مشاركة

บทที่ 3

مؤلف: คุณหนูซินอวี้
ซูสือจิ่นไม่กระจ่างแจ้งเลยสักนิดว่าตนเองกลับมายังจวนอัครเสนาบดีได้อย่างไร รู้เพียงว่าวินาทีก่อนตนเองยังคงทอดร่างอยู่ในกองหิมะ ยามลืมตาขึ้นมาอีกครา ก็นอนอยู่บนเตียงใหญ่หลังอันอบอุ่นเสียแล้ว

“คุณหนู ในที่สุดท่านก็ฟื้นเสียที...”

น้ำเสียงน่าสงสารจับใจทำเอาซูสือจิ่นปวดเศียรเวียนเกล้าอยู่บ้าง นางจึงเหลือบสายตามองสาวใช้ตัวน้อยข้างเตียงแวบหนึ่งอย่างแผ่วเบา

ในความทรงจำ นี่คือตงเอ๋อร์ สาวใช้ข้างกายของนางเอง

เห็นเพียงตงเอ๋อร์กุมมือของนางไว้แน่น “คุณหนู บ่าวรู้ว่าองค์รัชทายาททรงทำร้ายจิตใจของท่านจนแหลกลาญ ทว่าอย่างไรเสีย นั่นก็คือองค์รัชทายาท ต่อให้ยามนี้ไม่แต่งคุณหนูสาม วันหน้าก็ย่อมต้องมีสามภรรยาสี่อนุเช่นเดียวกัน เหตุใดท่านจึงคิดไม่ตกถึงเพียงนั้น แอบหนีขึ้นหลังเขาไปกระโดดหน้าผาเล่าเจ้าคะ? ท่านทราบหรือไม่ว่าบ่าวแทบจะตกใจตายอยู่แล้ว บ่าวนึกว่าจะมิได้พบหน้าท่านอีกแล้ว ฮือๆ...”

ภายในห้องมืดสลัว คล้ายเป็นยามดึกสงัดแล้ว

อาศัยแสงเทียนที่สั่นไหว ซูสือจิ่นกวาดสายตาสำรวจห้องตรงหน้าอย่างเงียบเชียบ “มีเพียงเจ้าคนเดียวงั้นหรือ?”

ตงเอ๋อร์น้ำมูกน้ำตาไหลพราก “คุณหนูสามได้ยินว่าท่านจะกระโดดหน้าผาปลิดชีพตนเอง ก็ตกใจจนร้องไห้หมดสติไปแล้วเจ้าค่ะ ยามนี้คุณชายใหญ่กับองค์รัชทายาทล้วนไปเยี่ยมนางกันหมดแล้ว...”

ซูสือจิ่นปวดขมับจนต้องยกมือตบหน้าผากตนเองเบาๆ ใช่แล้ว ในจวนอัครเสนาบดีแห่งนี้ ทุกๆ คนล้วนแต่หมุนรอบตัวซูลั่วเยว่ทั้งสิ้น

ฮูหยินอัครเสนาบดีด่วนจากไปก่อนวัยอันควร ส่วนอัครเสนาบดีก็มีภารกิจล้นมือในแต่ละวัน เรื่องราวส่วนใหญ่ในจวนจึงเป็นพี่ใหญ่ของพวกนางคอยจัดการ

ทว่ายามนี้ผู้เป็นนายที่พำนักอยู่ในจวนมีรวมกันทั้งสิ้นเพียงสามท่าน ได้แก่ คุณชายใหญ่ซูหลี่หราน คุณหนูสามซูลั่วเยว่ และซูสือจิ่นผู้ที่ใครๆ ก็เกลียดชังเช่นนาง...

เมื่อเห็นซูสือจิ่นนิ่งเงียบมาโดยตลอด ตงเอ๋อร์ก็เอ่ยกระซิบเสียงเบาอีกว่า “ทว่าคุณหนูเจ้าคะ ในพระทัยขององค์รัชทายาททรงมีท่านอยู่จริงๆ นะเจ้าคะ ท่านไม่ทราบหรอกว่ายามที่องค์รัชทายาททรงอุ้มท่านกลับมา สีพระพักตร์ย่ำแย่ขนาดไหน! พระองค์ทรงเข้าพระทัยว่าท่านเพียงแค่เกิดความหึงหวงขึ้นในใจถึงได้วู่วามปานนั้น นี่ไงเล่า พระองค์ยังทรงตั้งใจสั่งให้คนอื่นนำของขวัญมามอบให้ท่านเป็นพิเศษอีกด้วย”

ตงเอ๋อร์เหลือบมองหีบที่วางอยู่บนพื้นแวบหนึ่ง ก่อนจะกุมมือของนางไว้แน่นแล้วกล่าวว่า “ยังดีที่ครานี้ท่านปลอดภัยไร้รอยขีดข่วน มิฉะนั้น...”

“เสี่ยวจิ่น เจ้าฟื้นแล้วหรือ?”

ไม่รอให้ตงเอ๋อร์พูดจบ นอกประตูก็พลันมีเสียงของฉู่มู่เฉินแว่วดังเข้ามาแล้ว

ตงเอ๋อร์ตกใจจนสะดุ้ง รีบผุดลุกขึ้นถอยไปด้านข้างทันที

ฉู่มู่เฉินสาวเท้าก้าวใหญ่เข้ามาในห้อง ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนตั่งข้างเตียง “มาเถิด ข้าช่วยประคองเจ้าลุกขึ้นนั่ง”

น้ำเสียงอ่อนโยนนั้นทำให้ซูสือจิ่นไม่คุ้นชินเป็นอย่างยิ่ง นางปัดมือที่ยื่นเข้ามาของฉู่มู่เฉินออกเบา ๆ ก่อนจะลุกขึ้นนั่งเพียงลำพัง แล้วเอนหลังพิงหัวเตียง

ฉู่มู่เฉินชะงักไปแวบหนึ่ง เขาชักมือกลับมาเงียบๆ สีหน้าพลันแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชาลงหลายส่วน

“ยังจะอาละวาดอีกหรือ?”

ซูสือจิ่นเพียงแต่จ้องมองเขาเงียบๆ รูปงามเหนือสามัญยิ่งนัก มิน่าเล่าเจ้าของร่างเดิมถึงได้รักปักใจขนาดนั้น...

ยามสัมผัสถึงความทรงจำเหล่านั้นของเจ้าของร่างเดิม ซูสือจิ่นก็พลันรู้สึกเจ็บปวดใจยิ่งนัก

ทว่านางมิใช่เจ้าของร่างเดิม

และไม่มีวันยอมจำนนต่อโชคชะตาเป็นอันขาด!

“พวกเราถอนหมั้นกันเถิด”

น้ำเสียงราบเรียบไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ เจือปน ทันทีที่ฉู่มู่เฉินได้ยินก็ผุดลุกขึ้นยืนในทันใด “เจ้ายังคิดจะก่อเรื่องไร้สาระไปถึงเมื่อใดกัน?”

“ข้าจริงจัง”

ซูสือจิ่นเอ่ยเรียบๆ “ดึกมากแล้ว หากไม่มีธุระอันใดแล้ว องค์รัชทายาทกรุณากลับไปเถิด วันพรุ่งนี้ข้าจะให้ตงเอ๋อร์นำหนังสือถอนหมั้นไปส่งให้ ถึงเวลานั้นองค์รัชทายาทเพียงแค่ลงพระนามก็พอ”

ไม่รู้เพราะเหตุใด ฉู่มู่เฉินมักรู้สึกว่าสตรีที่อยู่ตรงหน้าดูแปลกตาไปบ้าง

ยามปกติที่พบเขา ซูสือจิ่นมักจะดีใจจนเนื้อเต้นอยู่เสมอ

นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นสีหน้าเฉยชาไม่แยแสถึงเพียงนี้ของซูสือจิ่น!

“ซูสือจิ่น ความอดทนของข้ามีขีดจำกัด หากเจ้ายังดึงดันจะทำเช่นนี้ ก็อย่าได้โทษว่าข้าไร้เยื่อใย!”

“องค์รัชทายาททรงมีเยื่อใยตั้งแต่เมื่อใดกัน?”

ซูสือจิ่นจ้องมองเขาอย่างจริงจัง “ยามที่ซูลั่วเยว่หกล้ม ฝ่ามือที่ฝากไว้บนใบหน้าข้าฉาดนั้นเรียกว่ามีน้ำใจรึ? หรือยามที่ซูลั่วเยว่กล่าวหาว่าข้าคอยวางยานาง แล้วท่านบีบบังคับให้ข้าขอโทษนางนั่นคือมีน้ำใจ? ในตอนที่องค์รัชทายาทยังเป็นคนพิการ นางจงใจหลบซ่อนตัวเพื่อหลีกหนีการแต่งงาน แต่ท่านกลับ...”

“พอที! เจ้านี่มันเกินเยียวยาแล้ว!”

ฉู่มู่เฉินตวาดลั่นคำหนึ่ง ยามใดที่เกี่ยวพันถึงซูลั่วเยว่ เขามักจะจริงจังเป็นพิเศษเสมอ

“เยว่เอ๋อร์กล่าวได้กระจ่างแจ้งพอแล้ว ยามนั้นนางถูกคนลักพาตัวไป หากมิได้หมอเทวดาท่านหนึ่งช่วยชีวิตไว้ นางก็คงไม่มีชีวิตรอดกลับมาด้วยซ้ำ! เหตุใดจึงใช้เวลาถึงสามปีจึงค่อยกลับมา ทั้งหมดก็เพราะนางปรารถนาจะเรียนรู้วิชาแพทย์ให้สำเร็จเพื่อกลับมารักษาข้า นางต้องแบกรับความอัปยศอดสู ทนตรากตรำร่ำเรียน กว่าจะกลับมาอยู่เคียงข้างพวกเราได้นั้นช่างยากเย็นแสนเข็ญ เจ้าในฐานะพี่สาวของนาง เหตุใดต้องใส่ร้ายป้ายสีนางวันแล้ววันเล่าเช่นนี้?”

เมื่อเห็นบุรุษที่คลุ้มคลั่งไร้สติอยู่ตรงหน้า ในที่สุดซูสือจิ่นก็เริ่มรับรู้ถึงความขื่นขมของเจ้าของร่างเดิม

ไปหลงรักบุรุษพรรค์นี้เข้า

ช่าง...น่าสะอิดสะเอียนเสียจริง

ยังดีที่นางมิใช่เจ้าของร่างเดิม จึงไม่ถึงกับโศกเศร้าสะเทือนใจเกินไปนัก

“ในเมื่อนางแสนดีถึงเพียงนั้น และพวกท่านก็จิตใจตรงกันปานนั้น เหตุใดท่านยังทรงตัดใจให้นางแต่งเข้าเป็นเพียงชายารองเล่า?”

คล้ายกับว่าถูกแทงใจดำ มุมปากของฉู่มู่เฉินกระตุกวูบ “ข้าปฏิบัติต่อเจ้าถึงเพียงนี้ก็นับว่าเมตตากรุณาและทำหน้าที่อย่างถึงที่สุดแล้ว! หากเจ้ายังดึงดันจะเอาเช่นนี้ให้ได้ ก็อย่ามาโทษที่ข้าจะสนองให้ตามที่เจ้าขอ!”

ซูสือจิ่นแค่นยิ้มเย็น “ตกลงว่าสมใจข้า หรือองค์รัชทายาททรงมีเจตนาเช่นนั้นอยู่ก่อนแล้วกันแน่? เพียงแต่องค์รัชทายาททรงอ้างคุณธรรมความดีอยู่เต็มปาก จึงไม่ยอมเป็นคนเลวที่เอ่ยปากถอนหมั้นก่อน...”

“เหตุใดเจ้าถึงกลายเป็นคนเลวร้ายเช่นนี้?”

เมื่อถูกแทงใจดำอีกครา ฉู่มู่เฉินก็เอ่ยขัดวาจานางทันควัน ก่อนจะกล่าวอย่างรังเกียจเดียดฉันท์ว่า “เมื่อก่อนเจ้าทั้งซื่อๆ ไร้เดียงสา ไม่เคยเลยสักครั้งที่จะบีบคั้นรุกไล่ผู้อื่น! ทว่ายามนี้ นับตั้งแต่เยว่เอ๋อร์กลับมา วันๆ เจ้าเอาแต่กินกับนอน จนอ้วนพีเท่าเยว่เอ๋อร์สองคนรวมกันแล้ว! มีสตรีคนไหนเหมือนอย่างเจ้าเช่นนี้บ้าง?”

“เจ้าลองดูข้าอีกทีสิ ต่อให้ข้าจะชอบเยว่เอ๋อร์เข้าจริงๆ แต่ก็ยังสงวนตำแหน่งพระชายารัชทายาทไว้ให้เจ้าเสมอ เพียงแค่ให้เจ้าแต่งเข้าจวนพร้อมนาง เจ้ากลับก่อเรื่องราวใหญ่โตปานนี้ ในฐานะพี่สาว เจ้าไม่มีความอ่อนโยนของคนเป็นพี่สาว ในฐานะพระชายาเอก เจ้าก็หามีความใจกว้างของพระชายาเอก เจ้ามัน...”

“ตงเอ๋อร์ เอาพู่กันกับกระดาษมา”

ซูสือจิ่นทนฟังต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว!

เมื่อเห็นตงเอ๋อร์เอาแต่เหม่อลอยทึ่มทื่อ นางจึงก้าวลงจากเตียงด้วยตนเอง เดินไปที่โต๊ะข้างๆ แล้วตวัดพู่กันเขียนหนังสือถอนหมั้นขึ้นมาฉบับหนึ่งตรงนั้นทันที

จากนั้นท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของฉู่มู่เฉิน นางก็เอ่ยเน้นทีละคำว่า “ในเมื่อองค์รัชทายาททรงเกลียดชังข้าถึงเพียงนี้ มิสู้ลงพระนามเสียตอนนี้ จากนี้ไปสองฝ่ายต่างเป็นอิสระต่อกัน ข้าจะไม่มาเจอหน้าท่านอีก และท่านก็อย่าได้มาทำให้ข้าต้องรำคาญใจอีกเป็นอันขาดดีหรือไม่?”

เป็นลูกผู้ชายอกสามศอกแท้ๆ กลับบ่นพร่ำเพรื่อ ช่างน่ารำคาญใจเหลือทน!

เมื่อเห็นนางที่แสดงสีหน้าหมดความอดทน แล้วมองหนังสือถอนหมั้นที่เตรียมไว้พร้อมสรรพบนโต๊ะ

ฉู่มู่เฉินนิ่งอึ้งไปนานก็ยังเรียกสติกลับคืนมามิได้

ซูสือจิ่นเอ่ยสำทับอีกครา “เชิญองค์รัชทายาทลงพระนามเถิด จากนี้ไปพวกเราไม่ต้องมาพบเจอกันอีก”

“เจ้าจริงจังหรือ?”

ฉู่มู่เฉินยังคงปักใจเชื่อว่านางแค่พูดด้วยอารมณ์โมโห

ซูสือจิ่นเอ่ยด้วยความรำคาญใจว่า “เร็วเข้าสิ”

ฉู่มู่เฉินกำหมัดแน่น “ซูสือจิ่น...”

“องค์รัชทายาทจะลงพระนามหรือไม่?”

“เจ้า...”

ฉู่มู่เฉินโกรธเสียจนทั่วร่างสั่นสะท้าน พลางสะบัดเสียงพูด “เจ้าอย่าได้เสียใจทีหลังก็แล้วกัน!” จากนั้นก็ลงพระนามด้วยความฉุนเฉียว แล้วขว้างพู่กันทิ้งก่อนจะสะบัดหน้าจากไป!

เมื่อเดินไปถึงประตู เขาก็ชะงักฝีเท้าลง “ที่เยว่เอ๋อร์ร้องไห้จนหมดสติไปก็เพราะเรื่องของเจ้า หากเจ้ายังมีมโนสำนึกอยู่บ้าง ก็ควรไปดูนางสักหน่อย...”

“ข้าตกหน้าผาเพราะนางแท้ๆ ยังไม่เห็นนางมาดูหน้าข้าสักครั้ง ในใจของท่าน นางช่างเป็นคนไร้สำนึกขนาดนั้นเชียวหรือ?”

ฉู่มู่เฉินถึงกับเซถลาร่างสะดุด หน้าดำคร่ำเครียดราวกับน้ำหมึก

“เจ้าดูแลตัวเองให้ดีก็แล้วกัน!”

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ชายาพิษหวนทวงแค้น   บทที่ 30

    ซูสือจิ่นยิ่งฟังก็ยิ่งหงุดหงิดใจดูท่าไม่เพียงแต่เจ้าของร่างเดิมจะมีนิสัยอ่อนแอขลาดเขลา แม้กระทั่งสาวใช้ของนางก็ยังขี้ขลาดตาขาวและกลัวความเดือดร้อนเช่นนี้เหมือนกัน...ทั้งที่คนที่ต้องทนรับความอัปยศอดสูคือตัวนาง ทว่าผลลัพธ์คือเอ่ยปากคำไหนก็เอาแต่เกลี้ยกล่อมให้นางยอมอดทน นี่มันจะยอมคนง่ายเกินไปหรือไม่?“คำพูดประเภทนี้วันหน้าอย่าได้เอ่ยออกมาอีก” ซูสือจิ่นรู้สึกระอาใจอยู่บ้างตงเอ๋อร์ทอดถอนหายใจออกมาเบาๆ “บ่าวเข้าใจความหมายของคุณหนูเจ้าค่ะ เรื่องที่องค์รัชทายาททรงให้ท่านแต่งเข้าจวนพร้อมกับคุณหนูสามนั้น สำหรับท่านแล้ว ถือเป็นการเหยียดหยามอย่างรุนแรงจริงๆ การที่ท่านจะรู้สึกเจ็บปวดทุกข์ทรมานใจมันก็เป็นเรื่องธรรมดา ทว่าเรื่องราวมาถึงขั้นนี้แล้ว ขนาดท่านถึงขั้นกระโดดหน้าผาก็ยังไม่อาจเปลี่ยนพระทัยขององค์รัชทายาทได้ แล้วยังจะทำสิ่งใดได้อีกเล่า...”ซูสือจิ่นเหลือบตาค้อนใส่นางอย่างระอาใจ เจ้าของร่างเดิมต้องยอมอ่อนข้อให้นางมากมายขนาดไหนกันแน่?เหตุใดคำพูดคำจาของนางถึงได้เยอะแยะมากมายขนาดนี้?เมื่อคิดถึงตงเอ๋อร์ ในสมองก็ผุดภาพเหตุการณ์ที่เคยใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับนางตลอดเวลาตั้งแต่เช้าจรดเย็นขึ้นม

  • ชายาพิษหวนทวงแค้น   บทที่ 29

    ซ้ำร้ายยังจะรุนแรงยิ่งกว่าแต่ก่อนเสียอีกตัวเขาในอดีตแม้ขาทั้งสองข้างจะพิการ ทว่ากลับยังคงหลงเหลือความรู้สึกอยู่ ก็ยังสามารถรักษาเยียวยาได้หากว่าต้องกลับมาพิการอีกครั้ง ย่อมสิ้นหวังจนยากจะเยียวยารักษาอย่างแน่นอน...เพียงแค่คิดถึงเรื่องนี้ ซูสือจิ่นก็ไม่รู้สึกโกรธเคืองเลยแม้แต่น้อยในเมื่อองค์รัชทายาทสารเลวนั่นรักซูลั่วเยว่มากขนาดนั้น ก็ปล่อยให้พวกเขารีบลงเอยกันไปเสียเถอะทว่าไม่รู้เหมือนกันว่าเมื่อถึงเวลานั้นจริงๆ แล้ว พวกเขายังจะสามารถพร่ำคำสาบานรักกันต่อไปได้อีกหรือไม่...“คุณหนูเจ้าคะ คุณหนู...”น้ำเสียงที่ดังขึ้นข้างหูช่วยดึงสติของนางให้กลับคืนมา พอหันหน้าไปมองก็เห็นตงเอ๋อร์ที่ใบหน้าเล็กๆ ขึ้นสีแดงก่ำ“เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?”เห็นเพียงตงเอ๋อร์ที่มีสีหน้าท่าทางร้อนรน “พอได้ยินว่าคุณหนูกลับมา บ่าวก็รีบมาหาคุณหนูทันทีเจ้าค่ะ เพียงแต่เมื่อครู่สถานการณ์ชุลมุนวุ่นวาย บ่าวจึงไม่กล้าเสนอหน้าเข้าไป ทำได้เพียงเดินตามหลังคุณหนูมาตลอด คุณหนูอย่าเดินเร็วเพียงนั้นสิเจ้าคะ บ่าวเกือบจะตามไม่ทันแล้ว...”ซูสือจิ่นผ่อนฝีเท้าให้ช้าลง “เจ้าไม่พักผ่อนอยู่ในเรือนให้ดีๆ ออกมาตามหาข้าทำไมกั

  • ชายาพิษหวนทวงแค้น   บทที่ 28

    ซูหลี่หรานก็กำหมัดแน่นด้วยความโกรธจัดเช่นกัน “นับวันนางยิ่งทำเกินกว่าเหตุจริงๆ! ขนาดอยู่ต่อหน้าต่อตาพวกเรายังกล้าลงมือกับเจ้า วันหน้าเจ้าอย่าได้ไปสนิทชิดเชื้อกับนางอีกเลย อยู่ให้ห่างจากนางมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ย่อมดีที่สุด”ซูลั่วเยว่สะอื้นไห้จนชวนให้ผู้คนเวทนาจับใจ “พี่ชายรัชทายาท ข้าอยากจะทราบว่า พวกท่านได้ถอนหมั้นกันไปจริงๆ แล้วหรือเพคะ?”ฉู่มู่เฉินโกรธจนหน้ามืดตามัว “ย่อมเป็นเช่นนั้น! หนังสือถอนหมั้นฉบับนั้นนางเป็นคนลงแรงเขียนด้วยน้ำมือตนเอง ในเมื่อนางสามหาวไร้ขื่อแปถึงเพียงนี้ ข้าย่อมต้องเติมเต็มความปรารถนาของนางอยู่แล้ว!”ในดวงตาของซูลั่วเยว่ฉายแววคิดคำนวณพาดผ่านวูบหนึ่ง ทว่าปากกลับเอ่ยว่า “พี่ชายรัชทายาทจะสามารถถอนรับสั่งคืนได้หรือไม่เพคะ? ยามนี้ที่นางมีนิสัยแปรเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน ก็เพราะพี่ชายรัชทายาทลงนามในหนังสือถอนหมั้นฉบับนั้น เห็นได้ชัดว่าในใจนางมิได้อยากถอนหมั้นกับพี่ชายรัชทายาทเลย และก็เพราะเหตุนี้ นางถึงได้...”เอ่ยไปพลาง นางก็ลูบใบหน้าตนเองด้วยท่าทางน่าเวทนาจับใจ กิริยาอาการนั้นราวกับกำลังบอกว่า หากมีการถอนหมั้นกันจริงๆ ซูสือจิ่นจะต้องยิ่งรังแกนางหนักกว่าเดิ

  • ชายาพิษหวนทวงแค้น   บทที่ 27

    ซูสือจิ่นถึงกับหลุดขำออกมาด้วยความโมโห คนพวกนี้สมองมีปัญหาไปหมดแล้วกระมัง?“หากมิใช่เพราะเข็มไม่กี่เล่มนั้นของข้า ป่านนี้เขาคงตายไปนานแล้ว พวกท่านลองย้อนดูตัวเองหน่อยดีหรือไม่ว่ากำลังพูดเรื่องบ้าอะไรอยู่?”ซูหลี่หรานเอ่ยด้วยความโกรธระคนผิดหวังที่อีกฝ่ายไม่ได้ดั่งใจ “วันๆ เจ้าอยู่แต่ในห้องหอ จะไปเข้าใจวิชาแพทย์ได้อย่างไรกัน? น้องหญิงสามนางเป็นถึงศิษย์ของหมอเทวดา เห็นได้ชัดว่าองค์รัชทายาทได้นางช่วยชีวิตเอาไว้ หากมิใช่เพราะโอสถของนาง ป่านนี้เจ้าจะหาทางลงอย่างไร รู้ตัวบ้างหรือไม่? ยังจะมีหน้ามาโวยวายอยู่อีก! เหตุใดเจ้าต้องคอยจะแย่งชิงความดีความชอบกับน้องหญิงสามให้ได้?”แววตาของเขาเต็มไปด้วยความผิดหวัง “เดิมทีข้าไม่อยากบอกเรื่องนี้กับเจ้า เพราะกลัวว่าเจ้าจะอิจฉาริษยาน้องหญิงสาม เจ้าทราบบ้างหรือไม่ว่าน้องหญิงสามนางถึงกับเข้าตาท่านผู้เฒ่าหยางแห่งสำนักเชียนมิ่งแล้ว? วิชาแพทย์ของนางได้รับการยอมรับ ถึงขนาดที่คนของสำนักเชียนมิ่งอุตส่าห์มาเชิญน้องหญิงสามให้ไปช่วยชีวิตคนด้วยตนเอง เจ้ามีสิ่งใดไปเทียบกับน้องหญิงสามได้งั้นหรือ?”คำพูดพรั่งพรูยาวเหยียดของซูหลี่หรานทำเอาซูสือจิ่นโกรธจนหน้าเขียว “คนข

  • ชายาพิษหวนทวงแค้น   บทที่ 26

    นับตั้งแต่องค์รัชทายาททรงหมดสติไป ทุกคนในจวนอัครเสนาบดีต่างก็ตกอยู่ท่ามกลางความโกลาหลวุ่นวายบางคนรีบร้อนวิ่งออกไปตามหมอหลวง บ้างก็ตื่นตระหนกลนลานฉุดลากตัวท่านหมอเข้ามาทุกคนล้วนมือไม้ปั่นป่วนวุ่นวาย และต่างก็รู้สึกตื่นตระหนกขวัญเสียมาจากก้นบึ้งของหัวใจ!อย่างไรเสีย ความปลอดภัยขององค์รัชทายาท ก็เกี่ยวพันถึงชีวิตของพวกเขาทุกคน...เนิ่นนานผ่านไปโดยไม่รู้ตัว รอบบาดแผลของฉู่มู่เฉินก็ถูกปักจนเต็มไปด้วยเข็มเงินแล้ว และก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นเพราะคิดไปเองหรือไม่ ซูหลี่หรานที่ยืนอยู่ด้านข้าง กลับรู้สึกว่าร่างขององค์รัชทายาทดูเหมือนจะไม่แข็งทื่อถึงเพียงนั้นแล้วกระทั่งบาดแผลที่เคยดำสนิท ก็คล้ายจะซีดจางลงไปไม่น้อย...ขณะนั้นเอง ซูลั่วเยว่ก็ถือกล่องใบเล็กวิ่งลนลานเข้ามา “พี่ใหญ่ ข้านำยาถอนพิษมาแล้วเจ้าค่ะ!”เมื่อซูหลี่หรานได้ยินเช่นนั้น ก็รีบถลาเข้าไปหาทันที “เจ้ารู้จักยาถอนพิษงั้นหรือ?”ซูลั่วเยว่พยักหน้าด้วยท่าทีเคร่งขรึมจริงจัง “ข้ามีโอสถเงินดารา เจ้าสิ่งนี้สามารถสลายพิษร้ายได้นับสิบชนิด แม้ว่าตอนนี้จะยังไม่แน่ชัดว่าพี่ชายรัชทายาทต้องพิษใดกันแน่ แต่โอสถชนิดนี้กินเข้าไปแล้วถึงอย่างไรก็

  • ชายาพิษหวนทวงแค้น   บทที่ 25

    ซูสือจิ่นโกรธจนกำหมัดแน่น นางหันขวับกลับไปในทันที สาวเท้าตรงเข้าไปหยุดอยู่เบื้องหน้าของซูลั่วเยว่ สะบัดมือตบฉาดลงไปเต็มแรง!เสียง “เพียะ” ดังสนั่น ซูลั่วเยว่ถึงกับแข็งค้างไปทั้งตัวส่วนซูสือจิ่นสะบัดข้อมือเบาๆ “ในที่สุดก็รู้สึกสบายเนื้อสบายตัวขึ้นตั้งเยอะ”นางคิดอยากจะลงมือตั้งนานแล้ว!ทว่าเพียงแค่ชั่วพริบตาเดียวเท่านั้น ข้างหูก็มีเสียงกรีดร้องแหลมสูงด้วยความตื่นตระหนกตกใจกลัวของซูลั่วเยว่ดังลอยมาทันที “กรี๊ด! พี่หญิง ท่านตบข้าได้อย่างไรกัน?”ซูสือจิ่นเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “เมื่อก่อนข้าไม่เคยทุบตีเจ้า แต่เจ้ากลับพูดอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันว่าข้าตีเจ้า ตอนนี้ข้าลงมือตีเจ้าจริงๆ แล้ว เจ้าจะร้องตะโกนเสียงดังขนาดนี้ไปทำไมกัน?”หลังจากพูดจบแล้ว นางก็สะบัดมือตบลงไปอีกฉาด เสียง “เพียะ” ดังสนั่น ทำเอาทุกคนที่เฝ้ามองอยู่ถึงกับปากอ้าตาค้างด้วยความตกตะลึง!ซูลั่วเยว่ล้มกระแทกลงกับพื้นตรงนั้นทันที “พี่หญิง ท่านทำได้อย่างไรกัน...”“เจ้าก็รู้ว่าข้าเป็นพี่หญิง ในเมื่อยามนี้ท่านพ่อไม่อยู่ พี่สาวสั่งสอนตักเตือนน้องสาวสักหน่อยแล้วมันทำไมหรือ? เวลาที่พี่ใหญ่สั่งสอนข้า พวกเจ้าทุกคนล้วนแต่รู้สึกว่ามันสม

  • ชายาพิษหวนทวงแค้น   บทที่ 8

    ซูสือจิ่นพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ว่า “แม้ข้าจะรู้ไม่มาก แต่ก็รู้ดีว่าแขนของเด็กคนนี้ไม่จำเป็นต้องตัดทิ้งเลยแม้แต่น้อย การตัดแขนเด็กเป็นเพียงหนทางขับพิษที่ง่ายที่สุด ทว่าการรักษาแขนของเด็กเอาไว้ต่างหาก ถึงจะเป็นหนทางที่มีเมตตาธรรมที่สุด”ขณะพูด นางก็ทรุดตัวลงนั่งยองๆ ข้างกายเด็กน้อยคนนั้น จากนั้นก็ถอน

  • ชายาพิษหวนทวงแค้น   บทที่ 7

    เมื่อเห็นซูลั่วเยว่ที่รู้ความอย่างยิ่งตรงหน้า ซูหลี่หรานก็รู้สึกตื้นตันระคนทอดถอนใจอีกครา “ไม่ต้องไปสนใจนางหรอก นางเห็นแก่ตัวจนเคยชินแล้ว ย่อมไม่มีทางยอมให้ตัวเองเสียเปรียบแน่”ซูลั่วเยว่ลอบทอดถอนใจ “เมื่อวานนางก่อเรื่องใหญ่โตขนาดนั้น ไม่รู้ว่าได้รับบาดเจ็บตรงไหนบ้างหรือไม่ วันนี้ยังออกไปข้างนอกคนเ

  • ชายาพิษหวนทวงแค้น   บทที่ 6

    คำพูดเพียงประโยคเดียว ทำเอาซูหลี่หรานโกรธจนหอบหายใจสะท้าน “เจ้าช่างไม่รู้ความเอาเสียเลย!”เขามองซูสือจิ่นด้วยสายตาแค้นใจที่เหล็กไม่กลายเป็นเหล็กกล้า“องค์รัชทายาททรงห่วงใยเจ้า พอได้ยินว่าเจ้าจะกระโดดหน้าผา ก็รีบนำคนไปช่วยเจ้าในทันที ต่อให้เจ้าไม่ได้กระโดดลงไป พระองค์ก็ยังทรงอุ้มเจ้ากลับมาด้วยพระอง

  • ชายาพิษหวนทวงแค้น   บทที่ 5

    “เป็นเรื่องของคุณหนูรองจวนอัครเสนาบดีกับองค์รัชทายาทขอรับ ต้นสายปลายเหตุของเรื่องนี้ คงต้องย้อนไปเมื่อสามปีก่อน”ชิงม่อเอ่ยปากรายงาน ครั้นเห็นว่าฉู่จวินเช่อมิได้เอ่ยขัดเขา จึงกล่าวต่อไปว่า “ปีนั้นองค์รัชทายาทขาได้รับบาดเจ็บ คุณหนูสามที่มีกำหนดต้องหมั้นหมายกับเขากลับหายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย เพื่อป

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status