Masukเพล้ง!!!! เศษแจกันแตกละเอียดไปทั่วพื้นตำหนักเย็น สนมเอกกรีดร้องลั่นด้วยความไม่ได้ดั่งใจทันทีที่รู้ว่าฮ่องเต้ไปที่ตำหนักจิ่งเหรินแทบทุกวันมาร่วมเดือนตั้งแต่เข้าพิธีอภิเษกและแต่งตั้งนางเป็นกุ้ยเฟย ทั้งที่ตนถูกขังไว้ในตำหนักเย็นจนแทบจะถูกลืม
แม่นมกุ้ยยืนลูบแผ่นหลังสนมเอกให้คลายกังวลลง ทันทีที่ตระกูลหลี่รู้ว่าเยว่จินนางในคนสนิทหักหลัง ก็ส่งแม่นมกุ้ยที่เคยดูแลสนมเอกตั้งแต่ยังเยาว์เข้ามาอยู่ในวังเพื่อช่วยเหลือสนมเอกแทน
ฮ่องเต้สืบเรื่องหอนางโลมของตระกูลหลี่ แต่ทุกอย่างกับนิ่งเงียบจนน่าสงสัย หากฮ่องเต้ตั้งใจสืบจริง ไม่มีทางที่จะไม่รู้เบื้องหลัง อย่างน้อยก็ต้องหาวิธีออกไปจากที่นี่ เผื่อหยั่งเชิงดูว่าฮ่องเต้ตั้งใจปล่อยผ่านไปเพื่อช่วยเหลือหรือทำให้ตายใจกันแน่
“สนมเสิ่นคนนี้อย่างไรก็ไม่ธรรมดา ในตอนนี้ที่ข้าจัดการนางไม่ได้ เจ้ารีบไปบอกหลี่หว่านหว่านให้หาวิธีจัดการนา”
“ได้เพคะพระสนมเอก”
“ถูกขังเช่นนี้ก็ยังจะคิดหาวิธีกำจัดข้าหรือ?” บนประตูตำหนักเย็นถูกเปิดออก สนมเสิ่นที่ตั้งใจแต่งกายและประโคมของมีค่าที่ฮ่องเต้ประทานให้เดินเข้ามาอย่างสง่า เจ้าคิดไม่ผิดหรอก ข้าตั้งใจมาเยาะเย้ยท่านนั่นแหละ
หลี่หว่านลู่ ท่านในตอนนี้ไม่เหลือคราบของสนมเอกที่แสนจะทะนงตัวเลยสักนิด ตำหนักเย็นนี้ทรุดโทรมนัก อยู่มาได้จนถึงตอนนี้ก็ถือว่ามีความอดทนไม่น้อย แต่ปล่อยให้ท่านอยู่แค่ในตำหนักเย็นแสนสงบเช่นนี้ จะไปสนุกอะไรกันเล่า…
เมื่อสามวันก่อนจู่ๆ ก็มีข่าวจากหมอหลวงว่าฮองเฮาทรงมีพระครรภ์ แม้จะเร็วไปกว่าที่ข้าคาดการ แต่เมื่อชาติก่อนสนมเอกก็ลงมือกำจัดเด็กในครรภ์ของฮองเฮาอย่างโหดเหี้ยม เพียงแต่ชาตินี้ข้าทำให้สนมเอกถูกขังอยู่ที่นี่ ดังนั้นเรื่องนี้อาจไม่เกิด ต้องหาวิธีให้สนมเอกออกไปจากที่นี่ให้ได้เสียก่อน
“มาหาข้าถึงที่นี่ ตั้งใจมาเยาะเย้ยข้าหรือ!!”
“หม่อมชั้นก็แค่หวังดีมากแจ้งข่าวเท่านั้น เพราะคิดว่าฮองเฮาคงปกปิดสนมเอกจนมิดชิด”
“ข่าวอะไร?” ท่าทีอยากรู้นั่นแทบทำเสิ่นลู่ถิงกลั้นขำเอาไว้ไม่อยู่ ความริษยาในใจพวกท่านรุนแรงนัก เห็นทีคงไม่ต้องถึงมือข้าแล้วกระมัง ชาติก่อนท่านต้องไปหารือกับหลี่หว่านหว่านที่จวนอ๋องข้าจึงได้ยินเรื่องราวทั้งหมด ครั้งนี้ก็คงไม่ต่างกันมาก เพียงแต่ต้องทำอย่างไรถึงจะพาสนมเอกออกไปจากที่นี่ได้
“สามวันก่อนมีข่าวดีในวังหลวง ฮองเฮาทรงมีพระครรภ์แล้ว”
“ว่าอะไรนะ!!” เสียงแหลมที่แผดขึ้นมาดังลั่นบอกแทนอารมณ์ของสนมเอกได้เป็นอย่างดี เพราะคนตรงหน้าอารมณ์รุนแรงเช่นนี้ ดังนั้นข้าไม่จำเป็นจะต้องพยายามอะไรให้มากมาย
“แล้วเอามาบอกพระสนมเอกทำไม!! ตั้งใจมาเยาะเย้ยหรือ!!”
“เยว่จินตบปาก”
“เพคะพระสนม” เพี๊ยะ!! เยว่จินตบเข้าที่ใบหน้าแม่นมกุ้ยเต็มแรง ไม่ทันที่อีกคนจะได้หันมาเอาคืนคุณหนูเสิ่นก็ให้นางในช่วยจับตัวไว้ก่อน แม้จะมีตำแหน่งสูงกว่าข้าหนึ่งขั้นแล้วอย่างไร ในตอนนี้ที่ถูกขังไว้ในตำหนักเย็น อำนาจในมือก็ไม่อาจไม่ลดลง
“เจ้าต้องการอะไร!”
“หม่อมชั้นก็แค่มาบอกด้วยความหวังดี ถึงแม้เมื่อก่อนสนมเอกจะเป็นที่โปรดปรานของฝ่าบาทมากกว่าฮองเฮา แต่ทายาทนั้นสำคัญต่อฮ่องเต้ หากฮองเฮากำเนิดพระโอรสได้ อำนาจในมือก็คงจะมากขึ้นอีกหลายเท่า”
“แล้วอย่างไร?” เสิ่นลู่ถิงหลับตาแล้วรอบถอนหายใจ คิดว่าสนมเอกจะเข้าใจสิ่งที่สื่อมากกว่านี้เสียอีก ดูท่าแล้วสมองของท่านน้อยกว่าที่ข้าคิดไว้มากทีเดียว
“เช่นนั้นท่านก็จะถูกกำจัดออกไปโดยง่ายอย่างไรเล่า”
“แล้วตัวเจ้าละ คิดว่าจะรอดหรือ!”
“เดิมทีหม่อมชั้นเข้าวังก็แค่เพื่อหลีกหนีจากตระกูลเสิ่นเท่านั้น หากหม่อมชั้นถูกกำจัดออกไป อย่างน้อยแค่มีเงินและของมีค่าออกไปด้วย เท่านั้นก็เพียงพอแล้วเพคะ”
“เจ้าไม่ได้สนใจแย่งชิงในวังหลวงเลยหรือ?” ใครว่าข้าไม่สนใจกันเล่า เป้าหมายของข้าก็คือจุดสูงสุดของวังหลวง เพียงแต่ว่าบางเรื่องทำไมจะต้องลงมือทำด้วยตัวเองให้เหนื่อย หากมีคนที่ทำแทนได้
ในเมื่อท่านเป็นคนเสี้ยมง่ายและชอบปล่อยให้ตัวเองถูกหลอกใช้เป็นปกติอยู่แล้ว การที่ข้าจะหลอกใช้ท่านบ้างคงไม่ใช่เรื่องใหญ่ใช่หรือไม่
“อีกอย่าง…ครั้งในคืนอภิเษกของหม่อมชั้นกับฮ่องเต้ สนมเอกมองไม่ออกหรือเพคะว่าฮองเฮาจงใจเป่าหูให้ท่านก่อเรื่องในวันนั้น แถมยังไม่เอ่ยปากช่วยท่านสักคำด้วย” มือของสนมเอกกำแน่น ในใจคงจะโกรธมากมายเต็มที แค่เพียงอารมณ์ในตอนนี้และจดหมายรับที่ข้าได้มาก็น่าจะพอให้สนมเอกลงมือ
“หม่อมชั้นให้ห้องเครื่องทำอาหารรสเลิศมาให้ อย่าลืมเสวยให้หมดทุกชิ้นนะเพคะ” เสิ่นลู่ถิงพยักหน้าให้อาลี่วางอาหารลง ก่อนจะถวายพระพรเหมือนอย่างที่เคยทำและยิ้มมุมปากก่อนออกไป ครั้งนี้ท่านคงไม่โง่กับสิ่งที่ข้าพูดหรอกนะ
“พระสนมจะเสด็จกลับตำหนักเลยไหมเพคะ?”
“วันนี้ฝ่าบาทจะเดินผ่านทางสวนหลังจากเสร็จราชการใช่หรือไม่?”
“เพคะ”
“เช่นนั้นเดินไปทางสวนดอกไม้” เสิ่นลู่ถิงเปลี่ยนทิศทางจากตำหนักเป็นสวนดอกไม้แทน เยว่จินอาลี่ยังคงยืนประกบข้างกายไม่ห่าง
“คุณหนูจะไปเข้าเฝ้าฝ่าบาทหรือเจ้าคะ?”
“เรียกว่าบังเอิญพบกันดีกว่า” หากไปเข้าเฝ้าที่ตำหนักหรือหออักษรก็ดูจะจงใจมากเกินไป ทำเช่นนี้จะด้ไม่รู้สึกเหมือนว่าข้าตั้งใจสร้างเรื่องราวให้เป็นในทิศทางที่ข้าต้องการ
“ข้าจะขอประทานอนุญาตจากฝ่าบาทให้สนมเอกออกไปงานอภิเษกของชินอ๋องกับคุณหนูรองตระกูลหลี่” นั่นเป็นเพียงวิธีเดียวที่จะสามารถปล่อยอีกคนออกจากตำหนักเย็น และคิดว่ามันอาจจะเป็นเหตุผลที่มากพอที่จะขอประทานอนุญาตจากฮ่องเต้
ตลอดหนึ่งเดือนมานี้ฮ่องเต้แทบลืมสนมเอกไปแล้วก็จริง แต่ว่าข้าเชื่อว่าความรู้สึกภายในใจของฮ่องเต้ยังคงไม่หมดสิ้นไป มารอดูกันว่าท่านจะยังรักหญิงที่ฆ่าทายาทของท่านต่อไปได้อย่างไร
“ถิงถิง” ไม่นานเสียงที่รอคอยก็ดังขึ้น เสิ่นลู่ถิงทำทีละสายตาจากดอกไม้งามตรงหน้า ดอกสวยที่ให้อาลี่ดึงมาประดับหัวให้ทำคนมองยืนนิ่ง ข้าพึ่งรู้ตัวว่าข้างามถึงเพียงนี้ แต่ชาติก่อนไม่เคยใช้ประโยชน์จากมันเลย เอาแต่วิ่งไล่ใครคนหนึ่งที่ไม่เห็นค่ามีแต่ลมหายใจของข้าด้วยซ้ำ
“สวยจริง”
“ฝ่าบาทชมเกินไปแล้วเพคะ”
“เจ้าไปไหนมา? ทำไมถึงมาอยู่สวนดอกไม้ตอนนี้ละ”
"ฝ่าบาทโปรดลงโทษ หม่อมชั้นทำผิดไปแล้วเพคะ" เสิ่นลู่ถิงคุกเข่าลงกับพื้นกะทันหันจนฮ่องเต้ต้องรีบประคองให้ลุกขึ้น ดวงตาคมบอกถึงความสงสัยทั้งขมวดคิ้วตั้งคำถาม
"เกิดอะไรขึ้น เหตุใดต้องคุกเข่าขอโทษด้วยเล่า?"
"หม่อมชั้นไปหาพระสนมเอกที่ตำหนักเย็นมาเพคะ"
"สนมเอกหรือ?" ใช่สิ สนมเอกถูกขังที่ตำหนักเย็นมาเป็นเดือนแล้ว ช่วงนี้นอกจากออกไปราชการก็แค่ไปตำหนักจิ่งเหรินเท่านั้น หากเสิ่นลู่ถิงไม่พูดก็คงลืมเรื่องนี้ไปแล้ว
"ฝ่าบาท~" เสิ่นลู่ถิงทำเสียงออดอ้อนทั้งเดินไปกอดแขนทำให้ฮ่องเต้หลุดออกจากภวังค์และหันมาสนใจคุณหนูเสิ่นที่อยู่ข้างกายอย่างไม่สามารถละสายตาไปไหนได้
"อ้อนอะไรหืม?"
"วันนี้หม่อมชั้นนำอาหารจากห้องเครื่องไปให้สนมเอกที่ตำหนักเย็น ถึงได้รู้ว่าที่นั่นทรุดโทรมเหลือเกินเพคะ สนมเอกถูกขังที่นั่นมาเป็นเดือนแล้ว"
"เจ้ากำลังจะบอกให้ข้าปล่อยสนมเอกออกจากตำหนักเย็นหรือ" สมกับที่เป็นฮ่องเต้ ข้าพูดเพียงเท่านี้ก็เข้าพระทัยแล้วว่าข้าต้องการสิ่งใด แต่ถึงแม้ท่านจะปรีชาสามารถแค่ไหน ก็ยังคงแพ้ในใจของสตรี
"หม่อมชั้นเห็นว่าอีกไม่กี่วันก็วันอภิเษกของชิ้นอ๋อง กับคุณหนูรองตระกูลหลี่แล้ว บางทีสนมเอกอาจจะอยากไปแสดงความยินดีให้น้องสาว"
"เจ้าไม่โกรธสนมเอกหรือ?" มือหนาลูบแก้มเนียนแล้วตั้งคำถาม ทั้งที่เรื่องที่สนมเอกทำไมใช่เรื่องเล็ก แต่ก็ยังมาขอร้องให้เช่นนี้ เจ้ายังมีอะไรให้ข้าประหลาดใจอีกหรือไม่นะเสิ่นลู่ถิง
"ตอนนั้นก็โกรธเพคะ แต่เรื่องมันผ่านมานานแล้ว อีกอย่างตอนนี้หม่อมชั้นก็ยังอยู่กับฝ่าบาทตรงนี้แล้ว"
"เด็กดี"
"หม่อมชั้นเห็นว่าฝ่าบาททรงโปรดปรานสนมเอกมาก คงไม่พระทัยร้ายใช่หรือไม่เพคะ" มือหนานั้นยกขึ้นลูบหัวทั้งรอยยิ้ม หญิงสาวที่มีจิตใจดีขนาดนี้ ข้าสุขใจเสียจริงที่ได้เป็นคนครอบครอง
"เช่นนั้นก็ได้ ถิงถิงของข้าช่างรู้ความนัก"
"จริงหรือเพคะ"
"จริงสิ" ฟอด! เสิ่นลู่ถิงเขย่งเท้าหอมเข้าที่แก้มของคนตรงหน้าทั้งยิ้มกว้าง ฮ่องเต้นิ่งไปสักพักคงเพราะไม่คิดว่าข้าจะทำเช่นนี้ ท่านได้โปรดเรียนรู้เสียตั้งแน่ตอนนี้ สนมเอกของท่านมีเสน่ห์มากมายเท่าใด ก็ยังน้อยกว่าข้าหลายเท่านัก
"ขอบพระทัยเพคะฝ่าบาท"
"หอมของเจ้านี่เป็นรางวัลของข้าหรือ"
"เป็นการขอบพระทัยฝ่าบาทต่างหากเพคะ ฝ่าบาททรงมีหมดแล้วทุกอย่าง หม่อมชั้นไม่มีของรางวัลที่คู่ควรหรอกเพคะ"
"ช่างพูดนักนะ" แก้มกลมถูกบีบด้วยความมันเขี้ยว ก่อนจะรีบกอดแขนเอาไว้แน่นอีกครั้ง เดินเคียงกันไปเพื่อดูดอกไม้ในสวนดอกไม้ที่กำลังเบ่งบาน ก่อนจะหยุดชะงักในตอนที่ฮองเฮาเดินเข้ามา
"ถวายพระพรเพคะฝ่าบาท" ฮ่องเต้รุดเข้าไปประคองไม่ให้ฮองเฮาก้มทำความเคารพให้มากพิธี แค่เพียงเท่านี้ก็ทำให้เห็นแล้วว่าการมีทายาทให้ฝ่าบาทนั้นสำคัญเพียงใด
"ถวายพระพรเพคะฮองเฮา"
"สนมเสิ่นนี่ดีจริง ฮ่องเต้อยู่ที่ใด เจ้าก็ตามไปที่นั่น"
"หม่อมชั้นก็แค่เดินผ่านมาทางนี้ และพบฝ่าบาทเข้าเพคะ หม่อมชั้นขอทูลลา ฝ่าบาทกับฮองเฮาจะได้พูดคุยกันเพคะ" ท่าทีรู้ความแต่ใบหน้าแสนเศร้านี้มีหรือฮ่องเต้จะไม่รั้งข้าไว้ มือบางถูกกอบกุมเอาไว้แน่นไม่ให้เดินหนีไปไหน
"ฮองเฮากลับตำหนักเถิด อย่าเดินบ่อยหนัก หากหกล้มไปจะไม่ดี"
"แล้วฝ่าบาทจะเสด็จไปที่ใดเพคะ?"
"วันนี้ข้าจะอยู่ตำหนักจิ่งเหริน มีหลายเรื่องต้องพูดคุยกับถิงถิงหลายเรื่องเลย" นามที่ใช้เรียกแสนสนิทสนมนั้นสร้างความไม่พอใจจากฮองเฮาได้มากทีเดียว
"แต่ฝ่าบาท...."
"ฟู่เอ๋อ สั่งห้ามไม่ให้ใครมารบกวนข้าใช้เวลากับถิงถิง"
"พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท"
เช่นนี้นี่เอง แม้ลูกจะสำคัญอย่างไร แต่หากไม่มีความรักต่อแม่ของลูก ก็แค่ดูแลเพื่อให้คลอดออกมาเท่านั้น
รอดูเอาเถิด.... ข้าจะต้องมีทายาทให้ฝ่าบาท ทั้งที่ฝ่าบาทโปรดปรานข้าจนไม่ลืมหูลืมตาด้วย แม้ตำแหน่งในวังของท่านสูงกว่าข้า แต่ข้ามั่นใจว่าตำแหน่งข้าในใจของฝ่าบาทสูงกว่าท่านหลายเท่าทีเดียว
จวนตระกูลเสิ่นฮ่องเต้เสด็จ!!! พระสนมเสิ่นเสด็จ!!!เสียงอึกกระทึกหน้าประตูจวนตระกูลเสิ่นดังขึ้นดังลั่น ก่อนบานประตูจวนต้องเปิดออกโดยไม่มีใครขัดขวางได้ ฮ่องเต้เดินประคองเสิ่นลู่ถิงอยู่ไม่ห่าง เหล่าบ่าวรับใช้ในเรือนต้องโค้งคำนับต้อนทำความเคารพตามที่ควร ดวงตากลมมองเห็นคนในตระกูลที่วิ่งออกมาต้อนรับอย่างร้อนรน“ถวายบังคมฝ่าบาท ขออภัยที่กระหม่อมและฮูหยินไม่ได้ออกมาต้อนรับ”“พี่ใหญ่ท่านกลับมาแล้วหรือ?”“ถิงถิง….” เสิ่นลู่ถิงขมวดใส่ผู้เป็นพ่อแม่ที่ใช้สายตาไม่ให้พี่ใหญ่พูดคุยกับตน นานมากแล้วที่เขาถูกส่งไปอยู่บ้านท่านป้าที่เมืองห่างไกล ชาติที่แล้วข้าจำได้ว่าพี่ใหญ่หาทุกวิถีทางเพื่อช่วยข้าให้ถูกยกเลิกการประหาร ทั้งยอมเสียบรรดาศักดิ์ แต่ในท้ายที่สุดก็ถูกฆ่าตายเพราะข้า ในชาตินี้ข้าจะไม่ยอมให้เป็นเช่นนั้น“ฝ่าบาทเพคะ ดูเหมือนว่าท่านพ่อท่านแม่จะสั่งห้ามไม่ให้พี่ใหญ่พูดคุยกับหม่อมชั้น”“เหลวไหลสิ้นดี!!”“บังอาจ!!! ฮูหยินเสิ่น แม้เจ้าจะเป็นมารดา แต่บัดนี้ถิงถ
ตำหนักจิ่งเหรินวุ่นวายด้วยความห่วงใยของฮ่องเต้ หลังเสิ่นลู่ถิงถูกอุ้มกลับมาที่ตำหนักไม่นานข่าวก็ไปถึงไท่เฮา และทันทีที่ได้รับข่าวก็รีบมาที่นี่ทันที ใบหน้าเปื้อนยิ้มนั้นบ่งบอกถึงความดีใจจนฮองเฮานึกขัดใจไม่น้อย ทั้งที่เปิดโปงสนมหลี่ได้แล้วแท้ เหตุใดยังเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมาอีกครั้งนี้มองอย่างไรก็รู้ว่าเสิ่นลู่ถิงท้องจริงอย่างที่หมอหลวงว่า เช่นนี้แล้วฮองเฮาควรจะทำอย่างไร ปกติเสิ่นลู่ถิงก็เป็นที่โปรดปรานมากอยู่แล้ว ในวังหลังต่างรู้กันดี หากตั้งท้องลูกของฮ่องเต้เช่นนี้ คงกอบโกยทุกอย่างได้อย่างง่ายดาย สุดท้ายแล้วตนก็จะเป็นแค่ฮองเฮาเพียงชื่อ แต่สิ้นอำนาจ“กังวลใจหรือฮองเฮา” ไท่เฮาเดินมาแตะที่มือจนฮองเฮาสะดุ้งตกใจอย่างไม่ได้ตั้งตัว มือเหี่ยวย่นลูบราวกับพยายามปลอบใจตาหารู้ไม่ว่านั่นไม่ช่วยอะไร อาการดีพระทัยของไท่เฮาเมื่อครู่กำลังทำให้ฮองเฮารู้ตัวว่าต้นเหลือพื้นที่ยืนในวังน้อยลงทุกที“ปกตินางก็เป็นที่โปรดปรานของฝ่าบาท หากนางตั้งครรภ์โอรส….”“นั่นก็ถือเป็นเรื่องดี ข้าว่าสนมเสิ่นก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร มันจะดีมากหากเจ้าอยู่กับนางได้อ
บรรยากาศวันพระราชสมภพใหญ่โตตามคาด เหล่าคุณหนูตระกูลใหญ่ถูกเชิญเข้าวังมามากเสียใจผิดปกติ เสิ่นลู่ถิงยิ้มอย่างรู้ทัน วันนี้คงไม่ใช่แค่ฮองเฮาที่คิดจะทำการใหญ่ แต่สนมหลี่เองก็มีการใหญ่ที่วางแผนเอาไว้ตามคาด แล้วไม่แน่ว่าก็คงเกี่ยวข้องกับมารดาข้าที่นั่งอยู่ตรงนั้นด้วยเยว่จินรินชาร้อนให้ทั้งสายตายังคอยระแวดระวังอยู่เสมอ อย่างน้อยข้าก็มองคนไม่ผิดเลย เยว่จินเป็นหญิงสาวที่มีความภักดีมาก การได้นางมาอยู่ในกำมือช่างดียิ่ง“วันนี้สนมหลี่กับมีหน้าท้องนูนขึ้นมานิดหน่อย หรือว่านางจะตั้งครรภ์จริงๆ เพคะ”“ท้องคนเราจะนูนและใหญ่ขึ้นในเวลาเพียงไม่กี่วันได้อย่างไร ข้าคิดวาวันนี้คงมีอะไรสนุกกว่าที่ข้าคิดไว้เสียอีก” เสิ่นลู่ถิงยกชาขึ้นดื่มอย่างสบายใจ ก่อนเสียงพูดที่แสนระคายหูจะดังขึ้นมาจนต้องวางจอกชาลงแล้วหันมองอย่างไม่นึกหวาดกลัว“ได้ยินมาว่าฝ่าบาททรงสั่งให้จัดการงานพระราชสมภพอย่างใหญ่โตเพื่อสนมหลี่ คิดว่าอีกไม่นานก็คงเป็นคนโปรดเช่นเคย ไม่แน่ว่าตำแหน่งสนมเอกก็อาจจะได้คืนมาไม่ยาก” คุณหนูตระกูลเจียงคนนี้มิใช่ว่าเป็นเพื่อนตั้งแต่วั
เสิ่นลู่ถิงนั่งอยู่ที่ศาลาริมสระ ดวงตากลมจดจ้องอยู่กับการปักผ้าผืนสวยเพื่อจะมอบให้สนมหลี่เป็นของขวัญ อีกไม่กี่วันข้างหน้าจะเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของสนมหลี่ ดูเหมือนฮ่องเต้จะสั่งให้คนเตรียมงานอย่างเอาอกเอาใจ แต่นั่นไม่ได้ทำให้ข้านึกหนักใจแม้สักนิดถึงแม้ว่าฮ่องเต้จะเอาใจสนมหลี่เพียงใด แต่ใครต่างก็รู้ว่านั่นเพราะนางมีทายาทของฮ่องเต้อยู่ในครรภ์ ทุกค่ำคืนฮ่องเต้ยังคงเสด็จมาหาข้าอยู่เสมอ ไม่มีใครได้เห็นฮ่องเต้ในยามท้องฟ้ามืดยกเว้นข้า และข้าก็เชื่อว่าจะมีข่าวดีอีกไม่นานนี้“พระสนมเพคะ”“ว่าอย่างไรบ้าง?”“ดูเหมือนว่าฮองเฮาจะทำการใหญ่ในวันพระราชสมภพของสนมหลี่เพคะ อีกอย่างเท่าที่หม่อมชั้นให้คนคอยจับตาดู สนมหลี่ไม่เหมือนกับคนกำลังตั้งครรภ์เลยเพคะ”“อย่างไร?” เยว่จินขยับมาพูดที่ข้างหูอย่างแผ่วเบาเกี่ยวกับสิ่งที่สังเกตมา เสิ่นลู่ถิงฟังอย่างตั้งใจทั้งคิดตามก่อนจะยิ้มกว้าง ก็จริงอย่างที่เยว่จินว่า ทั้งที่ท้องแต่ยังพยายามยั่วให้ได้ร่วมรักกับฮ่องเต้อยู่บ่อยครั้ง แต่เป็นฮ่องเต้ที่ไหวตัวทันและไม่ได้ทำอ
“ชายาชินอ๋องมาหาเราถึงที่นี่ คงมีเรื่องด่วน?” ฮ่องเต้เอ่ยปากถามคนที่นั่งคุกเข่าอย่างร้อนใจอยู่ตรงหน้า คิดสงสัยเสียจริงว่าเหตุใดถึงได้กล้ามาพบข้าด้วยตัวเองถึงที่นี่“หม่อมชั้นอยากทูลขอฝ่าบาทให้ปล่อยตัวพี่สาวหม่อมชั้นออกจากตำหนักเพคะ”“หลี่หว่านลู่ทำผิดเช่นไรเจ้ามิรู้หรือ?”“หม่อมชั้นทราบเพคะ แต่ถึงอย่างนั้นพี่สาวหม่อมชั้นก็ภักดีต่อฝ่าบาทมานาน นางทำไปเพียงเพราะอารมณ์หึงหวงชั่วครู่เท่านั้น ฝ่าบาทได้โปรดเห็นแก่ความรักที่มีต่อพี่สาวหม่อมชั้น อย่างน้อยให้พี่สาวหม่อมชั้นได้มีที่ยืนต่อไปในวังก็ยังดีเพคะ”ฮ่องเต้ครุ่นคิดตามสิ่งที่คุณหนูรองหลี่พูด ต้องยอมรับว่าความรักของตนกับหลี่หว่านลู่เมื่อครั้งอดีตนั้นหวานชื่น แม้จะรับสนมเข้ามากี่คนก็ยังไม่มีใครเป็นที่โปรดปรานเท่า ทุกครั้งที่ทำผิดก็ถูกประทานอภัยโดยง่าย แต่ความผิดครั้งนี้มันใหญ่นัก หากตัดสินไม่เด็ดขาดอาจถูกคนในวังครหาเอาได้“แต่ความผิดครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก”“แต่หากปล่อยพี่สาวหม่อมชั้นเอาไว้เช่นนี้ อาจจะแท้งลูกได้นะเพคะ”&ld
เสิ่นลู่ถิงถูกแบกพาดบ่ากลับเข้ามาที่ตำหนัก ฮ่องเต้วางกายเล็กลงแม้จะดูขุ่นเคืองแต่ยังคงใช้มือประคองไม่ให้กระแทกจนบาดเจ็บ ดวงตาคมที่มองจ้องเขม็งกลับทำให้คุณหนูเสิ่นรอบกลืนน้ำลายอย่างรู้สึกประหม่า“ฝ่าบาททรงกริ้วหรือเพคะ?”มือเล็กยกขึ้นแตะที่ข้างแก้มหวังให้ฮ่องเต้ลดอารมณ์โทสะลง แต่เรียวคิ้วที่ขมวดนั้นบ่งบอกว่าการกระทำนี้ไม่ช่วยอะไรเลย เสิ่นลู่ถิงรู้สึกได้ถึงรังสีความโกรธเคือง ไม่รู้ทำไม แต่กลับรู้สึกไม่อยากให้ฮ่องเต้โกรธกันเช่นนี้เลย“ฝ่าบาทเพคะ”“เจ้ายังไม่ได้ตอบคำถามข้า เหตุใดถึงไปที่จวนอ๋อง หรือว่าคิดถึงรักเก่าขึ้นมา”“ฝ่าบาท!!!”“กล้าขึ้นเสียงกับข้าหรือ”เสิ่นลู่ถิงรู้ตัวว่าเผลอทำในสิ่งที่ไม่ควรทำ แต่เมื่อได้ยินประโยคนั้นก็รู้สึกโกรธจนห้ามไม่ได้ ข้าไม่มีทางหวนคิดถึงชินอ๋องอีกแน่ เหตุใดฮ่องเต้ถึงได้ตัดสินเองเช่นนี้ เดิมทีตั้งใจให้ทหารองครักษ์ตามไปเพราะคิดว่าอาจเกิดเรื่องทะเลาะแน่ และให้ฝ่าบาทได้รับรู้ว่าข้าถูกรังแกก็เท่านั้น แต่ในตอนนี้ทุกอย่างกลับผิดเพี้ยนไปหมด







