Se connecterและแล้วค่ำคืนที่สองกับฐานะของพระชายาเอกในองค์ชายหกจ้าวหลิวเย่กำลังมาเยือนแสงแดดอ่อนยามอาทิตย์ใกล้คล้อยสีส้มสาดส่องเข้ามาภายในเรือนหลิงเซียวบรรยากาศชวนอึมครึมทำเอาดวงใจของเด็กสาวไกลบ้านยิ่งเปลี่ยวเหงา
หลินหลีฮัวคิดถึงมารดาคิดถึงน้องชายไหนจะบรรดาน้องชายและน้องสาวต่างมารดาพวกนั้นถึงจวนเจิ้งกั๋วกงจะเต็มแน่นไปด้วยอี้เหนียงกับน้องชายน้องสาวคนละแม่แต่คงเพราะมารดาของนางหรือเจิ้งกั๋วกงฟู่เหรินเป็นสตรีใจนักเลงปกครองเป็นธรรมทุกคนจึงรักใคร่กันดีไม่เคยมีทะเลาะเบาะแว้งเช่นอีกหลาย ๆ จวน
…เสียเมื่อใดกัน!…
คนมากยิ่งเป็นสตรีรวมตัวใช้สามีคนเดียวกันมีหรือจะไม่เกิดการอิจฉาริษยากันขึ้นมา แต่มันเกิดขึ้นกับบรรดาเหล่าอี้เหนียงและสาวใช้ของพวกนางส่วนบรรดาเด็ก ๆ กลับรักใคร่กันดี
ดังนั้นถึงจวนเจิ้งกั๋วกงนั้นอาจไม่ใหญ่โตเทียบเท่าจวนขององค์ชายหก แต่กลับมิอาจสู้จวนเจิ้งกั๋วกงได้แม้แต่น้อยเพราะจวนที่นางเกิดและเติบโตนั้นถึงคนจะมาก เสียงดังวุ่นวาย แต่ละวันมีพันเรื่องราว พี่น้องหยอกล้อสาวใช้ทะเลาะกันบ้างพูดคุยกันบ้าง แต่ทุกเรื่องราวและปัญหาก็จบได้ในวันนั้น ครอบครัวใหญ่คนมากย่อมมากเรื่อง แต่จวนเจิ้งกั๋วกงสำหรับหลินหลีฮัวนั้นกลับอบอุ่นนัก ต่อให้ท่านพ่อของนางไม่เอาไหนแต่เขากลับไม่เคยทำร้ายหรือด่าทอลูกกับภรรยาอาจเพราะเขาขี้เกียจรับผิดชอบเกินไปจึงลอยตัวยกให้ภรรยาเอกดูแลไป
หากแต่เจิ้งกั๋วไม่เคยลำเอียงหรือทำให้สตรีของตนเองน้อยเนื้อต่ำใจบรรดาลูก ๆ ก็ไม่เคยทำร้ายร่างกายหรือจิตใจและถึงเขานั้นจะมีอี้เหนียงหลายคนแต่บิดาของนางยกให้มารดาเป็นใหญ่ เขาต่ำทรามแต่ก็ชัดเจน
สิบห้าหนาวของนางในจวนเจิ้งกั๋วกงจึงเป็นดังโลกทั้งใบบัดนี้ต้องมาอยู่เดียวดายไร้มารดาให้ปรึกษาหารือ หลีฮัวจึงคิดถึง บ้าน และมารดา จับใจ
"พระชายาเพคะ…" ปิงจีทนไม่ไหวที่เห็นนายหญิงตัวน้อยของตนเองเอาแต่นั่งเหงาเศร้าซึมจึงเอ่ยเรียกอีกฝ่ายออกไปเสียงแผ่ว
แต่งเข้าจวนองค์ชายหกยังไม่ทันจะข้ามคืนที่สองคนสดใสยิ้มแย้มแต้มใบหน้ากลับกลายเป็นดอกไม้เหี่ยวเฉาไปเช่นนี้ปิงจีและถงอีอดจะปวดใจเสียมิได้
"ใกล้ค่ำแล้ว ถงอีไปรับอาหารมาเถอะ ปิงจีข้าอยากอาบน้ำไปช่วยข้าเถอะ"
พอหลีฮัวเหลียวกลับมาเห็นปิงจีกับถงอีเด็กสาวก็พลันได้สติ ตนเองเป็นนายของสองชีวิตจะมัวมานั่งเศร้าซึมยังจะใช้ได้ที่ใดกัน และสำหรับสาวน้อยวัยกำลังเติบโตเช่นนางอันใดจะสำคัญไปกว่าท้องอิ่ม และมีที่นอนอุ่น
'ข้าต้องรักตัวเอง ข้าต้องมีความสุขจะทุกข์เพียงแค่ถูกบุรุษไม่คุ้นหน้าผู้หนึ่งหมางเมินมิได้นะหลีฮัว'
หลังจากเตือนสติของตนเองพอแล้ว นางก็ลงแช่น้ำอุ่นอย่างโล่งใจ อาหารค่ำจวนองค์ชายหกนับว่าถูกปาก ถึงจะไม่คุ้นลิ้นเช่นอาหารจากติ้งโจวบ้านเกิดก็ตาม
ที่นอนก็นับว่าอุ่นนอนสบายในระดับหนึ่ง ดังนั้นเมื่อตกดึกหลินหลีฮัวจึงหลับลึกและตื่นขึ้นมาในยามเช้ามืดด้วยอารมณ์แจ่มใสยิ่ง และเพราะบ้านเดิมของนางอยู่ไกล ธรรมเนียมสามวันเยี่ยมบ้านเดิมจึงตัดออกไป
วันที่สองและสามหลินหลีฮัวจึงวุ่นวายกับการจัดเก็บข้าวของรวมทั้งสินเดิมของตนเองที่ติดตัวมาจากติ้งโจว และตรวจนับสินสอดบางส่วนที่ฮ่องเต้จ้าวหลิวหย่งมอบให้แก่นางเป็นการส่วนตัว
"มีร้านขายสมุนไพร กับที่ดินห้าร้อยหมู่ด้วยหรือนี่?"
ดวงตาทรงดอกท้อแวววาวทันทีที่อ่านมาถึงรายการสินสอดที่ฮ่องเต้มอบให้ แต่เดิมหลินหลีฮัวก็สนใจการค้าอยู่แล้วเนื่องจากว่านางเติบโตมากับมารดาที่เก่งทำการค้ากว่าบิดา โดยเฉพาะการค้าสมุนไพรนี้เด็กสาวศึกษาและสนใจมาหนึ่งหนาวก่อนจะถูกเรียกตัวมาแต่งเป็นสะใภ้ราชวงศ์เสียอีก พอเห็นว่าสินสอดมีร้านขายสมุนไพรทั้งในจิ้งอานและอีกหลายสาขาต่างเมืองจะไม่ให้คนหัวการค้าตาโตได้อย่างไรนี่มันขุมเงินขุมทองเลยมิใช่หรือไร
สวามีไม่รักไม่เอ็นดูนั้นกลับกลายเป็นเรื่องเล็กมาก เล็กเทียบเท่าขี้ตามดขึ้นมาทันทีเมื่อแลเห็นช่องทางหาเงินลอยอยู่ตรงหน้า เสียก็แต่นางมีความรู้ด้านสมุนไพรน้อยเต็มทน หากมีมากการค้าคงเจริญรุ่งเรืองเป็นแน่
"ท่านอาเก้า..."
พลันนั้นใบหน้าของญาติพระสวามีเช่น ท่านอาเก้า หรือจวิ้นอ๋อง จ้าวเข่ออี้ ก็ปรากฏขึ้นในห้วงคำนึง บุรุษวัยยี่สิบหกหนาวผู้นั้นเก่งกาจด้านโอสถจนถูกขนานนามว่าเป็นเซียนโอสถ ไม่พอจวิ้นอ๋องนั้นยังเป็นหมอหลวงส่วนพระองค์ของฮ่องเต้จ้าวหลิวหย่งอีกด้วย นอกจากเขาจะเป็นหมอหลวงส่วนพระองค์แล้วจวิ้นอ๋องยังดำรงตำแหน่ง ท่านอาจารย์ใหญ่ ในสำนักศึกษาแพทย์ของจิ้งอานอีกด้วยและในจิ้งอานนี้เขานับเป็นคนเดียวที่ดีต่อนางนับตั้งแต่พบหน้าเมื่อครั้งเป็นตัวแทนฝ่ายเจ้าบ่าวไปรับตัวของนางจากติ้งโจวแทนผู้เป็นว่าที่เจ้าบ่าวเช่นองค์ชายจ้าวหลิวเย่
เขาใจดีขนาดที่อนุญาตให้นางเรียก ท่านอาเก้า
เช่นเดียวกับหลานชายและหลานสาวของเขา และตลอดสามเดือนที่นางต้องจากบ้านเกิดมาไกลก็เป็นเขาที่คอยให้การช่วยเหลือการอยู่ภายในวังหลังจึงไม่ยากดังที่หวาดกลัวเมื่อแรกก่อนเดินทางจากบ้านเดิมมาไกลนับพันลี้ท่านอาเก้าหรือจ้าวเข่ออี้ผู้นี้เป็นน้องชายของฮ่องเต้คนสุดท้องที่เกิดจากอดีตไฉ่เหรินของไท่ซ่างหวงที่ยังมีชีวิตอยู่เพียงผู้เดียวซึ่งไม่ถูกกำจัดไป ถึงจะดำรงตำแหน่งจวิ้นอ๋อง ทว่าเขาเองกลับไม่มีอำนาจอาจอันใดนอกจากตำแหน่งหมอหลวงประจำพระองค์กับท่านอาจารย์ใหญ่
เพราะหากเขามีอำนาจอาจจบชีวิตด้วยความหวาดระแวงก็เป็นไปได้ ยังดีว่าคล้ายฮ่องเต้จ้าวหลิวหย่งนั้นดูเหมือนจะเอ็นดูน้องชายต่างมารดาผู้นี้มากหาไม่คงไม่รอดชีวิตมาผู้เดียวเช่นนี้ทั้งที่พี่และน้องชายคนอื่น ๆ ล้วนตายไปจนสิ้น ถึงในยามนั้นมีข่าวลือว่าซ่งผู้กำจัดอ๋องและองค์ชายร่วมบิดาของฮ่องเต้จ้าวหลิวหย่งเพื่อปูทางให้รากฐานของบุตรชายมั่นคงพอถึงจ้าวเข่ออี้ถานไทเฮากลับจากไปก่อนจึงไม่ทันได้กำจัดองค์ชายน้อยองค์สุดท้ายของอดีตฮ่องเต้จ้าวเข่อเต๋อ
ทว่าต่อให้สิ้นถานไทเฮาแต่ยังเหลือซ่งฮองเฮาหากไม่ได้ฮ่องเต้จ้าวหลิวหย่งกางปีกปก้องน้องชายคนเล็กแล้วคาดว่าเขาคงไม่อยู่รอดปลอดภัยได้เป็นแน่ เนื่องจากอำนาจของซ่งฮองเฮาก็ใช่จะธรรมดาหากมิใช่ฮ่องเต้ปกป้องจนอำนาจของซ่งฮองเฮาจึงมิอาจแตะต้องถึงจวิ้นอ๋องจ้าวเข่ออี้ได้เช่นพระญาติพระองค์อื่น ๆ เช่นนี้นางจึงมีวาสนาได้พบกับท่านอาเก้าได้นับว่าสวรรค์เมตตายิ่ง ถึงเขาจะไม่มีตำแหน่งใดในราชสำนัก นอกจากฐานะจวิ้นอ๋อง แต่นางไม่สนใจเรื่องเหล่านั้นแค่เขาใจดีกับตนเองตลอดมานับว่าประเสริฐแล้วเนื่องจากนางสนใจวิชาแพทย์เท่านั้นอำนาจอันใดหลินหลีฮัวไม่ต้องการ
ในยามนี้ที่เขามีหน้าที่ปรุงยาให้กับฮ่องเต้ดูเหมือนจะเป็นประโยชน์กับนางมาก หากนางฝากตัวเป็นศิษย์ได้การค้าสมุนไพรมิใช่จะประเสริฐหรอกหรือ เป็นศิษย์ของเซียนโอสถและหมอหลวงส่วนพระองค์ของฮ่องเต้เชียวนะใครจะไม่นับถือนาง หากอีกสามหนาวนางถูกทัณฑ์เจ็ดขับออกจากจวนองค์ชายหก บัดนั้นหลินหลีฮัวผู้นี้คงฐานะมั่นคงถึงจะเป็นสตรีม่ายถูกสวามีปลด ก็ไม่ลำบากแล้ว มีเงินมีกิจการของตนเอง มีที่ดินและทรัพย์ไหนจะความรู้ นางย่อมยืนหยัดด้วยเท้าตนเองชีวิตก็ไม่จำเป็นต้องมีบุรุษเลี้ยงดูมิใช่หรอกหรือ พึ่งพาตนเองย่อมประเสริฐที่สุดยืมจมูกผู้อื่นหายใจหรือจะยอดเยี่ยมเท่าเราหายใจด้วยจมูกตนเอง
คิดได้ฐานะเช่นนี้หลินหลีฮัวจึงมองว่าฐานะพระชายาเอกของตนเองนี้นับว่าไม่แย่ ถึงพระสวามีหมางเมินบอกให้นางนอนกอดแค่ตำแหน่งกับหนังสือสมรสไป เช่นนั้นนางก็จะไม่เกรงใจแล้ว ภายในสามหนาวนี้นางจะกอดมันเอาไว้ให้ดีใช้ประโยชน์เสียให้ชุ่มฉ่ำ พอครบสามหนาวนางจะได้จากไปอย่างไม่รู้สึกติดค้างตนเอง ส่วนสวามีเช่นจ้าวหลิวเย่ก็ปล่อยให้สตรีเช่นเพ่ยอวี้กกกอดไปก็แล้วกันนางไม่อยากได้เขาแล้ว
คนเขาไม่มีใจไฉนนางจึงต้องไปวิงวอนให้เขามารักตนเองด้วยนางมีคุณค่าในตนเอง ไม่รักก็คือไม่รักให้ทุ่มเทแทบตายเขาจะหวนกลับมารักนางเห็นทีคงยากนี่มันชีวิตคนจริง ๆ มิใช่บทงิ้วในโรงน้ำชา ท่านแม่ของนางสั่งสอนมาให้มองโลกด้วยความเป็นจริงมิใช่เพ้อฝันหลินหลีฮัวจึงเปลี่ยนเป้าหมายของชีวิตแล้วในวันนี้
สันดานบุรุษนางไม่มีวันเชื่อเด็ดขาดว่าเขาจะมีรักมั่นคง พอถึงวันหนึ่งย่อมเบื่อหน่าย พอพบเจอหญิงงามกว่า เอาใจเก่งกว่าอ่อนวัยกว่าร้อยคนก็หมดร้อยคนคล้อยตามคนใหม่ทั้งสิ้น!
พอถึงวันนั้นเพ่ยอวี้จะคิดเสียใจก็คงกลับตัวไม่ทันแล้ว พอคิดได้ดังนี้หลีฮัวนั้นกลับพบว่านางช่างโชคดีเสียจริงถูกหมางเมินมันช่างประเสริฐแท้ ไม่ถูกสนใจจึงมีอิสระคิดจะทำอันใด ไปไหนพบผู้ใด นางทำได้ทั้งหมด
...อา...
ที่แท้นางก็เป็นบุตรรักของสวรรค์นี่เอง...
ตอนที่5 #ไอ้คนชาติสุนัข!หลังจากวาดอนาคตอยู่ภายในหัวสมองมาอีกสามวันก็พอดีกับที่หลินหลีฮัวแต่งเข้าจวนองค์ชายหกครบแปดวันพอดิบพอดี และเป็นแปดวันที่สงบเงียบราวกับพระชายาเอก เช่นนางนั้นไร้ตัวตนภายในจวนกว้างใหญ่นี้ แต่ใครจะสนใจก็สนใจไปเถิดสำหรับนางเป็นเช่นนี้กลับดียิ่ง"ปิงจีวันนี้ไปแจ้งกับเนี่ยกงกงว่าข้าจะออกไปตรวจดูสินสอด และแวะไปยกน้ำชาให้กับท่านอาเก้าเอ่อ...ให้กับจวิ้นอ๋องเข่ออี้ด้วย"หลินหลีฮัวคล้ายมารดาก็ตรงนี้ เพราะมารดาของนางเมื่อคิดแผนออกมาได้จะเร่งลงมือทันทีเพราะคิดว่าลงมือก่อนได้เปรียบ หลีฮัวเองก็คิดเช่นนั้น ดังนั้นพอนางจัดเก็บสินเดิมพร้อมสินสอดบางส่วนเรียบร้อย ต่อจากนี้ก็สมควรไปเยี่ยม ท่านอาเก้าได้แล้ว"พระชายาไม่คิดจะไปพบหน้าองค์ชายหกหรือเพคะ" ถงอีถามขึ้นขณะที่ช่วยหลินหลีฮัวหวีผมและแต่งกายหน้าคันฉ่อง"พบแล้วอย่างไร ไม่พบแล้วอย่างไร เขาชิงชังรังเกียจข้าจนขับไล่มาอยู่เสียท้ายจวนเช่นนี้ หากข้ายังกล้าเสนอหน้าไปพบเขามิเท่ากับข้าหาเรื่องใส่ตัวหาเหาใส่หัวหรอกหรือถงอี มิสู้ข้าออกไปพบคนที่เขาอยากพบข้ายังดีเสียกว่า"เพราะสายเลือดพ่อค้าแม่ค้าจากฝ่ายมารดากับท่านตาของนางรุนแรง หลินหลีฮัวจึง
ตอนที่4#แค่นางเปลี่ยนวิธีคิดชีวิตย่อมเปลี่ยนและแล้วค่ำคืนที่สองกับฐานะของพระชายาเอกในองค์ชายหกจ้าวหลิวเย่กำลังมาเยือนแสงแดดอ่อนยามอาทิตย์ใกล้คล้อยสีส้มสาดส่องเข้ามาภายในเรือนหลิงเซียวบรรยากาศชวนอึมครึมทำเอาดวงใจของเด็กสาวไกลบ้านยิ่งเปลี่ยวเหงาหลินหลีฮัวคิดถึงมารดาคิดถึงน้องชายไหนจะบรรดาน้องชายและน้องสาวต่างมารดาพวกนั้นถึงจวนเจิ้งกั๋วกงจะเต็มแน่นไปด้วยอี้เหนียงกับน้องชายน้องสาวคนละแม่แต่คงเพราะมารดาของนางหรือเจิ้งกั๋วกงฟู่เหรินเป็นสตรีใจนักเลงปกครองเป็นธรรมทุกคนจึงรักใคร่กันดีไม่เคยมีทะเลาะเบาะแว้งเช่นอีกหลาย ๆ จวน…เสียเมื่อใดกัน!…คนมากยิ่งเป็นสตรีรวมตัวใช้สามีคนเดียวกันมีหรือจะไม่เกิดการอิจฉาริษยากันขึ้นมา แต่มันเกิดขึ้นกับบรรดาเหล่าอี้เหนียงและสาวใช้ของพวกนางส่วนบรรดาเด็ก ๆ กลับรักใคร่กันดีดังนั้นถึงจวนเจิ้งกั๋วกงนั้นอาจไม่ใหญ่โตเทียบเท่าจวนขององค์ชายหก แต่กลับมิอาจสู้จวนเจิ้งกั๋วกงได้แม้แต่น้อยเพราะจวนที่นางเกิดและเติบโตนั้นถึงคนจะมาก เสียงดังวุ่นวาย แต่ละวันมีพันเรื่องราว พี่น้องหยอกล้อสาวใช้ทะเลาะกันบ้างพูดคุยกันบ้าง แต่ทุกเรื่องราวและปัญหาก็จบได้ในวันนั้น ครอบครัวใหญ่คนมากย่
ตอนที่3#ถูกขับไล่มาอยู่ท้ายจวนเสียแล้วเรือนหลิงเซียว…คือเรือนที่องค์ชายหกจ้าวหลิวเย่มีคำสั่งให้เนี่ยกงกงพาพระชายาเอกหลินมาพักอาศัย ซึ่งเรือนหลังนี้อยู่เสียเกือบท้ายตำหนัก และก็เป็นไปตามนามของเรือนหลังนี้ คือโดยรอบเต็มไปด้วยดอก หลิงเซียว จนแทบมองไม่เห็นตัวเรือน เท้าเล็กในรองเท้าผ้าไหมปักลวดลายวิจิตรถึงกับหยุดนิ่ง ก้าวต่อไปไม่ออกแม้เพียงครึ่งก้าว"นะ…นี่มัน…?"ขนาดปิงจีที่อายุมากกว่าหลินหลีฮัวกับถงอียังอึกอักไม่รู้ว่าจะถามอันใดออกไป เช่นนี้แล้วคงไม่ต้องเอ่ยถึงทั้งสองคนหนึ่งนายและหนึ่งบ่าวอ่อนวัยที่พูดไม่ออกไปแล้วจริง ๆ"เอ่อ…นะ เนี่ยกงกง เรือนนี้คนสามารถอยู่ได้จริงหรือ???"ผ่านไปอึดใจใหญ่ถงอีก็ถามออกไปอย่างโง่งม ส่วนหลินหลีฮัวนั้นพอรวบรวมสติได้นางก็ไม่พูดไม่ถามอันใดทั้งสิ้น เท้าเล็กก้าวมั่นคงเข้าไปในเขตเรือนรกร้างทันที"คุณหนูใหญ่ช้าก่อน!"คราวนี้ปิงจีลืมสิ้นกฎเกณฑ์อันใดทั้งหลาย สาวใช้ตัวน้อยสนใจเสียอันตรายหากภายในเรือนแห่งนี้มีสัตว์ร้ายเช่นงูพิษหรือแมลงมีพิษอื่น ๆ อาศัยอยู่ภายในแล้วคุณหนูใหญ่หลินเกิดถูกกัดขึ้นมานางแบกรับความผิดไม่ไหวเป็นแน่"เอ็ดอึงไปไยข้าไม่เป็นอันใดเสียมารยาทจริงปิ
ตอนที่2 # สำหรับข้านางจะนับเป็นตัวอันใดได้ทว่าเมื่อถึงจวนหลินหลีฮัวจึงพลันกระจ่าง นรกที่ตนเองเข้าใจว่ากำลังเผชิญทั้งในตำหนักหลิวหยางและบนรถม้าหรูหรานั้นกลับมิได้ใกล้เคียงกับสิ่งที่นางต้องพบเจอเมื่อยามก้าวเข้ามาในอาณาเขตของผู้เป็นสวามีแม้แต่น้อย"นี่คือ?"หลังจากนางลงจากรถม้าแล้วยืนรอให้จ้าวหลิวเย่และเพ่ยอวี้นำหน้าเข้าจวนไปก่อนใครจะคิดเมื่อหลินหลีฮัวเดินกลับมาถึงเรือนหรูอี้ของตนเองจะได้พบเข้ากับภาพข้าวของ ของนางที่ยังไม่ทันได้จัดให้เข้าที่เข้าทางถูกนางกำนัลและขันทีช่วยกันนำมากองเอาไว้หน้าเรือนเช่นนี้เรือนหรูอี้นี้ตั้งอยู่ตรงกันข้ามกับเรือนเหวินเซียวขององค์ชายหกนั้นย่อมแน่นอนว่าตามฐานะแล้ว เรือนนี้จะต้องเป็นเรือนที่หลินหลีฮัวผู้ดำรงตำแหน่งพระชายาเอกได้พักอาศัย เช่นนั้นเมื่อนางมาพบเข้ากับภาพข้าวของถูกขนย้ายย่อมต้องแปลกใจและสงสัยอยู่แล้ว"ยังจะสงสัยสิ่งใด นับจากนี้เรือนหรูอี้จะเป็นของพระชายารองเพ่ย"แน่นอนว่าคนที่ตอบให้ความกระจ่างคือจ้าวหลิวเย่ โดยมีเพ่ยอวี้ยืนทำหน้าตกอกตกใจเกินจริงอยู่สามส่วน มองอย่างไรก็เสแสร้งจนหน้าตบให้คว่ำสำหรับปิงจีและถงอี ส่วนหลินหลีฮัวเพียงแค่หรี่ตาลงสองส่วนยากจ
ตอนที่1 ||ข้าผิดอันใดพอตกถึงปลายยามอิ๋น ปิงจีกับถงอีก็เข้ามาปลุกหลินหลีฮัวขึ้นมาจากเตียงนอนนุ่มสบายเพราะทราบดีว่ายามเช้ามาถึงพระชายาหกหลินนั้นยังมีอีกหลายสิ่งให้ต้องกระทำ ไม่ว่าจะเป็นการให้พ่อบ้านใหญ่ในจวนองค์ชายหกนำคนภายในจวนมาคารวะเจ้านายฝ่ายหญิงคนใหม่ที่จะควบคุมเรือนหลังจากนั้นก่อนยามอู่ยังต้องเร่งเข้าวังไปยกน้ำชาให้กับซ่งฮองเฮา รวมไปถึงฮ่องเต้กับมารดาของสวามีเช่นถังซูเฟย แค่คิดก็แทบจะหมดแรงแล้วจริง ๆ"พระชายาหกเพคะ ตื่นได้แล้วเพคะ นี่ปลายยามอิ๋นแล้ว"หลินหลีฮัวกำลังฝันดีแต่เพราะสามเดือนที่ผ่านมาถูกเหล่าหมัวมัวอาวุโสภายในวังหลังเคี่ยวกรำมาอย่างหนักพอถูกปลุกจึงลุกขึ้นโดยง่ายไม่มีงอแงเช่นเมื่อสามเดือนก่อนเข้าวังอีกแล้วร่างเล็กลุกขึ้นมานั่งจากนั้นปิงจีซึ่งเตรียมอ่างล้างหน้ากับผ้าสะอาดก็รออยู่แล้วมาวางตรงหน้า ที่เมืองหลวงของเทียนสุ่ยอากาศเย็นกว่าแถบตงเป่ย ทว่าต่อให้หนาวแต่หลีฮัวก็ต้องอาบน้ำชำระล้างร่างกายให้สะอาดเอี่ยมอ่องอยู่ดีชุดฮั่นฝูเต็มพิธีการสีชมพูอ่อนปักด้วยดิ้นสีชมพูเข้มเป็นลวดลายดอกไม้เล็ก ๆ มิดชิดถูกนำมาสวมแทนที่จะเป็นชุดป้านปี้เพราะต้องเข้าวังหลังจากจบอาหารมื้อเช้าจึงต้อ
บทนำ# อวี้เอ๋อร์คือผู้ใด?ภายในห้องหอหรูหราบัดนี้มีสตรีสวมชุดเจ้าสาวเต็มพิธีการกำลังนั่งทอดสายตามองตรงไปบนโต๊ะอาหารมงคลกลางห้องสำหรับคู่บ่าวสาว ที่ยังไม่มีผู้ใดแตะต้องมันเลยแม้เพียงครึ่งคำสลับกับมองไปที่บานประตูห้องหอที่ถูกปิดไปเมื่อครู่ด้วยฝีมือของผู้เป็นเจ้าบ่าวหลังจากที่เขากล่าวกับนางด้วยประโยคที่ว่า…'ฐานะพระชายาเอกขององค์ชายหกนี้เจ้าก็ได้ไปแล้ว เช่นนั้นราตรีนี้เจ้าก็เข้าหอกับฐานะพระชายาเอกและหนังสือสมรสไปก็แล้วกันส่วนเปิ่นหวางจื่อ[ตัวข้าองค์ชายผู้หนึ่ง]จะไปปลอบใจอวี้เอ๋อร์!'แล้วเขาก็เดินจากไปโดยปล่อยให้เจ้าสาวเช่นนางนั่งเป็นบื้อเป็นใบ้อยู่บนเตียงแม้นแต่ผ้าคลุมหน้าคนผู้นั้นก็ไม่คิดแม้แต่จะมีน้ำใจมาปลดมันออกให้นางแม้แต่น้อยกว่าที่หลินหลีฮัวนั้นจะตั้งสติได้เสียงฝีเท้าของผู้เป็นเจ้าบ่าวหรือพระสวามี นั้นก็จางหายไปกับความมืดได้ครู่ใหญ่เสียแล้ว ปลอบใจอวี้เอ๋อร์อย่างนั้นหรือ? แล้วอวี้เอ๋อร์คือผู้ใดกันเล่า? ผู้เป็นเจ้าสาวยังคงมึนงงและสงสัยมิคลายแต่สงสัยเพียงใดนางก็คงยากจะได้คำตอบในราตรีนี้เนื่องจากผู้ที่รู้คำตอบจากไปแล้วนั่นเอง"พระชายาหกเพคะ เกิดอันใดขึ้นเพคะแล้วองค์ชายหกเขาเอ่อ…ไปที่ใ







