พระเอกธงแดงข้าไม่เอา! นางร้ายผู้นี้จะแต่งบิดาเจ้าแทน

พระเอกธงแดงข้าไม่เอา! นางร้ายผู้นี้จะแต่งบิดาเจ้าแทน

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-07-24
โดย:  ม่านกู่จบแล้ว
ภาษา: Thai
goodnovel16goodnovel
คะแนนไม่เพียงพอ
81บท
408views
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

‘หมิงอวี้’ ศัลยแพทย์สาวผู้ทะลุมิติมาอยู่ในร่างนางร้ายละครแนวตั้ง อุตส่าห์มาเป็นคุณหนูผู้ร่ำรวยทั้งที เรื่องอะไรนางจะไปทนทุกข์อุ้มท้องหนีพระเอกธงแดงพรรค์นั้นกัน มิสู้เอาบิดาของเขามาทำสามีไม่ดีกว่าหรือ!

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

1

“เพียะ!”

เสียงฝ่ามือฟาดกระทบบนใบหน้างามดังก้องไปทั่วศาลาชมบุปผา ร่างบอบบางของสตรีในชุดขาวสะอาดปลิวไปตามแรงตบ ทรุดลงนั่งกับพื้น หลังศีรษะน้อยกระแทกเสาหินอย่างแรงจนปิ่นปักผมหยกหลุดร่วงแตกกระจาย

“หมิงอวี้ เจ้าทำอะไรนาง!”

บุรุษร่างสูงโปร่งถลันกายวิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว เขาปรี่เข้าไปประคองร่างสั่นเทาของ ‘เหลียนฮวา’ ขึ้นมาแนบอก หญิงสาวที่นั่งอยู่บนพื้นไม้ยกมือขึ้นแนบแก้มบวมช้ำด้วยความหวาดกลัว เนื้อตัวสั่นระริกราวกับลูกนกต้องลมเหมันต์

‘อวี่เจ๋อ’ ตวัดสายตาคมปลาบไปยังบุตรสาวเสนาบดีฝ่ายซ้าย คุณหนูจอมหยิ่งผยองที่กล้าลงมือกับหญิงสาวผู้อ่อนแอเช่นนี้ได้

“เจ้ามันสตรีใจคอโหดเหี้ยม! เลวทรามต่ำช้า เจ้าทำร้ายเหลียนฮวาได้อย่างไร”

เพียงได้ยินเสียงตะโกนก้องดังไปทั่วศาลาที่เปิดโล่ง ‘หมิงอวี้’ ยืนนิ่งงันดุจรูปปั้นหิน นางหลุบตาลงสบแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความรังเกียจราวกับกำลังมองสิ่งปฏิกูล กะพริบตาแรงเมื่อความเจ็บแปลบบริเวณใจกลางฝ่ามือแล่นขึ้นมา

ครู่เดียวเท่านั้น ดวงตาคู่สวยก็พลันเบิกกว้างตะลึง นางก้มมองมือเรียวบางของตนเองที่ยังคงสั่นระริก เห็นว่ามันขึ้นรอยปื้นแดงแจ๋ ความรู้สึกสับสนอลหม่านตีตื้นขึ้นมาในหัวนางจนสมองแทบระเบิด

นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน...

เบื้องหน้านางมีสองหนุ่มสาวที่ดูรักใคร่ห่วงใยกันเสียเหลือเกิน คุณชายรูปงามในชุดโบราณแต่งกายภูมิฐานสีเขียวสลับเทา ทำจากผ้าไหมปักลวดลายประณีตงดงาม บนเรือนผมดำขลับยาวมีปิ่นหยกอย่างผู้ดี เขากำลังกอดปลอบดรุณีน้อยท่าทางอ่อนหวานในชุดขาวที่ทำจากผ้าป่านเนื้อละเอียดอย่างสามัญชน

คุณหมอสาวก้มมองสภาพตนเอง นางไม่ได้ใส่ชุดกาวน์อยู่ ทว่าสวมชุดฮั่นฝูสีฟ้าครามทำจากผ้าไหมเนื้อดีปักดิ้นทอง ในมือถือพัดกลมปักลายดอกท้อ ข้างกายนางมีสาวใช้หน้าตาซื่อบื้อกำลังยืนลนลานทำตัวไม่ถูก ในศาลาไม้ที่โอบล้อมด้วยธารจำลองในจวนหรูหราโอ่อ่า สมฐานะขุนนางใหญ่

ใช่!

ละครสั้นเรื่องนั้นไงเล่า!

ก่อนหน้านี้นางนั่งล้อมวงเม้ามอยกับเพื่อนสาวอยู่ในห้องพักแพทย์ของโรงพยาบาลเอกชน เหล่าคุณหมอสาวและพยาบาลกำลังดูละครสั้นยอดฮิตในมือถือ เพื่อนร่วมงานยังบ่นอุบอิบว่านางร้ายในเรื่องนี้ ‘กู้หมิงอวี้’ ชื่อแซ่เหมือนคุณหมอกู้เปี๊ยบ ตัวอักษรก็เขียนเหมือนกันไม่มีผิด ปากก็พากันวิพากษ์วิจารณ์ไปต่าง ๆ นานาว่านางร้ายในเรื่องช่างไม่รู้จักรักตัวเองเอาเสียเลย

ตัวนางร้ายผู้นั้นเป็นถึงบุตรสาวของเสนาบดีฝ่ายซ้าย แม้จะเป็นเพียงลูกอนุที่เกิดจากมารดาผู้เป็นแม่ค้า ทว่าสินเดิมและฐานะร่ำรวยล้นฟ้า มีเงินทองทองแท่งให้ถลุงเล่นสามชาติก็ไม่หมด บิดาทั้งรักและตามใจ ประคบประหงมบุตรสาวอนุผู้นี้เสียยิ่งกว่าบุตรภรรยาเอกคนไหนในจวน ยัยคุณหนูสมองนิ่มกลับดันทุรังจะเอาสามีที่ไม่ได้รักตนเองเลยสักนิด เพียงเพราะนางเคยเป็นเพื่อนเล่นกับอวี่เจ๋อมาตั้งแต่วัยเยาว์ จึงปักใจรักเขาจนแทบบ้าคลั่ง นางอาศัยสัญญาของผู้ใหญ่ผูกมัดหมั้นหมายเขาไว้ตั้งแต่ยังเล็กนัก

ฉากเด็ดชวนที่กระอักกระอ่วนของเรื่องคือไอ้พระเอกหน้าเหม็นนี่ไปพบรักกับหญิงสาวผู้แสนอ่อนหวานแต่อาบยาพิษอย่างเหลียนฮวา ยัยนางร้ายในเรื่องจึงวางแผนสิ้นคิดด้วยการวางยากำหนัด ลอบปีนขึ้นเตียงเขาจนตั้งครรภ์สำเร็จ

แน่นอนว่าฝ่ายชายนั้นเกลียดชังนางยิ่งเสียกว่าอะไรดี เขามิได้เต็มใจร่วมหลับนอนกับนาง จึงขอให้นางทำแท้งเสีย แต่พอนางไม่ยอมท่าเดียว เขาก็วางแผนจะฆ่านางทิ้งพร้อมกับลูกในท้อง เอายาทำแท้งกรอกปากนางอย่างเลือดเย็นเพียงเพื่อจะปกป้องนางเอก โชคดีที่นางร้ายบ้วนออกมาทัน ใช้แรงเฮือกสุดท้ายหนีรอดไปได้เพราะมีองครักษ์เข้ามาช่วยชีวิตเอาไว้!

ท้ายที่สุดพอนางร้ายอุ้มท้องหนีเตลิดไป ไอ้พระเอกเฮงซวยก็กลับตัวกลับใจ เพราะดันรู้สึกสำนึกผิดขึ้นมา เขาตามตัวนางร้ายจนเจอเมื่อนางเลี้ยงดูบุตรชายตัวน้อยจนอายุได้ห้าหนาว ปากบอกว่าไล่สตรีผู้นั้นออกจากจวนไปแล้ว หลังจากที่ตาสว่าง ล่วงรู้ความจริงว่าเหลียนฮวาเสแสร้งทำเป็นอ่อนหวานเพื่อหวังในทรัพย์สมบัติของจวนแม่ทัพ จากนั้นพระเอกกับนางร้ายก็ง้องอนกันอยู่พักใหญ่ ก่อนจะกลับมาครองรักกันจนแก่เฒ่าอย่างสุขสมหวัง...

พระเจ้า... นี่มันพล็อตบ้าอะไรกันเนี่ย! แล้วทำไมฉันถึงต้องมาติดอยู่ในร่างของยัยนางร้ายสมองนิ่มคนนี้ด้วย

ไอ้พระเอกขยะเปียกนี่มันจะฆ่าหล่อนพร้อมกับลูกในท้องเลยนะ! แถมมันยังหูหนวกตาบอดหลงเชื่อยัยดอกบัวขาวหน้าตาใสซื่อ ไม่รู้ว่าเรียนจบเอกการละครคว้ารางวัลออสการ์สาขาตอแหลมารึยังไง ดันยอมถูกสตรีแพศยาปั่นหัวจนกลายเป็นคนเขลาอยู่ได้ตั้งนาน ยังจะให้อภัยมันเหรอ!?

“หมิงอวี้… เจ้าหูหนวกไปแล้วรึไง!”

เสียงตวาดซ้ำด้วยความฉุนเฉียวของอวี่เจ๋อดึงสติของนางให้กลับคืนสู่ปัจจุบัน ชายหนุ่มยังคงโอบกอดเหลียนฮวาที่สะอื้นไห้กระซิก ๆ อยู่ในอ้อมอก ทำตีโพยตีพายว่าไม่น่าไปทำให้คุณหนูโกรธเลย ทั้งหมดเป็นความผิดของตน แววตาของเขาถลึงมองมาราวกับจะเข้ามาฉีกร่างนางเป็นชิ้น ๆ

“ก้มหัวขอโทษเหลียนฮวาซะ ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจตระกูลกู้ของเจ้า!”

หมิงอวี้สูดหายใจเข้าลึก ค่อย ๆ ลดมือที่เพิ่งตบคนลงมาแนบข้างลำตัว นัยน์ตาอ่อนหวานบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นว่างเปล่าจนน่ากลัว นางขยับรอยยิ้มมุมปาก

ในเมื่ออุตส่าห์ทะลุมิติมาอยู่ในร่างคนรวยทั้งที เรื่องอะไรจะยอมเดินตามพล็อตสุนัขไม่รับประทานนี่อีกล่ะ อยากลองดีกับร่างทองของหมิงอวี้ คุณหมอสุดแซ่บจากศตวรรษที่ 21 กันนักใช่ไหม ได้! เดี๋ยวแม่จะจัดให้!

“ขอโทษงั้นหรือ?”

หมิงอวี้แค่นหัวเราะในลำคอ แววตาและท่าทางของนางนั้นเยือกเย็นดั่งนางมารที่เพิ่งก้าวออกมาจากขุมนรก นางขยับฝีเท้าอย่างแผ่วเบาไปข้างหน้า ตามแบบฉบับคุณหนูตระกูลใหญ่ ก้าวข้ามคราบน้ำตาและเศษปิ่นหยกบนพื้น ก่อนจะสะบัดวงแขนขึ้นสุดความสูงแล้วฟาดฝ่ามือลงไปเต็มแรง!

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ
ไม่มีความคิดเห็น
81
1
“เพียะ!”เสียงฝ่ามือฟาดกระทบบนใบหน้างามดังก้องไปทั่วศาลาชมบุปผา ร่างบอบบางของสตรีในชุดขาวสะอาดปลิวไปตามแรงตบ ทรุดลงนั่งกับพื้น หลังศีรษะน้อยกระแทกเสาหินอย่างแรงจนปิ่นปักผมหยกหลุดร่วงแตกกระจาย“หมิงอวี้ เจ้าทำอะไรนาง!”บุรุษร่างสูงโปร่งถลันกายวิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว เขาปรี่เข้าไปประคองร่างสั่นเทาของ ‘เหลียนฮวา’ ขึ้นมาแนบอก หญิงสาวที่นั่งอยู่บนพื้นไม้ยกมือขึ้นแนบแก้มบวมช้ำด้วยความหวาดกลัว เนื้อตัวสั่นระริกราวกับลูกนกต้องลมเหมันต์‘อวี่เจ๋อ’ ตวัดสายตาคมปลาบไปยังบุตรสาวเสนาบดีฝ่ายซ้าย คุณหนูจอมหยิ่งผยองที่กล้าลงมือกับหญิงสาวผู้อ่อนแอเช่นนี้ได้“เจ้ามันสตรีใจคอโหดเหี้ยม! เลวทรามต่ำช้า เจ้าทำร้ายเหลียนฮวาได้อย่างไร”เพียงได้ยินเสียงตะโกนก้องดังไปทั่วศาลาที่เปิดโล่ง ‘หมิงอวี้’ ยืนนิ่งงันดุจรูปปั้นหิน นางหลุบตาลงสบแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความรังเกียจราวกับกำลังมองสิ่งปฏิกูล กะพริบตาแรงเมื่อความเจ็บแปลบบริเวณใจกลางฝ่ามือแล่นขึ้นมาครู่เดียวเท่านั้น ดวงตาคู่สวยก็พลันเบิกกว้างตะลึง นางก้มมองมือเรียวบางของตนเองที่ยังคงสั่นระริก เห็นว่ามันขึ้นรอยปื้นแดงแจ๋ ความรู้สึกสับสนอลหม่านตีตื้นขึ้นมาในหัวนางจนสม
อ่านเพิ่มเติม
2
“เพียะ! เพียะ!”เสียงฝ่ามือกระทบหน้าดังก้องติดต่อกันสองครั้งซ้อน แม้แต่นกบนกิ่งไม้ยังแตกตื่นบินหนีฉาดแรก... ฟาดเข้าเต็มโหนกแก้มซ้าย ซ้ำเข้าที่เดิมจนร่างบางในอ้อมแขนบุรุษหน้าหันไปตามแรง เลือดสีชาดซึมกบมุมปากฉาดที่สอง... ตบเข้าที่ใบหน้าหล่อเหลาของอวี่เจ๋ออย่างแรงจนหน้าสะบัดไปอีกทาง“ตบแรก... สำหรับสตรีไร้ยางอายที่กล้าเข้ามาเหยียบจวนเสนาบดีกู้ เจ้ามีธุระอันใดต้องมามิทราบ มารนหาที่ตายหรือไร?” น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน ใบหน้างามสะบัดตาคมกริบไปทางอดีตคนรัก บุรุษผู้ครอบครองหัวใจของยัยคุณหนูสมองนิ่ม “ตบที่สอง... สำหรับคนโง่เขลาตาบอดที่แยกแยะคนดีคนชั่วไม่ออก ท่านเป็นถึงบุตรชายแม่ทัพใหญ่แท้ ๆ ไยจึงถูกสตรีแพศยาหลอกปั่นหัวเอาได้ ท่านเป็นสุกรหรืออย่างไร?”“เจ้าบ้าไปแล้วหรือ หมิงอวี้!”อวี่เจ๋อถลึงตามองนางด้วยโทสะจนร่างทั้งร่างสั่นเทา ทว่าลึก ๆ ในใจกลับผุดความหวาดกลัวสายหนึ่งขึ้นมาอย่างไม่อาจควบคุม...ในความคิดของเขา หมิงอวี้ต่างหากที่เป็นสตรีร้ายกาจไร้ยางอาย! ถึงนางจะเสแสร้งทำตัวอ่อนหวาน นั่นก็เพราะนางรักเขา จึงยอมสยบให้เขามาโดยตลอดตอนนี้นางควรจะก้มหัวร้องไห้ขอโทษเหลียนฮวา แล้วอ้อนวอ
อ่านเพิ่มเติม
3
หมิงอวี้ฟังคำพูดเจื้อยแจ้วของสาวใช้แล้วมุมปากพลันยกขึ้นเป็นรอยยิ้มลุ่มลึกใช่... วิชาแพทย์และศาสตร์กุลสตรีที่นางร้ายผู้นี้เพียรพยายามเรียนมา มันเลิศเลอเกินกว่าจะเอาไปประเคนให้ไอ้คนโง่เง่าตาบอดนั่น!“ชิงชิง เจ้าพูดได้ดีมาก” หมิงอวี้ตบหลังมือสาวใช้เบา ๆ นางเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มกลั้วหัวเราะ “ในเมื่อเขาชอบก้อนกรวด ข้าก็จะยกก้อนกรวดให้เขาได้สมใจ... ส่วนข้า จะไปคว้าภูเขาลูกใหญ่ที่สุดในจวนแม่ทัพมาแทน”“ภูเขา? คุณหนูหมายถึงสิ่งใดหรือเจ้าคะ?” ชิงชิงเบิกตาโตด้วยความฉงนงุนงงหมิงอวี้ไม่ได้ตอบคำถามนั้น ทว่านัยน์ตาคู่สวยกลับทอประกายเด็ดเดี่ยวล้ำลึก ทิศทางที่สองเท้าของนางกำลังมุ่งหน้าไปในยามนี้ คือห้องหนังสือของบิดา... -------------“ท่านพ่อ! ฮือ...”เสียงสะอื้นไห้ปานจะขาดใจดังขึ้นทันทีที่บานประตูห้องหนังสือถูกผลักออก ร่างระหงในอาภรณ์งดงามดั่งคุณหนูผู้สูงศักดิ์ถลันกายเข้าไปคุกเข่า ซบหน้าลงบนตักของบิดา‘กู้เหวินชาง’ เสนาบดีฝ่ายซ้ายผู้กุมอำนาจครึ่งราชสำนัก บัดนี้จิตใจอ่อนยวบสั่นไหว มือไม้สั่นเทาทำอะไรไม่ถูก เพียงเห็นหยาดน้ำตาไหลรินจากดวงตาคู่สวยแดงก่ำของบุตรสาวที่ตนเฝ้าประคบประหงมมาเป็นอย่างดีตลอดสิบ
อ่านเพิ่มเติม
4
“ลูกไม่ถือโทษเขาในเรื่องนั้นหรอกเจ้าค่ะท่านพ่อ เรื่องที่แล้วมาก็ให้มันแล้วกันไป ลูกปรารถนาเพียงจะถอนหมั้น... นับจากนี้ไปลูกจะไปมีชีวิตใหม่ของลูก จะมอบความรักให้กับใครสักคนที่เขาทะนุถนอมลูกเหมือนอย่างที่ท่านพ่อคอยกางปีกปกป้องลูก... หากลูกไม่ยอมถอนหมั้นในเวลานี้ ดึงดันแต่งงานร่วมเรือนกันไป ลูกมิต้องตกนรกทั้งเป็น กลายเป็นเพียงอนุภรรยาที่ถูกสตรีไร้หัวนอนปลายเท้าคอยดูถูกเหยียดหยามหรือเจ้าคะ”เสนาบดีกู้ชะงักกึกไปครู่หนึ่ง มือก็ยังลูบศีรษะบุตรสาวที่เอาแต่ร้องไห้ฟูมฟายเนิ่นนานนับหลายปี ไม่ว่าผู้ใดจะพากันตักเตือนอย่างไร เหมี่ยวเหมี่ยวของเขาก็หูหนวกตาบอด ไม่ยอมรับฟังความจริง นางปักใจรักอวี่เจ๋อจนแทบบ้าคลั่ง จนบิดาเช่นเขาต้องลอบหลั่งน้ำตาด้วยความอัดอั้นตันใจที่ไม่อาจขัดขวางความสุขของลูกเหตุใดในวันนี้... นางกลับยอมตัดใจอย่างเด็ดขาด เป็นฝ่ายเอ่ยปากขอถอนหมั้นด้วยตนเองอย่างง่ายดาย?“แต่ก่อนที่เราจะไปถอนหมั้น... ท่านพ่อช่วยพาลูกเข้าวังหลวงสักหน่อยนะเจ้าคะ ลูกอยากจะไปเข้าเฝ้าฮองเฮาเสียหน่อย”“ไปสิลูกรัก... เจ้าอยากไปที่ใดพ่อจะพาไป ทั้งวังหลวงและตำหนักฮองเฮา พ่อจะจัดการให้เจ้าเดี๋ยวนี้ พ่อตามใจลูกสาว
อ่านเพิ่มเติม
5
แม่นมหลิวส่ายหน้าพลางระบายลมหายใจยาวด้วยความอนาถใจ “ยามที่ท่านแม่ทัพใหญ่เว่ยเสวียเฉิงต้องไปตรากตรำทำศึกอยู่ชายแดนอันห่างไกล หากมิใช่เงินทองและบารมีของท่านเสนาบดีคอยหนุนหลัง มีหรือที่จวนแม่ทัพแห่งนี้จะสงบมั่งคั่ง เหตุใดท่านถึงได้หูหนวกตาบอด หลงเชื่อหญิงแพศยาจนหน้ามืดตามัว ทำเรื่องชั่วช้าไร้ยางอายเช่นนี้ออกมาได้ หากท่านแม่ทัพใหญ่เดินทางกลับมา ข้าอยากรู้นักว่าท่านจะเอาหน้าไปไว้ที่ใด”“ยัยคุณหนูนั่นต่างหากที่ใช้เงินข่มขู่ผู้อื่น! ต่อให้ท่านพ่อกลับมา หากไม่ยอมให้ข้าแต่งภรรยาเท่าเทียม ข้าไม่มีวันแต่งงานกับสตรีร้ายกาจพรรค์นั้นเด็ดขาด สัญญาหมั้นหมายผูกพันที่ไร้ค่านี้เดิมทีข้าเองก็มิได้เต็มใจ พวกท่านจะมาบังคับข้ามิได้ ชาตินี้ข้ามีใจรักมั่นให้เหลียนฮวาเพียงผู้เดียวเท่านั้น!”อวี่เจ๋อตวาดกลับอย่างดันทุรัง ปากหนาสั่นระริก ขณะโอบกอดเหลียนฮวาที่แสร้งบีบน้ำตาไห้สะอื้นกระซิก ๆ หลบอยู่ทางด้านหลัง แต่เมื่อเขากวาดสายตามองเห็นเหล่าผู้อาวุโสยังคงนิ่งเงียบ หน้าดำคร่ำเครียดไร้แววโอนอ่อนผ่อนตาม จึงยอมลดโทสะลงระลอกหนึ่ง หวังเอาน้ำเย็นเข้าลูบ“พวกท่านลองนึกดูให้ดีเถิด... ตอนข้าอายุได้สิบเจ็ดปี ต้องถูกส่งตัวไปฝ
อ่านเพิ่มเติม
6
บิดาของเขานั้นเอาแต่ตรากตรำนำทัพทำศึกอยู่ชายแดน นานทีปีหนจึงจะได้เดินทางกลับมาพบหน้ากันสักครา อวี่เจ๋อผู้เป็นถึงบุตรตระกูลขุนพลชั้นสูงจึงทำได้เพียงนั่งมองถาดสำรับอาหารที่เย็นชืดเพียงลำพังอยู่ร่ำไปชายหนุ่มขยับกายเข้าไปแนบชิดดรุณีน้อย เลื่อนฝ่ามือหยาบกร้านจากการจับอาวุธขึ้นประคองไหล่มนแผ่วเบา ขณะทอดสายตามองดวงหน้าแดงก่ำที่เปื้อนหยาดน้ำตาของนางด้วยความรู้สึกมากมายหลายอย่าง...“ไม่ต้องกลัวนะเหลียนฮวา ข้าสัญญาว่าจะปกป้องเจ้า จากนี้ไปข้าจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายเจ้าได้แม้แต่ปลายเส้นผม”“คือข้า...” หญิงสาวเงียบเสียงไป ในแววตาคู่สวยปรากฏความน้อยเนื้อต่ำใจ ก่อนจะเค้นน้ำเสียงสั่นเครือออกมา “ข้าไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ข้าไม่อยากให้ท่านพี่ต้องมาผิดใจกับคนที่บ้านและเหล่าผู้อาวุโสเพราะสตรีต่ำต้อยเช่นข้าเลย”“พวกเขามิได้เจรจายากเย็นขนาดนั้นหรอก” อวี่เจ๋อเอ่ยปลอบเสียงนุ่ม เขาทั้งหวงแหนเหลียนฮวาประดุจดวงใจทั้งปรารถนาจะปกป้องนางให้ดียิ่งกว่าที่เป็นอยู่ ทั้งโกรธแค้นทุกคนที่บังอาจลงมือทำร้ายและดูแคลนนางถึงเพียงนี้ แล้วเขาจะปล่อยให้นางถูกทำร้ายและหยามเกียรติได้อย่างไร“ตัวข้ามิใช่คุณชายใหญ่ที่เหลวไหลในจวนแม่ทัพ ต
อ่านเพิ่มเติม
7
ตามพล็อตเดิมของละครสั้นแนวตั้งเรื่องนั้น หลังจากที่แม่นางดอกบัวขาวมาท้าทายถึงในจวนเสนาบดี ยัยนางร้ายหน้าโง่ก็ดันหวาดกลัวว่าอวี่เจ๋อจะทอดทิ้งตนเองไป ถึงขั้นยอมลดศักดิ์ศรีของบุตรสาวขุนนางใหญ่ คุกเข่าก้มหัวขอโทษเหลียนฮวา ยอมกล้ำกลืนน้ำตาตกลงยอมรับนางในฐานะภรรยาเท่าเทียมความใจกว้างอันแสนโง่งมนั้นไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น พวกเขายิ่งได้คืบจะเอาศอก เดินทางเข้าวังหลวงเพื่อกราบทูลขอโองการสมรสพระราชทานจากองค์ฮ่องเต้ หวังจะเหยียบย่ำบุตรสาวเสนาบดีฝ่ายซ้ายให้จมลงสู่ก้นโคลนตมต่อหน้าธารกำนัลในราชสำนักในตอนที่นั่งดูละครสั้นเรื่องนี้นางยังนึกขำในใจ สตรีไร้หัวนอนปลายเท้าที่เป็นเพียงบุตรสาวสามัญชน จะทูลขอโองการสมรสจากโอรสสวรรค์ได้อย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งแล้ว คุณชายอวี่เจ๋อเป็นถึงบุตรสายตรงของจวนแม่ทัพใหญ่ ดำรงตำแหน่งใหญ่เป็นถึงรองแม่ทัพฝ่ายซ้ายผู้คุมกำลังพลกองหน้าแท้จริงแล้ว... เบื้องหลังความอุกอาจครั้งนี้เป็นเพราะแม่ทัพใหญ่ผู้เป็นบิดาของอวี่เจ๋อใกล้ลาโลกเต็มที‘เสวียเฉิง’ นั้นเป็นพ่อม่ายหลังจากที่เขามีบุตรตั้งแต่อายุเพียงสิบห้าปี บุตรชายของเขาอายุได้ยี่สิบปี ซึ่งอายุมากกว่าหมิงอวี้เพียงสองปีเท่านั้น
อ่านเพิ่มเติม
8
ภาพความโกลาหลที่เกิดขึ้นบริเวณระเบียงไม้ที่เป็นทางโถงเดินยาว ทำเอาฝีเท้าของคุณหนูใหญ่และเสนาบดีฝ่ายซ้ายต้องชะงักลงสายตาทั้งสองคู่มองเห็นร่างสูงโปร่งกำยำในชุดขุนนางฝ่ายบู๊สีเข้ม กำลังทรุดกายลงฮวบ เขาพิงเสาระเบียงคดวังหลวงอย่างหมดเรี่ยวแรง มือหนาข้างหนึ่งกุมหน้าอกซ้ายเอาไว้แน่นใบหน้าคมคายดุดัน ยามนี้ซีดเผือดสลับเขียวคล้ำด้วยความทรมานอย่างแสนสาหัส ก่อนที่เขาจะกระอักลิ่มเลือดสีดำคล้ำน่ากลัว โชยกลิ่นพิษขมปร่าออกมาคำโตจนเปรอะเปื้อนพื้นหินอ่อน พวกนางกำนัลยิ่งส่งเสียงกรีดร้องวุ่นวายนั่นมัน... เว่ยเสวียเฉิง!หมิงอวี้กระจ่างแจ้งในใจดียิ่งกว่าผู้ใด ว่าบุรุษหุ่นล่ำบึ้กที่กำลังจะสิ้นลมตรงหน้าคือใคร ก็เพราะนางเพิ่งจะนั่งดูละครสั้นเรื่องนี้มาหมาด ๆ อย่างไรเล่า“มีคนไข้เคสเร่งด่วน ข้าไปช่วยก่อนนะเจ้าคะท่านพ่อ!”หมิงอวี้หันไปเอ่ยกับบิดา ร่างระหงสะบัดชายผ้าไหมต่วน ถลันกายก้าวตรงเข้าไปหาบุรุษที่กำลังจะหมดสติบนพื้นระเบียงคด ขณะที่นางจำต้องแสร้งทำเป็นไม่รู้เลยสักนิดว่าชายร่างกำยำที่กำลังนอนจมกองเลือดผู้นี้คือใคร“พาท่านผู้นี้เข้าไปในเรือนพักด้านข้าง ข้าจะฝังเข็มสกัดพิษให้เขาเอง รีบส่งคนไปตามหมอหลวงมาด้
อ่านเพิ่มเติม
9
“พิษ... พิษร้ายแรงซึมลึกเข้ากระดูก เป็นพิษกระดูกชาดไม่ผิดแน่ ข้าได้ยินว่าพิษชนิดนี้มีต้นกำเนิดมาจากแคว้นเป่ยเยี่ยน ไร้หนทางแก้ไข นึกไม่ถึงเลยว่าทักษะและฝีมือการฝังเข็มของเจ้านับว่าเป็นเลิศยิ่งนัก” แพทย์อาวุโสร้องอุทานด้วยความอัศจรรย์ใจ หันขวับไปทางหญิงสาว “ศิษย์รัก! ไม่เสียแรงเลยที่เป็นศิษย์ของข้า เจ้า... เจ้ารู้จักพิษร้ายชนิดนี้ได้อย่างไรกัน แม้แต่ตัวอาจารย์เองยังต้องใช้เวลาพิจารณาเทียบยาอย่างยากลำบากจนแทบสิ้นหวัง เจ้ากลับฝังเข็มลงจุดลมปราณสกัดพิษป่าเถื่อนนี่ได้อย่างแม่นยำ”หมิงอวี้ลดสายตาลงต่ำ แสร้งระบายลมหายใจแผ่วเบาด้วยความหม่นหมอง ก่อนจะเอ่ยข้ออ้างที่นางตระเตรียมไว้ในหัว“เรียนท่านอาจารย์... เป็นเพราะความโง่เขลาของศิษย์ในอดีตเจ้าค่ะ ศิษย์เคยดันทุรังเดินทางไกลไปยังแถบชายแดนแคว้นเป่ยเยี่ยนครั้งหนึ่ง เพียงเพื่อต้องการแสวงหาหยกโลหิตล้ำค่ามาทำเป็นพู่ห้อยกระบี่มอบให้คนรัก...” นางเว้นจังหวะพลางลอบเหลือบมองบิดาที่เริ่มหน้าดำคร่ำเครียดขึ้นมาทันที “ทว่าพอนำกลับมาประเคนให้ เขากลับมองว่ามันเป็นขยะไร้ค่า ซ้ำยังเขวี้ยงหยกชิ้นนั้นทิ้งลงแม่น้ำต่อหน้าต่อตาข้าอย่างไม่ไยดี”“ไอ้คนสารเลวนั่น ข้าจะต้อ
อ่านเพิ่มเติม
10
อุตส่าห์ตามหาหมอเทวดาไปทั่วสารทิศแท้ ๆ ดันมาเป็นคนใกล้ตัวเสียได้แม่ทัพใหญ่เค้นเรี่ยวแรงอันริบหรี่ที่หลงเหลืออยู่เพียงน้อยนิด เอ่ยน้ำเสียงแหบพร่าประหนึ่งเสียงกระซิบ“บุญคุณครานี้ ข้าไม่มีวันลืม หากเจ้าสามารถรักษาข้าให้หายขาดได้... ส่วนเรื่องคนเนรคุณที่เจ้าเอ่ยถึงผู้นั้น หากร่างกายของข้าฟื้นตัวดีขึ้นเมื่อใด จะให้ข้าไปลากคอทวงแค้นให้เจ้า... หรือหากเจ้าต้องการสิ่งใดในใต้หล้า ข้าเว่ยเสวียเฉิงยินดีจะทำเพื่อตอบแทนเจ้า”หมิงอวี้ได้ฟังคำสัญญามั่นจากปากของแดดดี้หนุ่มใหญ่ก็นึกขำอยู่ในใจ นางพูดด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะเบา ๆ “ท่านแม่ทัพเจ้าคะ ท่านเป็นเพียงคนไข้ จงตั้งมั่นรักษาตัวให้ดีเถิดเจ้าค่ะ... ท่านคงลืมไปแล้วกระมังว่าบิดาของข้าเป็นใคร ไม่จำเป็นต้องรบกวนให้ถึงมือของท่านหรอก ใช่ไหมเจ้าคะ? ท่านพ่อ”“ใช่แล้วลูกรัก...”กู้เหวินชางยื่นมือหนามาลูบศีรษะของบุตรสาวเบา ๆ ด้วยความรักใคร่เอ็นดูเต็มเปี่ยม แต่เมื่อเขาผละสายตาจากบุตรสาว ตวัดมองแม่ทัพใหญ่ที่นอนอยู่บนเตียงรับรอง แววตาของเสนาบดีฝ่ายซ้ายกลับทอประกายอาฆาตแค้นดุดันจนน่ากลัว ก่อนจะเค้นเสียงขู่ฟ่อรอดไรฟันออกมา“คนพรรค์นั้น... ข้ากู้เหวินชางจะลากคอมัน
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status