Masukหลังจากวาดอนาคตอยู่ภายในหัวสมองมาอีกสามวันก็พอดีกับที่หลินหลีฮัวแต่งเข้าจวนองค์ชายหกครบแปดวันพอดิบพอดี และเป็นแปดวันที่สงบเงียบราวกับพระชายาเอก เช่นนางนั้นไร้ตัวตนภายในจวนกว้างใหญ่นี้ แต่ใครจะสนใจก็สนใจไปเถิดสำหรับนางเป็นเช่นนี้กลับดียิ่ง
"ปิงจีวันนี้ไปแจ้งกับเนี่ยกงกงว่าข้าจะออกไปตรวจดูสินสอด และแวะไปยกน้ำชาให้กับท่านอาเก้าเอ่อ...ให้กับจวิ้นอ๋องเข่ออี้ด้วย"
หลินหลีฮัวคล้ายมารดาก็ตรงนี้ เพราะมารดาของนางเมื่อคิดแผนออกมาได้จะเร่งลงมือทันทีเพราะคิดว่าลงมือก่อนได้เปรียบ หลีฮัวเองก็คิดเช่นนั้น ดังนั้นพอนางจัดเก็บสินเดิมพร้อมสินสอดบางส่วนเรียบร้อย ต่อจากนี้ก็สมควรไปเยี่ยม ท่านอาเก้าได้แล้ว
"พระชายาไม่คิดจะไปพบหน้าองค์ชายหกหรือเพคะ" ถงอีถามขึ้นขณะที่ช่วยหลินหลีฮัวหวีผมและแต่งกายหน้าคันฉ่อง
"พบแล้วอย่างไร ไม่พบแล้วอย่างไร เขาชิงชังรังเกียจข้าจนขับไล่มาอยู่เสียท้ายจวนเช่นนี้ หากข้ายังกล้าเสนอหน้าไปพบเขามิเท่ากับข้าหาเรื่องใส่ตัวหาเหาใส่หัวหรอกหรือถงอี มิสู้ข้าออกไปพบคนที่เขาอยากพบข้ายังดีเสียกว่า"
เพราะสายเลือดพ่อค้าแม่ค้าจากฝ่ายมารดากับท่านตาของนางรุนแรง หลินหลีฮัวจึงคิดได้เช่น นางคิดแต่ผลประโยชน์ กำไรและขาดทุนพบหน้าคนเช่นจ้าวหลิวเย่สำหรับเด็กสาวเท่าที่เจอมา มีแต่ขาดทุนเช่นนั้นจะพบไปไย แค่ขาดทุนด้านอารมณ์นางก็ไม่อาจทำใจได้แล้ว
ร้านขายสมุนไพรเผิงไหลฟู่ คือสินสอดที่ถูกใจหลินหลีฮัวที่สุดจนนางอดใจไม่ไหวต้องรีบออกมาตรวจดู และด้วยรถม้าที่ประทับตราขององค์ชายหกจ้าวหลิวเย่ ทำให้หลงจู๊ผู้ดูแลร้านแค่เห็นร่างของหลินหลีฮัวก้าวลงจากรถม้าเขาก็ออกมาต้อนรับแล้ว
"ไม่ต้องมากพิธีไปหรอกหลงจู๊ ลุกขึ้นแล้วใครมีหน้าที่ใดก็ไปทำเถิด ข้าเพียงมาเยี่ยมชมกิจการเท่านั้น"
คราวแรกคนงานในร้านพอทราบว่าต่อไปพวกตนจะมีนายคนใหม่ล้วนกังวล ทว่ายามได้พบหน้า เป็นเพียงเด็กสาวคนหนึ่งดูอ่อนเยาว์นักพวกเขาจึงค่อยเบาใจว่านางจะไม่มาเปลี่ยนแปลงอันในภายในร้านมากนัก
"พระชายาหกต้องการดูบัญชีหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ"
หลงจู๊ของร้านถามขึ้นด้วยกิริยาเคารพนบน้อมเพราะถึงนางจะยังเป็นเด็กสาวแต่ฐานะนั้นเป็นถึงสะใภ้ที่ฮ่องเต้ออกพระราชโองการแต่งตั้งมาเขาย่อมมิกล้าทำให้เด็กสาวไม่พึงใจ
"ดูสิ ลำบากหลงจู๊แล้ว" หลินหลีฮัวตอบกลับไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแต้มเรียวปาก
"หามิได้พ่ะย่ะค่ะ พระชายาหกรอสักครู่" หลงจู๊วัยกลางคนรีบไปนำบัญชีมามอบให้เจ้าของคนใหม่ทันที
"ได้"
ไม่นานบัญชีก็ถูกนำมาให้เด็กสาวได้ตรวจดู เป็นบัญชีรายรับรายจ่ายและรายการทั้งซื้อและขายสมุนไพรย้อนหลังไปครึ่งปี หลินหลีฮัวเลือกจะตรวจผ่านไปเร็ว ๆ ก่อนหนึ่งรอบ แต่นางเป็นพวกความจำยอดเยี่ยมแค่ผ่านตาล้วนจดจำได้ทั้งหมด
"ข้าอยากได้ย้อนหลังไปอีกสามหนาวไม่ทราบว่าหลงจู๊จะจัดการให้ได้หรือไม่ อ๋อ ไม่ใช่วันนี้แต่ให้ส่งไปที่ตำหนักองค์ชายหกภายในสามวันหลังจากนี้"
"ได้สิพ่ะย่ะค่ะ เหตุใดจึงจะมิได้กันเล่า"
"รบกวนหลงจู๊แล้ว"
"หามิได้ หามิได้ พ่ะย่ะค่ะ"
หลงจู๊วัยกลางคนเอ่ยขึ้นด้วยกิริยานอบน้อม จากนั้นหลินหลีฮัวก็พูดคุยและเดินตรวจดูทั้งภายในร้านและโรงเรือนด้านหลังที่จัดทำเป็นโกดังจัดเก็บสมุนไพรรวมไปถึงลานโล่งที่จัดเอาไว้ตากสมุนไพรบางชนิดอยู่ครึ่งวัน
พอคิดจะตรงไปยังจวนจวิ้นอ๋องกลับพบว่าท้องฟ้ายามเว่ยเต็มไปด้วยเมฆฝนดำทะมึนไปหมดนางจึงคิดว่าวันนี้ไม่เหมาะจะไปเยี่ยมคารวะญาติของพระสวามีเสียแล้ว
"ฝนจะตกแล้วเอาเช่นไรดีเพคะพระชายา"
ปิงจีถามขึ้น หลินหลีฮัวทำได้แค่ถอนหายใจ เพราะวันนี้คงยากจะไม่ยกน้ำชาฝากตัวเป็นศิษย์ท่านอาเก้าแล้วจริง ๆ
"กลับกันเถอะเอาไว้พรุ่งนี้ส่งเทียบไปแจ้งกับจวิ้นอ๋องอย่างเป็นทางการคงสมควรกว่า"
คิดทบทวนจนรอบคอบหลีฮัวจึงออกคำสั่งบ่าวบังคับรถม้ากลับจวนองค์ชายหกแทนเพราะไหนจะฝนใกล้จะตกกับการที่นางเพิ่งจะเป็นสะใภ้ใหม่ที่สำคัญสวามีชิงชังอย่างมากหากเจ้าจ้าวหลิวเย่เกิดอยากหาเรื่องแค่นางไปเยือนจวนจวิ้นอ๋องโดยไม่แจ้งล่วงหน้าก็เป็นเรื่องใหญ่ได้ป้องกันตนเองเอาไว้ดีกว่า
ทว่าขนาดนางคิดการรอบคอบถึงเพียงนั้นยามเมื่อกลับมาถึงจวนก็ยังเกิดเรื่องขึ้นจนได้
ขวับ!
เพี๊ยะ!
โครม!
"!!!" หลินหลีฮัว
"กรี๊ด!" ปิงจี
“กรี๊ด…คุณหนูใหญ่!!!” ถงอี
ทั้งปิงจีและถงอีล้วนกรีดร้องแตกตื่นตกใจเมื่อรถม้าจอดเทียบหน้าประตูใหญ่แล้วหลินหลีฮัวกำลังก้าวลงจากรถม้าแต่เท้าไม่ทันถึงพื้นกลับถูกแส้ม้าฟาดเปรี้ยงแล้วกระชากร่างเล็กหล่นโครมลงไปบนพื้นหน้าประตูใหญ่ของจวนองค์ชายหกจนหมดรูป หลินหลีฮัวทั้งตกใจและจุกกับเจ็บจึงร้องไม่ออกแม้เพียงครึ่งคำ
"ออกจากจวนไม่บอกกล่าวสวามีคนสกุลหลินของเจ้าสั่งสอนบุตรสาวออกมาเช่นนี้หรือ?"
เสียงเย็นยะเยือกดังมาพร้อมกับเรือนกายสูงใหญ่ที่ในมือถือแส้ม้าเส้นโตเอาไว้ไม่บอกย่อมรู้ผู้ฟาดแส้ออกมาเมื่อครู่ย่อมเป็นเขาแน่แท้
'จ้าวหลิวเย่เจ้าสุนัขต่ำช้า เจ้าบิดาลืมสั่งสอน ไอ้สุนัขชั่วช้า มารดามันตาย!'
หลินหลีฮัวเมื่อเห็นว่าเป็นผู้ใดทำร้ายตนจนหล่นโครมลงมาสิ้นสภาพก็สบถด่าบรรพบุรุษสกุลจ้าวไปแล้วสิบรุ่นในเวลาเพียงกะพริบตาไปหกครั้ง
"สวามี…"
หากแต่ภายนอกเรียวปากที่แตกเลือดไหลกลับเรียก สวามี อ่อนหวานไม่พอนางกลับยังคงเปิดยิ้มหวานได้ยอดเยี่ยมอีกด้วย ดังนั้นพอจ้าวหลิวเย่แลเห็นเข้าพลันตกตะลึงยืนอึ้งไปครู่หนึ่งเลยทีเดียว
"สวามีท่านโกรธเสียแล้ว ชายาผิดไปแล้ว ต่อไปไม่กล้าแล้วเพคะ"
พอเห็นจ้าวหลิวเย่ยืนตกตะลึง หลินหลีฮัวจึงรีบลุกขึ้นจากท่าทางดังกบหกล้มมาเป็นนั่งคุกเข่าจากนั้นก็รีบโขกศีรษะตามที่เคยฝึกฝนมาว่าคนเห็นนั้นดูนางจริงใจแต่แท้จริงล้วนลูกเล่นไม่เจ็บแม้แต่น้อยทันที โขกลงไปหนึ่งครั้ง นางก็ร้องว่า ชายาผิดไปแล้ว โขกสองครั้งนางก็ร้องอีกว่า ต่อไปชายาไม่กล้าแล้ว
ทำเช่นนั้นไปเรื่อย ๆ"……"
จ้าวหลิวเย่ยิ่งแลเห็นพลันยิ่งคาดไม่ถึง แต่เดิมเขาคิดว่าพอตนเองทำหยาบคายเช่นนี้ หลินหลีฮัวคงลุกขึ้นมาด่าทอตนเองเป็นแน่ซึ่งหากเป็นดังนั้นเขาย่อมเอาผิดนางได้รุนแรงขึ้นจนอาจเป็นเหตุให้ถึงขั้นหย่าขาดด้วยโทษเจ็ดขับของชาวเทียนสุ่ยเอาใจเพ่ยอวี้และแม่ทัพเพ่ยได้ แต่พอหลินหลีฮัวยอมรับผิดด้วยกิริยาเอาจริงเอาจริงผิดจากแผนที่เขาวางเอาไว้เพื่อคิดจะเอาใจสองพ่อลูกสกุลเพ่ยย่อมไปต่อไม่ถูกเช่นกัน
"องค์ชายพ่ะย่ะค่ะ เช่นนี้ไม่ดีนะพ่ะย่ะค่ะ ที่นี่คือหน้าจวนคนมากมายพบเห็น…"
เนี่ยกงกงไม่รู้ว่าจะเอ่ยปากช่วยพระชายาเอกหลินผู้น่าสงสารอย่างไรจึงทำได้แค่ชี้แนะว่าที่นี่หน้าจวนหากคนพูดไปปากต่อปากเพียงแค่พระชายาเอกหลินออกไปจากจวนไม่บอกกล่าวสวามีลงโทษรุนแรงไปจนถึงหูของฮ่องเต้และซ่งฮองเฮาคงมิใช่เรื่องดีสำหรับองค์ชายหกมากกว่าผู้ใดแล้ว ส่วนจ้าวหลิวเย่คล้ายกับเพิ่งจะคิดได้ว่าตนเองผิดไปเสียแล้ว
"เข้าจวนแล้วคุกเข่าที่ลานกลางเรือนจนกว่าข้าจะมีคำสั่งให้ลุกขึ้น ห้ามดื่มน้ำห้ามกินข้าว!"
เพราะเห็นชาวบ้านเริ่มมาเมียงมองจ้าวหลิวเย่ย่อมไม่กล้ารังแกหลินหลีฮัวไปมากกว่านี้ที่หน้าจวน แต่หากเป็นภายในจวนแค่ปิดประตูคนไม่เห็นเขาก็ทรมานนางต่อไปได้แล้ว คำสั่งต่ำทรามจึงหลุดออกมาจากเรียวปากก่อนที่เขาจะสะบัดแส้ม้าเฉียดร่างของหลินหลีฮัวไปเล็กน้อยแล้วหมุนกายกลับเข้าไปด้านในทันที!
ตอนที่40#อวสานอีกหนึ่งเดือนต่อมาถานอิ๋งฮัวกับเด็ก ๆ เจ็ดชีวิตก็ออกเดินทางไปเจียงหนาน ส่วนหลินหลีฮัวนั้นรั้งอยู่ข้างกายสามีของนาง เช่นไรก็ไม่ยอมติดตามมารดาไปอยู่เจียงหนานเพราะห่วงใยสามีของนางและทำตามคำพูดว่าจะร่วมทุกข์กับเขานั่นเอง เหตุใดจึงต้องจากไปเจียงหนานนะหรือ?ก็เพราะเจียงหนานอยู่ติดกับชายแดนอาณาจักร หนานเหอ และบ้านเดิมของอดีตเจิ้งกั๋วกงแท้จริงมิได้อยู่ในเมืองเจียงหนานแต่อยู่ในตำบลหนึ่งของแคว้นซีเยี่ยหนึ่งในเก้าแคว้นของหนานเหอ หากเกิดอันใดขึ้นแน่นอนอิทธิพลของฮ่องเต้จ้าวหลิวหย่งและเชื้อพระวงศ์ของเทียนสุ่ยย่อมไปไม่ถึงเพราะหนานเหอเป็นอาณาจักรที่ใหญ่กว่าเทียนสุ่ย กำลังทหารมากกว่า ร่ำรวยกว่าและอุดมสมบูรณ์กว่า หากคนจากเทียนสุ่ยคิดจะยื่นมือเข้าไปยุ่งกับประชาชนของหนานเหอนับว่าโง่เขลาเต็มที ยิ่งบ้านเดิมของฝ่ายมารดาของถานอิ๋งฮัวหรือก็คือท่านยายหรือยายทวดของหลินหลีฮัวเป็นถึงองค์หญิงขั้น2ของราชวงศ์หยวนแห่งหนานเหอด้วยแล้วหากคิดแตะต้องครอบครัวของอดีตเจิ้งกั๋วกงฟู่เหรินเกรงว่าฮ่องเต้แห่งเทียนสุ่ยไม่ว่าจะเป็นคนใดในเวลาหนึ่งร้อยปีนี้คงมิกล้าแน่นอนพอส่งมารดากับบรรดาน้อง ๆ ไปแล้วแผนการต่าง ๆ ของ
ซึ่งผู้เป็นเจ้าของปลายลิ้นนุ่มก็ให้ความร่วมมือด้วยการส่งมันมาทักทายและเกี่ยวพันร้อยรัดเรียวร้อนอย่างกึ่งกล้ากึ่งกลัว ผ่านไปครู่ใหญ่จนภายในศีรษะของหลินหลีฮัวนั้นขาวโพลนราวกับหิมะและใกล้จะขาดอากาศหายใจจ้าวเข่ออี้จึงปล่อยปากจิ้มลิ้มให้เป็นอิสระหลินหลีฮัวถึงกับหอบหายใจแรงจนทรวงอกอวบอั๋นสะท้านขึ้นลงโดยแรง"อย่ากลั้นลมหายใจ"จ้าวเข่ออี้กระซิบใกล้ใบหูขาวสะอาดแล้วจึงฉวยโอกาสใช้ริมฝีปากแกร่งขบเม้ม หลินหลีฮัวขนลุกเกรียวด้วยความเสียวซ่านและสยิว สองร่างค่อย ๆ คืบคลานถอยร่นขึ้นไปบนเตียง แสงเทียนมงคลยังคงสว่างไสวจนเห็นเงาร่างของคนบนเตียงกว้างเข้าแนบชิดนัวเนีย ม่านมุ้งถูกกระตุกลงด้วยฝีมือของผู้เป็นเจ้าบ่าวที่รอคอยวันนี้มานานถึง4ปีเศษก่อนจะตามลงมาด้วยอาภรณ์ของทั้งสองทีละชิ้น ทีละชิ้น เงาร่างเคลื่อนไหววูบวาบสลับไปกับเสียงลมหายใจของทั้งสองที่แรงขึ้นตามอารมณ์ มือแกร่งของจ้าวเข่ออี้ลูบไล้ลงบนข้อเท้าเรียวเล็ก เขายกขึ้นแล้วกดเรียวปากแกร่งจุมพิตที่ปลายนิ้วเท้าเล็ก ๆ น่ารักอย่างไม่คิดรังเกียจว่าเท้าเป็นส่วนที่ต่ำที่สุดของร่างกายหลินหลีฮัวย่อมไม่ยินยอมนางขยับเรียวปากเตรียมจะเอ่ยห้ามการกระทำนี้หากแต่ชายหนุ่ม
ตอนที่39# เข้าหอนี้คงมิอาจรั้งรอได้แต่ถึงจะขี่ม้าชมทิวทัศน์และดาราอย่างใจเย็นเช่นไรสุดท้ายจวนหยางกวางกงจู่ก็ยังปรากฏอยู่เบื้องหน้าอยู่ดี รอบจวนตกแต่งด้วยโคมไฟสีแดงกับตัวอักษรมงคล แน่นอนว่าห้องหอของคู่สามีภรรยาใหม่นั้นย่อมถูกจัดเตรียมเอาไว้พร้อมแล้ว ตั้งแต่หน้าประตูใหญ่ของจวน จ้าวเข่ออี้นั้นก็เป็นฝ่ายอุ้มภรรยาของตนข้ามธรณีประตูใหญ่แล้วเขาอุ้มจนถึงห้องหอที่มีปิงจีและถงอีเปิดประตูรออยู่ เท้าแกร่งพาร่างอรชรในอาภรณ์ชุดป้านปี้สีแดงเลือดนกตรงไปวางลงบนเก้าอี้ซึ่งตรงหน้าคือโต๊ะอาหารมงคลที่พร้อมไปด้วยสุราและอาหาร"พวกเจ้าไปพักผ่อนกันเถิด เหน็ดเหนื่อยกันมาหลายวันแล้วทิ้งคนไว้แค่รอเก็บสำรับก็พอ"เป็นจ้าวเข่ออี้ที่เอ่ยกับคนของตนเองและภรรยา ทุกคนก้มศีรษะรับคำแล้วจากไปพร้อมปิดประตูให้ดิบดี“มาเถอะพวกเรามาทำพิธีผูกผมและดื่มสุรามงคลกัน”ปีนี้จ้าวเข่ออี้อายุ30บริบูรณ์ส่วนหลินหลีฮัวก็เต็ม19ปีไปเมื่อเจ็ดวันก่อนทั้งสองจึงนับว่าเป็นผู้ใหญ่เต็มกายด้วยกันทั้งคู่ แต่ถึงอย่างนั้นราตรีนี้คนสองคนก็ต่างเขินอายต่อกันอยู่บ้าง จ้าวเข่ออี้แน่นอนว่าเขาอายุปูนนี้แล้วย่อมเคยผ่านราตรีวสันต์มาบ้างแต่ก็เท่านั้นเพราะประส
ตอนที่38#ในที่สุดเราก็ได้แต่งงานกัน (สักครา)หลังจากพูดคุยกันจนเข้าใจและหลินหลีฮัวรับปากแต่งงานกับจ้าวเข่ออี้แล้วราตรีนั้นทั้งสองก็ปรึกษากันถึงแผนการจะรับมือกับฮ่องเต้เช่นไร เพราะแน่นอนว่าหลินหลีฮัวไม่มีทางยินดีให้ว่าที่สามีของตนเองต้องกลายเป็นแพะ รับเอาบาปที่ฮ่องเต้คิดทำแต่กลับไม่ลงมือเองโดยเด็ดขาดซึ่งก็คิดตรงกับจ้าวเข่ออี้ดังนั้นที่ช่วงหลังเขาดูยุ่งวุ่นวายนักจึงถูกเฉลยออกมาว่าเขากำลังวางแผนตลบหลังฮ่องเต้จ้าวหลิวหย่งโดยร่วมมือกับองค์ชายรองและองค์ชายสามโดยมีข้อตกลงร่วมกัน ฉากหน้าเขาอยู่ฝ่ายฮ่องเต้ฉากรองเสแสร้งร่วมมือกับซ่งฮองเฮากับองค์ชายห้าจ้าวหรงจื่อ เช่นนี้แล้วผู้ใดยังกล้าเรียกจวิ้นอ๋องว่าเป็นตัวโง่งมได้อีก ใครจะเรียกและเข้าใจผิดไปก็ช่างแต่หลินหลีฮัวนั้นไม่เชื่อเด็ดขาด แต่ถึงเขาจะดูเลวดูร้าย ทว่าหากเขาไม่ถูกหมายหัวก่อนบุรุษของนางมีหรือจะกลายเป็นคนเช่นนี้หึ! จ้าวหลิวหย่งผู้นั้นคิดผิดไปแล้วจริง ๆซึ่งแน่นอนว่าหลังจากนั้นมารดาของหลินหลีฮัวย่อมทราบเรื่องราวไปด้วยเพราะจ้าวเข่ออี้นับถืออีกฝ่ายเป็นมารดาอีกคนของตนเองเช่นกัน และเหมือนกับจ้าวเข่ออี้ดังพบทางสว่างจากที่คิดว่าทุกสิ่งยากเย็นพอไ
"ระหว่างนั้นเองเขาก็ใช้ฐานะฮ่องเต้เข้าออกตำหนักใน ได้ง่ายไปข่มเหงฉู่ไฉ่เหรินจนเกิดข้าขึ้นมา แต่เดิมท่านแม่ของข้าคิดสั้นพยายามปลิดชีพตนเองแต่พอทราบว่าตนเองมีเลือดก่อกำเนิดขึ้นมากลับตัดใจปลิดชีพตนเองไม่ลงดังนั้นสุดท้ายข้าจึงคลอดออกมา"แต่คลื่นลมภายในวังหลังผู้ใดบ้างจะไม่กระจ่างว่ารุนแรงเพียงใด และเพราะจ้าวหลิวหย่งต้องรักษาภาพลักษณ์สูงส่งและสะอาดบริสุทธิ์เรื่องต่ำทรามเช่นข่มเหงพระสนมของไท่ซ่างหวงจะเปิดเผยได้อย่างไร แม้แต่ถานไท่เฮายังไม่เคยทราบความจริงจนนางสิ้นใจแต่ก่อนถานไทเฮาจะสิ้นใจความจริงที่จ้าวหลิวหย่งไปข่มเหงฉู่ไฉ่เหรินไท่ซ่างหวงนั้นทราบมาตั้งแต่ฉู่ไฉ่เหรินตั้งครรภ์แล้ว เพราะไท่ซ่างหวงถูกพิษจะหลับนอนกลับบรรดาพระสนมได้เช่นนั้นฉู่ไฉ่เหรินตั้งครรภ์บุรุษเดียวที่ไท่ซ่างหวงสงสัยย่อมเป็นจ้าวหลิวหย่งผู้เป็นฮ่องเต้แต่กว่าจะจับได้คาหนังคาเขาก็จนมารดาของจ้าวเข่ออี้คลอดเขาออกมาได้สามขวบปีแล้วคนสนิทของมารดาเขาเล่าว่าในยามนั้นไท่ซ่างหวงทรงกริ้วหนักจึงเรียกจ้าวหลิวหย่งไปพบแล้วจะเรียกคืนราชบัลลังก์ยกให้กับองค์ชายพระองค์แทน จ้าวหลิวหย่งหรือจะยินยอมแต่ขณะนั้นรากฐานของเขายังไม่มั่นคงจึงได้วางยาพิษใ
ตอนที่37#ความลับของจ้าวเข่ออี้หลินหลีฮัวนั้นมิคาดว่านี่จะคือความลับที่จ้าวเข่ออี้จะพูดถึง มันเกินคาดไปมาก หรือต่อให้คนขวัญกล้าคนใดก็คงมิกล้าจะคาดถึงเป็นแน่ว่าภายในวังหลังนั้นจะมีเรื่องราวฉาวโฉ่เช่นนี้เกิดขึ้น ทว่าแน่นอนก็คือว่าไม่แน่นอนนั้นเป็นสัจธรรมของโลกมนุษย์มาช้านานแล้วมิใช่หรือ?!"หรือจะกล่าวให้ถูกข้าก็คือหนึ่งในโอรสแท้ ๆ ของฮ่องเต้องค์ปัจจุบันมิใช่โอรสที่เกิดจากอดีตไท่ซ่างหวงจึงได้รอดชีวิตมาจนถึงวันนี้เพราะหากข้าคือบุตรของเสด็จปู่เข่อเต๋อแน่นอนว่าคนขี้ระแวงเช่นจ้าวหลิวหย่งมีหรือจะไม่กำจัดทิ้งไปเช่นพี่น้องคนอื่นของเขา"ผู้อื่นอาจคิดว่าเขาโชคดีแต่จ้าวเข่ออี้ย่อมมิได้คิดเช่นนั้น เนื่องจากพอเขาอายุได้เก้าขวบสิ้นมารดาและเสด็จปู่พร้อมกับได้รู้ความจริงว่าตนเองแท้จริงคือบุตรมิใช่น้องชายคนเล็กของฮ่องเต้จ้าวหลิวหย่ง แต่บุตรชายแท้ ๆ คนแรก หากแต่สำหรับเขาแล้วกลับคิดว่าตนเองโชคร้ายอย่างถึงแก่น!และเพราะความลับถูกไท่ซ่างหวงล่วงรู้จ้าวหลิวหย่งที่หวาดกลัวว่าความลับดำมืดจะเปิดเผยออกไปจึงสังหารทั้งสตรีที่เขาเอาแต่เอ่ยปากว่ารักปักใจจึงต้องทำเรื่องผิดศีลธรรมลงไป"ปีนั้นท่านแม่ของข้านางถูกส่งเข้าว
ตอนที่6 ||จำนนแต่มิได้จนใจเนี่ยกงกงหันซ้ายแลขวาอยากจะอธิบายว่าเขานั้นหาได้กลั่นแกล้งพระชายาเอกหลินแม้แต่น้อยที่อีกฝ่ายแจ้งแก่เขาล้วนไปถึงองค์ชายหกทั้งสิ้นแต่ใครเลยจะคาดเพ่ยอวี้กลับยั่วยุให้องค์ชายหกของเขาเสแสร้งไม่รับรู้แล้วใส่ความว่าพระชายาเอกหลินออกจากจวนโดยไม่บอกกล่าวแต่ผู้ใด แต่ดูแล้วคงยากจะทำ
ตอนที่4#แค่นางเปลี่ยนวิธีคิดชีวิตย่อมเปลี่ยนและแล้วค่ำคืนที่สองกับฐานะของพระชายาเอกในองค์ชายหกจ้าวหลิวเย่กำลังมาเยือนแสงแดดอ่อนยามอาทิตย์ใกล้คล้อยสีส้มสาดส่องเข้ามาภายในเรือนหลิงเซียวบรรยากาศชวนอึมครึมทำเอาดวงใจของเด็กสาวไกลบ้านยิ่งเปลี่ยวเหงาหลินหลีฮัวคิดถึงมารดาคิดถึงน้องชายไหนจะบรรดาน้องชายและ
ตอนที่3#ถูกขับไล่มาอยู่ท้ายจวนเสียแล้วเรือนหลิงเซียว…คือเรือนที่องค์ชายหกจ้าวหลิวเย่มีคำสั่งให้เนี่ยกงกงพาพระชายาเอกหลินมาพักอาศัย ซึ่งเรือนหลังนี้อยู่เสียเกือบท้ายตำหนัก และก็เป็นไปตามนามของเรือนหลังนี้ คือโดยรอบเต็มไปด้วยดอก หลิงเซียว จนแทบมองไม่เห็นตัวเรือน เท้าเล็กในรองเท้าผ้าไหมปักลวดลายวิจิ
ตอนที่2 # สำหรับข้านางจะนับเป็นตัวอันใดได้ทว่าเมื่อถึงจวนหลินหลีฮัวจึงพลันกระจ่าง นรกที่ตนเองเข้าใจว่ากำลังเผชิญทั้งในตำหนักหลิวหยางและบนรถม้าหรูหรานั้นกลับมิได้ใกล้เคียงกับสิ่งที่นางต้องพบเจอเมื่อยามก้าวเข้ามาในอาณาเขตของผู้เป็นสวามีแม้แต่น้อย"นี่คือ?"หลังจากนางลงจากรถม้าแล้วยืนรอให้จ้าวหลิวเย่







