เข้าสู่ระบบ‘หมิงอวี้’ ศัลยแพทย์สาวผู้ทะลุมิติมาอยู่ในร่างนางร้ายละครแนวตั้ง อุตส่าห์มาเป็นคุณหนูผู้ร่ำรวยทั้งที เรื่องอะไรนางจะไปทนทุกข์อุ้มท้องหนีพระเอกธงแดงพรรค์นั้นกัน มิสู้เอาบิดาของเขามาทำสามีไม่ดีกว่าหรือ!
ดูเพิ่มเติม“เพียะ!”
เสียงฝ่ามือฟาดกระทบบนใบหน้างามดังก้องไปทั่วศาลาชมบุปผา ร่างบอบบางของสตรีในชุดขาวสะอาดปลิวไปตามแรงตบ ทรุดลงนั่งกับพื้น หลังศีรษะน้อยกระแทกเสาหินอย่างแรงจนปิ่นปักผมหยกหลุดร่วงแตกกระจาย
“หมิงอวี้ เจ้าทำอะไรนาง!”
บุรุษร่างสูงโปร่งถลันกายวิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว เขาปรี่เข้าไปประคองร่างสั่นเทาของ ‘เหลียนฮวา’ ขึ้นมาแนบอก หญิงสาวที่นั่งอยู่บนพื้นไม้ยกมือขึ้นแนบแก้มบวมช้ำด้วยความหวาดกลัว เนื้อตัวสั่นระริกราวกับลูกนกต้องลมเหมันต์
‘อวี่เจ๋อ’ ตวัดสายตาคมปลาบไปยังบุตรสาวเสนาบดีฝ่ายซ้าย คุณหนูจอมหยิ่งผยองที่กล้าลงมือกับหญิงสาวผู้อ่อนแอเช่นนี้ได้
“เจ้ามันสตรีใจคอโหดเหี้ยม! เลวทรามต่ำช้า เจ้าทำร้ายเหลียนฮวาได้อย่างไร”
เพียงได้ยินเสียงตะโกนก้องดังไปทั่วศาลาที่เปิดโล่ง ‘หมิงอวี้’ ยืนนิ่งงันดุจรูปปั้นหิน นางหลุบตาลงสบแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความรังเกียจราวกับกำลังมองสิ่งปฏิกูล กะพริบตาแรงเมื่อความเจ็บแปลบบริเวณใจกลางฝ่ามือแล่นขึ้นมา
ครู่เดียวเท่านั้น ดวงตาคู่สวยก็พลันเบิกกว้างตะลึง นางก้มมองมือเรียวบางของตนเองที่ยังคงสั่นระริก เห็นว่ามันขึ้นรอยปื้นแดงแจ๋ ความรู้สึกสับสนอลหม่านตีตื้นขึ้นมาในหัวนางจนสมองแทบระเบิด
นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน...
เบื้องหน้านางมีสองหนุ่มสาวที่ดูรักใคร่ห่วงใยกันเสียเหลือเกิน คุณชายรูปงามในชุดโบราณแต่งกายภูมิฐานสีเขียวสลับเทา ทำจากผ้าไหมปักลวดลายประณีตงดงาม บนเรือนผมดำขลับยาวมีปิ่นหยกอย่างผู้ดี เขากำลังกอดปลอบดรุณีน้อยท่าทางอ่อนหวานในชุดขาวที่ทำจากผ้าป่านเนื้อละเอียดอย่างสามัญชน
คุณหมอสาวก้มมองสภาพตนเอง นางไม่ได้ใส่ชุดกาวน์อยู่ ทว่าสวมชุดฮั่นฝูสีฟ้าครามทำจากผ้าไหมเนื้อดีปักดิ้นทอง ในมือถือพัดกลมปักลายดอกท้อ ข้างกายนางมีสาวใช้หน้าตาซื่อบื้อกำลังยืนลนลานทำตัวไม่ถูก ในศาลาไม้ที่โอบล้อมด้วยธารจำลองในจวนหรูหราโอ่อ่า สมฐานะขุนนางใหญ่
ใช่!
ละครสั้นเรื่องนั้นไงเล่า!
ก่อนหน้านี้นางนั่งล้อมวงเม้ามอยกับเพื่อนสาวอยู่ในห้องพักแพทย์ของโรงพยาบาลเอกชน เหล่าคุณหมอสาวและพยาบาลกำลังดูละครสั้นยอดฮิตในมือถือ เพื่อนร่วมงานยังบ่นอุบอิบว่านางร้ายในเรื่องนี้ ‘กู้หมิงอวี้’ ชื่อแซ่เหมือนคุณหมอกู้เปี๊ยบ ตัวอักษรก็เขียนเหมือนกันไม่มีผิด ปากก็พากันวิพากษ์วิจารณ์ไปต่าง ๆ นานาว่านางร้ายในเรื่องช่างไม่รู้จักรักตัวเองเอาเสียเลย
ตัวนางร้ายผู้นั้นเป็นถึงบุตรสาวของเสนาบดีฝ่ายซ้าย แม้จะเป็นเพียงลูกอนุที่เกิดจากมารดาผู้เป็นแม่ค้า ทว่าสินเดิมและฐานะร่ำรวยล้นฟ้า มีเงินทองทองแท่งให้ถลุงเล่นสามชาติก็ไม่หมด บิดาทั้งรักและตามใจ ประคบประหงมบุตรสาวอนุผู้นี้เสียยิ่งกว่าบุตรภรรยาเอกคนไหนในจวน ยัยคุณหนูสมองนิ่มกลับดันทุรังจะเอาสามีที่ไม่ได้รักตนเองเลยสักนิด เพียงเพราะนางเคยเป็นเพื่อนเล่นกับอวี่เจ๋อมาตั้งแต่วัยเยาว์ จึงปักใจรักเขาจนแทบบ้าคลั่ง นางอาศัยสัญญาของผู้ใหญ่ผูกมัดหมั้นหมายเขาไว้ตั้งแต่ยังเล็กนัก
ฉากเด็ดชวนที่กระอักกระอ่วนของเรื่องคือไอ้พระเอกหน้าเหม็นนี่ไปพบรักกับหญิงสาวผู้แสนอ่อนหวานแต่อาบยาพิษอย่างเหลียนฮวา ยัยนางร้ายในเรื่องจึงวางแผนสิ้นคิดด้วยการวางยากำหนัด ลอบปีนขึ้นเตียงเขาจนตั้งครรภ์สำเร็จ
แน่นอนว่าฝ่ายชายนั้นเกลียดชังนางยิ่งเสียกว่าอะไรดี เขามิได้เต็มใจร่วมหลับนอนกับนาง จึงขอให้นางทำแท้งเสีย แต่พอนางไม่ยอมท่าเดียว เขาก็วางแผนจะฆ่านางทิ้งพร้อมกับลูกในท้อง เอายาทำแท้งกรอกปากนางอย่างเลือดเย็นเพียงเพื่อจะปกป้องนางเอก โชคดีที่นางร้ายบ้วนออกมาทัน ใช้แรงเฮือกสุดท้ายหนีรอดไปได้เพราะมีองครักษ์เข้ามาช่วยชีวิตเอาไว้!
ท้ายที่สุดพอนางร้ายอุ้มท้องหนีเตลิดไป ไอ้พระเอกเฮงซวยก็กลับตัวกลับใจ เพราะดันรู้สึกสำนึกผิดขึ้นมา เขาตามตัวนางร้ายจนเจอเมื่อนางเลี้ยงดูบุตรชายตัวน้อยจนอายุได้ห้าหนาว ปากบอกว่าไล่สตรีผู้นั้นออกจากจวนไปแล้ว หลังจากที่ตาสว่าง ล่วงรู้ความจริงว่าเหลียนฮวาเสแสร้งทำเป็นอ่อนหวานเพื่อหวังในทรัพย์สมบัติของจวนแม่ทัพ จากนั้นพระเอกกับนางร้ายก็ง้องอนกันอยู่พักใหญ่ ก่อนจะกลับมาครองรักกันจนแก่เฒ่าอย่างสุขสมหวัง...
พระเจ้า... นี่มันพล็อตบ้าอะไรกันเนี่ย! แล้วทำไมฉันถึงต้องมาติดอยู่ในร่างของยัยนางร้ายสมองนิ่มคนนี้ด้วย
ไอ้พระเอกขยะเปียกนี่มันจะฆ่าหล่อนพร้อมกับลูกในท้องเลยนะ! แถมมันยังหูหนวกตาบอดหลงเชื่อยัยดอกบัวขาวหน้าตาใสซื่อ ไม่รู้ว่าเรียนจบเอกการละครคว้ารางวัลออสการ์สาขาตอแหลมารึยังไง ดันยอมถูกสตรีแพศยาปั่นหัวจนกลายเป็นคนเขลาอยู่ได้ตั้งนาน ยังจะให้อภัยมันเหรอ!?
“หมิงอวี้… เจ้าหูหนวกไปแล้วรึไง!”
เสียงตวาดซ้ำด้วยความฉุนเฉียวของอวี่เจ๋อดึงสติของนางให้กลับคืนสู่ปัจจุบัน ชายหนุ่มยังคงโอบกอดเหลียนฮวาที่สะอื้นไห้กระซิก ๆ อยู่ในอ้อมอก ทำตีโพยตีพายว่าไม่น่าไปทำให้คุณหนูโกรธเลย ทั้งหมดเป็นความผิดของตน แววตาของเขาถลึงมองมาราวกับจะเข้ามาฉีกร่างนางเป็นชิ้น ๆ
“ก้มหัวขอโทษเหลียนฮวาซะ ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจตระกูลกู้ของเจ้า!”
หมิงอวี้สูดหายใจเข้าลึก ค่อย ๆ ลดมือที่เพิ่งตบคนลงมาแนบข้างลำตัว นัยน์ตาอ่อนหวานบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นว่างเปล่าจนน่ากลัว นางขยับรอยยิ้มมุมปาก
ในเมื่ออุตส่าห์ทะลุมิติมาอยู่ในร่างคนรวยทั้งที เรื่องอะไรจะยอมเดินตามพล็อตสุนัขไม่รับประทานนี่อีกล่ะ อยากลองดีกับร่างทองของหมิงอวี้ คุณหมอสุดแซ่บจากศตวรรษที่ 21 กันนักใช่ไหม ได้! เดี๋ยวแม่จะจัดให้!
“ขอโทษงั้นหรือ?”
หมิงอวี้แค่นหัวเราะในลำคอ แววตาและท่าทางของนางนั้นเยือกเย็นดั่งนางมารที่เพิ่งก้าวออกมาจากขุมนรก นางขยับฝีเท้าอย่างแผ่วเบาไปข้างหน้า ตามแบบฉบับคุณหนูตระกูลใหญ่ ก้าวข้ามคราบน้ำตาและเศษปิ่นหยกบนพื้น ก่อนจะสะบัดวงแขนขึ้นสุดความสูงแล้วฟาดฝ่ามือลงไปเต็มแรง!
เสียงฝีเท้าหน่วงหนักหน่วงดังขึ้นเบื้องหลัง ดึงสติที่ลอยล่องของอวี่เจ๋อให้คืนกลับสู่ความเป็นจริงเสวียเฉิงในชุดขุนศึกตัวหนาก้าวเท้าเดินเข้ามาทรุดตัวนั่งลงบนม้านั่งมังกรตัวยาวข้างบุตรชายริมระเบียงรองแม่ทัพหนุ่มสะดุ้งกายเล็กน้อย พลันรีบกวาดสายตาคมลอบมองหาเงาร่างระหงของมารดาเลี้ยงคนใหม่ด้วยความหวังลึก ๆ ทว่าเบื้องหลังของบิดากลับว่างเปล่า ไร้เงาร่างของดรุณีน้อยที่เขาปรารถนาจะพบหน้า นางหาได้สนใจคิดติดตามก้าวเท้ามาเหลียวแลเหลียวมองเขาเลยแม้แต่น้อย“ข้าจะเร่งจัดการเรื่องหมั้นหมายใหม่ให้เจ้า จะได้ไม่ฟุ้งซ่านนัก หรือเจ้าจะกลับไปอยู่ชายแดนต่อ ก็แล้วแต่เจ้าเถิด” บิดาเอ่ยเสียงขรึมทว่านุ่มนวลขึ้น พลางทอดสายตามองออกไปทางทุ่งหิมะกว้าง บุตรชายพลันเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแหบแห้งแผ่วเบา“ท่านแม่เล่าขอรับ?”“นอนเล่นอยู่... พักนี้นางกินเก่งนอนเก่งน่ะ” น้ำเสียงเริงร่าของชายหนุ่มใหญ่เอ่ยขึ้น พลางชายตามองไปยังเรือนส่วนตัว ทว่าแววตาคู่คมยามทอดมองกลับเต็มไปด้วยกระแสความรักใคร่หลงใหลภรรยาตัวน้อยยิ่งนักยามนี้นางและบุตรในครรภ์กำลังหลบเลี่ยงความหนาวเย็นอยู่ด้านในเรือนอุ่น หมิงอวี้เอาแต่นั่งกินองุ่นที่เขาบรรจงแกะเปลือ
“ชาติก่อนเจ้า... เคยมีบุตรชายกับอวี่เจ๋อหรือ?”หมิงอวี้ชะงักนิ่งไปครู่หนึ่ง นางเอี้ยวมองไปทางสามีที่เฝ้ารอคำตอบของนางอย่างใจจดใจจ่อ “ข้าไม่เคยแต่งงาน ไม่เคยมีบุตรมาก่อนเจ้าค่ะ ชาติก่อนข้าเป็นศัลยแพทย์ผ่าตัดหัวใจ บ้านเมืองข้าน่ะ... เจริญกว่าที่นี่มาก ข้าขับม้าเหล็กสี่ล้อเคลื่อนที่ได้เร็วมาก ที่พักของข้าหรูหราสุด ๆ จากที่นี่ไปชายแดนเป่ยเยี่ยนนี้ขับรถไม่กี่ชั่วโมงก็ถึงแล้ว หากจะเดินทางไปอีกซีกโลกก็นั่งเครื่องบินไป นกเหล็กมีปีก บรรจุคนได้หลายร้อยคน หรือจะไปทางเรือสำราญ ท่านจะได้พบนักผู้คนจากหลายเมืองมารวมตัวกัน...” นางพูดจาเจื้อยแจ้ว เล่าเรื่องราวประหลาดให้สามีฟัง พอเขาทำหน้าตาไม่เข้าใจนาง บางเรื่องก็พอเข้าใจบ้าง นางจับกุมมือหนาพาเขาเข้าเรือนส่วนตัว ใช้พู่กันวาดลงกระดาษ ค่อย ๆ อธิบายให้เขาฟังทีละเรื่องหน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่ สามีจับนางนั่งลงตัก เฝ้าฟังนางด้วยแววตาอ่อนหวาน“ข้ามีความทรงจำของนาง ข้ามีอุปนิสัยคล้าย ๆ นาง แต่ข้ามิใช่นาง ข้ามีความคิดผิดแผกไปจากนาง... พี่เฉิงเลิกหวงข้าได้แล้ว ไม่งั้นข้าจะขึ้นเขาไปขอพรจากเทพ ให้ข้าได้กลับไปอยู่ในโลกของข้า ไม่กลับมาที่นี่อีกเลยคอยดู”“เจ้าอย่าไปเลยน
เมื่อไม่สามารถขัดขวางภรรยาที่อยากจะเห็นสภาพศพอันน่าสยดสยองขนาดว่าพวกหมอหลวงนยังบอกว่าทนไม่ไหว บางคนถึงกับอาเจียนออกมาตามคำบอกเล่าของทหารเฝ้ายามด้านหน้า เสวียเฉิงจำต้องยอมตามใจภรรยาอวี่เจ๋อก้าวเท้าเดินนำบิดาและมารดาเลี้ยงเข้าไปยังคุกหลวงด้วยสีหน้าซีดเซียว พอบรรดาผู้คุมเรือนจำและหมอหลวงหันมาเห็นฮูหยินท่านแม่ทัพในชุดแพรต่วนสีชมพูกลีบบัวแสนสง่า เดินเยื้องย่างเคียงคู่กันมา แต่ละคนต่างพากันคุกเข่าก้มหัวหลีกทางให้หมอเทวดาผู้เลื่องชื่ออย่างนอบน้อมบนแท่นหินหยาบหนา ศพของเหลียนฮวาถูกคลุมไว้ด้วยผืนผ้าดิบเนื้อหยาบสีขาวหม่นที่เปรอะเปื้อนคราบน้ำเหลือง ส่งกลิ่นเหม็นเน่าโชยอวลหมิงอวี้เอื้อมมือไปเลิกผืนผ้าดิบออก นางถึงกับต้องปัดมือไปมากับกลิ่นเหม็นเน่าเหลียนฮวาช่างแตกต่างจากตอนที่ยังเป็นแม่ดอกบัวขาวคอยอ้าปากสร้างเรื่องบิดเบือนความจริงและคอยออเซาะบุรุษไปวัน ๆ โดยสิ้นเชิง ยามนี้นางนอนตัวแข็งทื่อในสภาพพุงบวมอืด ผิวพรรณเขียวคล้ำเปี่ยมไปด้วยร่องรอยหนอนพิษชอนไชจนดูไม่ได้“เป็นอย่างไรบ้าง? ฮูหยิน” เสวียเฉิงเอ่ยปากถามน้ำเสียงเรียบ ขุนศึกใหญ่เช่นเขาเห็นศพที่เน่าเปื่อยจากโรคระบาดมาก็มาก เห็นจะไม่เน่าเหม็นเละ
เรือนร่างงามส่งเสียงครางหวานในลำคอ ยามสอดประสานกายรุ่มร้อนเข้าหาสามีอย่างเร่าร้อน แน่นอนว่าเรื่องนั้นก็คงไม่ยากเลย นับตั้งแต่ตบแต่งกับหนุ่มใหญ่ผู้มีความต้องการทางกามารมณ์มากกว่าคนปกติทั่วไป นางสวมกางเกงเป้าเปิดด้านในเพื่อเอาใจสามี เมื่อไรที่เขาเกิดอารมณ์หวามไหว วิ่งวุ่นหาฮูหยินได้ทุกที่ ไม่เว้นแม้กระทั่งระเบียงทางเดิน ทว่าก็แทบมิต้องปลดเปลื้องซับในของนางให้เสียเวลา เพียงตลบชายกระโปรงปักลายขึ้น มังกรร้ายก็สามารถมุดเข้าหาจุดลึกสุดของถ้ำทางรักได้ทันที‘ข้าชอบท่านผู้เดียว... ท่านแม่ทัพเว่ย...’‘ท่านพี่... พี่เฉิงของข้า’‘เสวียเฉิง’เมื่อดรุณีน้อยเฝ้ากระซิบถ้อยคำรัก ทั้งยังยกสะโพกขึ้นลงสอดรับกับเรือนร่างกำยำที่ขยับกายเพื่อเป็นแรงส่งให้นางโยกตัวสะดวกขึ้น ดวงตาคู่หวานฉ่ำปรือนั้นมีหยาดน้ำรินไหลบาง ๆ เขากลืนกินหยาดน้ำตาเค็มปะแล่มนั้นทุกหยาดหยดหมิงอวี้มีความรู้สึกต่อสามีอย่างมากล้น นางพ่ายแพ้ให้กับความเสียวซ่านปั่นป่วนในช่องท้องน้อยเช่นทุกคราว เพียงไม่นานนางก็สะบัดใบหน้าพร่างพราวเม็ดเหงื่อ คว้าดาวพร่างพราวบนฟ้ามาชื่นชมสมใจ ใบหน้าบิดเบี้ยวซุกซบบนไหล่กว้างหลังจากเรือนร่างงามกระตุกเกร็ง สามีที่ท
ภาพความโกลาหลที่เกิดขึ้นบริเวณระเบียงไม้ที่เป็นทางโถงเดินยาว ทำเอาฝีเท้าของคุณหนูใหญ่และเสนาบดีฝ่ายซ้ายต้องชะงักลงสายตาทั้งสองคู่มองเห็นร่างสูงโปร่งกำยำในชุดขุนนางฝ่ายบู๊สีเข้ม กำลังทรุดกายลงฮวบ เขาพิงเสาระเบียงคดวังหลวงอย่างหมดเรี่ยวแรง มือหนาข้างหนึ่งกุมหน้าอกซ้ายเอาไว้แน่นใบหน้าคมคายดุดัน ยามน
ตามพล็อตเดิมของละครสั้นแนวตั้งเรื่องนั้น หลังจากที่แม่นางดอกบัวขาวมาท้าทายถึงในจวนเสนาบดี ยัยนางร้ายหน้าโง่ก็ดันหวาดกลัวว่าอวี่เจ๋อจะทอดทิ้งตนเองไป ถึงขั้นยอมลดศักดิ์ศรีของบุตรสาวขุนนางใหญ่ คุกเข่าก้มหัวขอโทษเหลียนฮวา ยอมกล้ำกลืนน้ำตาตกลงยอมรับนางในฐานะภรรยาเท่าเทียมความใจกว้างอันแสนโง่งมนั้นไม่ได
บิดาของเขานั้นเอาแต่ตรากตรำนำทัพทำศึกอยู่ชายแดน นานทีปีหนจึงจะได้เดินทางกลับมาพบหน้ากันสักครา อวี่เจ๋อผู้เป็นถึงบุตรตระกูลขุนพลชั้นสูงจึงทำได้เพียงนั่งมองถาดสำรับอาหารที่เย็นชืดเพียงลำพังอยู่ร่ำไปชายหนุ่มขยับกายเข้าไปแนบชิดดรุณีน้อย เลื่อนฝ่ามือหยาบกร้านจากการจับอาวุธขึ้นประคองไหล่มนแผ่วเบา ขณะทอด
แม่นมหลิวส่ายหน้าพลางระบายลมหายใจยาวด้วยความอนาถใจ “ยามที่ท่านแม่ทัพใหญ่เว่ยเสวียเฉิงต้องไปตรากตรำทำศึกอยู่ชายแดนอันห่างไกล หากมิใช่เงินทองและบารมีของท่านเสนาบดีคอยหนุนหลัง มีหรือที่จวนแม่ทัพแห่งนี้จะสงบมั่งคั่ง เหตุใดท่านถึงได้หูหนวกตาบอด หลงเชื่อหญิงแพศยาจนหน้ามืดตามัว ทำเรื่องชั่วช้าไร้ยางอายเช่





