LOGINฉีลู่ตรวจดูบาดแผลอย่างใกล้ชิด ปากก็ถามเเหวินหงว่า"เจ้ายังจำดอกไม้ที่ทำให้เจ้าคันหน้าได้หรือไม่""จำได้เพคะ...เป็นดอกไม้สีแดงสด ตรงกลางมีอะไรสีเหลือง ๆ ยื่นออกมาด้วย...แต่ข้าไม่รู้จักชื่อ""หากมีลักษณะดังที่เจ้าเล่า ข้าคิดว่ามันคือดอกอันจู่ (安祖花 = ดอกหน้าวัว)""ดอกอันจู่หรือ...ข้าจำได้ว่าในอุทยานหลวงไม่มีดอกไม้ชนิดนี้นะ มันมีพิษหรือเพคะ"แม่นมผิงถามฉีลู่"มีสิ...ยางของมันมีพิษระคายผิว เพียงสัมผัสถูกเท่านั้น...ผิวจะบวมแดง ยิ่งเกาก็ยิ่งลาม"แม่นมผิงนิ่งไปพักใหญ่ เหมือนคิดอะไรอยู่"แม่นมผิง...ท่านคิดอันใดอยู่"ฉีลู่ถามนาง"ข้าจำได้แล้ว...เมื่อหลายปีก่อน แคว้นถูลู่มาถวายบรรณาการ หนึ่งในนั้นคือดอกอันจู่ เป็นดอกไม้ประหลาด ดอกสีแดงสด และมีหงอนสีเหลืองอยู่ตรงกลางดอก ฝ่าบาททรงประทานให้เหล่าสนมคนละต้นเพคะ""แคว้นถูลู่อีกแล้วเหรอ มู่ถูเกอผู้นี้ช่างเจ้าอุบายนัก เขาไม่ประสงค์ดีต่อแคว้นนี้แน่นอน"ฉีลู่คิดในใจ"น้องสี่...ใบหน้าเจ้าถูกพิษ ไยจึงบอกผู้อื่นว่าถูกน้ำร้อนลวกเล่า""ตอนนั้นเกาเฟยได้รับความโปรดปรานจากเสด็จพ่อยิ่งนัก ข้าเองก็ยังเยาว์ จะกล่าวหาคนโปรดของเสด็จพ่อได้อย่างไร ไม่มีผู้ใดเชื่อข้าหรอก
ฉีลู่กับเสี่ยวเซี่ยไปผูกมิตรกับทุกตำหนักมาแล้ว และสืบหาข่าวคราวพวกกบฎด้วย แต่ก็ยังไม่ได้เบาะแสอะไรเพิ่มเติม วันนี้จึงมาที่ตำหนักองค์หญิงเหวินหง เสี่ยวเซี่ยถือขนมมาด้วยหนึ่งกล่อง แม่นมผิงเดินออกมาพบ ก็รีบมาคารวะฉีลู่"คารวะพระชายา ขออภัยที่ออกมาต้อนรับช้าเพคะ"ฉีลู่ประคองแม่นมผิงขึ้นมา"แม่นมผิง...ไม่ต้องมากพิธี ข้าเอาขนมมาเยี่ยมน้องสี่""พระชายาทรงเมตตานัก หากองค์หญิงรู้...ต้องดีพระทัยแน่ ทูลเชิญพระชายาเพคะ"แม่นมผิงเดินนำฉีลู่และเสี่ยวเซี่ยเข้าไปด้านในตำหนัก ฉีลู่มองไปรอบ ๆ นอกจากสวนที่สวยงามแล้ว ที่นี่ก็ดูไม่มีอะไรน่าสนใจเลย เหวินหงนั่งอยู่ในห้อง แม่นมผิงเดินเข้าไปบอกนาง"องค์หญิง...พระชายารัชทายาทเสด็จมาเพคะ""หา!...อาซ้อใหญ่มาหรือ"เหวินหงรีบลุกขึ้นมา จะย่อตัวคำนับฉีลู่ แต่นางจับแขนห้ามไว้เสียก่อน"น้องสี่...ตามสบายเถิด""อาซ้อ...ข้าไม่คิดว่าท่านจะมาเยี่ยมข้าอีก พี่ใหญ่เล่า...ไม่ได้มาด้วยหรือเพคะ""เสด็จพี่เข้าวังแต่เช้า ข้าว่างเลยมาหาเพื่อนคุย""เชิญนั่งเพคะ"เหวินหงจับมือฉีลู่มานั่งด้วยกัน แม่นมผิงกับเสี่ยวเซี่ยเดินออกไป ฉีลู่กับเสี่ยวเซี่ยมองสบตารู้กัน"ข้าขอบคุณอาซ้อ...ที่ไม่ร
ฉีลู่สะบัดมืออีกที...แม่ทัพนอกด่านก็ขยับตัวได้ คราวนี้เขาทั้งต่อยทั้งเตะเจ้ากรมการศึกษาจนล้มลงกองกับพื้น...สติกลับคืนมา และร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด"โอ๊ย!...ท่านแม่ทัพ ไยจึงทำร้ายข้าเช่นนี้เล่า""เป็นเจ้าที่ตบตีข้าโดยไร้เหตุผลก่อน เจ้าแก่ชั่ว...ข้าจะไม่คบค้ากับเจ้าอีก นับแต่นี้...ไมตรีเจ้ากับข้าขาดกัน"แม่ทัพนอกด่านค้นเอาขวดยาจากตัวเจ้ากรมการศึกษา แล้วเดินออกไปอย่างฉุนเฉียว เจ้ากรมการศึกษานั่งคร่ำครวญอยู่บนพื้น"นี่มันเรื่องอันใดกัน หมด...หมดแล้ว ความหวังข้าพังทลายหมดแล้ว"ฉีลู่มองเขาแล้วยิ้มสมน้ำหน้า นางลอยตามแม่ทัพนอกด่านผู้นั้นไป อยากรู้ว่าเขาจะไปไหน แม่ทัพผู้นั้นเดินไปยังที่พักของพวกเจ้าแคว้นที่ยังไม่กลับ ฉีลู่คิดจะตามเข้าไป แต่ฟ้าเริ่มสางเสียก่อน นางจึงต้องรีบกลับ ก่อนที่อาเถาจะเข้ามาแล้วไม่พบนาง...คนจะสงสัยเอาได้เหวินเชียนไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้แต่เช้า ฉีลู่จึงคิดจะไปเยี่ยมเยี่ยนเหล่าสนม นางกับเสี่ยวเซี่ยเดินออกมาด้วยกัน กำลังคิดว่าจะไปตำหนักไหนก่อนดี กลับพบมู่ถูเกอเดินยิ้มเข้ามาหา"องค์หญิง...ไม่คิดว่าจะได้พานพบท่านนะ""ท่านยังไม่กลับอีกหรือ""ข้ายังเที่ยวไม่ทั่วเลย จึงขอฮ่องเต้อยู่ต
เหวินเชียนเห็นนางจ้องตาแป๋ว ก็ยิ้มเอ็นดู ค่อย ๆ เล่าเรื่องราวต่าง ๆ ออกมาให้ฟัง"เมื่อหลายเดือนก่อนหน้าที่เจ้าจะมา ฉินวานจับคนส่งสาส์นลับได้ผู้หนึ่ง แต่ยังไม่ทันไต่สวน..มันก็ถูกลอบสังหารเสียก่อน""สาส์นลับอันใดเพคะ""สาส์นลับของคนขายชาติ ที่แอบติดต่อกับเผ่านอกด่าน หวังจะมายึดแคว้นฮุยหวงของเราอย่างลับ ๆ""ผู้ใดทำเช่นนี้กัน ช่างต่ำช้านัก แล้วเสด็จพี่ทำอย่างไรเพคะ ได้ทูลต่อเสด็จพ่อหรือไม่""ทูลสิ...ข้าทูลต่อเสด็จพ่อแล้ว พระองค์ให้ข้าแอบสืบเงียบ ๆ ข้าจึงส่งฉินวานออกไปสืบเรื่องนี้ที่นอกวัง โดยบอกทุกคนว่าเขาลากลับบ้าน ส่วนข้าก็คอยหาข่าวในวัง ฉินวานกลับมาก่อนงานอภิเษกของเรา เขานำรายชื่อคนกลุ่มหนึ่งมาให้ข้า""เป็นรายชื่อของผู้ต้องสงสัยใช่หรือไม่เพคะ""ใช่...แต่น่าแปลก รายชื่อเหล่านั้นล้วนเป็นขุนนางชั้นผู้น้อย ฉินวานบอกว่า...คนส่งสารส่วนใหญ่จะเป็นชาวบ้านธรรมดา พอเสร็จงานก็จะถูกปิดปาก ทำให้สืบอะไรไม่ได้มาก""อืม...พวกมันฉลาดจริง ๆ""ข้าไม่เข้าใจ...ไยผู้ที่ร่วมมือกับพวกคนนอกด่าน ไยจึงเป็นเพียงข้าราชการชั้นผู้น้อยกันนะ""แล้วท่านรู้หรือไม่...เป็นคนนอกด่านชนเผ่าใดเพคะ"เหวินเชียนส่ายหัวสีหน้ากลัดก
ดึกดื่นคืนนั้น...เหวินเชียนแต่งชุดดำรัดกุม ออกจากห้องลับไปกับฉินวาน ฉีลู่คิดเรื่องหมอเว่ยทั้งวัน นางคิดจะปรึกษาเรื่องนี้กับเหวินเชียน จึงลงไปหาเขาที่ห้องลับ แต่เขากลับไม่อยู่"เสด็จพี่...เสด็จพี่เพคะ"ฉีลู่เดินหาจนทั่วห้องก็ไม่เจอเหวินเชียน ในห้องไม่มีหน้าต่าง ไม่มีช่องทางอื่นที่จะออกไปข้างนอกได้ เพราะหากจะออกข้างนอกก็ต้องผ่านห้องของนาง"เสด็จพี่ไปไหน...เขาออกไปได้อย่างไรโดยไม่ผ่านห้องข้า"ฉีลู่ยืนครุ่นคิด แล้วนางก็ตัดสินใจใช้ตามังกรมองหาเหวินเชียน จนเห็นว่าเขาไปกับฉินวาน"เสด็จพี่จะไปไหนกับฉินวานนะ ต้องตามไปดูเสียแล้ว"ฉีลู่หายตัวไปตามเหวินเชียน นางลอยขึ้นไปนั่งบนต้นไม่สูง มองดูเขากับฉินวานทะยานขึ้นสู่หลังคาบ้านของขุนนางขั้น 5 คนหนึ่ง ซึ่งเป็นเจ้ากรมการศึกษา"นั่นไง...ข้าคิดไว้ไม่ผิด เสด็จพี่มีวรยุทธ์จริง ๆ ด้วย แล้วไยต้องปิดบังทุกคนกันนะ ในเมื่อองค์ชายรองกับองค์ชายสามต่างก็ฝึกนี่นา มันต้องมีสิ่งใดแอบแฝงเป็นแน่"ฉีลู่นั่งมองเหวินเชียนกับฉินวานลับ ๆ ล่อ ๆ อยู่บนหลังคา ไม่นานก็ได้ยินเสียงเอะอะด้านล่่าง แสดงว่าพวกเขาถูกพบเห็นแล้ว ฉีลู่ร่ายเวทย์แล้วชี้นิ้วไปที่พวกเขา กำบังพวกเขาไว้ไม่ให้
ฉีลู่เห็นเหวินเชียนออกไปแล้ว ก็ลอยตามออกมา แล้วรีบเข้าร่างตนเอง พอเหวินเชียนออกมา ฉีลู่ก็ลุกเดินยิ้มมาหาเขา"พบเจออันใดไหมเพคะ""เจอสิ...เจ้าดูเองเถิด"ฉีลู่มองพวกขันทียกข้าวของที่ค้นได้จากห้องหมอเว่ยออกมากอง อี้กงกงมองหมอเว่ยด้วยสายตาเย็นชา"ของเหล่านี้ค้นเจอจากห้องเจ้า บอกมา...เจ้าเป็นเพียงผู้ดูแลโสม ไยจึงมีเงินมากมายปานนี้ คงเอาโสมแพงไปขาย แล้วซื้อของถูกมาสับเปลี่ยนใช่หรือไม่ ทางที่ดี...เจ้าจงรีบสารภาพมาเสีย"อี้กงกงตวาดเสียงดัง หมอเว่ยรีบคุกเข่าลงกับพื้น...ปฏิเสธเสียงสั่น"โสม...โสมเหล่านี้ข้าซื้อมาไว้กินเอง ข้า...ข้าไม่เคยทุจริต เงินนี่เป็นเงินเก็บทั้งชีวิตของข้า องค์รัชทายาท พระชายา ท่านอี้กงกง ได้โปรดให้ความเป็นธรรมแก่ข้าด้วยเถิด"หมอเว่ยก้มกราบศีรษะจรดพื้น"เสด็จพี่...ข้ามีเรื่องอยากถามหมอเว่ยสักหน่อยเพคะ""เอาสิ...เจ้าอยากถามสิ่งใดก็ถามได้เลย""ขอบพระทัยเพคะ"ฉีลู่ยิ้มหวานให้เหวินเชียน แล้วหันมาถามหมอเว่ย"เจ้าบอกว่า...ซื้อโสมมากินเองหรือ เช่นนั้นเจ้าคงรู้สรรพคุณของโสมนี่ดีสินะ...ท่านหมอเว่ย"ฉีลู่เดินมาดูห่อโสมบนโต๊ะ"ทูลพระชายา ขึ้น...ขึ้นชื่อว่าโสม ย่อมมีสรรพคุณในการบำรุงร






![เฟิ่งหวง [鳳凰]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
