Share

บทที่ 2 ความเก่าหนหลัง

last update Last Updated: 2026-02-19 14:37:39

เมื่อออกมาจากเรือนใหญ่แล้ว จินซินยังคงไม่ได้กลับไปที่เรือนพักของตนเอง แต่กลับมาเดินเล่นรับลมหลังมื้ออาหารที่สวนบุปผาด้านหลังจวนโหว จวนโหวแห่งนี้กว้างใหญ่มาก ท่านลุงโหวของนางนั้นเป็นถึงแม่ทัพใหญ่ของแคว้นจิ่งโจว รบชนะศึกมานับไม่ถ้วน อีกทั้งยังมีคนนับหน้าถือตาไม่น้อย

แต่เพราะนางทำให้ความรุ่งเรืองของตระกูลลู่ค่อยๆ เสื่อมถอยลงไปช้าๆ

หลังจากที่นางผิดหวังจากลู่จื่อเซวียนก็กลายเป็นคนประชดชีวิต เข้าออกหอสุราและโรงพนันเป็นว่าเล่น จนกระทั่งได้พบกับฉิงหงเย่ชินอ๋องจอมเสเพล เขาสารภาพว่าหลงรักนาง แรกเริ่มนางไม่เชื่อ ฉินหงเย่ยิ่งเอาอกเอาใจนางทุกอย่าง ทำดีกับนางสารพัดจนนางใจอ่อนและตัดใจจากลู่จื่อเซวียนได้ ท้ายที่สุดก็หลงรักเขาแทน

เมื่อรักแล้วนางจึงยอมเชื่อเขาทุกอย่าง เขาบอกว่าอยากให้นางร่วมมือกับเขาเอาคืนคนชั่ว เขาจะช่วยนางเอาคืนลู่จื่อเซวียน ส่วนนางก็ต้องช่วยเขาวางแผนชิงบัลลังก์ แรกเริ่มนางไม่เห็นด้วยที่เขาเสนอว่าจะให้นางเข้าวังหลวงไปคัดเลือกเป็นพระสนม แต่เพราะเขาเอาอำนาจและความมั่งคั่งมาหลอกล่อและยังบอกว่าหากไม่ทำเช่นนี้จะเอาคืนลู่จื่อเซวียนได้เช่นไร หากนางมีอำนาจในมือทุกอย่างล้วนง่ายดายทั้งสิ้น รอแผนการสำเร็จเขาจะแต่งตั้งนางเป็นมารดาของแผ่นดิน คนเลวผู้นี้ใช้คำหวานลวงหูมาหลอกล่อจนนางยอมใจอ่อน

หลังจากเข้าวังหลวงได้ไม่นานนางก็กลายเป็นพระสนมคนโปรดของฮ่องเต้ เมื่อมีอำนาจในมือ นางจึงเริ่มแผนการที่ทำให้ตระกูลลู่อยู่ไม่เป็นสุข นางอยากจะทำให้ลู่จื่อเซวียนได้เห็นว่าเขาคิดผิดแล้วที่หมางเมินต่อนาง คนอย่างนางถึงไม่แต่งให้เขา ก็ยังแต่งให้บุรุษอื่นได้ และนางจะทำให้ลู่จื่อเซวียนอยู่ไม่สู้ตาย นางรวมหัวกับฉินหงเย่ทำลายตระกูลลู่ จากแผนการเล็กๆ ไปจนถึงกล่าวโทษว่าตระกูลลู่มีใจคิดก่อกบฎ แม้จะเป็นพระสนมของฝ่าบาทแล้วแต่นางกลับลอบนัดพบกับฉินหงเย่อยู่เสมอ เขาและนางลอบเป็นชู้กัน!

ฉินหงเย่กับนางทำทุกอย่างถึงขนาดลอบจัดฉากว่าตระกูลลู่ลักลอบซ่องสุมกำลังทหารและผลิตดินปืนซุกซ่อนเอาไว้ที่ท่าเรือขนส่งสินค้า ฮ่องเต้ฉินหงเยี่ยนพอทราบเรื่องจึงส่งคนมาตรวจสอบและพบของกลางที่ซุกซ่อนเอาไว้จริงๆ คนตระกูลลู่จึงถูกจับและรอการประหารชีวิต ยามที่ได้เห็นพวกเขาคุกเข่ารอรับโทษและถูกยึดตราพยัคฆ์คุมทหารทั้งหมดนางสาแก่ใจยิ่งนักและยังไม่คิดจะออกหน้าช่วย

แต่เพราะเส้นสายของตระกูลลู่ก็ไม่ด้อย สุดท้ายพวกเขาก็หาทางหลบหนีจากคุกหลวงไปได้ ครานั้นนางแค้นใจมาก จึงเสนอให้ฉินหงเย่ไปตามจับตัวพวกเขากลับมา นางใช้โอกาสตอนฉินหงเยี่ยนเมาไม่ได้สติลอบขโมยตราพยัคฆ์มาให้ฉิงหงเย่ เพราะนางรู้ดีว่าการจะจับคนตระกูลลู่กลับมาไม่ใช่เรื่องง่าย ย่อมต้องมีกำลังทหารเข้าช่วย แต่ใครจะรู้ว่าเมื่อฉินหงเย่ได้ตราพยัคฆ์ไปแล้ว หลังจากจัดการสังหารคนตระกูลลู่ได้สำเร็จเขาก็ย้อนกลับมาลงมือสังหารฉินหงเยี่ยนและเชื้อพระวงศ์คนอื่นๆ จนหมดสิ้น จากนั้นก็จัดการกุมอำนาจทั้งหมดเอาไว้ในมือและฆ่าล้างบางคนของฉินหงเยี่ยนทั้งหมด จากนั้นก็ตามมาสังหารนางเพื่อไม่ให้เป็นภัยในภายหลัง

เขาหลอกใช้ความแค้นของนางที่มีต่อลู่จื่อเซวียนมาทำลายตระกูลลู่ หลอกใช้นางช่วยทำลายตระกูลลู่ หลอกให้นางเป่าหูฉินหงเยี่ยนเพื่อให้ฉินหงเยี่ยนลงมือกับตระกูลลู่ เมื่อสองฝ่ายแตกหักกันเองเขาก็รอเก็บเกี่ยวผลประโยชน์อย่างเลือดเย็น เขาไม่เคยรักนางเลย เพียงหลอกใช้นาง เสพสุขจากกายนาง พอได้สมปรารถนาก็ถีบหัวส่ง นางโง่เองที่หลงเชื่อเขาทุกสิ่งอย่าง เหตุใดไม่คิดให้ดีว่าฐานะเช่นนางจะเอาอะไรไปคู่ควรให้เขาเห็นคุณค่า

นางพบเจอฉินหงเย่เพราะความบังเอิญ แต่ความบังเอิญนั้นกลับนำพามาซึ่งหายนะ

เมื่อคิดถึงความชั่วร้ายที่ตนเองได้ทำลงไปต่อผู้มีพระคุณ จินซินก็รู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง กว่านางจะคิดได้ยามนั้นมันก็สายไปเสียแล้ว

"คุณหนูเจ้าคะ มีจดหมายด่วนจากพ่อบ้านอวี๋เจ้าค่ะ"

ในขณะที่จินซินกำลังยืนเหม่อลอยคิดถึงเรื่องเก่าหนหลังอยู่นั้น อาซีก็วิ่งเข้ามาหานางพร้อมกับบอกว่าพ่อบ้านอวี๋ส่งจดหมายด่วนมาให้ จินซินจึงละจากความคิดก่อนจะหันมารับจดหมายจากมือของอาซีไปเปิดอ่าน

าซานล้มป่วยหนัก จวนเจียนจะเอาชีวิตไม่รอด ขอคุณหนูโปรดชี้แนะว่าจะทำอย่างไรต่อไป จะฝังเขาที่บ้านเดิม หรือจะให้เขากลับไปลาคุณหนูที่จวนตระกูลลู่

จินซินอ่านจบหัวใจก็พลันหน่วงวูบร่วงหล่นลงไปที่ตาตุ่ม นางอึ้งงันไปชั่วครู่

ไม่ถูกต้อง! นางจำได้ว่าชาติที่แล้วหยางซานไม่ได้ล้มป่วย เขาแข็งแรงออกปานนั้นแล้วเหตุใดอยู่ๆ จึงล้มป่วยลงเช่นนี้เล่า

แต่ยามนี้ไม่ใช่เวลามาครุ่นคิดอะไรให้มากความ นางต้องหาทางช่วยคน เมื่อตั้งสติได้นางจึงรีบเดินกลับเรือนของตนเองไปทันที ก่อนจะจัดการเขียนจดหมายตอบกลับและตำหนิพ่อบ้านอวี๋ไปในคราวเดียวกัน นางคงตามใจบ่าวชั่วจนเสียคน พ่อบ้านอวี๋จึงไม่เห็นชีวิตคนอยู่ในสายตาเช่นนี้ ฝังที่บ้านเดิมอันใดกัน ร่ำลานางอันใดกัน เหลวไหลสิ้นดี!

เมื่อเขียนจดหมายเสร็จแล้ว นางก็รีบเข้าไปในห้องนอน ก่อนจะรื้อหีบสมบัติออกมา และล้วงหยิบตั๋วเงินสองร้อยตำลึงแนบไปพร้อมกับจดหมายเพื่อใช้เป็นค่ารักษาหยางซาน หลังจากบิดามารดาตายจากไป สมบัติทุกอย่างก็ตกเป็นของนางทั้งหมด ทั้งเงินทองและร้านรวงต่างๆ แต่เพราะนางไม่เอาไหน ไม่คิดจะสานต่อกิจการของครอบครัว อีกทั้งยังใช้เงินในทางที่ผิด เงินส่วนหนึ่งของนางถูกนำไปมอบให้ฉินหงเย่ใช้เลี้ยงดูทหารเดนตาย นานวันเข้าก็ทยอยหมดไป

นางในชาติก่อนช่างน่าสมเพชสิ้นดี

จินซินละจากความคิดก่อนจะหันมาเอ่ยกับอาซี

"เจ้ารีบให้คนส่งจดหมายฉบับนี้ให้พ่อบ้านอวี๋โดยเร็ว บอกเขาว่าเงินสองร้อยตำลึงนี่เป็นค่าหมอของอาซาน อาซานจะต้องหาย หากเขาเป็นอะไรไป ก็ให้ฝังพ่อบ้านอวี๋ไปพร้อมอาซานเลย!"

อาซีรับคำด้วยสีหน้าหวาดหวั่น ก่อนจะรีบให้คนนำจดหมายไปส่งให้พ่อบ้านอวี๋โดยเร็ว

ด้านลู่จื่อเซวียนที่เพิ่งออกมาจากเรือนก็ผ่านมาเห็นความวุ่นวายนี้เข้าพอดี เขาจึงเพ่งมองจินซินอย่างเย็นชา

นางสั่งให้คนส่งจดหมายไปให้ผู้ใดอีกล่ะนั่น มิใช่นัดคนมาทำชั่วหรอกนะ ช่างเหลือเกินจริงเชียว!

ชายหนุ่มยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกว่าจินซินขัดหูขัดตา จึงเดินกลับเรือนตนไปทันที ก่อนไปยังสั่งให้คนจับตาดูนางอยู่ห่างๆ

จินซินรอจดหมายตอบกลับจากพ่อบ้านอวี๋อย่างใจจดใจจ่อ ไม่นานก็มีจดหมายตอบกลับมาว่าอาซานปลอดภัยดีและกำลังเร่งเดินทางกลับเมืองหลวง จินซินดีใจมากใจที่ลอยแกว่งก็วางลงได้เสียที นางอารมณ์ดีเป็นอย่างมาก จึงยื่นเงินให้อาซีและอาหลิงไปซื้อขนมจากร้านหลินเยี่ยนโหลวมาแจกจ่ายให้บ่าวไพร่ได้กินกัน เหล่าบ่าวไพร่ต่างดีใจมาก อีกทั้งยังคิดว่าวันนี้คุณหนูไปพบเจอเรื่องดีอะไรมา จึงใจดีผิดปกติเช่นนี้

จบเร่ืองของหยางซานไปได้ด้วยดี แต่จินซินยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องสะสางให้ชัดเจน

นางจำได้ว่าในชาติก่อนนั้น ลู่จื่อเซวียนมีสตรีในดวงใจอยู่แล้ว สตรีนางนั้นมีนามว่าเจี่ยงหว่านหรง เป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวของราชครูเจี่ยง กิริยามรรยาทงดงามเรียบร้อยสมฐานะตำแหน่งคุณหนูอันดับหนึ่ง ในครานั้นนางที่ทราบว่าลู่จื่อเซวียนมีใจให้เจี่ยงหว่านหรง จึงไปหาเรื่องเจี่ยงหว่านหรงจนเกิดเรื่องราวใหญ่โต โชคดีที่ราชครูเจี่ยงเห็นแก่หน้าท่านลุงโหว จึงไม่ถือสาเอาความกับนาง และเพราะเรื่องราวในครั้งนั้นทำให้ลู่จื่อเซวียนยิ่งชังน้ำหน้านางหนักเข้าไปอีก เขาจึงต่อต้านไม่ยอมแต่งงานกับนางและด่าทอนางอย่างไม่ไว้หน้า นางทั้งโมโห ทั้งเคียดแค้น เขาเป็นของนางแท้ๆ แล้วเหตุใดจึงไม่ยอมตกลงปลงใจกับนาง

และนั่นคือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวเลวร้ายทั้งหมด

แต่ชาติใหม่นี้ไม่เหมือนกัน ในเมื่อคนเขาไม่รัก นางจะฝืนใจเขาไปทำไมกัน มิสู้ผลักเรือตามน้ำ ช่วยสานต่อวาสนารักให้เขาเสียหน่อยก็คงจะเป็นการไถ่โทษให้กับเขาได้บ้าง ชาติก่อนนางหน้ามืดตามัวปล่อยให้ความชังบังตาจนไม่สนถูกผิด แต่ชาตินี้นางกระจ่างแจ้งแก่ใจแล้ว แท้จริงแล้วนางเทียบไม่ได้กับเจี่ยงหว่านหรงด้วยซ้ำ นางก็แค่สตรีจากตระกูลคหบดี เมื่อมองดูให้ดีก็พบว่าเจียงหว่านหรงต่างหากที่เหมาะสมกับลู่จื่อเซวียน

พันธะสัญญาหมั้นหมายนี้ ควรจัดการให้จบลงเสียที

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ชาตินี้นางร้ายเช่นข้าจะขอขีดเส้นด้ายวาสนาด้วยตนเอง   บทที่ 18 บาดเจ็บ

    หยางซานเมื่อได้ยินว่าจินซินเกิดเรื่องเขาก็รีบวิ่งเข้าไปด้านในทันทีโดยไม่รอลู่จื่อเซวียน ชาติก่อนเขาไม่เคยมาที่นี่ จึงไม่รู้ว่าเรือนปัญญาหยกอยู่ที่ใด ทำได้เพียงถามคนในนั้น จนกระทั่งได้ทราบว่าจินซินถูกพาไปรักษาตัวยังเรือนรับรองของสำนักศึกษาเรียบร้อยแล้วแม้เขาจะร้อนใจมากเพียงใด แต่ก็ยังไม่ลืมว่าอย่างไรยามนี้ตนเองยังคงมีสถานะเป็นเพียงบ่าวย่อมไม่อาจเข้าไปหานางได้โดยพละการ อีกทั้งยามนี้องค์หญิงฉินอันหนิงก็อยู่ด้วย หากเขาทำเกินหน้าที่อาจจะยิ่งทำให้สถาณการณ์ยุ่งยากมากกว่าเดิมกับฉินอันหนิงนั้นเขาเคยเจอนางในชาติก่อนอยู่บ่อยครั้ง เรียกได้ว่านางคือศัตรูตัวฉกาจของจินซินเลยก็ว่าได้ชาตินี้มีเรื่องราวมากมายที่ต่างจากชาติก่อน จินซินได้เข้าเรียนและได้พบกับฉินอันหนิงที่นี่ซ้ำยังช่วยชีวิตฉินอันหนิงเอาไว้ ซึ่งเหตุการณ์นี้อยู่เหนือความคาดหมายของเขาไปมากลู่จื่อเซวียนเดินตามมาถึงเรือนรับรองพร้อมกับเจียงหว่านหรง ตลอดทางเจี่ยงหว่านหรงลอบสังเกตท่าทางของลู่จื่อเซวียนมาตลอดว่าห่วงใยจินซินมากเพียงใด และนางก็ต้องรู้สึกผิดหวังอยู่ในใจเพราะลู่จื่อเซวียนดูห่วงใยจินซินมากจริงๆ แต่ถึงอย่างนั้นนางก็ไม่คิดจะกล่าวโทษจิ

  • ชาตินี้นางร้ายเช่นข้าจะขอขีดเส้นด้ายวาสนาด้วยตนเอง   บทที่ 17-2 องค์หญิงเจ้าอารมณ์

    จินซินยังไม่ทันเอ่ยจบประโยค อยู่ๆ ฉินอันหนิงก็ฟาดฝ่ามือตบเข้ามาที่ใบหน้าของนางอย่างแรง จนคนถูกตบเจ็บร้าวไปทั้งแก้มซีกขวา"มาเดินชมดอกไม้กับข้า แต่ทำหน้าตาเหมือนไม่เต็มใจ เป็นแค่บุตรสาวคหบดีแต่ทำตัวไม่รู้จักกฎระเบียบ เจ้าไปเอาความกล้ามาจากที่ใดกัน อยากถูกลงโทษหรือ!"เจิ้งหลานที่เห็นเช่นนั้นก็อยากจะหัวเราะออกมาดังๆ แต่ต้องเก็บอาการเอาไว้ เจี่ยงหว่านหรงปรายตามองเจิ้งหลานแวบหนึ่ง ก่อนจะหันมาพูดกับฉินอันหนิง"ทูลองค์หญิง วันนี้พวกเรามาชมดอกไม้เพื่อความสุนกสนาน ขอองค์หญิงโปรดละเว้นนางสักครั้ง อย่าทรงกริ้วเลยเพคะ"ฉินอันหนิงหันมามองเจี่ยงหว่านหรง จำได้ว่านางคือบุตรตรีของราชครูเจี่ยง ฐานะสูงส่งไม่ธรรมดา"คุณหนูเจี่ยงช่างมีเมตตายิ่งนัก ถึงขนาดออกรับแทนนางเช่นนี้ แต่นางไม่รู้มรรยาท ข้าควรจะต้องสั่งสอนนางสักหน่อย"ฉินอันหนิงตอบเจี่ยงหว่านหรงอย่างไม่ใส่ใจ เจี่ยงหว่านหรงคิดจะออกหน้าอีกครั้ง แต่จินซินกลับส่ายหน้าให้นางเป็นเชิงห้ามปรามเพราะไม่อยากให้เจี่ยงหว่านหรงต้องพลอยฟ้าพลอยฝนเดือดร้อนไปด้วย เจี่ยงหว่านหรงกำมือแน่นพลางตวัดสายตาคมมองเจิ้งหลาน นางคิดในใจว่าเจิ้งหลานน่าจะพูดเป่าหูอะไรองค์หญิงเพราะเ

  • ชาตินี้นางร้ายเช่นข้าจะขอขีดเส้นด้ายวาสนาด้วยตนเอง   บทที่ 17-1 องค์หญิงเจ้าอารมณ์

    ด้านจินซินนั้นเมื่อออกจากจวนตระกูลลู่มาแล้วก็รีบมุ่งหน้าไปยังสำนักศึกษาไป๋กวนฮวาทันที ก่อนไปนางยังกำชับอาซีและอาหลิงว่าให้ดูแลหยางซานให้ดีๆเมื่อมาถึงสำนักศึกษาไป๋กวนฮวาแล้ว จินซินก็นั่งเรียนด้วยจิตใจที่ไม่ปกติเท่าใดนัก เพราะนางเป็นห่วงหยางซาน ด้านเจิ้งหลานก็ลอบชำเลืองมองจินซินเป็นระยะก่อนจะยกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ ด้านเจี่ยงหว่านหรงก็มองจินซินอยู่ห่างๆ ระยะนี้นางเริ่มจะรู้สึกดีกับจินซินอยู่บ้างวันนี้ที่สำนักศึกษาไป๋กวนฮวาคึกคักกว่าทุกวัน เพราะองค์หญิงฉินอันหนิงเสด็จมาร่วมเรียนด้วยทุกคนต่างรีบลุกขึ้นถวายพระพรองค์หญิง จินซินลอบมองฉินอันหนิงเล็กน้อย เพราะชาติที่แล้วนางไม่ได้เข้าเรียนที่สำนักศึกษาจึงไม่ได้พบเจอฉินอันหนิงที่นี่ แต่ได้พบกันหลังจากที่นางเข้าวังหลวงไปเป็นพระสนมแล้วเมื่อมีองค์หญิงมาร่วมเรียนด้วย แน่นอนว่าการเรียนวันนี้จึงค่อนข้างพิเศษมาก เหล่าคุณหนูคนอื่นๆ ต่างพากันกระตือรือร้น บางคนถึงขนาดพยายามประจบประแจงทำดีกับฉินอันหนิงเพราะอยากจะได้รับเลือกให้เข้าไปร่วมเรียนในวังเป็นพระสหาย แต่จินซินกลับไม่สนใจเลยแม้แต่น้อยในสมองของนางตอนนี้มีแต่เรื่องของหยางซานไม่นานก็หมดเวลาเรียน

  • ชาตินี้นางร้ายเช่นข้าจะขอขีดเส้นด้ายวาสนาด้วยตนเอง   บทที่ 16 พู่หยก

    เมื่อกินมื้อเย็นอิ่มแล้ว จินซินก็แวะมาดูหยางซานต่อทันที เมื่อเห็นว่าเขากำลังนอนหลับอยู่นางจึงไม่อยากจะรบกวน เพียงกำชับให้คนดูแลเขาให้ดี จากนั้นหญิงสาวก็กลับมายังเรือนพักของตน หลังจากจัดการผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าอาภรณ์เรียบร้อยแล้ว นางก็สั่งให้อาซีและอาหลิงไปช่วยกันยกหีบสมบัติออกมาที่กลางห้องอาซีและอาหลิงแม้จะสงสัยแต่ก็ไม่กล้าเอ่ยถามอะไรให้มากความ เพียงขมีขมันทำตามที่เจ้านายสั่ง เมื่อสาวใช้ทั้งสองนำหีบสมบัติมาวางเอาไว้แล้ว หญิงสาวจึงเปิดหีบสำรวจดูสมบัติแต่ละชิ้นอย่างพิจารณาสมบัติที่เก็บไว้มีอยู่มาก ต่อให้นางไม่ทำงานทำการก็ยังมีกินมีใช้ตลอดชาติ น่าเสียดายที่ชาติก่อนนางไม่รู้จักคุณค่าของทรัพย์สินเงินทองเหล่านี้นางจัดการรื้อค้นข้าวของทุกอย่างออกมาดูทีละชิ้น นอกจากตั๋วเงินและก้อนเงินแล้วยังมีเครื่องประดับราคาแพงอีกมากมาย นอกจากนี้ยังมีเครื่องประดับจำพวกปิ่นเงินรวมอยู่ด้วย นางคิดว่าจะมอบปิ่นเงินเหล่านี้ให้สาวใช้เพราะตนเองก็ไม่ได้ใช้จึงไม่อยากเก็บเอาไว้ให้ฝุ่นจับจินซินจัดการข้าวของอยู่เป็นนาน ในที่สุดนางก็เจอของที่ต้องการเสียที หญิงสาวยื่นมือไปหยิบกล่องใบหนึ่งขึ้นมาเปิดออก ในนั้นมีพู่หยกชิ้น

  • ชาตินี้นางร้ายเช่นข้าจะขอขีดเส้นด้ายวาสนาด้วยตนเอง   บทที่ 15-2 ตายแล้ว

    เมื่อคิดได้เช่นนั้นชายหนุ่มก็อดที่จะยิ้มออกมามิได้ ความจริงหยางซานก็ไม่เลว ถึงจะเป็นบ่าวแต่ก็มีความสามารถอยู่ไม่น้อยเลย มิสู้รอให้หยางซานหายดีแล้วเขาค่อยเอ่ยปากขอตัวคนผู้นี้มาจากจินซินให้เข้ามาฝึกในค่ายทหารดีหรือไม่ หากเขาทำความดีความชอบจนได้เลื่อนขั้น เช่นนี้ยามที่ตกลงปลงใจกับจินซินจะได้เหมาะสมกันมากขึ้นเยี่ยมไปเลย เช่นนี้นับว่าดี!ด้านจินซินเมื่อพาหยางซานมานอนที่เรือนแล้ว นางก็อยู่เฝ้าเขา คอยดูชายหนุ่มกินอาหารและยาอย่างเคร่งครัด หยางซานดีใจมาก เพียงแค่นางใส่ใจเขาเช่นนี้ก็ทำให้เขามีแรงจะต่อสู้กับอาการบาดเจ็บแล้วแม้เบื้องหน้าจะยิ้มให้นางอย่างอ่อนโยน แต่ภายในใจของเขากลับครุ่นคิดถึงเรื่องต่างๆ มากมาย นักฆ่าที่ปรากฏตัววันนี้ไม่ธรรมดา เป็นไปได้ถึงสิบส่วนว่าจะเป็นฝีมือของฉินหงเย่ ทว่าท่วงท่าการต่อสู้กลับเหมือนพวกทหารในวังหลวง ชาติก่อนตอนที่เขาเป็นขันทีก็ได้เห็นมาบ้างว่ายามทหารพวกนั้นฝึกฝนเป็นเช่นไร เขายังแอบลอบจดจำท่าทางมาฝึกฝนในยามว่างด้วยซ้ำไม่คิดว่าฉินหงเย่จะชิงลงมือรวดเร็วเช่นนี้ ชาติก่อนนั้นเขาไม่ได้กระทำการอย่างโจ่งแจ้งเช่นนี้มิใช่หรือยิ่งคิดเขาก็ยิ่งเกิดความสงสัย เรื่องนักฆ่าก็อ

  • ชาตินี้นางร้ายเช่นข้าจะขอขีดเส้นด้ายวาสนาด้วยตนเอง   บทที่ 15-1 ตายแล้ว

    เมื่อรถม้ามาจอดที่ด้านหน้าจวนตระกูลลู่ จินซินก็กระโดดลงมาจากรถม้าโดยไม่ต้องรอให้ผู้ใดมาช่วยประคอง หญิงสาววิ่งเข้ามาในจวนอย่างรวดเร็ว เมื่อมาถึงก็พบกับอาซีและอาหลิงที่กำลังยืนรอนางอยู่ยามนี้สาวใช้ทั้งสองดวงตาแดงก่ำคล้ายกับเพิ่งผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก"คุณหนู!"“เกิดเรื่องอะไรขึ้น"นางส่งห่อเครื่องเขียนและห่อขนมให้กับสาวใช้พลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงร้อนรน อาซียกมือขึ้นเช็ดน้ำตาแล้วจึงตอบด้วยน้ำเสียงเจือสะอื้น"พี่อาซานเจ้าค่ะ พี่อาซานตายแล้ว""เจ้าว่าอะไรนะ!"จินซินที่ได้ยินก็รู้สึกราวกับว่าเลือดในกายวูบวาบจนยืนไม่อยู่ อาซีกับอาหลิงที่เห็นจึงรีบเข้ามาประคองนางเอาไว้"พาข้าไปหาอาซานเดี๋ยวนี้ พาข้าไปสิ!"นางบอกด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ในลำคอแห้งผากไปหมด อาซีและอาหลิงรีบพาเจ้านายไปที่ห้องของหยางซานทันที เมื่อมาถึงก็พบลู่จื่อเซวียนที่กำลังเดินวนไปวนมาอยู่ที่หน้าห้องของหยางซาน บนศีรษะของเขามีผ้าสีขาวพันเอาไว้อีกทั้งยังมีโลหิตไหลซึมออกมาอีกด้วย"ลูกพี่ลู่!"ลู่จื่อเซวียนหันขวับมาทันที เมื่อเห็นว่าเป็นจินซินแววตาของเขาก็ฉายแววรู้สึกผิดขึ้นมา ชายหนุ่มยังไม่ทันได้กล่าวสิ่งใด หญิงสาวก็พุ่งเข้ามาจับแข

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status