ホーム / รักโบราณ / ชายาอสรพิษ / กลับสู่จุดเริ่มต้น 3

共有

กลับสู่จุดเริ่มต้น 3

last update 公開日: 2024-12-25 19:25:07

พลังเช่นนี้...ความรู้สึกกดดันเช่นนี้...ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นหลอมรวม ซ้ำยังสูงกว่าเขาอีกหนึ่งขั้น เมื่อครู่ผู้ลอบเล่นงานเขาไม่ใช่สองพี่น้องคู่นั้้น เป็นชายชราผู้นี้แน่นอน เป็นเขาที่กดข่มพลังคนทั้งหมดไว้ เป็นเขาที่บังคับให้ข้าคุกเข่า...

หลี่เชาสูดหายใจลึก รู้สึกได้ถึงความตายที่กำลังมาเยือนถึงหน้าประตู

“ท่าน...ท่านกับข้า...พวกเราไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกันมาก่อน เหตุใดจึงตั้งตนเป็นปรปักษ์ ลอบทำร้ายกันเล่า” ความเงียบปกคลุมทั่วบริเวณ ไม่มีเสียงตอบรับเล็ดลอดออกมา มีเพียงเสียงดังอั่กทีหนึ่ง เลือดสีแดงสดพุ่งกระฉูดเลอะพื้นกระเด็นมาจนถึงจุดที่หลี่หลิงเฟิ่งยืนอยู่

พลั่ก พลั่ก พลั่ก

ท่ามกลางการชะงักค้างของทุกคน พลังสีแดงพุ่งไปรอบด้านไม่ขาดสาย เหล่าผู้คุ้มกันเหมือนเป็นง่อยเปลี้ยไร้เรี่ยวแรงตอบโต้ ได้แต่นอนโอดโอยบนพื้นโถงรับรองอันเย็นเฉียบ เพลิงพิโรธของหูซานยังคงไม่มอดดับลงง่ายๆ หันไปเล่นงานหลี่เชาที่นอนพะงาบๆ อยู่บนพื้นไร้เสียงตอบโต้

“ช้าก่อน” หลี่หลิงเฟิ่งรีบร้องปรามเมื่อเห็นท่าไม่ดี

“ท่านจะฆ่าใครข้าไม่สน แต่อย่าให้คนพวกนี้มาตายในบ้านของข้าเป็นอันขาด” หลูหมิ่นซึ่งเวลานี้ปากชาไปหมดเพิ่งได้สติคืนมา มองทั้งสองด้วยสายตาเบิกโพลง เขาพลันรู้สึกดีใจขึ้นมาที่แค่โดนสาวใช้ของสตรีอำมหิตผู้นี้ตบหน้า หาไม่แล้ว เขาคงตายไปไม่รู้กี่ร้อยรอบ

หูซานยังคงทำหูทวนลม ไม่ได้ยินวาจาของหลี่หลิงเฟิ่ง ปล่อยพลังหลายสายออกมาอย่างต่อเนื่อง ผู้คุ้มกันสองสามคนที่ทนแรงปะทะไม่ไหว นอกจากไม่อาจส่งเสียงขอความเมตตาใดๆ ได้แล้ว ตาสองข้างยังไม่สามารถลืมขึ้นมาได้อีก เสียงดังอั่กเบาๆ เสียงหนึ่งดังขึ้น ก่อนจะคอพับไร้ลมหายใจ

ช่วงสายวันที่แดดจ้า ท้องฟ้าเปิด บ่งบอกถึงวันที่สดใสวันหนึ่ง ในเรือนซอมซ่อแห่งนี้กลับเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดขัดกับบรรยากาศภายนอกโดยสิ้นเชิง

คนที่เหลือมองหูซานอย่างหวาดผวา ราวกับภูตผีปีศาจเยื้องย่างขึ้นมาบนโลกหมายเอาชีวิตของพวกเขา หลี่เชาตาเหลือกด้วยความหวาดกลัวสุดขีด หลงระเริงคิดไปว่าไม่มีใครกล้าทำร้ายเขา ด้วยอิทธิพลของตระกูลต่อให้ใช้อำนาจบาตรใหญ่แค่ไหน คนทั้งหลายในเมืองนี้ต้องกริ่งเกรงอำนาจของเขาอย่างแน่นอน

แต่บุรุษผู้นี้เป็นใคร ถึงกับกล้าลงมือทำร้ายนายท่านสามแห่งตระกูลหลี่อย่างโจ่งแจ้ง ไม่รู้ไปกินใจหมีดีเสืออะไรเข้า ถึงกับไม่รักตัวกลัวตายเยี่ยงนี้

“ยอดฝีมือท่านนี้ โปรดละเว้นพวกข้าเถิด ท่านอาจจะไม่รู้ว่าพวกเราเป็นคนของจวนเจ้าเมืองตระกูลหลี่ซึ่งปกครองพื้นที่แถบนี้ทั้งหมด วันนี้พวกข้าเพียงมารับคุณชายใหญ่และคุณหนูห้ากลับจวนเท่านั้น หากท่านหยุดมือลงตอนนี้ พวกข้าจะไม่ถือสาหาความอันใดกับท่าน”

เพียะ!

“ใครอนุญาตให้เจ้าพูด” พลังขุมหนึ่งจากหูซานกระทบเข้าที่หน้าหลูหมิ่นอย่างแรง ไม่อาจประเมินความเจ็บปวดได้เลยว่า ระหว่างแรงตบจากพลังยุทธ์และฝ่ามือธรรมดา อันไหนจะเจ็บปวดกว่ากัน

“ตระกูลหลี่ ฮึ” หูซานแค่นเสียงหัวเราะหยัน “ข้าต้องเกรงกลัวด้วยรึ ต่อให้ฮ่องเต้มาเอง ก็ไม่อาจช่วยพวกเจ้าได้”

เพียะ!

“ข้ารังแกพวกเจ้า แล้วจะทำไม” เสียงตบดังขึ้นอีกฉาด หลูหมิ่นร่ำร้องอยู่ในใจ ชายแก่คนนี้เสียสติไปแล้วเป็นแน่ ถึงขนาดได้ยินชื่อตระกูลหลี่ยังไม่เกรงกลัวสักนิด

“ดี!” หวังซีที่ไม่รู้ว่าปรากฏตัวยืนอยู่ข้างหลี่หลิงเฟิ่งตั้งแต่เมื่อไหร่ โพล่งออกมาอย่างได้ใจ คนของสำนักแพทย์โอสถ ไม่จำเป็นต้องก้มหัวให้ใคร ไม่เคยหวั่นเกรงอำนาจใด ฆ่าพวกเขาให้ตายเสียยังดีกว่าต้องลดศักดิ์ศรีลงมานอบน้อมต่อผู้อื่น

“ท่านหมอหู ได้โปรดหยุดมือ” หลี่่หลิงเฟิ่งที่ตอนแรกชมเรื่องสนุกอยู่นอกวง ร้อนรนขึ้นมาจริงๆ แล้ว เฒ่าทารกไม่ฟังคำของนางเลย

“ศิษย์พี่” หูซานที่หงุดหงิดเป็นทุนเดิม ไม่เพียงไม่หยุดมือ ซ้ำยังลงมือดุดันมากขึ้นไปอีก เขาโมโหคนพวกนี้ที่กล้าดูถูกหลี่หลิงเฟิ่ง ดูถูกนางก็เหมือนดูถูกสำนักแพทย์โอสถ

แต่ที่ทำให้เขาไม่พอใจยิ่งกว่าคือสตรีดื้อด้านนางนั้นเอาแต่เรียกเขาว่าท่านหมอบ้างล่ะ ผู้อาวุโสบ้างล่ะ หรือแม้กระทั่งชื่อนางก็เรียกมาแล้ว ทว่า ไม่เคยเรียกศิษย์พี่เลยสักครั้ง

“หูซาน ท่านหยุดเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นเขาได้ตายจริงๆ แน่” หญิงสาวปวดหัวหนัก ไม่คิดว่าเรื่องจะบานปลายถึงเพียงนี้ นางเพียงต้องการสั่งสอนคนพวกนั้นนิดหน่อยจึงไม่ห้ามปรามการละเล่นของชายชรา แต่ไม่ได้หมายความว่านางอยากจะให้คนนี้พวกนี้ตายตอนนี้สักหน่อย

สมองของนางยังใช้การได้ดี จะนำเรื่องเดือดร้อนมาสู่ตัวทำไม

“ศิษย์พี่” เสียงไม่สบอารมณ์ดังขึ้นอีกครั้ง

“อันใด?” หลี่หลิงเฟิ่งงุนงงเหมือนว่าพวกนางจะสื่อสารกันคนละเรื่องหรือไม่

“เรียกข้าว่าศิษย์พี่ แล้วข้าจะหยุด”

หลี่หลิงเฟิ่งกลอกตามองฟ้า ตาแก่น่าตายผู้นี้ยังจะมาทำตัวเป็นเด็กๆ ในเวลาเช่นนี้ได้ หญิงสาวไม่รู้จะสรรหาคำใดมาบรรยายได้อีกแล้ว “ศิษย์พี่ หยุดมือเถิด เกิดเขาตายขึ้นมา คนที่เดือดจะเป็นข้านะ ท่านทำใจทำร้ายข้าได้ลงหรือ”

น้ำเสียงออดอ้อนดังขึ้นข้างหูหวังซี ร้อยยิ้มแข็งค้างราวคนพิกลพิการติดบนริมฝีปาก มองหลี่หลิงเฟิ่งเปลี่ยนจากสีหน้าร้อนรนเป็นเอาอกเอาใจภายในพริบตา วันนี้เขาได้เรียนรู้ อาจารย์อานอกจากจะเป็นอัจฉริยะด้านโอสถ ยังเป็นอัจริยะด้านอารมณ์อีกด้วย นางสามารถยืดได้หดได้ดังใจสั่ง นี่แหละหนาความแตกต่างระหว่างชายหญิง

“เฮอะ ถือว่าวันนี้พวกเจ้าโชคดี” หูซานมองดูผลงานตนเองอย่างพึงพอใจรอบหนึ่ง ก่อนหิ้วปีกหลี่เชามาหาหลี่หลิงเฟิ่งด้วยท่าทางระริกระรี้

“เป็นอย่างไร เห็นความเก่งกาจของศิษย์พี่หรือยัง” โยนร่างของหลี่เชาไปไว้ข้างๆ หลูหมิ่นที่ยังคงคุกเข่าอยู่ จากนั้นหัวเราะร่ากล่าวด้วยน้ำเสียงยินดีปรีดา

หวังซีหลับตาลงอย่างอับอาย ทำเพื่อศักดิ์ศรีอันใดกัน อาจารย์ของเขาเพียงแค่ต้องการโชว์ศักยภาพให้คุณหนูห้าได้ชมก็เท่านั้น

เมื่อกี้คุณหนูห้าเรียกชายชราผู้นี้ว่าอะไรนะ ศิษย์พี่? นางถึงกับมีสหายเป็นยอดฝีมือ แถมฐานะของนางในใจท่านผู้นั้นไม่ใช่แค่ผิวเผินอีกด้วย หลูหมิ่นมองร่างไร้สติของหลี่เชาถึงกับกลืนน้ำลายอึกใหญ่

หลี่หลิงเฟิ่งนิ่งค้างเป็นนาน นี่ใช่อาการเห่อของใหม่หรือไม่

หญิงสาวไม่สนใจเสวนากับหูซาน นั่งลงบนเก้าอี้ดังเดิม พร้อมกันนั้นยังแอบตรวจสอบชีพจรหลี่เชาไปด้วย รอยยิ้มน้อยๆ ที่เพิ่งประดับบนใบหน้างดงามพลันแข็งเกร็ง อดชื่นชมความแข็งแกร่งของชายชราไม่ได้ อย่าเห็นว่าเป็นเพียงผู้ฝึกยุทธ์ขั้นหลวมรวมเพียงอย่างเดียว แต่เขามีขุมสมบัติที่ผู้อื่นไม่มี นั่นคือยาลูกกลอนผสานกาย รวมไปถึงยาสมุนไพรและยาลูกกลอนอื่นๆ ที่เพิ่มความแข็งแกร่งของร่างกายไว้ในครอบครอง เพียงเท่านี้ก็ทำให้เขาเหนือกว่าผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเดียวกันเพียงเล็กน้อยแล้ว

หากกล่าวว่าเพียงเล็กน้อยไม่มีผลอันใดมากนัก คงเป็นความคิดที่ผิดมหันต์ ห่างชั้นยังไงก็ยังห่างชั้น เพียงเล็กน้อยก็ห่างไปไกลอักโข

เห็นว่าหูซานไม่คิดจะทำร้ายหลี่เชาถึงตายจริงๆ ใจที่ค้างเติ่งบนหอคอยจึงสงบลงได้ มองหลู่หมิ่นด้วยใบหน้าคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม “ฮูหยินใหญ่ให้พวกเจ้ามาพบพวกข้า มีเรื่องอันใดจะแจ้งหรือ”

“คุณหนูห้า เดิมทีพวกเราแค่ต้องการมารับท่านและคุณชายใหญ่กลับจวนก็เท่านั้น ไม่คิดเลยว่าท่านจะไร้ไมตรี รังแกพวกข้าไม่เท่าไหร่ แต่ท่านยังกล้าทำร้ายนายท่านสาม” พูดมาถึงตรงนี้ก็หุบปากฉับลงทันใด ค่อยๆ เหลือบมองหูซานอย่างระแวดระวัง เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้สนใจตนจึงหลับตากล่าวต่อไป “รังแกพวกข้านั้นเป็นเรื่องเล็ก แต่เป็นเหตุให้นายท่านสามของตระกูลบาดเจ็บ เกรงว่าต่อให้คุณชายใหญ่ออกหน้าปกป้องคุณหนู ก็ไม่อาจหนีความผิดพ้น”

“โอ๋ว” หลี่หลิงเฟิ่งพิจารณาท่าทีหลูหมิ่น สมแล้วที่อยู่ในจวนตระกูลหลี่มานาน รู้จักเอาตัวรอดในสถานการณ์เป็นตายได้อย่างดี เปลี่ยนข้างโดยที่ไม่ต้องคิดให้เหนื่อย คนแบบนี้ไม่สมควรเก็บไว้ข้างกายก็จริง แต่ยังใช้ทำงานได้

“ต้องโทษที่ท่านอาสามไปยั่วโมโหท่านเทพองค์นี้เข้า ถูกตบหน้าทีสองทีก็นับว่าสมควรแล้ว เจ้าว่าถูกต้องหรือไม่” หลูหมิ่นเหงื่อตก มือสองข้างกำเข้าหากัน “สมควรแล้ว สมควรแล้วขอรับ”

คุณหนูห้าผู้นี้ห่างหายหน้าไปเพียงไม่กี่ปี ทำไมจึงเปลี่ยนเป็นคนละคนเช่นนี้ หรือฟ้ากำลังเปลี่ยนทิศ นัยน์ตาของชายหนุ่มร่างท้วมหนักแน่นจริงจังราวกับติดสินใจครั้งสำคัญในชีวิต

“หากข้าจำไม่ผิด พิธีปักปิ่นจะจัดขึ้นอีกหนึ่งเดือนไม่ใช่หรือ ต่อให้ข้าเดินทางช้าเพียงไรก็คงไม่เกินสิบวัน ยังต้องลำบากพวกเจ้ามารับด้วยตนเองทำไม” น้ำเสียบกระจ่างใสเนิบนาบเพราะเสนาะหู ทว่า เปรียบเสมือนสายฟ้าฟาดลงกลางหลังหลูหมิ่นเข้าอย่างจัง

“เรื่องนี้...” เมื่อเผชิญกับสายตาสี่คู่จดจ้อง เนื้อตัวพลันสั่นสะท้าน สีหน้าเผยแววลำบากใจปนซีดขาว

“เจ้ามีโอกาสเพียงครั้งเดียว” หลี่หลิงเฟิ่งสามารถยิ้มรับกับทุกสถานาการณ์ได้ แต่ไม่ใช่กับคนที่เปิดเผยตรงไปตรงมาอย่างหูซาน เขาเกลียดที่สุดคือคนที่ชอบเก็บงำความคิด อ้ำๆ อึ้งๆ ไม่ยอมพูดออกมา

แผ่นหลังหลูหมิ่นเหยียดตรงโดยไม่รู้ตัว “ฮูหยินใหญ่ทราบข่าวว่าคุณชายใหญ่บาดเจ็บสาหัสจากการลอบทำร้าย จึงร้อนใจยิ่งนัก นายท่านสามจึงขานตัวอาสามารับพวกท่านทั้งสองกลับจวนด้วยตนเองขอรับ”

มารับหรือมาคุมตัวกันแน่ ดีไม่ดี เกิดนางโชคร้ายหน่อย มีดไร้ตาอาจเชือดคอนางได้ทุกเมื่อ

“ดูท่าข่าวสารของฮูหยินใหญ่จะไม่ธรรมดา” นอกจากพวกนางและคนร้ายที่รู้เรื่องนี้ ก็มีแต่คนอยู่เบื้องหลังเท่านั้น ดวงตาหลี่หลิงเฟิ่งฉายแววอันตราย ยังมีใครอีกหรือไม่ เรื่องนี้นางจะทำอย่างโจ่งแจ้งไม่ได้เสียแล้ว 

หลี่หลิงเฟิ่งไม่กลัวจับผิดคน แต่นางกลัวจับไม่หมดต่างหาก นางจะทนให้คนที่ทำร้ายพวกนางหนีรอดไปได้อย่างไร

เมื่อขบคิดจนกระจ่าง หลี่หลิงเฟิ่งไม่คิดคาดคั้นหลูหมิ่นอีกต่อไป “เอาล่ะ กลับไปบอกฮูหยินใหญ่ว่าพวกข้ากลับไปทันวันงานแน่นอน อีกอย่างมีคนของพี่ใหญ่และสองคนนี้อยู่ ไม่ต้องห่วงว่าระหว่างทางจะเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น ข้าจะกลับไปครบสามสิบสองแน่นอน ฮูหยินใหญ่โปรดวางใจ”

หลูหมิ่นมองสีหน้าดูถูกดูแคลนพวกเขาก็ได้แต่ก้มหน้างุด นางมียอดฝีมือเก่งกาจคอยคุ้มกัน ยังจะต้องการพวกเขาอีกหรือ พวกเขานับเป็นตัวอะไรได้

“อ้อ ข้าเกือบลืมไป” นิ้วเรียวยาวชี้ไปยังร่างที่นอนหายใจรวยรินด้านข้างเขา “พึงรู้ไว้ว่าอะไรควรพูดไม่ควรพูด” พูดเพียงเท่านี้หลี่หลิงเฟิ่งก็ชักมือกลับอย่างช้าๆ มองหลูหมิ่นยิ้มๆ

หลูหมิ่นครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนยิ้มตอบ “คุณหนูโปรดวางใจ วันนี้มีโจรปล้นหมู่บ้านแถบนี้ นายท่านสามมีคุณธรรมเห็นดังนั้นจึงอดไม่ได้ที่จะยื่นมือเข้าช่วยเหลือ จึงทำให้บาดเจ็บสาหัส ต้องรีบนำตัวกลับไปรักษาโดยด่วนขอรับ” นอกจากสามารถประจบเอาใจคุณหนูห้าได้แล้ว ยังรักษาชีวิตน้อยๆ ของเขาให้อยู่รอดปลอดภัยอีกนาน

ได้ยินดังนั้น หลี่หลิงเฟิ่งหัวเราะร่าอย่างอดกลั้นไม่อยู่ หลูหมิ่นผู้นี้สมควรไปเป็นนักแสดงในโรงละคร ขนาดปั้นน้ำเป็นตัวสีหน้ายังไม่เปลี่ยนสักนิด

คนอย่างหลี่เชาน่ะรึ มีคุณธรรม เหยียบย่ำคนอ่อนแอกว่าน่ะสิไม่ว่า

“เจ้ากล้ากลับดำเป็นขาวเช่นนี้ คน...” วี้ดๆ ขณะที่หลี่หลิงเฟิ่งพูดอยู่นั้น บนท้องฟ้ามีเหยี่ยวตัวหนึ่งโฉบลงมาเกาะหน้าประตูรั้ว หลูหมิ่นหันกลับไปมองด้านนอกพบกับเหยี่ยวส่งสารประจำตระกูล ใบหน้าฉายแววฉงน หากแต่ยกมือทั้งสองข้างประกบเข้าหากัน ไม่นานพลันเกิดเสียงดังขึ้นสองครั้ง เหยี่ยวที่เกาะอยู่บนรั้วบินตรงเข้ามาบริเวณหน้าประตูแทน

“คุณหนูขอรับ มันเป็นเหยี่ยวส่งข่าวของตระกูล เกรงว่ามีเรื่องเร่งด่วนต้องรายงานขอรับ” หลี่หลิงเฟิ่งมองเหยี่ยวที่ยังบินวนเวียนอยู่หน้าประตู ขาข้างหนึ่งมีม้วนกระดาษเล็กๆ ติดอยู่จริงๆ นางพยักหน้าให้หลูหมิ่นเป็นเชิงอนุญาต

เมื่อชายร่างท้วมเปิดอ่านข้อความในกระดาษใบหน้าพลันมืดครึ้ม มองหลี่หลิงเฟิ่งเป็นเวลานาน สุดท้ายส่งกระดาษให้หญิงสาวโดยไม่มีท่าทีอิดออด

‘เปลี่ยนแผน คุ้มกันคน เดินทางกลับโดยเร็วที่สุด’

“ใช่ว่ามีเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงหรือไม่” หูซานที่ชะโงกอ่านข้อความบนกระดาษในมือหลี่หลิงเฟิ่ง ถามออกมาอย่างเคลือบแคลง หรือจะเป็นแผนคนพวกนั้น

หลี่หลิงเฟิ่งส่ายหน้า มองหลูหมิ่นราวกับต้องการคำตอบ มีเพียงสายตางงงวยส่งกลับมา คิ้วเรียวยาวขมวดมุ่น ดูท่าจะไม่ได้อยู่ในแผนการเดิมของคนพวกนั้น

“นำไปให้พี่ใหญ่” หลังจากยื่นกระดาษในมือส่งให้เสี่ยวเซียงแล้ว หญิงสาวหมุนตัวออกจากเรือนพร้อมทั้งกำชับหลูหมิ่นเป็นครั้งสุดท้าย “เรื่องในวันนี้รวมถึงอาการบาดเจ็บของพี่ใหญ่ ข้าหวังว่าเจ้าจะปิดมันเป็นความลับ หาไม่แล้ว...” มือขวาของนางยกขึ้นปาดคอตนเอง รังสีอำมหิตแผ่ออกไปโดยรอบ

“ไปกันเถอะศิษย์พี่”

この本を無料で読み続ける
コードをスキャンしてアプリをダウンロード

最新チャプター

  • ชายาอสรพิษ   มหาคัมภีร์สวรรค์เก้าชั้นฟ้า กลับแคว้น

    หลี่หลิงเฟิ่งเปิดคัมภีร์ในมือออกอย่างระมัดระวัง เพียงเห็นอักษรบรรทัดแรก รูม่านตาของนางก็หดตัว“มหาคัมภีร์สวรรค์เก้าชั้นฟ้า… ครึ่งหลัง?”ลมหายใจของนางถี่กระชั้น สมองว่างเปล่าอยู่หลายอึดใจ ราวกับถูกสายฟ้าฟาดเข้าเต็มๆ คลื่นยักษ์ก็ระเบิดขึ้นในใจไม่หยุดหย่อน‘ครึ่งหลัง!?’‘นี่คือครึ่งหลังจริงๆ!’หลี่หลิงเฟิ่งกรีดร้อง นางได้มหาคัมภีร์สวรรค์เก้าชั้นฟ้ามาครึ่งหนึ่ง ฝึกจนแตกฉาน ตอนแรกคิดว่าทั้งชาติอาจหาอีกครึ่งไม่เจอ ใครจะคิดวันนี้ นางกลับพบอีกครึ่งหนึ่งในหอคัมภีร์ของตำหนักธิดาสวรรค์!หลี่หลิงเฟิ่งสูดลมหายใจลึก พยายามกดความตื่นเต้นเอาไว้ ก่อนรีบเปิดอ่านอย่างรวดเร็ว ยิ่งอ่าน แววตายิ่งสว่างขึ้นไม่ผิดแน่ทั้งแนวทาง กลิ่นอายของคัมภีร์ รวมถึงอักขระโบราณ ล้วนเชื่อมต่อกับครึ่งแรกอย่างสมบูรณ์แบบ จิ๊กซอว์ที่แตกหักมานาน ในที่สุดก็กลับมาสมบูรณ์อีกครั้งมุมปากของหลี่หลิงเฟิ่งกระตุกขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ หากมิใช่ยังมีคนรออยู่ด้านนอก นางเกรงว่าตนคงหัวเราะออกมาแล้วจริงๆนางจึงเก็บคัมภีร์ลงอย่างแนบเนียน ก่อนเริ่มเดินดูเคล็ดวิชาอื่นต่อน่าเสียดาย…แม้เคล็ดวิชาในชั้นนี้จะล้วนเป็นสมบัติสะเทือนโลก กระนั้นไม่มีวิชา

  • ชายาอสรพิษ   ทางรอดเดียว 2

    อวิ๋นหลิ่วมองเงาร่างของหลี่หลิงเฟิ่งที่ค่อยๆ ก้าวลึกเข้าไปในหอคัมภีร์ชั้นสูงสุด แววตาพลันซับซ้อนขึ้นหลายส่วนประตูหินโบราณปิดลง เสียงครืนต่ำหนักดังสะท้อนภายในตำหนัก ตัดขาดกลิ่นอายภายนอกโดยสมบูรณ์ภายในศาลาจึงเหลือเพียงอาจารย์และศิษย์สองคน สายลมยามราตรีพัดผ่านม่านโปร่ง เปลวตะเกียงส่ายไหว เงาของคนทั้งสองทอดยาวอยู่บนพื้นหินสีขาวผ่านไปพักใหญ่ อวิ๋นหลิ่วจึงเม้มริมฝีปาก ก่อนเอ่ยเสียงเบา“อาจารย์ เหตุใดท่านต้องทำถึงเพียงนี้ด้วย” ถึงขั้นยอมเปิดหอคัมภีร์ชั้นสูงสุดให้อีกฝ่ายปุโรหิตชุดขาวเพียงยิ้มบาง ดวงตาอ่อนโยนดังสายน้ำ ทว่าเบื้องลึกกลับซ่อนความอิดโรยที่ปกปิดไม่มิด“ศิษย์เอ๋ย ตำหนักธิดาสวรรค์ในวันนี้ ไม่เหมือนวันวานแล้ว” น้ำเสียงของเขาแผ่วเบา คล้ายลอยมากับสายลม“เหล่าอาวุโสพวกนั้น ในหัวมีเพียงผลประโยชน์กับการช่วงชิงอำนาจ พวกเขาลืมเจตนารมณ์ดั้งเดิมของตำหนักไปหมดสิ้น”อวิ๋นหลิ่วเงียบลง รู้ดีว่าอาจารย์ไม่ได้กล่าวเกินจริงหลายปีมานี้ ภายนอกตำหนักดูสงบเยือกเย็นดุจแดนเซียน ทว่ากระแสน้

  • ชายาอสรพิษ   ทางรอดเดียว 1

    “ในยุคนั้น สำนักไร้ขอบยังคงเป็นมหาอำนาจอันดับหนึ่งแห่งแดนไร้ขอบ”ปุโรหิตชุดขาวเอ่ยเนิบช้า น้ำเสียงเรียบเฉย หากกลับให้ความรู้สึกราวแบกกาลเวลาหลายพันปีเอาไว้เบื้องหลัง“เจ้าสำนักในเวลานั้นมีนามว่า เฮ่อจื่อชิว”เพียงชื่อเดียวหลุดออกมา หลี่หลิงเฟิ่งก็ชะงักชื่อนี้ นางเคยได้ยินมาก่อนครั้งก่อนเผชิญหน้ากับกลุ่มมือสังหาร คนพวกนั้นเคยเอ่ยถึงบุคคลผู้นี้ด้วยสีหน้าเกรงกลัวปนคลุ้มคลั่ง ตอนนั้นนางไม่รู้จัก ดูไปแล้วสงสัยมีส่วนคล้ายบิดาไม่ทางใดก็ทางหนึ่งกระทั่งวันนี้ ปุโรหิตทอดสายตามองออกไปไกล ราวกับมองผ่านม่านหมอกแห่งกาลเวลาอันเลือนราง“เฮ่อจื่อชิวคือผู้แข็งแกร่งที่สุดแห่งยุค และก็เป็นสหายร่วมตายของข้า”ภายในศาลาเงียบลงโดยไม่รู้ตัว อวิ๋นหลิ่วก็ไม่กล้าเอ่ยแทรกแม้แต่คำเดียว“ห้าพันปีก่อน เขตจิตลวงเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ มีบางสิ่งตื่นขึ้นจากส่วนลึก มันมิใช่มารทั่วไป หากแต่เป็นสิ่งโสมมจากนอกฟ้าดิน”ทันทีที่คำว่า “นอกฟ้าดิน” หลุดออกมา บรรยากาศทั้งห้องพลัน

  • ชายาอสรพิษ   เยือนตำหนักธิดาสวรรค์

    ทั้งคู่นั่งวิหคหงส์เพลิงบินกลับหอสิบทิศ บรรยากาศหวานชื่น ส่วนหลี่หลิงเฟิ่งกลอกตาในใจ หมอนี่พอเนื้อเข้าปากแล้วไม่ยอมคายเลยนะโม่จื่อหลิงก็เอ่ยขึ้นอีกครั้ง“ออกจากเมืองหลักเถอะ”หลี่หลิงเฟิ่งเลิกคิ้ว “รีบขนาดนั้น?”“อืม” เขาพยักหน้า “ข้าถอนกำลังหลักของหอสิบทิศออกไปเกือบหมดแล้ว ธุระทางนี้เสร็จสิ้นแล้วเช่นกัน”หลี่หลิงเฟิ่งได้ยินแล้วก็เข้าใจ ดูเหมือนแม้แต่โม่จื่อหลิงเอง ก็ไม่คิดอยู่ท่ามกลางกระแสน้ำวนครั้งนี้ต่อ โม่จื่อหลิงมองนาง กล่าวด้วยรอยยิ้ม“เทพเซียนทะเลาะกัน ปุถุชนอย่างพวกเราควรหนีให้ไกลที่สุด”หลี่หลิงเฟิ่งหัวเราะออกมาในทันที หากคำพูดนี้ออกจากปากคนอื่น นางคงเชื่ออยู่บ้างแต่พอออกจากปากคนผู้นี้ ไม่ว่าอย่างไรนางก็รู้สึกว่า “ปุถุชน” ที่เขาพูดถึง ค่อนข้างไม่มีความจริงใจเท่าใดนัก โม่จื่อหลิงเห็นนางหัวเราะ มุมปากก็ยกขึ้นจางๆ เช่นกันจากนั้นจึงกล่าวต่อ“นางมารน้อย ฟ้ากำลังจะเปลี่ยนแล้ว พวกเรากลับบ้านกันสักระยะดีไหม”

  • ชายาอสรพิษ   โม่จื่อหลิงมาแล้ว

    ยิ่งเข้าใกล้เขตกำเนิดหัวใจแห่งแดนศักดิ์สิทธิ์ หมอกมรณะโดยรอบก็ยิ่งบางเบาลงเรื่อยๆ แต่แรงกดดันไม่ลดทอนลงเลยณ กลางท้องนภา เหล่าเฒ่าประหลาดต่อสู้กันเป็นวงกว้าง พื้นละแวกใกล้เคียงเสียหายรุนแรง“ถึงแล้ว” ธิดาเทพผละตัวจากไปโดยไม่แม้แต่กล่าวคำลาหลี่หลิงเฟิ่งสองคนถูกการต่อสู้ของยอดฝีมือดึงดูดสายตาเช่นกัน“ส่งหัวใจแห่งแดนศักดิ์สิทธิ์มา”“สารเลว ยังคิดหนีอีกหรือ”“ระวังตัว บุคคลลึกลับผู้นี้มิใช่คนธรรมดา”เสียงตะโกนดังระงมทั่วผืนฟ้าหลี่หลิงเฟิ่งมองบุรุษที่ถูกรุมยำแล้วถึงกับเลิกคิ้วแปลกใจถึงกับเป็นเขาอีกฝ่ายแปลงโฉมไม่เหลือเค้าเดิม เนื้อด้วยนางมีถิงถิง วิชาอำพรางเหล่านี้ไร้ความหมาย มองทะลุได้หมดหลี่หลิงเฟิ่งละสายตา ถามหลี่เจี้ยน“พี่ชายท่าน ตอนนี้แข็งแกร่งระดับใดแล้ว”หลี่เจี้ยนฉงน จากนั้นความยินดีแล่นริ้วเต็มหน้า นางเอ่ยถามถึงหลี่เฟยหยาง หรือว่าในใจยังมีพวกเขาอยู่ ไม่ได้ไร้เยื่อใยอย่างที่แสดงออกสีหน้าของเขาอ่อนลงไม่น้อย “ข้าเองก็ไม่แน

  • ชายาอสรพิษ   คำเตือนของธิดาเทพ

    เมื่อเห็นว่าเป็นเขา หลี่หลิงเฟิ่งก็เบนสายตาไปอีกทาง หมุนตัวเตรียมไปจากตรงนี้ไม่ทันจะหนี หลี่เจี้ยนขัดจังหวะขึ้นมาก่อน “น้อง...หลี่หลิงเฟิ่ง ช่วงนี้แดนศักดิ์สิทธิ์แปลกๆ ผู้ฝึกยุทธ์อยู่ๆ ก็คลั่งขึ้นมา สังหารกันเป็นผักปลา ร่วมทางกันเถอะ อย่างน้อยก็อุ่นใจกว่า”หลี่หลิงเฟิ่งมองเขาแวบหนึ่ง มองจนหลี่เจี้ยนอึดอัด แววตาเฉยเมยยากจะอ่านความคิด ผ่านไปครู่หนึ่งก็เห็นนางพยักหน้า เขาจึงถอนใจออกมา“เอาสิ” พูดจบก็เดินนำไปข้างหน้า หลี่เจี้ยนมองแผ่นหลังของนาง ก่อนตามไปเงียบๆระหว่างทางไม่มีเสียงพูดคุย บรรยากาศวังเวงอย่างประหลาด เสี่ยวจูจูและเสี่ยวไป๋มองซ้ายทีขวาที ชวนอึดอัดจนมันไม่กล้าร้องสุ่มสี่สุ่มห้าพักใหญ่ หลี่เจี้ยนเริ่มทนไม่ไหว กำมือแน่นอยู่หลายครั้ง ก่อนเอ่ยเสียงแหบพร่า “เรื่องปีนั้นในจวนหลี่ ข้า...”เปิดปากสองสามก็พูดต่อไม่ออก คำพูดมันติดอยู่ในลำคอ เขาเดิมคิดไว้มากมายคิดจะอธิบายเรื่องในอดีต อยากเล่าความรู้สึกในช่วงหลายปีมานี้ แต่พอมองหลี่หลิงเฟิ่งแล้วก็ได้แต่หุบปากคำพูดนับพันรวมไว้เพีย

  • ชายาอสรพิษ   ประชันขันแข่ง

    หลายวันมานี้หลี่หลิงเฟิ่งอยู่อย่างสงบสุขเสมอมา นอกจากรักษาเจ้าสำนักทุกเช้า นางใช้เวลาทั้งวันไปกับฝึกหลอมโอสถที่ห้องหลอมโอสถ ใช้สมุนไพรของสำนักแพทย์โอสถราวกับน้ำ เรียกได้ว่าละลายทรัพย์ของแท้ เหตุเพราะเกิดกระทบกระทั่งกันวันนั้นจึงไม่มีใครกล้าออกมาตำหนิ กลับกันทุกคนคอยเอาใจนางทุกอย่าง วันนี้ก็เช่นกัน

    last update最終更新日 : 2026-03-19
  • ชายาอสรพิษ   การพบเจอที่คาดไม่ถึง 3

    กว่าที่หลี่หลิงเฟิ่งจะหลุดออกจากภวังค์ได้ก็ผ่านมาราว ๆ หนึ่งเค่อ*แล้ว นางเริ่มรับรู้ถึงความเจ็บปวดบนร่างกายที่บอบช้ำ แต่นางกลับทนได้ มิหนำซ้ำยังมีความสบายแทรกซึมเข้ามาอีกต่างหาก ความเจ็บทุเลาลง บาดแผลภายนอกและภายในค่อยๆ สมานกัน ทั่วทั้งร่างกลับมาเป็นปกติ หัวใจของนางกระตุกอีกครั้งหรือว่ามังกรตนนั้น

    last update最終更新日 : 2026-03-18
  • ชายาอสรพิษ   พลิกผันร้อยแปด 4

    เสียงก้อนหินถล่มดังสนั่นทุกคนเกิดความงงงวย สายตาทุกคู่มองไปยังทิศทางของเสียงเหตุใดจึงเป็นเช่นนี้สถานการณ์กลับตาลปัตรเช่นนี้มีเพียงหลี่หลิงเฟิ่งที่รู้เหตุการณ์ทุกอย่าง หากนางไม่ช่วงชิงโอกาสที่ศัตรูไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นเป็นช่องโหว่ในการหลบหนี สุดท้ายพวกนางทั้งสามต้องสังเวยชีวิตตนเองจริงๆ แน่ทั

    last update最終更新日 : 2026-03-17
  • ชายาอสรพิษ   ล่อเสือออกจากถ้ำ 1

    ปัง!เสียงพลังอันมหาศาลดังก้องกังวานสะท้อนไม่มีที่สิ้นสุด เหล่าพื้นดิน ก้อนหิน ผนังถ้ำ พร้อมใจกันสั่นสะเทือน บ้างแตกออกเป็นเสี่ยงๆ บ้างทลายลงมาโดยไม่หยุดยั้ง ทั่วบริเวณเต็มไปด้วยฝุ่นดินที่ฟุ้งตลบกลบพวกเขาจนไม่อาจมองเห็นเหตุการณ์ภายในได้อย่างชัดแจ้งท่ามกลางความมืดสลัวบวกกับฝุ่นดินที่ฟุ้งกระจาย ปราก

    last update最終更新日 : 2026-03-17
続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status