Masukและแล้วค่ำคืนที่สองกับฐานะของพระชายาเอกในองค์ชายหกจ้าวหลิวเย่กำลังมาเยือนแสงแดดอ่อนยามอาทิตย์ใกล้คล้อยสีส้มสาดส่องเข้ามาภายในเรือนหลิงเซียวบรรยากาศชวนอึมครึมทำเอาดวงใจของเด็กสาวไกลบ้านยิ่งเปลี่ยวเหงา
หลินหลีฮัวคิดถึงมารดาคิดถึงน้องชายไหนจะบรรดาน้องชายและน้องสาวต่างมารดาพวกนั้นถึงจวนเจิ้งกั๋วกงจะเต็มแน่นไปด้วยอี้เหนียงกับน้องชายน้องสาวคนละแม่แต่คงเพราะมารดาของนางหรือเจิ้งกั๋วกงฟู่เหรินเป็นสตรีใจนักเลงปกครองเป็นธรรมทุกคนจึงรักใคร่กันดีไม่เคยมีทะเลาะเบาะแว้งเช่นอีกหลาย ๆ จวน
…เสียเมื่อใดกัน!…
คนมากยิ่งเป็นสตรีรวมตัวใช้สามีคนเดียวกันมีหรือจะไม่เกิดการอิจฉาริษยากันขึ้นมา แต่มันเกิดขึ้นกับบรรดาเหล่าอี้เหนียงและสาวใช้ของพวกนางส่วนบรรดาเด็ก ๆ กลับรักใคร่กันดี
ดังนั้นถึงจวนเจิ้งกั๋วกงนั้นอาจไม่ใหญ่โตเทียบเท่าจวนขององค์ชายหก แต่กลับมิอาจสู้จวนเจิ้งกั๋วกงได้แม้แต่น้อยเพราะจวนที่นางเกิดและเติบโตนั้นถึงคนจะมาก เสียงดังวุ่นวาย แต่ละวันมีพันเรื่องราว พี่น้องหยอกล้อสาวใช้ทะเลาะกันบ้างพูดคุยกันบ้าง แต่ทุกเรื่องราวและปัญหาก็จบได้ในวันนั้น ครอบครัวใหญ่คนมากย่อมมากเรื่อง แต่จวนเจิ้งกั๋วกงสำหรับหลินหลีฮัวนั้นกลับอบอุ่นนัก ต่อให้ท่านพ่อของนางไม่เอาไหนแต่เขากลับไม่เคยทำร้ายหรือด่าทอลูกกับภรรยาอาจเพราะเขาขี้เกียจรับผิดชอบเกินไปจึงลอยตัวยกให้ภรรยาเอกดูแลไป
หากแต่เจิ้งกั๋วไม่เคยลำเอียงหรือทำให้สตรีของตนเองน้อยเนื้อต่ำใจบรรดาลูก ๆ ก็ไม่เคยทำร้ายร่างกายหรือจิตใจและถึงเขานั้นจะมีอี้เหนียงหลายคนแต่บิดาของนางยกให้มารดาเป็นใหญ่ เขาต่ำทรามแต่ก็ชัดเจน
สิบห้าหนาวของนางในจวนเจิ้งกั๋วกงจึงเป็นดังโลกทั้งใบบัดนี้ต้องมาอยู่เดียวดายไร้มารดาให้ปรึกษาหารือ หลีฮัวจึงคิดถึง บ้าน และมารดา จับใจ
"พระชายาเพคะ…" ปิงจีทนไม่ไหวที่เห็นนายหญิงตัวน้อยของตนเองเอาแต่นั่งเหงาเศร้าซึมจึงเอ่ยเรียกอีกฝ่ายออกไปเสียงแผ่ว
แต่งเข้าจวนองค์ชายหกยังไม่ทันจะข้ามคืนที่สองคนสดใสยิ้มแย้มแต้มใบหน้ากลับกลายเป็นดอกไม้เหี่ยวเฉาไปเช่นนี้ปิงจีและถงอีอดจะปวดใจเสียมิได้
"ใกล้ค่ำแล้ว ถงอีไปรับอาหารมาเถอะ ปิงจีข้าอยากอาบน้ำไปช่วยข้าเถอะ"
พอหลีฮัวเหลียวกลับมาเห็นปิงจีกับถงอีเด็กสาวก็พลันได้สติ ตนเองเป็นนายของสองชีวิตจะมัวมานั่งเศร้าซึมยังจะใช้ได้ที่ใดกัน และสำหรับสาวน้อยวัยกำลังเติบโตเช่นนางอันใดจะสำคัญไปกว่าท้องอิ่ม และมีที่นอนอุ่น
'ข้าต้องรักตัวเอง ข้าต้องมีความสุขจะทุกข์เพียงแค่ถูกบุรุษไม่คุ้นหน้าผู้หนึ่งหมางเมินมิได้นะหลีฮัว'
หลังจากเตือนสติของตนเองพอแล้ว นางก็ลงแช่น้ำอุ่นอย่างโล่งใจ อาหารค่ำจวนองค์ชายหกนับว่าถูกปาก ถึงจะไม่คุ้นลิ้นเช่นอาหารจากติ้งโจวบ้านเกิดก็ตาม
ที่นอนก็นับว่าอุ่นนอนสบายในระดับหนึ่ง ดังนั้นเมื่อตกดึกหลินหลีฮัวจึงหลับลึกและตื่นขึ้นมาในยามเช้ามืดด้วยอารมณ์แจ่มใสยิ่ง และเพราะบ้านเดิมของนางอยู่ไกล ธรรมเนียมสามวันเยี่ยมบ้านเดิมจึงตัดออกไป
วันที่สองและสามหลินหลีฮัวจึงวุ่นวายกับการจัดเก็บข้าวของรวมทั้งสินเดิมของตนเองที่ติดตัวมาจากติ้งโจว และตรวจนับสินสอดบางส่วนที่ฮ่องเต้จ้าวหลิวหย่งมอบให้แก่นางเป็นการส่วนตัว
"มีร้านขายสมุนไพร กับที่ดินห้าร้อยหมู่ด้วยหรือนี่?"
ดวงตาทรงดอกท้อแวววาวทันทีที่อ่านมาถึงรายการสินสอดที่ฮ่องเต้มอบให้ แต่เดิมหลินหลีฮัวก็สนใจการค้าอยู่แล้วเนื่องจากว่านางเติบโตมากับมารดาที่เก่งทำการค้ากว่าบิดา โดยเฉพาะการค้าสมุนไพรนี้เด็กสาวศึกษาและสนใจมาหนึ่งหนาวก่อนจะถูกเรียกตัวมาแต่งเป็นสะใภ้ราชวงศ์เสียอีก พอเห็นว่าสินสอดมีร้านขายสมุนไพรทั้งในจิ้งอานและอีกหลายสาขาต่างเมืองจะไม่ให้คนหัวการค้าตาโตได้อย่างไรนี่มันขุมเงินขุมทองเลยมิใช่หรือไร
สวามีไม่รักไม่เอ็นดูนั้นกลับกลายเป็นเรื่องเล็กมาก เล็กเทียบเท่าขี้ตามดขึ้นมาทันทีเมื่อแลเห็นช่องทางหาเงินลอยอยู่ตรงหน้า เสียก็แต่นางมีความรู้ด้านสมุนไพรน้อยเต็มทน หากมีมากการค้าคงเจริญรุ่งเรืองเป็นแน่
"ท่านอาเก้า..."
พลันนั้นใบหน้าของญาติพระสวามีเช่น ท่านอาเก้า หรือจวิ้นอ๋อง จ้าวเข่ออี้ ก็ปรากฏขึ้นในห้วงคำนึง บุรุษวัยยี่สิบหกหนาวผู้นั้นเก่งกาจด้านโอสถจนถูกขนานนามว่าเป็นเซียนโอสถ ไม่พอจวิ้นอ๋องนั้นยังเป็นหมอหลวงส่วนพระองค์ของฮ่องเต้จ้าวหลิวหย่งอีกด้วย นอกจากเขาจะเป็นหมอหลวงส่วนพระองค์แล้วจวิ้นอ๋องยังดำรงตำแหน่ง ท่านอาจารย์ใหญ่ ในสำนักศึกษาแพทย์ของจิ้งอานอีกด้วยและในจิ้งอานนี้เขานับเป็นคนเดียวที่ดีต่อนางนับตั้งแต่พบหน้าเมื่อครั้งเป็นตัวแทนฝ่ายเจ้าบ่าวไปรับตัวของนางจากติ้งโจวแทนผู้เป็นว่าที่เจ้าบ่าวเช่นองค์ชายจ้าวหลิวเย่
เขาใจดีขนาดที่อนุญาตให้นางเรียก ท่านอาเก้า
เช่นเดียวกับหลานชายและหลานสาวของเขา และตลอดสามเดือนที่นางต้องจากบ้านเกิดมาไกลก็เป็นเขาที่คอยให้การช่วยเหลือการอยู่ภายในวังหลังจึงไม่ยากดังที่หวาดกลัวเมื่อแรกก่อนเดินทางจากบ้านเดิมมาไกลนับพันลี้ท่านอาเก้าหรือจ้าวเข่ออี้ผู้นี้เป็นน้องชายของฮ่องเต้คนสุดท้องที่เกิดจากอดีตไฉ่เหรินของไท่ซ่างหวงที่ยังมีชีวิตอยู่เพียงผู้เดียวซึ่งไม่ถูกกำจัดไป ถึงจะดำรงตำแหน่งจวิ้นอ๋อง ทว่าเขาเองกลับไม่มีอำนาจอาจอันใดนอกจากตำแหน่งหมอหลวงประจำพระองค์กับท่านอาจารย์ใหญ่
เพราะหากเขามีอำนาจอาจจบชีวิตด้วยความหวาดระแวงก็เป็นไปได้ ยังดีว่าคล้ายฮ่องเต้จ้าวหลิวหย่งนั้นดูเหมือนจะเอ็นดูน้องชายต่างมารดาผู้นี้มากหาไม่คงไม่รอดชีวิตมาผู้เดียวเช่นนี้ทั้งที่พี่และน้องชายคนอื่น ๆ ล้วนตายไปจนสิ้น ถึงในยามนั้นมีข่าวลือว่าซ่งผู้กำจัดอ๋องและองค์ชายร่วมบิดาของฮ่องเต้จ้าวหลิวหย่งเพื่อปูทางให้รากฐานของบุตรชายมั่นคงพอถึงจ้าวเข่ออี้ถานไทเฮากลับจากไปก่อนจึงไม่ทันได้กำจัดองค์ชายน้อยองค์สุดท้ายของอดีตฮ่องเต้จ้าวเข่อเต๋อ
ทว่าต่อให้สิ้นถานไทเฮาแต่ยังเหลือซ่งฮองเฮาหากไม่ได้ฮ่องเต้จ้าวหลิวหย่งกางปีกปก้องน้องชายคนเล็กแล้วคาดว่าเขาคงไม่อยู่รอดปลอดภัยได้เป็นแน่ เนื่องจากอำนาจของซ่งฮองเฮาก็ใช่จะธรรมดาหากมิใช่ฮ่องเต้ปกป้องจนอำนาจของซ่งฮองเฮาจึงมิอาจแตะต้องถึงจวิ้นอ๋องจ้าวเข่ออี้ได้เช่นพระญาติพระองค์อื่น ๆ เช่นนี้นางจึงมีวาสนาได้พบกับท่านอาเก้าได้นับว่าสวรรค์เมตตายิ่ง ถึงเขาจะไม่มีตำแหน่งใดในราชสำนัก นอกจากฐานะจวิ้นอ๋อง แต่นางไม่สนใจเรื่องเหล่านั้นแค่เขาใจดีกับตนเองตลอดมานับว่าประเสริฐแล้วเนื่องจากนางสนใจวิชาแพทย์เท่านั้นอำนาจอันใดหลินหลีฮัวไม่ต้องการ
ในยามนี้ที่เขามีหน้าที่ปรุงยาให้กับฮ่องเต้ดูเหมือนจะเป็นประโยชน์กับนางมาก หากนางฝากตัวเป็นศิษย์ได้การค้าสมุนไพรมิใช่จะประเสริฐหรอกหรือ เป็นศิษย์ของเซียนโอสถและหมอหลวงส่วนพระองค์ของฮ่องเต้เชียวนะใครจะไม่นับถือนาง หากอีกสามหนาวนางถูกทัณฑ์เจ็ดขับออกจากจวนองค์ชายหก บัดนั้นหลินหลีฮัวผู้นี้คงฐานะมั่นคงถึงจะเป็นสตรีม่ายถูกสวามีปลด ก็ไม่ลำบากแล้ว มีเงินมีกิจการของตนเอง มีที่ดินและทรัพย์ไหนจะความรู้ นางย่อมยืนหยัดด้วยเท้าตนเองชีวิตก็ไม่จำเป็นต้องมีบุรุษเลี้ยงดูมิใช่หรอกหรือ พึ่งพาตนเองย่อมประเสริฐที่สุดยืมจมูกผู้อื่นหายใจหรือจะยอดเยี่ยมเท่าเราหายใจด้วยจมูกตนเอง
คิดได้ฐานะเช่นนี้หลินหลีฮัวจึงมองว่าฐานะพระชายาเอกของตนเองนี้นับว่าไม่แย่ ถึงพระสวามีหมางเมินบอกให้นางนอนกอดแค่ตำแหน่งกับหนังสือสมรสไป เช่นนั้นนางก็จะไม่เกรงใจแล้ว ภายในสามหนาวนี้นางจะกอดมันเอาไว้ให้ดีใช้ประโยชน์เสียให้ชุ่มฉ่ำ พอครบสามหนาวนางจะได้จากไปอย่างไม่รู้สึกติดค้างตนเอง ส่วนสวามีเช่นจ้าวหลิวเย่ก็ปล่อยให้สตรีเช่นเพ่ยอวี้กกกอดไปก็แล้วกันนางไม่อยากได้เขาแล้ว
คนเขาไม่มีใจไฉนนางจึงต้องไปวิงวอนให้เขามารักตนเองด้วยนางมีคุณค่าในตนเอง ไม่รักก็คือไม่รักให้ทุ่มเทแทบตายเขาจะหวนกลับมารักนางเห็นทีคงยากนี่มันชีวิตคนจริง ๆ มิใช่บทงิ้วในโรงน้ำชา ท่านแม่ของนางสั่งสอนมาให้มองโลกด้วยความเป็นจริงมิใช่เพ้อฝันหลินหลีฮัวจึงเปลี่ยนเป้าหมายของชีวิตแล้วในวันนี้
สันดานบุรุษนางไม่มีวันเชื่อเด็ดขาดว่าเขาจะมีรักมั่นคง พอถึงวันหนึ่งย่อมเบื่อหน่าย พอพบเจอหญิงงามกว่า เอาใจเก่งกว่าอ่อนวัยกว่าร้อยคนก็หมดร้อยคนคล้อยตามคนใหม่ทั้งสิ้น!
พอถึงวันนั้นเพ่ยอวี้จะคิดเสียใจก็คงกลับตัวไม่ทันแล้ว พอคิดได้ดังนี้หลีฮัวนั้นกลับพบว่านางช่างโชคดีเสียจริงถูกหมางเมินมันช่างประเสริฐแท้ ไม่ถูกสนใจจึงมีอิสระคิดจะทำอันใด ไปไหนพบผู้ใด นางทำได้ทั้งหมด
...อา...
ที่แท้นางก็เป็นบุตรรักของสวรรค์นี่เอง...
ตอนที่40#อวสานอีกหนึ่งเดือนต่อมาถานอิ๋งฮัวกับเด็ก ๆ เจ็ดชีวิตก็ออกเดินทางไปเจียงหนาน ส่วนหลินหลีฮัวนั้นรั้งอยู่ข้างกายสามีของนาง เช่นไรก็ไม่ยอมติดตามมารดาไปอยู่เจียงหนานเพราะห่วงใยสามีของนางและทำตามคำพูดว่าจะร่วมทุกข์กับเขานั่นเอง เหตุใดจึงต้องจากไปเจียงหนานนะหรือ?ก็เพราะเจียงหนานอยู่ติดกับชายแดนอาณาจักร หนานเหอ และบ้านเดิมของอดีตเจิ้งกั๋วกงแท้จริงมิได้อยู่ในเมืองเจียงหนานแต่อยู่ในตำบลหนึ่งของแคว้นซีเยี่ยหนึ่งในเก้าแคว้นของหนานเหอ หากเกิดอันใดขึ้นแน่นอนอิทธิพลของฮ่องเต้จ้าวหลิวหย่งและเชื้อพระวงศ์ของเทียนสุ่ยย่อมไปไม่ถึงเพราะหนานเหอเป็นอาณาจักรที่ใหญ่กว่าเทียนสุ่ย กำลังทหารมากกว่า ร่ำรวยกว่าและอุดมสมบูรณ์กว่า หากคนจากเทียนสุ่ยคิดจะยื่นมือเข้าไปยุ่งกับประชาชนของหนานเหอนับว่าโง่เขลาเต็มที ยิ่งบ้านเดิมของฝ่ายมารดาของถานอิ๋งฮัวหรือก็คือท่านยายหรือยายทวดของหลินหลีฮัวเป็นถึงองค์หญิงขั้น2ของราชวงศ์หยวนแห่งหนานเหอด้วยแล้วหากคิดแตะต้องครอบครัวของอดีตเจิ้งกั๋วกงฟู่เหรินเกรงว่าฮ่องเต้แห่งเทียนสุ่ยไม่ว่าจะเป็นคนใดในเวลาหนึ่งร้อยปีนี้คงมิกล้าแน่นอนพอส่งมารดากับบรรดาน้อง ๆ ไปแล้วแผนการต่าง ๆ ของ
ซึ่งผู้เป็นเจ้าของปลายลิ้นนุ่มก็ให้ความร่วมมือด้วยการส่งมันมาทักทายและเกี่ยวพันร้อยรัดเรียวร้อนอย่างกึ่งกล้ากึ่งกลัว ผ่านไปครู่ใหญ่จนภายในศีรษะของหลินหลีฮัวนั้นขาวโพลนราวกับหิมะและใกล้จะขาดอากาศหายใจจ้าวเข่ออี้จึงปล่อยปากจิ้มลิ้มให้เป็นอิสระหลินหลีฮัวถึงกับหอบหายใจแรงจนทรวงอกอวบอั๋นสะท้านขึ้นลงโดยแรง"อย่ากลั้นลมหายใจ"จ้าวเข่ออี้กระซิบใกล้ใบหูขาวสะอาดแล้วจึงฉวยโอกาสใช้ริมฝีปากแกร่งขบเม้ม หลินหลีฮัวขนลุกเกรียวด้วยความเสียวซ่านและสยิว สองร่างค่อย ๆ คืบคลานถอยร่นขึ้นไปบนเตียง แสงเทียนมงคลยังคงสว่างไสวจนเห็นเงาร่างของคนบนเตียงกว้างเข้าแนบชิดนัวเนีย ม่านมุ้งถูกกระตุกลงด้วยฝีมือของผู้เป็นเจ้าบ่าวที่รอคอยวันนี้มานานถึง4ปีเศษก่อนจะตามลงมาด้วยอาภรณ์ของทั้งสองทีละชิ้น ทีละชิ้น เงาร่างเคลื่อนไหววูบวาบสลับไปกับเสียงลมหายใจของทั้งสองที่แรงขึ้นตามอารมณ์ มือแกร่งของจ้าวเข่ออี้ลูบไล้ลงบนข้อเท้าเรียวเล็ก เขายกขึ้นแล้วกดเรียวปากแกร่งจุมพิตที่ปลายนิ้วเท้าเล็ก ๆ น่ารักอย่างไม่คิดรังเกียจว่าเท้าเป็นส่วนที่ต่ำที่สุดของร่างกายหลินหลีฮัวย่อมไม่ยินยอมนางขยับเรียวปากเตรียมจะเอ่ยห้ามการกระทำนี้หากแต่ชายหนุ่ม
ตอนที่39# เข้าหอนี้คงมิอาจรั้งรอได้แต่ถึงจะขี่ม้าชมทิวทัศน์และดาราอย่างใจเย็นเช่นไรสุดท้ายจวนหยางกวางกงจู่ก็ยังปรากฏอยู่เบื้องหน้าอยู่ดี รอบจวนตกแต่งด้วยโคมไฟสีแดงกับตัวอักษรมงคล แน่นอนว่าห้องหอของคู่สามีภรรยาใหม่นั้นย่อมถูกจัดเตรียมเอาไว้พร้อมแล้ว ตั้งแต่หน้าประตูใหญ่ของจวน จ้าวเข่ออี้นั้นก็เป็นฝ่ายอุ้มภรรยาของตนข้ามธรณีประตูใหญ่แล้วเขาอุ้มจนถึงห้องหอที่มีปิงจีและถงอีเปิดประตูรออยู่ เท้าแกร่งพาร่างอรชรในอาภรณ์ชุดป้านปี้สีแดงเลือดนกตรงไปวางลงบนเก้าอี้ซึ่งตรงหน้าคือโต๊ะอาหารมงคลที่พร้อมไปด้วยสุราและอาหาร"พวกเจ้าไปพักผ่อนกันเถิด เหน็ดเหนื่อยกันมาหลายวันแล้วทิ้งคนไว้แค่รอเก็บสำรับก็พอ"เป็นจ้าวเข่ออี้ที่เอ่ยกับคนของตนเองและภรรยา ทุกคนก้มศีรษะรับคำแล้วจากไปพร้อมปิดประตูให้ดิบดี“มาเถอะพวกเรามาทำพิธีผูกผมและดื่มสุรามงคลกัน”ปีนี้จ้าวเข่ออี้อายุ30บริบูรณ์ส่วนหลินหลีฮัวก็เต็ม19ปีไปเมื่อเจ็ดวันก่อนทั้งสองจึงนับว่าเป็นผู้ใหญ่เต็มกายด้วยกันทั้งคู่ แต่ถึงอย่างนั้นราตรีนี้คนสองคนก็ต่างเขินอายต่อกันอยู่บ้าง จ้าวเข่ออี้แน่นอนว่าเขาอายุปูนนี้แล้วย่อมเคยผ่านราตรีวสันต์มาบ้างแต่ก็เท่านั้นเพราะประส
ตอนที่38#ในที่สุดเราก็ได้แต่งงานกัน (สักครา)หลังจากพูดคุยกันจนเข้าใจและหลินหลีฮัวรับปากแต่งงานกับจ้าวเข่ออี้แล้วราตรีนั้นทั้งสองก็ปรึกษากันถึงแผนการจะรับมือกับฮ่องเต้เช่นไร เพราะแน่นอนว่าหลินหลีฮัวไม่มีทางยินดีให้ว่าที่สามีของตนเองต้องกลายเป็นแพะ รับเอาบาปที่ฮ่องเต้คิดทำแต่กลับไม่ลงมือเองโดยเด็ดขาดซึ่งก็คิดตรงกับจ้าวเข่ออี้ดังนั้นที่ช่วงหลังเขาดูยุ่งวุ่นวายนักจึงถูกเฉลยออกมาว่าเขากำลังวางแผนตลบหลังฮ่องเต้จ้าวหลิวหย่งโดยร่วมมือกับองค์ชายรองและองค์ชายสามโดยมีข้อตกลงร่วมกัน ฉากหน้าเขาอยู่ฝ่ายฮ่องเต้ฉากรองเสแสร้งร่วมมือกับซ่งฮองเฮากับองค์ชายห้าจ้าวหรงจื่อ เช่นนี้แล้วผู้ใดยังกล้าเรียกจวิ้นอ๋องว่าเป็นตัวโง่งมได้อีก ใครจะเรียกและเข้าใจผิดไปก็ช่างแต่หลินหลีฮัวนั้นไม่เชื่อเด็ดขาด แต่ถึงเขาจะดูเลวดูร้าย ทว่าหากเขาไม่ถูกหมายหัวก่อนบุรุษของนางมีหรือจะกลายเป็นคนเช่นนี้หึ! จ้าวหลิวหย่งผู้นั้นคิดผิดไปแล้วจริง ๆซึ่งแน่นอนว่าหลังจากนั้นมารดาของหลินหลีฮัวย่อมทราบเรื่องราวไปด้วยเพราะจ้าวเข่ออี้นับถืออีกฝ่ายเป็นมารดาอีกคนของตนเองเช่นกัน และเหมือนกับจ้าวเข่ออี้ดังพบทางสว่างจากที่คิดว่าทุกสิ่งยากเย็นพอไ
"ระหว่างนั้นเองเขาก็ใช้ฐานะฮ่องเต้เข้าออกตำหนักใน ได้ง่ายไปข่มเหงฉู่ไฉ่เหรินจนเกิดข้าขึ้นมา แต่เดิมท่านแม่ของข้าคิดสั้นพยายามปลิดชีพตนเองแต่พอทราบว่าตนเองมีเลือดก่อกำเนิดขึ้นมากลับตัดใจปลิดชีพตนเองไม่ลงดังนั้นสุดท้ายข้าจึงคลอดออกมา"แต่คลื่นลมภายในวังหลังผู้ใดบ้างจะไม่กระจ่างว่ารุนแรงเพียงใด และเพราะจ้าวหลิวหย่งต้องรักษาภาพลักษณ์สูงส่งและสะอาดบริสุทธิ์เรื่องต่ำทรามเช่นข่มเหงพระสนมของไท่ซ่างหวงจะเปิดเผยได้อย่างไร แม้แต่ถานไท่เฮายังไม่เคยทราบความจริงจนนางสิ้นใจแต่ก่อนถานไทเฮาจะสิ้นใจความจริงที่จ้าวหลิวหย่งไปข่มเหงฉู่ไฉ่เหรินไท่ซ่างหวงนั้นทราบมาตั้งแต่ฉู่ไฉ่เหรินตั้งครรภ์แล้ว เพราะไท่ซ่างหวงถูกพิษจะหลับนอนกลับบรรดาพระสนมได้เช่นนั้นฉู่ไฉ่เหรินตั้งครรภ์บุรุษเดียวที่ไท่ซ่างหวงสงสัยย่อมเป็นจ้าวหลิวหย่งผู้เป็นฮ่องเต้แต่กว่าจะจับได้คาหนังคาเขาก็จนมารดาของจ้าวเข่ออี้คลอดเขาออกมาได้สามขวบปีแล้วคนสนิทของมารดาเขาเล่าว่าในยามนั้นไท่ซ่างหวงทรงกริ้วหนักจึงเรียกจ้าวหลิวหย่งไปพบแล้วจะเรียกคืนราชบัลลังก์ยกให้กับองค์ชายพระองค์แทน จ้าวหลิวหย่งหรือจะยินยอมแต่ขณะนั้นรากฐานของเขายังไม่มั่นคงจึงได้วางยาพิษใ
ตอนที่37#ความลับของจ้าวเข่ออี้หลินหลีฮัวนั้นมิคาดว่านี่จะคือความลับที่จ้าวเข่ออี้จะพูดถึง มันเกินคาดไปมาก หรือต่อให้คนขวัญกล้าคนใดก็คงมิกล้าจะคาดถึงเป็นแน่ว่าภายในวังหลังนั้นจะมีเรื่องราวฉาวโฉ่เช่นนี้เกิดขึ้น ทว่าแน่นอนก็คือว่าไม่แน่นอนนั้นเป็นสัจธรรมของโลกมนุษย์มาช้านานแล้วมิใช่หรือ?!"หรือจะกล่าวให้ถูกข้าก็คือหนึ่งในโอรสแท้ ๆ ของฮ่องเต้องค์ปัจจุบันมิใช่โอรสที่เกิดจากอดีตไท่ซ่างหวงจึงได้รอดชีวิตมาจนถึงวันนี้เพราะหากข้าคือบุตรของเสด็จปู่เข่อเต๋อแน่นอนว่าคนขี้ระแวงเช่นจ้าวหลิวหย่งมีหรือจะไม่กำจัดทิ้งไปเช่นพี่น้องคนอื่นของเขา"ผู้อื่นอาจคิดว่าเขาโชคดีแต่จ้าวเข่ออี้ย่อมมิได้คิดเช่นนั้น เนื่องจากพอเขาอายุได้เก้าขวบสิ้นมารดาและเสด็จปู่พร้อมกับได้รู้ความจริงว่าตนเองแท้จริงคือบุตรมิใช่น้องชายคนเล็กของฮ่องเต้จ้าวหลิวหย่ง แต่บุตรชายแท้ ๆ คนแรก หากแต่สำหรับเขาแล้วกลับคิดว่าตนเองโชคร้ายอย่างถึงแก่น!และเพราะความลับถูกไท่ซ่างหวงล่วงรู้จ้าวหลิวหย่งที่หวาดกลัวว่าความลับดำมืดจะเปิดเผยออกไปจึงสังหารทั้งสตรีที่เขาเอาแต่เอ่ยปากว่ารักปักใจจึงต้องทำเรื่องผิดศีลธรรมลงไป"ปีนั้นท่านแม่ของข้านางถูกส่งเข้าว
ตอนที่6 ||จำนนแต่มิได้จนใจเนี่ยกงกงหันซ้ายแลขวาอยากจะอธิบายว่าเขานั้นหาได้กลั่นแกล้งพระชายาเอกหลินแม้แต่น้อยที่อีกฝ่ายแจ้งแก่เขาล้วนไปถึงองค์ชายหกทั้งสิ้นแต่ใครเลยจะคาดเพ่ยอวี้กลับยั่วยุให้องค์ชายหกของเขาเสแสร้งไม่รับรู้แล้วใส่ความว่าพระชายาเอกหลินออกจากจวนโดยไม่บอกกล่าวแต่ผู้ใด แต่ดูแล้วคงยากจะทำ
ตอนที่5 #ไอ้คนชาติสุนัข!หลังจากวาดอนาคตอยู่ภายในหัวสมองมาอีกสามวันก็พอดีกับที่หลินหลีฮัวแต่งเข้าจวนองค์ชายหกครบแปดวันพอดิบพอดี และเป็นแปดวันที่สงบเงียบราวกับพระชายาเอก เช่นนางนั้นไร้ตัวตนภายในจวนกว้างใหญ่นี้ แต่ใครจะสนใจก็สนใจไปเถิดสำหรับนางเป็นเช่นนี้กลับดียิ่ง"ปิงจีวันนี้ไปแจ้งกับเนี่ยกงกงว่าข้
ตอนที่1 ||ข้าผิดอันใดพอตกถึงปลายยามอิ๋น ปิงจีกับถงอีก็เข้ามาปลุกหลินหลีฮัวขึ้นมาจากเตียงนอนนุ่มสบายเพราะทราบดีว่ายามเช้ามาถึงพระชายาหกหลินนั้นยังมีอีกหลายสิ่งให้ต้องกระทำ ไม่ว่าจะเป็นการให้พ่อบ้านใหญ่ในจวนองค์ชายหกนำคนภายในจวนมาคารวะเจ้านายฝ่ายหญิงคนใหม่ที่จะควบคุมเรือนหลังจากนั้นก่อนยามอู่ยังต้อ
บทนำ# อวี้เอ๋อร์คือผู้ใด?ภายในห้องหอหรูหราบัดนี้มีสตรีสวมชุดเจ้าสาวเต็มพิธีการกำลังนั่งทอดสายตามองตรงไปบนโต๊ะอาหารมงคลกลางห้องสำหรับคู่บ่าวสาว ที่ยังไม่มีผู้ใดแตะต้องมันเลยแม้เพียงครึ่งคำสลับกับมองไปที่บานประตูห้องหอที่ถูกปิดไปเมื่อครู่ด้วยฝีมือของผู้เป็นเจ้าบ่าวหลังจากที่เขากล่าวกับนางด้วยประโยคท







