LOGINซุนเถาซบใบหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตาลงบนอกกว้างแล้วเอ่ยขึ้นด้วยเสียงสั่น
“องค์ชาย หม่อมฉันเองที่ผิด ไปขอร้องให้พี่สาวช่วยส่งเสริมความรักที่หม่อมฉันมีต่อพระองค์เพคะ พี่สาวก็เลยโกรธ”
น้ำเสียงสะอื้นในอ้อมกอดของเขานั้นช่างน่าเวทนานัก เดิมทีนางก็เป็นเพียงหญิงสาวไร้เดียงสาและใช้ชีวิตอย่างอิสระอยู่ด้านนอกทว่าเมื่อนางเข้าวังมากับเขา นางก็อ่อนแอลงและร่ำให้ด้วยความเสียใจนับครั้งไม่ถ้วน
หัวใจของเขาก็พลันเจ็บปวดเมื่อไม่อาจปกป้องนางให้ดีอย่าทีเขาเคยสัญญากับนางไว้
“ซีหยางเจ้าไม่ต้องพูดแล้ว ไม่ว่าอย่างไรวันนี้ข้าจะให้เสด็จแม่ยอมให้เจ้าเป็นชายารองของข้าให้จนได้”
น้ำเสียงอ่อนโยนของเขาดังขึ้นพร้อมกับสายตาที่อบอุ่นนั่นทอดลงมามองสตรีที่ซบอยู่บนอกของเขาอย่างใส่ใจ แล้วก้าวผ่านเสิ่นชิงเหยาไปอย่างนิ่ง ๆ ไม่ได้สนใจหันมามองนางอีก
เสิ่นชิงเหยามองตามแผ่นหลังกว้างนั้นด้วยแววตาสั่นไหวเล็กน้อย ในใจยังคงรู้สึกปวดร้าวยิ่งนักทว่าไม่แล้วชาตินี้นางไม่อยากเป็นซีหยางอีกแล้ว ใครอยากเป็นก็ให้เขาเป็นไป
….
ตำหนักฮองเฮา
ภายในตำหนักที่ถูกประดับประดาอย่างหรูหรา เสิ่นชิงเหยาก้าวเข้าไปในตำหนักด้วยท่าทางสงบนิ่งใบหน้าเรียบนิ่งไร้คลื่นอารมณ์ใด
นางก้าวตรงไปคุกเข่าแล้วถวายพระพรอย่างนอบน้อมเบื้องหน้าฮองเฮาที่นั่งอยู่กลางห้องโถงอย่างสง่างาม
ฮองเฮาที่นั่งรออยู่นั้นเมื่อเห็นเสิ่นชิงเหยาก็พลันเผยรอยยิ้มออกมาอย่างแจ่มใส มือที่ถือถ้วยชาอยู่นั้นก็พลันวางลงบนโต๊ะอย่างแผ่วเบาแล้วเอ่ยขึ้นอย่างเอ็นดู
“มาแล้วหรือ ไปนั่งก่อนเถิด”
“เพคะ”
เสิ่นชิงเหยาตอบรับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แล้วลุกขึ้นไปนั่งยังตำแหน่งที่ถูกจัดเตรียมไว้ให้ เมื่อนางนั่งลงแล้วเหล่านางกำนัลก็พลันเดินเรียงแถวกันเข้ามาในมือของแต่ละคนประคองถ้วยยาบำรุงก้าวเข้ามาวางลงบนโต๊ะเบื้องหน้านางอย่างระมัดระวัง
เสิ่นชิงเหยาขมวดคิ้วเล็กน้อยเพราะกลิ่นนั้นแรงเกินจะต้านไหวทว่าฮองเฮากลับยิ้มแย้มแล้วเอ่ยขึ้น
“ข้าให้คนไปต้มยาบำรุงพวกนี้มาให้เจ้า รีบกินตอนร้อน ๆ สิ”
เสิ่นชิงเหยาชะงักเล็กน้อย ดวงตาสั่นไหวในใจรู้สึกหวาดหวั่นเล็กน้อย แต่เมื่อคิดว่านางเองก็ดื่มยาห้ามครรภ์ไปแล้วของพวกนี้คงไร้ประโยชน์
“เพคะ”
นางเอ่ยตอบรับอย่างนอบน้อมแล้วรีบยกขึ้นดื่มด้วยสองมือที่สั่นเล็กน้อย
ในขณะนั้นร่างสูงโปร่งในชุดดำยาวของหลี่เจิ้งเหยียนก็พลันก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้าหนักแน่นและเบื้องหลังของเขาก็ยังมีร่างบอบบางของซุนเถาที่ตามติดอยู่อย่างใกล้ชิด
“เสด็จแม่”
ฮองเฮาที่กำลังยิ้มแย้มอยู่นั้นเมื่อหันไปเห็นสตรีร่างบอบบางที่นั่งคุกเข่าอยู่เบื้องหลังองค์ชายใหญ่บุตรชายของเขาสีหน้าของฮองเฮาก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นไม่สบอารมณ์ทันที
“เจ้ามีอะไร”
น้ำเสียงของฮองเฮานั้นเย็นชาเพราะพระนางรู้อยู่แล้วว่าบุตรชายของเขาเข้ามาเพราะเรื่องใด ตั้งแต่ที่เขากลับมาจากขายแดนก็พาสตรีผู้นี้เข้ามาขอร้องให้พระนางยอมรับและแต่งตั้งเป็นชายารองของเขา
หลี่เจิ้งเหยียนเงยหน้าขึ้น สายตาคมนั้นหันมองเสิ่นชิงเหยาที่กำลังก้มหน้าก้มตาดื่มยาบำรุงอยู่นั้นครู่หนึ่งแล้วจึงหันกลับมาแล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“เสด็จแม่ข้าอยากจะรับซีหยางมาเป็นชายารองในเดือนหน้านี้เลยพ่ะย่ะค่ะ”
คำพูดของเขาทำให้ฮองเฮาโกรธจนใบหน้าแดงระเรื่อ พระนางหันสายตาไปยังเสิ่นชิงเหยาที่กำลังนั่งดื่มยาบำรุงอยู่ทำให้เสิ่นชิงเหยาที่ถูกสายตาของทั้งสองกดดันจนต้องวางถ้วยยาลงบนโต๊ะแล้วก้าวออกมาคุกเข่าลงเบื้องหน้าฮองเฮาพร้อมเอ่ยขึ้น
“เสด็จแม่ หม่อมฉันเห็นด้วยเพคะ”
เสิ่นชิงเหยาหยุดเล็กน้อยแล้วเงยหน้าขึ้นด้วยแววตาแน่วแน่แล้วเอ่ยขึ้นต่อ
“ในเมื่อแม่นางซีหยางเป็นผู้มีพระคุณช่วยชีวิตองค์ชายเอาไว้ องค์ชายก็ควรตอบแทนนางด้วยการให้สถานะนางเพคะ เดือนหน้าก็ถือว่ากำลังดีเพคะ”
คำพูดของเสิ่นชิงเหยานั้นต่างทำให้ทุกคนชะงัก ปกติแล้วเสิ่นชิงเหยานั้นไม่ยินยอมให้สตรีที่ช่วยชีวิตองค์ชายผู้นี้แต่งเข้าตำหนักถึงขั้นไปคุกเข่าขอร้องอยู่หน้าตำหนักฮองเฮาหลังแต่งงานอยู่สามวันสามคืน
และหึงหวงองค์ชายถึงขั้นชอบกลั้นแกล้งและบีบคั้นแม่นางซีหยางผู้นี้เสมอทว่าเหตุใดวันนี้ถึงได้เปลี่ยนไปเช่นนี้
เมื่อเห็นว่าเสิ่นชิงเหยาไม่ได้อาละวาดฮองเฮาก็พลันเผยรอยยิ้มบางแล้วเอ่ยขึ้น
“อืมดี เช่นนั้นเรื่องนี้ก็ให้เจ้าจัดการเถิด”
“เพคะ”
เสิ่นชิงเหยาตอบรับด้วยท่าทางสงบนิ่ง
หลี่เจิ้งเหยียนเองก็แทบไม่อยากเชื่อ นางที่ร้ายกาจอยู่เสมอเหตุใดวันนี้ถึงได้เปลี่ยนไป ดวงตาคมหันไปจ้องใบหน้างดงามนั้นนิ่ง ๆ ทว่าเมื่อเห็นว่านางดูเย็นชาและห่างเหินในใจเขากลับไม่ได้รู้สึกยินดี
ทง่ากลับรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอย่างไม่อาจควบคุมได้ ทว่าเขายังไม่ทันได้เอ่ยคำใดเสียงของฮองเฮาก็ดังขึ้น
“พวกเจ้าออกไปก่อน… อาเหยียนส่วนเจ้าอยู่พูดคุยกับข้าก่อน”
“เพคะ”
เสิ่นชิงเหยาและซุนเถาตอบรับพร้อมเพรียงก่อนจะย่อกายทำความเคารพแล้วถอยหลังก้าวออกไปทันที
ฮองเฮาทอดสายตามองตามแผ่นหลังบอบบางของเสิ่นชิงเหยาแล้วพลันถอนหายใจอย่างจนใจเมื่อบุตรชายของเขานั้นดื้อด้านอยากจะให้สตรีไม่มีหัวนอนปลายเท้าขึ้นมาเป็นชายารอง
ส่วนเสิ่นชิงเหยาสตรีที่พระนางเลือกมาเองกับมือกลับเห็นดีเห็นงามไปด้วย นางเอกก็ไม่มีอะไรจะพูดได้แต่รับด้วยความรู้สึกไม่พอใจ
….
เสิ่นชิงเหยาก้าวออกมาด้วยท่าทางนิ่ง ๆ ไม่ได้สนใจ ซุนเถาที่ก้าวเดินอยู่ด้านหลังของนางแม้แต่น้อย
ซุนเถาที่กำลังลังเล ดวงตาคู่สวยของนางยกขึ้นมองแผ่นหลังของผู้มีพระคุณของตนทว่าในยามนี้นางก็คือศัตรูความรักเช่นกัน มือเรียวของนางกำหยกพกไว้แน่นก่อนจะเอ่ยขึ้น
“เสิ่นชิงเหยา”
น้ำเสียงนั้นทำให้เสิ่นชิงเหยาหยุดฝีเท้าลงทว่านางไม่ได้หันกลับไปมองซุนเถาเลย นางเพียงยืนนิ่งอยู่ที่เดิมเท่านั้น
ซุนเถารวบรวมความกล้าแล้วเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้านางด้วยเนื้อตัวสั่นเล็กน้อย ในวันนี้นางคือซีหยางและนางก็อยากเป็นซีหยางตลอดไป ไม่อยากกลับไปเป็นซุนเถาอีก
ดวงตาของซุนเถาแดงระเรื่อ หยดน้ำตาร่วงหล่นราวไข่มุกนางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเล็กน้อย
“ข้ากับองค์ชาย เรารักกันจริง ๆ เขาบอกรักข้า ข้าคือคนที่เขารัก ท่านเข้าใจหรือไม่”
เสิ่นชิงเหยายืนนิ่งในใจจุกไปหมด หากเป็นชาติที่แล้วนั้นนางไม่มีทางเชื่อเพราะคนที่หลี่เจิ้งเหยียนรักคือซีหยาง ซีหยางที่ช่วยเขาในวันที่บาดเจ็บสาหัส ซีหยางที่คอยอยู่กับเขาตลอดสามเดือน ซีหยางที่เป็นนางต่างหาก
ทว่าชาติที่แล้วพิสูจน์แล้วว่า ไม่ว่านางจะพยายามเท่าใด ซีหยางผู้นั้นก็ยังคงเป็นซุนเถา เพียงเพราะนางเป็นคนแรกที่เขาลืมตาขึ้นแล้วมองเห็นใบหน้าของนาง
มือเรียวเล็กของนางกำแน่นภายใต้แขนเสื้อ นางพยายามข่มความเจ็บปวดใจแล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
“ไม่ต้องห่วง องค์ชายรักเจ้า และเจ้าก็คือซีหยาง”
กล่าวจบ นางก็ก้าวตรงไปทันทีโดยไม่ได้สนใจซุนเถาอีก สำหรับนางใครจะเป็นซีหยางก็ไม่มีผลอะไรอีกแล้ว
….
ซุนเถาซบใบหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตาลงบนอกกว้างแล้วเอ่ยขึ้นด้วยเสียงสั่น“องค์ชาย หม่อมฉันเองที่ผิด ไปขอร้องให้พี่สาวช่วยส่งเสริมความรักที่หม่อมฉันมีต่อพระองค์เพคะ พี่สาวก็เลยโกรธ”น้ำเสียงสะอื้นในอ้อมกอดของเขานั้นช่างน่าเวทนานัก เดิมทีนางก็เป็นเพียงหญิงสาวไร้เดียงสาและใช้ชีวิตอย่างอิสระอยู่ด้านนอกทว่าเมื่อนางเข้าวังมากับเขา นางก็อ่อนแอลงและร่ำให้ด้วยความเสียใจนับครั้งไม่ถ้วนหัวใจของเขาก็พลันเจ็บปวดเมื่อไม่อาจปกป้องนางให้ดีอย่าทีเขาเคยสัญญากับนางไว้“ซีหยางเจ้าไม่ต้องพูดแล้ว ไม่ว่าอย่างไรวันนี้ข้าจะให้เสด็จแม่ยอมให้เจ้าเป็นชายารองของข้าให้จนได้”น้ำเสียงอ่อนโยนของเขาดังขึ้นพร้อมกับสายตาที่อบอุ่นนั่นทอดลงมามองสตรีที่ซบอยู่บนอกของเขาอย่างใส่ใจ แล้วก้าวผ่านเสิ่นชิงเหยาไปอย่างนิ่ง ๆ ไม่ได้สนใจหันมามองนางอีกเสิ่นชิงเหยามองตามแผ่นหลังกว้างนั้นด้วยแววตาสั่นไหวเล็กน้อย ในใจยังคงรู้สึกปวดร้าวยิ่งนักทว่าไม่แล้วชาตินี้นางไม่อยากเป็นซีหยางอีกแล้ว ใครอยากเป็นก็ให้เขาเป็นไป….ตำหนักฮองเฮาภายในตำหนักที่ถูกประดับประดาอย่างหรูหรา เสิ่นชิงเหยาก้าวเข้าไปในตำหนักด้วยท่าทางสงบนิ่งใบหน้าเรียบนิ่งไร้คลื่นอา
ตอนที่ 4 เข้าพบฮองเฮาตำหนักพระชายาองค์ชายใหญ่ภายในห้องที่เงียบสงบนั้น เสิ่นชิงเหยานั่งอยู่เบื้องหน้ากระจกทองเหลืองด้วยใบหน้าสงบนิ่ง เพียงไม่นานนางกำนัลเจียงหลีก็ก้าวเข้ามาพร้อมกับถ้วยยาอุ่น ๆ ในมือ“คุณหนูยาที่ท่านสั่งเจ้าค่ะ”เสิ่นชิงเหยาเงยหน้าขึ้นมองถ้วยยาสีขาวนั้นเล็กน้อย แล้วยื่นมือขึ้นไปรับมาจรดริมฝีปากก่อนจะดื่มลงไปอย่างไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อยในขณะนั้นเสียงฝีเท้าแผ่วเบาก็พลันดังเข้ามาพร้อมกับร่างบอบบางของขันทีประจำตำหนักฮองเฮา เขาก้าวเข้ามาหยุดยืนแล้วเอ่ยขึ้น“พระชายาเสิ่น ฮองเฮาเรียกท่านเข้าพบพ่ะย่ะค่ะ”เสิ่นชิงเหยาชะงักมือเล็กน้อยแล้วส่งถ้วยยาที่ดื่มหมดแล้วคืนให้เจียงหลีด้วยมือที่สั่นเล็กน้อย เพราะนางรู้ดีว่าฮองเฮาคงจะเรียกนางไปถามไถ่ถึงเรื่องนี้ว่าสำเร็จหรือไม่เมื่อวานที่หลี่เจิ้งเหยียนเข้ามาในตำหนักของนางฮองเฮาคงจะรู้แล้วและตอนนี้คงอยากได้คำยืนยันจากปากของนางเองเสิ่นชิงเหยาพยักหน้าเล็กน้อยแล้วตอบรับด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง“ข้าทราบแล้ว”เมื่อได้คำตอบขันทีก็ก้าวถอยหลังแล้วรอนำทางนางอยู่ด้านหน้าห้องเสิ่นชิงเหยาลุกขึ้นยืนแล้วก้าวออกจากห้องตามขันทีผู้นั้นตรงไปยังตำหนักของฮองเฮาท
หลังจากอาบน้ำเปลี่ยนอาภรณ์จนเรียบร้อยแล้ว ร่างบอบบางในชุดหรูหราก็ก้าวตรงไปยังโต๊ะเครื่องแป้ง แล้วนั่งลงอย่างสงบนิ่ง“เจียงรั่ว เจ้าไปนำพู่กันกับกระดาษมา”น้ำเสียงของเสิ่นชิงเหยาดังขึ้นสั่งอย่างราบเรียบ เจียงหลีก็ตอบรับทันทีแล้วหมุนกายก้าวไปเตรียมให้อย่างรวดเร็วเมื่อกระดาษและพู่กันอยู่ตรงหน้า เสิ่นชิงเหยาก็หยิบมาเขียนตำรับยาห้ามครรภ์ นางเติบโตมาในจวนแม่ทัพตั้งแต่เด็ก บิดานางเป็นแม่ทัพใหญ่ มารดานางเป็นหมอรักษาในค่ายทหารนางจึงเคยอ่านตำราแพทย์มาบ้าง มือเรียวยาวเขียนอย่างรวดเร็วแล้วหันไปยื่นให้เจียงหลีสาวใช้ประจำกายพร้อมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ“เจียงหลี เจ้านำเทียบยานี้ไปหาหมอหลวงกู้เยว่อิง ให้นางจัดยามาให้ข้า”เจียงหลีรับมาแล้วใบหน้างุนงงเล็กน้อยแล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสงสัย“คุณหนูยาอะไรหรือเจ้าคะ”เสิ่นชิงเหยาเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ“ยาแก้ปวดท้อง”เจียงหลีเพียงพยักหน้ารับและไม่ได้เอ่ยคำใดอีก นางหมุนกายก้าวออกไปในทันทีเสิ่นชิงเหยามองตามแผ่นหลังบอบบางของสาวใช้คนสนิทด้วยแววตาว่างเปล่า กู้เยว่อิงเป็นเพื่อนเรียนของนางมาตั้งแต่สมัยวัยเยาว์ เมื่ออ่านเทียบยาแล้
ตอนที่2ย้อนกลับมาวังหลวงตำหนักองค์ชายใหญ่หลี่เจิ้งเหยียนภายในตำหนักที่เงียบสงบ กลิ่นกำยานหอมอบอวลนั้นปลุกให้เสิ่นชิงเหยาสะดุ้งตื่นขึ้น ดวงตาคู่สวยของนางนั้นเบิกกว้างขึ้นทันที รอบดวงตาของนางยังคงพร่ามัวไปด้วยหยาดน้ำตาในใจเจ็บปวดยิ่งนัก สิ่งเดียวที่นางนึกเสียใจ…ลูก…สองมือเรียวยกขึ้นหมายจะกุมหน้าท้องทว่ากลับพบลำแขนใหญ่ที่กำลังพาดหน้าท้องที่แบนราบของนางอยู่ ความรู้สึกหนักอึ้งแล่นเข้ามาในทันทีเสียงลมหายใจสม่ำเสมออยู่ข้างหูของนาง ไออุ่นร้อนผ่าวของเขารดอยู่ข้าง ๆ ใบหูของนาง ทว่านางกลับรู้สึกหนาวเหน็บไปทั้งหัวใจทันใดนั้นความรู้สึกปวดร้าวก็แล่นผ่านไปทั่วร่างทั้งร่าง นางขมวดคิ้วเล็กน้อย นี่นางได้ย้อนกลับมาในคืนที่เขาถูกฮองเฮาวางยาปลุกกำหนัดเพื่อให้หลี่เจิ้งเหยียนยอมเข้าหอกับนางเสียทีหยดน้ำตาอุ่น ๆ ไหลรินออกมาอย่างเจ็บปวดใจเสิ่นชิงเหยารู้สึกตัวแข็งทื่อในทันที มือเล็ก ๆ ของนางค่อย ๆ ยกลำแขนใหญ่ของเขาออกจากเอวของตน ทว่าเมื่อนางขยับเล็กน้อย มือใหญ่ของเขากลับคว้าร่างบอบบางของนางเข้าสู่อ้อมกอดแน่นอีกครั้ง“ซีหยาง เด็กดีอย่าดื้อสิ”เมื่อได้ยินเขาเรียกชื่อนี้ความเจ็บปวดในใจก็พลันทวีคูณ มือเรี
ตอนที่1 ข้าเหนื่อยแล้ววังหลวงตำหนักองค์ชายใหญ่ หลี่เจิ้งเหยียน“ข้าไม่ได้ทำ!”เสียงตวาดอย่างเจ็บปวดใจของเสิ่นชิงเหยาดังขึ้น ดวงตาของนางแดงระเรื่อหยดน้ำตาเอ่อคลอเมื่อมองไปยังแผ่นหลังที่เย็นชาของผู้เป็นสามี“ลากตัวพระชายาไปคุกเข่าสำนึกผิดหน้าตำหนักสือหนิงจนกว่านางจะสำนึกผิด”น้ำเสียงเยียบเย็นของหลี่เจิ้งเหยียนดังขึ้น ก่อนร่างสูงโปร่งนั้นจะสะบัดแขนเสื้ออย่างไม่พอใจแล้วก้าวออกไปอย่างเย็นชาโดยไม่ได้หันกลับมามองนางผู้เป็นภรรยาอีกเลยดวงตาคู่สวยของเสิ่นชิงเหยาที่เอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตานั้นหม่นลงด้วยความสิ้นหวังและเหนื่อยล้าเกินจะรับไหวอีกแล้ว ร่างบอบบางที่นั่งคุกเข่าอยู่พลันทรุดลงกับพื้นอย่างสิ้นหวัง“เชิญพ่ะย่ะค่ะ พระชายา”น้ำเสียงของขันทีผู้หนึ่งดังขึ้น ทว่าในหูของเสิ่นชิงเหยาแล้วนั้นก็ราวกับเป็นเพียงสายลมหนึ่งที่พัดผ่านไปเท่านั้นใช่นางดื้อรั้น เย่อหยิ่ง และร้ายกาจ แต่วันนี้นางเหนื่อยแล้ว เหนื่อยจริง ๆ หยดน้ำตาอุ่น ๆ ไหลรินลงมาทว่าในหัวใจหนาวเหน็บเหลือเกินเมื่อเห็นนางไม่มีท่าทีต่อต้านเหมือนเมื่อก่อน ขันทีผู้นั้นก็พยักหน้าเล็กน้อยให้นางกำนัลสองคนที่ยืนอยู่ช่วยกันประคองร่างบอบบางของนางออก







