วยฤทธิ์ยากำหนัด ใบหน้าแดงซ่านดั่งลูกท้อสุก ริมฝีปากนุ่มนิ่มเผยอขึ้นราวกับเชื้อเชิญ ดวงตาคมกริบของเขาฉายแววร้อนผ่าว พลังโกรธแค้นเก่าเก็บไหลรวมกับความกระหายดิบในกายยามเห็นนางในดวงใจยั่วยวนเช่นนี้
เขาเอื้อมมือไปแตะต้องแก้มเนียนละเอียด ลูบไล้แผ่วเบาเหมือนกำลังสัมผัสกลีบดอกไม้งามที่อ่อนแอร่วงโรยง่าย
“เฟินเอ๋อร์...”
เสียงทุ้มต่ำกระซิบอย่างแผ่วเบา ดวงตาคมหรี่ลงพราวระยับด้วยแรงอารมณ์ที่ปะทุขึ้นมา
ภาพในอดีตวาบผ่านเข้ามาในหัว เด็กหญิงน้อยผู้มีดวงตาสุกใสวิ่งเล่นไปกับเขาในทุ่งหญ้า หัวเราะสดใสราวกับนกน้อย นางเคยเอื้อมมือแตะเขา แล้วพูดเสียงใสว่า
“โตขึ้น...ข้าจะแต่งกับเจ้านะ เหวินหยวน”
คำสัญญาง่าย ๆ ที่ตราตรึงใจเขามาโดยตลอด
ทว่าท้ายที่สุด นางก็หายตัวไปจากชีวิตเขา เหลือเพียงความว่างเปล่าเยียบเย็นแทน
“เจ้ารู้หรือไม่…” เสียงเขาต่ำลงอีกจนแทบเป็นเสียงคำราม “ว่ามันอดกลั้นเพียงใด ที่ต้องทรมานอยู่ตรงนี้…”อวี้เฟินเบิกตากว้าง ใบหน้าแดงซ่านจนลามไปถึงลำคอ มือที่ถูกกุมอยู่นั้นสั่นเครือเหมือนใบไม้ต้องลม ยามสัมผัสถึงสิ่งที่ร้อนจัดและแน่นหนาใต้ฝ่ามือ นางพยายามชักมือกลับด้วยแรงตกใจ แต่ไม่ทันแล้วเพราะในเสี้ยวอึดใจนั้นเอง เสื้อผ้าชั้นสุดท้ายบนกายของนางก็ถูกกระตุกออกไปอย่างคล่องแคล่วจนไร้เสียงใดเร้นรอด เสียงผ้าเอี๊ยมผืนบางขาดออกก็ปรากฏเป็นก้อนเนินอกสองก้อนทรวงอกขาวผ่องที่เคยถูกห่อหุ้มไว้แน่นหนา บัดนี้เป็นอิสระ กระเพื่อมไหวตามลมหายใจสั่นระรัวของนาง ผิวเนื้อที่เพิ่งถูกคลายจากผ้ารัดแนบ มีรอยแดงอ่อนคล้ายถูกแส้ฟาดพาดไว้ฝ่ามือที่ตรึงมือนางไว้เหนือศีรษะแน่นหนาไม่ต่างจากโซ่ตรวนที่ไม่มีทางดิ้นหลุด เขาคร่อมอยู่เหนือกายบอบบางราวสัตว์ร้ายที่จู่โจมเหยื่อเพียงเพราะความหิวกระหายที่กดกลั้นมานานเกินทนเขาขยับกายปลดกางเกงของตนก็ถูกปลดเปลื้องออกจากเอว มังกรได้เผยโฉมอย่างเด่นชัด ประกาศการมีอยู่พร้อมจู่โจม !อวี้เฟินหอบหายใจระรัว ความร้อนวาบแล่นไปทั่วร่าง นางรู้สึกได้ชัดว่า…ทุกอณูผิวของตนกำลังถูกสายตาและสัมผัสของเข
ตอนพิเศษ 1เร่าร้อนบนบัลลังก์สีทอง HOT!ยามราตรีคลี่คลุมพระราชวัง เงียบงัน แต่เสียงฝีเท้าของคนสองคนอย่างจิ้นอ๋อง ทรราชแห่งแคว้นก้าวพาร่างบอบบางตรงดิ่งสู่ท้องพระโรงอันศักดิ์สิทธิ์ โดยไร้ความเกรงกลัวใดใดประตูทองบานใหญ่ถูกผลักออกอย่างไร้ลังเล ไม่มีขันที ไม่มีองครักษ์ ไม่มีเสียงตำหนิจากขุนนาง…บัดนนี้มีเพียงบุรุษผู้หนึ่งที่กำลังถูกความหลงใหลของสตรีตรงหน้าครอบงำจิ้นอ๋องหยุดยืนเบื้องหน้าบัลลังก์แกะสลักมังกร สัญลักษณ์แห่งฮ่องเต้แคว้นร่างของอวี้เฟินถูกเขาจูงให้มาเอนกายนอนบนเบัลลังก์สีทอง เส้นผมยาวแผ่คลุมงดงามจนตาพร่า ผิวขาวผ่องตัดกับฉากหลังสีเข้มขรึมและเย็นเยียบได้ดียิ่งนัก สายตาของเหวินหยวนกวาดมองนางด้วยแววตาที่มิใช่แค่ปรารถนา แต่เป็นอารมณ์ผู้ลุ่มหลงจนไร้สติ“เจ้ารู้หรือไม่…” เขากระซิบ ขณะโน้มลงใกล้จนปลายจมูกเฉียดแก้มนางทำให้อีกคนสั่นสะท้าน “…ว่าแม้กระทั่งบัลลังก์นี้ ก็ยังไม่ศักดิ์สิทธิ์เท่าเจ้า”“ท่านพี่…จะทำเช่นนี้ในท้องพระโรงหรือ…”เสียงของนางเบาแทบเป็นเพียงลมหายใจ มือบางยกดันอกเขาเบา ๆ ด้วยแรงน้อยนิด ใบหน้าแดงซ่านจากความอายทั้งหวาดกลัวใครมาเห็นผสมกันจิ้นอ๋องไม่ได้ตอบ เขาเพียงแค่โน้มต
บทส่งท้ายภายในตำหนักบรรทมที่กลับมาเงียบสงัดอีกครา แสงจันทร์สาดส่องลอดผ่านบานหน้าต่างเข้ามาเคลือบไล้ผิวเนื้อนวลของหญิงสาวที่กำลังนอนพิงอกกว้างของชายผู้หนึ่งอย่างอ่อนแรง เสียงลมหายใจแผ่วเบาของทั้งสองประสานกันอย่างราบเรียบ ทว่าในอกกลับเต็มไปด้วยแรงสั่นสะเทือนของความสุขล้นในห้วงเวลาที่ผ่านมาจิ้นอ๋องโอบแขนกระชับเรือนกายบางเข้ามาแนบชิด ปลายนิ้วเรียวยังคงลูบแผ่วเบาที่ลาดไหล่นวลราวกับไม่อาจละมือจากคนตรงหน้าได้แม้เพียงชั่วลมหายใจ“หนาวหรือไม่”เขาถามเบา ๆ พลางโน้มหน้าลงไปกระซิบชิดไรผมนาง มอบความอบอุ่นจากกายตนให้มากขึ้นอวี้เฟินส่ายหน้าน้อย ๆ พิงแก้มกับอกเขาอย่างวางใจ “ไม่หนาว...”จิ้นอ๋องหัวเราะเบา ๆ “พรุ่งนี้ ข้าจะประกาศไปทั่วทั้งแคว้นว่าเจ้าจะกลายเป็นพระชายาเอกของข้า ให้ทุกผู้คนรู้ว่าเจ้าคือของข้า”อวี้เฟินผงะน้อย ๆ อย่างไม่มั่นใจ “แต่ว่า...หม่อมฉันเป็นเพียงหญิงต่ำต้อย จะคู่ควรกับตำแหน่งนั้นได้อย่างไรเพคะ”เขาเพียงยิ้มก่อนจะก้มลงจุมพิตหน้าผากนางแผ่วเบา “เรื่องศักดิ์ศรีหรือฐานะ...ข้ามิเคยใส่ใจ แต่หากเจ้ากังวล ข้าก็มีคำตอบไว้ให้แล้ว”น้ำเสียงของเขานุ่มลึก แต่แฝงด้วยแรงหนักแน่นแห่งการปกป้อง“
บทที่ 18หญิงที่เกิดมาเพื่อถูกคนรังแก HOTสะโพกอวบนุ่มของอวี้เฟินยังคงขยับเบา ๆ เป็นจังหวะหลังจากบทเพลงอารมณ์เพิ่งสิ้นสุดลงเมื่อครู่ คล้ายกับว่าสะโพกนั้นยังจำสัมผัสร้อนแรงได้อย่างชัดเจน และยังคงโหยหาต่อ...แรงสะท้อนจากกายที่ยังเร่าร้อน ส่งให้นางเผลอเบียดแนบเข้าใกล้เรือนกายของเขามากขึ้นโดยไม่รู้ตัว และสิ่งที่ตอบกลับมาคือแท่งร้อยแน่นตึงทิ่มแทงหน้าท้องที่เคลื่อนไหวตามแรงอารมณ์ของนางอยู่จิ้นอ๋องในยามนี้ไม่มีความอ่อนโยนหลงเหลืออีกต่อไป ดวงตาเขาร้อนแรงดุจเพลิงที่ครอบงำ ความอดทนของทรราชผู้ไม่เคยยอมใครได้ถึงขีดจำกัดแล้ว ฝ่ามือใหญ่คว้าเอวบางของนางไว้มั่น ก่อนจะกระตุกพลิกกาบบางให้คว่ำลงและดึงเข้ามาแนบแน่นกับลำกายแข็งขึงของตนในคราวเดียวอย่างไร้คำเตือนอวี้เฟินสะดุ้งเฮือก ร่างบางดิ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจยามถูกสัมผัสบดแนบเข้ากับจุดอ่อนไหวอย่างจัง ทว่าเพียงไม่นาน ราวกับสติฝื้นคืน…นางก็หยุดดิ้นแล้วยอมรับความจริงที่ไม่อาจเลี่ยงอีกต่อไปแทนที่จะถอยหนี ร่างบางกลับแอ่นหลังเล็กน้อย สะโพกนุ่มกระดกขึ้นอย่างเต็มใจ เสมือนพร้อมแล้วที่จะเปิดรับแรงอารมณ์อันหนักหน่วงที่เขากำลังจะมอบให้จิ้นอ๋องจ้องมองร่างใต้ร่าง





