تسجيل الدخول&nb
มุมมืดอีกด้านหนึ่ง... ผิงผิงเห็นทุกอย่าง นางจ้องมองอู๋ซานเหนียงอย่างโกรธเคือง ในที่สุดอู๋ซานเหนียงคนดีก็เผยธาตุแท้ออกมาจนได้ ไหนเคยบอกสัญญาหนักหนาว่าจะพานางกลับบ้านด้วยกัน... แล้วดูสิ สุดท้ายแล้วอู๋ซานเหนียงก็โกหก ไม่เคยเห็นนางในสายตาแม้แต่น้อยคิดจะทิ้งเพื่อนให้ตายที่นี่แล้วหนีไปเสวยสุขคนเดียวละสิ!!ผิงผิงกำหมัดแน่นก่อนจะรีบวิ่งออกไป ไม่ได้ไปหาเพื่อนแต่รีบกลับไปที่เรือนชายาเอก กระชากผ้าปูเตียงแล้วละเลงห้องให้เละเทะ ในเมื่ออู๋ซานเหนียงคิดจะหนีเอาตัวรอดไปเพียงคนเดียว นางก็จะขัดขวางให้ถึงที่สุด!!ภาพความทรงจำเก่าๆ ตั้งแต่เล็กจนโตวิ่งผ่านเข้ามาในความคิด อู๋ซานเหนียงอยู่กับนางเสมอ ไม่ว่าจะกลุ้มใจ ดีใจ เสียใจ ทุกอย่างแบ่งปันกันเสมอ ผิงผิงจึงชะงักมือ แววตาสับสนลังเล แต่พอนึกถึงองค์ชายเอี้ยนเซินสลับกับไอ้บัณฑิตชั่วจิวจิ่นฟาง ผิงผิงก็คว้ากรรไกรตัดผ้าแล้วกลั้นใจ แทงใส่แขนตัวเองจนเลือดอาบ จากนั้นก็โยนกรรไกรทิ้งไปแล้วร้องไห้เสียงดัง“โอ๊ย! ช่วยด้วยๆๆ เกิดเรื่องใหญ่แล้ว” นางกำนัลทั้งหลายได้ยินเสียงร้องจึงวิ่งเข้ามาดู เห็นผิงผิงล้มลงไปกองกับพื้นดิ้นไปดิ้นม
บทที่ 24 พระชายาแห่งจวนเซินอ๋องฤดูหนาวในจวนเซินอ๋องแห่งนี้ ดูเหมือนจะหนาวจับขั้วกระดูก แช่แข็งได้แม้กระทั่งหัวใจคนเป็นๆอู๋ซานเหนียงรู้สึกเหมือนกำลังล่องลอยอยู่ในอุโมงค์ดำมืด ไม่มีพื้นไม่มีเพดานไม่มีผนัง ได้แต่เดินเรื่อยเปื่อยไปท่ามกลางความมืด จนกระทั่งเจอแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ อู๋ซื่อหวงรออยู่ที่นั่น นางจึงวิ่งสุดฝีเท้าไปหาด้วยความดีใจสุดชีวิตแต่มืออันแข็งแรงฉุดรั้งนางไว้ไม่ให้ไป“ท่านพ่อ!!”อู๋ซานเหนียงดิ้นรนสุดแรงเกิด แต่มือแข็งแกร่งนั่นไม่ยอมปล่อยนาง สิ่งสุดท้ายที่จำได้คือนางกรีดร้องอย่างเสียขวัญแล้วทุกอย่างก็ดับวูบไป ร่างบอบบางลืมตาตื่นขึ้นมาพร้อมความอ่อนล้า เนื้อตัวปวดร้าวราวกับจะหลุดเป็นชิ้นๆ จนร้องครางออกมา ความคิดและจิตใจสับสนไปหมด ในที่สุดสายตาพร่าเลือนของนางก็จับนิ่งที่ตราสัญลักษณ์พยัคฆ์ขาวซึ่งเป็นตราประจำตำแหน่งเซินอ๋อง นำพารายละเอียดที่มีแต่ความเสียใจกลับคืนมา“พระชายา... พระชายาทรงฟื้นแล้ว”“ข้าไม่ใช่...”อู๋ซานเหนียงเหนื่
ยิ่งพูด น้ำเสียงก็มีแต่จะยิ่งเย็นเยียบ ในจวนเซินอ๋องมีหน่วยองครักษ์ที่คอยจับตามองความเคลื่อนไหวทุกอย่าง แต่เขาเพิ่งจะมาสะกิดใจนึกถึงคำเตือนที่อู๋ซานเหนียงเคยบอกหลายครั้งว่ามีช่องโหว่ใหญ่ในครัว เมื่อเจอข้อความในไส้ขนมถึงได้เริ่มฉุกคิด เอี้ยนเซินจึงสั่งการให้น้องชายทุกคนจัดการหลังบ้านของตนเงียบๆ ในที่สุดก็จับปลาตัวใหญ่ได้เป็นฝูง แล้วไหนจะข่าวลวงสุดมั่วที่ไส้ศึกแคว้นเหลียนกระเสือกกระสนส่งกลับไปแทบเป็นแทบตายอีกเล่า?! เอี้ยนเซินรู้ทันทีว่าทั้งหมดนี้เป็นฝีมือพระชายาตัวดีเจ้าปัญหา ต่อให้เขาคาดคั้นถามถึงไส้ขนมกับข่าวลวงที่ดักจับได้ นางก็คงจะตอบสั้นๆ แค่ว่า ‘ไม่รู้ไม่เห็น’วุ่นวายไม่เข้าเรื่อง! “บ่าวของข้าหลายคนเห็นเจ้าตบตีเมียของข้า นางกำนัลทำตัวกร่างถึงขั้นตบตีเจ้านายขนาดนี้ เป็นเพราะอะไรกัน”“เฮอะ! มันต่างหากที่ตีหม่อมฉัน” จิวเหมยเซียงถูกทรม
บทที่ 23 ลงทัณฑ์ ท่ามกลางหิมะที่โปรยปรายสลับหยุด พวกบ่าวไพร่ ข้ารับใช้และคนงานทุกคนในจวนเซินอ๋องยืนเป็นระเบียบที่ลานใหญ่หน้าโถงเรือนตะวันออก พ่อครัวตัวอ้วนก็ยืนรวมกลุ่มด้วยเช่นกัน เขาแอบเป่าปากโล่งอกที่รอดพ้นภัยเมื่อหลายคืนก่อน นางจิวเหมยเซียงช่างโง่เง่าทำพลาดจนถูกจับได้ นางหลี่ชุ่ยผินเองก็ถูกจับ ส่วนนางหยางหลิ่วสบายกว่าใครเพราะโรคหัวใจกำเริบ ชิงตายไปก่อนใครเพื่อน จากนี้ไปเขาจะต้องเก็บตัวเงียบไปอีกพักใหญ่ถึงจะเริ่มติดต่อพรรคพวกที่แฝงตัวในจวนองค์ชายอื่นๆ ลมหนาวเย็นพัดมาเป็นพักๆ บรรดาคนที่ยืนกลางแจ้งต่างหน้าซีดปากสั่นแต่ก็ยืนค้อมกาย มิกล้าส่งเสียงใดๆ เมื่อเอี้ยนเซินเสด็จมาถึง ทุกคนก็คุกเข่าลงโดยพร้อมเพรียง “คำนับท่านอ๋อง” ร่างสูงสง่ายิ้มเย็นชาและไม่ส
ผิงผิงนึกอะไรไม่ออก จึงยืนกรานกระต่ายขาเดียวไปก่อน “ปะ...เป็นแผนของหม่อมฉันเองเพคะ”“แผน?”“เพคะ หม่อมฉันเห็นว่าพวกไส้ศึกชั่วเหล่านั้นกำลังจะลอบส่งข่าว หม่อมฉันเกรงว่าจะใช้แผนขนมทังหยวนไม่ทันการ ดังนั้น... ดังนั้นจึงรีบเปิดโปงเพื่อ... เพื่อท่านเซินอ๋องเพคะ... ส่วนเรื่องที่บอกพ่อครัวไปนั้น... ก็เพื่อ... เพื่อให้หลอกให้ตายใจเพคะ หม่อมฉัน... หม่อมฉันเอ่ยความสัตย์ทุกคำ หากหม่อมฉันโกหกแม้แต่คำเดียวขอให้ไม่ตายดีเพคะ”เอี้ยนเซินหมุนถ้วยชาเล่นในมือไปมา ก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างเย็นชา“แต่ทำไมข้ากลับรู้สึกว่าเจ้าหักหลังนายของตัวเอง”“มะ...ไม่จริง ไม่จริงนะเพคะ หม่อมฉันถูกใส่ร้าย” ผิงผิงร้องปฏิเสธดังลั่น เอี้ยนเซินไม่พูดอะไรต่อ ทว่ากลิ่นอายสังหารกดดันหนักหน่วง ผิงผิงจึงยิ่งรู้สึกเหงื่อแตก ก้มหน้าจนหน้าผากแทบชิดพื้น นางจะต้องรอด นางจะต้องรอดให้จงได้!!“ท่านเซินอ๋อง หม่อมฉันติดตามพระชายามาตั้งแต่เด็กๆ ไม่มีทางทำร้ายพระชายาเด็ดขาด...”“ไปซะ ออกไป”“พะ...เพค
แววตาอ่อนโยนที่เขาเผลอมอบให้นางในวันเก่าก่อนหายวับไปเสียแล้ว เขากำลังมองนางในฐานะศัตรู มันเจ็บร้าวจนไม่อาจเปล่งวาจาทั้งสองสบตากัน แววตาของหญิงสาวสั่นระริก ตื่นตระหนกเมื่อเขาคว้าลำคอขาวผ่องไว้แล้วบีบแน่นด้วยมือข้างเดียว ความคั่งแค้นแทรกอยู่ทั่วทุกอณูอากาศที่เขาหายใจเข้าออก อู๋ซานเหนียงเหนื่อยเหลือเกิน นางจะต้องตายอยู่ที่นี่ ช่วยบิดาไม่ได้ ช่วยอะไรใครไม่ได้เลย เอี้ยนเซินเห็นความเจ็บปวดสะท้อนออกมาจากแววตานาง ไม่สิ... เขาตกใจตัวเองมากกว่าที่น้ำตาของนางทำให้เขารู้สึกจะทานทน “เมียรัก เรามีเรื่องต้องคุยกันยาว และรับรองว่าจะต้องมีคนเสียใจที่หลอกลวงข้า” “ถ้าท่านไม่ได้แยแสเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างเรา ท่านช่วยเลิกเรียกข้าว่าเมียรักเสียทีเถอะ”&
บัณฑิตจิวจิ่นฟางรู้ข่าวจากน้องสาว เขาก็นั่งเกี้ยวพุ่งมาที่บ้านเฉินจินเหยาทันที“ข้าตั้งใจจะเสนอชื่อน้องสาวเจ้าเข้าวังตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ทางหลี่ชุ่ยผินก็เห็นด้วย สั่งให้เหมยเซียงเตรียมตัวเข้าวังตามหลังนางไปได้เลย ข้าให้คนส่งข่าวไปที่บ้านเจ้าแล้ว ป่านนี้คงจะกำลังฉลองอยู่แน่”
“อ้อ... แสดงว่าไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนอีกสินะ” “ใช่ มีกันแค่สองคนพ่อลูกเท่านั้น” เฉินจินเหยาตอบโดยไม่คิดอะไร “นายอำเภออู๋มีตำแหน่งขุนนาง แต่ไม่รู้จักผูกมิตรพ่อค้าคหบดี ฐา
อู๋ซานเหนียงอยู่ท้ายแถวคู่กับผิงผิง ทั้งสองไม่อยากเข้าวังจึงมองดูอยู่เฉยๆ “ทำไมเจ้าไม่อยากเข้าวังละ?” ผิงผิงม้วนผมตัวเองเล่น ใช้ปลายเท้าเขี่ยพื้นไปมาเวลาที่ไม่สบายใจ “ฝ่าบาททรงมีอาย
เอาล่ะ เมื่อถึงเวลาช่วงบ่ายก็เป็นเวลาบันเทิงของนาง อู๋ซานเหนียงถลกแขนเสื้อขึ้นพลางผิวปากเรียกลิ่วล้อซึ่งเป็นเด็กๆ ไปช่วยกันจับปลามาทำกับข้าวกันอีก แต่ผิงผิงเห็นเข้าเสียก่อนจึงลากตัวอู๋ซานเหนียงไปยังบ







