แชร์

ตอนที่3

ผู้เขียน: คุณยายจิ้งจอก
last update วันที่เผยแพร่: 2026-05-16 12:23:03

ตอนที่ 3 ย้อนกลับมา

จวนเยี่ยนอ๋อง

ทั่วทั้งจวนคลาคล่ำด้วยผ้าแพรสีแดงสะบัดพลิ้วต้องแสงโคมไฟมงคล เสียงหัวร่อและเสียงพูดคุยของบรรดาขุนนางผู้ทรงเกียรติยังคงดังก้องในห้องโถงใหญ่อย่างคึกคัก

หากในเรือนหอเจ้าสาวกลับเงียบสงัดจนได้ยินเพียงเสียงลมยามราตรีพัดลอดเข้ามาต้องม่านบาง

ไป๋หลิงเซี่ยในอาภรณ์เจ้าสาวสีแดงนั่งอยู่บนเตียง เส้นผมดำขลับพลิ้วไหว นางพลันหลับตาลงครู่หนึ่ง ก่อนจะสะดุ้งลืมตาโพลง หอบหายใจแรง สายตาคมทอดมองพาพเบื้องหน้าด้วยความงุนงงและสับสน

“เหตุใด… ข้าถึงมาอยู่ที่นี่?”

เสียงเอื้อนเอ่ยของนางเต็มไปด้วยความสงสัย นางไม่ใช่ตายไปแล้วหรือแล้วเหตุใด…

เพียงเสี้ยวนาทีภาพเหตุการณ์ทุกอย่างพลันไหลย้อนกลับมายังวันที่นางเพิ่งแต่งเข้าสู่จวนอ๋อง

“วันนี้… วันที่ข้าแต่งเข้าจวนอ๋อง”

“เซี่ยเซี่ย!… เซี่ยเซี่ย!”

เสียงเรียกอันคุ้นเคยดังขึ้น มือใหญ่ที่กำลังกุมมือนางอยู่บีบแน่นขึ้นอย่างเป็นห่วง

ไป๋หลิงเซี่ยหันไปสบตาเขา บุรุษที่นั่งเคียงข้าง สายตานางสบเข้ากับสายตาของหลี่หรงอี้ที่กำลังจ้องนางอยู่

ทันทีที่เห็นใบหน้าของหลี่หรงอี้ ความโกรธพลันแล่นขึ้นเต็มอก มิอาจอดกลั้นได้อีก มือบางตวัดฟาดลงบนใบหน้าคมของเขาเต็มแรง

เพี๊ยะ!!

หลี่หรงอี้หันไปตามแรงตบ เขายกมือขึ้นกุมใบหน้าด้วยความเจ็บปวดและงุนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ไป๋หลิงเซี่ยกำมือแน่น พลันนึกถึงภาพเลวร้ายในชาติก่อนที่เขาฆ่านางกับพี่ชายของนางอย่างไร้เยื่อใย ริมฝีปากแดงเม้มแน่น ดวงตานางเต็มไปด้วยความแค้น

หลี่หรงอี้หันมาสบตานางด้วยความฉงน เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบแฝงไปด้วยความประหลาดใจ

“เซี่ยเซี่ย… เจ้า…”

ไป๋หลิงเซี่ยไม่เอื้อนเอ่ยคำใด ในใจเต็มไปด้วยความคับแค้น เพียงอึดใจ มือเล็กก็หยิบเข็มเงินออกจากปักผม แสงเย็นวาบสะท้อนแสงโคมแดงในห้องหอ

“ชาติภพนี้ข้าจักไม่ขอเป็นสตรีโง่งมอีก”

เสียงในใจนางดังก้อง สายตาคมกริบของนางวาววับ มือเรียวตรงเข้าปักเข็มไปยังจุด จิ่วเว่ย (บริเวณไหล่ซ้ายของเขา ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่ใช้สะกดลมหายใจให้สลบในพริบตา) โดยที่เขาไม่ทันได้ตั้งตัว

“อึก-!”

หลี่หรงอี้เบิกตากว้าง ร่างสูงใหญ่สะท้านเฮือก ก่อนทรุดฮวบลงกับพื้นทันใด ดวงตาคมทอดมองนางด้วยความสับสนและไม่เข้าใจก่อนจะหมดสติไป

ไป๋หลิงเซี่ยจ้องมองร่างของเขาที่ล้มลง นางกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อโลหิตซึม ริมฝีปากสั่นระริก เอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่น

“รั่วอี้ รั่วอี้!”

สิ้นเสียง ประตูห้องหอก็ถูกเปิดออกจากด้านนอก พร้อมปรากฏร่างบางของสาวใช้คนสนิทรั่วอี้

รั่วอี้ก้าวพ้นขอบประตู หันมาพบกับร่างที่นอนแน่นิ่งของหลี่หรงอี้ นางเบิกตากว้างด้วยความตกใจอุทานออกมาเสียงสั่น

“คุณหนู!”

เสียงร้อนรนของ รั่วอี้ สาวใช้คนสนิทดังขึ้น นางรีบผลักบานประตูให้ปิดลงทันทีแล้ววิ่งเข้ามาด้วยสีหน้าตกตะลึง

“คุณหนู… องค์ชายเขา…”

ไป๋หลิงเซี่ยเอ่ยขึ้นทันที ด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“ไม่ตายหรอก… เพียงแต่สลบไปเท่านั้น”

ว่าจบ นางก็ก้าวไปนั่งยังโต๊ะกลางห้อง มือบางรินน้ำชาลงถ้วยชาใบเล็ก ยกขึ้นจิบดับอารมณ์อาฆาตแค้นเมื่อครู่

รั่วอี้ยังคงร้อนรนไม่หาย เอ่ยขึ้นด้วยความหวาดหวั่น

“คุณหนู เช่นนี้หากมีผู้ใดมาเห็นเข้า… เราจะทำเช่นไรดีเจ้าคะ”

ไป๋หลิงเซี่ยวางถ้วยน้ำชาลง เสียงของนางเรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยความขุ่นเคือง

“ไอ้สารเลวนั่น… มาทำอันใดในห้องหอของข้า!”

นางเอื้อมมือรินชาอีกครั้ง ยกขึ้นดื่มโดยไม่หันกลับไปมองร่างบนพื้น

รั่วอี้ที่ยืนอยู่ข้างกายนางลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะโน้มกายเข้ากระซิบข้างหูของ ไป๋หลิงเซี่ย

“…ก็คุณหนูเองที่นัดองค์ชายห้ามา… เพื่อจะมอบความบริสุทธิ์ให้เขาก่อนจะเข้าห้องหอไม่ใช่หรือเจ้าคะ…”

ไป๋หลิงเซี่ยได้ฟังถึงกับชะงัก ดวงตาเบิกกว้าง นางพลันหวนคิดย้อนกลับ ใช่แล้วชาติก่อนเพราะหลังจากเขาช่วยชีวิตนางจากกองเพลิง จากนั้นนางก็ตั้งมั่นว่าจะตอบแทนเขาด้วยการเป็นชายาของเขาเพียงผู้เดียว และสนับสนุนเขาในทุกทาง แต่ในเมื่อนางต้องแต่งงานตามสมรสพระราชทานจึงคิดอยากจะมอบร่างกายให้เขาก่อนบุรุษอื่น แต่เขากลับปฏิเสธด้วยถ้อยคำหวาน นางยังหลงคิดว่าเขานั้นรักนางอย่างจริงใจ และเพื่อช่วยเขาขึ้นเป็นรัชทายาท นางจึงอยู่ในจวนอ๋องเพื่อสืบข่าวให้เขารู้ทุกความเคลื่อนไหวของเยี่ยนอ๋อง

แต่ในเมื่อชาตินี้นางได้ย้อนกลับมาอีกครั้ง นางจะไม่ทำผิดต่อบุรุษที่รักนางจากใจจริงอีก…

ไป๋หลิงเซี่ยหรี่ตาลงเล็กน้อย ก่อนวางถ้วยชาลงพลางเอ่ยเสียงเรียบ

“เอาไปทิ้งไว้ประตูหลัง…”

นางเอื้อมมือรินชาใหม่ พลางยกขึ้นจิบอย่างไม่ได้ใส่ใจนัก

“เจ้าค่ะ”

รั่วอี้ค้อมศีรษะรับคำ

ไป๋หลิงเซี่ยปรายตาไปยังร่างของหลี่หรงอี้ซึ่งหมดสติอยู่กับพื้น ใบหน้างามของนางปรากฏแววตาเย็นชาไร้ซึ่งความเวทนา

“ชาตินี้… ท่านอย่าได้หวังหลอกใช้ข้าอีก คนสารเลวเช่นท่านไม่คู่ควรกับความรักของข้า”

สิ้นคำ นางยกถ้วยชาใบเล็กขึ้นแตะริมฝีปาก จิบเบา ๆ รสขมอุ่นไหลอ่านลำคอ เสียงสายลมยามราตรีแผ่วผ่านหน้าต่าง ต้องชายผมดำขลับของนางพลิ้วไหว

……

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ชาติภพนี้ข้าจักไม่ยอมเป็นสตรีโง่งม   ตอนที่23

    ตอนที่ 23หลี่หรงอี้กระโจมใหญ่ของเยี่ยนอ๋องภายในเงียบสงัด มีเพียงเสียงลมพัดผืนผ้าใบกระโจมดังแผ่วเบา กลิ่นยาสมุนไพรรอยอบอวลหมอหลวงลอบถอนหายใจ ก่อนก้าวถอยออกห่างจากร่างอันไร้สติของไป๋หลิงเซี่ย ใบหน้าซีดขาวประหนึ่งไร้โลหิต เยี่ยนอ๋องก้าวเข้ามานั่งแนบข้าง กวาดตามองด้วยดวงตาร้อนรุ่มไม่ต่างจากเพลิงสุม“นางเป็นอย่างไรบ้าง ท่านหมอ”เสียงทุ้มต่ำกังวานสั่นสะเทือนหมอหลวงประสานมือโค้งกาย เอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม“พระชายาถูกพิษ หยิงหยางหู่ พิษนี้เป็นพิษเก่าแก่ที่มีถิ่นกำเนิดในแดนทุ่งหญ้า ตอนนี้กระหม่อมได้แต่เพียงให้ยาสกัดชั่วคราวเท่านั้น และยังต้องกลับไปศึกษาตำราเพื่อปรุงยาถอนพิษ พ่ะย่ะค่ะ”เยี่ยนอ๋องกำมือแน่น เส้นเลือดปูดพาดหลังมือ พลันพยักหน้าช้า ๆ“เช่นนั้น กระหม่อมขอตัวไปศึกษาตำราเพิ่มเพื่อปรุงยาถอนพิษก่อน พ่ะย่ะค่ะ”“อืม”เยี่ยนอ๋องตอบเพียงสั้น ๆ มิได้เหลียวมอง หากยังตรึงสายตาไว้บนร่างที่นอนแน่นิ่งหลังจากได้คำตอบ หมอหลวงถอยกายออกจากกระโจมทันทีเยี่ยนอ๋องค่อย ๆ เอื้อมมือใหญ่แตะแก้มขาวซีดของนาง ริมฝีปากหยักเอื้อนเอ่ยแผ่วพร่า“เจ้าจะต้องฟื้น…”ดวงตาคมเข้มวาววับด้วยความเจ็บปวดใจ….สองวันต่อ

  • ชาติภพนี้ข้าจักไม่ยอมเป็นสตรีโง่งม   ตอนที่22

    ตอนที่22กรรมสนองลานพักกลางหุบเขาหลินซุนแสงอัสดงทอดผ่านแนวยอดไม้ลงมาตกกระทบพื้นหญ้า ภายในลานกว้างกลางหุบเขาที่ถูกจัดเป็นแห่งพักอาศัยสำหรับงานล่าสัตว์ประจำปี ผู้คนภายในลานกว้างวุ่นวายมิรู้หยุด เสียงฝีเท้าและเสียงสั่งการดังระงมไปทั่วซูกุ้ยเฟยก้าวออกมาพร้อมขันทีข้างกาย สายตาคมทอดมองไปยังความโกลาหลหน้ากระโจมใหญ่ของเยี่ยนอ๋อง ริมฝีปากเผยรอยยิ้มบาง แววตาฉายความพึงพอใจอย่างชัดเจนไม่นาน องค์รัชทายาทน้อยเสด็จมาพร้อมขันทีประจำกาย ครั้นก้าวผ่านหน้าพระสนมซูกุ้ยเฟย พระนางก็รีบปรับสีหน้าย่อกายลงอย่างนอบน้อมถวายคำนับ“องค์รัชทายาท”องค์รัชทายาทหยุดฝีเท้าเล็กน้อย ดวงเนตรทอดมองนาง เอื้อนเอ่ยด้วยสุรเสียงเรียบ“สนมซู พี่ห้ากลับมาหรือยัง”ซูกุ้ยเฟยยกยิ้มบาง แววตาอ่อนโยน ปรากฏท่าทีอ่อนน้อม ส่ายหน้าช้า ๆ“ยังเพคะ คาดว่าคงกำลังล่าสัตว์อยู่ รายนั้นเขาโปรดปรานนักในการล่าสัตว์ใหญ่ จึงอาจช้าหน่อยเพคะ”รัชทายาทน้อยพยักพระพักตร์เบา ๆ ริมพระโอษฐ์คลี่ยิ้มบาง“อืม… พี่ห้าเก่งกาจ เขาต้องล่าหมีป่ากลับมาได้แน่”ถ้อยคำนั้นทำให้ซูกุ้ยเฟยถึงกับขมวดคิ้วเอ่ยถามด้วยความฉงน“หมีป่าหรือเพคะ”รัชทายาทเผยรอยยิ้มสดใส“ใช่ ข้าพ

  • ชาติภพนี้ข้าจักไม่ยอมเป็นสตรีโง่งม   ตอนที่21

    ตอนที่21มือสังหารแสงแดดสาดส่องลงมากระทบร่างกวางน้อยตัวหนึ่ง ร่างเล็กพลันวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางเสียงใบไม้กระทบกันเบา ๆทันใดนั้น เสียงลูกธนูแหวกอากาศพุ่งตรงเข้ามาอย่างฉับพลัน“มีมือสังหาร! คุ้มกันองค์รัชทายาท”เสียงเข้มของเยี่ยนอ๋องดังสะท้อนก้องไปทั่วป่า แววตาคมกริบฉายความเย็นยะเยือก กวาดมองรอบด้านอย่างระแวดระวังไป๋หลิงเซี่ยรีบวิ่งหลบหลังต้นไม้ใหญ่ ขณะเดียวกัน ไป๋จื่อหานคว้าข้อมือเล็กขององค์รัชทายาทน้อยวิ่งเข้ามาหานาง ก่อนยืนคุ้มกันทั้งสองไว้เสียงฝีเท้าพุ่งพรวด มือสังหารในชุดดำราวสิบร่างโถมออกมาจากเงาไม้ คมอาวุธวาววับในแสงแดด เหล่าทหารองครักษ์ไม่รอช้า ต่างชักดาบขึ้นปะทะ เสียงเหล็กกระทบกันดังสะท้านเยี่ยนอ๋องพลิกกายวิ่งไว ชักกระบี่ตรงเข้าฟาดฟัน มือสังหารล้มลงพร้อมเสียงครวญครางภายในเพียงชั่วอึดใจ“ถอย! รีบถอย!!”เงาร่างดำผู้หนึ่งส่งเรียกเข้ม ก่อนร่างในชุดดำที่ยังเหลืออยู่ผละออกหายวับไปในเงาไม้ใหญ่เยี่ยนอ๋องทอดสายคมมองตามเงาหลังของมือสังหาร ก่อนจะหมุนกายก้าวมาหยุดยืนตรงหน้าองค์รัชทายาทน้อย เปล่งเสียงหนักแน่น“องค์รัชทายาท พ่ะย่ะค่ะ ขณะนี้มิอาจประมาทต้องเสด็จกลับเดี๋ยวนี้”องค์

  • ชาติภพนี้ข้าจักไม่ยอมเป็นสตรีโง่งม   ตอนที่20

    ตอนที่ 20งานล่าสัตว์ณ หุบเขาหลินซุนงานล่าสัตว์ประจำปีกลางลานกว้าง ฮ่องเต้และฮองเฮาเสด็จขึ้นประทับพระที่นั่งอย่างสง่างาม เหล่าบรรดาขุนนางและเชื้อพระวงศ์ต่างประสานมือโค้งกายต่ำอย่างนอบน้อมเมื่อทุกผู้คนนั่งลงหมด ขันทีอาวุโสผู้หนึ่งก็ก้าวออกมากลางลานกว้าง ก่อนจะเอ่ยเสียงนุ่ม“บัดนี้ได้เวลาแล้ว เชิญทุกท่านเข้าร่วมการล่าสัตว์ประจำปีได้ ณบัดนี้ โดยจะใช้เวลาหนึ่งก้านธูป”สิ้นเสียงขันที เสียงโห่ร้องปรบมือ และเสียงหัวเราะก็พลันดังก้องทั่วลานกลางหุบเขา เหล่าขุนนางและบรรดาอ๋อง องค์ชายทั้งหลายลุกขึ้นประสานมือโค้งคำนับ ก่อนจะทยอยเคลื่อนตัวออกไปตามเส้นทางป่า เตรียมพร้อมสำหรับการล่าสัตว์ไป๋หลิงเซี่ยนั่งเคียงข้างเยี่ยนอ๋อง มือเรียวยกถ้วยน้ำชาขึ้นจิบ แต่ในแววตากลับเต็มไปด้วยความครุ่นคิด เพราะชาติที่แล้ว นางจำได้ชัดเจนว่า เยี่ยนอ๋องกับพี่ชายนางหาได้ออกไปล่าสัตว์ หากแต่เพราะองค์รัชทายาทน้อยวัยเพียงสิบสองขวบดื้อรั้นขอออกไป ฝ่าบาทจึงโปรดให้ทั้งสองติดตามไปคุ้มครองไม่นาน สายตาของนางก็พลันสะดุดเข้ากับ ซูกุ้ยเฟยที่ลุกขึ้นจากแท่นประทับ“ท่านอ๋องเพคะ หม่อมฉันขอตัวสักครู่”ไป๋หลิงเซี่ยเอ่ยพลางก้าวลุกขึ้น เย

  • ชาติภพนี้ข้าจักไม่ยอมเป็นสตรีโง่งม   ตอนที่19

    ตอนที่ 19ซูกุ้ยเฟยวังหลวงตำหนักซูกุ้ยเฟยภายในตำหนักที่เงียบสงัด แสงอ่อนยามบ่ายเลื่อนผ่านกระดานหน้าต่าง กลิ่นชาหอมกรุ่นล่องอยู่ในห้อง ซูกุ้ยเฟยนั่งประทับอยู่เบื้องหน้าโต๊ะ กำถ้วยชาใบเล็กในมืออย่างสงบนิ่ง เคียงข้างนางมีขันทีประจำกายยืนอยู่ไม่ห่างครู่ต่อมา องครักษ์ในอาภรณ์สีดำก้าวเข้ามาด้านในอย่างรวดเร็ว ก่อนจะมาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าพระนาง เขายกมือขึ้นประสานแน่นโค้งกายอย่างนอบน้อมซูกุ้ยเฟยละสายตาจากถ้วยชาเงยหน้าขึ้นสบตาองครักษ์ พลางวางถ้วยลงเอ่ยด้วยเสียงเรียบ“สำเร็จหรือไม่”องครักษ์ก้มหน้า แล้วส่ายหน้าเป็นคำตอบ ก่อนจะเอ่ยขึ้นเสริม“เยี่ยนอ๋องเข้ามาแทรก ส่วนอันตัลฮวาทำไม่สำเร็จนางถูกเล่นงานเสียเอง ฆ่าคนกลางหอหมิงเยว่ ตอนนี้เยี่ยนอ๋อง มอบหมายให้องค์ชายห้าสอบสวนแล้วพ่ะย่ะค่ะ”ซูกุ้ยเฟยนิ่วพระพักตร์ ถอนหายใจเงียบ ๆ ก่อนจะพยักหน้ารับเบา ๆ มือเรียวยกถ้วยน้ำชาใบเล็กขึ้นจิบช้า ๆ ก่อนจะวางลงอีกครั้ง น้ำเสียงเย็นยะเยือก“กำจัดให้สิ้น อย่าให้เกี่ยวพันมาถึงข้า”องครักษ์ประสานมือแน่นค้อมกาย ตอบด้วยความนอบน้อม“พ่ะย่ะค่ะ”แล้วหมุนกายก้าวจากไปทันที ซูกุ้ยเฟยยังคงมองตามแผ่นหลังนั้นด้วยแววตาเย็นชา

  • ชาติภพนี้ข้าจักไม่ยอมเป็นสตรีโง่งม   ตอนที่18

    ตอนที่ 18 ลงโทษทันใดนั้น…ในหอหมิงเยว่ เสียงฝีเท้าทหารองครักษ์ดังขึ้นสลับสะท้อนทั่วทั้งโถง พวกเขาเข้าควบคุมสถานการณ์ ไล่แขกเหรื่อออกอย่างเร่งรีบ เหล่าบุรุษหญิงสาวที่เคยโกลาหลต่างถูกผลักดันออกไปจนหมด บรรยากาศพลันอึดอัดด้วยอำนาจและแล้วร่างสูงสง่าก็ปรากฏขึ้น เยี่ยนอ๋องในอาภรณ์ดำปักทอง ก้าวเข้ามาพร้อมองครักษ์สองนาย ตามหลังด้วยขันทีและนางกำนัลผู้หนึ่งเยี่ยนอ๋องก็ก้าวเข้ามาเคียงข้างไป๋หลิงเซี่ย กายสูงใหญ่มั่นคง สายตาคมกริบทอดมองหลี่หรงอี้เพียงชั่วครู่ ก่อนหันไปยังอัลตันฮวาที่นั่งสิ้นท่าอยู่เบื้องล่าง เสียงเรียบเย็นดังขึ้น“คุมตัวนางไปสอบสวน”หลี่หรงอี้รีบยกมือประสานเอ่ยเสียงนอบน้อม“พี่รอง เรื่องนี้… คือ…”เยี่ยนอ๋องเหลือบตามองพระชายาครู่หนึ่ง แล้วเอ่ยชัดถ้อยชัดคำ“วันนี้ ข้าได้ยินว่า ซูกุ้ยเฟยเรียกพบชายาของข้า แต่กลับไร้ร่องรอยนาง ภายหลัง รั่วอี้มาแจ้งว่านางถูกลักพาตัวมาที่นี่ โดยขันทีกับนางกำนัลสองคน ตอนนี้ทั้งสองยอมรับแล้วว่าเป็นฝีมืออัลตันฮวาจ้างมา คิดร้ายต่อพระชายาโทษตายสถานเดียว”อัลตันฮวาหน้าซีดเผือด นางรีบคลานไปคว้าชายอาภรณ์หลี่หรงอี้แน่น เอ่ยเสียงร้อนรน“หรงอี้! ฆ่านางสิ ฆ่านางเ

  • ชาติภพนี้ข้าจักไม่ยอมเป็นสตรีโง่งม   ตอนที่9

    ตอนที่ 9พิสูจน์ดูภายในเรือนรับรองไป๋หลิงเชี่ยเพียงคลี่ยิ้มบาง แล้วเหลือบตาไปมองอัลตันฮวาที่ยืนตระหง่านอยู่ข้างกายเขา ใบหน้าเย่อหยิ่งนั้นยิ่งทำให้ดวงตาของนางเย็นชาเฉียบคม ริมฝีปากนางขยับเอื้อนเอ่ยคำหนึ่งออกมาอย่างชัดถ้อยชัดคำ“แต่ท่าน… ต้องพิสูจน์ให้ข้าเห็นก่อน”หลี่หรงอี้ขมวดคิ้วเล็กน้อย น้ำเสียง

  • ชาติภพนี้ข้าจักไม่ยอมเป็นสตรีโง่งม   ตอนที่8

    ตอนที่ 8เปลี่ยนไปเรือนรับรองภายในจวนแม่ทัพไป๋สายลมเย็นพัดต้องผ่านสีอ่อนไหวตามแรงลม ภายในเรือนอบอวลไปด้วยกลิ่นชาองค์ชายห้าหลี่หรงอี้ในชุดสีเทาอ่อนนั่งอยู่เบื้องหน้าโต๊ะกลางเรือนรับรอง มือใหญ่ยกถ้วยชาใบเล็กขึ้นจิบอย่างเยือกเย็น แววตาลุ่มลึก ข้างกายเขามีอัลตันฮวาในชุดสีแดงเข้ม ยืนเคียงข้างด้วยท่าทา

  • ชาติภพนี้ข้าจักไม่ยอมเป็นสตรีโง่งม   ตอนที่7

    ตอนที่ 7เปลี่ยนชะตาพี่ชายจวนแม่ทัพไป๋รถม้าเคลื่อนที่อย่างแผ่วเบาค่อย ๆ ชะลอลง ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่หน้าประตูจวนใหญ่ ไป๋หลิงเซี่ยก้าวลงมาจากรถม้าอย่างคล่องแคล่ว รั่วอี้สาวใช้คนสนิทรีบตามลงมาไป๋หลิงเซี่ยก้าวเท้าเข้าสู่ประตูจวน นางหยุดนิ่งทอดมองรอบ ๆ ด้าน ทุกสิ่งยังคงคึกคักดังเดิม บ่าวไพร่วิ่งวุ่นไปมา

  • ชาติภพนี้ข้าจักไม่ยอมเป็นสตรีโง่งม   ตอนที่6

    ตอนที่6ข้าชอบน้ำแกงอุ่นจวนเยี่ยนอ๋องแสงอรุณยามเช้าสาดส่องลอดผ่านม่านหน้าต่างเข้ามา สาดกระทบเงาสะท้อนในกระจกทองเหลืองตรงหน้า ไป๋หลิงเซี่ยนางทอดสายตาพินิจพิจารณาใบหน้าของตน พลันคำพูดของอัลตันฮวา ดังแว่วขึ้นในโสตประสาท“เข้าเพียงหลอกใช้ความงามของเจ้า”ริมฝีปากอิ่มขยับยกยิ้มบาง พลางพึมพำเสียงนุ่มนวล

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status