Masuk“ทำอย่างไร”
บทที่ 27 ผิงผิง อู๋ซานเหนียงไม่ได้อยากเอาความหงุดหงิดไปลงที่เขาเลย บางทีเห็นเขายืนหงอยอยู่นอกห้อง นางก็อดสงสารไม่ได้ แต่พอเขาเข้าใกล้มันก็สุดจะทานทน ดังนั้นจึงนางคิดวิธีเขียนจดหมายส่งให้แทน ระหว่างที่นางกำลังร่ายคำขอร้องเรื่องที่คุยค้างกันไว้ เสี่ยวเม่ย นางกำนัลประจำตัวคนใหม่ของอู๋ซานเหนียงก็ตรงเข้ามาคำนับอย่างนอบน้อม“พระชายา... นางกำนัลผิงผิงทูลขอเข้าเฝ้าหลายครั้งแล้ว ท่านต้องการพบนางหรือไม่” ผิงผิง? นางมัวแต่จดจ่อเรื่องบิดาจนลืมเพื่อนคนนี้ไปเสียสนิท อู๋ซานเหนียงจึงหันหน้าขวับมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย “อย่าเรียกข้าเช่นนั้นอีก ตอนนี้ผิงผิงอยู่ที่ไหน? นางสบายดีหรือไม่ รบกวนพวกเจ้าพานางมาพบข้าได้ไหม” “เพคะ”&
สวรรค์... นางตั้งครรภ์... เอี้ยนเซินแทบจะเต้นระบำไปรอบๆ จวน ความฉ่ำชุ่มหวนกลับคืนสู่หัวใจอันแห้งแล้ง ท่วมท้น ล้นปรี่และแสนจะยินดี มันเป็นความรู้สึกที่เขาไม่เคยนึกมาก่อนว่าจะมีได้อีก นางเพิ่งตั้งครรภ์ได้เดือนกว่าๆ และต้องบำรุงอย่างเคร่งครัด เอี้ยนเซินตั้งอกตั้งใจฟังหมอทุกรายละเอียด ถามย้ำๆ ซ้ำไปซ้ำมาและโผกอดนางทันทีที่หมอหลวงชี้แจงจบ แต่อนิจจา... นางผลักตัวเขาออกอย่างรังเกียจ แม้แต่หน้าก็ยังไม่มอง ผ้าไหมแพรพรรณ เครื่องประดับหรือแม้แต่กับข้าวที่เขาลงทุนเข้าครัวทำให้ด้วยตัวเอง... นางเททิ้งเสียสิ้นบอกตามตรง... ตอนนี้เขาไม่ได้เจอหน้านางมาเกือบสามวันแล้ว เอี้ยนเซินจึงตัดสินใจมาเดินหมากกับน้องรองที่จวนฉีอ๋อง ตัวหมากเอื่อยเฉื่อยสับสน เขาเอาแต่ถอนหายใจยาว นั่งก็เฮ้อ ยืนก็เฮ้อ อาการผิดปกติเช่นนี้
“ไม่มีผู้ใดเอาชนะความตายได้”“ใช่ แต่ข้าก็จะสู้” นางยิ้มอย่างที่ทำให้โลกของเขาเจิดจ้า ดุจดวงตะวัน ดุจดวงจันทรา ดุจดวงดารา นางมักจะเผลอยิ้มเช่นนั้นโดยไม่รู้ตัวเสมอ “เพราะเป็นเช่นนั้นการหาวิธีมีชีวิตอยู่รอดถึงได้น่าสนุกอย่างไรเล่าเพคะ”“แต่เจ้าเพิ่งจะยอมแพ้ให้ความตาย”เขาได้ยินเสียงตัวเองคำรามอย่างฉุนเฉียว เขาเกลียดตัวเองเสียจริง เกลียดที่หัวใจส่วนลึกกำลังกลัวว่าจะสูญเสียนางไป อู๋ซานเหนียงนั่งกอดเข่า เชยคางค้างไว้ที่หลังมือบนหัวเข่า เรือนผมหนานุ่มตกรุ่ยร่ายลงมาคลอเคลีย ดูอ่อนหวานละมุนละไมดุจกลีบดอกไม้แสนเปราะบาง ทำให้เขาหายใจเข้าอย่างแรง“ข้าจะไม่ยอมแพ้เช่นนั้นอีก มาสิ ข้าพร้อมแล้ว อยากจะกล่าวหาอะไรข้าอีกก็เชิญได้เลย ข้าไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว”อู๋ซานเหนียงกล่าวอย่างเด็ดเดี่ยว ต่อให้คมดาบประหารลงมาในตอนนี้ นางก็ไม่หวั่นกลัวเลย แม้ว่าจะร้องไห้เสียใจที่ไม่อาจช่วยชีวิตบิดาไว้ได้ แต่ดวงตาของนางเป็นประกายเลือดนักสู้อีกครั้ง เป็นแววตาที่ทำให้เขาหลงรักรัก?ไม่มีทาง เขารีบต่อต้านตนเองโ
เมื่ออยู่กันตามลำพัง นางเงียบ เขาก็เงียบ... จนรู้สึกว่าห้องหดแคบลง โลกทั้งใบหยุดนิ่ง ร่างกายมันปวดร้าวราวกับจะแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ และความรู้สึกมวนท้องจนหายใจไม่ออกนี้มันคืออะไรกัน อู๋ซานเหนียงอดไม่ได้ที่จะสบตาเขา เอี้ยนเซินเองก็จ้องอย่างโหยหา เมื่อเขาสบตานางอีกครั้ง อยู่ๆ หัวใจมันก็รู้สึกว่าการพิชิตศึกในสนามรบ ยังไม่น่ายินดีเท่าได้อยู่กับนาง“ตอนนั้นทำไมไม่ฆ่าข้าทิ้งไปซะ จะมาทำดีกับข้าเพื่ออะไรอีก”อู๋ซานเหนียงพยายามทำตัวแกร่งกล้าเช่นดังเดิม แต่เสียใจด้วยที่แววตาของนางฉายแววเจ็บปวด มันบอกเขาไปหมดแล้ว “บอกมาตามตรงเถอะ บอกมาก่อนที่ข้าจะถูกน้ำใจของท่านฆ่าตาย ตลอดเวลาที่ผ่านมาท่านรู้สึกอย่างไรต่อข้ากันแน่”นางสูดจมูก พยายามเรียกคืนน้ำตา“ข้าจะตาย แต่ท่านไม่ให้ตาย ข้าจะอยู่ ท่านก็ทำให้ข้าทรมานเจียนตาย ข้าตายก็ไม่ได้ อยู่ก็อยู่เหมือนตาย... เอาเถอะ ข้าจะยอมรับโทษทัณฑ์นี้” อู๋ซานเหนียงกำผ้าห่มไว้แน่น ยังมีอีกหลายวิธีที่นางจะตายไปให้พ้นๆ“ข้าไม่อยากตายไปอย่างไร้ค่าโดยที่ยังสงสัย บอกมา... ข้าทำให้ท่านนึกเสียดายคุณหนูเซี่ยงใช่หรือไม่”“ไม่ใช่!” ร่างกายข
บทที่ 25 อ้อนวอนหารัก “ไม่!!” อู๋ซานเหนียงสะดุ้งตัวตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ร่างกายก็ประท้วงลั่น ปลายนิ้วมือนิ้วเท้าทุกนิ้วเป็นแผลหิมะกัดและปวดเหลือจะทานทน อู๋ซานเหนียงจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าตัวเองเป็นใครอยู่ที่ไหน สมองยังล้าเกินกว่าจะคิดออก รู้แต่ว่าอยากจะหลับแล้วไม่ต้องตื่นขึ้นมาอีกเลยมีเสียงคนพูดคุยดังแว่วๆ และเปิดประตูเข้ามา นำพาแสงแดดจัดจ้าให้สาดส่องมาถึงเตียง ตอนนี้น้ำแข็งที่จับหนาตามชายคาเรือนชายาเอกกำลังหยดละลายติ๋งๆ แล้ว ฤดูหนาวอันแสนโหดร้ายกำลังจะผ่านพ้นไป ต้นไม้ดอกไม้ริมลำธารเริ่มผลิใบอ่อนต้อนรับเสียงสายน้ำไหล พวกนกและแมลงเริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง อู๋ซานเหนียงสับสนมึนงง ไม่แน่ใจว่าหลับๆ ตื่นๆ ไปนานแค่ไหน แต่อย่างน้อยอาการไข้กับอาการปอดบวมก็ทุเลาลงไปมากแล้วเมื่อเรียบเรียงความคิดได้ ร่างบอบบางก็ตัวสั่นเทา จู่ๆ ห้องทั้งห้องก็หมุนต
“พี่ชายเห็นใจพวกเราเถิด”“วะ! ไอ้เวร พูดไม่รู้เรื่อง จงใจกวนโทสะของข้าชัดๆ” พูดจบก็ฟันใส่ไปหนึ่งดาบ หยงจิ้งเต๋อได้รับบาดเจ็บล้มกลิ้ง เลือดแดงฉานเปรอะร่าง พวกเด็กๆ กับคนแก่กรีดร้องกันระงม“ทำไมพวกท่านถึงทำร้ายพวกเราเช่นนี้ เราเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา พวกท่านเป็นทหารแต่ทำร้ายคนไม่มีทางสู้ ทำเช่นนี้ถูกต้องแล้วหรือ”“ไม่ต้องพูดมาก เงินทองขาดแคลน ใครๆ ก็อยากได้ ในเมื่อเจ้ากล้าขัดคำสั่ง ข้าก็ไม่จำเป็นต้องเมตตา พวกเจ้าตายกลางป่าก็ไปร้องหาความยุติธรรมกับเจ้าป่าเจ้าเขาก็แล้วกัน เฮ้ย อย่าฆ่าเด็กกับผู้หญิง อย่าให้มีริ้วรอยละเดี๋ยวราคาตก ส่วนผู้ชายกับคนแก่ ฆ่าให้หมด”ทหารนอกแถวลงจากหลังม้า ตรงเข้ารื้อค้นทรัพย์สินและไล่ฆ่าคน เด็กกับผู้หญิงที่พอขายได้ถูกไล่ต้อนให้อยู่รวมกันบนรถลาก อู๋ซานเหนียงเองก็ถูกโยนขึ้นไปด้วย เสียงกรีดร้องตะโกนขอความช่วยเหลือดังระงมป่า“ไอ้พวกสันดานถ่อย เป็นทหารแต่ทำตัวเหมือนโจร ก่อกรรมทำเข็ญ อยู่ไปก็หนักแผ่นดิน วันนี้ข้าจะสู้ตาย”ผู้เฒ่าโผลุกขึ้นมาชูไม้เท้า ทหารหน้าตาเหี้ยมหลาย
อู๋ซานเหนียงอยู่ท้ายแถวคู่กับผิงผิง ทั้งสองไม่อยากเข้าวังจึงมองดูอยู่เฉยๆ “ทำไมเจ้าไม่อยากเข้าวังละ?” ผิงผิงม้วนผมตัวเองเล่น ใช้ปลายเท้าเขี่ยพื้นไปมาเวลาที่ไม่สบายใจ “ฝ่าบาททรงมีอาย
เอาล่ะ เมื่อถึงเวลาช่วงบ่ายก็เป็นเวลาบันเทิงของนาง อู๋ซานเหนียงถลกแขนเสื้อขึ้นพลางผิวปากเรียกลิ่วล้อซึ่งเป็นเด็กๆ ไปช่วยกันจับปลามาทำกับข้าวกันอีก แต่ผิงผิงเห็นเข้าเสียก่อนจึงลากตัวอู๋ซานเหนียงไปยังบ
บทที่ 3 คัดเลือกตัว เดือนต่อมา ยามเช้าตรู่ อู๋ซานเหนียงตื่นเช้
“เจ้า!! พูดจาเหลวไหล!”จิวจิ่นฟางโกรธจัดเกือบจะบันดาลโทสะ แต่เป็นเพราะเป็นคนมีชนักปักหลัง แอบลักลอบเล่นชู้กับแม่เลี้ยงสาวของตนเอง จิวจิ่นฟางจึงยืนนิ่ง หน้าแดงก่ำเหมือนตับหมู เรื่องนี้ชาวบ้านก็พอรู้แต่ไม่มีใครกล้าพูด เมื่อมีเหตุการณ์ชี้ตัวจับผู้เฒ่าเข้าคุก แถมยังจงใจลบหลู่ฐานะของตาเฒ่าเพื่อทำลายความ







