Masukพอตกถึงปลายยามอิ๋น ปิงจีกับถงอีก็เข้ามาปลุกหลินหลีฮัวขึ้นมาจากเตียงนอนนุ่มสบายเพราะทราบดีว่ายามเช้ามาถึงพระชายาหกหลินนั้นยังมีอีกหลายสิ่งให้ต้องกระทำ ไม่ว่าจะเป็นการให้พ่อบ้านใหญ่ในจวนองค์ชายหกนำคนภายในจวนมาคารวะเจ้านายฝ่ายหญิงคนใหม่ที่จะควบคุมเรือนหลัง
จากนั้นก่อนยามอู่ยังต้องเร่งเข้าวังไปยกน้ำชาให้กับซ่งฮองเฮา รวมไปถึงฮ่องเต้กับมารดาของสวามีเช่นถังซูเฟย แค่คิดก็แทบจะหมดแรงแล้วจริง ๆ
"พระชายาหกเพคะ ตื่นได้แล้วเพคะ นี่ปลายยามอิ๋นแล้ว"
หลินหลีฮัวกำลังฝันดีแต่เพราะสามเดือนที่ผ่านมาถูกเหล่าหมัวมัวอาวุโสภายในวังหลังเคี่ยวกรำมาอย่างหนักพอถูกปลุกจึงลุกขึ้นโดยง่ายไม่มีงอแงเช่นเมื่อสามเดือนก่อนเข้าวังอีกแล้ว
ร่างเล็กลุกขึ้นมานั่งจากนั้นปิงจีซึ่งเตรียมอ่างล้างหน้ากับผ้าสะอาดก็รออยู่แล้วมาวางตรงหน้า ที่เมืองหลวงของเทียนสุ่ยอากาศเย็นกว่าแถบตงเป่ย ทว่าต่อให้หนาวแต่หลีฮัวก็ต้องอาบน้ำชำระล้างร่างกายให้สะอาดเอี่ยมอ่องอยู่ดี
ชุดฮั่นฝูเต็มพิธีการสีชมพูอ่อนปักด้วยดิ้นสีชมพูเข้มเป็นลวดลายดอกไม้เล็ก ๆ มิดชิดถูกนำมาสวมแทนที่จะเป็นชุดป้านปี้เพราะต้องเข้าวังหลังจากจบอาหารมื้อเช้าจึงต้องแต่งกายให้เหมาะสม
และแล้วหลินหลีฮัวก็ทราบแล้วว่า
อวี้เอ๋อร์คือผู้ใด หลังจากเนี่ยกงกงส่งนางขึ้นรถม้าตรงมายังวังหลวงโดยไร้เงาขององค์ชายหกผู้เป็นพระสวามีที่เพิ่งร่วมพิธีกราบไหว้ฟ้าดินด้วยกันไปเมื่อวานพอมาถึงตำหนักหลิวหยางที่มีฮ่องเต้ จ้าวหลิวหย่ง พร้อมกับ ซ่งฮองเฮาและถังซูเฟยอยู่พร้อมหน้าเพื่อรอให้สะใภ้ใหม่เช่นนางมายกน้ำชา หลินหลีฮัวกลับพบว่าพระสวามีของตนเองกลับนั่งเคียงข้างสตรีอื่น ต่อให้เป็นคนโง่ยังเข้าใจว่าที่องค์ชายหกจ้าวหลิวเย่ทิ้งตนเองไว้ในห้องหอแล้วหายไปตลอดราตรีนั้นเขาหายไปที่ใด ที่แท้ อวี้เอ๋อร์ก็โฉมงามราวกับดอกบัวขาวเช่นนี้นี่เองเขาจึงต้องมา ปลอบโยน
"หลีฮัวถวายพระพรฝ่าบาท อายุยืนหมื่นปี หมื่น ๆ ปี ถวายพระพรฮองเฮา อายุยืนพันปี พัน ๆ ปี เพคะ"
ใบหน้าหวานในยามที่หลินหลีฮัวเปล่งวาจากลับหวานจับใจไพเราะจนยากจะหาใดเปรียบ รอยยิ้มกลับยิ่งใสซื่อทั้งที่สถานการณ์ตรงหน้านี้ช่างไม่ชวนให้เด็กสาวสามารถยิ้มหวานได้เลยแท้ ๆ นามหลีฮัวนี้ช่างตั้งได้เหมาะสมกับเด็กสาวผู้นี้เสียจริงเนื่องจากสถานการณ์จะย่ำแย่แต่หลินหลีฮัวกลับยิ้มแย้มสดใสราวกับดอกสาลี่ออกมาได้ทั้งที่ภายในใจของเด็กสาวคงย่ำแย่แน่นอน ทว่านางกลับมิได้ทำให้ผู้คนรอบข้างของนางรู้สึกไม่ดีแม้แต่น้อย ทุกคนที่อยู่ภายในตำหนักหลิวหยางยกเว้นองค์ชายหกและคุณหนูรองเพ่ยล้วนคิดตรงกันว่าพระชายาหกวางตนได้เหมาะสมยิ่ง
"ตามสบายเถิดหลีฮัว" ฮ่องเต้หลิวหย่งเอ่ย
"ขอบพระทัยเพคะ"เด็กสาวกล่าวขอบคุณแล้วจึงยืนขึ้นเก็บมือเก็บเท้าเรียบร้อยยิ่ง
"ในเมื่อพระชายาหกมาแล้วก็เริ่มพิธีเถิด" เป็นซ่งฮองเฮาบ้างที่เอ่ย หลังจากนั้นกงกงกับหมัวมัวก็เรียกนางกำนัลนำถาดน้ำชาเข้ามาภายในโถงแห่งนี้เพื่อเริ่มพิธียกน้ำชา แต่แทนที่จะมีเพียงองค์ชายหกกับพระชายาหกแต่กลับมีโฉมงามอีกคนมาร่วมด้วย ยิ่งย้ำกับหลินหลีฮัวว่าสตรีอีกคนคงสำคัญไม่ต่างจากตนแน่แล้ว
เพียงเท่านี้ หลินหลีฮัวหากนางยังไม่กระจ่างย่อมโง่เขลาเกินคนไปแล้ว ที่แท้นับจากนี้ตนเองคงเป็นพระชายาเอกจริง ๆ นั่นก็เพราะต่อจากนี้ในจวนองค์ชายหกจ้าวหลิวเย่จะมีพระชายารองมาอยู่ร่วมด้วย
ช่างน่าขัน แต่หลินหลีฮัวหัวเราะไม่ออกแม้แต่น้อย ก็จะมีสตรีใดหัวเราะได้ ในเมื่อวานนี้ตนเองเพิ่งแต่งเข้าไปพอรุ่งอรุณมาเยือนกลับพบว่าตนเองกลายเป็นภรรยาหลวงไปเสียแล้วและที่เลวร้ายอย่างยิ่งก็คือพระชายารองกลับชิงด่วนตัดหน้าเข้าจวนก่อนพระชายาเอกนี่สิหลินหลีฮัวถึงยังไม่มีความรักใคร่กับสวามีแต่นางกลับรู้สึกอับอายยากจะบรรยายได้หมดจริง ๆ
"นี่คือเพ่ยอวี้ นับจากนี้นางคือพระชายารองเพ่ย หลีฮัวต่อไปเจ้าคือผู้เป็นใหญ่ในเรือนหลังของตำหนักองค์ชายหก จงปกครองทุกคนด้วยเมตตาและคุณธรรมอย่าได้สร้างความวุ่นวายให้กับองค์ชายหกเป็นอันขาด"
คำกล่าวนี้เป็นถังซูเฟย แล้วจะให้หลินหลีฮัวเอ่ยอันใดได้มากไปกว่าคำว่า “เพคะ” อีกเล่า หัวอกของเด็กสาวขมขื่นยากจะบรรยายแต่ต่อให้หลินหลีฮัวอยากจะบรรยายออกมาก็เกรงว่าคงหาผู้ใดรับฟังเป็นแน่
"อวี้เอ๋อร์ฝากตัวกับพี่สาวหลีฮัวด้วยนะเพคะ"
เพ่ยอวี้นั้นแท้จริงอายุมากกว่าหลินหลีฮัวอยู่สองหนาว แต่ด้วยฐานะ อีกฝ่ายจึงต้องเรียก หลินหลีฮัว
พี่สาวหรือเจียเจี่ยอย่างไม่เต็มใจเท่าใดนักฝ่ายของหลินหลีฮัวทำเพียงยิ้มอ่อนโยนไปให้อีกฝ่ายเท่านั้นหลังจากจบสิ้นพิธีการยกน้ำชาหลินหลีฮัวก็กลับออกมาจากวังหลวงด้วยความรู้สึกยังมึนงง ขึ้นรถม้ามาแล้วเด็กสาวก็ยังเหม่อลอย จวบจนจ้าวหลิวเย่กับเพ่ยอวี้ตามขึ้นมาหลินหลีฮัวจึงค่อยดึงสติของตนเองกลับมาอยู่กับหนึ่งบุรุษและหนึ่งสตรีตรงหน้า
"ขยับลงไปนั่งตรงนั้น"
ตรงนั้น
ที่จ้าวหลิวเย่ชี้มือให้หลินหลีฮัวลงไปนั่งคือพื้นรถม้าแม้แต่สาวใช้หลินหลีฮัวทั้งสองของตนเองเช่นปิงจีและถงอีนางยังไม่เคยให้ลงไปนั่งเช่นนั้น ทว่าตนเองที่เป็นถึงพระชายาเอกในองค์ชายหกกลับถูกพระสวามีขับไล่ลงไปนั่ง นี่มันเรื่องต่ำช้าอันใดกันเล่า?"ยังจะนั่งโง่งมอยู่อีกลงไป!"
จ้าวหลิวเย่ตวาดเสียงเข้ม หลินหลีฮัวมีอันต้องสะดุ้งเฮือกเพราะคาดไม่ถึงว่าตนเองจะถูกตะคอกเช่นนี้
"องค์ชายเพคะ มิสมควรกระมัง เช่นไรพี่สาวหลีฮัวก็เป็นถึงพระชายาเอกเชียวนะเพคะ"
เพ่ยอวี้จีบปากจีบคอเอ่ยออกมาแต่ยังไม่ทันไรเท้าแกร่งของจ้าวหลิวเย่ก็ถีบเปรี้ยงเข้าใส่ร่างบอบบางของหลินหลีฮัวรู้ตัวอีกครั้งเด็กสาวก็พบว่าตนเองหล่นโครมลงมานั่งยังพื้นของรถม้าแทบเท้าของสตรีโฉมงามนามเพ่ยอวี้เสียแล้ว
"!!!"หลินหลีฮัวทั้งจุกและเจ็บแถมตกใจแต่พูดอันใดไม่ออกแม้แต่เพียงครึ่งคำ
"นั่งอยู่ตรงนั้นอย่าได้เผยอขึ้นมานั่งตีเสมอเปิ่นหวางกับพระชายารองเพ่ยเพราะคนเช่นเจ้าไม่คู่ควร"
หลีหลินฮัวมีคำถามขึ้นมาในใจอีกครั้งว่า'ข้าผิดอันใด?'นี่คือประโยคเดิมที่บังเกิดขึ้นภายในใจของเด็กสาว นางไม่รู้และไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าตนเองผิดอันใดจึงถูกสวามีปฏิบัติต่อตนเองเช่นนี้ นางก็แต่ทำตามพระประสงค์ของฮ่องเต้กับซ่งฮองเฮาเท่านั้น เพราะหากนางไม่ทำตามครอบครัวรวมไปถึงคนสกุลหลินย่อมไม่รอดปลอดภัย
พระประสงค์ของฮ่องเต้ผู้ใดบ้างจะขัดได้นางเองก็เช่นกัน แล้วเหตุใดจ้าวหลิวเย่ต้องปฏิบัติกับนางเช่นนี้ด้วย ยิ่งคิดยิ่งสงสัยหลินหลีฮัวกลับไร้คำตอบ พอนางแอบชำเลืองสายตาขึ้นไปมองก็ต้องรีบก้มหน้าเพราะภาพที่สวามีกับชายารองกำลังจุมพิตกันเด็กสาวอับอายเกินกว่าจะกล้ามอง
นี่ข้ากำลังเผชิญกับนรกขุมใดกันแน่? …
ตอนที่5 #ไอ้คนชาติสุนัข!หลังจากวาดอนาคตอยู่ภายในหัวสมองมาอีกสามวันก็พอดีกับที่หลินหลีฮัวแต่งเข้าจวนองค์ชายหกครบแปดวันพอดิบพอดี และเป็นแปดวันที่สงบเงียบราวกับพระชายาเอก เช่นนางนั้นไร้ตัวตนภายในจวนกว้างใหญ่นี้ แต่ใครจะสนใจก็สนใจไปเถิดสำหรับนางเป็นเช่นนี้กลับดียิ่ง"ปิงจีวันนี้ไปแจ้งกับเนี่ยกงกงว่าข้าจะออกไปตรวจดูสินสอด และแวะไปยกน้ำชาให้กับท่านอาเก้าเอ่อ...ให้กับจวิ้นอ๋องเข่ออี้ด้วย"หลินหลีฮัวคล้ายมารดาก็ตรงนี้ เพราะมารดาของนางเมื่อคิดแผนออกมาได้จะเร่งลงมือทันทีเพราะคิดว่าลงมือก่อนได้เปรียบ หลีฮัวเองก็คิดเช่นนั้น ดังนั้นพอนางจัดเก็บสินเดิมพร้อมสินสอดบางส่วนเรียบร้อย ต่อจากนี้ก็สมควรไปเยี่ยม ท่านอาเก้าได้แล้ว"พระชายาไม่คิดจะไปพบหน้าองค์ชายหกหรือเพคะ" ถงอีถามขึ้นขณะที่ช่วยหลินหลีฮัวหวีผมและแต่งกายหน้าคันฉ่อง"พบแล้วอย่างไร ไม่พบแล้วอย่างไร เขาชิงชังรังเกียจข้าจนขับไล่มาอยู่เสียท้ายจวนเช่นนี้ หากข้ายังกล้าเสนอหน้าไปพบเขามิเท่ากับข้าหาเรื่องใส่ตัวหาเหาใส่หัวหรอกหรือถงอี มิสู้ข้าออกไปพบคนที่เขาอยากพบข้ายังดีเสียกว่า"เพราะสายเลือดพ่อค้าแม่ค้าจากฝ่ายมารดากับท่านตาของนางรุนแรง หลินหลีฮัวจึง
ตอนที่4#แค่นางเปลี่ยนวิธีคิดชีวิตย่อมเปลี่ยนและแล้วค่ำคืนที่สองกับฐานะของพระชายาเอกในองค์ชายหกจ้าวหลิวเย่กำลังมาเยือนแสงแดดอ่อนยามอาทิตย์ใกล้คล้อยสีส้มสาดส่องเข้ามาภายในเรือนหลิงเซียวบรรยากาศชวนอึมครึมทำเอาดวงใจของเด็กสาวไกลบ้านยิ่งเปลี่ยวเหงาหลินหลีฮัวคิดถึงมารดาคิดถึงน้องชายไหนจะบรรดาน้องชายและน้องสาวต่างมารดาพวกนั้นถึงจวนเจิ้งกั๋วกงจะเต็มแน่นไปด้วยอี้เหนียงกับน้องชายน้องสาวคนละแม่แต่คงเพราะมารดาของนางหรือเจิ้งกั๋วกงฟู่เหรินเป็นสตรีใจนักเลงปกครองเป็นธรรมทุกคนจึงรักใคร่กันดีไม่เคยมีทะเลาะเบาะแว้งเช่นอีกหลาย ๆ จวน…เสียเมื่อใดกัน!…คนมากยิ่งเป็นสตรีรวมตัวใช้สามีคนเดียวกันมีหรือจะไม่เกิดการอิจฉาริษยากันขึ้นมา แต่มันเกิดขึ้นกับบรรดาเหล่าอี้เหนียงและสาวใช้ของพวกนางส่วนบรรดาเด็ก ๆ กลับรักใคร่กันดีดังนั้นถึงจวนเจิ้งกั๋วกงนั้นอาจไม่ใหญ่โตเทียบเท่าจวนขององค์ชายหก แต่กลับมิอาจสู้จวนเจิ้งกั๋วกงได้แม้แต่น้อยเพราะจวนที่นางเกิดและเติบโตนั้นถึงคนจะมาก เสียงดังวุ่นวาย แต่ละวันมีพันเรื่องราว พี่น้องหยอกล้อสาวใช้ทะเลาะกันบ้างพูดคุยกันบ้าง แต่ทุกเรื่องราวและปัญหาก็จบได้ในวันนั้น ครอบครัวใหญ่คนมากย่
ตอนที่3#ถูกขับไล่มาอยู่ท้ายจวนเสียแล้วเรือนหลิงเซียว…คือเรือนที่องค์ชายหกจ้าวหลิวเย่มีคำสั่งให้เนี่ยกงกงพาพระชายาเอกหลินมาพักอาศัย ซึ่งเรือนหลังนี้อยู่เสียเกือบท้ายตำหนัก และก็เป็นไปตามนามของเรือนหลังนี้ คือโดยรอบเต็มไปด้วยดอก หลิงเซียว จนแทบมองไม่เห็นตัวเรือน เท้าเล็กในรองเท้าผ้าไหมปักลวดลายวิจิตรถึงกับหยุดนิ่ง ก้าวต่อไปไม่ออกแม้เพียงครึ่งก้าว"นะ…นี่มัน…?"ขนาดปิงจีที่อายุมากกว่าหลินหลีฮัวกับถงอียังอึกอักไม่รู้ว่าจะถามอันใดออกไป เช่นนี้แล้วคงไม่ต้องเอ่ยถึงทั้งสองคนหนึ่งนายและหนึ่งบ่าวอ่อนวัยที่พูดไม่ออกไปแล้วจริง ๆ"เอ่อ…นะ เนี่ยกงกง เรือนนี้คนสามารถอยู่ได้จริงหรือ???"ผ่านไปอึดใจใหญ่ถงอีก็ถามออกไปอย่างโง่งม ส่วนหลินหลีฮัวนั้นพอรวบรวมสติได้นางก็ไม่พูดไม่ถามอันใดทั้งสิ้น เท้าเล็กก้าวมั่นคงเข้าไปในเขตเรือนรกร้างทันที"คุณหนูใหญ่ช้าก่อน!"คราวนี้ปิงจีลืมสิ้นกฎเกณฑ์อันใดทั้งหลาย สาวใช้ตัวน้อยสนใจเสียอันตรายหากภายในเรือนแห่งนี้มีสัตว์ร้ายเช่นงูพิษหรือแมลงมีพิษอื่น ๆ อาศัยอยู่ภายในแล้วคุณหนูใหญ่หลินเกิดถูกกัดขึ้นมานางแบกรับความผิดไม่ไหวเป็นแน่"เอ็ดอึงไปไยข้าไม่เป็นอันใดเสียมารยาทจริงปิ
ตอนที่2 # สำหรับข้านางจะนับเป็นตัวอันใดได้ทว่าเมื่อถึงจวนหลินหลีฮัวจึงพลันกระจ่าง นรกที่ตนเองเข้าใจว่ากำลังเผชิญทั้งในตำหนักหลิวหยางและบนรถม้าหรูหรานั้นกลับมิได้ใกล้เคียงกับสิ่งที่นางต้องพบเจอเมื่อยามก้าวเข้ามาในอาณาเขตของผู้เป็นสวามีแม้แต่น้อย"นี่คือ?"หลังจากนางลงจากรถม้าแล้วยืนรอให้จ้าวหลิวเย่และเพ่ยอวี้นำหน้าเข้าจวนไปก่อนใครจะคิดเมื่อหลินหลีฮัวเดินกลับมาถึงเรือนหรูอี้ของตนเองจะได้พบเข้ากับภาพข้าวของ ของนางที่ยังไม่ทันได้จัดให้เข้าที่เข้าทางถูกนางกำนัลและขันทีช่วยกันนำมากองเอาไว้หน้าเรือนเช่นนี้เรือนหรูอี้นี้ตั้งอยู่ตรงกันข้ามกับเรือนเหวินเซียวขององค์ชายหกนั้นย่อมแน่นอนว่าตามฐานะแล้ว เรือนนี้จะต้องเป็นเรือนที่หลินหลีฮัวผู้ดำรงตำแหน่งพระชายาเอกได้พักอาศัย เช่นนั้นเมื่อนางมาพบเข้ากับภาพข้าวของถูกขนย้ายย่อมต้องแปลกใจและสงสัยอยู่แล้ว"ยังจะสงสัยสิ่งใด นับจากนี้เรือนหรูอี้จะเป็นของพระชายารองเพ่ย"แน่นอนว่าคนที่ตอบให้ความกระจ่างคือจ้าวหลิวเย่ โดยมีเพ่ยอวี้ยืนทำหน้าตกอกตกใจเกินจริงอยู่สามส่วน มองอย่างไรก็เสแสร้งจนหน้าตบให้คว่ำสำหรับปิงจีและถงอี ส่วนหลินหลีฮัวเพียงแค่หรี่ตาลงสองส่วนยากจ
ตอนที่1 ||ข้าผิดอันใดพอตกถึงปลายยามอิ๋น ปิงจีกับถงอีก็เข้ามาปลุกหลินหลีฮัวขึ้นมาจากเตียงนอนนุ่มสบายเพราะทราบดีว่ายามเช้ามาถึงพระชายาหกหลินนั้นยังมีอีกหลายสิ่งให้ต้องกระทำ ไม่ว่าจะเป็นการให้พ่อบ้านใหญ่ในจวนองค์ชายหกนำคนภายในจวนมาคารวะเจ้านายฝ่ายหญิงคนใหม่ที่จะควบคุมเรือนหลังจากนั้นก่อนยามอู่ยังต้องเร่งเข้าวังไปยกน้ำชาให้กับซ่งฮองเฮา รวมไปถึงฮ่องเต้กับมารดาของสวามีเช่นถังซูเฟย แค่คิดก็แทบจะหมดแรงแล้วจริง ๆ"พระชายาหกเพคะ ตื่นได้แล้วเพคะ นี่ปลายยามอิ๋นแล้ว"หลินหลีฮัวกำลังฝันดีแต่เพราะสามเดือนที่ผ่านมาถูกเหล่าหมัวมัวอาวุโสภายในวังหลังเคี่ยวกรำมาอย่างหนักพอถูกปลุกจึงลุกขึ้นโดยง่ายไม่มีงอแงเช่นเมื่อสามเดือนก่อนเข้าวังอีกแล้วร่างเล็กลุกขึ้นมานั่งจากนั้นปิงจีซึ่งเตรียมอ่างล้างหน้ากับผ้าสะอาดก็รออยู่แล้วมาวางตรงหน้า ที่เมืองหลวงของเทียนสุ่ยอากาศเย็นกว่าแถบตงเป่ย ทว่าต่อให้หนาวแต่หลีฮัวก็ต้องอาบน้ำชำระล้างร่างกายให้สะอาดเอี่ยมอ่องอยู่ดีชุดฮั่นฝูเต็มพิธีการสีชมพูอ่อนปักด้วยดิ้นสีชมพูเข้มเป็นลวดลายดอกไม้เล็ก ๆ มิดชิดถูกนำมาสวมแทนที่จะเป็นชุดป้านปี้เพราะต้องเข้าวังหลังจากจบอาหารมื้อเช้าจึงต้อ
บทนำ# อวี้เอ๋อร์คือผู้ใด?ภายในห้องหอหรูหราบัดนี้มีสตรีสวมชุดเจ้าสาวเต็มพิธีการกำลังนั่งทอดสายตามองตรงไปบนโต๊ะอาหารมงคลกลางห้องสำหรับคู่บ่าวสาว ที่ยังไม่มีผู้ใดแตะต้องมันเลยแม้เพียงครึ่งคำสลับกับมองไปที่บานประตูห้องหอที่ถูกปิดไปเมื่อครู่ด้วยฝีมือของผู้เป็นเจ้าบ่าวหลังจากที่เขากล่าวกับนางด้วยประโยคที่ว่า…'ฐานะพระชายาเอกขององค์ชายหกนี้เจ้าก็ได้ไปแล้ว เช่นนั้นราตรีนี้เจ้าก็เข้าหอกับฐานะพระชายาเอกและหนังสือสมรสไปก็แล้วกันส่วนเปิ่นหวางจื่อ[ตัวข้าองค์ชายผู้หนึ่ง]จะไปปลอบใจอวี้เอ๋อร์!'แล้วเขาก็เดินจากไปโดยปล่อยให้เจ้าสาวเช่นนางนั่งเป็นบื้อเป็นใบ้อยู่บนเตียงแม้นแต่ผ้าคลุมหน้าคนผู้นั้นก็ไม่คิดแม้แต่จะมีน้ำใจมาปลดมันออกให้นางแม้แต่น้อยกว่าที่หลินหลีฮัวนั้นจะตั้งสติได้เสียงฝีเท้าของผู้เป็นเจ้าบ่าวหรือพระสวามี นั้นก็จางหายไปกับความมืดได้ครู่ใหญ่เสียแล้ว ปลอบใจอวี้เอ๋อร์อย่างนั้นหรือ? แล้วอวี้เอ๋อร์คือผู้ใดกันเล่า? ผู้เป็นเจ้าสาวยังคงมึนงงและสงสัยมิคลายแต่สงสัยเพียงใดนางก็คงยากจะได้คำตอบในราตรีนี้เนื่องจากผู้ที่รู้คำตอบจากไปแล้วนั่นเอง"พระชายาหกเพคะ เกิดอันใดขึ้นเพคะแล้วองค์ชายหกเขาเอ่อ…ไปที่ใ







