Share

บทที่ 4-1 บ่าวชั่ว

last update Last Updated: 2026-02-19 14:38:13

จินซินกลับมาถึงเรือนนอนก็หลับเป็นตาย ตื่นมาอีกทีก็รู้สึกดีขึ้นมาก แม้จะเวียนหัวนิดหน่อยแต่อาการสั่นหายไปแล้ว แต่เมื่อคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นนางก็อายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี ลู่จื่อเซวียนเห็นด้านมืดของนางเพิ่มอีกแล้ว

หญิงสาวเม้มริมปีปากแน่น พร้อมกับท่องเอาไว้ในใจว่านับแต่นี้นางจะต้องเลิกดื่มสุราให้จงได้

เมื่อคิดตกแล้วนางก็สบายใจขึ้นมาก นั่งพักต่ออีกครู่หนึ่งจึงสั่งให้อาซีและอาหลิงไปทำน้ำแกงสร่างเมามาให้นางดื่มสักถ้วย

หลังจากที่พูดคุยเรื่องถอนหมั้นกับลู่จื่อเซวียนเรียบร้อยแล้ว จินซินก็รู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก วันเวลานับแต่นี้ของนางย่อมดีขึ้นมาก อีกทั้งนางยังใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ด้วยการศึกษาสมุนไพรต่างๆ

ตระกูลจินเป็นตระกูลคหบดีก็จริง แต่บิดาของนางก็มีความรู้เรื่องสมุนไพรอยู่ไม่น้อย เขาจับมือสอนนางทุกอย่างแต่ยามนั้นนางฟังหูซ้ายทะลุหูขวา โชคดีที่ยังพอจะจำในสิ่งที่ท่านพ่อเคยสอนได้อยู่บ้าง นางจึงเริ่มเรียนรู้สิ่งเหล่านี้ด้วยตนเองใหม่อีกครั้ง

หมดเวลาไปครึ่งค่อนวันในที่สุดนางก็ทำถุงหอมจินกู่ออกมาได้สองถุง และนำไปมอบให้ลู่โหวและโหวฮูหยิน อีกทั้งยังบอกว่าถุงหอมนี้ช่วยทำให้บรรเทาอาการหน้ามืดวิงเวียนศีรษะในผู้สูงอายุได้ดีและยังช่วยลดอาการปวดเมื่อยตามร่างกายได้อีกด้วย โหวฮูหยินค่อนข้างประหลาดใจอยู่ในที แต่ถึงกระนั้นก็ยังเอ่ยชมจินซินไม่หยุด ลู่โหวก็ชื่นชมนางเช่นกัน จะมีก็แต่ลู่จื่อเซวียนที่ยังไม่เชื่อว่านางจะเป็นคนดีได้

วันเวลาก็ผ่านไปเช่นนี้ ในที่สุดหยางซานและพ่อบ้านอวี๋ก็เดินทางกลับมาถึงเมืองหลวงเสียที

ก่อหน้านี้นางวานให้หยางซานไปจัดการเรื่องขายร้านค้าให้เจ้าของคนใหม่ เพราะนางย้ายมาอยู่เมืองหลวงแล้ว จะให้เดินทางไปกลับก็คงไม่สะดวกเท่าใดนัก นางจึงคิดจะขายร้านค้าทิ้งเสีย ยามนั้นนางคิดเพียงว่าขายทิ้งไปเสียและเอาเงินมาใช้ และยังจะทยอยขายร้านต่างๆ ในเมืองหลวงทิ้งด้วย ด้วยคิดว่าอีกไม่นานนางก็จะแต่งกับลู่จื่อเซวียนแล้ว จะออกไปค้าขายให้ลำบากทำไมกัน มิสู้นั่งเป็นฮูหยินท่านโหวให้สบายใจไม่ดีกว่าหรือ

ทว่าเวลานี้นางเปลี่ยนความคิดแล้ว ร้านที่บ้านเดิมขายแล้วก็แล้วไป แต่ว่าร้านในเมืองหลวงนางไม่มีทางขายทิ้งเด็ดขาด

จินซินหยุดความคิดไว้ก่อนจะหันมามองดูหยางซานที่คุกเข่าอยู่เบื้องหน้าแล้วละสายตาหันไปมองพ่อบ้านอวี๋ พ่อบ้านอวี๋ที่เห็นว่านางมองมาก็ยิ้มประจบประแจง ก่อนจะยกเท้าเตะที่ไหล่ของหยางซานอย่างไม่พอใจ

"คุณหนูคงยังไม่รู้ ว่าบ่าวชั่วนี่สร้างเรื่องลำบากให้พวกเรามากเพียงใด เขาป่วยทำให้การเจรจาค้าขายไม่คืบหน้าไม่พอ ยังทำให้คุณหนูต้องจ่ายเงินถึงสองร้อยตำลึงเพื่อมารักษาเขาอีก ช่างสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ แต่คุณหนูไม่ต้องกังวลบ่าวได้สั่งสอนเขาไปแล้ว"

“สั่งสอนเช่นไร”

จินซินที่นั่งจิบชาอยู่เอ่ยถามพ่อบ้านอวี๋ด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย พ่อบ้านอวี๋ยิ้มเต็มใบหน้าพลางตอบด้วยน้ำเสียงประจบสอพลอ

“บ่าวตบหน้าเขาไปสองฉาด และยังให้เขาอดข้าวด้วยขอรับ”

จินซินที่ได้ฟังก็ยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม พ่อบ้านอวี๋ยิ่งได้ใจคิดจะร้องขอรางวัล แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยปาก จินซินก็เขวี้ยงจอกสุราเข้าใส่กลางหน้าผากของเขาเข้าเต็มแรงจนโลหิตไหลอาบหน้า เหล่าบ่าวไพร่ในเรือนที่ได้เห็นดังนั้นจึงรีบก้มหน้างุดไม่กล้าส่งเสียงอุทานออกมา

พ่อบ้านอวี๋ที่ไม่รู้ว่าตนเองทำสิ่งใดผิดจึงกล่าววาจาตัดพ้อทันที

"คุณหนู บ่าวทำผิดเรื่องใดกันท่านจึงทำร้ายบ่าวเช่นนี้ บ่าวรับใช้คุณหนูมาตั้งนาน อีกทั้งยังเป็นคนเก่าแก่ของบิดาท่าน!"

เหอะ ยกบุญคุณมาอ้างอีกหรือ

จินซินยกยิ้มมุมปาก พร้อมกับจ้องพ่อบ้านอวี๋เขม็ง ตาแก่ชั่วนี่ชาติก่อนลักเล็กขโมยน้อยเอาของๆ นางไปขายนางเองก็คร้านจะถือสาเขา แต่ไม่คิดเลยว่าสันดานของเขาจะแก้ไม่หาย

"เจ้าทวงบุญคุณข้าหรือ หืม"

"บ่าวไม่กล้า!"

พ่อบ้านอวี๋รีบปฎิเสธเป็นพัลวัน อยู่ๆ เขาก็รู้สึกเย็นสันหลังวาบเข้ามา จินซินละสายตาจากพ่อบ้านอวี๋ก่อนจะหันมาเอ่ยกับหยางซานว่า

"อาซาน รู้เห็นสิ่งใดก็พูดมาเถอะ"

พ่อบ้านอวี๋หันขวับมามองหยางซานทันที หยางซานฉีกยิ้มให้พ่อบ้านอวี๋ แล้วจึงหันมาตอบคำถามของจินซิน

"เรียนคุณหนู พ่อบ้านอวี๋มีใจละโมบชั่วช้า เขาแอบโกงเงินขายร้านค้าของคุณหนูไปขอรับ รายได้แต่ละเดือนที่ผ่านมาก็ล้วนมีพิรุธ นี่คือสมุดบัญชีที่บ่าวลักลอบนำออกมาได้ ขอคุณหนูโปรดตรวจสอบ"

หยางซานล้วงหยิบสมุดบัญชีส่งมาตรงหน้าจินซิน นางรับมาเปิดอ่านทีละหน้าอย่างตั้งอกตั้งใจ พ่อบ้านอวี๋ตัวสั่นสะท้านแข้งขาอ่อนไปหมด หลังจากคุณหนูมาอยู่เมืองหลวง เขาที่เป็นพ่อบ้านก็ได้รับหน้าที่ให้ดูแลจวนตระกูลจินและร้านค้าที่บ้านเดิม แต่ไหนแต่ไรคุณหนูไม่สนใจเรื่องพวกนี้เลย เขาจึงสามารถยักยอกเงินเข้าพกเข้าห่อได้อย่างสำราญใจ แต่ใครจะรู้เล่าว่าวันนี้จะถูกจับได้เสียแล้ว

เขาตวัดสายตามองหยางซานอย่างโกรธเคือง แต่หยางซานกลับมีสีหน้าเรียบเฉยไม่คิดจะมองเขาด้วยซ้ำ

จินซินตรวจสอบบัญชีเสร็จก็เหยียดยิ้ม ก่อนหน้านี้ในจดหมายที่พ่อบ้านอวี๋เขียนตอบกลับมาก็มีจดหมายลับของหยางซานแนบมาด้วย เนื้อหาในจดหมายบอกให้นางระวังพ่อบ้านอวี๋

จินซินครุ่นคิดชาติก่อนไม่เป็นเช่นนี้กว่านางจะรู้ตัวสมบัติก็หายไปไม่ใช่น้อยแล้ว แต่ครั้งนี้หยางซานกลับช่วยนางจับคนชั่ว

นางถอนหายใจยาวๆ ออกมาก่อนจะสั่งการลงไป

"ลากพ่อบ้านตู้ออกไป โบยให้หนัก แล้วส่งไปขายยังโรงค้าทาส”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ชาตินี้นางร้ายเช่นข้าจะขอขีดเส้นด้ายวาสนาด้วยตนเอง   บทที่ 18 บาดเจ็บ

    หยางซานเมื่อได้ยินว่าจินซินเกิดเรื่องเขาก็รีบวิ่งเข้าไปด้านในทันทีโดยไม่รอลู่จื่อเซวียน ชาติก่อนเขาไม่เคยมาที่นี่ จึงไม่รู้ว่าเรือนปัญญาหยกอยู่ที่ใด ทำได้เพียงถามคนในนั้น จนกระทั่งได้ทราบว่าจินซินถูกพาไปรักษาตัวยังเรือนรับรองของสำนักศึกษาเรียบร้อยแล้วแม้เขาจะร้อนใจมากเพียงใด แต่ก็ยังไม่ลืมว่าอย่างไรยามนี้ตนเองยังคงมีสถานะเป็นเพียงบ่าวย่อมไม่อาจเข้าไปหานางได้โดยพละการ อีกทั้งยามนี้องค์หญิงฉินอันหนิงก็อยู่ด้วย หากเขาทำเกินหน้าที่อาจจะยิ่งทำให้สถาณการณ์ยุ่งยากมากกว่าเดิมกับฉินอันหนิงนั้นเขาเคยเจอนางในชาติก่อนอยู่บ่อยครั้ง เรียกได้ว่านางคือศัตรูตัวฉกาจของจินซินเลยก็ว่าได้ชาตินี้มีเรื่องราวมากมายที่ต่างจากชาติก่อน จินซินได้เข้าเรียนและได้พบกับฉินอันหนิงที่นี่ซ้ำยังช่วยชีวิตฉินอันหนิงเอาไว้ ซึ่งเหตุการณ์นี้อยู่เหนือความคาดหมายของเขาไปมากลู่จื่อเซวียนเดินตามมาถึงเรือนรับรองพร้อมกับเจียงหว่านหรง ตลอดทางเจี่ยงหว่านหรงลอบสังเกตท่าทางของลู่จื่อเซวียนมาตลอดว่าห่วงใยจินซินมากเพียงใด และนางก็ต้องรู้สึกผิดหวังอยู่ในใจเพราะลู่จื่อเซวียนดูห่วงใยจินซินมากจริงๆ แต่ถึงอย่างนั้นนางก็ไม่คิดจะกล่าวโทษจิ

  • ชาตินี้นางร้ายเช่นข้าจะขอขีดเส้นด้ายวาสนาด้วยตนเอง   บทที่ 17-2 องค์หญิงเจ้าอารมณ์

    จินซินยังไม่ทันเอ่ยจบประโยค อยู่ๆ ฉินอันหนิงก็ฟาดฝ่ามือตบเข้ามาที่ใบหน้าของนางอย่างแรง จนคนถูกตบเจ็บร้าวไปทั้งแก้มซีกขวา"มาเดินชมดอกไม้กับข้า แต่ทำหน้าตาเหมือนไม่เต็มใจ เป็นแค่บุตรสาวคหบดีแต่ทำตัวไม่รู้จักกฎระเบียบ เจ้าไปเอาความกล้ามาจากที่ใดกัน อยากถูกลงโทษหรือ!"เจิ้งหลานที่เห็นเช่นนั้นก็อยากจะหัวเราะออกมาดังๆ แต่ต้องเก็บอาการเอาไว้ เจี่ยงหว่านหรงปรายตามองเจิ้งหลานแวบหนึ่ง ก่อนจะหันมาพูดกับฉินอันหนิง"ทูลองค์หญิง วันนี้พวกเรามาชมดอกไม้เพื่อความสุนกสนาน ขอองค์หญิงโปรดละเว้นนางสักครั้ง อย่าทรงกริ้วเลยเพคะ"ฉินอันหนิงหันมามองเจี่ยงหว่านหรง จำได้ว่านางคือบุตรตรีของราชครูเจี่ยง ฐานะสูงส่งไม่ธรรมดา"คุณหนูเจี่ยงช่างมีเมตตายิ่งนัก ถึงขนาดออกรับแทนนางเช่นนี้ แต่นางไม่รู้มรรยาท ข้าควรจะต้องสั่งสอนนางสักหน่อย"ฉินอันหนิงตอบเจี่ยงหว่านหรงอย่างไม่ใส่ใจ เจี่ยงหว่านหรงคิดจะออกหน้าอีกครั้ง แต่จินซินกลับส่ายหน้าให้นางเป็นเชิงห้ามปรามเพราะไม่อยากให้เจี่ยงหว่านหรงต้องพลอยฟ้าพลอยฝนเดือดร้อนไปด้วย เจี่ยงหว่านหรงกำมือแน่นพลางตวัดสายตาคมมองเจิ้งหลาน นางคิดในใจว่าเจิ้งหลานน่าจะพูดเป่าหูอะไรองค์หญิงเพราะเ

  • ชาตินี้นางร้ายเช่นข้าจะขอขีดเส้นด้ายวาสนาด้วยตนเอง   บทที่ 17-1 องค์หญิงเจ้าอารมณ์

    ด้านจินซินนั้นเมื่อออกจากจวนตระกูลลู่มาแล้วก็รีบมุ่งหน้าไปยังสำนักศึกษาไป๋กวนฮวาทันที ก่อนไปนางยังกำชับอาซีและอาหลิงว่าให้ดูแลหยางซานให้ดีๆเมื่อมาถึงสำนักศึกษาไป๋กวนฮวาแล้ว จินซินก็นั่งเรียนด้วยจิตใจที่ไม่ปกติเท่าใดนัก เพราะนางเป็นห่วงหยางซาน ด้านเจิ้งหลานก็ลอบชำเลืองมองจินซินเป็นระยะก่อนจะยกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ ด้านเจี่ยงหว่านหรงก็มองจินซินอยู่ห่างๆ ระยะนี้นางเริ่มจะรู้สึกดีกับจินซินอยู่บ้างวันนี้ที่สำนักศึกษาไป๋กวนฮวาคึกคักกว่าทุกวัน เพราะองค์หญิงฉินอันหนิงเสด็จมาร่วมเรียนด้วยทุกคนต่างรีบลุกขึ้นถวายพระพรองค์หญิง จินซินลอบมองฉินอันหนิงเล็กน้อย เพราะชาติที่แล้วนางไม่ได้เข้าเรียนที่สำนักศึกษาจึงไม่ได้พบเจอฉินอันหนิงที่นี่ แต่ได้พบกันหลังจากที่นางเข้าวังหลวงไปเป็นพระสนมแล้วเมื่อมีองค์หญิงมาร่วมเรียนด้วย แน่นอนว่าการเรียนวันนี้จึงค่อนข้างพิเศษมาก เหล่าคุณหนูคนอื่นๆ ต่างพากันกระตือรือร้น บางคนถึงขนาดพยายามประจบประแจงทำดีกับฉินอันหนิงเพราะอยากจะได้รับเลือกให้เข้าไปร่วมเรียนในวังเป็นพระสหาย แต่จินซินกลับไม่สนใจเลยแม้แต่น้อยในสมองของนางตอนนี้มีแต่เรื่องของหยางซานไม่นานก็หมดเวลาเรียน

  • ชาตินี้นางร้ายเช่นข้าจะขอขีดเส้นด้ายวาสนาด้วยตนเอง   บทที่ 16 พู่หยก

    เมื่อกินมื้อเย็นอิ่มแล้ว จินซินก็แวะมาดูหยางซานต่อทันที เมื่อเห็นว่าเขากำลังนอนหลับอยู่นางจึงไม่อยากจะรบกวน เพียงกำชับให้คนดูแลเขาให้ดี จากนั้นหญิงสาวก็กลับมายังเรือนพักของตน หลังจากจัดการผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าอาภรณ์เรียบร้อยแล้ว นางก็สั่งให้อาซีและอาหลิงไปช่วยกันยกหีบสมบัติออกมาที่กลางห้องอาซีและอาหลิงแม้จะสงสัยแต่ก็ไม่กล้าเอ่ยถามอะไรให้มากความ เพียงขมีขมันทำตามที่เจ้านายสั่ง เมื่อสาวใช้ทั้งสองนำหีบสมบัติมาวางเอาไว้แล้ว หญิงสาวจึงเปิดหีบสำรวจดูสมบัติแต่ละชิ้นอย่างพิจารณาสมบัติที่เก็บไว้มีอยู่มาก ต่อให้นางไม่ทำงานทำการก็ยังมีกินมีใช้ตลอดชาติ น่าเสียดายที่ชาติก่อนนางไม่รู้จักคุณค่าของทรัพย์สินเงินทองเหล่านี้นางจัดการรื้อค้นข้าวของทุกอย่างออกมาดูทีละชิ้น นอกจากตั๋วเงินและก้อนเงินแล้วยังมีเครื่องประดับราคาแพงอีกมากมาย นอกจากนี้ยังมีเครื่องประดับจำพวกปิ่นเงินรวมอยู่ด้วย นางคิดว่าจะมอบปิ่นเงินเหล่านี้ให้สาวใช้เพราะตนเองก็ไม่ได้ใช้จึงไม่อยากเก็บเอาไว้ให้ฝุ่นจับจินซินจัดการข้าวของอยู่เป็นนาน ในที่สุดนางก็เจอของที่ต้องการเสียที หญิงสาวยื่นมือไปหยิบกล่องใบหนึ่งขึ้นมาเปิดออก ในนั้นมีพู่หยกชิ้น

  • ชาตินี้นางร้ายเช่นข้าจะขอขีดเส้นด้ายวาสนาด้วยตนเอง   บทที่ 15-2 ตายแล้ว

    เมื่อคิดได้เช่นนั้นชายหนุ่มก็อดที่จะยิ้มออกมามิได้ ความจริงหยางซานก็ไม่เลว ถึงจะเป็นบ่าวแต่ก็มีความสามารถอยู่ไม่น้อยเลย มิสู้รอให้หยางซานหายดีแล้วเขาค่อยเอ่ยปากขอตัวคนผู้นี้มาจากจินซินให้เข้ามาฝึกในค่ายทหารดีหรือไม่ หากเขาทำความดีความชอบจนได้เลื่อนขั้น เช่นนี้ยามที่ตกลงปลงใจกับจินซินจะได้เหมาะสมกันมากขึ้นเยี่ยมไปเลย เช่นนี้นับว่าดี!ด้านจินซินเมื่อพาหยางซานมานอนที่เรือนแล้ว นางก็อยู่เฝ้าเขา คอยดูชายหนุ่มกินอาหารและยาอย่างเคร่งครัด หยางซานดีใจมาก เพียงแค่นางใส่ใจเขาเช่นนี้ก็ทำให้เขามีแรงจะต่อสู้กับอาการบาดเจ็บแล้วแม้เบื้องหน้าจะยิ้มให้นางอย่างอ่อนโยน แต่ภายในใจของเขากลับครุ่นคิดถึงเรื่องต่างๆ มากมาย นักฆ่าที่ปรากฏตัววันนี้ไม่ธรรมดา เป็นไปได้ถึงสิบส่วนว่าจะเป็นฝีมือของฉินหงเย่ ทว่าท่วงท่าการต่อสู้กลับเหมือนพวกทหารในวังหลวง ชาติก่อนตอนที่เขาเป็นขันทีก็ได้เห็นมาบ้างว่ายามทหารพวกนั้นฝึกฝนเป็นเช่นไร เขายังแอบลอบจดจำท่าทางมาฝึกฝนในยามว่างด้วยซ้ำไม่คิดว่าฉินหงเย่จะชิงลงมือรวดเร็วเช่นนี้ ชาติก่อนนั้นเขาไม่ได้กระทำการอย่างโจ่งแจ้งเช่นนี้มิใช่หรือยิ่งคิดเขาก็ยิ่งเกิดความสงสัย เรื่องนักฆ่าก็อ

  • ชาตินี้นางร้ายเช่นข้าจะขอขีดเส้นด้ายวาสนาด้วยตนเอง   บทที่ 15-1 ตายแล้ว

    เมื่อรถม้ามาจอดที่ด้านหน้าจวนตระกูลลู่ จินซินก็กระโดดลงมาจากรถม้าโดยไม่ต้องรอให้ผู้ใดมาช่วยประคอง หญิงสาววิ่งเข้ามาในจวนอย่างรวดเร็ว เมื่อมาถึงก็พบกับอาซีและอาหลิงที่กำลังยืนรอนางอยู่ยามนี้สาวใช้ทั้งสองดวงตาแดงก่ำคล้ายกับเพิ่งผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก"คุณหนู!"“เกิดเรื่องอะไรขึ้น"นางส่งห่อเครื่องเขียนและห่อขนมให้กับสาวใช้พลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงร้อนรน อาซียกมือขึ้นเช็ดน้ำตาแล้วจึงตอบด้วยน้ำเสียงเจือสะอื้น"พี่อาซานเจ้าค่ะ พี่อาซานตายแล้ว""เจ้าว่าอะไรนะ!"จินซินที่ได้ยินก็รู้สึกราวกับว่าเลือดในกายวูบวาบจนยืนไม่อยู่ อาซีกับอาหลิงที่เห็นจึงรีบเข้ามาประคองนางเอาไว้"พาข้าไปหาอาซานเดี๋ยวนี้ พาข้าไปสิ!"นางบอกด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ในลำคอแห้งผากไปหมด อาซีและอาหลิงรีบพาเจ้านายไปที่ห้องของหยางซานทันที เมื่อมาถึงก็พบลู่จื่อเซวียนที่กำลังเดินวนไปวนมาอยู่ที่หน้าห้องของหยางซาน บนศีรษะของเขามีผ้าสีขาวพันเอาไว้อีกทั้งยังมีโลหิตไหลซึมออกมาอีกด้วย"ลูกพี่ลู่!"ลู่จื่อเซวียนหันขวับมาทันที เมื่อเห็นว่าเป็นจินซินแววตาของเขาก็ฉายแววรู้สึกผิดขึ้นมา ชายหนุ่มยังไม่ทันได้กล่าวสิ่งใด หญิงสาวก็พุ่งเข้ามาจับแข

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status