Share

ชายาของข้าได้โปรดหวนคืน
ชายาของข้าได้โปรดหวนคืน
Penulis: จ้าวเฉียว / พลอยพันแสง

บทนำ

last update Tanggal publikasi: 2026-03-19 13:51:44

บทนำ# อวี้เอ๋อร์คือผู้ใด?

ภายในห้องหอหรูหราบัดนี้มีสตรีสวมชุดเจ้าสาวเต็มพิธีการกำลังนั่งทอดสายตามองตรงไปบนโต๊ะอาหารมงคลกลางห้องสำหรับคู่บ่าวสาว ที่ยังไม่มีผู้ใดแตะต้องมันเลยแม้เพียงครึ่งคำสลับกับมองไปที่บานประตูห้องหอที่ถูกปิดไปเมื่อครู่ด้วยฝีมือของผู้เป็นเจ้าบ่าวหลังจากที่เขากล่าวกับนางด้วยประโยคที่ว่า…

'ฐานะพระชายาเอกขององค์ชายหกนี้เจ้าก็ได้ไปแล้ว เช่นนั้นราตรีนี้เจ้าก็เข้าหอกับฐานะพระชายาเอกและหนังสือสมรสไปก็แล้วกันส่วนเปิ่นหวางจื่อ[ตัวข้าองค์ชายผู้หนึ่ง]จะไปปลอบใจอวี้เอ๋อร์!'

แล้วเขาก็เดินจากไปโดยปล่อยให้เจ้าสาวเช่นนางนั่งเป็นบื้อเป็นใบ้อยู่บนเตียงแม้นแต่ผ้าคลุมหน้าคนผู้นั้นก็ไม่คิดแม้แต่จะมีน้ำใจมาปลดมันออกให้นางแม้แต่น้อย

กว่าที่หลินหลีฮัวนั้นจะตั้งสติได้เสียงฝีเท้าของผู้เป็นเจ้าบ่าวหรือพระสวามี นั้นก็จางหายไปกับความมืดได้ครู่ใหญ่เสียแล้ว ปลอบใจอวี้เอ๋อร์อย่างนั้นหรือ? แล้วอวี้เอ๋อร์คือผู้ใดกันเล่า? ผู้เป็นเจ้าสาวยังคงมึนงงและสงสัยมิคลายแต่สงสัยเพียงใดนางก็คงยากจะได้คำตอบในราตรีนี้เนื่องจากผู้ที่รู้คำตอบจากไปแล้วนั่นเอง

"พระชายาหกเพคะ เกิดอันใดขึ้นเพคะแล้วองค์ชายหกเขาเอ่อ…ไปที่ใดแล้วเพคะ "

ปิงจี สาวใช้ที่ติดตามมาจากจวนเจิ้งกั๋งกง หลินเว่ยซู ยังเมืองติ้งโจวที่ห่างจากมหานครจิ้งอานเมืองหลวงของอาณาจักรเทียนสุ่ยแห่งนี้ถึงหนึ่งพันลี้เองก็เพิ่งได้สตินางจึงรีบวิ่งเข้ามาดูผู้เป็นนายของตนเองทันที

"เกิดอันใดขึ้นเพคะพระชายาหก"

ถงอี สาวใช้อีกคนก็วิ่งเข้ามาอีกคน เพราะการแต่งเข้าราชวงศ์ตามธรรมเนียมของชาวเทียนสุ่ยนี้เจ้าสาวจะต้องมีสาวใช้ติดตามมาจากสกุลเดิมไม่น้อยกว่าสองคนหลินหลีฮัวที่เป็นถึงบุตรสาวคนโตหรือก็คือคุณหนูใหญ่หลินในจวนเจิ้งกั๋วกงเองก็มิได้อยู่ในข้อยกเว้นดังกล่าว

"ข้า…ข้าเองก็ไม่รู้เช่นกัน"

หลินหลีฮัวไฉนเลยจะตอบสองสาวใช้ของตนเองได้ เพราะนางเองก็ไม่ทราบเช่นกัน เนื่องจากเมื่อครึ่งปีก่อนนางอายุครบสิบห้าหนาวก็มีราชโองการจากฮ่องเต้เฉิงตี้ พระนามว่า จ้าวหลิวหย่ง ให้นางเดินทางจากเมืองติ้งโจเขตเป่ยฉีเพื่อจะมาแต่งให้กับองค์ชายหกโอรสที่เกิดจากถังซูเฟยนามว่า ถังเหม่ยเซียง

ซึ่งหลังจากรับราชโองการดังกล่าวอีกสามเดือนนางก็เดินทางมาถึงมหานครจิ้งอานและนับจากมาถึงเป็นเวลาอีกสามเดือนก่อนพิธีสมรสนางก็อยู่แค่ภายในวังหลังศึกษากฎระเบียบและธรรมเนียมปฏิบัติของสตรีที่กำลังจะแต่งเข้ามาเป็นสะใภ้ราชวงศ์อย่างหนัก หน้าตาขององค์ชายหก จ้าวหลิวเย่ เป็นเช่นไรยังไม่เคยเห็น นอกจากรู้ว่าเขาอายุสิบเก้าหนาวและมีพี่ชายน้องชายรวมไปถึงพี่สาวกับน้องสาวต่างมารดาทั้งหมดสิบหกคนแล้วนางยอมรับอย่างไม่อายเลยว่านางไม่รู้อันใดเกี่ยวกับเขาอีกเลย ดังนั้น อวี้เอ๋อร์ คือผู้ใดแล้วเหตุใดสวามีของนางจึงต้องไปปลอบขวัญกันในราตรีเข้าหอเช่นนี้หลินหลีฮัวไม่รู้จริง ๆ

"แล้วเช่นนี้พวกเราต้องทำอย่างไรต่อไปดีเพคะพระชายาหก"

แน่นอนว่าปิงจีกับถงอีที่ติดตามมาจากติ้งโจวย่อมต้องถูกฝึกฝนและเคี่ยวกรำเรื่องกฎระเบียบและธรรมเนียมปฏิบัติไม่ต่างจากผู้เป็นนายเช่นคุณหนูใหญ่หลินดังนั้นต่อให้ตอนนี้อยู่กันเพียงลำพังทั้งสองก็ยังเรียก พระชายาหก อย่างเคร่งครัดไม่มีหลุด คุณหนูใหญ่หลิน แม้เพียงครึ่งคำ

"ข้าหิวมากกินข้าวก่อนก็แล้วกัน"

ถึงจะตกใจที่ตนเองถูกสวามีทอดทิ้งกันไปในราตรีเข้าหอแต่เพราะนิสัยของเด็กสาวเช่นหลินหลีฮัวนั้นไม่ใช่คนคิดมากหากไม่จำเป็น ถูกทอดทิ้งแล้วอย่างไรถูกทอดทิ้งก็ยังต้องกินข้าว ต้องอาบน้ำและนอนหลับพักผ่อนมิใช่หรือ? จึงจะมีกำลังต่อสู้ทุกปัญหาในยามเช้ามาเยือนดังนั้นเมื่อสติคืนมาครบถ้วนนางจึงคิดถึงเรื่องกินให้อิ่มท้องก่อนเป็นอันดับแรก

...ถูกทอดทิ้งก็ช่างท้องนางต้องอิ่ม!...

และพอหลินหลีฮัวคิดได้ดังนั้นร่างบอบบางในอาภรณ์เจ้าสาวครบเครื่องเต็มยศ ขยับปลดผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวออกด้วยตนเองพับมันอย่างเรียบร้อยแล้วนำไปวางลงที่โต๊ะข้างหัวเตียง จากนั้นเรือนร่างอรชรจึงลุกขึ้นจากเตียง

แต่ด้วยชุดมันรุ่มร่ามเกินไปหลินหลีฮัวจึงต้องยกมือเรียวสองข้างไปจับยกชายกระโปรงที่ยาวกรอมเท้าขึ้นเพื่อความสะดวกในการเดินไปยังโต๊ะที่เต็มไปด้วยอาหารมากมายยั่วน้ำลายทันที สวามีไม่อยู่ก็ดี จะได้ไม่มีผู้ใดแย่งชิงของอร่อยกับนาง

"พวกเจ้ากินข้าวกันแล้วหรือยัง"

ก่อนจะจับตะเกียบหลีฮัวยังอดจะหันไปถามสองสาวใช้เสียมิได้ ถึงจะถูกอบรมเคร่งครัดเพียงใดแต่จิ้งอานนี้นางก็เหลือเพียงสองสาวใช้ ปิงจีกับถงอีที่เปรียบดังพี่น้อง หากไม่มีสองคนนี้ติดตามมาจากบ้านเกิดหลินหลีฮัวคงโดดเดี่ยวเดียวดายเพียงลำพังแล้วจริง ๆ

เรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ” ปิงจีที่หนาวอายุมากกว่าถงอีและหลินหลีฮัวอยู่สองหนาวตอบผู้เป็นนายไปตามตรงเพราะระหว่างงานเลี้ยงพวกนางถูกเนี่ยกงกง พ่อบ้านใหญ่ในจวนองค์ชายหกเรียกไปกินตั้งแต่หัวค่ำแล้ว

"เช่นนั้นเจ้าไปให้คนเตรียมน้ำให้ข้าอาบสักหน่อยปิงจีเหนียวตัวไปหมด" เหนื่อยมาตั้งแต่ยามจื่อของคืนก่อนกว่าจะถูกส่งตัวเข้าหอหลีฮัวก็อยากแช่น้ำอุ่นคลายเหนื่อยล้าสักครึ่งชั่วยาม

"เพคะพระชายาหก" ปิงจีรับคำแล้วจากไป

"ส่วนถงอีเจ้าไปจัดเตียงให้ข้าหน่อยมีแต่ของมงคลนอนทับคงเจ็บแย่ขืนนอนทั้งอย่างนั้นข้าคงหลับไม่ลงเป็นแน่" เห็นของมงคลบนเตียงแล้วหลินหลีฮัวคิดว่าหากนอนเช่นนั้นตนเองคงยากจะหลับสบายเป็นแน่

"ได้เพคะ"

มีปัญหาก็จัดการไปตามนั้นนี่คือความคิดค่อนข้างเรียบง่ายของหลินหลีฮัว นางก็เป็นสตรีเช่นนี้ ไม่ชอบมีปัญหากับผู้ใดแต่ใครก็อย่าได้คิดมารังแกนางก่อนจนเกินไปก็แล้วกันเพราะหากลงมือก่อนนางย่อมต้องโต้ตอบคืนเช่นกันแต่จะเป็นรูปแบบใดนั้นก็ต้องเป็นไปตามสถานการณ์

เมื่อกินจนอิ่มแล้วก็พอดีกับที่ปิงจีเตรียมน้ำอาบเรียบร้อยร่างอรชรจึงเดินตรงไปยังหลังฉากกั้นที่แบ่งเอาไว้จากห้องนอนใหญ่เป็นสำหรับที่แต่งกายซึ่งแบ่งแยกออกจากห้องนอนอย่างชัดเจนเช่นปกติของเรือนของผู้ร่ำรวยทั่วไปและตำหนักองค์ชายหกจะด้อยค่าราวกับเรือนชาวบ้านทั่วไปได้อย่างไร

แล้วในที่สุดกายบอบบางของเจ้าสาวก็เข้ามาหยุดยืนอยู่ด้านหน้าโต๊ะเครื่องประทินโฉมที่มีกระจกทองเหลืองเงาแวววาวที่บัดนี้มันกำลังสะท้อนภาพของสตรีนางหนึ่งซึ่งงดงามอยู่ในชุดเจ้าสาวซึ่งดูงดงามสมฐานะสะใภ้ผู้หนึ่งของราชวงศ์

แววตาของคนที่อยู่ในคันฉ่องกลับมิได้ใสกระจ่างเช่นที่นางเสแสร้งต่อหน้าสาวใช้ทั้งสองเมื่อครู่ เพราะต่อให้นางคิดดี ทว่าสำหรับเด็กสาวอายุเพิ่งครบสิบห้าหนาวจากบ้านมาไกลไม่พอหลังแต่งงานยังถูกสามีหมางเมินนับตั้งแต่คืนแรกที่เข้าหอใครเลยจะไม่รู้สึกเศร้าเสียใจ ในส่วนลึกของใจหลินหลีฮัวนั้นย่อมเต็มไปด้วยคำถามว่าตนเองผิดอันใด?

ก็สตรีนางใดบ้างที่จะยอมรับได้โดยง่ายว่าในราตรีเข้าหอที่มันสมควรจะชื่นมื่นดังคู่บ่าวสาวทั่วไป แต่คิดไปคิดมานางกับองค์ชายหกนั้นก็หาได้เป็นคู่สามีภรรยาทั่วไปนี่นาอีกฝ่ายเป็นถึงองค์ชายเป็นบุตรชายของฮ่องเต้ ส่วนนางนั้นก็เป็นเพียงหลานสาวห่าง ๆ ของถานไทเฮาเพราะมารดาของนางคือญาติผู้น้องของถานไทเฮาที่จากไปหลายหนาวแล้วอำนาจไม่มีความโปรดปรานในวังหลวงย่อมไม่หลงเหลือ

ที่ฮ่องเต้มีพระราชโองการเรียกนางมาแต่งเป็นพระชายาหกก็ไม่ใช่ว่าหลินหลีฮัวจะไม่ทราบว่าเป็นความต้องการของซ่งฮองเฮาเสียมากกว่าที่อยากให้องค์ชายหกนั้นได้แต่งกับบุตรสาวของเจิ้งกั๋วกงที่ไม่มีอำนาจหรือกำลังคนและพรรคพวกในเมืองหลวงอีกแล้ว เพราะถึงนางจะนับเป็นหลานสาวของถานไทเฮาแต่ก็ห่างแสนห่างไม่พอถานไทเฮายังจากไปหลายหนาวแล้ว เช่นนี้ไม่นับว่าตัดทอนอำนาจของ จ้าวหลิวเย่ ได้อย่างไร ดังนั้นเขาไม่พึงใจนางจนทอดทิ้งไปจะแปลกอันใด

พอคิดได้เช่นนี้หลินหลีฮัวก็พลันถอนหายใจทิ้งออกมาเฮือกใหญ่แล้วจึงเริ่มลงมือปลดชุดเจ้าสาวที่ราคาแสนแพงระยับที่เกิดและตายอีกสักหมื่นชาตินางเองก็ไม่แน่ใจนักว่าตนเองจะมีปัญญาได้ตัดมาสวมเองหรือไม่ แต่นี่เป็นเพราะซ่งฮองเฮาจัดหามาให้ทั้งหมด ดังนั้นหญิงสาวจึงค่อย ๆ ปลดมันออกจากกายด้วยความระมัดระวังเพราะกลัวเนื้อผ้าไหมอย่างดีจะฉีกขาดเพราะด้วยฐานะเช่นตนเองคงได้ไร้ปัญญาจะซ่อมแซมมันด้วยตนเองได้เป็นแน่ยิ่งราตรีแรกสวามีแสดงออกชัดเจนเช่นนี้หลินหลีฮัวยิ่งต้องระวังตนเองไม่ให้เผลอทำสิ่งผิดจนถูกซ่งฮองเฮาตำหนิเอาได้

พอปลดจนเสร็จเรียบร้อยนางก็จัดการให้สาวใช้ข้างกายนำมันไปสวมยังไม้สำหรับแขวนอาภรณ์นางเดินตามไปตรวจสอบแล้วตรวจสอบอีกว่ามีร่องรอยเสียหายหรือไม่พอไม่พบนางจึงค่อยโล่งใจไปหนึ่งยก จากนั้นที่ต้องปลดต่อไปย่อมเป็นเครื่องประดับบนศีรษะ

ปิงจีกับถงอีรีบเข้ามาช่วยผู้เป็นนายหญิงของตนเองเช่นเดิมหลินหลีฮัวจึงรีบปรับสีหน้าให้ยิ้มแย้มเช่นเดิม ท่านแม่ของนางเพียรสั่งสอนอยู่เสมอว่าผู้เป็นนายคนจะอ่อนแอให้บ่าวไพร่เห็นมิได้ ไม่สมควร ท่านแม่ของนางเป็นฮูหยินเอก เป็นเจิ้งกั๋งกงฟู่เหรินที่เข้มแข็งนัก ส่วนบิดาของนางนั้นนับว่าเป็นบุรุษเสเพลไม่เอาไหนนับตั้งแต่หลินหลีฮัวจำความได้

ถึงจะสืบทอดตำแหน่งเจิ้งกั๋วกงจากท่านปู่ทวดและท่านปู่ ทว่าพอถึงยุคของบิดาของนางกลับกลายเป็นเจิ้งกั๋วกงแค่ตำแหน่ง ทว่ากลับไม่มีอำนาจไม่มีผลงาน ในจวนเจิ้งกั๋วกงเต็มไปด้วยอี้เหนียงถึงสิบเก้าคน แล้วยังมีบรรดาบุตรชายและบุตรสาวเกือบยี่สิบหกคน แต่บุตรที่เกิดจากเจิ้งกั๋วกงฟู่เหรินมีเพียงสองคนคือนางกับน้องชายที่หนาวนี้ หลินเว่ยเซียว เพิ่งอายุเต็มเจ็ดหนาวเท่านั้น

งานหลวงเจิ้งกั๋วกงหลินแทบไม่ค่อยได้ทำงานราชหรือก็คือการค้าของสกุลหลินเขากลับยิ่งไม่แตะต้องหลายหนาวมานี้จึงล้วนเป็นมารดาของนางจัดการ บิดาของนางนอกจากดื่มสุรา เที่ยวหอนางโลมกับเล่นการพนัน เจิ้งกั๋วกงเว่ยซูก็ไม่ทำสิ่งอื่นอีกแล้ว ดังนั้นบุตรสาวคนโตเช่นนางก็ได้รับความอดทนและแข็งแกร่งมาจากมารดาเต็มสิบส่วน

ราตรีเข้าหอจบลงที่หลินหลีฮัวเข้านอนและหลับสบายบนเตียงเพียงผู้เดียว ส่วนปิงจีถงอีนั้นเนี่ยกงกงจัดให้ไปนอนที่ห้องของนางกำนัลคนสนิทของพระชายาหกที่ปีกด้านซ้ายของเรือนหรูอวี้แห่งนี้ จบหนึ่งวันอันแสนเหน็ดเหนื่อยลงด้วยดียิ่ง…

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ชายาของข้าได้โปรดหวนคืน   ตอนที่ 40

    ตอนที่40#อวสานอีกหนึ่งเดือนต่อมาถานอิ๋งฮัวกับเด็ก ๆ เจ็ดชีวิตก็ออกเดินทางไปเจียงหนาน ส่วนหลินหลีฮัวนั้นรั้งอยู่ข้างกายสามีของนาง เช่นไรก็ไม่ยอมติดตามมารดาไปอยู่เจียงหนานเพราะห่วงใยสามีของนางและทำตามคำพูดว่าจะร่วมทุกข์กับเขานั่นเอง เหตุใดจึงต้องจากไปเจียงหนานนะหรือ?ก็เพราะเจียงหนานอยู่ติดกับชายแดนอาณาจักร หนานเหอ และบ้านเดิมของอดีตเจิ้งกั๋วกงแท้จริงมิได้อยู่ในเมืองเจียงหนานแต่อยู่ในตำบลหนึ่งของแคว้นซีเยี่ยหนึ่งในเก้าแคว้นของหนานเหอ หากเกิดอันใดขึ้นแน่นอนอิทธิพลของฮ่องเต้จ้าวหลิวหย่งและเชื้อพระวงศ์ของเทียนสุ่ยย่อมไปไม่ถึงเพราะหนานเหอเป็นอาณาจักรที่ใหญ่กว่าเทียนสุ่ย กำลังทหารมากกว่า ร่ำรวยกว่าและอุดมสมบูรณ์กว่า หากคนจากเทียนสุ่ยคิดจะยื่นมือเข้าไปยุ่งกับประชาชนของหนานเหอนับว่าโง่เขลาเต็มที ยิ่งบ้านเดิมของฝ่ายมารดาของถานอิ๋งฮัวหรือก็คือท่านยายหรือยายทวดของหลินหลีฮัวเป็นถึงองค์หญิงขั้น2ของราชวงศ์หยวนแห่งหนานเหอด้วยแล้วหากคิดแตะต้องครอบครัวของอดีตเจิ้งกั๋วกงฟู่เหรินเกรงว่าฮ่องเต้แห่งเทียนสุ่ยไม่ว่าจะเป็นคนใดในเวลาหนึ่งร้อยปีนี้คงมิกล้าแน่นอนพอส่งมารดากับบรรดาน้อง ๆ ไปแล้วแผนการต่าง ๆ ของ

  • ชายาของข้าได้โปรดหวนคืน   ตอนที่ 39 2/2

    ซึ่งผู้เป็นเจ้าของปลายลิ้นนุ่มก็ให้ความร่วมมือด้วยการส่งมันมาทักทายและเกี่ยวพันร้อยรัดเรียวร้อนอย่างกึ่งกล้ากึ่งกลัว ผ่านไปครู่ใหญ่จนภายในศีรษะของหลินหลีฮัวนั้นขาวโพลนราวกับหิมะและใกล้จะขาดอากาศหายใจจ้าวเข่ออี้จึงปล่อยปากจิ้มลิ้มให้เป็นอิสระหลินหลีฮัวถึงกับหอบหายใจแรงจนทรวงอกอวบอั๋นสะท้านขึ้นลงโดยแรง"อย่ากลั้นลมหายใจ"จ้าวเข่ออี้กระซิบใกล้ใบหูขาวสะอาดแล้วจึงฉวยโอกาสใช้ริมฝีปากแกร่งขบเม้ม หลินหลีฮัวขนลุกเกรียวด้วยความเสียวซ่านและสยิว สองร่างค่อย ๆ คืบคลานถอยร่นขึ้นไปบนเตียง แสงเทียนมงคลยังคงสว่างไสวจนเห็นเงาร่างของคนบนเตียงกว้างเข้าแนบชิดนัวเนีย ม่านมุ้งถูกกระตุกลงด้วยฝีมือของผู้เป็นเจ้าบ่าวที่รอคอยวันนี้มานานถึง4ปีเศษก่อนจะตามลงมาด้วยอาภรณ์ของทั้งสองทีละชิ้น ทีละชิ้น เงาร่างเคลื่อนไหววูบวาบสลับไปกับเสียงลมหายใจของทั้งสองที่แรงขึ้นตามอารมณ์ มือแกร่งของจ้าวเข่ออี้ลูบไล้ลงบนข้อเท้าเรียวเล็ก เขายกขึ้นแล้วกดเรียวปากแกร่งจุมพิตที่ปลายนิ้วเท้าเล็ก ๆ น่ารักอย่างไม่คิดรังเกียจว่าเท้าเป็นส่วนที่ต่ำที่สุดของร่างกายหลินหลีฮัวย่อมไม่ยินยอมนางขยับเรียวปากเตรียมจะเอ่ยห้ามการกระทำนี้หากแต่ชายหนุ่ม

  • ชายาของข้าได้โปรดหวนคืน   ตอนที่ 39 1/2

    ตอนที่39# เข้าหอนี้คงมิอาจรั้งรอได้แต่ถึงจะขี่ม้าชมทิวทัศน์และดาราอย่างใจเย็นเช่นไรสุดท้ายจวนหยางกวางกงจู่ก็ยังปรากฏอยู่เบื้องหน้าอยู่ดี รอบจวนตกแต่งด้วยโคมไฟสีแดงกับตัวอักษรมงคล แน่นอนว่าห้องหอของคู่สามีภรรยาใหม่นั้นย่อมถูกจัดเตรียมเอาไว้พร้อมแล้ว ตั้งแต่หน้าประตูใหญ่ของจวน จ้าวเข่ออี้นั้นก็เป็นฝ่ายอุ้มภรรยาของตนข้ามธรณีประตูใหญ่แล้วเขาอุ้มจนถึงห้องหอที่มีปิงจีและถงอีเปิดประตูรออยู่ เท้าแกร่งพาร่างอรชรในอาภรณ์ชุดป้านปี้สีแดงเลือดนกตรงไปวางลงบนเก้าอี้ซึ่งตรงหน้าคือโต๊ะอาหารมงคลที่พร้อมไปด้วยสุราและอาหาร"พวกเจ้าไปพักผ่อนกันเถิด เหน็ดเหนื่อยกันมาหลายวันแล้วทิ้งคนไว้แค่รอเก็บสำรับก็พอ"เป็นจ้าวเข่ออี้ที่เอ่ยกับคนของตนเองและภรรยา ทุกคนก้มศีรษะรับคำแล้วจากไปพร้อมปิดประตูให้ดิบดี“มาเถอะพวกเรามาทำพิธีผูกผมและดื่มสุรามงคลกัน”ปีนี้จ้าวเข่ออี้อายุ30บริบูรณ์ส่วนหลินหลีฮัวก็เต็ม19ปีไปเมื่อเจ็ดวันก่อนทั้งสองจึงนับว่าเป็นผู้ใหญ่เต็มกายด้วยกันทั้งคู่ แต่ถึงอย่างนั้นราตรีนี้คนสองคนก็ต่างเขินอายต่อกันอยู่บ้าง จ้าวเข่ออี้แน่นอนว่าเขาอายุปูนนี้แล้วย่อมเคยผ่านราตรีวสันต์มาบ้างแต่ก็เท่านั้นเพราะประส

  • ชายาของข้าได้โปรดหวนคืน   ตอนที่ 38

    ตอนที่38#ในที่สุดเราก็ได้แต่งงานกัน (สักครา)หลังจากพูดคุยกันจนเข้าใจและหลินหลีฮัวรับปากแต่งงานกับจ้าวเข่ออี้แล้วราตรีนั้นทั้งสองก็ปรึกษากันถึงแผนการจะรับมือกับฮ่องเต้เช่นไร เพราะแน่นอนว่าหลินหลีฮัวไม่มีทางยินดีให้ว่าที่สามีของตนเองต้องกลายเป็นแพะ รับเอาบาปที่ฮ่องเต้คิดทำแต่กลับไม่ลงมือเองโดยเด็ดขาดซึ่งก็คิดตรงกับจ้าวเข่ออี้ดังนั้นที่ช่วงหลังเขาดูยุ่งวุ่นวายนักจึงถูกเฉลยออกมาว่าเขากำลังวางแผนตลบหลังฮ่องเต้จ้าวหลิวหย่งโดยร่วมมือกับองค์ชายรองและองค์ชายสามโดยมีข้อตกลงร่วมกัน ฉากหน้าเขาอยู่ฝ่ายฮ่องเต้ฉากรองเสแสร้งร่วมมือกับซ่งฮองเฮากับองค์ชายห้าจ้าวหรงจื่อ เช่นนี้แล้วผู้ใดยังกล้าเรียกจวิ้นอ๋องว่าเป็นตัวโง่งมได้อีก ใครจะเรียกและเข้าใจผิดไปก็ช่างแต่หลินหลีฮัวนั้นไม่เชื่อเด็ดขาด แต่ถึงเขาจะดูเลวดูร้าย ทว่าหากเขาไม่ถูกหมายหัวก่อนบุรุษของนางมีหรือจะกลายเป็นคนเช่นนี้หึ! จ้าวหลิวหย่งผู้นั้นคิดผิดไปแล้วจริง ๆซึ่งแน่นอนว่าหลังจากนั้นมารดาของหลินหลีฮัวย่อมทราบเรื่องราวไปด้วยเพราะจ้าวเข่ออี้นับถืออีกฝ่ายเป็นมารดาอีกคนของตนเองเช่นกัน และเหมือนกับจ้าวเข่ออี้ดังพบทางสว่างจากที่คิดว่าทุกสิ่งยากเย็นพอไ

  • ชายาของข้าได้โปรดหวนคืน   ตอนที่ 37 2/2

    "ระหว่างนั้นเองเขาก็ใช้ฐานะฮ่องเต้เข้าออกตำหนักใน ได้ง่ายไปข่มเหงฉู่ไฉ่เหรินจนเกิดข้าขึ้นมา แต่เดิมท่านแม่ของข้าคิดสั้นพยายามปลิดชีพตนเองแต่พอทราบว่าตนเองมีเลือดก่อกำเนิดขึ้นมากลับตัดใจปลิดชีพตนเองไม่ลงดังนั้นสุดท้ายข้าจึงคลอดออกมา"แต่คลื่นลมภายในวังหลังผู้ใดบ้างจะไม่กระจ่างว่ารุนแรงเพียงใด และเพราะจ้าวหลิวหย่งต้องรักษาภาพลักษณ์สูงส่งและสะอาดบริสุทธิ์เรื่องต่ำทรามเช่นข่มเหงพระสนมของไท่ซ่างหวงจะเปิดเผยได้อย่างไร แม้แต่ถานไท่เฮายังไม่เคยทราบความจริงจนนางสิ้นใจแต่ก่อนถานไทเฮาจะสิ้นใจความจริงที่จ้าวหลิวหย่งไปข่มเหงฉู่ไฉ่เหรินไท่ซ่างหวงนั้นทราบมาตั้งแต่ฉู่ไฉ่เหรินตั้งครรภ์แล้ว เพราะไท่ซ่างหวงถูกพิษจะหลับนอนกลับบรรดาพระสนมได้เช่นนั้นฉู่ไฉ่เหรินตั้งครรภ์บุรุษเดียวที่ไท่ซ่างหวงสงสัยย่อมเป็นจ้าวหลิวหย่งผู้เป็นฮ่องเต้แต่กว่าจะจับได้คาหนังคาเขาก็จนมารดาของจ้าวเข่ออี้คลอดเขาออกมาได้สามขวบปีแล้วคนสนิทของมารดาเขาเล่าว่าในยามนั้นไท่ซ่างหวงทรงกริ้วหนักจึงเรียกจ้าวหลิวหย่งไปพบแล้วจะเรียกคืนราชบัลลังก์ยกให้กับองค์ชายพระองค์แทน จ้าวหลิวหย่งหรือจะยินยอมแต่ขณะนั้นรากฐานของเขายังไม่มั่นคงจึงได้วางยาพิษใ

  • ชายาของข้าได้โปรดหวนคืน   ตอนที่ 37 1/2

    ตอนที่37#ความลับของจ้าวเข่ออี้หลินหลีฮัวนั้นมิคาดว่านี่จะคือความลับที่จ้าวเข่ออี้จะพูดถึง มันเกินคาดไปมาก หรือต่อให้คนขวัญกล้าคนใดก็คงมิกล้าจะคาดถึงเป็นแน่ว่าภายในวังหลังนั้นจะมีเรื่องราวฉาวโฉ่เช่นนี้เกิดขึ้น ทว่าแน่นอนก็คือว่าไม่แน่นอนนั้นเป็นสัจธรรมของโลกมนุษย์มาช้านานแล้วมิใช่หรือ?!"หรือจะกล่าวให้ถูกข้าก็คือหนึ่งในโอรสแท้ ๆ ของฮ่องเต้องค์ปัจจุบันมิใช่โอรสที่เกิดจากอดีตไท่ซ่างหวงจึงได้รอดชีวิตมาจนถึงวันนี้เพราะหากข้าคือบุตรของเสด็จปู่เข่อเต๋อแน่นอนว่าคนขี้ระแวงเช่นจ้าวหลิวหย่งมีหรือจะไม่กำจัดทิ้งไปเช่นพี่น้องคนอื่นของเขา"ผู้อื่นอาจคิดว่าเขาโชคดีแต่จ้าวเข่ออี้ย่อมมิได้คิดเช่นนั้น เนื่องจากพอเขาอายุได้เก้าขวบสิ้นมารดาและเสด็จปู่พร้อมกับได้รู้ความจริงว่าตนเองแท้จริงคือบุตรมิใช่น้องชายคนเล็กของฮ่องเต้จ้าวหลิวหย่ง แต่บุตรชายแท้ ๆ คนแรก หากแต่สำหรับเขาแล้วกลับคิดว่าตนเองโชคร้ายอย่างถึงแก่น!และเพราะความลับถูกไท่ซ่างหวงล่วงรู้จ้าวหลิวหย่งที่หวาดกลัวว่าความลับดำมืดจะเปิดเผยออกไปจึงสังหารทั้งสตรีที่เขาเอาแต่เอ่ยปากว่ารักปักใจจึงต้องทำเรื่องผิดศีลธรรมลงไป"ปีนั้นท่านแม่ของข้านางถูกส่งเข้าว

  • ชายาของข้าได้โปรดหวนคืน   ตอนที่ 6

    ตอนที่6 ||จำนนแต่มิได้จนใจเนี่ยกงกงหันซ้ายแลขวาอยากจะอธิบายว่าเขานั้นหาได้กลั่นแกล้งพระชายาเอกหลินแม้แต่น้อยที่อีกฝ่ายแจ้งแก่เขาล้วนไปถึงองค์ชายหกทั้งสิ้นแต่ใครเลยจะคาดเพ่ยอวี้กลับยั่วยุให้องค์ชายหกของเขาเสแสร้งไม่รับรู้แล้วใส่ความว่าพระชายาเอกหลินออกจากจวนโดยไม่บอกกล่าวแต่ผู้ใด แต่ดูแล้วคงยากจะทำ

  • ชายาของข้าได้โปรดหวนคืน   ตอนที่ 5

    ตอนที่5 #ไอ้คนชาติสุนัข!หลังจากวาดอนาคตอยู่ภายในหัวสมองมาอีกสามวันก็พอดีกับที่หลินหลีฮัวแต่งเข้าจวนองค์ชายหกครบแปดวันพอดิบพอดี และเป็นแปดวันที่สงบเงียบราวกับพระชายาเอก เช่นนางนั้นไร้ตัวตนภายในจวนกว้างใหญ่นี้ แต่ใครจะสนใจก็สนใจไปเถิดสำหรับนางเป็นเช่นนี้กลับดียิ่ง"ปิงจีวันนี้ไปแจ้งกับเนี่ยกงกงว่าข้

  • ชายาของข้าได้โปรดหวนคืน   ตอนที่ 4

    ตอนที่4#แค่นางเปลี่ยนวิธีคิดชีวิตย่อมเปลี่ยนและแล้วค่ำคืนที่สองกับฐานะของพระชายาเอกในองค์ชายหกจ้าวหลิวเย่กำลังมาเยือนแสงแดดอ่อนยามอาทิตย์ใกล้คล้อยสีส้มสาดส่องเข้ามาภายในเรือนหลิงเซียวบรรยากาศชวนอึมครึมทำเอาดวงใจของเด็กสาวไกลบ้านยิ่งเปลี่ยวเหงาหลินหลีฮัวคิดถึงมารดาคิดถึงน้องชายไหนจะบรรดาน้องชายและ

  • ชายาของข้าได้โปรดหวนคืน   ตอนที่ 3

    ตอนที่3#ถูกขับไล่มาอยู่ท้ายจวนเสียแล้วเรือนหลิงเซียว…คือเรือนที่องค์ชายหกจ้าวหลิวเย่มีคำสั่งให้เนี่ยกงกงพาพระชายาเอกหลินมาพักอาศัย ซึ่งเรือนหลังนี้อยู่เสียเกือบท้ายตำหนัก และก็เป็นไปตามนามของเรือนหลังนี้ คือโดยรอบเต็มไปด้วยดอก หลิงเซียว จนแทบมองไม่เห็นตัวเรือน เท้าเล็กในรองเท้าผ้าไหมปักลวดลายวิจิ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status