Se connecterหลังจากวาดอนาคตอยู่ภายในหัวสมองมาอีกสามวันก็พอดีกับที่หลินหลีฮัวแต่งเข้าจวนองค์ชายหกครบแปดวันพอดิบพอดี และเป็นแปดวันที่สงบเงียบราวกับพระชายาเอก เช่นนางนั้นไร้ตัวตนภายในจวนกว้างใหญ่นี้ แต่ใครจะสนใจก็สนใจไปเถิดสำหรับนางเป็นเช่นนี้กลับดียิ่ง
"ปิงจีวันนี้ไปแจ้งกับเนี่ยกงกงว่าข้าจะออกไปตรวจดูสินสอด และแวะไปยกน้ำชาให้กับท่านอาเก้าเอ่อ...ให้กับจวิ้นอ๋องเข่ออี้ด้วย"
หลินหลีฮัวคล้ายมารดาก็ตรงนี้ เพราะมารดาของนางเมื่อคิดแผนออกมาได้จะเร่งลงมือทันทีเพราะคิดว่าลงมือก่อนได้เปรียบ หลีฮัวเองก็คิดเช่นนั้น ดังนั้นพอนางจัดเก็บสินเดิมพร้อมสินสอดบางส่วนเรียบร้อย ต่อจากนี้ก็สมควรไปเยี่ยม ท่านอาเก้าได้แล้ว
"พระชายาไม่คิดจะไปพบหน้าองค์ชายหกหรือเพคะ" ถงอีถามขึ้นขณะที่ช่วยหลินหลีฮัวหวีผมและแต่งกายหน้าคันฉ่อง
"พบแล้วอย่างไร ไม่พบแล้วอย่างไร เขาชิงชังรังเกียจข้าจนขับไล่มาอยู่เสียท้ายจวนเช่นนี้ หากข้ายังกล้าเสนอหน้าไปพบเขามิเท่ากับข้าหาเรื่องใส่ตัวหาเหาใส่หัวหรอกหรือถงอี มิสู้ข้าออกไปพบคนที่เขาอยากพบข้ายังดีเสียกว่า"
เพราะสายเลือดพ่อค้าแม่ค้าจากฝ่ายมารดากับท่านตาของนางรุนแรง หลินหลีฮัวจึงคิดได้เช่น นางคิดแต่ผลประโยชน์ กำไรและขาดทุนพบหน้าคนเช่นจ้าวหลิวเย่สำหรับเด็กสาวเท่าที่เจอมา มีแต่ขาดทุนเช่นนั้นจะพบไปไย แค่ขาดทุนด้านอารมณ์นางก็ไม่อาจทำใจได้แล้ว
ร้านขายสมุนไพรเผิงไหลฟู่ คือสินสอดที่ถูกใจหลินหลีฮัวที่สุดจนนางอดใจไม่ไหวต้องรีบออกมาตรวจดู และด้วยรถม้าที่ประทับตราขององค์ชายหกจ้าวหลิวเย่ ทำให้หลงจู๊ผู้ดูแลร้านแค่เห็นร่างของหลินหลีฮัวก้าวลงจากรถม้าเขาก็ออกมาต้อนรับแล้ว
"ไม่ต้องมากพิธีไปหรอกหลงจู๊ ลุกขึ้นแล้วใครมีหน้าที่ใดก็ไปทำเถิด ข้าเพียงมาเยี่ยมชมกิจการเท่านั้น"
คราวแรกคนงานในร้านพอทราบว่าต่อไปพวกตนจะมีนายคนใหม่ล้วนกังวล ทว่ายามได้พบหน้า เป็นเพียงเด็กสาวคนหนึ่งดูอ่อนเยาว์นักพวกเขาจึงค่อยเบาใจว่านางจะไม่มาเปลี่ยนแปลงอันในภายในร้านมากนัก
"พระชายาหกต้องการดูบัญชีหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ"
หลงจู๊ของร้านถามขึ้นด้วยกิริยาเคารพนบน้อมเพราะถึงนางจะยังเป็นเด็กสาวแต่ฐานะนั้นเป็นถึงสะใภ้ที่ฮ่องเต้ออกพระราชโองการแต่งตั้งมาเขาย่อมมิกล้าทำให้เด็กสาวไม่พึงใจ
"ดูสิ ลำบากหลงจู๊แล้ว" หลินหลีฮัวตอบกลับไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแต้มเรียวปาก
"หามิได้พ่ะย่ะค่ะ พระชายาหกรอสักครู่" หลงจู๊วัยกลางคนรีบไปนำบัญชีมามอบให้เจ้าของคนใหม่ทันที
"ได้"
ไม่นานบัญชีก็ถูกนำมาให้เด็กสาวได้ตรวจดู เป็นบัญชีรายรับรายจ่ายและรายการทั้งซื้อและขายสมุนไพรย้อนหลังไปครึ่งปี หลินหลีฮัวเลือกจะตรวจผ่านไปเร็ว ๆ ก่อนหนึ่งรอบ แต่นางเป็นพวกความจำยอดเยี่ยมแค่ผ่านตาล้วนจดจำได้ทั้งหมด
"ข้าอยากได้ย้อนหลังไปอีกสามหนาวไม่ทราบว่าหลงจู๊จะจัดการให้ได้หรือไม่ อ๋อ ไม่ใช่วันนี้แต่ให้ส่งไปที่ตำหนักองค์ชายหกภายในสามวันหลังจากนี้"
"ได้สิพ่ะย่ะค่ะ เหตุใดจึงจะมิได้กันเล่า"
"รบกวนหลงจู๊แล้ว"
"หามิได้ หามิได้ พ่ะย่ะค่ะ"
หลงจู๊วัยกลางคนเอ่ยขึ้นด้วยกิริยานอบน้อม จากนั้นหลินหลีฮัวก็พูดคุยและเดินตรวจดูทั้งภายในร้านและโรงเรือนด้านหลังที่จัดทำเป็นโกดังจัดเก็บสมุนไพรรวมไปถึงลานโล่งที่จัดเอาไว้ตากสมุนไพรบางชนิดอยู่ครึ่งวัน
พอคิดจะตรงไปยังจวนจวิ้นอ๋องกลับพบว่าท้องฟ้ายามเว่ยเต็มไปด้วยเมฆฝนดำทะมึนไปหมดนางจึงคิดว่าวันนี้ไม่เหมาะจะไปเยี่ยมคารวะญาติของพระสวามีเสียแล้ว
"ฝนจะตกแล้วเอาเช่นไรดีเพคะพระชายา"
ปิงจีถามขึ้น หลินหลีฮัวทำได้แค่ถอนหายใจ เพราะวันนี้คงยากจะไม่ยกน้ำชาฝากตัวเป็นศิษย์ท่านอาเก้าแล้วจริง ๆ
"กลับกันเถอะเอาไว้พรุ่งนี้ส่งเทียบไปแจ้งกับจวิ้นอ๋องอย่างเป็นทางการคงสมควรกว่า"
คิดทบทวนจนรอบคอบหลีฮัวจึงออกคำสั่งบ่าวบังคับรถม้ากลับจวนองค์ชายหกแทนเพราะไหนจะฝนใกล้จะตกกับการที่นางเพิ่งจะเป็นสะใภ้ใหม่ที่สำคัญสวามีชิงชังอย่างมากหากเจ้าจ้าวหลิวเย่เกิดอยากหาเรื่องแค่นางไปเยือนจวนจวิ้นอ๋องโดยไม่แจ้งล่วงหน้าก็เป็นเรื่องใหญ่ได้ป้องกันตนเองเอาไว้ดีกว่า
ทว่าขนาดนางคิดการรอบคอบถึงเพียงนั้นยามเมื่อกลับมาถึงจวนก็ยังเกิดเรื่องขึ้นจนได้
ขวับ!
เพี๊ยะ!
โครม!
"!!!" หลินหลีฮัว
"กรี๊ด!" ปิงจี
“กรี๊ด…คุณหนูใหญ่!!!” ถงอี
ทั้งปิงจีและถงอีล้วนกรีดร้องแตกตื่นตกใจเมื่อรถม้าจอดเทียบหน้าประตูใหญ่แล้วหลินหลีฮัวกำลังก้าวลงจากรถม้าแต่เท้าไม่ทันถึงพื้นกลับถูกแส้ม้าฟาดเปรี้ยงแล้วกระชากร่างเล็กหล่นโครมลงไปบนพื้นหน้าประตูใหญ่ของจวนองค์ชายหกจนหมดรูป หลินหลีฮัวทั้งตกใจและจุกกับเจ็บจึงร้องไม่ออกแม้เพียงครึ่งคำ
"ออกจากจวนไม่บอกกล่าวสวามีคนสกุลหลินของเจ้าสั่งสอนบุตรสาวออกมาเช่นนี้หรือ?"
เสียงเย็นยะเยือกดังมาพร้อมกับเรือนกายสูงใหญ่ที่ในมือถือแส้ม้าเส้นโตเอาไว้ไม่บอกย่อมรู้ผู้ฟาดแส้ออกมาเมื่อครู่ย่อมเป็นเขาแน่แท้
'จ้าวหลิวเย่เจ้าสุนัขต่ำช้า เจ้าบิดาลืมสั่งสอน ไอ้สุนัขชั่วช้า มารดามันตาย!'
หลินหลีฮัวเมื่อเห็นว่าเป็นผู้ใดทำร้ายตนจนหล่นโครมลงมาสิ้นสภาพก็สบถด่าบรรพบุรุษสกุลจ้าวไปแล้วสิบรุ่นในเวลาเพียงกะพริบตาไปหกครั้ง
"สวามี…"
หากแต่ภายนอกเรียวปากที่แตกเลือดไหลกลับเรียก สวามี อ่อนหวานไม่พอนางกลับยังคงเปิดยิ้มหวานได้ยอดเยี่ยมอีกด้วย ดังนั้นพอจ้าวหลิวเย่แลเห็นเข้าพลันตกตะลึงยืนอึ้งไปครู่หนึ่งเลยทีเดียว
"สวามีท่านโกรธเสียแล้ว ชายาผิดไปแล้ว ต่อไปไม่กล้าแล้วเพคะ"
พอเห็นจ้าวหลิวเย่ยืนตกตะลึง หลินหลีฮัวจึงรีบลุกขึ้นจากท่าทางดังกบหกล้มมาเป็นนั่งคุกเข่าจากนั้นก็รีบโขกศีรษะตามที่เคยฝึกฝนมาว่าคนเห็นนั้นดูนางจริงใจแต่แท้จริงล้วนลูกเล่นไม่เจ็บแม้แต่น้อยทันที โขกลงไปหนึ่งครั้ง นางก็ร้องว่า ชายาผิดไปแล้ว โขกสองครั้งนางก็ร้องอีกว่า ต่อไปชายาไม่กล้าแล้ว
ทำเช่นนั้นไปเรื่อย ๆ"……"
จ้าวหลิวเย่ยิ่งแลเห็นพลันยิ่งคาดไม่ถึง แต่เดิมเขาคิดว่าพอตนเองทำหยาบคายเช่นนี้ หลินหลีฮัวคงลุกขึ้นมาด่าทอตนเองเป็นแน่ซึ่งหากเป็นดังนั้นเขาย่อมเอาผิดนางได้รุนแรงขึ้นจนอาจเป็นเหตุให้ถึงขั้นหย่าขาดด้วยโทษเจ็ดขับของชาวเทียนสุ่ยเอาใจเพ่ยอวี้และแม่ทัพเพ่ยได้ แต่พอหลินหลีฮัวยอมรับผิดด้วยกิริยาเอาจริงเอาจริงผิดจากแผนที่เขาวางเอาไว้เพื่อคิดจะเอาใจสองพ่อลูกสกุลเพ่ยย่อมไปต่อไม่ถูกเช่นกัน
"องค์ชายพ่ะย่ะค่ะ เช่นนี้ไม่ดีนะพ่ะย่ะค่ะ ที่นี่คือหน้าจวนคนมากมายพบเห็น…"
เนี่ยกงกงไม่รู้ว่าจะเอ่ยปากช่วยพระชายาเอกหลินผู้น่าสงสารอย่างไรจึงทำได้แค่ชี้แนะว่าที่นี่หน้าจวนหากคนพูดไปปากต่อปากเพียงแค่พระชายาเอกหลินออกไปจากจวนไม่บอกกล่าวสวามีลงโทษรุนแรงไปจนถึงหูของฮ่องเต้และซ่งฮองเฮาคงมิใช่เรื่องดีสำหรับองค์ชายหกมากกว่าผู้ใดแล้ว ส่วนจ้าวหลิวเย่คล้ายกับเพิ่งจะคิดได้ว่าตนเองผิดไปเสียแล้ว
"เข้าจวนแล้วคุกเข่าที่ลานกลางเรือนจนกว่าข้าจะมีคำสั่งให้ลุกขึ้น ห้ามดื่มน้ำห้ามกินข้าว!"
เพราะเห็นชาวบ้านเริ่มมาเมียงมองจ้าวหลิวเย่ย่อมไม่กล้ารังแกหลินหลีฮัวไปมากกว่านี้ที่หน้าจวน แต่หากเป็นภายในจวนแค่ปิดประตูคนไม่เห็นเขาก็ทรมานนางต่อไปได้แล้ว คำสั่งต่ำทรามจึงหลุดออกมาจากเรียวปากก่อนที่เขาจะสะบัดแส้ม้าเฉียดร่างของหลินหลีฮัวไปเล็กน้อยแล้วหมุนกายกลับเข้าไปด้านในทันที!
ตอนที่5 #ไอ้คนชาติสุนัข!หลังจากวาดอนาคตอยู่ภายในหัวสมองมาอีกสามวันก็พอดีกับที่หลินหลีฮัวแต่งเข้าจวนองค์ชายหกครบแปดวันพอดิบพอดี และเป็นแปดวันที่สงบเงียบราวกับพระชายาเอก เช่นนางนั้นไร้ตัวตนภายในจวนกว้างใหญ่นี้ แต่ใครจะสนใจก็สนใจไปเถิดสำหรับนางเป็นเช่นนี้กลับดียิ่ง"ปิงจีวันนี้ไปแจ้งกับเนี่ยกงกงว่าข้าจะออกไปตรวจดูสินสอด และแวะไปยกน้ำชาให้กับท่านอาเก้าเอ่อ...ให้กับจวิ้นอ๋องเข่ออี้ด้วย"หลินหลีฮัวคล้ายมารดาก็ตรงนี้ เพราะมารดาของนางเมื่อคิดแผนออกมาได้จะเร่งลงมือทันทีเพราะคิดว่าลงมือก่อนได้เปรียบ หลีฮัวเองก็คิดเช่นนั้น ดังนั้นพอนางจัดเก็บสินเดิมพร้อมสินสอดบางส่วนเรียบร้อย ต่อจากนี้ก็สมควรไปเยี่ยม ท่านอาเก้าได้แล้ว"พระชายาไม่คิดจะไปพบหน้าองค์ชายหกหรือเพคะ" ถงอีถามขึ้นขณะที่ช่วยหลินหลีฮัวหวีผมและแต่งกายหน้าคันฉ่อง"พบแล้วอย่างไร ไม่พบแล้วอย่างไร เขาชิงชังรังเกียจข้าจนขับไล่มาอยู่เสียท้ายจวนเช่นนี้ หากข้ายังกล้าเสนอหน้าไปพบเขามิเท่ากับข้าหาเรื่องใส่ตัวหาเหาใส่หัวหรอกหรือถงอี มิสู้ข้าออกไปพบคนที่เขาอยากพบข้ายังดีเสียกว่า"เพราะสายเลือดพ่อค้าแม่ค้าจากฝ่ายมารดากับท่านตาของนางรุนแรง หลินหลีฮัวจึง
ตอนที่4#แค่นางเปลี่ยนวิธีคิดชีวิตย่อมเปลี่ยนและแล้วค่ำคืนที่สองกับฐานะของพระชายาเอกในองค์ชายหกจ้าวหลิวเย่กำลังมาเยือนแสงแดดอ่อนยามอาทิตย์ใกล้คล้อยสีส้มสาดส่องเข้ามาภายในเรือนหลิงเซียวบรรยากาศชวนอึมครึมทำเอาดวงใจของเด็กสาวไกลบ้านยิ่งเปลี่ยวเหงาหลินหลีฮัวคิดถึงมารดาคิดถึงน้องชายไหนจะบรรดาน้องชายและน้องสาวต่างมารดาพวกนั้นถึงจวนเจิ้งกั๋วกงจะเต็มแน่นไปด้วยอี้เหนียงกับน้องชายน้องสาวคนละแม่แต่คงเพราะมารดาของนางหรือเจิ้งกั๋วกงฟู่เหรินเป็นสตรีใจนักเลงปกครองเป็นธรรมทุกคนจึงรักใคร่กันดีไม่เคยมีทะเลาะเบาะแว้งเช่นอีกหลาย ๆ จวน…เสียเมื่อใดกัน!…คนมากยิ่งเป็นสตรีรวมตัวใช้สามีคนเดียวกันมีหรือจะไม่เกิดการอิจฉาริษยากันขึ้นมา แต่มันเกิดขึ้นกับบรรดาเหล่าอี้เหนียงและสาวใช้ของพวกนางส่วนบรรดาเด็ก ๆ กลับรักใคร่กันดีดังนั้นถึงจวนเจิ้งกั๋วกงนั้นอาจไม่ใหญ่โตเทียบเท่าจวนขององค์ชายหก แต่กลับมิอาจสู้จวนเจิ้งกั๋วกงได้แม้แต่น้อยเพราะจวนที่นางเกิดและเติบโตนั้นถึงคนจะมาก เสียงดังวุ่นวาย แต่ละวันมีพันเรื่องราว พี่น้องหยอกล้อสาวใช้ทะเลาะกันบ้างพูดคุยกันบ้าง แต่ทุกเรื่องราวและปัญหาก็จบได้ในวันนั้น ครอบครัวใหญ่คนมากย่
ตอนที่3#ถูกขับไล่มาอยู่ท้ายจวนเสียแล้วเรือนหลิงเซียว…คือเรือนที่องค์ชายหกจ้าวหลิวเย่มีคำสั่งให้เนี่ยกงกงพาพระชายาเอกหลินมาพักอาศัย ซึ่งเรือนหลังนี้อยู่เสียเกือบท้ายตำหนัก และก็เป็นไปตามนามของเรือนหลังนี้ คือโดยรอบเต็มไปด้วยดอก หลิงเซียว จนแทบมองไม่เห็นตัวเรือน เท้าเล็กในรองเท้าผ้าไหมปักลวดลายวิจิตรถึงกับหยุดนิ่ง ก้าวต่อไปไม่ออกแม้เพียงครึ่งก้าว"นะ…นี่มัน…?"ขนาดปิงจีที่อายุมากกว่าหลินหลีฮัวกับถงอียังอึกอักไม่รู้ว่าจะถามอันใดออกไป เช่นนี้แล้วคงไม่ต้องเอ่ยถึงทั้งสองคนหนึ่งนายและหนึ่งบ่าวอ่อนวัยที่พูดไม่ออกไปแล้วจริง ๆ"เอ่อ…นะ เนี่ยกงกง เรือนนี้คนสามารถอยู่ได้จริงหรือ???"ผ่านไปอึดใจใหญ่ถงอีก็ถามออกไปอย่างโง่งม ส่วนหลินหลีฮัวนั้นพอรวบรวมสติได้นางก็ไม่พูดไม่ถามอันใดทั้งสิ้น เท้าเล็กก้าวมั่นคงเข้าไปในเขตเรือนรกร้างทันที"คุณหนูใหญ่ช้าก่อน!"คราวนี้ปิงจีลืมสิ้นกฎเกณฑ์อันใดทั้งหลาย สาวใช้ตัวน้อยสนใจเสียอันตรายหากภายในเรือนแห่งนี้มีสัตว์ร้ายเช่นงูพิษหรือแมลงมีพิษอื่น ๆ อาศัยอยู่ภายในแล้วคุณหนูใหญ่หลินเกิดถูกกัดขึ้นมานางแบกรับความผิดไม่ไหวเป็นแน่"เอ็ดอึงไปไยข้าไม่เป็นอันใดเสียมารยาทจริงปิ
ตอนที่2 # สำหรับข้านางจะนับเป็นตัวอันใดได้ทว่าเมื่อถึงจวนหลินหลีฮัวจึงพลันกระจ่าง นรกที่ตนเองเข้าใจว่ากำลังเผชิญทั้งในตำหนักหลิวหยางและบนรถม้าหรูหรานั้นกลับมิได้ใกล้เคียงกับสิ่งที่นางต้องพบเจอเมื่อยามก้าวเข้ามาในอาณาเขตของผู้เป็นสวามีแม้แต่น้อย"นี่คือ?"หลังจากนางลงจากรถม้าแล้วยืนรอให้จ้าวหลิวเย่และเพ่ยอวี้นำหน้าเข้าจวนไปก่อนใครจะคิดเมื่อหลินหลีฮัวเดินกลับมาถึงเรือนหรูอี้ของตนเองจะได้พบเข้ากับภาพข้าวของ ของนางที่ยังไม่ทันได้จัดให้เข้าที่เข้าทางถูกนางกำนัลและขันทีช่วยกันนำมากองเอาไว้หน้าเรือนเช่นนี้เรือนหรูอี้นี้ตั้งอยู่ตรงกันข้ามกับเรือนเหวินเซียวขององค์ชายหกนั้นย่อมแน่นอนว่าตามฐานะแล้ว เรือนนี้จะต้องเป็นเรือนที่หลินหลีฮัวผู้ดำรงตำแหน่งพระชายาเอกได้พักอาศัย เช่นนั้นเมื่อนางมาพบเข้ากับภาพข้าวของถูกขนย้ายย่อมต้องแปลกใจและสงสัยอยู่แล้ว"ยังจะสงสัยสิ่งใด นับจากนี้เรือนหรูอี้จะเป็นของพระชายารองเพ่ย"แน่นอนว่าคนที่ตอบให้ความกระจ่างคือจ้าวหลิวเย่ โดยมีเพ่ยอวี้ยืนทำหน้าตกอกตกใจเกินจริงอยู่สามส่วน มองอย่างไรก็เสแสร้งจนหน้าตบให้คว่ำสำหรับปิงจีและถงอี ส่วนหลินหลีฮัวเพียงแค่หรี่ตาลงสองส่วนยากจ
ตอนที่1 ||ข้าผิดอันใดพอตกถึงปลายยามอิ๋น ปิงจีกับถงอีก็เข้ามาปลุกหลินหลีฮัวขึ้นมาจากเตียงนอนนุ่มสบายเพราะทราบดีว่ายามเช้ามาถึงพระชายาหกหลินนั้นยังมีอีกหลายสิ่งให้ต้องกระทำ ไม่ว่าจะเป็นการให้พ่อบ้านใหญ่ในจวนองค์ชายหกนำคนภายในจวนมาคารวะเจ้านายฝ่ายหญิงคนใหม่ที่จะควบคุมเรือนหลังจากนั้นก่อนยามอู่ยังต้องเร่งเข้าวังไปยกน้ำชาให้กับซ่งฮองเฮา รวมไปถึงฮ่องเต้กับมารดาของสวามีเช่นถังซูเฟย แค่คิดก็แทบจะหมดแรงแล้วจริง ๆ"พระชายาหกเพคะ ตื่นได้แล้วเพคะ นี่ปลายยามอิ๋นแล้ว"หลินหลีฮัวกำลังฝันดีแต่เพราะสามเดือนที่ผ่านมาถูกเหล่าหมัวมัวอาวุโสภายในวังหลังเคี่ยวกรำมาอย่างหนักพอถูกปลุกจึงลุกขึ้นโดยง่ายไม่มีงอแงเช่นเมื่อสามเดือนก่อนเข้าวังอีกแล้วร่างเล็กลุกขึ้นมานั่งจากนั้นปิงจีซึ่งเตรียมอ่างล้างหน้ากับผ้าสะอาดก็รออยู่แล้วมาวางตรงหน้า ที่เมืองหลวงของเทียนสุ่ยอากาศเย็นกว่าแถบตงเป่ย ทว่าต่อให้หนาวแต่หลีฮัวก็ต้องอาบน้ำชำระล้างร่างกายให้สะอาดเอี่ยมอ่องอยู่ดีชุดฮั่นฝูเต็มพิธีการสีชมพูอ่อนปักด้วยดิ้นสีชมพูเข้มเป็นลวดลายดอกไม้เล็ก ๆ มิดชิดถูกนำมาสวมแทนที่จะเป็นชุดป้านปี้เพราะต้องเข้าวังหลังจากจบอาหารมื้อเช้าจึงต้อ
บทนำ# อวี้เอ๋อร์คือผู้ใด?ภายในห้องหอหรูหราบัดนี้มีสตรีสวมชุดเจ้าสาวเต็มพิธีการกำลังนั่งทอดสายตามองตรงไปบนโต๊ะอาหารมงคลกลางห้องสำหรับคู่บ่าวสาว ที่ยังไม่มีผู้ใดแตะต้องมันเลยแม้เพียงครึ่งคำสลับกับมองไปที่บานประตูห้องหอที่ถูกปิดไปเมื่อครู่ด้วยฝีมือของผู้เป็นเจ้าบ่าวหลังจากที่เขากล่าวกับนางด้วยประโยคที่ว่า…'ฐานะพระชายาเอกขององค์ชายหกนี้เจ้าก็ได้ไปแล้ว เช่นนั้นราตรีนี้เจ้าก็เข้าหอกับฐานะพระชายาเอกและหนังสือสมรสไปก็แล้วกันส่วนเปิ่นหวางจื่อ[ตัวข้าองค์ชายผู้หนึ่ง]จะไปปลอบใจอวี้เอ๋อร์!'แล้วเขาก็เดินจากไปโดยปล่อยให้เจ้าสาวเช่นนางนั่งเป็นบื้อเป็นใบ้อยู่บนเตียงแม้นแต่ผ้าคลุมหน้าคนผู้นั้นก็ไม่คิดแม้แต่จะมีน้ำใจมาปลดมันออกให้นางแม้แต่น้อยกว่าที่หลินหลีฮัวนั้นจะตั้งสติได้เสียงฝีเท้าของผู้เป็นเจ้าบ่าวหรือพระสวามี นั้นก็จางหายไปกับความมืดได้ครู่ใหญ่เสียแล้ว ปลอบใจอวี้เอ๋อร์อย่างนั้นหรือ? แล้วอวี้เอ๋อร์คือผู้ใดกันเล่า? ผู้เป็นเจ้าสาวยังคงมึนงงและสงสัยมิคลายแต่สงสัยเพียงใดนางก็คงยากจะได้คำตอบในราตรีนี้เนื่องจากผู้ที่รู้คำตอบจากไปแล้วนั่นเอง"พระชายาหกเพคะ เกิดอันใดขึ้นเพคะแล้วองค์ชายหกเขาเอ่อ…ไปที่ใ







![ตำนานรักแผ่นดินกงซุน [NC25+]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)